จุดจบของอัจฉริยะการรบ? ปูตินกำลังรวน หรือว่าซ่อนกลอะไรไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677246

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 20:45 น.จุดจบของอัจฉริยะการรบ? ปูตินกำลังรวน หรือว่าซ่อนกลอะไรไว้

บทความทัศนะ วิเคราะห์การรบช่วงสัปดาห์แรก ทำไมชาติตะวันตกจึงมองว่าการรบของรัสเซียจึงผิดพลาด ไม่เป็นขบวน และล้มเหลว แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือไม่

บางคนยกย่องปูตินว่าเป็น “อัจฉริยทางการทหาร” เขาผ่านสงครามมาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งรอบๆ หรือภายในรัสเซียนั่นเอง สงครามเหล่านั้นมักจบลงด้วยชัยชนะของปูตินหรืออีกฝ่ายยอมตามเงื่อนไขของเขา

แต่ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญโลกตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐกลับมองว่าปูตินกำลังแพ้ในยูเครน

ผู้เขียนไม่เห็นด้วย เพราะสงครามนี้เพิ่งผ่านไปแค่สัปดาห์เดียว หากเทียบกับสงครามอื่นๆ ของสหรัฐและนาโตแล้วถือว่าเร็วไปที่จะบอกว่าปูตินแพ้ เช่น การรุกรานอิรักนั้นสหรัฐใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะตีแบกแดดแตก 

ปัญหาคือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกก็รู้อะไรเพียงน้อยนิดเกี่ยวกับรัสเซียในตอนนี้

“ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น? ไม่เลย ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

แม้แต่จอห์น เมียร์ไชเมอร์ (John Mearsheimer) นักรัฐศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกก็ยังยอมจำนนกับคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับยูเครนและปูตินจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป 

เมียร์ไชเมอร์เป็นผู้เชี่ยวชาญนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐ และเคยเตือนว่าว่าการที่นาโตและชาติตะวันตกต้องการให้ยูเครนมาเป็นพวกตน จะเป็นเหตุให้รัสเซียต้องบุกยูเครน ซึ่งคำทำนายนี้เป็นจริงในที่สุด แต่จนถึงขณะนี้เขาก็ยังเดาไม่ถูกว่ารัสเซียจะมุ่งไปทางไหน

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศ และอยู่ในสำนักคิดที่มองเรื่องดุลอำนาจเป็นปัจจัยสำคัญ (สำนัก Realist) เขาเชื่อว่าปูตินจะบุกยูเครนแต่จะไม่ยึดมัน เพราะการปกครองประเทศที่ยึดมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย และปูตินไม่ได้มีแนวคิดเรื่องการสร้างจักรวรรดิรัสเซียใหม่หรือโซเวียตใหม่อย่างที่ชาติตะวันตกปั่นกัน

แต่ปูตินต้องการทำให้ยูเครน “เป็นกลาง” บริหารโดยรัฐบาลที่เอนเอียงมาทางรัสเซียเท่านั้น

นั่นคือเป้าหมายของปูติน (ในความคิดของเมียร์ไชเมอร์) ซึ่งผู้เขียนก็เห็นตรงกับเขา ปัญหาอยู่ที่ว่าปูตินกำลังใช้วิธีการไหนไปถึงเป้าหมายนั้น?

ทั้งเมียร์ไชเมอร์และผู้คร่ำหวอดด้านการรบและการเมืองต่างมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าปูตินกำลังใช้กลยุทธ์ไหน วิธีการรบที่แปลกประหลาดของเขาทำให้ข่าวกรองตะวันตกไปไม่เป็น ถึงกับสรุปแบบกระพร่องกระแพร่งว่าถ้าปูตินไม่เพี้ยนหรือสิ้นสภาพแล้วก็คงพยายามอำพรางเจตนาด้วยวิธีคิดนอกกรอบตามสไตล์ของเขา

การรบของปูตินยังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ สหรัฐและผู้เชี่ยวชาญตั้งคำถามทำไมกองทัพรัสเซียไม่ส่งกองทัพอากาศคุมน่านฟ้ายูเครนชิงความได้เปรียบ ทั้งๆ ที่ทัพฟ้าของรัสเซียเป็นรองแค่สหรัฐ

เขากลับส่งทหารราบเข้าไปเป็นจำนวนมาก และคอนวอยทหารยาวเหยียดหลายสิบกิโลเมตร ไปออรอทะลวงเข้าเมืองใหญ่ เช่นเคียฟ แต่กลับไม่เผด็จศึกเสียที (แต่ภาคใต้ยูเครนกลับถูกยึดเมืองแล้วเมืองเล่าราวกับต้องการยึด “หัวหาด” และท่าเรือ)

ณ วันที่เขียนบทความนี้ประธานาธิบดีบยูเครนอ้างว่าทหารรัสเซียตายไปแล้วถึง 9,000 นายในวันที่ 8 แห่งสงคราม

แต่ตัวนี้น่าสงสัย เพราะรัสเซียเผยว่าเสียชีวิตไม่ถึง 500 คน และเพิ่งจะเผยออกมาในวันที่ 7 ของสงครามหลังจากทำให้โลกสงสัยมานานหลายวัน

ยอดตายของทหารรัสเซียที่ผูันำยูเครนอ้างอาจจะยังเชื่อไม่ได้ แต่ยูเครนปล่อยคลิปศพทหารรัสเซียและทหารรัสเซียที่ถูกจับได้แบบรายวัน บางคลิปทหารรัสเซียเผยว่าไม่รู้ว่าถูกส่งมารบที่ยูเครน บางคนบอกว่าคำสั่งสับสน และการเตรียมการขาดๆ เกินๆ และมีรายงานจากหลายแหล่งว่าทหารรัสเซียที่ถูกส่งมารบเป็น “ทหารเกณฑ์”

ตามระเบียบแล้วรัสเซียไม่ควรส่งทหารเกณฑ์มารบ แต่จะส่งทหารอาชีพหรือ “ทหารภายใต้สัญญา” คือเซ็นชื่อยอมรับการเป็นทหารอาชีพแล้ว การปรากฏตัวของทหารเกณฑ์รัสเซียทำให้ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกสงสัยว่าการบัญชาการของปูตินน่าจะมีปัญหาเสียแล้ว หรือไม่ก็เขาสิ้นหนทางถึงกับส่งทหารไร้ประสบการณ์มาตายในแนวหน้า

เหมือนกับที่เมียร์ไชเมอร์บอกไว้ ไม่มีมีใครรู้อะไรเลยเกี่ยวกับรัสซียและปูติน

แต่เรามีความจำเป็นต้องจับทิศทางของสงคราม ดังนั้น ผู้เขียนจะขอสันนิษฐานจากข้อมูลที่มีอยู่ และอยากจะเทียบกับประวัติศาสตร์การรบของรัสเซีย/โซเวียตที่ผ่านมา

ประเด็นแรกเรื่องทหารเกณฑ์

ยูเครนจับทหารรัสเซียได้และถ่ายคลิป “คำสารภาพ” ไว้ส่วนหนึ่ง บางคนได้รับโอกาสโทรหาทางบ้านที่รัสเซียเพื่อบอกประมาณว่า “ผมถูกส่งมารบที่ยูเครนแบบไม่รู้ตัว” และ “เราถูกส่งมาเป็นเบี้ยในสงครามชัดๆ และหลายคนเป็นทหารเกณฑ์

เรื่องทหารเกณฑ์ถูกส่งไปรบที่ยูเครนไปถึงหูพ่อแม่ชาวรัสซียที่ต่างเป็นห่วงลูกแทบตาย เมื่อไปซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้รับคำตอบว่ามีทหารเกณฑ์ที่เซ็นสัญญาเป็นทหารอาชีพกับกองทัพโดยไม่บอกพ่อแม่ตัวเอง และย้ำว่าทหารเกณฑ์จะไม่ถูกส่งไปรบ มีแต่ทหารภายใต้สัญญาเท่านั้น

มีคลิปหนึ่งเป็นทหารชาวบูเรียต (ชาวมองโกลเผ่าหนึ่งในรัสเซีย) ถูกจับได้ในยูเครน เมื่อคลิปนี้เดินทางไปถึงเมืองอูลาน-อูเดที่สาธารณรัฐบูเรียเตีย ตอนแรกชาวบูเรียตหลายคนคิดว่าเป็นคลิปปลอม จนกระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า “นั่นลูกชายฉันนี่” ความจริงจึงปรากฏออกมา

จากการรายงานของผู้สื่อข่าวท้องถิ่นทำให้ทราบว่าทหารนายนี้เคยประจำการที่เมืองอูลาน-อูเดและเป็นทหารภายใต้สัญญา ในเดือนกุมภาพันธ์เขาถูกส่งไปเบลารุสเพื่อซ้อมรบ แต่เขาไม่ได้บอกทางบ้านว่ากำลังถูกส่งไปยูเครน ผู้สื่อข่าวที่รายงานเรื่องนี้เผยว่าทราบว่าเขาจะถูกส่งไปยูเครน แต่ไม่สามารถเผยให้ครอบครัวทราบได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกไล่ออกจากกองทัพ

นี่เป็นกรณีของ “ทหารภายใต้สัญญา” และทราบว่าจะถูกส่งไปยูเครน แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อแม่ของทหารนายนี้ทราบเรื่องว่าลูกอยู่ที่ยูเครน เธอบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า “ไม่มีใครรู้อะไรเลย ใครจับเขา? คนเหล่านี้เป็นพวกนาซีหรือกองทหารยูเครน? … พวกนาซีนั้นโหดเหี้ยม ฉันแค่ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฉันแค่อยากให้ลูกชายกลับบ้าน”

จากคำพูดของแม่ของทหารชาวบูเรียตสะท้อนว่าชาวรัสเซียถูกทำให้เชื่อว่าการรบที่ยูเครนเป็นการรบกับพวก “นาซี” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงนาซีของฮิตเลอร์ แต่เป็นคำเปรียบเทียบหมายถึงพวกเผด็จการที่ไร้ความปราณี ปูตินและรัสเซียพยายามทำให้ชาวรัสเซียเชื่อว่ายูเครนนั้นปกครองโดยพวกนาซี และปูตินยังกล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่าเป้าหมายของการรุกยูเครนก็คือเพื่อ “กำจัดนาซีให้สิ้นไป” (Denazification)

คำว่า “นาซี” กระตุ้นให้คนรัสเซียคล้อยตามได้ง่าย เพราะหากบอกว่าส่งไปรบกับชาวยูเครนแล้ว อาจทำให้เกิดความลังเลใจ เพราะชาวยูเครนไม่ใช่แค่มีภาษา สายเลือด และประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกับรัสเซียอย่างแนบแน่น (จนเรียกว่ารัสเซียน้อย) แต่ยังถือเป็นชาวสลาฟเผ่าพันธุ์เดียวกัน

รู้กันว่า “สลาฟจะไม่ฆ่าสลาฟด้วยกัน” หลักการนี้จะถูกประโคมขึ้นมาให้รัสเซียได้ยินในช่วงของการรุกราน

ประเด็นนี้นำมาถึงสมมติฐานของผู้เขียนเรื่องการที่ปูตินส่งทหารไร้ประสบการณ์เข้าไปทั้งทหารเกณฑ์และทหารภายใต้สัญญาที่ไร้ทักษะการรบ แทนที่จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (สงครามโดรน) หรือแม้แต่เครื่องบินรบ ส่งทัพยานเกราะเข้าไปเป็นเป้าให้พวกยูเครนทำลายเล่น

สมมติฐานมี 2 ข้อ (ย้ำว่านี่แค่ “สมมมติ”)

1. ปูตินไม่อยากจะฆ่าคนสลาฟด้วยกันจริงๆ พยายามหลีกเลี่ยงการฆ่าพลเรือน และมักเตือนพลเรือนให้หนีไปซะก่อนจะระดมถล่มปูพรมเมืองใหญ่ การหลีกเลี่ยงพลเรือนไม่ใช่เพราะเมตตาสงสาร แต่เพื่อป้องกันการลุกฮือหลังการยึดได้ นับว่าเพื่อซื้อใจเอาไว้ก่อน เป้าหมายของปูตินนั้นคือการโค่นรัฐบาลนิยมนาโตเท่านั้น ไม่ใช่โค่นล้มประเทศ หรืออย่างน้อยยังมองว่านี่ไม่ใช่สงครามเบ็ดเสร็จ (Total war) ที่พลเรือนจะเข้ามาพัวพันด้วย ที่จริงปูตินทำสงครามจำกัดขอบเขต (Limited war) ที่มีเป้าหมายจำกัดและใช้ทรัพยากรจำกัด มาตลอดช่วงเวลาที่เขามีอำนาจ

1.1 แต่เมื่อรัสเซียส่งทหารราบเข้ามาโดยไม่ให้ทำร้ายพลเรือน พวกรัสเซียพบว่าพลเรือนยูเครนนั่นแหละคือ “ทหาร” เพราะจับอาวุธต่อต้านผู้รุกรานอย่างหนัก ครั้นจะฆ่าพลเรือนก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีคำสั่งให้ทำเช่นนั้น ความที่ไร้ประสบการณ์เป็นทุนเดิมและการสั่งการที่กำกวม รวมถึงการต่อต้านโดยสงครามกองโจรจากพลเรือน ทำให้รัสเซียสูญเสียมาก (หากอิงกับตัวเลขของฝ่ายยูเครน)

2. ปูตินต้องการใช้กำลัง ไม่มีหลักการอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่การสั่งการมั่วจนเหลือเชื่อจนทำให้เกิดความเสียหายที่มากเหลือเชื่อตามมา สมมติฐานนี้ดูง่ายเกินไป ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกคิดคล้ายๆ กัน แต่ก็ลังเลที่จะฟันธง พิจารณาจากประสบการณ์ด้านสงครามและการบริหารของปูตินที่ค่อนข้าง “ไร้ที่ติ” ทำให้ความเสียหายที่ยูเครนยังเป็นปริศนาว่า “แสร้งพลาด” หรือ “พลาดจังๆ”

2.1 แต่รัสเซีย/โซเวียตเคยมีประสบการณ์การสั่งการที่ “ไม่รอบคอบ” หรือตั้งใจยอมเสีย “เบี้ยหมาก” ในการสงครามแบบไม่เสียดายมาแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าปูตินกำลังทำแบบเดียวกัน?

มีการรบของรัสเซีย/โซเวียตอย่างน้อย 2 ครั้งแล้วที่เกิดความสูญเสียแบบไม่ควรจะเสีย

ครั้งแรกคือช่วง “มหาสงครามของผู้รักชาติ” หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสงครามนั้นโซเวียตเป็นประเทศที่มียอดสูญเสียมากที่สุดถึง 27 ล้านคน (รวมพลเรือนและทหาร) ในจำนวนนี้ 8.8 ล้านคนตายในระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ความเสียหายเกิดขึ้นมากในช่วงแรกที่นาซีเยอรมันรุกรานสหภาพโซเวียต สตาลินซึ่งเป็นผู้นำในขณะนั้นไม่แยแสคำเตือนจากข่าวกรองว่าจะมีการรุกราน เมื่อมีการรบกันขึ้นมา แท็กติกการรบของโซเวียตยังไม่มีประสิทธิภาพ ขาดผู้บัญชาการที่เชี่ยวชาญ (เพราะถูกปลดหรือประหารไปมากจากการกวาดล้างทางการเมือง) ทำให้เสียทหารไปมากมาย แต่ก็ยังดึงดันที่จะส่งไปแนวหน้าพร้อมด้วยคำสั่งหมายเลข 227(Order No. 227) คือห้ามทหารถอยเป็นอันขาด

ปัญหาเรื่องแท็คติกเกิดมาจากสตาลินลงมือกวาดล้างผู้นำในกองทัพครั้งใหญ่ (Red Army Purge) ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสงคราม ทำให้เสียผู้บัญชาการระดับอัจฉริยะไปมากมาย นี่เป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้โซเวียตเสียทหารไปมากมายแบบที่ไม่ควรเป็น เมื่อบวกกับความเลินเล่อของสตาลินก็ยิ่งไปกันใหญ่

น่าสนใจที่การกวาดล้างนายทหารในกองทัพแดงนั้นจะป้ายสีว่าเป็นพวก “นาซี” กล่าวหาว่านายทหารเหล่านี้สมคบกับนาซีเยอรมันบ้างหรือวางแผนจะโค่นล้มสตาลินบ้าง รวมแล้ว 30,000 ถูกปลดจากตำแหน่งอีกหลายพันถูกจับและประหาร

เหตผลของการกวาดล้างนายทหารครั้งนั้นยังเป็นที่ดีเบตกันจนถึงทุกวันนี้ (เพราะสตาลินระแวงหรือเพื่อรวบอำนาจ) แต่ประเด็นก็คือมันสะท้อนว่าผู้นำรัสเซีย/โซเวียตนั้นยอมเสียทั้งกองทัพได้เพื่อเป้าหมายทางการเมืองของตน

อีกกรณีของความเลินเล่อคือช่วงที่สหภาพโซเวียตรุกรานอัฟกานิสถานเพื่อสนับสนุนผู้นำอัฟกานิสถานฝ่ายซ้ายเอียงโซเวียต และเพื่อปราบการลุกฮือของพวกชนเผ่าที่ต่อต้านการปฏิรูปสังคมนิยม การส่งทหารไปคราวนั้น โซเวียตมีทหารเหนือกว่าพวกชนเผ่าต่างๆ มาก แต่จำนวนทหารไม่ใช่ปัจจัยแห่งชัยนชนะเสมอไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกองทัพนั้น “เป้าหมายไม่ชัดเจน” หรือ “ตั้งสมมติฐานผิดๆ”

โซเวียตเข้าใจว่าจะเข้ากุมอัฟกานิสถานได้รวดเร็วแล้วค่อยตั้งกองทัพประจำการ แบบที่ปราบการลุกฮือต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเชคโกสโลวาเกียปี 1968 แต่นั่นเป็นการรบกับคนมือเปล่าในเมืองใหญ่ที่บอบบาง ในอัฟกานิสถานนั้นเต็มไปด้วยชนเผ่าที่ดุดัน และแม้จะต่างเผ่ากันแต่มาสามัคคีกันเพราะมีโซเวียตเป็นศัตรู

โซเวียตเข้าใจว่าถ้ายึดเมืองหลักแล้วจะคุมสถานการณ์ได้ แล้วพอช่วยรัฐบาลที่เป็นสมุนตนให้มั่นคงแล้วก็จะยกทัพกลับไป แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น โซเวียตประเมินการลุกฮือต่ำเกินไป ชนเผ่าที่ลุกฮือนั้นแม้จะมีแสนยานุภาพต่ำแบบเทียบกันไม่ได้ แต่มีความมุ่งมั่นสูง หมายจะโค่นรัฐบาลเอียงโซเวียตที่บังคับให้พวกเขาละทิ้งขนบและศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องคอขาดบาดตายในสังคมอัฟกัน และทำให้กลุ่มชนเผ่าที่เคยขัดแย้งกันรวมตัวกันได้เพื่อทำ “สงครามศักดิ์สิทธิ์” หรือ ญิฮาดกับศัตรูแห่งอิสลามและขนบแห่งอัฟกัน

การไม่เข้าใจหัวอกคนท้องถิ่นนั้น ทำให้โซเวียตถูกต่อต้านหนักหน่วงแบบที่ส่งกองทัพมาเป็นหมื่นเป็นแสนก็ไม่พอ

ยังไม่นับการทหารที่ส่งมารบในอัฟกานิสถานยังเป็นพวกทหารจากสาธารณรัฐในเครือโซเวียตแถบเอเชียกลางที่เป็นเครือญาติด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมกับคนอัฟกัน เมื่อคนเหล่านี้มารบที่อัฟกานิสถานก็ทราบความจริงว่าไม่ได้มารบกับ “ศัตรูแห่งสังคมนิยม” คือพวกอเมริกันอย่างที่นายโกหก แต่เป็นพี่น้องทางเชื้อชาติกัน ทหารโซเวียตเหล่านี้นอกจากจะไม่ยอมรบด้วยแล้ว ยังมอบอาวุธให้พวกกลุ่มนักรบชนเผ่าหรือพวกมุญาฮิดีนเสียอีก

กว่าโซเวียตจะรู้ตัวด้วยการเปลี่ยนหน่วยทหารเป็นพวกชนชาติสลาฟก็สายไปแล้ว เพราะนั่นคือปลายทศวรรษที่ 80 อีกไม่นานโซเวียตก็ต้องซมซานถอยทัพออกไป จากนั้นตามมาติดๆ ด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

จากตัวอย่างของ 2 กรณีนี้เราจะเห็นบางอย่างที่สะท้อนมาให้เห็นในทุกวันนี้ด้วย คือ การอ้างเรื่อง “ภัยคุกคามจากนาซี” และต้องกวาดล้างมัน และสองคือการบอกไม่หมดกับผู้ใต้บังคับบัญชา และใช้ทหารผิดประเภทในการรบ ผลจบลงด้วยการสูญเสียมหาศาล

อย่างเช่น ที่อัฟกานิสถาน พวกทหารโซเวียตไม่รบและมอบอาวุธให้พวกมุญาฮิดีน ส่วนที่ยูเครนทหารรัสเซียยอมแพ้หรือทำลายยานพาหนะตัวเอง (จากรายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ)

แต่ย้ำว่านี่คือสมติฐานเท่านั้น และเป็นการสมมติบนการสมมติว่ากองทัพรัสเซียใช้กองทัพที่ไร้ประสบการณ์และไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดกับทหารของตน ทำให้ทหารของตนไม่ยอมรบหรือตายเป็นใบไม้ร่วง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เหมือนกับที่จอห์น เมียร์ไชเมอร์บอกไว้ “ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น? ไม่เลย ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

เพราะปูตินเป็นชายที่คาดเดาได้ยากที่สุดในโลก (เหมือนสตาลิน)

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by WANG Zhao / AFP

เทียบกันหมัดต่อหมัด ปูติน VS เซเลนสกี ใครเก๋ากว่าใคร 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677240

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 18:15 น.เทียบกันหมัดต่อหมัด ปูติน VS เซเลนสกี ใครเก๋ากว่าใคร 

เปรียบเทียบความเก๋าเกมของสองผู้นำประเทศที่ทั้งโลกกำลังเฝ้าจับตา

วลาดิมีร์ ปูติน (69 ปี)

การศึกษา: ปูตินเข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐเลนินกราด (ปัจจุบันคืออมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) ในปี 1970 และจบปริญญาตรีในปี 1975 โดยเขียนวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ “The Most Favored Nation Trading Principle in International Law” (หลักการซื้อขายของชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่งในกฎหมายระหว่างประเทศ)

ก่อนเข้าสู่การเมือง: ปี 1975 ปูตินสมัครเข้าเป็น KGB ก่อนจะลาออกในปี 1990 ในตำแหน่งพันโท

ประสบการณ์การเมือง: ปูตินเข้าสู่ถนนการเมืองด้วยการเป็นที่ปรึกษาของอาจารย์ที่เป็นนายกเทศมนตรีเมืองเลนินกราดในปี 1991 ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 1999 ก่อนจะได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีในปี 2000 ได้รับการเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งในปี 2004 และต้องลงไปเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในปี 2008-2012 (รัฐธรรมนูญขณะนั้นห้ามเป็นประธานาธิบดีติดต่อกันเกิน 2 สมัย) และชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2012 และชนะกลับมาอีกครั้งในปี 2018

แก้ปัญหาเศรษฐกิจ: ขณะเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ปูตินทำให้เศรษฐกิจรัสเซียเติบโตขึ้น 8 ปีติดต่อกัน จีดีพีที่วัดจากอำนาจซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น 72% ความยากจนลดลงมากกว่า 50% รายได้เป็นกอบเป็นกำจากรัฐวิสาหกิจน้ำมันที่ปูตินสั่งยึดคืนมาจากเอกชนทำให้รัสเซียสามารถจ่ายหนี้ในสมัยสหภาพโซเวียตทั้งหมดได้ในปี 2005

ปูตินต้องการให้รัสเซียเป็นมหาอำนาจด้านพลังงาน ทำให้ได้รับความนิยมในสังคมรัสเซีย จนนิตยสารฟอร์บส์ได้จัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกในปี 2013 ถึง 2015 โดยฟอร์บส์ได้อธิบายว่าเขาเป็น “บุรุษเพียงไม่กี่คนของโลกที่ทรงอิทธิพลพอจะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ”

คะแนนนิยม: การสำรวจความคิดเห็นเมื่อปี 2007 (ประธานาธิบดีสมัยที่ 2) ปูตินมีคะแนนนิยม 81% สูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาผู้นำโลกในปีนั้น

ส่วนล่าสุด การเสริมกำลังทหารรัสเซียตามแนวชายแดนยูเครนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับที่คะแนนนิยมในตัวปูตินกำลังเพิ่มขึ้น โดยผลการสำรวจความคิดเห็นโดย Levada Center ศูนย์ทำโพลล์ในรัสเซียที่มีความเป็นอิสระและได้รับการยอมรับในหมู่นักวิชาการพบว่า ชาวรัสเซีย 69% สนับสนุนปูติน เมื่อเทียบกับ 61% ที่สนับสนุนเมื่อเดือน ส.ค. 2021 และ 29% ไม่สนับสนุน ลดลงจาก 37% เมื่อเดือน ส.ค. 2021

โวโลดิมีร์ เซเลนสกี (44 ปี)

การศึกษา: เซเลนสกีมีดีกรีกฎหมายจากสถาบันเศรษฐศาสตร์กรือวึยรีฮ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรือวึยรีฮ์ แต่ไม่ได้ทำงานด้านกฎหมาย

ก่อนเข้าสู่การเมือง: เซเลนสกีโด่งดังจากซีรีส์ตลกเสียดสีสังคมเรื่อง Servant of the People ซึ่งเขารับบทนำเป็นครูโรงเรียนมัธยมในช่วงวัย 30 กว่าๆ ที่จู่ๆ ก็ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีด้วยคะแนนเสียงกว่า 60% หลังจากนักเรียนของเขาคนหนึ่งนำคลิปที่เขาก่นด่าการคอร์รัปชันในประเทศไปโพสต์ในโลกออนไลน์จนกลายเป็นไวรัล

ประสบการณ์การเมือง: เซเลนสกีไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อนเลยก่อนที่จะชนะการเลือกตั้งเมื่อเกือบ 3 ปีก่อนด้วยคะแนนท่วมท้นกว่า 73% (ใกล้เคียงกับในซีรีส์) แต่เขาใช้ความต่างของตัวเองในการหาเสียงด้วยนโยบายการปราบโกง ปราบคอร์รัปชันที่กัดกินประเทศ และยุติความขัดแย้งกับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในภูมิภาคดอนบัสทางตะวันออกของประเทศ

แก้ปัญหาเศรษฐกิจ: เซเลนสกีบอกว่าเขาจะพัฒนาเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศผ่านการเริ่มต้นระบบตุลาการใหม่และฟื้นฟูความเชื่อมั่นในประเทศ และยังเสนอว่าจะนิรโทษกรรมภาษีและเก็บภาษีธุรกิจใหญ่ๆ ในอัตราคงที่ที่ 5% ทั้งยังบอกด้วยว่าหากชาวยูเครนเห็นว่ารัฐบาลใหม่ของเขาทำงานอย่างสุจริตตั้งแต่วันแรก พวกเขาจะยินดีจ่ายภาษี

คะแนนนิยม: ผลโพลล์ล่าสุดโดย Ratings Sociological Group พบว่า ชาวยูเครนกว่า 90% สนับสนุนเซเลนสกีในขณะที่ประเทศกำลังต้านการรุกรานจากรัสเซีย หรือมีคะแนนนิยมเพิ่มเกือบ 3 เท่าตัวนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2021 โดยขณะนั้นชาวยูเครน 31% สนับสนุนเซเลนสกี

ก่อนรัสเซียบุกยูเครนยังมีความกังขาว่าอดีตนักแสดงตลกที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองรายนี้จะนำพาประเทศรอดพ้นจากวิกฤต Covid-19 ได้หรือไม่ คะแนนนิยมของเซเลนสกีเริ่มเพิ่มขึ้นหลังจากเจ้าตัวประกาศว่า “ถ้าคุณโจมตีเรา เราจะเผชิญหน้า ไม่หันหลัง” เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

Stephanie Lecocq/Pool via REUTERS/File Photo, Sputnik/Aleksey Nikolskyi/Kremlin via REUTERS

MARON MINERAL LABORATORY STORE อัญมณีและเครื่องประดับ พร้อมความมูเตลูจากพลังพลอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677199

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 19:25 น.MARON MINERAL LABORATORY STORE อัญมณีและเครื่องประดับ พร้อมความมูเตลูจากพลังพลอย

MARON MINERAL LABORATORY STORE เดสติเนชั่นใหม่ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความมูเตลูจากพลังพลอย

แบรนด์  MARON  ผู้นำทางด้านอัญมณีมาอย่างยาวนาน  แนวทางการออกแบบร้านสาขา Siam Center ภายใต้ คอนเซป MINERAL LABORATORY สื่อถึงความร่วมสมัย และสะท้อนความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน “อัญมณี” อย่างยาวนานและลึกซึ้ง จัดวางผ่านมุมมองให้เข้าถึงง่าย ผ่านทาง องค์ประกอบดิสเพลย์ และการจัดแสง ใช้ความสว่างชัดเจน เหมือนได้อยู่ในห้องทดลองสร้างสรรค์ผลงานอัญมณี การตกแต่งภายใน เลือกใช้วัสดุพื้นผิวจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดอัญมณี ผสานกับ สแตนเลส  ที่มีความมันวาวผสมผสานบนพื้นฐานของความเรียบง่าย สง่างาม เพื่อตอกย้ำถึงความเป็น House of Ruby ผู้นำด้านอัญมณีมาอย่างยาวนาน 

แบรนด์  MARON ตั้งใจให้  Mineral Lab Store แห่งใหม่นี้ เป็นห้องทดลองสร้างสรรค์ผลงานจากอัญมณีธรรมชาติ ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และการเดินทางตามหา ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ นั้นคือ “อัญมณี” สะท้อนชีวิตคนทำอัญมณีไทย ที่ระหว่างทางได้พบเจอความมหัศจรรย์ของธรรมชาติต่างๆ 

นอกจากนี้ยังถือโอกาส นำเสนอ คอลเลคชั่น  NINE LUCKY STARS :  “ดาวนพเก้า”  พรจากดวงดาว เอาใจคนที่ชื่นชอบ สายมูฯ ที่รักในการใส่เครื่องประดับและอัญมณี อีกด้วย 

“MARON : NINE LUCKY STARS  คอลเลคชั่น “ดาวนพเก้า” เครื่องประดับแห่งความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุด ทำให้คุณตกอยู่ใน “จักรวาลดาว มาร็อง”  

MARON : NINE LUCKY STARS  “ดาวนพเก้า” บอกเล่าเรื่องการเดินทางของดวงดาว สู่การถ่ายทอดลงบนตัวเรือนเครื่องประดับ ที่เป็นที่นิยม 4 ประเภท เช่น ต่างหู สร้อย แหวน และกำไล เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย และตอบโจทย์กับคนยุคใหม่ ที่ชื่นชอบ เครื่องประดับ และมีความปรารถนา ในสิ่งต่างๆ อย่างไม่รู้จบ ให้ “พรจากดวงดาว ตอบสนองทุกความปรารถนาไม่สิ้นสุด” ด้วย “จักรวาลดาวมาร็อง”

คอลเลคชั่น NINE LUCKY STARS  “ดาวนพเก้า” เจิดจรัส เหมือนทำให้คุณได้ตกอยู่ใน “จักรวาลดาวมาร็อง” 

คอลเลคชั่นนี้ ประกอบไปด้วย ต่างหู สร้อย แหวน และ กำไล แต่ละชิ้นงาน ประดับด้วยอัญมณีมงคล 9 ชนิด เพชร  ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน ไพลิน มุกดาหาร เพทาย และ ไพฑูรย์ 

ตัวเรือน มี 2 รูปแบบ รูปแบบแรก เงินแท้ 92.5% สามารถเลือกชุบเพิ่มเติมได้ จะมี ชุบทอง 18K ชุบทองคำขาว ทองชมพู และทองเบจ  เพื่อให้เหมาะกับความชอบของแต่ละบุคคล สามารถเลือกอัญมณีประดับ ใช้พลอยเพทายสีขาวแทนเพรชแท้  หรือ ใช้เพรชแท้ เริ่มต้นที่ขนาด 0.025 – 0.09 กะรัต ประดับลงบนตัวเรือนได้ 

ตัวเรือนรูปแบบที่สอง ทองคำแท้ สามารถเลือกเนื้อของทองได้ ตั้งแต่ 9K 14K และ 18K  เลือกสีตัวเรือนตามความชอบ เพิ่มเติมได้อีกเช่น ทอง ทองขาว และ ทองชมพู ใช้เพรชแท้ ขนาด 0.025 – 0.09 กะรัต ประดับลงบนตัวเรือนได้

นอกจากตัวเรือนที่มีคุณภาพคุ้มค่าแก่การสวมใส่แล้ว  “ดาวนพเก้า”  จะประกอบด้วย พลอยสิริมงคลทั้ง 9 ชนิด  ที่คัดสรร และเจียระไนด้วยเทคนิคเฉพาะของ แบรนด์ MARON ได้แก่  เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน ไพลิน มุกดาหาร เพทาย และ ไพฑูรย์ 

คอลเลคชั่น NINE LUCKY STARS  “ดาวนพเก้า”  เครื่องประดับ ของคนรักอัญมณี ที่ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และสายมูฯ พลาดไม่ได้กับคอลเลคชั่น  “ดาวนพเก้า”  สร้างความเจิดจรัสบนตัวเรือนรูปดาว ตอบสนองความปรารถนาของผู้สวมใส่ไม่สิ้นสุด ด้วย “จักรวาลดาวมาร็อง” 

Under Armour คอลเลกชั่นพิเศษเพื่อสาวๆ ที่รักการออกกำลังกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677167

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 10:25 น.Under Armour คอลเลกชั่นพิเศษเพื่อสาวๆ ที่รักการออกกำลังกาย

ร่วมฉลองวันสตรีสากล Under Armour ส่งเสริมโอกาสและความเท่าเทียมให้ผู้หญิงไทยพร้อมออกคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อสาวๆ ที่รักการออกกำลังกาย

ต้อนรับการมาถึงของวันสตรีสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคม 2565 Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ในฐานะผู้นำแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำระดับโลก เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้หญิงไทยทุกคนที่รักการออกกำลังกายให้บรรลุทุกเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น หรือการเอาชนะขีดจำกัดทางร่างกายและจิตใจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และฉลองให้กับทุกความสำเร็จ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการกีฬา และความเท่าเทียมของผู้หญิง รวมถึงสร้างแรงผลักดันให้แก่ผู้หญิงทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา หรือเป็นคนธรรมดา ให้ก้าวผ่านทุกอุปสรรคและความท้าทาย และส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านั้นให้แก่ผู้คนรอบข้าง

Under Armour เชื่อมั่นในความสำคัญของการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายที่มีส่วนช่วยให้ผู้หญิงสามารถพัฒนาและเติมเต็มศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ทั้งในและนอกสนาม เดินหน้าสนับสนุนนักกีฬาผู้หญิงทั่วโลกให้สามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ อาทิ Meg Boggs นักกีฬายกน้ำหนักชาวอเมริกัน ที่เป็นแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ที่จะรักและชื่นชมตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของจิตใจ (Mental Strength) จนกลายมาเป็นต้นแบบของสาว ๆ หลายคน สอดคล้องไปกับความมุ่งมั่นในระดับโลก ในประเทศไทย Under Armour Thailand สนับสนุนนักกีฬาหญิงไทยในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้หญิงต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยอีกหลายคน อย่าง ซาร่า – นุศรา ต้อมคำ อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ครีม – ใบสน มณีก้อน นักมวยสากลหญิงทีมชาติไทย แพรว – ภัทราพร ศรีภัทรประสิทธิ์ นักกอลฟ์หญิงอาชีพ เอ – ปทุมมาศ จัดแจง นางฟ้านักวิ่ง เจ้าของเพจ “วิ่งหายเจ็บใจ” แพร์ – อลิตา ตันติวีรสุต ฟิตเนสไอดอลหญิง และผู้หญิงอีกหลายคนที่ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอกย้ำจุดยืนของ Under Armour และบอกเล่าเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงก้าวไปสู่จุดที่ดียิ่งขึ้นของชีวิต

Meg Boggs นักกีฬายกน้ำชาวชาวอเมริกัน และนักกีฬาของ Under Armour

และเพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงสามารถเล่นกีฬาและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Under Armour จึงไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบโดยเฉพาะเพื่อผู้หญิง เพราะ Under Armour เชื่อว่าเสื้อผ้าส่งผลต่อผู้สวมใส่ ทั้งวิธีคิด ความมั่นใจ ทัศนคติ และศักยภาพในตัว จึงได้มีการเปิดตัว สปอร์ตบรา และ เลกกิ้ง คอลเลกชันล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ สำหรับผู้หญิงและนักกีฬาทุกคนที่ต้องการผลักดันตัวเองสู่เป้าหมายที่ท้าทายกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรมผ้าที่ล้ำสมัย รองรับและกระชับทุกสรีระของผู้หญิง สร้างความมั่นใจยิ่งขึ้นให้กับสาว ๆ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ ช่วยให้การเล่นกีฬาและออกกำลังกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

UA Infinity High Blocked Sports Bra บราที่บุด้วยเทคโนโลยีโฟม PU เพื่อการรองรับและลดการเคลื่อนไหวของหน้าอก มีชั้นบุตาข่ายจาก UA ที่แห้งไวมากที่สุด ช่วยระบายอากาศและเพิ่มการรองรับที่สามารถปรับให้กระชับได้

UA IWD Crossback Bra บราที่มอบซัพพอร์ตอย่างเป็นระบบ ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมที่ต้องการการรองรับระดับหลากหลาย คัพนุ่มและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม มาพร้อมสีพิเศษสำหรับเฉลิมฉลองวันสตรีสากลในปีนี้ 

UA Meridian Leggings เลกกิ้งที่มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและความยืดหยุ่นพิเศษ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และมอบความสบายที่เหนือกว่า 

UA Rush No-Slip Waistband Leggings เลกกิ้งที่ทำจากผ้า Jacquard และเทคโนโลยีใยผ้า Celiant ช่วยส่งแรงกลับในการออกกำลังกาย ดีไซน์ขอบกางเกงแบบกันลื่น เพิ่มความคล่องแคล่ว และผ้าตาข่ายด้านหลังขาสำหรับระบายอากาศ 

เสริมความมั่นใจและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกการออกกำลังกายด้วย สปอร์ตบรา เลกกิ้ง และ รองเท้า คอลเลกชันพิเศษล่าสุดจาก Under Armour ได้แล้ววันนี้ สามารถไปทดลองและเลือกซื้อได้ที่ร้าน Under Armour และช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ underarmour.co.th 

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทาง

เฟซบุ๊ก www.facebook.com/UnderArmourThailand

อินสตาแกรม www.instagram.com/underarmoursoutheastasia

เว็บไซต์ www.underarmour.co.th

Line Official Account @underarmourth

ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada

ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee

#UnderArmourTH

Premium OTOP ช้อปสินค้าอัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677090

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 14:22 น.Premium OTOP ช้อปสินค้าอัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรมไทย

ชวนนักช้อปเลือกชมสินค้า โครงการพัฒนาต่อยอดด้านการตลาดจาก “ดอนกอยโมเดล” สู่ตลาดสากล โครงการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย Young OTOP และโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  ร่วมกับ  ไอคอนคราฟต์  เชิดชูผู้ประกอบการไทยต่อยอดความสำเร็จจากการจัดทำ “โครงการพัฒนาต่อยอดด้านการตลาดจาก “ดอนกอยโมเดล” สู่ตลาดสากล, โครงการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย Young OTOP และ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP”  ทางกรมการพัฒนาชุมชน จึงดำเนินการจัดนิทรรศการ “กิจกรรมที่ 1 พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP”  ตั้งแต่วันนี้ – 7 มีนาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทดลองขายผลิตภัณฑ์ผ่าน LIVE  และพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม ให้เป็นที่ต้องการของตลาดจนเกิดการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการพัฒนาผ้าไทย อัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การออกแบบลายผ้า การทอผ้า การย้อมสีธรรมชาติ เทคนิคการทอลายต่าง ๆ  นำไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ Premium OTOP สู่สากล เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP กิจกรรมที่ 1 พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP” ว่า เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม ให้เป็นที่ต้องการของตลาดจนเกิดการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการพัฒนาผ้าไทย อัตลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การออกแบบลายผ้า การทอผ้า การย้อมสีธรรมชาติ เทคนิคการทอลายต่าง ๆ  นำไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ Premium OTOP สู่สากล โดยผู้เชี่ยวชาญดำเนินการออกแบบแนวคิดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่จะจูงใจและเกิดประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการจนบรรลุเป้าประสงค์ในการดำเนินโครงการฯ และกำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนครอบคลุมเป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

ด้านนายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  กล่าวเพิ่มว่า  “สำหรับโครงการนี้ มีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ และมีการจัดทำดิจิตอลแค็ตตาล็อกในรูปแบบของนิตยสารแฟชั่น โดยผ่าน QR Code เรื่องราวการสร้างสรรค์ 250 ผลิตภัณฑ์ เพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย รายละเอียดข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถ่ายทอดเรื่องราวที่เข้าใจง่าย สนับสนุนการขายสินค้า มีภาพถ่ายสินค้าต้นแบบและจัดวางรูปเล่มในรูปแบบนิตยสารแฟชั่นที่ทันสมัย ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย และมีข้อมูล ชื่อคอลเลคชั่น แรงบันดาลใจ ข้อมูลผู้ประกอบการและช่องทางการติดต่อ เพื่อสนับสนุนการขายผ่านระบบ Online และ E-Commerceโดยหวังว่า โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP  จะช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งหมดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและต่อยอดการทำผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการ “โครงการพัฒนาต่อยอดด้านการตลาดจาก “ดอนกอยโมเดล” สู่ตลาดสากล และ โครงการส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย Young OTOP โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมนิทรรศการ พร้อมร่วมช้อปกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายทั้งสามโครงการ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 มีนาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม สอบถามเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ FB: ICONCRAFT

ZBeach คาเฟ่สีส้ม รับลมชิลวิวทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677228

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 18:20 น.ZBeach คาเฟ่สีส้ม รับลมชิลวิวทะเล

ต้อนรับซัมเมอร์ด้วยร้านอาหารริมทะเลสุดฮอตย่านพัทยา “ZBeach” เสิร์ฟอาหารฟิวชั่น ซีฟู้ดสดรสแซ่บ เคล้าบรรยากาศสุดชิลริมชายหาด

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

รีวิวครั้งนี้พาไปเติมวิตามิน Sea รับฤดูร้อนริมชายหาด พร้อมชิมอาหารอร่อยๆ ที่ร้าน “ZBeach” คาเฟ่สีส้มเปิดรับลมทะเล ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตย่านพัทยา เรียกว่าสายถ่ายรูปใครไม่มาถือว่าพลาดสุดๆ

ร้านนี้ตั้งอยู่ริมหาดส่วนตัว พื้นที่กว้างขวาง ตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล มีที่นั่งให้เลือกเอ็นจอยกับวิวและโลเคชั่นตามความชอบ  แถมมีมุมให้ถ่ายรูปเพียบ ส่วนที่ปลื้มสุดๆ คือร้านนี้ยินดีต้อนรับน้องหมา น้องแมว เอาใจคนรักสัตว์ไปเต็มๆ

ด้านเมนูอาหารที่ร้าน ZBeach จัดเตรียมไว้ครบครัน ทั้งอาหารไทยรสจัดจ้าน ซีฟู้ดสดใหม่ อาหารฝรั่งอินเตอร์ ตบท้ายด้วยของหวานหน้าตาดี และสารพันเครื่องดื่ม ทั้งสายชิล สายดาร์ก มาได้หมด

CHEF’S RECOMMENDATION

Yam Z-Beach (280) Spicy seafood salad with glass noodles
ยำขนมจีนใส่ปลาทูและกุ้ง (280) Spicy rice noodles salad with sardine and shrimp
ไข่ตุ๋นทะเลหม้อไฟ (350) Steamed egg custard with seafood in hot pot
แกงส้มแป๊ะซะปลากะพง (490) Sour curry with sea bass and water mimosa in hot pot
ปลาหมึกพัดไข่เค็ม (320) Wok fried squid with salted egg sauce
ปลาอินทรีย์ทอดซอสพริกสด (350) Deep fried mackerel with fresh chili sauce
ข้าวหน้าไข่ข้นกับผัดกะเพราหมูกรอบ (220) Creamy omelet on steamed rice servec wok fried crispy pork with chili & basil leaves
พิซซ่าทรัฟเฟิลเห็ดรวม (450) Pizza truffle and mushrooms
สปาเก็ตตี้ปลาแซลมอนซอสครีมไข่กุ้ง (380) Spaghetti Sake Ebiko
ข้าวเหนียวมะม่วง (220) Mango with Sticky Rice Mango Namdokmai, coconut sticky rice, coconut sauce
Yellow Mellow, Butterfly Pea Coconut
ITALIAN SODA Blue Lychee, Strawberry
ZBeach SPECIAL Candy Pop

ตามไปปักหมุดชิมอาหารอร่อย บรรยากาศดีแบบนี้ได้ที่ร้าน ZBeach ตั้งอยู่ที่นาเกลือซอย 12 ริมชายหาดโรงแรมเดอะซายน์เปิดให้บริการทุกวัน Mon-thursday – 11.00-21.00 น., Fri-Sunday- 11.00-23.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะ โทร. 038 909 800 – 20 หรือ 086 843 3096

Google Map: https://maps.app.goo.gl/gFstGwUFM3FPtwUP6

MCM Cafe x After You เมนูขนมและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677182

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 12:20 น.MCM Cafe x After You เมนูขนมและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เมื่อใหญ่ชนใหญ่ ความอร่อยไม่ซ้ำใครจึงเกิดขึ้น กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ บุกคาเฟ่สายแฟชั่น ความร่วมมือของสองแบรนด์ดังอย่าง MCM เครื่องหนังจากประเทศเยอรมนี และ After You ร้านขนมหวานรสชาติละมุนที่ครองใจคนไทย

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

นับเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ที่แฟนชาวไทยโดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในแฟชั่นต่างเทใจให้เป็นพิเศษ เมื่อแบรนด์เครื่องหนังจากประเทศเยอรมนี อย่าง MCM (Modern Creation München) จับมือกับ After You Dessert Café ร้านขนมหวานรสชาติละมุนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน ครอสแบรนด์ดิ้งระหว่างครั้งแรกแบรนด์แฟชั่นและคาเฟ่ขนมหวาน ซึ่งความพิเศษของโปรเจ็กต์ MCM Café ในครั้งนี้เป็นการ Turn พื้นที่ครึ่งร้านของ MCM Boutique สาขา EmQuartier โดยเนรมิตให้เป็นโซนคาเฟ่และไลฟ์สไตล์ ที่มีโต๊ะ เก้าอี้ พร้อมสำหรับการต้อนรับกลุ่มลูกค้าที่มานั่งจิบเครื่องดื่มเคล้าขนมหวานภายในบริเวณร้าน

สำหรับเมนูขนมและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นในครั้งนี้ อาทิ  MCM Butter Beer ซิกเนเจอร์ดริ้งค์ที่ทาง After You Dessert Café คิดค้นมาให้พิเศษเฉพาะ MCM Café  สะท้อนวัฒนธรรมของประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์ MCM ได้อย่างลงตัว ความพิเศษของเครื่องดื่มนี้คือเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ น้ำบัตเตอร์สกอทช์โซดาท็อปด้วยครีมสด หวาน หอมละมุนเหมาะมากที่จะจิบเป็นเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจช่วยคลายร้อน แถมยังให้ฟีลความเป็น Festive อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีเมนูกาแฟให้เลือกที่หลากหลาย

ต่อที่อีกหนึ่งความพิเศษคือการหยิบเอาขนมยอดฮิตของ After You Dessert Café อย่าง Croffle  มาครีเอทรสชาติใหม่ถึง 2 รสด้วยกัน ซึ่งทั้งสองรสนี้ไม่เคยมีวางขายที่ใดมาก่อน คือ  Amber Croffle การผสมผสานของไวท์ช็อกโกแลตคาราเมลที่มีความเข้มข้นแบบจุใจ ราดลงบนครอฟเฟิลอีกที ซึ่งซอสพิเศษนี้ถูกคิดค้นมาในโทนสีน้ำตาล โดยมีแรงบันดาลใจมาจากสี Signature ของแบรนด์ MCM อย่างสีคอนยัค ซึ่งบอกเลยว่าสายหวานห้ามพลาดเด็ดขาด และอีกเมนูที่ต้องลองชิมคือ Ham & Cheese Croffle ครอฟเฟิลไส้แฮมชีสอบร้อนๆ ที่มีความกรอบนอกนุ่มใน โดยถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์อาฟเตอร์ยูที่ได้ทำครอฟเฟิลในเวอร์ชั่นคาวหวานออกมาได้อย่างลงตัวอย่างยิ่ง ส่วนคนรักฮันนี่โทสต์ ชื่นชอบในความชุ่มฉ่ำของไอศกรีมบนโทสต์กรุ่นกลิ่นเนย เสิร์ฟมาร้อนๆ ฟินๆ ที่นี่ก็มีให้บริการ

อีกไฮไลท์สำคัญของ MCM Café คือ Photo Spot ที่ทางแบรนด์ตั้งใจออกแบบภายในใหม่ทั้งหมดสำหรับเป็นมุมถ่ายรูป เอาใจสาวกคาเฟ่ฮอปเปอร์โดยเฉพาะ สามารถโพสต์ลงบนโซเชียลเก๋ๆ เช่นมุม Coffee Trunk ที่นำเอา Trunk ซึ่งเป็น Iconic ของแบรนด์ MCM ยกมาเป็นจุดเด่นที่สุดของ MCM Café ซึ่งตัว Trunk เองแน่นอนว่าโดนเด่นด้วยลายวิโซโต้ โมโนแกรม (Visetos Monogram) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ MCM  หรืออีกมุมนึงคือ Train Corner ซึ่งเป็นการนำเอา Brand DNA ของ MCM อย่าง Travel/Mobility มาผสมผสานลงไปในดีไซน์ของ MCM Café ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ที่มุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางในแบบฉบับของ MCM ผ่าน MCM Coffee Express

นอกจากนี้ในส่วนของ Outdoor Zone โซนที่นั่งเพิ่มเติมบริเวณด้านนอก MCM Boutique สำหรับท่านใดที่อยากสัมผัสบรรยากาศนอกร้าน ที่ถูกตกแต่งด้วยชุดโต๊ะเก้าอี้ที่มาพร้อมร่มลาย MCM Logo  ประดับไว้ให้แฟนๆ ได้มาถ่ายรูปเล่นอีกหนึ่งมุม

ตามมาลิ้มลองความอร่อยกันได้แล้ววันนี้จนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ที่ร้าน MCM Café ที่ร้าน MCM Boutique ห้างสรรพสินค้า เอ็มควอเทียร์  ตึก Helix โดยเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 20.00 น.

กุมารแพทย์ เตือนภัยร้ายหน้าร้อนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677161

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 10:05 น.กุมารแพทย์ เตือนภัยร้ายหน้าร้อนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ต้อนรับฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ กุมารแพทย์ เตือนภัยร้ายหน้าร้อนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำทิปส์ในการป้องกันเจ้าตัวน้อย และโปรโมชั่นสุดคุ้ม

อุณหภูมิที่พุ่งสูง และอากาศที่เริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นทุกวัน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู้หน้าร้อนอีกครั้ง แต่ถึงแม้ว่าฤดูร้อนของไทยจะทำให้สามารถทำกิจกรรมสนุก ๆ กับเจ้าตัวน้อยได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อาจนำพาสิ่งไม่พึ่งประสงค์ ที่อาจเป็นอันตรายกับเด็ก ๆ มาให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ดูดูเลิฟ (Dodolove) แบรนด์กางเกงผ้าอ้อมเด็กยอดนิยม จึงเชิญ “พญ. พรนิภา ศรีประเสริฐ” กุมารแพทย์จากเพจ เรื่องเด็กๆ by หมอแอม มาให้คำแนะนำ พร้อมบอกทิปส์ดี ๆ ในการป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าตัวน้อยในช่วงหน้าร้อน พร้อมชี้เป้าโปรโมชั่นดี ๆ ให้ผู้ปกครองได้เตรียมพร้อมรับมือ และเพลิดเพลินไปกับความคุ้มค่าสุดพิเศษ ในมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์สุดยิ่งใหญ่ Shopee 3.15 Consumer Day ตั้งแต่วันที่ 4 – 15 มีนาคม 2565

พญ.พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์จากเพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคและอาการต่าง ๆ ที่อาจกวนใจเจ้าตัวน้อยในช่วงหน้าร้อนว่า “อุณหภูมิที่สูงขึ้นมักจะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์กับเด็กเล็ก อายุ 0 – 5 ปี มากที่สุด เนื่องจากภูมิคุ้มกันของเด็กวัยนี้ยังไม่แข็งแรงนัก มีผิวที่บอบบางและเหงื่อออกง่าย ประกอบกับชอบวิ่งเล่นและคว้าสิ่งของเข้าปากโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายกว่าเด็กในช่วงวัยอื่น ๆ ดังนั้น ในช่วงซัมเมอร์นี้ คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจในการดูแลเจ้าตัวน้อยในช่วงวัยนี้เป็นพิเศษ”

 

ภัยร้ายหน้าร้อนที่ไม่ควรมองข้าม

โรคท้องร่วง ท้องเสีย หรืออุจจาระร่วง: อาหารที่ตั้งทิ้งไว้นานเกินไปที่อุณหภูมิห้องมักบูดเสียได้ง่ายกว่าปกติ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียจะเติบโตได้เร็วในอากาศร้อน หากพ่อแม่ไม่ทราบ อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ลำไส้อักเสบ หรืออาหารเป็นพิษได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ โดยการให้ลูกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ บนภาชนะที่มั่นใจได้ว่าสะอาดปราศจากเชื้อโรค และควรหมั่นทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือถูสบู่ให้เด็ก หรือเช็ดด้วยผ้าเช็ดทำความสะอาด ก่อนหยิบอาหารเข้าปากทุกครั้ง ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปในร่างกายแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างนิสัยและสุขอนามัยที่ดีให้ลูกได้อีกด้วย

ผดร้อน: แน่นอนว่าเมื่อเมืองไทยเข้าสู่หน้าร้อน ผิวของเด็กเล็กที่บอบบางก็สามารถเกิดผดได้จากเหงื่อ บริเวณไรผม หน้าผาก ซอกคอ แผ่นหลัง หรือบริเวณที่เหงื่อออกมาก ๆ ซึ่งผื่นหรือผดเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่อเหงื่อแห้ง แต่จะกลับมาเป็นใหม่เมื่ออากาศร้อนและเหงื่อออกอีก ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรเลือกเสื้อผ้าที่โปร่งบาง ทำมาจากเส้นใยที่ระบายอากาศได้ง่าย และคอยหาจังหวะให้ลูกหยุดพักจากการเล่นสนุก เพื่อจิบน้ำ และใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อ จะเป็นการช่วยลดผดเหงื่อได้ และสำหรับเด็กเล็กที่ต้องใส่ผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอุณหภูมิของปัสสาวะหรืออุจจาระที่ร้อนอยู่แล้ว เมื่ออบอยู่ในผ้าอ้อมนาน ๆ ประกอบกับอากาศร้อนชื้นภายนอก จะทำให้ผ้าอ้อมไม่ระบายอากาศออก ยิ่งทำให้ร้อนและเกิดผดเหงื่อได้มากขึ้น ทางที่ดีคือควรเลือกผ้าอ้อมที่ซึมซับได้ดี มีผิวสัมผัสนุ่มสบาย ไม่ก่อให้เกิดการเสียดสี และที่สำคัญสามารถระบายอากาศได้ดี เพื่อให้เจ้าตัวน้อยสามารถสนุกสนานกับกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล

พบกับไอเทมเพื่อลูกน้อยจาก ดูดูเลิฟ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก ออร์แกนิค เครื่องนึ่งขวดนมพร้อมอบแห้ง หรือ เครื่องอุ่นนมและฆ่าเชื้อโรค ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าแบบจัดเต็ม คืนกำไรให้คุณพ่อคุณแม่รับซัมเมอร์นี้ ในมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์สุดยิ่งใหญ่ Shopee 3.15 Consumer Day ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุด 80% โค้ดส่วนลดเพิ่มสูงสุด 50% และสิทธิพิเศษมากมายเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay1 ตั้งแต่วันที่ 4 – 15 มีนาคม 2565 และอย่าพลาดข่าวสาร และโปรโมชั่นอื่น ๆ จากร้านออฟฟิเชียลสโตร์ Dodolove Official Store 

เสียงตอบรับ สมัครคนกล้าหน่วยทหารอาสานานาชาติช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677243

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 18:59 น.เสียงตอบรับ สมัครคนกล้าหน่วยทหารอาสานานาชาติช่วยยูเครน

ภายหลังจากการประกาศก็มีหลายประเทศออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะที่แตกต่างกัน

หลังจากที่สถานทูตยูเครนประกาศรับสมัครชาวต่างชาติเข้าร่วม “กองพันระหว่างประเทศแห่งการป้องกันดินแดนของประเทศยูเครน” เพื่อช่วยยูเครนสู้รบกับกองทัพรัสเซียที่กำลังรุกรานยูเครนอยู่ในขณะนี้ ตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

ดมิทรี คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครนกล่าวผ่านทวิตเตอร์โดยเชิญชวนให้ชาวต่างชาติร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองพันระหว่างประเทศแห่งการป้องกันดินแดนของยูเครน โดยกล่าวว่า “เราร่วมกันเอาชนะฮิตเลอร์มาได้ และเราจะเอาชนะปูตินด้วย”

โดยผู้ที่ต้องการเข้าร่วมสามารถติดต่อกับสถานทูตยูเครนในประเทศของตน ซึ่งภายหลังจากการประกาศก็มีหลายประเทศออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะที่แตกต่างกัน

แคนาดา: เมลานี โจลี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับชาวแคนาดาแต่ละคนที่จะตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการเข้าร่วมกองทัพเพื่อช่วยยูเครนต่อสู้กับรัสเซียหรือไม่

“เราเข้าใจดีว่าพลเมืองเชื้อสายยูเครนต้องการสนับสนุนเพื่อนชาวยูเครน และปกป้องดินแดนยูเครน มันเป็นการตัดสินใจของแต่ละคน ผมจะพูดชัดๆ เราเห็นด้วยกับการสนับสนุนยูเครนในทุกรูแบบในขณะนี้”

ทั้งนี้ ตามสถิติของแคนาดาในปี 2016 พบว่า 3.9% ของประชากรแคนาดามีเชื้อสายยูเครน

สาธารณรัฐเช็ก: พลเมืองของสาธารณรัฐเช็กได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกองกำลังของประเทศอื่นๆ ในฐานะอาสาสมัครต่างชาติ หากพวกเขาได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดี

โดยวันที่ 28 ก.พ. ประธานาธิบดีไมลอส ซีแมน ได้กล่าวว่าเห็นด้วยกับการอนุญาตให้อาสาสมัครเข้าร่วมกองทัพยูเครนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่ามีผู้สมัครแล้ว

ญี่ปุ่น: เมื่อวันที่ 1 มี.ค. โยชิมาสะ ฮายาชิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า “ผมทราบดีว่าสถานเอกอัครราชทูตยูเครนในประเทศญี่ปุ่นกำลังเรียกร้องเช่นนี้ แต่ผมอยากให้คุณงดการเดินทางไปยูเครนไม่ว่าจะไปด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม”

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 มี.ค. มีชายชาวญี่ปุ่น 70 คนได้สมัครเป็นอาสาสมัครของกองทหารต่างชาติแล้ว โดย 50 คนเป็นอดีตสมาชิกกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น และ 2 คนเป็นอดีตสมาชิกกองกำลังฝรั่งเศส

เนเธอร์แลนด์: คัจซ่า โอลองเรน รัฐมนตรีกลาโหมเนเธอร์แลนด์กล่าวเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่าการเข้าร่วมกองกำลังต่างประเทศนั้นสามารถทำได้ แต่จะผิดกฎหมายหากกองทัพนั้นทำสงครามกับเนเธอร์แลนด์

ออสเตรเลีย: นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสันกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “คำแนะนำของเราสำหรับชาวออสเตรเลียทุกคนคือ อย่าเดินทางไปยูเครน” ท่ามกลางการถกเถียงว่ากฎหมายห้ามมิให้ชาวออสเตรเลียสมัครเข้าร่วมกองกำลังของรัฐบาลต่างประเทศหรือไม่

สิงคโปร์: วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวระหว่างการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่าชาวสิงคโปร์ต้องต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติสิงคโปร์เท่านั้น และไม่ต่อสู้ในที่อื่น แม้ว่าจะมีเหตุผลอันใหญ่หลวงก็ตาม

สหราชอาณาจักร: ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่า “ประชาชนของยูเครนต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่เพื่อยูเครนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทั่วทั้งยุโรปด้วย และแน่นอน ถ้าประชาชนต้องการสนับสนุนการต่อสู้นั้นฉันก็สนับสนุนพวกเขา”

อย่างไรก็ตามบนเว็บไซต์ของทางการอังกฤษระบุว่า การเดินทางไปยูเครนเพื่อต่อสู้ในกองทหารต่างชาติอาจนำไปสู่การดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติการเกณฑ์ทหารต่างประเทศ 1870

ลัตเวีย: ทางการลัตเวียเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่ออนุมัติการแก้ไขกฎหมายที่จะอนุญาตให้พลเมืองลัตเวียสามารถเข้าร่วมกองกำลังยูเครนโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีเมื่อกลับมายังลัตเวีย

สำหรับในประเทศไทยมีประชาชนเดินทางไปสมัครที่สถานเอกอัครราชทูตยูเครนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการสมัครเป็นทหารอาสามีเงื่อนไขว่าต้องมีประสบการณ์ทางทหาร และพาสปอร์ต และผู้สมัครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าเดินทางด้วยตนเอง

Photo by REUTERS/Kacper Pempel

รัสเซียปฏิบัติการพลาดจนเป็นหายนะ หรือจงใจให้เป็นแบบนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677229

วันที่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 17:00 น.รัสเซียปฏิบัติการพลาดจนเป็นหายนะ หรือจงใจให้เป็นแบบนี้

สหรัฐมองแผนบุกยูเครนของรัสเซียผิดพลาดอย่างน่าประหลาดใจ

AFP รายงานผู้เชี่ยวชาญสหรัฐกล่าวว่าการบุกโจมตียูเครนครั้งแรกของกองทัพรัสเซียถือเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์และทางยุทธวิธีที่น่าประหลาดใจ มีทั้งการขาดแคลนอาหารและเชื้อเพลิง สูญเสียกำลังทหารจำนวนมาก ขณะที่บางพื้นที่ถูกทำลายเกินความจำเป็น

รายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญระบุว่าที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะรัสเซียประเมินยูเครนต่ำเกินไป เห็นได้ชัดว่ารถหุ้มเกราะรัสเซียสูญหายหลายร้อยคัน และชาวยูเครนขัดขวางกองทัพอากาศรัสเซียจากการควบคุมน่านฟ้า

สก็อตต์ บอสตัน นักวิเคราะห์อาวุโสจาก RAND Corporation ผู้ทำการวิจัยและวิเคราะห์แก่กองทัพสหรัฐ มองว่ากองกำลังรัสเซียส่วนใหญ่ยังอายุน้อย ได้รับการฝึกฝนมาไม่มากพอสำหรับความขัดแย้งรูปแบบนี้ และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะต้องทำสงคราม

บอสตันชี้ให้เห็นว่ายูเครนใช้โดรน Bayraktar ที่ผลิตในตุรกีเพื่อโจมตีรัสเซียได้ “หากพวกเขาโดนสักครั้งหรือสองครั้ง โอเค แต่หากมากกว่านั้นแสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติในรัสเซีย”

ไมเคิล วิคเกอร์ส อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมด้านข่าวกรองของสหรัฐ กล่าวว่า นี่คือความล้มเหลวของหน่วยสืบราชการลับขนาดมหึมาที่ประเมินยูเครนต่ำไปอย่างมาก อีกทั้งการโจมตีของรัสเซียมีน้ำหนักน้อยเกินไป ทหารของรัสเซียหลายนายยังถูกจับ นี่คือหายนะ

ขณะที่ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่ากองทัพของของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จะจัดการกับยูเครนได้อย่างรวดเร็ว ทำลายการควบคุมของกองทัพยูเครน ทำลายระบบป้องกันขีปนาวุธ และทำลายกองทัพอากาศของเคียฟ ทว่า ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นใน 6 วันแรกของการทำสงคราม ขณะที่จำนวนทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและถูกจับกุมก็สูงกว่าที่คาดไว้มาก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทหารรัสเซียเสียชีวิตกี่รายกันแน่ โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่า 9,000 ราย ขณะที่รัสเซียแย้งว่ามีเพียง 498 รายเท่านั้น

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญจาก Scowcroft Center ชี้ให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่รัสเซียยึดสนามบินใกล้กรุงเคียฟอย่างรวดเร็ว โดยมองว่าเป็นความล้มเหลวเนื่องจากการสู้รบที่สนามบินทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากเกินความจำเป็น และเสียหายเกินกว่าที่จะใช้พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนบุกเคียฟ

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขากล่าวว่ารัสเซียสูญเสียเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์มากอย่างน่าประหลาดใจ เพราะไม่ได้ทำลายการป้องกันทางอากาศของยูเครน

สิ่งที่น่าประหลาดใจอีกอย่างหนึ่งคือรัสเซียมีการติดตั้งอาวุธสงครามอิเล็กทรอนิกส์อย่างจำกัดหรือไม่ได้ผล ทั้งที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่านี่จะมีบทบาทสำคัญในการขัดขวางความสามารถในการสื่อสารของชาวยูเครน

จอห์น เคอร์บี โฆษกเพนตากอนยังมองว่ารัสเซียจัดการกับบุคลากรและอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากของพวกเขาได้ไม่ดี ตลอดจนมีปัญหาด้านลอจิสติกส์ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม Scowcroft Center กล่าวว่ารัสเซียยังเป็นฝ่ายได้เปรียบในด้านอำนาจในการต่อสู้เมื่อเทียบกับกองทัพยูเครน

ที่มา: AFP

ภาพ: REUTERS/Serhii Nuzhnenko/File Photo