ยอดดับพุ่ง 55 ราย สูญหายกว่า 280 คน ไฟไหม้อาคารที่พักอาศัยฮ่องกง เลวร้ายสุดในรอบ 7 ทศวรรษ

ยอดดับพุ่ง 55 ราย สูญหายกว่า 280 คน ไฟไหม้อาคารที่พักอาศัยฮ่องกง เลวร้ายสุดในรอบ 7 ทศวรรษ

27 พ.ย. 2568 15:44 น.

ยอดดับพุ่ง 55 ราย สูญหายกว่า 280 คน ไฟไหม้อาคารที่พักอาศัยฮ่องกง เลวร้ายสุดในรอบ 7 ทศวรรษ

เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่อาคารชุดพักอาศัยหวังฟุกคอร์ท ในเขตต่ายโป ของฮ่องกง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 55 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 280 คน นับเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 70 ปีของฮ่องกง ขณะที่ทางการได้จับกุมผู้รับเหมา 3 รายในข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาท และสั่งสอบสวนวัสดุก่อสร้างที่ติดไฟง่ายซึ่งทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

นายจอห์น ลี กา-ชิว ผู้นำเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบการปรับปรุงอาคารชุดพักอาศัยสาธารณะทั้งหมดเป็นการเร่งด่วน ขณะที่ทางการได้เริ่มการสอบสวนทางอาญาในเหตุเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของฮ่องกง

เหตุเพลิงไหม้ที่อาคารชุด หวังฟุกคอร์ท ในย่านต่ายโป ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 55 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 280 คน ท่ามกลางปฏิบัติการกู้ภัยที่ยังคงดำเนินต่อไป รายงานระบุว่า มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว 76 ราย โดย 15 รายมีอาการวิกฤต และ 28 รายมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งนำผู้ประสบภัยออกจากอาคารที่ถูกไฟไหม้อย่างต่อเนื่อง

เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอาคาร 4 ใน 7 หลัง ได้ถูกควบคุมไว้ได้แล้ว ขณะที่อีก 3 อาคารที่เหลือยังคงมีเพลิงไหม้บนชั้นสูงของโครงสร้างอาคารสูง 31 ชั้น

ไฟไหม้ครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14.51 น. ของวันพุธ (26 พ.ย.) และลุกลามอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นทะเลเพลิง มีกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า และไฟได้ลามไปยังอาคาร 7 ใน 8 หลังของอาคารชุดอย่างรวดเร็ว

ภาพวิดีโอเบื้องต้นเผยให้เห็นนั่งร้านไม้ไผ่ภายนอกอาคารที่ถูกไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำจนกลายเป็นเสาควันไฟหลายต้น โดยมีเศษตาข่ายสีเขียวของนั่งร้านที่กำลังลุกไหม้ตกลงสู่พื้น

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่า มีการนำโฟมสไตรีนที่ติดไฟได้ง่ายมาใช้ปิดบริเวณหน้าต่างลิฟต์ในแต่ละชั้น ซึ่งทางการระบุว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วภายในอาคารและลามเข้าสู่ห้องพักผ่านทางโถงทางเดิน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยเมื่อคืนวันพุธว่า ตาข่ายและผ้าใบที่ใช้ภายนอกอาคารเพื่อคลุมนั่งร้านก่อสร้างก็ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัย

ทางการได้จับกุมบุคคล 3 ราย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ 2 คน และที่ปรึกษา 1 คน ของผู้รับเหมาที่รับผิดชอบการปรับปรุงอาคาร ในข้อหาต้องสงสัยว่า ฆ่าคนตายโดยประมาท เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานในตาข่ายนั่งร้าน และปิดผนึกหน้าต่างด้วยโฟมสไตรีน ซึ่งเป็นสารที่ติดไฟง่ายและทำให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้ลุกลามอย่างรวดเร็ว

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อคืนวันพุธ และเรียกร้องให้มีการ “พยายามอย่างเต็มที่” เพื่อลดการบาดเจ็บและสูญเสียให้ได้มากที่สุด ขณะที่นายจอห์น ลี ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลในเช้าวันพฤหัสบดี และให้คำมั่นว่าจะสืบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอย่างละเอียด

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในฮ่องกง นับตั้งแต่เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 1948 ที่โกดังวิงออน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 176 ราย และเป็นรองเพียงเหตุเพลิงไหม้ที่สนามแข่งม้าแฮปปี้วัลเลย์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1918 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 600 ราย.

ที่มา South China Morning Post

ประวัติ “นายกฯแป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทำไมโลกโซเชียลถามหา

ประวัติ “นายกฯแป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทำไมโลกโซเชียลถามหา

27 พ.ย. 2568 14:55 น.

ประวัติ “นายกฯแป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทำไมโลกโซเชียลถามหา

ประวัติ “นายกฯ แป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเต็มกำลัง ทำไมโลกโซเชียลถามหา หลังเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่

ประวัติ “นายกฯ แป้น” ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นักบริหารท้องถิ่นผู้คร่ำหวอด คนในพื้นที่คุ้นเคยในชื่อ “นายกฯ แป้น” เป็นนักการเมืองและนักบริหารท้องถิ่นผู้มีบทบาทสำคัญในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะ นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ในปัจจุบัน

เส้นทางราชการและการเมืองท้องถิ่น

ก่อนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายณรงค์พร ณ พัทลุง มีประสบการณ์ทำงานรับราชการมาอย่างยาวนานในพื้นที่ภาคใต้ เคยเป็นที่รู้จักในนาม “ปลัดแป้น” มาก่อน ด้วยความรู้ความเข้าใจในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง จากการเคยดำรงตำแหน่งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ท่านเคยเป็นนายอำเภอมาแล้วใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอรัตภูมิ, อำเภอจะนะ, และอำเภอหาดใหญ่

ประสบการณ์ในตำแหน่งนายอำเภอหาดใหญ่ ถือเป็นฐานสำคัญที่ทำให้ท่านมีความเข้าใจปัญหาและความต้องการของประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นอย่างดี ก่อนจะผันตัวเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นอย่างเต็มตัว

ชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่

นายณรงค์พร ณ พัทลุง ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและชนะการเลือกตั้งเป็น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ท่านลงสมัครในฐานะผู้สมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่สามารถเอาชนะอดีตนายกเทศมนตรีคนเก่าได้สำเร็จ

หลังเข้ารับตำแหน่ง ท่านได้มีการแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมุ่งเน้นนโยบายที่ครอบคลุมหลายด้าน เช่น นโยบายเร่งด่วน 6 เรื่อง, ด้านการสร้างโอกาสและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก,ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา, และด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อเมืองน่าอยู่

บทบาทการบริหารในสถานการณ์วิกฤต

ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเทศบาลนครหาดใหญ่ นายณรงค์พร ณ พัทลุง มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในอำเภอหาดใหญ่ โดยท่านได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและแจ้งเตือนประชาชนในยามวิกฤต

ด้วยเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ในครั้งนี้ รุนแรงและเกินความควบคุม ทำให้โลกโซเชียลเกิดคำถาม และตามหา “นายกฯแป้น” ที่มักโพสต์การทำงานลงบนโลกโซเชียล ซึ่งจากข้อมูลในเฟสบุ๊กส่วนตัว พบมีการโพสต์คลิปการทำงานอย่างหนัก ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.68

“ราอูล โรชา” ประธานมิสยูนิเวิร์ส ถูกเม็กซิโกตั้งข้อหาค้ายา อาวุธสงคราม น้ำมันเถื่อน

"ราอูล โรชา" ประธานมิสยูนิเวิร์ส ถูกเม็กซิโกตั้งข้อหาค้ายา อาวุธสงคราม น้ำมันเถื่อน

27 พ.ย. 2568 14:36 น.

“ราอูล โรชา” ประธานมิสยูนิเวิร์ส ถูกเม็กซิโกตั้งข้อหาค้ายา อาวุธสงคราม น้ำมันเถื่อน

ราอูล โรชา ประธานและเจ้าของร่วมองค์กรมิสยูนิเวิร์สถูกสำนักงานอัยการสูงสุดเม็กซิโก ตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ ฐานต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเป็นผู้นำองค์กรอาชญากรรมที่ลักลอบค้ายาเสพติด, อาวุธสงคราม และน้ำมันเถื่อนระหว่างกัวเตมาลาและเม็กซิโก รายงานดังกล่าวถูกเปิดเผยท่ามกลางมรสุมความขัดแย้งที่ถาโถมเข้าใส่เวทีมิสยูนิเวิร์สในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์ Reforma ของเม็กซิโก รายงานว่า ราอูล โรชา นักธุรกิจชาวเม็กซิกันซึ่งดำรงตำแหน่งประธานและเจ้าของร่วมขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส และยังเป็นเจ้าหน้าที่กงสุลของกัวเตมาลาในเม็กซิโก ถูกสำนักงานอัยการสูงสุดเม็กซิโก ตั้งข้อหาและมองว่าเป็นผู้นำองค์กรอาชญากรรม

องค์กรดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือผ่านแม่น้ำอุซูมาซินตา ก่อนจะขนส่งต่อด้วยรถบรรทุกไปยังเมืองเกเรตาโร ประเทศเม็กซิโก

ตามรายงานของ Reforma เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ยัสมิน มาโยรัล มาริน เจ้าหน้าที่ในสำนักงานอัยการพิเศษเพื่อปราบปรามอาชญากรรมองค์กรของเม็กซิโก ได้ร้องขอหมายจับนายโรชาในข้อหาอาชญากรรมองค์กร สืบเนื่องจากความเกี่ยวข้องในการค้ายาเสพติดและอาวุธปืน

ส่วนหนึ่งของการสอบสวน สำนักงานอัยการได้บุกค้นบ้านพักหลายแห่ง ซึ่งพวกเขาอ้างว่ายึดหลักฐานบันทึกการบริจาคเงินของนายโรชาให้กับองค์กรอาชญากรรม โดยมีการบันทึกยอดเงินบริจาคหนึ่งครั้งรวมมูลค่า 2.1 ล้านเปโซ

ในหมายจับที่ Reforma ได้รับมานั้นสำนักงานอัยการอ้างว่า สมาชิกขององค์กรอาชญากรรมที่นายโรชาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำ “มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทั้งสามระดับ เพื่อดำเนินภารกิจของตนโดยเจตนา ซึ่งรวมถึงการจำหน่ายน้ำมัน, ยาเสพติด, และการลักลอบค้าและจำหน่ายอาวุธสงครามในปริมาณมาก”

Reforma อ้างแหล่งข่าวของรัฐบาลกลางว่า นายโรชาได้ติดต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ในเดือนตุลาคมเพื่อเจรจาขอรับสารภาพแลกกับการได้รับความคุ้มกันจากการดำเนินคดี ทั้งนี้ นายโรชาและตัวแทนขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ

ข่าวการตั้งข้อหาต่อนายโรชาเป็นเพียงหนึ่งในข่าวฉาวล่าสุดที่ถาโถมเข้าใส่เวทีมิสยูนิเวิร์สทั้งก่อนและหลังการประกวดรอบสุดท้ายเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา:

โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ผู้เข้าประกวดหลายคนได้วอล์คเอาต์ออกจากงานพรีอีเวนต์ หลังจากที่ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้บริหารกองประกวดได้ตำหนิออกสื่อต่อ ฟาติมา บอช นางงามจากเม็กซิโก (ซึ่งต่อมาเป็นผู้ชนะ) ว่าปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการถ่ายภาพสำหรับโซเชียลมีเดีย ซึ่งหลังจากนั้น นายโรชาได้ลงโทษณวัฒน์ โดยจำกัดไม่ให้เข้าร่วมการประกวดรอบสุดท้าย

นอกจากนั้น สามวันก่อนการประกวด โอมาร์ ฮาร์ฟูช  ได้ประกาศลาออกจากการเป็นคณะกรรมการตัดสิน โดยกล่าวหาผ่านโซเชียลมีเดียว่า องค์กรมิสยูนิเวิร์ส ได้จัดตั้ง “คณะกรรมการชั่วคราว” เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย ก่อนที่ผู้เข้าประกวดจาก 136 ประเทศจะได้ขึ้นเวทีในรอบคัดเลือก โดยกองประกวดได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ฮาร์ฟูชยังอ้างว่า ผู้เข้าประกวดรายหนึ่งมีความสัมพันธ์กับคณะกรรมการคัดเลือกของกองประกวด และเขาตัดสินใจลาออกหลังจากขอให้นายโรชาแสดงความ “โปร่งใส” แต่ถูกปฏิเสธ

ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวชาวเม็กซิกันเกี่ยวกับสถานการณ์ของการประกวดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายโรชาเคยยอมรับว่าเขา “เบื่อหน่ายมาก” หลังจากเข้าซื้อกิจการกองประกวดเมื่อเดือนมกราคม 2024 และกำลัง “มองหาใครบางคนที่จะโอนกิจการให้”.

ที่มา PEOPLE

สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ – หาดใหญ่ 9 จังหวัด เสียชีวิตแล้ว 25 ราย

สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ - หาดใหญ่ 9 จังหวัด เสียชีวิตแล้ว 25 ราย

27 พ.ย. 2568 14:04 น.

สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ – หาดใหญ่ 9 จังหวัด เสียชีวิตแล้ว 25 ราย

สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัด วันนี้ (27 พ.ย. 68) เสียชีวิตแล้ว 25 ราย ประชาชนได้รับกระทบ 2,953,206 คน และมี 1,078,617 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ 6จังหวัด ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น

ปภ. รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ 9 จังหวัด ที่สงขลา พัทลุง และสุราษฎร์ธานี ระดับน้ำเริ่มลดลงบางจุดแล้ว

วันนี้ (27 พ.ย. 68 เวลา 10.30 น.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ประจำวัน ที่สงขลา พัทลุง และสุราษฎร์ธานี ระดับน้ำเริ่มลดลงบางจุดแล้ว พร้อมเร่งระดมความช่วยเหลือฉุกเฉินและเครื่องจักรกลเข้าจัดการสถานการณ์ใน 6 จังหวัดที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันเดินหน้าแผนเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ในจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลาย

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ของศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 27พ.ย. 68 เวลา 06.00 น.) สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีอยู่เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กินพื้นที่ 105 อำเภอ 708 ตำบล 5,243 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,078,617 ครัวเรือน 2,953,206 คน และมีผู้เสียชีวิตตามที่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ รวม 25 ราย (นครศรีธรรมราช 6 ราย ปัตตานี 3 ราย ยะลา 2 ราย พัทลุง 2 ราย สงขลา 5 ราย และนราธิวาส 4 ราย) โดยที่สงขลา พัทลุง และสุราษฎร์ธานี ระดับน้ำเริ่มลดลง

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ ท่าฉาง กาญจนดิษฐ์ เคียนซา พระแสง เมือง เวียงสระ และบ้านนาสาร 36 ตำบล 247 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,991 ครัวเรือน 42,327 คน ระดับน้ำลดลง 

จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 22 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด เมืองฯ ท่าศาลา พรหมคีรี ร่อนพิบูลย์ นาบอน สิชล ฉวาง ทุ่งสง เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร ลานสกา บางขัน พระพรหม ช้างกลาง ปากพนัง จุฬาภรณ์ นบพิตำ ทุ่งใหญ่ พิปูน เชียรใหญ่ และถ้ำพรรณรา 161 ตำบล 1,483 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,221 ครัวเรือน 637,267 คน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 

จังหวัดตรัง ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ นาโยง ห้วยยอด รัษฎา ย่านตาขาว วังวิเศษ กันตัง เมืองฯ สิเภา และปะเหลียน 54 ตำบล 283 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,647 ครัวเรือน 47,426คน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 

จังหวัดพัทลุง ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ ควนขนุน กงหรา เขาชัยสน ศรีนครินทร์ บางแก้ว ป่าบอน ปากพะยูน ศรีบรรพต ป่าพะยอม และตะโหมด 65 ตำบล 670 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 188,480 ครัวเรือน 454,033 คน ระดับน้ำลดลง

จังหวัดสตูล ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ ควนโดน ละงู ท่าแพ มะนัง ควนกาหลง เมืองฯ และทุ่งหว้า 30 ตำบล 219 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 26,349 ครัวเรือน 68,926 คน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

จังหวัดสงขลา ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ รัตภูมิ เมืองฯ จะนะ คลองหอยโข่ง ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ หาดใหญ่ ควนเนียง นาทวี สิงหนคร นาหม่อม บางกล่ำ สะเดา เทพา และสะบ้าย้อย 127ตำบล 964 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 369,951 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง 

จังหวัดปัตตานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ สายบุรี แม่ลาน โคกโพธิ์ มายอ ยะรัง ไม้แก่น ยะหริ่ง ปะนาเระ ทุ่งยางแดง กะพ้อ หนองจิก และเมืองฯ 115 ตำบล 697 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 114,620 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 

จังหวัดยะลา ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ รามัน เบตง บันนังสตา ธารโต กรงปินัง ยะหา และกาบัง 53 ตำบล 289 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45,634 ครัวเรือน 122,350 คน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 

จังหวัดนราธิวาส ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ บาเจาะ ยี่งอ เมืองฯ ระแงะ ตากใบ สุไหงปาดี ศรีสาคร รือเสาะ สุไหงโก-ลก เจาะไอร้อง สุคิริน แว้ง และจะแนะ 67 ตำบล 391 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 81,724 ครัวเรือน 281,318 คน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานงานกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในพื้นที่น้ำลด จะเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนหลังน้ำลด ในพื้นที่น้ำเพิ่ม มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการ ส่วนหน้า ณ ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา เพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือฉุกเฉิน ทั้งการอพยพผู้ประสบภัย การจัดส่งถุงยังชีพ รถประกอบอาหาร รถผลิตน้ำดื่ม และชุดปฏิบัติการกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน 

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ภาคใต้ตอนล่างยังมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับชาวเรือให้เดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

แผ่นดินไหว 6.6 เขย่าเกาะซิมูลู นอกชายฝั่งสุมาตรา อินโดนีเซีย ไม่มีคำเตือนสึนามิ

แผ่นดินไหว 6.6 เขย่าเกาะซิมูลู นอกชายฝั่งสุมาตรา อินโดนีเซีย ไม่มีคำเตือนสึนามิ

27 พ.ย. 2568 13:55 น.

แผ่นดินไหว 6.6 เขย่าเกาะซิมูลู นอกชายฝั่งสุมาตรา อินโดนีเซีย ไม่มีคำเตือนสึนามิ

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.6 แมกนิจูด บริเวณเกาะซิมูลู นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.6 แมกนิจูด บริเวณเกาะซิมูลู (Simeulue Island) นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ทางตะวันตกของอินโดนีเซีย เมื่อวันพฤหัสบดี (27 พ.ย.) ตามรายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) โดยยังไม่พบรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ

USGS ระบุว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเวลา 11.56 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ความลึกประมาณ 25 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน ศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดียยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงจากสึนามิ จากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาและภูมิอากาศอินโดนีเซีย (BMKG) บันทึกความแรงอยู่ที่ 6.3 แมกนิจูด ลึก 10 กิโลเมตร พร้อมย้ำว่าแรงสั่นสะเทือนดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดสึนามิ

อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประสบเหตุแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แผ่นเปลือกโลกหลายแผ่นมาบรรจบและมีการเคลื่อนไหวสูง ทำให้เกิดทั้งภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวเป็นประจำ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย

“อาซาฮี” เผยข้อมูลลูกค้ากว่า 1.5 ล้านรายรั่วไหล หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์

"อาซาฮี" เผยข้อมูลลูกค้ากว่า 1.5 ล้านรายรั่วไหล หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์

27 พ.ย. 2568 13:29 น.

“อาซาฮี” เผยข้อมูลลูกค้ากว่า 1.5 ล้านรายรั่วไหล หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์

บริษัทอาซาฮี ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ เมื่อเดือนกันยายน อาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ามากกว่า 1.5 ล้านราย รั่วไหลสู่สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการทั่วทั้งโรงงานในญี่ปุ่นและทำให้บริษัทต้องเลื่อนการประกาศผลประกอบการประจำปีออกไป

บริษัทอาซาฮี ได้เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับผลการสอบสวนการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานของโรงงานทั่วประเทศญี่ปุ่น จนถึงขั้นทำให้พนักงานต้องจดบันทึกรับคำสั่งซื้อด้วยปากกาและกระดาษ

อาซาฮีระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เคยติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของบริษัทมีความเป็นไปได้ที่จะถูกเปิดเผย โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบทราบในเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ บริษัทยังเสริมว่าจะต้องเลื่อนการเปิดเผยผลประกอบการทางการเงินประจำปีออกไป เพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการโจมตีครั้งนี้

แม้ว่าอาซาฮีจะไม่ได้ระบุตัวตนหรือข้อเรียกร้องของผู้โจมตี แต่กลุ่มที่ชื่อว่า Qilin ซึ่งเคยโจมตีบริษัทใหญ่ ๆ มาก่อน ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีอาซาฮี

ผู้ผลิตเบียร์กล่าวว่า จากการค้นพบเบื้องต้น พบการขัดข้องที่ศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งของบริษัทเมื่อวันที่ 29 กันยายน และแม้จะสามารถแยกเครือข่ายที่ถูกโจมตีได้อย่างรวดเร็ว แต่คณะผู้ตรวจสอบพบว่า ผู้โจมตีได้แทรกซึมเข้าสู่เครือข่าย ทำการเข้ารหัสข้อมูล และปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ไปแล้ว

อาซาฮีระบุว่า ข้อมูลบางส่วนในคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกแฮ็ก ได้ถูกเปิดเผย ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า 1.52 ล้านราย ได้แก่ ชื่อ, เพศ, ที่อยู่ และข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลของพนักงานและอดีตพนักงานประมาณ 107,000 คน ข้อมูลของสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน 168,000 คน ชื่อและรายละเอียดการติดต่อของบุคคลภายนอกที่เคยติดต่อกับบริษัท 114,000 ราย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่รั่วไหลในรายการของอาซาฮี ไม่รวมถึงรายละเอียดบัตรเครดิต

บริษัทยืนยันว่า ยังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่แล้ว และผลกระทบจากการโจมตีจำกัดอยู่เพียงระบบที่จัดการในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยบริษัทในยุโรป เช่น Peroni และ Fuller’s Brewery ในสหราชอาณาจักร ไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้

บริษัทใช้เวลาเกือบสองเดือนในการควบคุมการโจมตี และกำลังดำเนินการกู้คืนระบบและปรับปรุงเครือข่ายใหม่ การหยุดชะงักดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเครื่องดื่มในร้านค้าทั่วประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากอาซาฮีครองส่วนแบ่งตลาดเบียร์ประมาณ 40% ของประเทศ การขาดแคลนยังส่งผลกระทบต่อเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ของอาซาฮี เช่น เบียร์ขิงและโซดา

นายอัตสึชิ คัตสึกิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ได้กล่าวขอโทษต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และกล่าวว่า “เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งดำเนินมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลทั่วทั้งกลุ่ม”

ก่อนหน้านี้ แบรนด์ระดับโลกอื่น ๆ ก็เคยเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่คล้ายกัน เช่น Jaguar Land Rover ก็ถูกบีบให้ต้องขอรับเงินฉุกเฉิน หลังจากถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ทำให้การดำเนินงานในโรงงานของอังกฤษต้องหยุดชะงัก.

ที่มา BBC

รถไฟทดสอบพุ่งชนคนงานในยูนนาน เสียชีวิต 11 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย

รถไฟทดสอบพุ่งชนคนงานในยูนนาน เสียชีวิต 11 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย

27 พ.ย. 2568 12:47 น.

รถไฟทดสอบพุ่งชนคนงานในยูนนาน เสียชีวิต 11 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย

สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนคนงานริมรางรถไฟ ในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ในช่วงเช้ามืดของวันนี้ (27 พ.ย.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนระบุว่า รถไฟทดสอบขบวนหมายเลข 55537 ซึ่งเป็นรถไฟที่ใช้ในการทดสอบอุปกรณ์ตรวจวัดแผ่นดินไหว ได้พุ่งชนเข้ากับกลุ่มคนงานก่อสร้างที่กำลังเข้าสู่แนวรางรถไฟบริเวณทางโค้ง ใกล้กับสถานีหลัวหยางเจิ้น ในเมืองคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลยูนนาน

สำนักงานการรถไฟคุนหมิง ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า รถไฟดังกล่าว “กำลังวิ่งผ่านทางโค้งภายในสถานีหลัวหยางเจิ้นคุนหมิงตามปกติ” เมื่อเกิดการชนกับคนงานก่อสร้างที่เข้ามาในพื้นที่ราง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การขนส่งทางรถไฟได้กลับสู่ภาวะปกติแล้วในช่วงเที่ยงวันพฤหัสบดี โดยผู้บาดเจ็บทั้งสองรายกำลังได้รับการรักษาพยาบาล ซีซีทีวีรายงานว่า การรักษาผู้บาดเจ็บและงานซ่อมแซมที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ทางการระบุว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้

สำนักงานรถไฟแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รายงานระบุว่า หน่วยงานการรถไฟจะดำเนินการให้ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบตามกฎหมายและข้อบังคับ ศึกษาบทเรียนจากอุบัติเหตุ และพยายามทุกวิถีทางเพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของการขนส่งทางรถไฟ

มีการตั้งข้อสังเกตว่า อุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมในจีนค่อนข้างเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากกฎระเบียบที่คลุมเครือและมาตรฐานความปลอดภัยที่หย่อนยาน.

ที่มา South China Morning Post / Global Times

รัฐบาลทหารพม่าประกาศอภัยโทษกว่า 8,600 คน ก่อนการเลือกตั้ง

รัฐบาลทหารพม่าประกาศอภัยโทษกว่า 8,600 คน ก่อนการเลือกตั้ง

27 พ.ย. 2568 12:04 น.

รัฐบาลทหารพม่าประกาศอภัยโทษกว่า 8,600 คน ก่อนการเลือกตั้ง

สื่อของรัฐบาลพม่ารายงานว่า คณะผู้ปกครองทหารจะอภัยโทษและยกเลิกข้อหาให้แก่บุคคลรวม 8,665 คน ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในเดือนธันวาคม ซึ่งถูกประเทศตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชนมองว่าเป็นการ “จัดฉาก” เพื่อรวบอำนาจ โดยยังไม่ชัดเจนว่ามีนักโทษการเมืองรวมอยู่ในการปล่อยตัวครั้งนี้กี่คน

สื่อของรัฐบาลพม่ารายงานว่า คณะผู้ปกครองทหารของพม่าได้มีคำสั่งให้มีการลดหย่อนโทษหรือยกเลิกข้อหาแก่พลเรือนรวมทั้งหมด 8,665 คน เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถใช้สิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้

คำสั่งดังกล่าวรวมถึงการ ลดหย่อนโทษ ให้แก่ผู้ต้องขัง 3,085 คน ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดภายใต้มาตรา 505A ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกำหนดให้การแสดงความคิดเห็นที่อาจก่อให้เกิดความกลัวหรือเผยแพร่ข่าวปลอมเป็นความผิดทางอาญา นอกจากนี้ ยังมีการ ยกเลิกข้อหา ให้แก่บุคคลอีก 5,580 คน ที่ยังหลบหนีอยู่

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า ในบรรดาบุคคลที่ได้รับการอภัยโทษและยกเลิกข้อหาเหล่านี้ มีนักโทษทางการเมืองอยู่จำนวนเท่าใด หรือการปล่อยตัวจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ก่อนที่จะมีการประกาศอภัยโทษอย่างเป็นทางการ ซอว์ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารพม่า กล่าวเมื่อวันพุธว่า มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนสามารถใช้สิทธิ์ของตนได้ “อย่างเสรีและเป็นธรรม” ในการเลือกตั้งที่กำลังจะจัดขึ้น

ทั้งนี้ พม่าตกอยู่ในความวุ่นวาย นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารโดยกองทัพเมื่อปี 2021 ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่นำโดยนางออง ซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบล ผู้ซึ่งถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การประท้วงทั่วประเทศต่อต้านการรัฐประหารได้ขยายตัวกลายเป็นการต่อต้านด้วยอาวุธ โดยมีการผนึกกำลังกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม

ตามข้อมูลของ สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (AAPP) ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชน พบว่ามีประชาชนถูกควบคุมตัวด้วยข้อหาทางการเมืองแล้วมากกว่า 30,000 คน นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร

รัฐบาลทหารพม่ามีกำหนดจัดการเลือกตั้งในหลายระยะในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม แต่เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านจำนวนมากถูกสั่งห้ามเข้าร่วมหรือประกาศบอยคอต ทำให้การเลือกตั้งดังกล่าวถูกประเทศตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งมองว่าเป็นการ “จัดฉาก” เพื่อรวมอำนาจการปกครองของกองทัพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศจะยกเลิกสถานะทางกฎหมายชั่วคราวสำหรับพลเมืองพม่าในสหรัฐฯ โดยอ้างว่าพวกเขาสามารถเดินทางกลับไปยังประเทศได้อย่างปลอดภัยแล้ว โดยยกเหตุผลของการเลือกตั้งที่กองทัพวางแผนไว้ว่าเป็นสัญญาณของสถานการณ์ที่ดีขึ้น

ซอว์ มิน ตุน กล่าวเมื่อวันพุธว่า การประกาศของสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และยินดีต้อนรับพลเมืองที่อยู่ต่างประเทศให้กลับมามีส่วนร่วมในการลงคะแนนเสียง.

ที่มา Reuters

นทท.สาวออสเตรเลียถูกฉลามกัดเสียชีวิตที่ชายหาดรัฐนิว เซาธ์เวลส์ ผู้ชายที่มาด้วยกันบาดเจ็บสาหัส

นทท.สาวออสเตรเลียถูกฉลามกัดเสียชีวิตที่ชายหาดรัฐนิว เซาธ์เวลส์ ผู้ชายที่มาด้วยกันบาดเจ็บสาหัส

27 พ.ย. 2568 11:38 น.

นทท.สาวออสเตรเลียถูกฉลามกัดเสียชีวิตที่ชายหาดรัฐนิว เซาธ์เวลส์ ผู้ชายที่มาด้วยกันบาดเจ็บสาหัส

เกิดเหตุสลด นักท่องเที่ยวหญิงอายุประมาณ 20 ปีลงเล่นน้ำที่ชายหาดรัฐนิว เซาธ์เวลส์ ถูกฉลามกัดเสียชีวิต ส่วนผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกันถูกกัดต้นขาเหวอะ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุฉลามกัดนักท่องเที่ยวเสียชีวิต ที่ชายหาดที่อยู่ห่างไกลของเมืองครอว์ดี้เบย์ ในเขตอุทยานแห่งชาติครอว์ดี้ เบย์ ในรัฐนิว เซาธ์เวลส์ ของออสเตรเลีย ขณะที่มีนักท่องเที่ยวอีกรายถูกฉลามกัดมีแผลเหวอะบริเวณต้นขา ถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 20 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุน่าจะไล่เลี่ยกัน จนถึงตอนนี้ทางการยังสั่งปิดพื้นที่ชายหาดแห่งนี้ และชายหาดใกล้เคียง พร้อมส่งโดรนขึ้นบินสำรวจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบว่าเป็นฉลามสายพันธุ์ใด

พร้อมกันนี้ตำรวจแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังชายหาดแห่งนี้และใกล้เคียง ตลอดจนให้ฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยชายฝั่ง

ทั้งนี้ นับเป็นเหตุการณ์คนถูกฉลามทำร้าย ครั้งที่ 5 ของออสเตรเลียในปีนี้ ครั้งก่อนหน้านี้คือเมื่อไม่ถึง 3 เดือนก่อน เมื่อนักท่องเที่ยวชายถูกฉลามกัดเสียชีวิตบริเวณชายหาดทางตอนเหนือของเมืองซิดนีย์ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายฝั่งแถบนี้. 

ที่มา BBC

ทรัมป์แนะนายกฯ ทาคาอิจิ “อย่ายั่วยุจีน” ปมไต้หวัน หลังข้อพิพาทการทูตปะทุ

ทรัมป์แนะนายกฯ ทาคาอิจิ "อย่ายั่วยุจีน" ปมไต้หวัน หลังข้อพิพาทการทูตปะทุ

27 พ.ย. 2568 11:21 น.

ทรัมป์แนะนายกฯ ทาคาอิจิ “อย่ายั่วยุจีน” ปมไต้หวัน หลังข้อพิพาทการทูตปะทุ

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แนะนำให้นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น หลีกเลี่ยงการยั่วยุจีน ในประเด็นอธิปไตยเหนือไต้หวัน หลังจากเกิดข้อพิพาททางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับจีน จากคำกล่าวของผู้นำญี่ปุ่นที่ว่าอาจเข้าแทรกแซงทางทหาร หากไต้หวันถูกโจมตี

วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานวันนี้ (27 พ.ย.) โดยอ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่อเมริกันที่ได้รับทราบข้อมูลการสนทนา ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้แนะนำ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น ไม่ให้กระตุ้นจีนในประเด็นอธิปไตยของไต้หวัน คำแนะนำดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดความตึงเครียดทางการทูตครั้งใหญ่ระหว่างญี่ปุ่นและจีน

ความขัดแย้งระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีชนวนมาจากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ที่เคยเสนอว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหาร หากไต้หวันซึ่งเป็นดินแดนที่จีนอ้างสิทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของตนเองถูกโจมตี

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 พ.ย.) นายสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ และได้เน้นย้ำประเด็นที่มีความอ่อนไหวอยู่เสมอ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า นายสีกล่าวว่า การคืนสู่มาตุภูมิของไต้หวันเป็น “ส่วนสำคัญของระเบียบโลกหลังสงคราม”

หลังจากการสนทนาระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ไม่นาน ทรัมป์ก็ได้โทรศัพท์ไปยังทาคาอิจิ และ “แนะนำเธอไม่ให้ยั่วยุจีนในประเด็นอธิปไตยของไต้หวัน

รายงานระบุว่า คำแนะนำจากทรัมป์นั้นเป็นไปอย่าง “นุ่มนวล” และเขาไม่ได้กดดันให้นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเพิกถอนคำพูดของเธอ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นหลายรายระบุว่า “ข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความกังวล”

ตามรายงานของ WSJ ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ “ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งเรื่องไต้หวันเป็นอันตรายต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดที่บรรลุข้อตกลงกับนายสีเมื่อเดือนที่แล้ว” ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงคำมั่นของจีนที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐฯ มากขึ้น หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามการค้า

จีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อคำกล่าวของทาคาอิจิ โดยได้เรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเข้าพบ และได้แนะนำพลเมืองของตนไม่ให้เดินทางไปญี่ปุ่น นอกจากนี้ สื่อของรัฐบาลจีนยังรายงานว่า มีการเลื่อนกำหนดการฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นอย่างน้อยสองเรื่องในประเทศจีนอีกด้วย.

ที่มา AFP