เปิดฤดูกาล ‘มะยงชิด’ เสริมความอร่อยด้วย ‘ยูซุ’ กับ 8 เมนูสุดพิเศษ @Kyo Roll En

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676408

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 14:05 น.เปิดฤดูกาล ‘มะยงชิด’ เสริมความอร่อยด้วย ‘ยูซุ’  กับ 8 เมนูสุดพิเศษ @Kyo Roll En

ชวนเติมความหวานต้อนรับซัมเมอร์ Kyo Roll En รังสรรค์เมนูพิเศษจากสุดยอด 2 ผลไม้ตามฤดูกาลไทย-ญี่ปุ่น ‘มะยงชิด’ สดๆ จากสวนจังหวัดนครนายก และ ‘ยูซุ’ ผลไม้ตระกูลส้มนำเข้าจากเมืองโคจิ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟ ความอร่อยสดชื่นในรูปแบบ โรลเค้ก ไอศกรีม และเครื่องดื่ม ตั้งแต่ 24 ก.พ. – 31 มี.ค. ศกนี้ ที่ Kyo Roll En ทุกสาขา

ซัมเมอร์เริ่มแล้ว Kyo Roll En รังสรรค์ 8 เมนูสุดพิเศษ มะยงชิด – Yuzu Season พลาดไม่ได้กับโรลเค้กประจำฤดูกาล ‘มะยงชิด – Yuzu โรล’ โรลเค้กลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเนื้อนุ่มเบา สอดไส้เนื้อมะยงชิดสดๆ รสหวานฉ่ำกว่า 10 ลูก ดับเบิ้ลความอร่อย ด้วยครีมยูซุ ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ท็อปด้วยมะยงชิดสด ได้ทั้งรสเปรี้ยวอมหวานรวมไว้ในคำเดียวกัน หรือเลือกอร่อย ไปอีกขั้นกับ ‘มะยงชิด – Yuzu โรลเซ็ต’ เสิร์ฟพร้อมซอฟท์ครีมสูตร Signature ถ่านไม้ไผ่ญี่ปุ่น พร้อมการจัดแต่งจานด้วยครีมยูสุ และมะยงชิดสด

‘มะยงชิด – Yuzu Kakigori’ สดชื่นไปกับ ‘กรานิต้า’ ไอศกรีมเกร็ดคริสตัล2 สีสลับชั้น รส ‘ยูซุ’ และ” มะยงชิด” เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมโฮมเมดรสโยเกิร์ตไขมันต่ำ ท็อปปิ้งโยเกิร์ต ‘ป๊อป’ และส้มมิกัน

‘มะยงชิด Granita’ อร่อยเต็มคำ…สดชื่นเต็มแก้ว เมนูสุด Lite! สาย Healthy ต้อง Love กับกรานิต้าทำจาก มะยงชิดสด 100% ทานคู่มะยงชิดสดเต็มๆ คำ หอมอร่อยสดชื่นได้ไม่เสียหุ่น ราคาเพียง 95 บาท

ปิดท้ายด้วย 2 เครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อน ‘Yuzu Fromage Smoothie’ สดชื่นด้วย ‘ยูซุ’ ปั่นจากน้ำยูซุสดๆ ผสมชีส ‘มาสคาโปน’ ท็อปด้วยมะยงชิดเจลลี่เนื้อหนึบ กลิ่นหอม หวานมัน เข้ากันอย่างลงตัว และ ใหม่! มะยงชิด ‘Pop Smoothie’ ปั่นด้วยเนื้อมะยงชิดสด ท็อปด้วยมะยงชิดและโยเกิร์ต ‘ป๊อป’ ระเบิดในปาก!

นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง ‘Yuzu Frozen Soft Cream’ ซอฟท์ครีมพรีเมียมรส ‘ยูซุ’ และ ‘Yuzu Miso Mochi Cookie’ คุกกี้สไตล์ญี่ปุ่น สอดไส้ด้วย ‘โมจิ’ รสยูซุ ผสมรสเค็มเล็กน้อยของ ‘มิโสะ’ …ยืดให้สุด อร่อยไม่หยุดกับคุกกี้ไส้โมจิ!

พิเศษกับโปรโมชั่น “1 แถม 1” สุดคุ้ม!! เพียงซื้อ ‘มะยงชิด – Yuzu’ 1 โรล แถมฟรีอีก 1 ชิ้น (มูลค่า 170 บาท)

อร่อยสดชื่นไปกับเมนูของหวานที่ใช้ผลไม้ขึ้นชื่อจากไทยและญี่ปุ่น ตั้งแต่ 24 ก.พ. – 31 มี.ค. ศกนี้ ที่ Kyo Roll En ทุกสาขา  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/KyoRollEn และ IG :@kachabros

ไข้หวัดใหญ่กำลังมา ย้ำกลุ่มเสี่ยงเร่งฉีดวัคซีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676353

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 08:16 น.ไข้หวัดใหญ่กำลังมา ย้ำกลุ่มเสี่ยงเร่งฉีดวัคซีน

แพทย์เตือนไข้หวัดใหญ่กำลังมา ย้ำกลุ่มเสี่ยงเร่งฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ลดความเสี่ยง Flurona พร้อมลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้ถึง 10%

นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ทั่วโลกประกาศใช้มาตรการป้องกันโควิด-19 ทำให้โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจทั้งหมดลดลง ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่, โรค RSV เชื้อไวรัสในเด็กเล็ก เนื่องจากมีการสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่าง ช่วงปี พศ. 2563 – 2564 ที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกลดลง ประมาณ 70-80 เท่า แต่เมื่อไรก็ตามที่นโยบายถอดหน้ากากอนามัยปฎิบัติมากขึ้น โรคไข้หวัดใหญ่ก็จะกลับมาอีก

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ และนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “สิ่งที่น่าวิตกกังวล คือ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มมีสัญญาณการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ให้เห็น อาทิ สหรัฐอเมริกา ยุโรป แอฟริกาใต้ จีน และอินเดีย เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 มีการเปิดประเทศกันมากขึ้น เกิดการรวมกลุ่มกันมากขึ้น อีกทั้งประชาชนเริ่มมีวินัยลดลง ขณะที่ในทวีปยุโรป อย่างประเทศเดนมาร์ก ได้ออกประกาศยกเลิกมาตรการป้องกันโควิดเกือบทั้งหมด ไม่มีการกักตัว ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย โดยปัจจัยต่าง ๆ ส่งผลให้เริ่มมีปรากฎการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ยังคงมีอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในซีกโลกตะวันตก อย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกาใต้ จึงเริ่มมีรายงานจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มมากขึ้น บวกกับอยู่ในช่วงฤดูหนาว มีอากาศเย็น เชื้อโรคจึงแพร่กระจายได้มากขึ้นและมีชีวิตอยู่นานขึ้น”

และในช่วงต้นมกราคม 2565 ที่ผ่านมา ประเทศอิสราเอลได้ตรวจพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อร่วมกันระหว่างไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ในเวลาเดียวกันเรียกว่า ‘ฟลูโรนา’ (Flurona) นอกจากนี้ ยังพบผู้ที่ติดเชื้อร่วมกันได้แพร่กระจายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาว ตามหลักทางการแพทย์นั้นการติดเชื้อร่วมกันมีความเป็นไปได้ และย่อมก่อให้เกิดอาการรุนแรงกว่า เสี่ยงต่อการนอนโรงพยาบาล และมีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ยิ่งไปกว่านั้นอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19 มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก แพทย์ต้องมีการซักถามประวัติเพื่อแยกโรค และหากจะให้ทราบผลอย่างชัดเจนต้องตรวจโควิด-19 และเชื้อไข้หวัดใหญ่ทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากล

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ กล่าวถึงแนวทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร่วมกัน (Flurona) โดยแนะให้ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ พร้อมแนะประชาชนสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนทั้งไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนโควิด-19 ให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเสมือนเป็นเสื้อเกราะต่อทั้ง 2 โรค โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเสี่ยงของทั้ง 2 โรค คือ กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคปอด และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์

ทั้งนี้ เพื่อลดความวิตกกังวลของอาการที่คล้ายกันกับโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน และลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อร่วมกันของไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 (Flurona) นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยต่างประเทศหลายแห่ง ทั้งในสหรัฐอเมริกา และบราซิล ยังระบุว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตลงจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้ถึงร้อยละ 10 ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากร่างกายถูกกระตุ้นด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทำให้มีภูมิคุ้มกันของร่างกายชนิดไม่จำเพาะต่อเชื้อใดๆ ก็ตามทำงานไปด้วย

สำหรับทางการแพทย์ไทยนั้น ยังมีความเป็นห่วงเรื่องการระบาดของโควิด-19 โอไมครอนสายพันธุ์เดิม และโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูฝน ถือเป็นช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในประเทศเขตร้อนต่างๆ ที่สำคัญยังตรงกับช่วงที่โรงเรียนเปิดเทอม อาจทำให้มีเด็กนักเรียน รวมถึงประชาชนทั่วไป มีโอกาสติดเชื้อทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ร่วมกันได้ เนื่องจากสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกแรกนั้น กรมควบคุมโรคมีรายงานว่าในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2562 – 7 มกราคม 2563 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั่วประเทศ จำนวน 390,773 ราย และเสียชีวิต 27 ราย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะอยู่ในกลุ่มเด็กอายุ 0-4 ปี รองลงมาคือ เด็กอายุ 5-9 ปี ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ทั้งนี้การควบคุมดูแลโรคไข้หวัดใหญ่ทำได้ง่ายกว่า และป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ได้การรับรองจากทั่วโลกและใช้มายาวนานถึง 80 ปี สามารถป้องกันได้ทุกช่วงวัย เริ่มตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป

นอกจากนี้ ทางคณะแพทย์ที่ดำเนินงานด้านฝึกอบรมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ต่อบุคลากรทางการแพทย์เป็นเวลาหลายปี พบว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ ประมาณหลายพันคนก่อนปีที่มีการระบาดของโควิด-19 พบว่าภาพรวมของบุคลากรทางการแพทย์ให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สูงถึงร้อยละ 90 พร้อมตอบแบบสอบถามเปรียบเทียบกับปีที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ว่าปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดธรรมดา รวมถึงโรคทางเดินหายใจอื่นๆ โดยร้อยละ 70 ตอบว่ารู้สึกดีขึ้น เจ็บป่วยน้อยลง ส่วนร้อยละ 20 รู้สึกเฉยๆ และอีกร้อยละ 10 ตอบว่ารู้สึกแย่ลงเล็กน้อย โดยภาพรวมถือว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีประสิทธิผลเป็นที่น่าพึงพอใจในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อหลายปีที่แล้ว

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดเป็นประจำทุกปีและล่าสุดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) และในอีกหลายๆ ประเทศ รวมถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ประกาศถึงแนวทางการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ว่าสามารถฉีดร่วมกับวัคซีนโควิด-19 ในวันเดียวได้ โดยหากใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและยังไม่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ขอให้รีบรับวัคซีนให้เร็วที่สุด สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในฤดูกาลปี 2565 หรือที่เรียกว่า ‘วัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ซีกโลกใต้ 2022’ จะมีทั้งชนิด 3 สายพันธุ์ และชนิด 4 สายพันธุ์ ซึ่งประชาชนสามารถรับบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ ได้ที่

โรงพยาบาลเอกชนทั่วไป ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนถึงสิ้นปี 2565 ขณะที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ของภาครัฐบาล คาดว่าเริ่มประมาณเดือนพฤษภาคม รับบริการฉีดฟรีได้ที่หน่วยบริการสาธารณสุขหรือโรงพยาบาลในระบบบัตรทอง (ทั่วประเทศ) ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย https://www.pidst.or.th/

หนุ่มอเมริกันถูกตัดขาเพราะกินอาหารเหลือแช่ตู้เย็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676428

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 16:11 น.หนุ่มอเมริกันถูกตัดขาเพราะกินอาหารเหลือแช่ตู้เย็น

วัยรุ่นอเมริกันเคราะห์ร้ายถูกตัดทั้งขาและนิ้วมือไม่กี่ชั่วโมงหลังกินอาหารเหลือแช่ตู้เย็น

วารสาร The New England Journal of Medicine เปิดเผยรายละเอียดของอาการป่วยที่เกิดขึ้นได้ยากของนักศึกษามหาวิทยาลัยแมสซาชูเสตส์วัย 19 ปีว่า เขาทานข้าว ไก่ และบะหมี่ผัด (lo mein) ที่สั่งจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง และไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการปวดท้อง ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วง

วัยรุ่นอเมริกันรายนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการช็อก อวัยวะหลายอย่างล้มเหลว และมีผื่นคัน โดยอาการของเขาแย่ลงอย่างรวดเร็ว เขาหายใจผิดปกติ ความดันโลหิตสูง และอาเจียน โดยที่ผ่านมาเขามีสุขภาพโดยรวมดี ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ

รายงานของ The New England Journal of Medicine ระบุอีกว่า หลังจากตรวจเพิ่มเติม แพทย์วินิจฉัยว่าหนุ่มรายนี้เป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่น (meningococcal purpura fulminan) ซึ่งทำให้มีอาการคอแข็ง คลื่นไส้ ภาวะการหายใจล้มเหลว ช็อก และอวัยวะล้มเหลว

ภาวะการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่ทำให้เกิดจุดเลือดรอยช้ำที่ผิวหนัง (Purpura fulminan) เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ยากที่มาพร้อมกับการช็อกจากการติดเชื้อซึ่งนักศึกษาอเมริกันรายนี้ประสบ

ภาวะนี้เกิดจากแบคทีเรีย และทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เป็นไข้เฉียบพลันและอาเจียน โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เตือนว่าอาจนำมาสู่การเสียชีวิตภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการของนักศึกษารายนี้แย่ลง ทั้งยังพบเนื้อตาย ณ จุดนั้นแพทย์ตัดสินใจตัดขาและนิ้วมือทั้งหมด และเขายังต้องใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเป็นเวลา 13 วันเพื่อรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว

ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ระวังอันตรายจากการเก็บข้าวที่รับประทานไม่หมดอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากอาหารหลายอย่าง เช่น ข้าวและพาสต้ามีแบคทีเรียบาซิลลัสซีรีอัส (Bacillus cereus) ซึ่งผลิตสารพิษเมื่อถูกความร้อนและปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป

เมื่อปี 2008 วารสาร Journal of Clinical Microbiology รายงานว่า วัยรุ่นรายหนึ่งเสียชีวิตระหว่างนอนหลับหลังทานพาสต้าเหลือที่ถูกวางไว้นอกตู้เย็นข้ามคืน

ทีมแพทย์พบว่าแม้ว่านักศึกษาแมสซาชูเสตส์จะได้รับวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น 1 เข็มแล้ว แต่เขาไม่ได้รับเข็มกระตุ้นตามคำแนะนำ ส่วนเพื่อนร่วมห้องซึ่งทานอาหารเดียวกันเพียงแต่อาเจียน ไม่มีอาการที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

ภาพ: wikipedia/Seth W 

พบ ‘ลูกแก้วใส’ ที่อาจช่วยไขประวัติศาสตร์ดวงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676433

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 16:45 น.พบ 'ลูกแก้วใส' ที่อาจช่วยไขประวัติศาสตร์ดวงจันทร์

‘ยานอวี้ทู่-2’ ค้นพบ ‘ลูกแก้วใส’ บนด้านไกลของดวงจันทร์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่ายานสำรวจดวงจันทร์อวี้ทู่ 2 (Yutu-2) ในภารกิจฉางเอ๋อ-4 ของจีน ค้นพบวัตถุทรงกลมโปร่งแสง (glass globule) ซึ่งมองเห็นด้วยตาเปล่าจำนวนสองลูกขณะทำการสำรวจด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งอาจช่วยเปิดเผยประวัติศาสตร์ในยุคแรกของการถูกกระแทก (impact) ของดวงจันทร์ได้

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในสารไซเอนซ์ บูลเลติน (Science Bulletin) ระบุว่ายานอวี้ทู่-2 ซึ่งเป็นยานโรเวอร์ จับภาพของลูกแก้วโปร่งแสงสองลูกเอาไว้ได้ผ่านการใช้กล้องพาโนรามา

นักวิจัยระบุว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับข้อมูลด้านองค์ประกอบของวัตถุดังกล่าว แต่ลักษณะทางสัณฐานวิทยาและบริบทท้องถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะของวัตถุเหล่านี้ บ่งชี้ว่าพวกมันน่าจะเป็นวัตถุที่เกิดจากการกระแทก อันเป็นเศษหลอมละลายที่เกิดจากการพุ่งชน และมีลักษณะเป็นหินอะนอร์โทไซต์ (Anorthosite) ที่เย็นตัวลงระหว่างเกิดเหตุอุกกาบาตพุ่งชน แต่ไม่น่าจะมาจากแหล่งกำเนิดภูเขาไฟบนดวงจันทร์หรือมาจากเทห์วัตถุของดาวเคราะห์ดวงอื่น

หินอะนอร์โทไซต์เป็นหินที่พบมากบนที่สูงของดวงจันทร์ (lunar highlands) ซึ่งก่อตัวขึ้นในทะเลแมกมาของดวงจันทร์ (Lunar Magma Ocean)

นักวิจัยกล่าวว่าวัตถุที่พบนั้นแตกต่างจากลูกแก้วขนาดเล็ก (Glass beads) ที่เก็บได้จากภารกิจอะพอลโล เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าและมีสี และคาดการณ์ว่าลูกแก้วโปรงแสงเช่นนี้อาจมีอยู่มากมายทั่วที่สูงบนดวงจันทร์ และอาจจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคแรกในการถูกกระแทกของดวงจันทร์ได้

อนึ่ง ยานสำรวจฉางเอ๋อ-4 ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2018 และลงจอดอย่างนุ่มนวลครั้งแรกบนปากปล่องภูเขาไฟฟอน คาร์เมน (Von Karman Crater) บริเวณแอ่งขั้วใต้-เอตเคนที่ด้านไกลของดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2019 และจนถึงปัจจุบันยานอวี้ทู่ของยานฉางเอ๋อ-4 ได้เดินทางในด้านไกลของดวงจันทร์เป็นระยะทางมากกว่า 1,000 เมตรแล้ว

จีนล้างบางธุรกิจเทคอีกแล้ว Ant Group งานเข้าอีกรอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676422

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 15:30 น.จีนล้างบางธุรกิจเทคอีกแล้ว Ant Group งานเข้าอีกรอบ

ทางการจีนสั่งธนาคาร-รัฐวิสาหกิจรายงานธุรกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Ant Group

หลังจากที่โจว เจียงหย่ง อดีตเลขาพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองหางโจว ถูกทางการจีนจับกุมฐานละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายของรัฐอย่างร้ายแรง หลังต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับการทุจริตรับสินบน ที่เชื่อมโยงกับ Ant Group บริษัทในเครือ Alibaba ของแจ็ค หม่า

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นในเดือนส.ค. ระบุว่าโจว เจียงหย่ง ใช้อิทธิพลของตนเพื่อช่วยเหลือธุรกิจของน้องชาย รวมถึงการรับสินบน โดยหนึ่งในบริษัทเหล่านั้นได้รับการลงทุนจากบริษัทที่ควบคุมโดย Ant Group ซึ่งโจวรับสารภาพความผิดแต่ปฏิเสธที่จะเอ่ยชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง

คำแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัยต่อต้านคอร์รัปชั่นของจีนระบุว่า “เราควรสร้างอุดมการณ์ที่เข้มแข็งในการต่อต้านการทุจริต เราควรสะสางผลกระทบจากกรณีของโจว เจียงหย่ง อย่างละเอียด ตลอดจนชำระล้างและฟื้นฟูระบบนิเวศทางการเมือง”

ทางการจีนสั่งให้สถาบันการเงินและหน่วยงานของรัฐรายงานธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Ant Group ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มเปราะบาง

ท่ามกลางความกังวลว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะนำไปสู่การดำเนินการปราบปรามหรือลงโทษใดๆ ต่อ Ant Group หรือไม่ ทำให้เกิดการเทขายของนักลงทุนในภาคเทคโนโลยี

ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Alibaba ซึ่งเป็นบริษัทแม่ร่วงลงมากถึง 5.3% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 28 ม.ค. เมื่อความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบของรัฐบาลจีนต่อยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีได้ปรากฏอีกครั้ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Alibaba ยังได้รายงานผลกำไรรายไตรมาสที่ลดลงประมาณ 60%

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ถูกกดดันจากรัฐบาลจีนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 โดย Ant Group ถูกทางการจีนสั่งระงับแผนการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มูลค่า 37 พันล้านเหรียญสหรัฐ 

ในปีที่แล้ว Ant Group ยังโดนทางการจีนสั่งให้แยกแอปพลิเคชันยอดนิยม Alipay ออกจากธุรกิจสินเชื่อของบริษัท และให้พัฒนาแอปพลิเคชันใหม่แยกต่างหากสำหรับธุรกิจสินเชื่อที่ทำกำไรได้สูงของบริษัท

ซึ่งขณะนั้นส่งผลให้หุ้นของ Alibaba ร่วงลงกว่า 4% เนื่องจากแอปพลิเคชันดังกล่าวมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคน นับเป็นแอปพลิเคชันชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดของจีน

นอกจากนี้จีนยังได้สั่งปรับบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในข้อหาผูกขาด รวมมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by REUTERS/Yilei Sun/File Photo

เมื่อเป้าหมายปูตินลึกซึ้งกว่าการขยายอิทธิพลในดอนบัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676419

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 15:04 น.เมื่อเป้าหมายปูตินลึกซึ้งกว่าการขยายอิทธิพลในดอนบัส

บทวิเคราะห์ของ Reuters ชี้ เป้าหมายของปูตินในยูเครนลึกซึ้งกว่าแค่การขยายอิทธิพลในโดเนตสก์และลูฮันสก์

Reuters ระบุว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้เปลี่ยนวิกฤตในยูเครนไปสู่ช่วงใหม่ที่อันตรายยิ่งขึ้นด้วยคำพูดและการกระทำมากมายที่บ่งชี้ว่าเป้าหมายสูงสุดของเขานั้นลึกซึ้งกว่าการขยายอิทธิพลของรัสเซียไปยังสองภูมิภาคที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน

ปูตินลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพเมื่อคืนวันจันทร์กับสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ชาติตะวันตกมองว่าผิดกฎหมาย และต้องพบกับการคว่ำบาตรทันที รวมทั้งธนาคารหลายแห่งของรัสเซียและท่อส่งน้ำมันแห่งใหม่

ทว่าการกล่าวสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ของปูตินก่อนการลงนามทำให้เห็นเบาะแสที่ลึกซึ้งว่าปูตินกำลังคิดอะไรอยู่ เขาบิดเบือนประวัติศาสตร์หลายศตวรรษให้กลายเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ที่บรรยายว่ายูเครนเป็นประเทศเก๊(artificial nation) ที่ไม่มีความเป็นรัฐ

Reuters รายงานว่า ผู้ที่สังเกตการณ์เครมลินเผยว่า การเลคเชอร์ของปูตินดูเหมือนเป็นความพยายามหาเหตุผลให้กับการรุกรานยูเครนลึกซึ้งยิ่งขึ้นและการบุกครั้งใหม่ 8 ปีหลังจากเขายึดและผนวกไครเมีย

“เขาตั้งคำถามถึงอำนาจอธิปไตยของยูเครน และเขาได้ประกาศว่านี่เป็นความผิดพลาดของประวัติศาสตร์ อุบัติเหตุทางประวัติศาสตร์ว่ามีการมีอยู่ของยูเครน” เกอร์ฮาร์ด แมนกอตต์ (Gerhard Mangott) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยอินส์บรุคของออสเตรียและสมาชิกของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญรัสเซียที่ได้พบกับปูตินเป็นประจำทุกปีเผย

“ดังนั้นเป็นไปได้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของเขาคือการทำลายรัฐยูเครนนี้ หรืออย่างน้อยก็ทำให้ยูเครนถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง” โดยรัสเซียควบคุมฝั่งตะวันออกของประเทศ แมนกอตต์เผย

การแสดงความคิดเห็นหลังจากนั้นในวันอังคาร ปูตินเผยว่าเขารับรองภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์ทางตะวันออกของยูเครน หรือที่รวมกันเรียกว่าดอนบัส ที่กำลังก่อตั้ง “สาธารณรัฐ” ที่แยกตัวออกมา แม้ว่าจะมีเพียงเศษเสี้ยวของอาณาเขตนั้นที่ควบคุมโดยกบฏแบ่งแยกดินแดน

เมื่อรัสเซียยืนยันสิทธิภายใต้สนธิสัญญาใหม่ในการส่งกองกำลังทหารและสร้างฐานทัพทหาร นั่นเป็นการเปิดความเสี่ยงว่ารัสเซียอาจเข้าไปและเปิดสงครามกับยูเครนเพื่อขยายอาณาเขตการแบ่งแยกดินแดน

ปูตินปฏิเสธเสมอมาว่ามีแผนจะบุกจู่โจมยูเครน แต่การเสริมกำลังทหารจำนวนมากที่ชายแดนยูเครนตั้งแต่เดือน พ.ย. ส่งผลให้หุ้น พันธบัตรรัฐบาล และค่าเงินรูเบิลของรัสเซียร่วงอย่างหนัก อีกทั้งความเคลื่อนไหวล่าสุดของปูตินยังเพิ่มความวิตกกังวลให้กับบรรดาอีลีทรัสเซีย

“เราสูญเสีย เรากังวลมากๆ ไม่มีใครรู้ว่าจุดจบอยู่ตรงไหน” อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงเผยกับ Reuters

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของปูตินได้ทำลายความหวังที่จะยุติสงครามแบ่งแยกดินแดน 8 ปีในยูเครนด้วยการฟื้นฟูสนธิสัญญาสันติภาพที่ลงนามเมื่อปี 2014 และ 2015 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากการทูตไปสู่การใช้กำลัง

“ด้วยการฉีกข้อตกลงมินสก์ รัสเซียได้พาตัวเองออกจากช่องทางหนึ่งของอำนาจทางการเมืองเหนือยูเครนในระยะยาว และขณะนี้กำลังมองหาอีกช่องทางหนึ่ง” โอเล็ก อิกนาตอฟ (Oleg Ignatov) นักวิเคราะห์อาวุโสของรัสเซียจาก International Crisis Group เผย

ในการกล่าวสุนทรพจน์ ปูตินดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังคิดเกี่ยวกับมรดกของตัวเอง หลังจากกว่าสองทศวรรษในฐานะผู้นำสูงสุดของรัสเซีย มากกว่าจะคิดถึงการบาดเจ็บล้มตายและต้นทุนทางเศรษฐกิจจะเกิดจากสงครามเต็มรูปแบบกับยูเครน

ดังที่ นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษพูดเมื่อสัปดาห์นี้ว่า ปูตินอาจไม่ได้คิดอย่างมีเหตุผล และมาตรการคว่ำบาตรก็ไม่อาจขัดขวาง “นักแสดงที่ไร้เหตุผล” และนายกรัฐมนตรี มาร์ก รุทเทอร์ ของเนเธอร์แลนด์บอกว่าเขา “หวาดระแวงสิ้นดี”

“เราเห็นการเปลี่ยนแปลงจากปูตินจากผู้นำที่เน้นการปฏิบัติ คิดคำนวณอย่างมีเหตุผล ไปเป็นคนที่มองหาที่ทางในการสร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวเองมากขึ้น คนที่มองเห็นตัวเองอยู่ในภารกิจประวัติศาสตร์เพื่อแก้ไขความอยุติธรรม” นีล เมลวิน (Neil Melvin) จากสถาบันคลังความคิด RUSI ในกรุงลอนดอนเผย

นั่นนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของการคิดคำนวณความเสี่ยงของปูติน ซึ่งความเสียหายในระยะสั้นจากการกระทำของเขามีความสำคัญน้อยกว่าเมื่อเทียบกับภาพประวัติศาสตร์ซึ่งใหญ่กว่า

เมลวินซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นการพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในมอสโกเผยว่า วิกฤตยูเครนเพิ่งจะเริ่มปรากฏออกมาเท่านั้น

“พูดตรงๆ นะ คุณจะไม่ส่งทหาร 200,000 นายเข้าประจำการที่ชายแดนยูเครนและไม่ก่อให้เกิดวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับความมั่นคงของยุโรปมา 40 ปี หากความพยายามทั้งหมดของคุณคือ ขยายการควบคุมของคุณเหนือดินแดนเล็กๆ สองแห่งที่คุณควบคุมอยู่แล้ว” เมลวินเผยกับ Reuters

ขั้นตอนต่อไปจะถูกกำหนดจากการที่กองกำลังของรัสเซียเข้าไปในโดเนตสก์และลูฮันสก์ และความเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ในการขยับขยายไปสู่ดินแดนที่กว้างขึ้น ขึ้นอยู่กับว่ายูเครนจะตอบโต้อย่างไร

“ผมว่านั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องจับตาดูในขณะนี้” เมลวินเผย “มันขึ้นอยู่กับว่าชนวนจะถูกจุดอย่างไรสำหรับการบุกรุกทางทหารในวงกว้างขึ้น”

Photo by Mikhail Klimentyev / Sputnik / AFP

อนามัยโลกชี้ BA.2 ไม่รุนแรงกว่า Omicron ตัวเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676396

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 13:00 น.อนามัยโลกชี้ BA.2 ไม่รุนแรงกว่า Omicron ตัวเดิม

อนามัยโลกชี้โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ติดง่าย แต่ไม่ก่ออาการรุนแรงกว่า BA.1

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 23 ก.พ. องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงไปมากกว่าเชื้อโอมิครอนดั้งเดิม หรือ BA.1 แต่ดูเหมือนว่าจะแพร่เชื้อได้ดีกว่า ซึ่งยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

มาเรีย ฟาน เคิร์คโฮฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคด้านโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า “จากกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยในประเทศต่างๆ เราไม่เห็นถึงความแตกต่างกันในด้านความรุนแรงของอาการป่วยที่เกิดจาก BA.1 และ BA.2 ระดับความรุนแรงและความเสี่ยงในการรักษาตัวในโรงพยาบาลใกล้เคียงกัน และนี่ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะในหลายประเทศมีการแพร่ระบาดทั้ง BA.1 และ BA.2”

คำแถลงครั้งล่าสุดนี้ช่วยคลายความกังวลให้กับหลายๆ ประเทศ อย่างเช่น เดนมาร์ก ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 เป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกแถลงว่า BA.2 ดูเหมือนว่าจะแพร่เชื้อได้ดีกว่า BA.1 และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาคำตอบว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ทั้งนี้ โควิด-19 คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากกว่า 5.8 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งองค์การอนามัยโลกคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ 2 ถึง 3 เท่า

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

เศรษฐีรัสเซียสูญกว่าล้านล้านบาทจากพิษวิกฤตยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676395

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 12:13 น.เศรษฐีรัสเซียสูญกว่าล้านล้านบาทจากพิษวิกฤตยูเครน

บรรดามหาเศรษฐีรัสเซียสูญเสียรายได้นับล้านล้านบาทจากความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ปีนี้ทรัพย์สินของบรรดามหาเศรษฐีรัสเซียลดวูบ 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.07 ล้านบาท โดยความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้นจะส่งผลให้ความมั่งคั่งของกลุ่มคนเหล่านี้ลดลงไปอีก

ข้อมูลของ Bloomberg Billionaires Index ซึ่งเป็นการจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 500 คนพบว่า เกนนาดี ทิมเชนโก มีทรัพย์สินลดลงมากที่สุดในบรรดามหาเศรษฐีเพื่อนร่วมชาติ โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ความมั่งคั่งของทิมเชนโกหายไปเกือบ 1 ใน 3

Bloomberg Billionaires Index ระบุว่า ขณะนี้ทิมเชนโกในวัย 69 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายทหารโซเวียตที่พบและเป็นเพื่อนกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียในช่วงต้นทศวรรษ 1990 มีทรัพย์สินอยู่ราว 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยความมั่งคั่งส่วนใหญ่ได้มากจากการถือหุ้นใน Novatek บริษัทผลิตก๊าซของรัสเซีย

เยโอนิด มิเคลสัน อีกหนึ่งผู้ถือหุ้นของ Novatek มีทรัพย์สินลดลง 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน วายิด อาเล็กเปรอฟ ประธานบริษัท Lukoil มีทรัพย์สินลดลงราว 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากหุ้นของ Lukoil ร่วงไปเกือบ 17%

Bloomberg Billionaires Index ระบุอีกว่า ปัจจุบันมหาเศรษฐี 23 คนของรัสเซียมีทรัพย์สินรวมกัน 343,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจาก 375,000 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อช่วงสิ้นปีที่แล้ว

สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นร่วงหนักหลังจากปูตินรับรองให้โดเนตสก์และลูฮันสก์ของยูเครนเป็นรัฐอิสระ ซึ่งนำมาสู่การระงับโครงการพลังงานของเยอรมนีกับรัสเซีย และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรธนาคารของรัสเซีย 5 แห่งและมหาเศรษฐี 3 ราย รวมทั้งทิมเชนโก

มหาเศรษฐีอีก 2 คนที่ถูกสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรคือ บอริส โรเทนแบร์ก วัย 65 ปีและอิกอร์ หลานชายวัย 48 ปี ซึ่งมั่งคั่งจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน Stroygazmontazh

Bloomberg ระบุว่า อาร์คาดี โรเทนแบร์ก พ่อของอิกอร์และหนึ่งในอดีตคู่ซ้อมยูโดของปูติน ขายบริษัทท่อส่งน้ำมันในปี 2019 ในราคาราว 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ อาร์คาดีซื้อหุ้นส่วนน้อยจากบอริสน้องชายเมื่อ 5 ปีก่อนหน้านั้นในขณะที่ทั้งสองพี่น้องและทิมเชนโกถูกสหรัฐคว่ำบาตรจากกรณีที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครน

AFP PHOTO / INTERPRESS / ALEXANDER KULEBYAKIN

อิหร่านคืนวัคซีน 820,000 โดสเพราะผลิตจากสหรัฐ แม้ยอดตายพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676391

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 11:40 น.อิหร่านคืนวัคซีน 820,000 โดสเพราะผลิตจากสหรัฐ แม้ยอดตายพุ่ง

อิหร่านคืนวัคซีนที่โปแลนด์บริจาค แม้ผู้เสียชีวิตจากโควิดพุ่งสูงสุดในตะวันออกกลาง

สำนักข่าวต่างประเทศอ้างรายงานจากสื่อท้องถิ่นอิหร่านระบุว่า อิหร่านคืนวัคซีนโควิด-19 จำนวน 820,000 โดสที่ได้รับบริจาคจากโปแลนด์ เนื่องจากวัคซีนดังกล่าวผลิตในสหรัฐอเมริกา

โมฮัมหมัด ฮาเชมี เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านกล่าว่า โปแลนด์บริจาควัคซีน AstraZeneca ประมาณ 1 ล้านโดสให้แก่อิหร่าน แต่เมื่อวัคซีนมาถึงพบว่ามีวัคซีนจำนวน 820,000 โดสที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา ภายหลังจากการประสานงานกับเอกอัครราชทูตโปแลนด์ประจำอิหร่านจึงได้มีการตัดสินใจว่าวัคซีนดังกล่าวจะถูกส่งคืน

บาห์ราม ไอโนลลาฮี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าวัคซีนดังกล่าวมาจากแหล่งที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยโปแลนด์ให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนเป็นวัคซีนที่มาจากแหล่งที่ได้รับอนุญาต

เนื่องจากขณะนี้อิหร่านไม่นำเข้าวัคซีนวัคซีนที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาหรือสหราชอาณาจักร ซึ่งอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวในปี 2020 โดยปฏิเสธความเป็นไปได้ที่วัคซีนของสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษจะเข้ามาในประเทศ โดยเรียกว่าเป็น “สิ่งต้องห้าม”

ทั้งนี้ อิหร่านกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 6 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรายวันทุบสถิติ ขณะที่ทางการกล่าวว่าสายพันธุ์โอมิครอนกำลังครอบงำประเทศ ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งประเทศมากกว่า 135,000 ราย ทำให้อิหร่านมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในตะวันออกกลาง

รายงานระบุว่าขณะนี้ประชากรชาวอิหร่านที่อายุ 18 ปีขึ้นไปได้ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว 90% แม้ว่าจะมีเพียง 37% ที่ได้รับวัคซีนโดสที่ 3

โดยอิหร่านใช้วัคซีนของ Sinopharm ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ แต่ยังมีวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ได้แก่ AstraZeneca, Sputnik V, Covaxin และ COVIran Barekat วัคซีนที่อิหร่านผลิตเอง

Photo by KHAMENEI.IR / AFP

ไบเดนชี้การกระทำของปูตินคือ ‘จุดเริ่มต้นที่รัสเซียจะบุกยูเครน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676390

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 10:51 น.ไบเดนชี้การกระทำของปูตินคือ 'จุดเริ่มต้นที่รัสเซียจะบุกยูเครน'

‘รัสเซียเริ่มบุกแล้ว’ ไบเดนประกาศ เชื่อนี่คือจุดเริ่มต้นของการ ‘บุกจริง’ เพื่อเล่นงานยูเครน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ กล่าวประณามประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยระบุว่าความเคลื่อนไหวของรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครนขณะนี้ถือว่าเป็น “จุดเริ่มต้นของการรุกราน” พร้อมเผยมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่รุนแรงต่อรัสเซียเพื่อเป็นการตอบโต้ หลังจากที่รัสเซียรับรอง ‘โดเนตสก์-ลูฮันสก์’ เป็นรัฐอิสระ และเคลื่อนกำลังทหารข้ามพรมแดน

ไบเดนกล่าวว่าการระทำของรัสเซียเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง และต้องได้รับการตอบสนองอย่างแข็งขันจากประชาคมระหว่างประเทศ”

โดยมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐพุ่งเป้าไปที่ชนชั้นสูงของรัสเซียและครอบครัว และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซีย ตลอดจนสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ วีไอบี และพรอมส์เวียสแบงก์ โดยไบเดนกล่าวว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้รัสเซียไม่สามารถจัดหาเงินทุนจากตะวันตกได้อีกต่อไป

พร้อมเสริมว่าสหรัฐพร้อมที่จะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรหากความเคลื่อนไหวของรัสเซียต่อยูเครนยังคงบานปลาย อย่างไรก็ตาม พรอมส์เวียสแบงก์กล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

ไบเดนยังประกาศว่าสหรัฐได้เสริมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมในประเทศแถบบอลติกทางฝั่งตะวันออกของนาโต แต่ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการที่จะรบกับรัสเซีย และยังคงเปิดกว้างที่จะเจรจากับรัสเซียและพันธมิตรเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม

Photo by MANDEL NGAN and Mikhail Metzel / various sources / AFP