UEFA ออกโรงเตือนนักเตะห้ามย้ายขวดโค้ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655836

วันที่ 18 มิ.ย. 2564 เวลา 10:30 น.

UEFA ออกโรงเตือนนักเตะห้ามย้ายขวดโค้กUEFA เตือนนักเตะที่เคลื่อนย้ายขวดเครื่องดื่มของสปอนเซอร์ในงานแถลงข่าวฟุตบอล Euro 2020 อาจเจอโทษปรับ

หลังจากนักเตะดาวดังอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ขยับขวดน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของการแข่งขันฟุตบอล Euro 2020 ระหว่างแถลงข่าวจนกลายเป็นข่าวใหญ่ 1 วันให้หลัง ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสก็ย้ายขวดเบียร์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าออกโดยอ้างเหตุผลด้านศาสนา และมานูเอล โลคาเตลลี มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี ก็ขยับขวดน้ำอัดลมไปด้านข้างแล้ววางขวดน้ำดื่มไว้แทนเช่นกัน จนส่งผลกระทบกับหุ้นของสปอนเซอร์

ส่งผลให้ UEFA นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องออกโรงเตือนนักเตะและสตาฟฟ์ทุกคนว่าห้ามขยับขวดเครื่องดื่มของสปอนเซอร์ มิเช่นนั้นอาจถูกปรับ

ผู้จัดการแข่งขันเผยว่า “UEFA ได้ตักเตือนทีมที่เข้าร่วมแข่งขันว่าผู้สนับสนุนคือส่วนสำคัญในการจัดทัวร์นาเม้นต์และมีส่วนในการพัฒนาฟุตบอลทั่วยุโรป รวมทั้งระดับเยาวชนและฟุตบอลหญิง”

ด้าน มาร์ติน คัลเลน ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน Euro 2020 เผยว่า ประเด็นหลักอยู่ที่การกระทำของโรนัลโด แต่ก็เข้าใจได้ที่นักเตะคนอื่นทำอย่างเดียวกันโดยมีเหตุผลด้านศาสนา “หากเป็นเรื่องของศาสนา พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีขวดอยู่ตรงนั้น”

คัลเลนกล่าวอีกว่า นักเตะต้องปฏิบัติตามกฎของสหพันธ์ แต่ UEFA ไม่เคยลงโทษปรับนักเตะโดยตรง การลงโทษจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสหพันธ์ระดับชาติ

UEFA/Handout via REUTERS

เปิดใจปัญญาชนเมียนมา ไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจเข้าป่า-จับปืน-ฝึกรบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655799

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 20:30 น.

เปิดใจปัญญาชนเมียนมา ไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจเข้าป่า-จับปืน-ฝึกรบกว่า 4 เดือนที่กองทัพเมียนมาทำรัฐประหาร มีเยาวชนและปัญหาชนหลายร้อยคนหนีเข้าป่าฝึกการต่อสู้กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยเพื่อรอวันโต้กลับ

แม้จะถูกการปราบปรามอย่างหนักของกองทัพบีบให้สู้ด้วยวิธีใต้ดิน ไม่ว่าจะเป็นใช้โทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้ง ซ่อนตัวในเซฟเฮ้าส์ หรือแม้แต่เข้าไปอยู่กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ไม่ได้เจอหน้าคนในครอบครัวหลายเดือน แต่ปัญญาชนคนรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่เคยเสียใจที่ต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อน

สำหรับ Thinzar Shunlei Yi นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย เธอทราบดีว่าวันหนึ่งเธออาจต้องแยกจากครอบครัวเพื่อเดินหน้าสู้กับรัฐบาลรัฐประหารต่อไป

“นี่คือสิ่งที่ฉันคิดไว้แล้วในฐานะของนักเคลื่อนไหว” Thinzar Shunlei Yi เผยกับสำนักข่าว AFP ผ่านโทรศัพท์จากสถานที่ซ่อนตัว “เราไม่คิดว่าผู้คนจะลุกฮือขนาดนี้และไม่คิดว่าคนทั่วไปจะกลายมาเป็นผู้ประท้วงและนักเคลื่อนไหว”

สาววัย 29 ปี เป็นหนึ่งในคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ นักเคลื่อนไหว และนักข่าวหลายๆ คนที่อยู่ในหมายจับของกองทัพในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความหวาดกลัว

แต่กรณีของ Ko Ko (นามสมมติ) เขาแทบจะจินตนาการชีวิตที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ออกเลย เพราะไม่กี่เดือนก่อนเขาเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่ต้องรับมือกับ Covid-19

แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เขาต้องเปลี่ยนที่อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้รอดพ้นการจับกุม แต่ความเป็นแพทย์ยังอยู่ Ko Ko ผันตัวเป็นผู้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ทางไกลสำหรับผู้ประท้วงที่ไม่กล้าไปโรงพยาบาลทหาร และยังเริ่มอบรมคนทั่วไปเรื่องการปฐมพยาบาลตั้งแต่เดือน มี.ค. เพราะการปราบปรามของทหารเริ่มนองเลือดมากขึ้น

แพทย์วัย 30 ปีตัดสินใจหนี 2 วันหลังจากวันสถาปนากองทัพเมียนมาในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่นองเลือดมากที่สุดนับตั้งแต่มีการประท้วง และยังเป็นช่วงที่กองทัพเริ่มบุกโรงพยาบาลและจับกุมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

หลังจากย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ได้ราว 2 สัปดาห์ Ko Ko หนีเข้าพื้นที่ของกองกำลังชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนไทย

เช่นเดียวกับ Ko Thein (นามสมมติ) นักดนตรีที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างหลังจากโพสต์เกี่ยวกับกองทัพด้วยถ้อยคำเสียดสีเจ็บแสบหลังการยึดอำนาจ เริ่มแรกเขาไม่ยอมหนีแม้ว่าคนใกล้ตัวจะตักเตือนด้วยความเป็นห่วงหลายครั้ง

แต่หลังจากเห็นชื่อตัวเองอยู่ในหมายจับเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เขาก็รีบเก็บกระเป๋าทันที และบอกลาพี่น้อง ก่อนจะหนีไปทางด้านหลังอพาร์ทเม้นต์ของตัวเอง โดยระหว่างหลบหนีเจ้าตัวยังแชร์ข้อมูลในเฟซบุ๊คตามปกติ

“ผมไม่เคยเสียใจที่โพสต์ข้อความต่างๆ นี่คือหน้าที่ของคนเมียนมา” Ko Thein เผยและยอมรับว่าคิดถึงครอบครัว

ส่วน Min ซึ่งไม่ใช่ชื่อจริง ที่กำลังฝึกการต่อสู้กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยในรัฐกะเหรี่ยงเผยว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินเสียงปืนมาก่อน แต่หลังจากทหารยึดอำนาจได้ 4 เดือน เสียงปืนกลายเป็นเสียงที่เขาคุ้นชิน และเชื่อว่ากระสุนปืนเท่านั้นที่จะกำจัดเผด็จการทหารออกจากเมียนมา ไม่ใช่การประท้วง 

แม้จะคาดเดาให้แม่นยำได้ยาก แต่นักวิเคราะห์คาดว่าหนุ่มสาวเมียนมาหลายร้อยคนดั้นด้นมาถึงพื้นที่ที่เป็นที่มั่นของกองกำลังชนกลุ่มน้อยเพื่อรับการฝึกฝนการต่อสู้ อาทิ เมื่อเดือนที่แล้ว Htar Htar Htet สาวงามจากเวที Miss Grand International ของไทย โพสต์ภาพที่เธอสวมชุดลายพรางสีดำสะพายปืนไรเฟิลอยู่ในแคมป์ฝึกฝน

สำหรับการฝึกในรัฐกะเหรี่ยงที่มีสามาชิกของกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เป็นครูฝึก เริ่มตั้งแต่เช้ามืด โดยจะมีการฝึกเทคติกในป่า อาทิ การข้ามบ่อโคลน ด้วยการไต่เชือก การพรางตัว การขนย้ายผู้บาดเจ็บไปยังที่ปลอดภัย และการยิงปืน

ทว่า เดวิด แมธิสัน นักวิเคราะห์ซึ่งเคยอยู่ในเมียนมาตั้งคำถามว่า ยุทธวิธีของชนกลุ่มน้อยที่เกิดในภูเขาและป่าจะมีประสิทธิภาพเพียงใดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับรัฐบาลเผด็จการในพื้นที่เมืองต่างๆ “แม้ว่าการฝึกฝนจะช่วยบ่มเพาะประสบการณ์ แต่มันไม่ได้ช่วยเปลี่ยนคุณให้เป็นนักสู้ในเมือง” แมธิสันเผย และกล่าวเพิ่มว่า การฝึกฝนในระยะสั้นไม่น่าจะปลูกฝังวินัยและความทรหดที่จำเป็นสำหรับการสู้รบกับทหาร

Photo by STR / AFP

บุคลากรแพทย์อินโดหลายร้อยติดโควิดแม้ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655806

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 18:00 น.

บุคลากรแพทย์อินโดหลายร้อยติดโควิดแม้ฉีดวัคซีนอินโดนีเซียเผยพบบุคลากรแพทย์ติดโควิด-19 อื้อหลังสายพันธุ์เดลตาระบาด

รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์รวมมากกว่า 350 รายติดโควิด-19 แม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ขณะที่หลายสิบรายกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนในการยับยั้งโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมากขึ้นโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา

รายงานระบุว่าบุคลากรที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการและกำลังกักตัวเองที่บ้าน ขณะที่ส่วนหนึ่งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากมีไข้สูงและระดับออกซิเจนต่ำ

ทั้งนี้ อินโดนีเซียกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยคาดว่ามีสาเหตุมาจากโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตาซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้มากกว่าสายพันธ์อื่น และเพิ่มอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 90%

โดยบรรดาบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกในอินโดนีเซียที่ได้รับการฉีดวัคซีนในเดือนมกราคม ซึ่งสมาคมการแพทย์อินโดนีเซียระบุว่าส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทซิโนแวค

ซึ่งหลังฉีดวัคซีนไปแล้วสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว จาก 158 รายในเดือนมกราคมเหลือเพียง 13 รายในเดือนพฤษภาคม

ถึงกระนั้น ดิกกี้ บูดีมัน นักระบาดวิทยาที่มหาวิทยาลัยกริฟฟิธของออสเตรเลียกล่าวว่าในอินโดนีเซียมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น และเรายังไม่แน่ใจว่าซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้ดีเพียงใด

นอกจากนี้สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จากอินเดียเผิดเผยการศึกษาระบุว่าโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย มีโอกาสที่จะแพร่เชื้อได้แม้จะได้รับวัคซีนแล้วไม่ว่าจะเป็นเข็มเดียวหรือ 2 เข็มก็ตาม

ขณะนี้อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 1.9 ล้านรายและเสียชีวิต 53,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 946 ราย

อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนไม่ได้เป็นการรับรองว่าจะไม่ติดเชื้อเนื่องจากยังไม่มีวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทใดสามารถต้านเชื้อได้ 100% แต่หากติดเชื้อจะช่วยให้ไวรัสมีน้อยกว่าและอาการป่วยรุนแรงน้อยกว่าผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ดังนั้นหากฉีดวัคซีนแล้วจึงยังต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมืออยู่เสมอ

Photo by CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP

เมื่อนักขุดจีนย้ายหนีรัฐบาล สหรัฐจะเป็นฮับใหญ่แทนหรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655803

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 17:30 น.

เมื่อนักขุดจีนย้ายหนีรัฐบาล สหรัฐจะเป็นฮับใหญ่แทนหรือไม่ฐานการขุด Bitcoin อาจย้ายจากจีนไปสหรัฐหลังนักขุดจีนเล็งย้ายถิ่นฐาน

ประเทศจีนเป็นหนึ่งในฮับขุด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่าครึ่งหนึ่งของนักขุดทั่วโลกอยู่ในประเทศจีน แต่ล่าสุดเมื่อรัฐบาลจีนประกาศปราบปรามการทำเหมืองและแลกเปลี่ยน Bitcoin พวกเขาจึงต้องย้ายถิ่นฐาน

CNBC เรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “การอพยพครั้งใหญ่ของการขุด Bitcoin” โดยจุดหมายปลายทางหลักของพวกเขาคือรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา และนี่อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับเท็กซัส

พวกเขามองว่าการขุด Bitcoin ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้พลังงานมหาศาลอาจเหมาะสมกับเท็กซัสซึ่งมีพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมากมาย ตลอดจนจุดยืนของเท็กซัสที่เป็นมิตรต่อคริปโตทำให้ที่นี่น่าสนใจสำหรับบรรดานักขุด

แม้ว่าในช่วงฤดูหนาวปีที่แล้วเท็กซัสจะประสบปัญหาขาดแคลนพลังงานสำรองส่งผลให้ไม่มีไฟฟ้าใช้นานหลายวัน แต่เท็กซัสได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในที่ที่ราคาพลังงานต่ำที่สุดในโลก รวมถึงพลังงานหมุนเวียนก็มีมากขึ้น

นี่คือฝันของนักขุดที่กำลังมองหาแหล่งพลังงานราคาถูกและการต้อนรับที่ดี

Brandon Arvanaghi อดีตวิศวกรระบบความปลอดภัยของบริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Gemini กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรามีผู้ว่าการรัฐอย่าง Greg Abbott ที่ส่งเสริมการขุดคริปโต มันจะต้องกลายเป็นอุตสาหกรรมที่แท้จริงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมันน่าเหลือเชื่อมาก”

การโยกย้ายของนักขุดจีน

จีนครองส่วนแบ่งการขุด Bitcoin ของโลกราวร้อยละ 65 ถึง 75 โดยส่วนใหญ่การขุดเกิดขึ้นในซินเจียงและมองโกเลีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายแห่งของจีน รวมถึงเสฉวนและยูนนานซึ่งมีพลังงานน้ำเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ช่วยสนับสนุนการขุด Bitcoin

มาวันนี้เมื่อรัฐบาลจีนประกาศไม่สนับสนุนสกุลเงินคริปโตแล้ว Nic Carter ผู้ร่วมก่อตั้ง Castle Island Ventures บริษัทด้านบล็อกเชนและคริปโตระบุว่าการขุดคริปโตในจีนนั้นลดลง โดยสังเกตจาก Hashrate (หน่วยวัดกำลังในการขุดของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์) พร้อมประเมิณว่าร้อยละ 50 ถึง 60 ของ Hashrate ทั้งหมดจะย้ายออกจากจีนในที่สุด

De La Torre รองประธานเหมืองขุดคริปโต Poolin ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง และมีสำนักงานย่อยหลายแห่งในประเทศจีน เผยว่าไม่ต้องการเผชิญหน้ากับการปราบปรามจากรัฐบาลจีน จึงพยายามกระจายการขุดไปทั่วโลก และนี่เป็นสาเหตุให้ต้องย้ายไปยังสหรัฐและแคนาดา

ย้ายไปที่ไหน

นักขุดจำนวนมากกำลังแข่งขันกันในอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรต่ำ โดยทั่วไปแล้วต้นทุนแปรผันเพียงอย่างเดียวคือพลังงาน พวกเขาจึงได้รับแรงจูงใจให้ย้ายไปยังแหล่งพลังงานที่ถูกที่สุดในโลก

หนึ่งในนั้นคือเท็กซัสซึ่งไม่เพียงแต่มีไฟฟ้าที่ถูกสุดในสหรัฐแต่บางแห่งยังถูกที่สุดในโลก และการทำเหมืองคริปโตในเท็กซัสก็ง่ายมากเช่นกัน โดย Arvanaghi เผยว่าเพียงแค่มีเงิน 30 ถึง 40 ล้านเหรียญสหรัฐก็เป็นนักขุดชั้นนำในสหรัฐอเมริกาได้

นอกจากเท็กซัสแล้วอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เป็นไปได้คือคาซัคสถาน เนื่องจากมีเหมืองถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานราคาถูกและอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนทัศคติแง่บวกต่อคริปโตรวมถึง Bitcoin นับว่าน่าสนใจสำหรับบรรดานักขุดที่ต้องการย้ายถิ่นฐาน

Didar Bekbauov จาก Xive ผู้ให้บริการเหมืองขุดในคาซัคสถานเผยต่อ CNBC ว่ามีนักขุดชาวจีนติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นกล่าวว่ามีเพียงรัฐบาลเท่านั้นที่ไม่สนับสนุนการขุดคริปโต แต่เอกชนจะยังคงเดินหน้าต่อไป แต่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ผลิตโดยโรงไฟฟ้าของรัฐบาลพวกเขาจึงต้องย้ายออก

สหรัฐกำลังแย่งส่วนแบ่งแรงขุดจากจีนแต่ก็มีข้อจำกัด

แม้จะมีปัจจัยเชิงบวกหลายอย่างที่สนับสนุนนักขุดให้มาลงทุนในสหรัฐ แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดที่สำคัญบางประการที่ขัดขวางสหรัฐจากการเป็นแหล่งขุดรายใหญ่ของโลก

ประการแรกคือระยะเวลาในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลานาน 6 ถึง 9 เดือนซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับนักขุดที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาจากที่อื่น

ตลอดจนปัญหาการขนส่งทางโลจิสติกส์อย่างเช่นการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่ง ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ประการที่สำคัญที่สุดคือความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้าในเท็กซัสที่เพิ่งประสบปัญหาประชาชนขาดแคลนไฟฟ้าจากพายุฤดูหนาวและอากาศหนาวเย็นเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าเท็กซัสควรทำระบบกันหนาวหรือไม่ ซึ่งเป็นโครงการที่มีค่าใช้จ่ายสูงและอาจส่งผลกระทบต่อภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าของรัฐ

Photo by Juan Carlos CISNEROS / AFP

รู้จัก ‘แลมบ์ดา’ โควิดสายพันธุ์ใหม่ที่พบครั้งแรกในเปรู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655781

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 16:00 น.

รู้จัก 'แลมบ์ดา' โควิดสายพันธุ์ใหม่ที่พบครั้งแรกในเปรูโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดาที่องค์การอนามัยโลกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ

โควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดา (Lambda) หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ C.37 พบครั้งแรกที่ประเทศเปรู ซึ่งขณะนี้พบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 29 ประเทศทั่วโลก โดยองค์การอามัยโลก (WHO) จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ (Variant of Interest : VOI) หลังพบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น

ทางการเปรูระบุว่านับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาพบสายพันธุ์แลมบ์ดาถึงร้อยะ 81 ของผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งอาจกลายเป็นสายพันธุ์หลักในเปรู อย่างไรก็ตามตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในประเทศยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ยังพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์แลมบ์ดาในประเทศอื่นๆ ในอัตราที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่นประเทศชิลี อาร์เจนตินา และเอกวาดอร์ รวมถึงประเทศอื่นในแถบละตินอเมริกา

โดยสายพันธุ์แลมบ์ดาพบการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม รวมถึงตำแหน่ง G75V, T76I, del247/253, L452Q, F490S, D614G และ T859N

ขณะที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์แลมบ์ดาอาจเพิ่มอัตราการแพร่ระบาดหรือมีความสามารถในการต้านภูมิคุ้มกันได้

อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจสายพันธุ์ดังกล่าวมากกว่านี้ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะสามารถสรุปได้

ทั้งนี้ การตั้งชื่อสายพันธุ์แลมป์ดาเป็นการตั้งชื่อโดยใช้ตัวอักษรกรีกแทนการใช้ชื่อประเทศเปรูเพื่อไม่ให้เกิดการตีตราประเทศที่พบไวรัสเป็นครั้งแรก

เช่นเดียวกับไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อื่นๆ อย่างเช่นสายพันธุ์อัลฟาที่พบครั้งแรกในประเทศอังกฤษ, สายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย, สายพันธุ์แกมมาที่พบครั้งแรกในประเทศบราซิล และสายพันธุ์เบตาที่พบครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งทั้ง 4 สายพันธุ์นี้ WHO จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern : VOC)

โดยขณะนี้ WHO กำลังจับตาโควิด-19 กลายพันธุ์กว่า 50 สายพันธุ์แต่ไม่ใช่ทุกสายพันธุ์ที่จะเป็นอันตรายถึงขั้นต้องจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลอย่าง 4 สายพันธุ์ข้างต้น

นอกจากนี้ WHO ยังได้จับตาสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ “เดลตา พลัส” (B.1.617.2) ซึ่งวิวัฒนาการมาจากสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย แม้จะยังไม่จัดให้อยู่ในลิสต์สายพันธุ์ที่น่ากังวลแต่อาจสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและต้านทานต่อวัคซีนมากขึ้น

โดยนอกจากอินเดียแล้วยังพบเดลตา พลัส ในประเทศอื่นเช่นสหรัฐ, แคนาดา, รัสเซีย, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, เนปาล, โปแลนด์, โปรตุเกส และญี่ปุ่น

ขณะที่สายพันธุ์เดลตาเองก็มีการแพร่ระบาดไปแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลกและยังคงกลายพันธุ์ต่อไป โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าไวรัสสายพันธุ์นี้สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่นๆ รวมถึงคาดว่าอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นด้วยแต่ยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อมูลดังกล่าว

Photo by Juan Carlos CISNEROS / AFP

เทรนด์ใหม่! สาวจีนแห่ศัลย์ใบหูให้แหลมเหมือนเอลฟ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655776

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 15:00 น.

เทรนด์ใหม่! สาวจีนแห่ศัลย์ใบหูให้แหลมเหมือนเอลฟ์สาวจีนพากันศัลยกรรมใบหูให้แหลมและกางออกเหมือนเอลฟ์เชื่อทำให้ใบหน้าดูเล็กลง

การทำศัลยกรรมตกแต่งใบหูให้แหลมและกางออกเล็กน้อยเหมือนหูของเอลฟ์ ตัวละครในนิยายแฟนตาซีกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะสาวๆ ในจีน เพราะเชื่อว่าทำแล้วทำให้ดูเล็กและเด็กลง  

โซเชียลมีเดียของจีนเต็มไปด้วยรีวิวผลการศัลยกรรมหูเอลฟ์ โดยผู้ใช้ Xiaohongshu แพลตฟอร์มแบ่งปันไลฟ์สไตล์เผยว่า “มันมหัศจรรย์มาก! ฉันไม่ได้เปลี่ยนอะไรบนหน้าเลยแต่เพื่อนๆ ฉันกลับบอกว่าหน้าฉันดูเปลี่ยนไปหลังจากไปทำมา (หน้าฉันดูเรียวและดูดีขึ้น)”

บรรดาวัยรุ่นที่รักความสวยความงามทั้งหญิงและชายพากันมาโรงพยาบาลเพื่อทำศัลยกรรมหูเอลฟ์ หลินหลิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของสถาบันเสริมความงาม Mylike Medical Cosmetic ในเซี่ยงไฮ้เผยกับ South China Morning Post ว่า มีคนต้องการทำหูเอลฟ์เยอะมากจนลูกค้าต้องต่อคิวรอทุกวัน

เช่นเดียวกับ หยูเวิ่นหลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลย์กรรมแก้หูกางในกว่างโจวเผยว่า เขาต้องผ่าตัดศัลยกรรมใบหูเอลฟ์วันละ 6 ครั้ง และเพิ่งรู้ว่าวัยรุ่นจีนต้องการทำหูเอลฟ์กันมากหลังจากเขาผ่าตัดให้เซเลบริตีออนไลน์คนหนึ่งเมื่อต้นปีที่แล้ว และจากนั้นก็มีคนมาทำเรื่อยๆ

หยูเผยว่าหูเอลฟ์ที่กำลังฮิตอยู่นี้เป็นการผสมผสานของอาการผิดปกติของหูที่ทางการแพทย์เรียกว่า Stahl’s ear หรือหูแหลม และ protruding ear หรือใบหูยื่นออกมาจากศีรษะมากกว่า 2 เซนติเมตรซึ่งชาวจีนเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี  

แต่บางคนต้องการศัลยกรรมใบหูเพราะไม่สามารถมองเห็นใบหูหากมองจากด้านหน้าซึ่งทำให้ใบหน้าดูใหญ่กว่าขนาดจริง หรือใบหูเล็กจนไม่สามารถทัดผมกับใบหู

การศัลยกรรมหูเอลฟ์ทำได้ 2 วิธีคือ การผ่าตัดใส่กระดูกอ่อนจากส่วนอื่นของร่างกายหรือวัสดุสังเคราะห์เข้าไปหลังใบหู และการฉีดกรดไฮยาลูรอนิก

อย่างไรก็ดี หวังเจียนหยุน ศัลยแพทย์ตกแต่งจากโรงพยาบาลประชาชนแห่งที่สามในเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานเตือนว่า การศัลยกรรมใบหูเอลฟ์มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เกิดแผลเป็น ใบหูผิดรูปหากใส่กระดูกอ่อนเพิ่ม เกิดการแพ้ เกิดลิ่มเลือด หรือเนื้อตายหากฉีดกรดไฮยาลูรอนิก

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่าหลังจากเทรนด์นี้เลิกฮิตแล้ว บางคนอาจพากันกลับมาพบแพทย์เพื่อผ่าตัดแก้ใบหูกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนกับที่การทำจมูกตามคนดังหรือทำตาสองชั้นสไตล์คนยุโรปเคยฮิตมาแล้ว และเตือนคนที่ต้องการทำหูเอลฟ์ให้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ Deloitte Consulting เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตลาดศัลยกรรมเพื่อความงามของจีนเติบโตขึ้นจาก 64,800 ล้านหยวน ในปี 2015 เป็นเกือบ 177,000 ล้านหยวนในปี 2019 ซึ่งเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และมีอัตราการเติบโตต่อปีอยู่ที่ 28.7% ขณะที่ทั้งโลกเติบโตเพียง 8.2%

นิวยอร์กเกือบ 900 คนได้ไฟเซอร์หมดอายุเร่งนัดฉีดใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655755

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 13:30 น.

นิวยอร์กเกือบ 900 คนได้ไฟเซอร์หมดอายุเร่งนัดฉีดใหม่เกิดความผิดพลาดเมื่อศูนย์ฉีดวัคซีนในนิวยอร์กฉีดวัคซีนหมดอายุแม้ผู้รับผิดชอบยันไม่เป็นอันตราย

สำนักข่าว AP และ NBC รายงานว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐเผยถึงความผิดพลาดเมื่อมีประชาชน 899 คนได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์ที่หมดอายุแล้วหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนที่สถานฉีดวัคซีนแห่งหนึ่งในไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 มิถุนายนที่ผ่านมา

โดย ATC Vaccination Services บริษัทที่ให้บริการฉีดวัคซีนในนิวยอร์กแถลงขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าวัคซีนหมดอายุจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้ที่ได้รับวัคซีน

ขณะที่แพทริค กัลลาฮิว โฆษกกระทรวงสาธารณสุขนครนิวยอร์กชี้แจงว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนหมดอายุจะได้รับแจ้งทางอีเมล โทรศัพท์ และจดหมายเพื่อรับทราบถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ด้านกรมอนามัยนครนิวยอร์กระบุว่าจะรีบดำเนินการนัดหมายฉีดวัคซีนครั้งใหม่อย่างเร็วที่สุดสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนหมดอายุ

ทั้งนี้ วัคซีนหมดอายุเนื่องจากถูกเก็บไว้นานเกินไป แม้ทางบริษัทจะยืนยันว่าไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อผู้ที่ได้รับ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าวัคซีนดังกล่าวจะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่

Photo by David Ryder/Getty Images/AFP

โคตรเพชร! บอตสวานาเจอเพชรยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655753

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 12:30 น.

โคตรเพชร! บอตสวานาเจอเพชรยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของโลก  บอตสวานาเป็นประเทศผู้ผลิตเพชรรายใหญ่ที่สุดของแอฟริกา และ 2 ใน 3 ของเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกถูกพบที่นั่น

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทเพชร Debswana ในประเทศบอตสวานาขุดพบเพชรน้ำหนัก 1,098 กะรัต ซึ่งคาดว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ที่เหมืองเพชร Jwaneng ทางตอนใต้ของประเทศ  

“นี่คือเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดเท่าที่ Debswana เคยพบหลังดำเนินกิจการมากว่า 50 ปี” ลินเน็ตต์ อาร์มสตรอง รักษาการกรรมการผู้จัดการบริษัท Debswana เผย “จากการวิเคราะห์เบื้องต้น เพชรนี้อาจมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก”

ด้าน เลโฟโก โมอากิ รัฐมนตรีกระทรวงแร่ของบอตสวานาเผยว่า การพบเพชรครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในเวลาที่ดีที่สุดสำหรับบอตสวานา หลังจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลให้การขายเพชรลดลงเมื่อปีที่แล้ว

Debswana เป็นกิจการร่วมค้าระหว่างรัฐบาลบอตสวานากับ De Beers ผู้ค้าเพชรรายใหญ่ของโลก โดยราว 80% ของรายได้จากการขายเพชรจะถูกส่งเข้าคลังของบอตสวานาผ่านเงินปันผล ค่าสัมปทาน และภาษี

ทั้งนี้ เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลกที่นับตั้งแต่ขุดพบมาคือ เพชร Cullinan น้ำหนัก 3,106 กะรัต ซึ่งถูกขุดพบที่แอฟริกาใต้ในปี 1905 ส่วนเม็ดที่ใหญ่รองลงมาคือ เพชร Lesedi La Rona น้ำหนัก 1,109 กะรัตที่พบในบอตสวานาเมื่อปี 2015

Photo by Monirul Bhuiyan / AFP

บทเรียนจากโรนัลโด เมื่ออดีตพรีเซนเตอร์ปฏิเสธดื่มโค้ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655752

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 11:45 น.

บทเรียนจากโรนัลโด เมื่ออดีตพรีเซนเตอร์ปฏิเสธดื่มโค้กโคคา-โคลาเสียหายกว่าแสนล้านหลังโรนัลโดแนะดื่มน้ำเปล่าเพื่อสุขภาพ

เกิดเป็นประเด็นเมื่อคริสเตียโน โรนัลโด กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส แถลงข่าวในวันที่ฟาดแข้งกับฮังการีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมาโดยได้มีการขยับขวดน้ำอัดลมโคคา-โคลา ผู้สนับสนุนหลักของศึกฟุตบอลยูโร 2020 ออกจากโต๊ะแถลงข่าว พร้อมประโยคเด็ดแนะให้ทุกคนดื่มน้ำเปล่า

แม้จะเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และสร้างความเสียหายมหาศาล แทบจะในทันทีที่โรดัลโดทำแบบนั้นทำเอาหุ้นของบริษัทโคคา-โคลาดิ่งลงถึง 1.6% อยู่ที่ 55.22 เหรียญสหรัฐ ซึ่งนั่นทำให้บริษัทสูญเสียมูลค่าในตลาดไปถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 124,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

จนถึงขณะนี้ (17 มิ.ย.) หุ้นของริษัทก็ยังดิ่งลงมาเรื่อยๆ โดยล่าสุดอยู่ที่ 54.67เหรียญสหรัฐ

อย่างที่หลายคนทราบว่าโรนัลโด อายุ 36 ปีแล้ว และเป็นคนดูแลสุขภาพร่างกายเป็นอย่างดีถึงขนาดตั้งเป้าจะเล่นฟุตบอลไปจนถึงอายุเข้าหลัก 4 ในขณะที่นักเตะหลายคนวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุย่างเข้าเลข 3 แล้ว

โรนัลโดยังเคยสร้างความตะลึงให้กับแฟนบอลทั่วโลกด้วยผลการตรวจร่างกายของเขาเมื่อปี 2018 พบว่ามีสัดส่วนไขมันในร่างกายเพียง 7% ขณะที่นักกีฬาทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 11% และมีมวลกล้ามเนื้ออยู่ที่ 50% ขณะที่ผู้เล่นทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 46%

แม้ในขณะนั้นโรนัลโดจะอายุได้ 33 ปีแล้วแต่หากประเมินตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาสภาพร่างกายของเขาประหนึ่งนักฟุตบอลวัยรุ่นอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น

นอกจากการออกกำลังกาย ฟิตร่างกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว โรดัลโดยังเคยเผยเมนูอาหารแต่ละมื้อในแต่ละวันของเขาซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารคลีนทั้งสิ้น ไม่เพียงแต่สุขภาพของตัวเองเท่านั้นแต่โรนัลโดไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่ลูกชายของเขาดื่มน้ำอัดลม

จึงอาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในวันนั้นเขาเลือกที่จะขยับขวดน้ำอัดลมออกห่างตัวและแนะให้ทุกคนดื่มน้ำเปล่า แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนข้องใจและอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การขยับขวดโคคา-โคลาครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ขนาดนี้คือการที่เจ้าตัวเองก็เคยร่วมงานกับบริษัทโคคา-โคลาในฐานะพรีเซนเตอร์มาก่อน

โดยมีชาวเน็ตขุดคุ้ยขึ้นมาว่าเมื่อปี 2006 ในสมัยที่โรนัลโดยังเป็นนักเตะให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโคคา-โคลาพร้อมถ่ายโฆษณาให้กับน้ำอัดลมแบรนด์ดัง นอกจากนี้ยังเคยมีภาพของเขาสกรีนอยู่บนกระป๋องโคคา-โคลามาแล้วด้วย

ไม่เพียงเท่านั้นชาวเน็ตยังพบว่าในปี 2014 สายเฮลท์ตี้อย่างโรนัลโดก็เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ KFC ไก่ทอดแบรนด์ดังมาก่อน

การที่หุ้นของโคคา-โคลาดิ่งลงได้มากขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็อาจมาจากการที่ภาพลักษณ์แบรนด์สั่นสะเทือนเมื่ออดีตพรีเซนเตอร์มาปฏิเสธสินค้าของแบรนด์ตนเอง นอกจากนี้โคคา-โคลายังเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันรายการนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามโคคา-โคลาชี้แจงหลังเกิดประเด็นดราม่าว่าทุกคนมีสิทธิเลือกเครื่องดื่มที่ตนเองชอบ และมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ โดยปกติแล้วนักเตะจะได้รับทั้งน้ำเปล่า โค้ก และโค้กซีโร่ เมื่อมาถึงห้องแถลงข่าว

Photo by Handout / UEFA / AFP

ไบเดน-ปูตินคุยอะไรกันบ้างในการพบกันครั้งแรกที่เจนีวา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655744

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.

ไบเดน-ปูตินคุยอะไรกันบ้างในการพบกันครั้งแรกที่เจนีวาการหารือของผู้นำทั้งสองประเทศมีทั้งประเด็นที่เห็นตรงกันและเห็นต่างกันอย่างชัดเจน

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย พบปะหารือกันที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเป็นการพบปะกันอย่างเป็นทางการครั้งแตกของผู้นำทั้งสองคน ใช้เวลาหารือกันอย่างเข้มข้นราว 3 ชั่วโมงครึ่งจากที่คาดไว้ว่าจะคุยกัน 5   ชั่วโมง

หลังจากการพูดคุยแล้วเสร็จ ผู้นำทั้งสองประเทศได้แยกกันแถลงข่าว ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศ

ในประเด็นเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์ ไบเดนกล่าวกับปูตินว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างน่ำประปาและพลังงานต้องอยู่นอกเหนือการโจมตีทางไซเบอร์หรือการโจมตีอื่นๆ และหากรัสเซียยังไหยุดสหรัฐจะเอาคืน ขณะที่ปูตินปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ในสหรัฐ รวมทั้งการแฮกระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทท่อส่งน้ำมันของสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้ และโต้กลับว่าการโจมตีทางไซเบอร์ในรัสเซียมีต้นทางมาจากสหรัฐเช่นกัน

ส่วนประเด็นการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเริ่มต้นให้มีการเจรจาเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างกัน และจะมีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำการที่เมืองหลวงของอีกฝ่ายหนึ่ง หลังจากที่ได้มีการถอนเอกอัครราชทูตกลับประเทศเมื่อเดือน มี.ค. หลังจากสหรัฐกล่าวหารัสเซียว่าเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020

สำหรับประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ทั้งสองฝ่ายเห็นต่างกันชัดเจน ไบเดนเผยว่าเขาพุดอย่างตรงไปตรงมากับปูตินว่ารัสเซียจะต้องรับผิดชอบหาก อเล็กซี นาวัลนี นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลคนสำคัญ ซึ่งกำลังมีสุขภาพไม่สู้ดีนัก เสียชีวิตระหว่างจำคุกอยู่ในเรือนจำ

ขณะที่ปูตินบอกปัดความกังวลของสหรัฐเกี่ยวกับนาวัลนีที่กำลังอดอาหารประท้วงเป็นเวลา 24 วัน และย้ำว่านาวัลนีไม่สนใจกฎหมายและรู้ดีว่าจะถูกจำคุกหากเดินทางกลับมายังรัสเซียหลังไปรักษาตัวที่เยอรมนี ปูตินยังเผยอีกว่ารัสเซียไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในประเทศเหมือนกับกรณีการบุกโจมตีอาคารรัฐสภาของสหรัฐ หรือการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิของคนผิวสี Black Lives Matter

ไบเดนโต้กลับว่าความเห็นของปูตินเกี่ยวกับ Black Lives Matter เป็นเรื่องน่าขัน และย้ำว่าประเด็นเรื่อองสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน

นอกจากนี้ ปูตินยังเผยว่า การหารือโดยรวมครั้งนี้ถือว่าสร้างสรรค์ เพราะทั้งสองฝ่ายพูดภาษาเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐและรัสเซียจะมีมิตรภาพ ผลลัพธ์ของการหารือครั้งนี้ในทางปฏิบัติคือการพูดคุยบนพื้นฐานของความเป็นจริงและตั้งอยู่บนผลประโยชน์พื้นฐานของทั้งสองประเทศเป็นสำคัญ

ด้านไบเดนได้มอบแว่นกันแดดทรงนักบินแบบสั่งทำพิเศษ ซึ่งเป็นทรงเดียวกับที่ไบเดนสวมใส่เป็นประจำ และคริสตัลควายไบซันให้กับปูตินเป็นของขวัญ

Photo by Brendan Smialowski / AFP