Top 5 ความเสี่ยงที่มนุษย์ต้องเจอและโลกต้องเผชิญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612848

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 09:37 น.

Top 5 ความเสี่ยงที่มนุษย์ต้องเจอและโลกต้องเผชิญ

ไม่ใช่แค่ฝุ่น PM2.5 โรคระบาด เศรษฐกิจทรุด World Economic Forum เผยความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญและมนุษย์ต้องรับมือในปี 2020 พร้อมมุมมองความเสี่ยงเรื่องสิ่งแวดล้อม 5 อันดับแรกในอีก 10 ปีข้างหน้า

รายงานความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญจาก World Economic Forum (WEF) เผยแพร่ความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญ Global Risks Report 2020 พบว่า การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และนโยบายทางการเมืองที่ดุเดือดในปีนี้อาจนำพาปัญหามาสู่มนุษย์ได้ ดังนั้น ผู้นำโลก ธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบายต่างต้องร่วมมือเพื่อยับยั้งภัยคุกคาม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเทคโนโลยี ที่อาจส่งผลกระทบกับตนเอง

ตามรายงานคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะชะลอตัวและความวุ่นวายทางรัฐศาสตร์จะนำไปสู่ความไม่แน่นอนจากการแข่งขัน ซึ่งรัฐบาลแต่ละประเทศต้องโฟกัสไปที่การทำงานร่วมกัน เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีอำนาจตัดสินใจมากกว่า 750 ราย มีความกังวลอย่างมากในเรื่องการเผชิญทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2020

ครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกของรายงาน Global Risks Report 2020 ที่มุมมองความเสี่ยงในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเข้ามาติด 5 อันดับแรกในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งแบ่งประเด็นออกดังต่อไปนี้

  1. สภาพอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรงที่ส่งผลกระทบคุณภาพชีวิตของมนุษย์
  2. ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของรัฐบาล และธุรกิจ
  3. มนุษย์เป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อม และก่อให้เกิดภัยพิบัติ
  4. การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการพังทลายของระบบนิเวศ ที่ไม่สามารถสร้างกลับคืนได้
  5. ภัยธรรมชาติที่รุนแรง เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และพายุ

ทางด้าน Borge Brende ประธาน World Economic Forum กล่าวว่า ภูมิทัศน์ทางการเมือง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และไฟป่าที่กำลังไหม้ลุกลาม เหล่านี้จึงทำให้ผู้นำโลกต้องทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูให้กลับมาอีกครั้ง โดยไม่ใช่เพียงแค่ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่เป็นการแก้ไขความเสี่ยงไปยังรากลึก

4 สิ่งที่ควรมีก่อนอายุ 40 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612842

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 07:57 น.

4 สิ่งที่ควรมีก่อนอายุ 40

ใครที่เริ่มเข้าสู่เลข 4 หรือวัย 40 กันอย่างเต็มตัว ก็คงถึงเวลาที่เราต้องเริ่มใส่ใจกับรายละเอียดในชีวิตอย่างจริงจัง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วัยกลางคนโดยสมบูรณ์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเลขอายุคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเครียด อายุที่เพิ่มขึ้นทุกปีก็เป็นเหมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่าเวลากำลังผ่านพ้นไป ใครที่เริ่มเข้าสู่เลข 4 หรือวัย 40 กันอย่างเต็มตัว ก็คงถึงเวลาที่เราต้องเริ่มใส่ใจกับรายละเอียดในชีวิตอย่างจริงจัง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วัยกลางคนโดยสมบูรณ์

วันนี้เรามีคำแนะนำสิ่งที่ควรมีในชีวิตก่อนอายุ 40 มาฝากกัน

1. ทักษะภาษาใหม่ๆ

การมีทักษะ 2 ภาษา Thai-English ติดตัวกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วสำหรับทุกคน ดังนั้น อย่าปล่อยให้เรื่องของทักษะภาษาเป็นเรื่องของเด็กอย่างเดียว ผู้ใหญ่และวัยกลางคนทุกคนก็สามารถที่จะเรียนรู้ทักษะภาษาใหม่ๆเช่นเดียวกัน เพิ่มความสามารถให้เราในการติดต่อสื่อสารกับประเทศอื่นๆได้มากยิ่งขึ้น อาจเริ่มจากภาษาที่ตัวเองมีความสนใจหรือคุ้นชินเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ได้ ก็จะทำให้เรียนรู้ได้ไวยิ่งขึ้น

ที่สำคัญการเรียนรู้ภาษาหรือทักษะอะไรใหม่ๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานแบบใหม่ๆแล้ว ยังเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมด้วย เนื่องจากเรากระตุ้นให้สมองมีการทำงานตลอดเวลานั่นเอง

2. สุขภาพที่ดี

ข้อนี้ไม่พูดไม่ได้จริงๆ เพราะ “สุขภาพที่ดี” เป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้าง เหมือนกับจะสร้างตึกที่มั่นคงได้ เราก็ต้องสร้างรากฐานที่แข็งแรงก่อน ดังนั้นเราจึงควรเริ่มให้ไวและรักษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยของร่างกายและจิตใจในวันข้างหน้า

อายุที่มากขึ้นก็เหมาะกับกิจกรรมการออกกำลังกายที่แตกต่างกันไป ลองหาเวลาทบทวนสุขภาพของตัวเองสักนิดว่าเรายังเหมาะกับกิจกรรมที่ลงแรงตามไขข้อต่างๆ หรือกิจกรรมที่เกิดอาการบาดเจ็บได้ง่ายๆอยู่มั้ย จากนั้นปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม หากเราดูและสุขภาพได้เป็นอย่างดีแล้วอายุจะเป็นเพียงตัวเลขที่ไม่สามารถขัดขวางเราจากการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป

3. เป้าหมายในชีวิต

ใครบอกว่าอายุเยอะแล้วเป้าหมายไม่จำเป็น เป้าหมายนี่แหละจะเป็นสิ่งที่ช่วยชุบชูใจและผลักดันให้เราก้าวเข้าสู่ปีต่อๆไปอย่างเข้มแข็งทั้งสุขภาพกายใจ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายทางอาชีพ เป้าหมายในชีวิต หรือแม้กระทั่งเป้าหมายทางการเงินก็สำคัญทั้งนั้น ขอเพียงตั้งเป้าหมายและมีแนวทางที่แน่ชัดในการพิชิตมันก็พอ

สำหรับคนที่มักจะล้มเลิกกลางครันอยู่บ่อยๆ ลองหา Habit Tracking แอปพลิเคชันต่างๆ มาลองใช้งานดู นี่ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้เราปรับนิสัยและพุ่งสู่เป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น มาลองสัญญากับตัวเองกันว่า 40 แล้วเราจะไม่ท้อถอยง่ายๆ เหมือนเดิม

4. ความสุข

ชีวิตจะสมบูรณ์แค่ไหน หากไม่รู้สึกแฮปปี้ก็ไร้ความหมาย ใครที่กำลังรู้สึกว่าการเป็นวัยกลางคนนั้นแสนจะเต็มไปด้วยความเครียดและภาระ ก็ต้องไม่ลืมที่จะหาจังหวะผ่อนคลาย วิ่งเข้าหาความสุขในชีวิตของตัวเองกันด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการให้เวลากับการทำงานอดิเรก การให้รางวัลตัวเองด้วยการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงการจัดทริปท่องเที่ยวเพื่อเติมพลังให้ชีวิตให้ตัวเอง ก็ล้วนเป็นสิ่งที่เพิ่มขีดความสุขในใจเราให้สดใสไม่แพ้วัยรุ่น และเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

ภาพ freepik

รู้รักษาตัวรอดสู้วิกฤตฝุ่น ฉบับมนุษย์เงินเดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612649

  • วันที่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 09:45 น.

รู้รักษาตัวรอดสู้วิกฤตฝุ่น ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพและจังหวัดปริมณฑลถือว่าเข้าขั้นวิกฤต jobsDB แนะนำวิธีการดูแลตัวเองด้วย 5 วิธีสู้วิกฤตฝุ่นฉบับมนุษย์เงินเดือน

1. สวมหน้ากากอนามัย N95

ปัจจุบันมีหน้ากากอนามัยหลายประเภทที่จำหน่ายตามท้องตลาด แต่ละแบบก็ใช้งานไม่เหมือนกัน ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้มีประสิทธิภาาพที่สุดคือหน้ากากอนามัย N95 สามารถกรองฝุ่นอนุภาคเล็กตั้งแต่ 2.5 ไมครอนลงมาได้ รวมทั้งเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียต่างๆ หากสถานการณ์ฝุ่นคลี่คลายลง ก็ยังสวมหน้ากากนี้ได้ถ้ามีอาการป่วย ไอ หรือจาม จะได้ไม่เป็นการแพร่เชื้อให้คนอื่น หน้ากากประเภทนี้มีอายุการใข้งานประมาณ 3 สัปดาห์ สามารถใช้ซ้ำได้ แต่ควรเปลี่ยนทุกๆ 2 วัน ข้อเสียคือหน้ากาก N 95 มีราคาค่อนข้างสูง บางชนิดจะมาพร้อมระบบวาล์วระบายอากาศ และมีขนาดให้เลือกเพื่อให้สวมใส่สบาย ถ้าไม่ใช้หน้ากาก N95 อาจใช้หน้ากากอนามัยที่มีฟิลเตอร์ 3 ชั้นแทน

2. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศมีคุณสมบัติกำจัดเชื้อโรค ฝุ่น แบคทีเรีย และกลิ่นอับภายในห้อง แผ่นตัวกรองอากาศในเครื่องจะดักจับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมา และยังช่วยป้องกันโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากฝุ่นได้ ควรเลือกซื้อขนาดเครื่องฟอกอากาศให้สัมพันธ์กับขนาดของห้อง ถ้าห้องใหญ่ก็เลือกเครื่องรุ่นใหญ่ และเลือกรุ่นที่มีแผ่นกรองแบบที่อากาศไหลผ่านได้ดี จะได้ไม่กินไฟมาก

เครื่องฟอกอากาศสำหรับติดตั้งในรถยนต์ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน สามารถป้องกันฝุ่นควันจากรถยนต์ ให้คนขับรถใช้ชีวิตบนท้องถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงมีแบบพกพาขนาดเล็ก มาพร้อมกับสายคล้องคอ พกติดตัวง่ายเมื่อเราต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน สามารถดักจับฝุ่นให้ตกสู่พื้นก่อนที่เราจะหายใจเอาอากาศเข้าไป นอกจากนี้เครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นในสถานที่หรือห้อง แล้วจะแสดงผลบนหน้าจอได้ทันที

3. กินอาหารต้านฝุ่นเสริมเกราะป้องกัน

ถึงแม้จะเรามีอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM 2.5  แต่ต้องไม่ลืมการดูแลตัวเองจากภายใน โดยเฉพาะเรื่องอาหารและน้ำดื่ม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว คะน้า บลอกโคลี ฯลฯ เพราะมีสารช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ส่วนผลไม้ก็เน้นที่มีวิตามินสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม มะนาว มะลอกอ ฯลฯ นอกจากจะช่วยบำรุงผิวแล้ว ยังช่วยลดอาการภูมิแพ้ด้วย การเลือกดื่มน้ำสะอาดก็สำคัญมากเช่นกัน

4. งดออกกำลังกายกล้างแจ้ง

ใส่ใจเรื่องอาหารอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน แต่ใครที่ชอบวิ่งในสวนสาธารณะตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น ช่วงนี้ควรงดออกกำลังกายกล้างแจ้งทุกรูปแบบก่อนนะคะ และไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยขณะออกกำลัง เพราะจะทำให้ร่างกายหายใจแรงและเร็วขึ้น หัวใจก็จะทำงานหนักกว่าปกติ ช่วงนี้ควรเลือกออกกำลังกายในฟิตเนสที่มีระบบฟอกอากาศดีกว่า

5. Work From Home

ปัจจุบันรูปแบบการทำงานของพนักงานประจำมีความยืดหยุ่นสูง ไม่จำเป็นต้องทำงานเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 5 วัน บางบริษัทมีนโยบายให้พนักงาน Work from home สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ขอแค่ส่งงานให้ครบตามกำหนด ซึ่งนโยบายนี้เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันมาก ทำให้พนักงานไม่ต้องเสี่ยงกับภัยฝุ่น PM 2.5 และช่วยลดปัญหาการจราจรได้ด้วย เพราะส่วนหนึ่งของสาเหตุฝุ่นก็มาจากเครื่องยนต์บนท้องถนน ใครที่กำลังมองหางานใหม่อยู่พอดี รูปแบบการทำงาน Work from home ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

Cover Letter และ Resume สองเรื่องต้องรู้ก่อนก้าวสู่การทำงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612614

  • วันที่ 23 ม.ค. 2563 เวลา 15:49 น.

Cover Letter และ Resume สองเรื่องต้องรู้ก่อนก้าวสู่การทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ หรือคนที่กำลังอยากหางานทำใหม่ ยังไงการแนะนำตัวผ่านจดหมายและเรซูเม่สมัครงานก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ดี

ซึ่งสองนี้จะช่วยสร้างความประทับใจแต่แรกแก่นายจ้าง เสมือนคุณได้ขายตัวเองและบอกผ่านตัวอักษร ดังนั้นคุณจึงควรแสดงโชว์จุดเด่นด้านการจัดการด้านอารมณ์ (soft skill) อย่างเช่นการสื่อสาร ความเป็นผู้นำ การจัดการปัญหา การจัดการความขัดแย้งและการทำงานเป็นทีม การเขียนเชิงโน้มน้าวเพื่อที่จะสามารถชักจูงให้นายข้างคล้อยตามในสิ่งที่คุณกำลังจะสื่อว่าคุณเหมาะสมกับบริษัทมากแค่ไหน ถึงแม้คุณจะยังไม่มีประสบการณ์ก็ตามที

 

Cover Letter

คือจดหมายสมัครงาน มีจุดประสงค์เพื่อแนะนำตัวให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลรู้จักประวัติเบื้องต้นของผู้สมัครและทราบเหตุผลที่ต้องการสมัครตำแหน่งงานนี้ ยิ่งเขียนได้น่าสนใจเท่าไหร่ก็ยิ่งดึงดูดให้คนสนใจอ่าน Resume ต่อ และอยากนัดสัมภาษณ์ในที่สุด ควรใช้ภาษาที่เป็นทางการ โดยปกติแล้วการเขียน Cover Letter จะเเบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

ส่วนแนะนำ (Introduction) เริ่มด้วยการเขียนแนะนำตัวประวัติสั้นๆ และระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัคร

เนื้อหาหลัก (Body) เป็นส่วนที่เปิดโอกาสให้คุณบอกเล่าคุณสมบัติของตัวเอง ทัศนคติในการทำงาน พร้อมด้วยการบอกเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ยิ่งถ้าคุณไม่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรง ก็ควรเขียนอธิบายให้ผู้อ่านเห็นถึงมุ่งมั่นของคุณอย่างชัดเจน ควรระบุถึงผลงานที่โดดเด่น ประสบการณ์ฝึกงาน เวิร์กชอป หรืองานอดิเรกที่ส่งเสริมกับตำแหน่งที่สมัคร มีการยกตัวอย่างการเขียนที่ถนัดซึ่งตรงกับความต้องการของบริษัท แต่ ไม่ควรเขียนเยิ่นเย้อหรือบรรยายความสามารถเกินจริง เพราะส่วนของเนื้อหาเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณถูกคัดเลือกสัมภาษณ์

ส่วนปิดท้าย (Closing) ควรเขียนถึงเหตุผลว่าทำไมถึงอยากร่วมงานกับบริษัทนี้ และถ้าได้ร่วมงานกันในอนาคต คุณจะมีส่วนช่วยผลักดันองค์กรได้อย่างไร

 

Resume

Resume มีไว้เพื่อบอกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ ทั้งด้านการศึกษา ความสามารถพิเศษ ทักษะที่เชี่ยวชาญ ที่จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ทักษะทางภาษา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การถ่ายภาพ ฯลฯ รวมทั้งจุดมุ่งหมายในอาชีพ หรือ Career Objective ที่ควรอยู่ในย่อหน้าแรกของ Resume เพราะเป็นการสรุปให้บริษัททราบว่าคุณมีดีอะไร ทำไมถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ควรเขียนด้วยประโยคที่เรียบง่าย ความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด ระบุเงินเดือนที่คาดหวังไปด้วย

ทั้งนี้ Resume ไม่ควรยาวเกิน 1 หน้ากระดาษ สิ่งสำคัญคือควรแยกแต่ละหัวข้อให้ชัดเจน เรียงลำดับข้อมูลการศึกษาและฝึกงานตามลำดับเวลา จัดหน้ากระดาษให้ดูอ่านง่าย ใช้คำที่กระชับ เพราะ Resume ที่มีรายละเอียดเยอะจนเกินไป อ่านแล้วไม่สบายตา จะเสี่ยงต่อการถูกคัดทิ้ง

จะเห็นได้ว่า Resume และ Cover Letter นั้นมีจุดประสงค์แตกต่างกัน โดยสรุปก็คือ Resume มีไว้เพื่อบอกข้อมูลเบื้องต้นของผู้สมัคร ส่วน Cover Letter มีไว้เพื่อแนะนำตัวและโน้มน้าวให้ฝ่าย HR ทราบว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งงาน  ขอแนะนำให้คุณยื่นทั้งสองอย่างในการสมัครงาน ในบางสาขาอาชีพอาจจะต้องมี Portfolio เพื่อประกอบการพิจารณา เช่น สายงานดีไซน์และครีเอทีฟ ให้คุณคัดเลือกผลงานเด่นๆ หรือจะสร้างผลงานใหม่ขึ้นมาเลยก็ได้

7 งานยุคใหม่ที่จะเติบโตไปพร้อมกับการมาของปัญญาประดิษฐ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/600727

  • วันที่ 23 ม.ค. 2563 เวลา 07:08 น.

7 งานยุคใหม่ที่จะเติบโตไปพร้อมกับการมาของปัญญาประดิษฐ์

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก งานยุคเก่าค่อยๆ หายไป ส่งงานยุคใหม่ๆ เข้ามาแทน! มาดูกันว่า 7 อาชีพที่น่าสนใจและจะเติบโตไปพร้อมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีงานไหนน่าจับตาเป็นพิเศษบ้าง

เรารู้กันดีว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ทั้งทำให้เกิดเป็นอาชีพใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาชีพทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล งานด้านวิทยาศาสตร์ งานด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล และงานด้านวิจัย ฯลฯ

แม้จะมีกระแสความหวาดกลัวว่า “AI” (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ จะทำให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก แต่แท้จริงแล้ว AI จะทำให้เกิดงานใหม่ๆ ขึ้น และช่วยให้งานของมนุษย์สบายขึ้น เพียงแต่เราต้องมีการปรับตัวและพัฒนาทักษะของตนเอง เรียนรู้การใช้เทคโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมาให้ทัน ทางด้านผู้ประกอบการก็ต้องสนับสนุนให้แรงงานได้เรียนรู้พัฒนาความสามารถ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่นเดียวกัน

มีข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานของ Gartner ที่ระบุว่า ในปี 2020 แม้ว่า AI จะลดการจ้างงานไป 1.8 ล้านตำแหน่ง แต่ก็จะสร้างงานใหม่ได้ 2.3 ล้านตำแหน่ง ซึ่ง Peter Sondergaard หัวหน้านักวิจัยของ Gartner ได้คาดการณ์ว่า AI จะเพิ่มความสามารถของแรงงานและอาจเป็นผู้สร้างงานทั้งหมด

7 อาชีพที่จะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แม้จะมีการนำ AI มาใช้ ได้แก่

1.ตำรวจไซเบอร์/นักรบไซเบอร์

เนื่องจากในปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องที่ง่าย หากมีการนำข้อมูลไปบิดเบือนและนำออกมาเผยแพร่อย่างไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้รักษาความปลอดภัยด้านระบบดิจิทัล เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และคอยอุดช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝีมือของเหล่าแฮกเกอร์ ที่จะเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับระบบขององค์กร

2.วิศวกรพัฒนายานยนต์

เมื่อโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความประหยัดควบคู่กันไป จึงทำให้การผลิตยานยนต์ในอนาคตที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ก็ได้เริ่มเข้ามามีความสำคัญและมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตของมุนษย์ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่อาชีพด้านวิศวกรพัฒนายานยนต์กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานโลก

3.นักเทคโนโลยีชีวภาพ

เมื่อคำว่า เกษตรกรรม ไม่ใช่เพียงแค่การทำงานด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ว่าในระหว่างกระบวนการผลิตเรายังสามารถนำกากเหลือทางการเกษตรมาพัฒนามาเป็นพลังงานทดแทนได้อีกด้วย จึงถือได้ว่าอาชีพนักเทคโนโลยีชีวภาพมีความจำเป็นอย่างมากในอนาคต

4.นักวิจัยอาหาร

ถือได้ว่าคนในยุคปัจจุบันได้หันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยไม่ได้รับประทานอาหารเพื่อความอร่อยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมด้านอาหารต้องทำการปรับตัวตาให้ตามทันเทรนด์การทานอาหารเพื่อสุขภาพของคนในรุ่นต่างๆ อีกด้วย โดยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าไปเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านั้น

5.นักวิจัย Big Data

สำหรับในวงการธุรกิจการมีข้อมูลเก็บเอาไว้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และในปัจจุบันก็มีข้อมูลอยู่มากมาย แต่ก่อนที่เราจะนำข้อมูลเหล่านั้นออกมาใช้ประโยชน์ได้นั้น จะต้องผ่านการวิเคราะห์จากนักวิจัยเสียก่อน เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นมีความถูกต้องและมีความคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อนำออกมาใช้นั่นเอง

6.ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในยุคที่ AI กำลังเข้ามา เช่น การผลิต GPU chips ที่มีรูปแบบเฉพาะของบริษัทด้านเทคโนโลยี ฯลฯ จากความต้องการในการใช้ชิพและฮาร์ดแวร์ของ AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจด้านนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานตามไปด้วย

7.วิศวกร ML : Machine Learning Engineers

สำหรับคนที่จะมาเป็นวิศวกรด้าน ML ได้นั้น จะต้องมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีทักษะที่ดีเยี่ยมในการเขียน Code และต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆ เป็นอย่างดี ซึ่งในบางครั้งเรายังจะต้องทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอีกด้วย

 

ภาพ : Freepik

หมอช้างเผย 9 ไอเท็มเสริมดวงเฮง รับเทศกาลตรุษจีนปี 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612525

  • วันที่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 19:59 น.

หมอช้างเผย 9 ไอเท็มเสริมดวงเฮง รับเทศกาลตรุษจีนปี 2020

หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา เผยคัมภีร์เด็ดช็อปปิ้งสินค้าดีต้องซื้อแบบเจาะลึก ให้คนไทยเริ่มต้นทศวรรษใหม่ปี 2020 ด้วยความโชคดีร่ำรวยความสุขตลอดปี

เฮงๆ รับต้นปี! เมื่อ เซ็นทรัล รีเทล ชวนกูรูชื่อดัง หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา มาเผย 9 เส้นทางเสริมเฮง-โชคลาภรับเทศกาลตรุษจีน ปีหนูทอง 2020 กับ คัมภีร์เด็ด ช็อปปิ้งสินค้าดี-ต้องซื้อแบบเจาะลึก ให้คนไทยเริ่มต้นทศวรรษใหม่ปี 2020 ด้วยความโชคดีร่ำรวยความสุขตลอดปี

หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา เผยว่า “เทศกาลตรุษจีนถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสำคัญในการรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา โดยวันตรุษจีนปี 2020 คือวันที่ 25 มกราคม ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีหนูทองของแท้ ถ้าเราพลาดจากปีหนูทองปีนี้เราต้องรอไปอีก 60 ปี ปีหนูทอง เป็นปีธาตุทอง สีทองจึงเป็นไอเท็มที่ต้องมีในปีนี้”

9 เส้นทางเสริมเฮง-โชคลาภ

1) ซื้อของไหว้มงคล

การไหว้เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูเพื่อขอบคุณเทพเจ้าและบรรพบุรุษ ของไหว้หลักๆ ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ที่มีความเป็นสิริมงคล หมูหมายถึงมีกิน มีใช้ อุดมสมบูรณ์ ปลาสื่อถึงการเหลือกินเหลือใช้ ส่วนผลไม้จะเป็นส้ม กล้วย องุ่น หมายถึงผู้สืบสกุลและการมีครอบครัวที่ดี ซึ่งแนะนำให้มาซื้อได้ที่ท็อปส์ที่เป็น Luckiest Store แปลว่าเป็นมงคลที่สุดแล้ว พร้อมกับไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยชุดไหว้และของไหว้ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดความเฮงรับตรุษจีนที่นี่มีทุกอย่างครบครัน

2) กระเป๋ารับทรัพย์

สิ่งของที่ควรช็อปเพื่อเสริมความเฮงในการเริ่มต้นปีใหม่คือ กระเป๋ารับทรัพย์สีโลหะ ทอง เงิน มันวาว ซึ่งฤกษ์สำคัญในการเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ คือ คืนก่อนตรุษจีน วันที่ 24 มกราคม เวลา 5 ทุ่ม – ตี 1 และนำไปไหว้อธิษฐานขอพรกับ ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพแห่งโชคลาภ

3) เสื้อผ้า-ของใช้เสริมเฮง

สีมงคลปีนี้คือสีทอง ที่ถือว่าเป็นสีหลักของปีหนูทอง 2020 แนะนำให้ซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับที่มีสีธาตุทอง ขาว เงิน น้ำตาล ครีม ฟ้า หรือน้ำเงิน เพื่อเสริมความเฮงและโชคลาภ

4) ชุดเครื่องนอนใหม่

เพราะการนอนเป็นกิจกรรม 1 ใน 3 ของชีวิต คนเราใช้ชีวิตอยู่ในห้องนอนเยอะมาก ดังนั้นตรุษจีนปีนี้ ให้ซื้อชุดเครื่องนอนใหม่ที่มีสีเงินหรือสีทองเพื่อปูรับความสุขตลอดปีหนูทอง

5) เครื่องฟอกอากาศบริสุทธิ์–โทรทัศน์รวมครอบครัวสุขสันต์

ปีนี้มลภาวะฝุ่นควัน PM2.5 กลับมาสูงมากอีกครั้ง แนะนำให้ซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว โดยนำไปตั้งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทิศที่ดีที่สุดในปีนี้ เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวเกิดอากาศที่บริสุทธิ์ภายในบ้าน หรืออาจจะซื้อพัดลมก็ได้ เพราะคำว่า “ฮวงจุ้ย” ฮวงคือลม จุ้ยคือน้ำ นอกจากนี้ของใช้ที่ควรซื้อเข้าบ้านใหม่หรือจัดบ้านใหม่ คือ โทรทัศน์ ซึ่งฮวงจุ้ยในการวางโทรทัศน์ที่ดีที่สุดคือห้องนั่งเล่น เพื่อให้คนในบ้านได้มานั่งเล่นรวมตัวกัน

6) รองเท้าและอุปกรณ์กีฬา

เสริมความแอ็กทีฟเดี๋ยวนี้คนใส่ชุดกีฬาหรือรองเท้าสปอร์ตไม่จำเป็นต้องไปออกกำลังกายเสมอไป แต่เป็นเทรนด์เพื่อรับกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องแอ็คทีฟ คล่องตัวตลอดเวลา ที่สำคัญคือต้องดูเท่และดีกับสุขภาพ แนะนำให้ใช้รองเท้ากีฬาคอลเล็คชั่นที่เป็นสีทองหรือสีเงิน เข้ากับสีมงคลปีหนูทองพอดี

7) สกินแคร์-เครื่องสำอางสีทองคำ

เลือกซื้อสกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของทองคำเพื่อเสริมโหงวเฮ้งความงามรับปีชวด เช่น เจลทารอบดวงตา มาส์กทองคำ เซรั่มทองคำ

8) จัดโต๊ะทำงานเสริมเฮง

แนะนำเรื่องการจัดโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ย ซ้ายมือถือว่าเป็นตำแหน่งหยางเปรียบเหมือนมังกร ต้องวางของที่ต้องมีการเคลื่อนไหวมากๆ เช่น โทรศัพท์ และควรมีปากกาหรือดินสอเหลาแหลมๆ สี่แท่งใส่กล่อง ให้ปลายแหลมตั้งขึ้นไปช่วยเสริมสติปัญญา ซื้อปากกาหรือไดอารี่ใหม่เน้นเป็นสีออกเงินๆ ทองๆ ส่วนการจัดเก็บเอกสารสำคัญเพื่อให้มีเงินทองเข้ามา ควรเลือกแฟ้มสีทองเตรียมความเฮงรับปีใหม่

9) ซองอั่งเปา

เลือกซองอั่งเปาสวยๆ ความหมายดีๆ หรือหาซื้อพวงกุญแจปี่เซียะเล็กๆ มอบความเฮงความมงคลให้ลูกหลาน

มาจับจ่ายเพิ่มโชคลาภที่มีให้เลือกครบครันทุกไอเท็มเสริมดวงเฮงต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับเซ็นทรัล รีเทล ในแคมเปญ “Happy Chinese New Year 2020 ต้อนรับปีหนูทอง ฉลองแด่นักช็อป” ที่ผนึกกำลัง 9 ธุรกิจในอาณาจักรค้าปลีกเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท, มัทสึโมโตะคิโยชิ, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, ซีเอ็มจี และบีทูเอส เพื่อมอบสิทธิพิเศษและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เหนือกว่าให้แก่นักช็อป ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 ให้เหล่านักช็อปจุใจกับโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี รับความเฮง 2 ต่อ 1) ลุ้นเฮง รับ iPhone 11 Pro สีทอง รวมมูลค่ากว่า 2.87 ล้านบาท 2) รับคะแนนเดอะวัน สูงสุด 20 เท่า ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.centralretail.com หรือที่เฟซบุ๊ก CENTRAL Group

Happy Workplace 8 ประการ สร้างความสุขในที่ทำงานแบบยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612192

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 10:37 น.

Happy Workplace 8 ประการ สร้างความสุขในที่ทำงานแบบยั่งยืน

สร้างความสุขในองค์กรตามแนวคิด Happy Workplace 8 ประการ จุดเริ่มต้นของการทำงานที่มีความสุขอย่างยั่งยืน

ผู้คนทั่วไปเคยชินกับการวัดความสำเร็จขององค์กรจากตัวเลขผลประกอบการ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วตัวเลขผลประกอบการไม่ได้เป็นเป้าหมายทางธุรกิจ แต่เป็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหากดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางที่ถูกต้อง และแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรก็คือ เมื่อทุกคนในองค์กรมีความสุขย่อมตามมาด้วยผลการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่ความสำเร็จทางตัวเลขประกอบการได้ในที่สุด

ความสุขของคนในองค์กรนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยอาศัยแนวคิด Happy Workplace 8 ประการ ที่เน้นสร้างความสุขแบบยั่งยืน ดังนี้

1. Happy Body สุขภาพดี เมื่อคนในองค์กรมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็จะมีจิตใจที่ดี พร้อมที่จะรับมือกับทุกปัญหาที่เข้ามา

2. Happy Heart น้ำใจงาม คนในองค์กรต่างมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกัน

3. Happy Society สังคมดี สังคมดีเกิดขึ้นจากความรัก สามัคคี เอื้อเฟื้อต่อกัน มีสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดี เพราะเมื่อผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดี ย่อมเป็นพื้นฐานทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความรัก ความปรองดอง สามัคคีต่อกัน พร้อมร่วมแรงร่วมใจช่วยกันพัฒนาชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

4. Happy Relax ผ่อนคลาย คนในองค์กรควรรู้จักการผ่อนคลายต่อสิ่งต่างๆ เพราะเชื่อว่า การที่คนทำงานไม่รู้จักแสวงความผ่อนคลายให้กับตนเองจะทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดความเครียด ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การทำงาน

5. Happy Brain หาความรู้ คนในองค์กรหมั่นศึกษาหาความรู้พัฒนาตนเองตลอดเวลา นำไปสู่การเป็นมืออาชีพและความมั่นคงก้าวหน้าในการทำงาน เกิดเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ช่วยให้องค์กรพัฒนายิ่งขึ้นด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพ

6. Happy Soul ทางสงบ คนในองค์กรมีความศรัทธาในศาสนาและมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต เพราะหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาช่วยให้ทุกคนดำเนินชีวิตไปในเส้นทางที่ดีทำให้ทุกคนมีสติ มีสมาธิในการทำงาน สามารถรับมือกับปัญหาที่เข้ามาได้

7. Happy Money ปลอดหนี้ คนในองค์กรรู้จักเก็บรู้จักใช้เงิน ไม่เป็นหนี้ ปลูกฝังนิสัยอดออม ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

8. Happy Family ครอบครัวดี คนในองค์กรมีครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคง ปลูกฝังนิสัยรักครอบครัว เพื่อนำไปเป็นหลักการใช้ชีวิต รู้จักความรัก ความเชื่อมั่น และศรัทธาในความดีงาม

 

ภาพ freepik

รวมคำอวยพรความหมายดี เรียกทรัพย์รับอั่งเปากระเป๋าตุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/612190

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 09:59 น.

รวมคำอวยพรความหมายดี เรียกทรัพย์รับอั่งเปากระเป๋าตุง

โพสต์ทูเดย์ รวบรวมคำอวยพรความหมายดี ร่ำรวยรับทรัพย์ สุขภาพแข็งแรง ค้าขายดี เสริมมงคล ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

หมวดคําอวยพรสวัสดีปีใหม่

  • ซินเจิ้งหยูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ ปีใหม่นี้คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนา มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดี ร่ำรวยตลอดปี
  • ซินเหนียนไคว้เล่อขอให้มีความสุขในวันปีใหม่
  • กงเฮ่อซินเหนียนสุขสันต์วันปีใหม่

หมวดคําอวยพรความมั่งคั่งร่ำรวย

  • กงซีฟาไฉ ขอให้ร่ำรวย
  • ยื่อจิ้นโต้วจิน ขอให้ชัยชนะและเงินทองเข้ามาทุกๆ วัน
  • ต้าจี๋ต้าลี่ ค้าขายได้กำไร
  • เจาไฉจิ้นเป่า เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติไหลเข้าบ้าน
  • จินอวี้หม่านถัง ร่ำรวยเงินทอง ทองหยกเต็มบ้าน
  • ยื่อยื่อโหย่วเจี้ยนไฉ ทุกวันมีแต่ความร่ำรวย
  • หวงจินว่านเหลี่ยง ทองคำมากล้นทวีคูณ (ค้าขายให้มีกำไร ทรัพย์สินเงินทองมากมาย)
  • เหนียนเหนียนต้าจ้วนเฉียน ปีนี้ร่ำรวยมหาศาล
  • ไฉหยวนกว่างจิ้น เงินทองไหลมาเทมา
  • เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ เหลือกินเหลือใช้ทุกปี
  • อี้เปิ่นว่านลี่ กำไรมากมาย
  • ต้าจี๋ต้าลี่ ค้าขายได้กำไร

หมวดคำอวยพรด้านหน้าที่การงาน

  • จู้หนี่ซุ่นลี่ ขอให้ประสบความสำเร็จ
  • จู้หนินปู้ปู้เกาเซิง ขอให้ท่านเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป
  • ฝูลวี่ซวงฉวน เป็นสิริมงคลด้วยเงินทองและวาสนา
  • ซื่อเย่ฟาต๋า กิจการเจริญรุ่งเรือง
  • ซื่อซื่อซุ่นลี่ ราบรื่นในทุกๆ เรื่อง
  • อี้ฝานเฟิงซุ่น ทุกอย่างราบรื่น
  • ซื่อซื่อซุ่นลี่ ทุกเรื่องราบรื่น

หมวดคําอวยพรเกี่ยวกับสุขภาพ

  • ฝูโซ่วว่านว่านเหนียน อายุยืนหมื่นๆ ปี
  • หลงหม่าจินเสิน สุขภาพแข็งแรง
  • ซื่อจี้ผิงอัน ปลอดภัยตลอดปี
  • จู้หนี่ฉางโส่ว ขอให้คุณอายุยืนยาว
  • จู้หนี่เจี้ยนคัง ขอให้คุณมีสุขภาพแข็งแรง
  • เซินถีเจี้ยนคัง สุขภาพแข็งแรง

หมวดคําอวยพรเพื่อให้สมความปรารถนา โชคลาภ 

  • ว่านซื่อหรูอี้ สมปรารถนาในทุกเรื่อง
  • เจียห่าวยวิ่นชี่ ความโชคดีเข้าบ้าน
  • จี๋เสียงหรูอี้ เป็นสิริมงคลสมดังปรารถนา
  • ห่าวยวิ่นเหนียนเหนียน โชคดีตลอดไป
  • ซิ่งฝูหรูอี้ มีความสุขสมปรารถนา

5 เคล็ดลับ ‘ฮาวทูเคลียร์ตู้เย็น’ ไม่ให้เหลือทิ้งสไตล์คนยุคใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/611799

  • วันที่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 16:22 น.

5 เคล็ดลับ 'ฮาวทูเคลียร์ตู้เย็น' ไม่ให้เหลือทิ้งสไตล์คนยุคใหม่

ฮาวทู…ทิ้งอย่างไรไม่ให้ไร้ประโยชน์ โจทย์ใหญ่เมื่อต้องล้างตู้เย็น ขจัดอาหารส่วนเกิน

ปัจจุบันปริมาณอาหารที่เหลือทิ้งขว้างในประเทศไทยมีสูงมากและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้ออาหารที่อาจมากเกินความจำเป็น และการเก็บรักษาอาหารในตู้เย็นที่ผู้บริโภคอาจละเลยความใส่ใจหรือเก็บชนิดของอาหารในช่องเก็บของตู้เย็นที่ไม่เหมาะสมทำให้คุณภาพหรืออายุของอาหารสั้นลงเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่ต้องแข่งกับเวลาที่เร่งด่วน ทำให้ไม่มีเวลาและส่งผลให้มีปริมาณอาหารที่ถูกลืมหรือถูกทิ้งขว้างในบ้านเป็นจำนวนมาก จากข้อมูล ThaiHealth Watch สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุถึงปัญหา 10 พฤติกรรมสุขภาพคนไทยที่ต้องจับตาในปี 2563 หนึ่งในนั้น คือเรื่องขยะอาหาร อาหารส่วนเกิน

บริษัท เบโค ไทย จำกัด ชวนทุกคนมารักบ้านของตัวเองและรักโลกด้วย 5 เคล็ดลับง่าย ๆ กับ ’ฮาวทูเคลียร์..ตู้เย็น’ ไม่ให้เหลือทิ้งสไตล์คนยุคใหม่ ตามแบบฉบับของเบโค เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนสามารถปรับพฤติกรรมการซื้ออาหารและการจัดระเบียบตู้เย็นให้เรียบร้อยสะอาดใหม่อยู่เสมอ และที่สำคัญสามารถช่วยประเทศรวมถึงช่วยโลกในการลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งหรือ Food Waste ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันได้อีกด้วย โดยเคล็ดลับที่ทุกคนสามารถทำตามหรือนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันนั้น ประกอบไปด้วย

1.เช็กทุกครั้งก่อนออกไปช็อป

เริ่มจากการเปิดตู้เย็นสำรวจดูว่ามีอะไรที่เราควรหรือไม่ควรซื้อเพิ่มเติม จะทำให้เราซื้อของในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ซื้อของเกินความจำเป็น หากคุณเป็นสายเก็บลืมหรือชอบซื้ออาหารและเอาแต่เก็บแล้วล่ะก็ จะทำให้ตู้เย็นมีแต่อาหารที่มากเกินความจำเป็น เมื่อทานไม่ทันทำให้สุดท้ายอาหารหมดอายุไปก่อน นอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณขยะอาหารแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับพฤติกรรมการซื้ออาหารเพียงเท่าที่จำเป็น บริโภคแต่พอดี บริโภคของที่สดใหม่ในตู้เย็นเสมอนั้น จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีและช่วยลดปริมาณขยะอาหารในโลกอีกด้วย

2.แยกประเภท เก็บให้เป็นหมวดหมู่

เมื่อซื้อของเข้าบ้านแล้ว การจัดวางของให้เป็นระเบียบในตู้เย็น นอกจากจะทำให้ตู้เย็นเรียบร้อยแล้ว ยังสามารถหยิบของได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแยกเก็บของให้เป็นหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นของสด อาทิ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่งครีม เครื่องสำอางต่างๆ เป็นต้น ก็จะทำให้ไม่เกิดกลิ่นปะปนในตู้เย็น รวมถึงลดปัญหาการเก็บลืมจนอาหารหมดอายุและกลายเป็นขยะอาหารที่ถูกทิ้งในที่สุด

3.เลี่ยงคำว่าเสียดาย

หลายคนมักเสียดายของและไม่กล้าทิ้ง เนื่องจากของที่ซื้อมานั้นไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภท ขนมปัง นม โยเกิร์ต ผัก ผลไม้ หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอางและน้ำหอม อาจมีราคาที่สูงและอาจเพิ่งหมดอายุไปเพียงไม่กี่วัน แต่คำว่า “เสียดาย” ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเก็บลืมและทำให้เกิดขยะอาหารนั่นเอง เพราะฉะนั้นการที่เรายอมทิ้งของหมดอายุในตู้เย็นไปบ้างนั้น จะช่วยให้ตู้เย็นเป็นระเบียบ สะอาดน่าเปิดใช้งาน

4.โชว์สกิลฝีมือตัวเอง อวดเพื่อนโซเชียล แม้คนยุคใหม่จะต้องเผชิญกับเวลาที่เร่งด่วนในแต่ละวัน หากสามารถปรับพฤติกรรมเผื่อเวลาให้ตัวเองสามารถทำอาหารเองที่บ้าน ไม่ว่าจะทำเพื่อทานที่บ้านหรือเอาไปทานที่ออฟฟิสก็ตาม นอกจากจะช่วยประหยัดค่ามื้ออาหารของเราได้แล้ว ยังทำให้รับประทานได้อย่างสบายใจหายห่วง เพราะเราใช้วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัยจากตู้เย็นของเราเอง อีกทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารในบ้าน รวมถึงขยะพลาสติกหรือกล่องโฟมได้อีกด้วย เพราะการซื้ออาหารกล่องหรือถุงข้าวแกงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเพิ่มปริมาณขยะพลาสติกหรือกล่องโฟมและเป็นการทำร้ายโลกของเราด้วย

5.เลือกตู้เย็นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

เราทุกคนต่างต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและคนที่เรารักเสมอ หนึ่งในของใช้ในบ้านที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตู้เย็น ซึ่งเราก็ต้องเลือกรุ่นที่ดีที่สุดและสามารถเก็บรักษาอาหารให้คงความสดและคงคุณค่าได้ยาวนานที่สุด ซึ่งเบโคได้คิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีระบบทำความเย็นอัจฉริยะแยกส่วนอิสระ 3 โซนอย่าง Triple Cooling ที่ช่วยลดปัญหากลิ่นปะปนภายในตู้เย็น และเทคโนโลยีในช่องแช่ผักและผลไม้แบบพิเศษอย่าง EverFresh+ ที่ช่วยคงคุณค่าวิตามิน รักษาความสดและยืดอายุของผักและผลไม้ได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม 3 เท่า หรือนานกว่า 30 วัน ทำให้สามารถลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างมากเลยทีเดียว ทั้งนี้เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ชอบความหรูหรามีสไตล์ โดยเฉพาะนักสะสมไวน์หรือสายปาร์ตี้ที่รักการทำอาหารในบ้าน พลาดไม่ได้กับ Beko Multi-Door Wine Cooler ตู้เย็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากยุโรปที่ถูกออกแบบให้มีความหรูหรา พร้อมช่องแช่ไวน์ที่สามารถแช่ไวน์ได้สูงสุดถึง 28 ขวด อีกทั้งประตูกระจกป้องกันแสงยูวีที่ช่วยรักษารสชาติของไวน์ และสามารถปรับอุณหภูมิสำหรับแช่ทั้งไวน์ขาวหรือไวน์แดงได้ตั้งแต่ 5-20 องศา ถือเป็นอุณหภูมิที่ดีที่สุดในการแช่ไวน์ เพื่อคงคุณภาพไวน์ขวดโปรดของคุณได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งรับประกันว่าสามารถแบ่งแยกประโยชน์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นช่องจัดเก็บที่เป็นหมวดหมู่ ดีไซน์ที่หรูหรา เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงช่วยประหยัดไฟเบอร์ 5 อีกด้วย

 

ภาพ Freepik

10 อันดับ Soft Skill ที่มาแรงแห่งปี 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/611548

  • วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 06:07 น.

10 อันดับ Soft Skill ที่มาแรงแห่งปี 2020

ตามให้ทัน พัฒนาตัวเองให้ได้ เรื่องที่คนทำงานต้องรู้ “Soft Skill” ทักษะด้านผู้คน การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และอื่นๆ ที่เป็นที่ต้องการของผู้จ้างงานในปี 2020

แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ Udemy ได้รวบรวมข้อมูลจากอัตราคอร์สเรียนที่ถูกเรียนบนแพลตฟอร์ม และจัดอันดับขึ้นมาว่าในปี 2020 นี้ Soft Skill ไหนกำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุด

  1. Growth mindset: ความสามารถในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับตัวได้อยู่เสมอ
  2. Creativity: ความสามารถในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ และออกแบบวิธีแก้ปัญหาที่ต่างออกไปสำหรับปัญหาเดิม
  3. Focus mastery: ความสามารถในการมุ่งจุดสนใจไปยังเรื่องๆหนึ่ง
  4. Innovation: พัฒนาไอเดียแนวคิด และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ
  5. Communication skills: ทักษะการสื่อสาร และการถ่ายทอดข้อมูลผ่านการพูด ฟัง และสังเกต
  6. Storytelling: ความสามรถจัดระเบียบความคิด ข้อมูล และออกแบบการสื่อสารที่รวบรัด เล่าเป็นเรื่องราวได้
  7. Culture awareness: ความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ ปรับตัว และรับมือกับวัฒนธรรมองค์กร และวัฒนธรรมของคนที่ร่วมงานด้วยได้อย่างหลากหลาย
  8. Critical thinking: ความสามารถในการวิเคราะห์ ประเมิณ และวิพากษ์สิ่งต่างๆ
  9. Leadership: ความสามารถในการเป็นผู้นำ และนำเสนอแนวทางให้กับผู้คนในองค์กร
  10. Emotional intelligence: ความสามารถในการควบคุม สื่อสาร และสังเกตอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของตนเอง หรือของผู้อื่น

 

ภาพ Freepik