รัสเซีย-ยูเครน รบดุเดือดที่โปครอฟสก์ ชิงเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ

รัสเซีย-ยูเครน รบดุเดือดที่โปครอฟสก์ ชิงเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ

6 พ.ย. 2568 06:03 น.

รัสเซีย-ยูเครน รบดุเดือดที่โปครอฟสก์ ชิงเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ

กองทัพของยูเครนกับรัสเซียกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดที่เมืองโปครอฟสก์ ทางตะวันออกของยูเครน โดยมอสโกมุ่งมั่นจะยึดเมืองยุทธศาสตร์สำคัญนี้ให้ได้ ในขณะที่เคียฟพยายามขัดขวาง แต่สถานการณ์ไม่สู้ดี

เมื่อวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า กองกำลังของพวกเขากำลังรุกคืบขึ้นเหนือภายในเมืองโปครอฟสก์ เพื่อยึดการควบคุมเมืองของยูเครนแห่งนี้โดยสมบูรณ์ ขณะที่กองทัพยูเครนระบุว่า ทหารของพวกเขากำลังต่อสู้อย่างหนัก เพื่อพยายามยับยั้งไม่ให้รัสเซียยึดพื้นที่ใหม่ได้

ยูเครนยอมรับว่า กองทหารของตนเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเมืองยุทธศาสตร์สำคัญทางตะวันออกแห่งนี้ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญของกองทัพยูเครน และเป็นเมืองที่รัสเซียพยายามยึดครองมานานกว่า 1 ปีแล้ว

รัสเซียมองว่าเมืองโปครอฟสก์เป็น “ประตูสู่การยึดครอง” พื้นที่ที่เหลืออีก 10% หรือประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตรของภูมิภาค ดอนบาส ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทางตะวันออกของยูเครน และเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของรัสเซียในสงครามที่ดำเนินมานานเกือบ 4 ปีนี้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า หน่วยจู่โจม 2 หน่วยกำลังทำลายทหารยูเครนที่ถูกล้อมอยู่ในหลายเขตของเมือง และกำลังดำเนินการรุกขึ้นไปทางเหนืออย่างต่อเนื่อง และกองทัพรัสเซียกำลังจัดการทหารยูเครนในชุมชนต่าง ๆ ทางปีกตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโปครอฟสก์ และยับยั้งความพยายามของทหารยูเครนในการฝ่าวงล้อม

ด้านกองทัพยูเครนปฏิเสธข่าวที่ว่า ทหารของพวกเขาถูกล้อมอยู่ในเมืองโปครอฟสก์ และว่าพวกเขากำลังหยุดทหารรัสเซียไม่ให้รุกล้ำเข้ามา และพยายามหาทางรักษาความปลอดภัยและปกป้องเส้นทางขนส่งในพื้นที่

“มีการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อขัดขวางศัตรู ซึ่งกำลังพยายามแทรกซึมเข้ามาและสะสมกำลังในเมืองโปครอฟสก์” คณะเสนาธิการกองทัพยูเครนระบุ “กำลังมีการใช้มาตรการตอบโต้เชิงรุก เพื่อต่อต้านความพยายามของกองทหารราบของศัตรูที่จะสร้างฐานที่มั่นในพื้นที่”

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า พื้นที่รอบเมืองโปครอฟสก์ ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก แต่ทหารรัสเซียที่อยู่ในเมือง ซึ่งมีจำนวนมากสุด 300 นาย ยังไม่ได้รุกคืบใดๆ ในช่วงวันที่ผ่านมา และมีทหารรัสเซียเพียง 60 นายอยู่ในเมืองคูเปียนสก์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาตอบโต้ในวันพุธว่า เซเลนสกีน่าจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หรือไม่ก็จงใจพยายามปกปิดว่ากองทัพยูเครนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

กระทรวงกลาโหมรัสเซียบอกอีกว่า ตอนนี้ทหารยูเครนกำลังถูกล้อมในพื้นที่ 2 จุด และสถานการณ์ของพวกเขากำลังแย่ลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กองทัพรัสเซียรุกคืบอย่างต่อเนื่อง ไม่เปิดโอกาสให้ทหารยูเครนมีเวลาช่วยเหลือตัวเอง นอกเสียจากว่าพวกเขาจะยอมจำนน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

จับได้แล้ว ชายเมาลวนลาม ปธน.เม็กซิโกกลางถนน ลั่นจะดำเนินคดี

จับได้แล้ว ชายเมาลวนลาม ปธน.เม็กซิโกกลางถนน ลั่นจะดำเนินคดี

6 พ.ย. 2568 05:33 น.

จับได้แล้ว ชายเมาลวนลาม ปธน.เม็กซิโกกลางถนน ลั่นจะดำเนินคดี

ประธานาธิบดีเม็กซิโกเปิดใจ เจอชายเมาลวนลามกลางถนน โดยเธอตัดสินใจดำเนินคดีกับชายคนนี้เพื่อปกป้องผู้หญิงคนอื่นๆ ขณะที่ตำรวจตามจับกุมชายผู้ก่อเหตุได้แล้ว

เมื่อวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 น.ส. คลอเดีย เชนบาวม์ ประธานาธิบดีเม็กซิโกเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอที่รัฐบาลเผยแพร่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เรื่องที่เธอถูกชายเมาคนหนึ่งคุกคามขณะอยู่บนถนนใกล้กับทำเนียบรัฐบาล โดยเธอระบุว่า นี่ถือเป็นการทำร้ายผู้หญิงทุกคน และนั่นคือเหตุผลที่ตัดสินใจจะดำเนินคดีกับเขา

ก่อนหน้านี้ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันพุธ น.ส.คลารา บรูกาดา นายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโกซิตี้ ออกมาประกาศว่า ตำรวจสามารถจับกุมตัวชายคนนี้ได้แล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ปธน. เชนบาวม์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถูกกล้องบันทึกเอาไว้ได้ และถูกเผยแพร่เป็นวงกว้างบนโลกออนไลน์ โดยแสดงให้เห็นว่า ชายคนนี้ดูเหมือนจะพยายามโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเพื่อจูบ และใช้มือสัมผัสร่างกาย ในขณะที่ประธานาธิบดีค่อยๆ ปัดมือเขาออกไป พร้อมกับหันไปฝืนยิ้มให้ พร้อมพูดอะไรบางอย่าง รวมถึงคำว่า “ไม่ต้องกังวล”

ในวันพุธ น.ส.เชนบาวม์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องทนทุกข์จากการคุกคามเช่นนี้ และปัญหาดังกล่าว เกินกว่าแค่ตัวเธอไปมาก

“ไม่มีผู้ชายคนใดมีสิทธิ์ที่จะล่วงละเมิดพื้นที่ส่วนตัวนั้นได้” น.ส.เชนบาวม์กล่าวในคลิปวิดีโอ “ฉันตัดสินใจที่จะดำเนินคดี เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันประสบมาในฐานะผู้หญิง และเป็นสิ่งที่เราในฐานะผู้หญิงต้องเผชิญในประเทศของเรา” เธอเสริมด้วยว่า เธอเคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนสมัยเป็นนักเรียน

“ฉันลองคิดในมุมกลับดูแล้วว่า หากฉันไม่แจ้งความดำเนินคดี จะทำให้ผู้หญิงเม็กซิโกตกอยู่ในสถานการณ์แบบใด?”

เหตุการณ์นี้ยังทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องการรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดี ซึ่ง น.ส.เชนบาวม์อธิบายว่า เธอและทีมงานตัดสินใจเดินเท้าจากทำเนียบประธานาธิบดี ไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อประหยัดเวลา เพราะการเดินใช้เวลาเพียง 5 นาที แต่กลับต้องใช้เวลาถึง 20 นาทีหากใช้รถยนต์ โดยเธอยืนยันว่า เธอจะไม่เปลี่ยนวิธีการปฏิบัติของเธอ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cbsnews

ชายคลั่งขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะฝรั่งเศส เจ็บ 5 ราย ก่อนจุดไฟเผารถ

ชายคลั่งขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะฝรั่งเศส เจ็บ 5 ราย ก่อนจุดไฟเผารถ

6 พ.ย. 2568 04:23 น.

ชายคลั่งขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะฝรั่งเศส เจ็บ 5 ราย ก่อนจุดไฟเผารถ

คนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนบนเกาะของฝรั่งเศส ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย อาการวิกฤต 2 ราย โดยคนร้ายถูกจับกุมตัวแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า นี่เป็นเหตุก่อการร้ายหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายจงใจขับรถยนต์พุ่งเข้าชนคนเดินถนนและคนปั่นจักรยานบนเกาะ โอเลรง (Oléron) บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย โดย 2 รายในจำนวนนี้ มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเผยว่า ชายผู้ก่อเหตุเป็นคนท้องถิ่นอายุ 35 ปี โดยเขาเจตนาขับรถพุ่งชนผู้คน จากนั้นจึงจุดไฟเผารถของตัวเอง ก่อนที่เขาจะถูกเจ้าหน้าที่ยิงปืนช็อตไฟฟ้าเข้าใส่ เนื่องจากพยายามขัดขืนการจับกุม และตอนนี้เขาอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจและในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีพยายามฆ่า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08:45 น. และกินเวลาประมาณ 35 นาที โดยนายติโบต์ เบรชคอฟฟ์ นายกเทศมนตรีเมือง โดลุส-โดเลรง (Dolus d’Oléron) เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุขับรถบนเส้นทางระหว่างหมู่บ้าน 2 แห่ง และชนผู้คนไปหลายราย

นายโลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ รวมถึงเรื่องที่ว่า มีแก๊ส 1 ถังหรือมากกว่านั้นอยู่ในรถของคนร้ายหรือไม่

นายนูเญซบอกอีกว่า ชายคนนี้เป็นที่รู้จักของตำรวจอยู่แล้ว แต่ในฐานะผู้ก่อคดีอาชญากรรมลหุโทษ ขณะที่หน่วยข่าวกรองไม่มีข้อมูลว่าชายคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหัวรุนแรงใด ๆ

ก่อนหน้านี้นาย อาร์โนด์ ลาเรซ อัยการสูงสุดของเมืองลา รอแชล (La Rochelle) กล่าวว่า ชายต้องสงสัยตะโกนคำว่า “อัลลอฮ์ อักบาร์” ในขณะถูกจับกุมตัวด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่งเป็นหญิงสาวอายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บหลายจุด ขณะที่อีกรายเป็นคนปั่นจักรยานอายุ 69 ปี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ยอมรับ ผลเลือกตั้งไม่ดีกับรีพับลิกัน หลังเดโมแครตกวาดเรียบ

ทรัมป์ยอมรับ ผลเลือกตั้งไม่ดีกับรีพับลิกัน หลังเดโมแครตกวาดเรียบ

6 พ.ย. 2568 01:53 น.

ทรัมป์ยอมรับ ผลเลือกตั้งไม่ดีกับรีพับลิกัน หลังเดโมแครตกวาดเรียบ

โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับ ผลเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันอังคารไม่เป็นผลดีกับรีพับลิกัน หลังฝ่ายเดโมแครตกวาดชัยชนะได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะที่ นิวยอร์ก, เวอร์จิเนีย หรือนิวเจอร์ซีย์

เมื่อวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดใจถึงเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งสำคัญในรัฐชายฝั่งตะวันออก ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งผลปรากฏว่า พรรคเดโมแครตเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นเหนือพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์

เมื่อวันอาทิตย์มีการเลือกตั้งสำคัญจัดขึ้นในหลายรัฐ ทั้งเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กับการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐของรัฐเวอร์จิเนียกับรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งฝ่ายเดโมแครตชนะทั้งหมด

นายทรัมป์พูดถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างรับประทานอาหารเช้าร่วมกับวุฒิสมาชิก โดยเขาเรียกการเลือกตั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า “เป็นค่ำคืนที่น่าสนใจ”

“เมื่อคืนนี้ มันก็เป็นคืนที่… คุณก็รู้ …ไม่คาดหวังว่าจะชนะ” นายทรัมป์กล่าว และเสริมว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่าง “เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก” และมัน “ไม่เป็นผลดีสำหรับพรรครีพับลิกัน … แต่เรามีค่ำคืนที่น่าสนใจ และเราได้เรียนรู้มากมาย”

นายทรัมป์กล่าวอีกว่า ตามข้อมูลจากโพลสำรวจความคิดเห็น การชัตดาวน์ของรัฐบาลเป็นปัจจัยลบใหญ่หลวงสำหรับรีพับลิกัน และปัจจัยที่ “ใหญ่ที่สุด” คือ การที่ไม่มีชื่อของเขาอยู่บนบัตรเลือกตั้ง อนึ่ง รัฐบาลกลางต้องปิดหน่วยงานบางส่วนชั่วคราว (ชัตดาวน์) ตั้งแต่ 1 ต.ค. หลังจากรัฐสภาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงจัดสรรงบประมาณใหม่ได้

ทั้งนี้ การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก นาย โซห์ราน มัมดานี นักสังคมนิยมประชาธิปไตย คว้าชัยชนะเหนือนาย แอนดรูว์ คูโอโม ผู้สมัครอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจาก โดนัลด์ ทรัมป์ โดยนี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่นายมัมดานีเอาชนะนายคูโอโมได้ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นที่การเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีของพรรคเดโมแครต

ที่รัฐเวอร์จิเนีย อดีต ส.ส. สายกลาง อาบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ เอาชนะคู่แข่งไปได้อย่างง่ายดายด้วยคะแนนมากกว่า 64% สูงที่สุดเท่าที่พรรคเดโมแครตเคยได้จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐนี้ และที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ส.ส. สายกลางอีกคนคือ มิกกี้ เชอร์ริลล์ ก็เอาชนะนาย แจ็ค ชัตตาเรลลี ด้วยคะแนน 64% ต่อ 32%

นอกจากนั้นยังมีการโหวตขนาดเล็กแต่สำคัญอื่นๆ เกิดขึ้นในวันเดียวกัน โดยที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ลงคะแนนเสียงโหวตอนุมัติแผนที่เขตเลือกตั้งรัฐสภาใหม่ ซึ่งอาจทำให้พรรคเดโมแครตได้รับที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 5 ที่นั่ง

ที่เพนซิลเวเนีย มีการโหวตตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดรัฐเพนซิลเวเนีย 3 ตำแหน่ง ซึ่งผลปรากฏว่าผู้พิพากษาเดโมแครต 3 คน จะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 10 ปี รักษาเสียงข้างมากของพวกเขาในศาลสูงสุดของรัฐเพนซิลเวเนียเอาไว้ที่ 5 ต่อ 2 ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

ฟิลิปปินส์อ่วม เหยื่อไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ทะลุ 100 ศพ คาดเจอพายุอีก 3-5 ลูก

ฟิลิปปินส์อ่วม เหยื่อไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ทะลุ 100 ศพ คาดเจอพายุอีก 3-5 ลูก

6 พ.ย. 2568 00:00 น.

ฟิลิปปินส์อ่วม เหยื่อไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ทะลุ 100 ศพ คาดเจอพายุอีก 3-5 ลูก

จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น คัลแมกี ในฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้นจนมากกว่า 100 ศพแล้ว ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ปีนี้ฟิลิปปินส์จะเผชิญพายุอีก 3-5 ลูก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศฟิลิปปินส์ จากอิทธิพลของไต้ฝุ่น “คัลแมกี” เพิ่มขึ้นจนเกิน 100 ศพแล้ว ในวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 ขณะที่ภาพความเสียหายในจังหวัดเซบูซึ่งเผชิญกับเหตุน้ำท่วมหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้ อิทธิพลของไต้ฝุ่นคัลแมกี ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำในแม่น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมเมืองต่างๆ ในจังหวัดเซบู พัดพารถยนต์ เพิงริมแม่น้ำ และแม้แต่ ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ไปด้วย ขณะที่ประชาชนกว่า 800,000 คนที่อาศัยอยู่บนเส้นทางของพายุ ต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย

นายรอน รามอส โฆษกรัฐบาลจังหวัดเซบูบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เจ้าหน้าที่เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากพื้นที่น้ำท่วมในเมือง ลิโลอัน (Liloan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเซบูได้อีก 35 ศพ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในจังหวัดแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 76 ศพแล้ว

ขณะเดียวกัน บนเกาะเนกรอส (Negros Island) ที่อยู่ใกล้เคียง มีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 12 ศพ และสูญหายอีก 12 ราย หลังฝนที่กระหน่ำอย่างหนักจนทำให้โคลนภูเขาไฟ ซึ่งสะสมมาหลังจากเกิดภูเขาไฟปะทุเมื่อปีก่อน ไหลลงมาท่วมบ้านเรือนในเมือง กันลาออน (Canlaon)

นอกจากนั้น ยังมีผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศอีก 16 ศพ ซึ่งรวมถึงลูกเรือ 6 คนบนเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ ซึ่งประสบเหตุตกระหว่างออกปฏิบัติการบรรเทาทุกข์เมื่อหลายวันก่อน

เหตุน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดเซบูเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชน ต่อโครงการควบคุมน้ำท่วมของรัฐบาล ซึ่งเชื่อกันว่าใช้เงินภาษีของประชาชนไปหลายพันล้านดอลลาร์ แต่กลับไม่สามารถรับมือเหตุน้ำท่วมหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาได้

นางพาเมลา บาริคัวโตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู ก็ออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยเธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่น ABS-CBN ว่า “คุณต้องเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงมีน้ำป่าไหลหลากที่เลวร้ายขนาดนี้ ในเมื่อเรามีงบประมาณ 2.66 หมื่นล้านเปโซ สำหรับโครงการควบคุมน้ำท่วม (ในงบประมาณของประเทศ)”

“แน่นอนว่าเราได้เห็นโครงการต่าง ๆ ที่นี่… ที่ฉันจะบอกว่าเป็น โครงการผี” นางบาริคัวโตรกล่าว และเสริมว่า ทีมตรวจสอบของเธอไม่พบสิ่งก่อสร้างแม้แต่แห่งเดียวที่สร้างตามมาตรฐานของรัฐบาล

ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยแล้วประเทศฟิลิปปินส์จะเผชิญกับพายุและไต้ฝุ่นปีละ 20 ลูก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศคาดการณ์ว่า ตอนนี้ฟิลิปปินส์เผชิญพายุครบตามค่าเฉลี่ยดังกล่าวแล้ว แต่มีโอกาสที่พวกเขาจะต้องรับมือพายุอีก 3-5 ลูกจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้

ตอนนี้ ไต้ฝุ่นคัลแมกีกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลจีนใต้ และกำลังมุ่งหน้าสู่เวียดนาม ซึ่งทางการประกาศเตือนว่า พายุลูกนี้อาจซ้ำเติมความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ ที่เวียดนามเผชิญมานานนับสัปดาห์ และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายสิบคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พบแล้ว 9 ศพ เหตุเครื่องบินขนส่ง UPS ตกที่เคนทักกี บาดเจ็บอีก 11 ราย

พบแล้ว 9 ศพ เหตุเครื่องบินขนส่ง UPS ตกที่เคนทักกี บาดเจ็บอีก 11 ราย

5 พ.ย. 2568 21:58 น.

พบแล้ว 9 ศพ เหตุเครื่องบินขนส่ง UPS ตกที่เคนทักกี บาดเจ็บอีก 11 ราย

เหตุเครื่องบินขนส่งสินค้าของบริษัท UPS ตกที่รัฐเคนทักกี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ บาดเจ็บอีก 11 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายคน ขณะที่หน่วยงานต่างกำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง

นายแอนดี เบเชียร์ ผู้ว่าการรัฐเคนทักกีเปิดเผยในวันพุธที่ 5 พ.ย. 2568 ว่า เหตุเครื่องบินขนส่งสินค้าของบริษัท UPS ที่ประสบเหตุตกขณะขึ้นบินจากสนามบิน หลุยส์วิลล์ มูฮัมหมัด อาลี ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี เมื่อเวลาประมาณ 17.15 น. วันอังคารที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 9 ศพแล้ว

นายเบเชียร์ระบุว่า ลูกเรือทั้ง 3 คนบนเครื่องบินน่าจะเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วยหลังจากเครื่องบินระเบิด ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 11 ราย โดยเจ้าหน้าที่หลายคนเตือนว่า ผู้บาดเจ็บบางรายมีอาการสาหัสมาก และจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

ด้านนายเครก กรีนเบิร์ก นายกเทศมนตรีเมืองหลุยส์วิลล์กล่าวในวันพุธว่า รันเวย์ของสนามบิน หลุยส์วิลล์ มูฮัมหมัด อาลี สามารถเปิดทำการได้อีกครั้งแล้ว

นอกจากผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว นายเบเชียร์ระบุด้วยว่า ประชาชนอย่างน้อย 16 ครอบครัวแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า ยังไม่สามารถติดต่อบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาได้ ขณะที่พนักงาน 2 คนของธุรกิจยานยนต์ที่ถูกเครื่องบินตกใส่ก็ยังหาตัวไม่พบ และยังไม่ทราบจำนวนลูกค้าที่อยู่ในบริเวณนั้นในตอนเกิดเหตุด้วย

ก่อนหน้านี้ UPS ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีลูกเรือ 3 คนอยู่บนเครื่องบินที่ประสบเหตุ แต่พวกเขายังไม่สามารถยืนยันเรื่องผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

ส่วนตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ โดยกล่าวว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุสาเหตุ แต่พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่า ไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงหลังเกิดเหตุเป็นผลมาจาก เชื้อเพลิงจำนวนมาก บนเครื่องบิน ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นการเดินทางระยะประมาณ 6,920 กม. เพื่อไปยังฮาวาย

ข่าวระบุว่า เครื่องบินรุ่น แมคดอนเนล ดักลาส MD‑11 ลำนี้ บรรทุกเชื้อเพลิง 38,000 แกลลอน (144,000 ลิตร) ในตอนเกิดเหตุ

ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามี สินค้าอะไรอยู่บนเครื่องบิน แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเครื่องบินไม่ได้บรรทุกสิ่งใดที่จะก่อให้เกิด ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน

ทั้งนี้ เหตุเครื่องบินตกและเพลิงไหม้รุนแรงหลังจากนั้น กลืนกินธุรกิจใกล้เคียงอย่างน้อย 2 แห่ง รวมถึงบริษัทรีไซเคิลปิโตรเลียมแห่งหนึ่ง โดยในตอนแรก ทางการออกคำสั่งห้ามประชาชนในรัศมี 5 ไมล์จากสนามบินออกจากที่พัก เนื่องจากกังวลเรื่องมลพิษทางอากาศ ก่อนจะลดลงเหลือรัศมี 1 ไมล์ในเวลาต่อมา

ทีมสืบสวนของคณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐฯ จะเดินทางถึงรัฐเคนทักกีภายในวันพุธนี้ โดยนายพอล ฮัมฟรีย์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเมืองหลุยส์วิลล์ เตือนว่า เจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ในการทำให้พื้นที่เกิดเหตุมีความปลอดภัยสำหรับการสืบสวน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สส.เชียงใหม่ ปชน. อัด รัฐบาลนิ่งเฉยปัญหาสารพิษจากเหมืองแร่ แฉกระทบแม่น้ำสาละวินแล้ว

สส.เชียงใหม่ ปชน. อัด รัฐบาลนิ่งเฉยปัญหาสารพิษจากเหมืองแร่ แฉกระทบแม่น้ำสาละวินแล้ว

5 พ.ย. 2568 17:45 น.

สส.เชียงใหม่ ปชน. อัด รัฐบาลนิ่งเฉยปัญหาสารพิษจากเหมืองแร่ แฉกระทบแม่น้ำสาละวินแล้ว

“ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” สับแหลก แปลกใจกับ MOU แร่แรร์เอิร์ธ เร่งรีบจัดการลับๆ 4 วันจบ ประโยชน์ของชาติอื่นจัดการรวดเร็ว แต่ปัญหาของชาติไทย กลับนิ่งเฉย ล่าสุดสารพิษกระทบแม่น้ำสาละวินแล้ว

วันที่ 5 พ.ย. 2568 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคปชน. โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า แม่น้ำจากเหมืองแร่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นพิษทุกสาย จากแค่น้ำกก-น้ำสาย ตอนนี้มาน้ำสาละวินอีก ปัญหาที่รัฐบาลอืดอาดไม่แก้ที่ต้นตอ แปลกใจกับ MOU แร่แรร์เอิร์ธ เร่งรีบจัดการลับๆ 4 วันจบ ประโยชน์ของชาติอื่นจัดการรวดเร็ว แต่ปัญหาของชาติไทยกลับนิ่งเฉย ไม่ทำอะไรเลย อีกปัญหาใหญ่ทางภาคเหนือ ที่ไม่ถูกพูดถึงจากรัฐบาลเลย คือ ปัญหาแม่น้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองแร่ในเมียนมา แล้วส่งของเสียผ่านแม่น้ำ ไหลเข้าสู่ประเทศไทยทางจังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ที่รัฐบาลทั้งชุดนี้ รวมถึงชุดที่แล้วเพิกเฉย ไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ และยังรับมือกับปัญหาภายในประเทศกันแบบลวก ๆ และตอนนี้ไม่ใช่เพียงน้ำกก น้ำสาย แต่ยังพบน้ำสาละวิน ที่ไหลเข้าทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิษเพิ่มขึ้นอีก และเมื่อเปรียบเทียบการแก้ปัญหานี้กับการเซ็น MOU แร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ก่อน ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกัน แต่ผลลัพธ์การทำงานต่างกันชัดเจน เพราะรัฐบาลทำงานกันไวมากกับการเอื้อประโยชน์ให้สหรัฐอเมริกา เร่งรัดและรวดเร็วมาก 4 วันจบ แต่กับปัญหาของประชาชนคนไทย ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันโดยตรง กลับอืดอาดชักช้า ไม่มีอะไรขยับเลย

นายภัทรพงษ์ ระบุว่า ผมขอไล่เรียง ไทม์ไลน์ ของรัฐบาล กับการดำเนินการ MOU ฉบับนี้ให้ฟังครับ เริ่มที่วันจันทร์ที่ 20 ต.ค. กระทรวงต่างประเทศของไทย ได้รับร่าง MOU ฉบับนี้จากสหรัฐฯ วันพุธที่ 22 ต.ค. กระทรวงต่างประเทศเรียกประชุมร่าง MOU โดยมี กรมอุตฯ เหมืองแร่ กรมเจรจาระหว่างประเทศ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ BOI มาเข้าร่วมประชุมหารือแก้ไขร่างขั้นต้น โดยมีการแก้ไขจากดราฟแรกที่สหรัฐส่งมาเพียง 4 จุด วันพฤหัสบดีที่ 23 ต.ค. เช้า กรมอุตฯเหมืองแร่ และกรมทรัพฯธรณี เข้าชี้แจงรองนายกที่ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม (สุชาติ ชมกลิ่น) วันพฤหัสบดีที่ 23 ต.ค. ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีการประชุมลับเพื่อพูดคุยเนื้อหาร่าง MOU โดยไม่มีข้อเสนอจากรัฐมนตรีแม้แต่คนเดียวในการแก้ไขข้อความใด ๆ เพิ่มเติม หลังจากนั้นกระทรวงต่างประเทศของไทยจึงส่งร่างที่ไทยปรับแก้ให้สหรัฐอเมริกาตรวจสอบ ซึ่งสหรัฐฯ ก็เห็นชอบกับการเสนอแก้ไขของรัฐบาลไทยทั้งหมด (แน่นอนสิครับ ไม่มีการแก้เนื้อหาในส่วนที่สหรัฐฯ ได้เปรียบแบบเกินเหตุเลย)

นายภัทรพงษ์ ระบุว่า เราจะเห็นชัดเจนครับ กระบวนการทำ MOU แร่แรร์เอิร์ธครั้งนี้จบไวมาก เพียง 4 วันเท่านั้น และชัดเจนมาก ว่าไม่มีรัฐมนตรีคนไหน มั่นใจใน MOU ฉบับนี้เลย เพราะทันทีที่เป็นประเด็นสังคม แทนที่รัฐมนตรีทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะอธิบายถึงประโยชน์และไขข้อกังวลของประชาชน รัฐมนตรีแทบทุกคนกลับเรียงหน้าออกมาพูดว่า MOU ฉบับนี้ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ และที่หนักขึ้นไปอีก คือ รองนายกฯ ที่กำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงทรัพฯ และสิ่งแวดล้อม กลับให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไม่ได้อยากเซ็น MOU ฉบับนี้ คำถามตัวโต ๆ ครับ แล้วเซ็นทำไม ทำไมไม่มีการแก้ไขถ้อยคำที่ทำให้ไทยเสียประโยชน์ใน MOU จากรัฐมนตรีเลย ทำไมต้องประชุมลับ และทำไมต้องเร่งรัดจัดการในเวลาแค่ 4 วันกับ MOU ฉบับนี้

หากจะบอกว่าไทยเก่งการต่างประเทศ ในเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่ เพราะกับรัฐบาลชุดนี้ กว่าหนึ่งเดือนที่ทำงานมา ไม่เคยมีการเจรจากับเมียนมาและจีน ในการแก้ปัญหาน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมาแล้วส่งผลกระทบมายังไทยเลย เวทีการเจรจาระดับอาเซียน รัฐมนตรีไทยก็หลบ ให้รองปลัดไปแทน เวทีการเจรจาอาเซียน-จีนด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง รัฐมนตรีก็หลบ ให้รองปลัดไปแทนอีก ทั้ง ๆ ที่ประเทศอื่นส่งรัฐมนตรีไป ทิ้งโอกาสการแก้ปัญหาให้ประชาชนคนไทยอย่างไม่ละอาย บวกกับรัฐบาลชุดที่แล้วที่มีเวลาเป็นปีในการจัดการ แต่ก็มีการเจรจาระดับรัฐมนตรีต่อรัฐมนตรีกับเมียนมาไปเพียงครั้งเดียว และไม่มีอะไรคืบหน้า ทำให้การแก้ปัญหาที่ต้นตอไม่ถูกขยับโดยรัฐบาลไทยเลย

นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน คนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย กำลังเจอกับปัญหาแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก เป็นพิษ ประปาหมู่บ้านเจอตะกั่วเกินเกณฑ์ ตรวจปัสสาวะคนก็เจอสารหนูเกินมาตรฐาน แม่น้ำที่ประชาชนเคยใช้ปลูกพืชผล ปลูกข้าวกิน ตอนนี้ปนเปื้อนหมด แต่ทุกคนก็ยังต้องกินพืชผลจากน้ำปนเปื้อนเหล่านั้น ปลาที่มีปรอทในเกณฑ์เสี่ยงกับเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ แต่ภาครัฐกลับบอกว่ากินได้ไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่ของรัฐกินปลาถ่ายรูปโชว์ก็มี นี่คือปัญหาใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่า ทำไมเราจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่เข้าใจปัญหาและทำงานแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รัฐบาลที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหามลพิษไปตามยถากรรมแบบนี้ครับ

กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่คุมเข้มราคาสินค้าลอยกระทง วัสดุทำกระทงยังปกติ

กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่คุมเข้มราคาสินค้าลอยกระทง วัสดุทำกระทงยังปกติ

5 พ.ย. 2568 16:53 น.

กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่คุมเข้มราคาสินค้าลอยกระทง วัสดุทำกระทงยังปกติ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในช่วงวันลอยกระทงปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พ.ย.68 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าที่ใช้ในช่วงเทศกาลลอยกระทงระหว่างวันที่ 3 – 5 พ.ย.68 เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าที่เอาเปรียบผู้บริโภค โดยลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณย่านปากคลองตลาดและตลาดยอดพิมาน ซึ่งเป็นแหล่งค้าดอกไม้และวัสดุประดิษฐ์กระทงที่สำคัญของกรุงเทพฯ

โดยจากการตรวจสอบพบว่า ราคาจำหน่ายสินค้าโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติ ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เช่น ใบตองมัดละ 1 กิโลกรัม (กก.) ประมาณ 25 บาท หยวกกล้วยชิ้นละ 5–20 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาด) กลีบกระดาษกระทง มัดละ 5 บาท ดอกบัว (10 ดอก) มัดละ 40-80 บาท ดอกบานไม่รู้โรย 1 กก. ถุงละ 150-200 บาท ดอกกล้วยไม้ 1 กก. ถุงละ 40-60 บาท ดอกรัก ขีดละ 30-40 บาท ดอกพุด ขีดละ 7-10 บาท และธูปเทียนคู่ละ 5–20 บาท โดยในส่วนของ กระทงสำเร็จรูป มีหลากหลายรูปแบบให้ประชาชนเลือกซื้อ ทั้งกระทงใบตอง กระทงขนมปัง กระทงอาหารปลาข้าวโพด และกระทงจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีราคาจำหน่ายแตกต่างกันไปตามขนาด รูปแบบ และความประณีตในการประดิษฐ์ เช่น กระทงใบตองสำเร็จรูปขนาด 6-8 นิ้ว มีราคาตั้งแต่ 70-100 บาท กระทงอาหารปลาข้าวโพด ขนาด 6-8 นิ้ว มีราคา 25-60 บาท

“ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าช่วงเทศกาลปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบราคาได้ก่อนตัดสินใจซื้อ และเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค หากพบผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคา จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนผู้ที่จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในขอเชิญชวนประชาชนตรวจสอบราคา เปรียบเทียบคุณภาพก่อนซื้อสินค้า และหากไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคา ปริมาณ หรือพบเห็นการจำหน่ายสินค้าที่เอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

เลือกตั้ง 2569 “อภิสิทธิ์” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างพรรคปชป. ไม่หวั่นเลือดเก่าไหลออก

เลือกตั้ง 2569 “อภิสิทธิ์” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างพรรคปชป. ไม่หวั่นเลือดเก่าไหลออก

5 พ.ย. 2568 14:40 น.

เลือกตั้ง 2569 “อภิสิทธิ์” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างพรรคปชป. ไม่หวั่นเลือดเก่าไหลออก

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เปิดแคมเปญ “สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างพรรค-พรรคสร้างชาติ ระบุชวนมาเหนื่อย ถ้ากระแสตอบรับดี ส่งครบทุกเขต ไม่กังวลเลือดเก่าไหลออก ยอมรับเริ่มต้นจากศูนย์

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 พ.ย. 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นำคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคบางส่วนเปิดแคมเปญ Kick-off รับผู้ประสงค์จะยื่นแสดงความจำนงลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยใช้สโลแกนว่า “สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ” ว่า เป็นการแถลงผลสรุปการหารือ กก.บห.พรรค แม้ขณะนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่รับรองกก.บห.พรรคชุดใหม่ แต่ด้วยสภาวะการเมืองไม่สามารถรอได้ จึงเริ่มต้นเปิดแคมเปญนี้เพื่อเชิญชวนผู้ที่สนใจและปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ให้มาร่วมกับพรรค โดยการสมัครเป็นสส. เพราะมองว่าขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาที่สะสมเรื้อรังยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นเพราะการเมืองไม่สุจริต ที่สร้างปัญหาที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ทุกวันทั้งเงินทุนสีเทา การทุจริตคอร์รัปชัน การทำผิดกฎหมาย จนถึงขั้นอาจทำอาชญากรรมข้ามชาติ การเมืองทุจริตเป็นที่มาของระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ส่วนตัวมองว่า ต่อไปก็มองไม่เห็นว่า บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร

“อีกทั้งข่าวการเมืองทุกวันนี้ กลับกลายเป็นว่า ใครจะอยู่พรรคไหน นโยบายมีแต่เรื่องตัวเลขสองหลัก จึงไม่เชื่อว่าการเมืองไทยจะเดินต่อไปแบบนี้ได้โดยที่ประชาชนจะเดือดร้อนมากขึ้น ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ แม้ยังไม่ได้มีการอนุมัติผู้สมัคร สส.แม้แต่เขตเดียว แต่นับถึงวันนี้เราจะบอกว่า ใครที่เชื่อเรื่องสุจริต มีดีในตัว แนวทางที่จะพัฒนาประเทศควรเป็นอย่างไร ขอเชิญชวนท่านให้มาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคพร้อม “สร้างคน คนสร้างพรรคและพรรคสร้างประเทศ” นี่คือแนวทางที่พรรคจะเดินหน้า จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “สส. ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ” โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ขอย้ำว่า “อย่ารอคนอื่นมาเป็นตัวแทนของท่าน เพราะ สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ”

เมื่อถามว่า พรรคปชป. จะส่งผู้สมัครครบทุกเขตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากได้รับการตอบรับจากทั่วประเทศ ก็ส่งครบทุกเขตแน่นอน ส่วนกรณีที่สื่อเคยวิเคราะห์ว่า พื้นที่แต่ละพื้นที่ เป็นฐานของพรรคการเมืองต่างๆ ส่วนตัวต้องการที่จะตั้งต้นใหม่ว่า ไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ไหน ไม่มีใครเป็นเจ้าของประชาชน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชน ส่งคนดีมาเป็นผู้แทนฯที่ดี ซึ่งส่วนตัวในใจต้องการส่งลงครบทุกเขต เพราะมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ ควรเป็นพรรคของการเมืองที่เป็นของประชาชนทุกคน เมื่อถามย้ำว่า การเริ่มต้นการเมืองใหม่ในสภาวะที่ใช้เงินซื้อ-ขายกัน จะสามารถไปได้มากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชนเพราะทราบดีว่าการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา จากการวิเคราะห์ของหลายฝ่ายพบว่า มีการใช้เงินมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า จะมีจุดพลิกผัน ถ้ายังปล่อยการเมืองให้เป็นแบบนี้ เศรษฐกิจ, สังคมจะติดอยู่แบบนี้ตลอดไป และจะเสื่อมโทรมลงด้วยซ้ำ ดังนั้นหากสามารถทำให้ประชาชนมองเห็นอันตรายจากเรื่องเหล่านี้ได้ แม้ไม่มีใครบอกได้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ส่วนตัวยืนยันว่า จะเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งที่ไม่ยอมให้การเลือกตั้งเป็นเรื่องของการประมูลซื้อ-ขาย วันนี้บ้านเมืองต้องมองให้เลยคำว่าสโลแกนไปได้แล้ว เพราะต้องเริ่มต้นเอาเรื่องใหญ่ของประเทศมาคุยกัน ทั้งการค้าการลงทุน และรายละเอียดของเศรษฐกิจ,สังคม ภาคส่วนต่างๆ ตนเชื่อว่า หากไม่สร้างเครื่องจักรที่จะนำความเติบโตทางเศรษฐกิจให้ สุดท้ายจะส่งผลให้อีกหลายปัญหาแก้ไขไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นสโลแกน จึงยังไม่ได้ข้อสรุป

เมื่อถามถึงกรณีเลือดเก่าที่ไหลออกจากพรรคนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถือว่าตอนนี้ ตนตั้งต้นจากศูนย์ และส่วนตัวก็ยังไม่ได้อนุมัติผู้สมัครคนใด ดังนั้นคนเก่าจะลาออกไปก็ไม่ว่ากัน เพราะเคารพการตัดสินใจ แต่เชื่อว่า จะมีคนพร้อมที่จะร่วมแนวทางเดียวกันเพียงพอที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เดินต่อไปได้ เมื่อถามถึงกรณีนายเฉลิม ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกและจะนำ สส. บางส่วนไปด้วย จะส่งผลอะไรกับพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กว่าจะยุบสภา จำนวน สส. จะเหลือน้อยมาก ตนขอตั้งสมมติฐานใหม่โดยเริ่มต้นใหม่จากปี 2570 เราจะสร้างคน คนสร้างพรรค และพรรคก็จะสร้างบ้านเมืองที่ดีต่อไป ยอมรับว่า สส. ที่จะออกไปได้มาลากับตนแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ โดยให้เหตุผลว่า ด้วยความเคารพจะอยู่เลือกหัวหน้าพรรคให้ก่อน แต่คงไม่ได้อยู่ร่วมทำงานด้วยกัน แต่ขณะนี้ที่ยังไม่ลาออกจากพรรค เพราะจะสูญเสียสถานภาพทางกฎหมาย ในฐานะ สส. “ที่เชิญชวนนี่ ไม่ได้ชวนมาสบาย เพราะวันนี้ถ้าไม่เหนื่อยบ้านเมืองก็ไม่ดีขึ้น ชวนมาเหนื่อยชวนมาทุ่มเทกับเราว่า ถึงเวลาแล้วมาทำการเมืองกัน ไม่เหมือนกับการเมืองที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้”

ญี่ปุ่นส่งทหารล่าหมี เร่งแก้ปัญหาหมีทำร้ายคน ปีนี้ตายแล้ว 12 ศพ

ญี่ปุ่นส่งทหารล่าหมี เร่งแก้ปัญหาหมีทำร้ายคน ปีนี้ตายแล้ว 12 ศพ

5 พ.ย. 2568 13:40 น.

ญี่ปุ่นส่งทหารล่าหมี เร่งแก้ปัญหาหมีทำร้ายคน ปีนี้ตายแล้ว 12 ศพ

กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นลงพื้นที่ปฏิบัติการล่าหมี ในจังหวัดอากิตะ ทางตอนเหนือของประเทศ หลังเกิดเหตุหมีทำร้ายคนถี่ ๆ ทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 ศพ และบาดเจ็บกว่าร้อยคน 

ทหารพร้อมรถบรรทุกและรถจี๊ปหลายคันลงพื้นที่ช่วยกันปฏิบัติการไล่ล่าหมี ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเตือนชาวบ้านให้อยู่แต่ในบ้านหลังพระอาทิตย์ตก ห้ามเข้าใกล้ป่า และพกกระดิ่งไว้ขณะเดินทาง เพื่อป้องกันการเผชิญหน้ากับหมีที่ออกมาหาอาหารใกล้ชุมชน

รัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับว่านี่คือสถานการณ์วิกฤตสัตว์ป่าครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี โดยเฉพาะในจังหวัดอากิตะซึ่งพบหมีมากกว่า 8,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าจากปีก่อน สาเหตุคาดว่าเกิดจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้แหล่งอาหารของหมีในป่าลดลง ผนวกกับปัญหาชนบทที่ประชากรลดฮวบ จนไม่มีนักล่าคอยควบคุมจำนวนสัตว์ป่าเหมือนในอดีต

นายเคอิ ซาโต้ รองหัวหน้าคณะเลขานุการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวย้ำว่า “เราจะไม่สามารถรอช้าได้อีกต่อไป เพราะจำนวนผู้บาดเจ็บจากหมีเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน” พร้อมระบุว่าการเข้าช่วยของทหารถือเป็นการปฏิบัติการพิเศษ เพื่อช่วยขนย้ายและติดตั้งกรงดักหมี ขณะที่การล่าหมีจะมอบหมายให้กับนายพรานมืออาชีพในพื้นที่

ปีนี้จังหวัดอากิตะเพียงแห่งเดียวมีรายงานพบหมีมากกว่า 8,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าจากปีก่อน ส่วนเมืองคะซุโนะที่เพิ่งถูกส่งกำลังเข้าช่วย เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่มีทั้งบ่อน้ำพุร้อน ภูเขาสวยงาม และสวนแอปเปิ้ล แต่ตอนนี้กลับต้องเผชิญกับวิกฤตหมีป่า

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเหตุหมีบุกทำร้ายคนถึงในซูเปอร์มาร์เก็ต ป้ายรถเมล์ และรีสอร์ตน้ำพุร้อน สร้างความหวาดกลัวไปทั่วญี่ปุ่น โดยเมื่อราว 10 ปีก่อน ญี่ปุ่นเคยใช้กองทัพช่วยควบคุมสัตว์ป่ามาก่อน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนล่ากวางป่าที่สร้างความเสียหายให้พื้นที่เพาะปลูก แต่ครั้งนี้ถือเป็นการระดมทหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคใหม่เพื่อรับมือกับหมีป่าบุกเมือง

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หมีทำร้ายคน