รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

27 ต.ค. 2568 10:03 น.

รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ส่งสาส์นแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ในนามประชาชนกัมพูชา ทั้งภายในและนอกประเทศ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แห่งราชอาณาจักรไทย  

 แถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาอิสระ ระบุว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาชนบท ผ่าน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และการทรงอุปถัมภ์ศิลปหัตถกรรมไทย เรื่องเหล่านี้ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยเป็นลำดับ

พร้อมระบุว่า ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ยาวนาน รู้สึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทย และขอถวายพระอาลัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์และปวงชนชาวไทย

แถลงการณ์ยังยืนยันว่า รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นตัวแทนของความปรารถนาเสรีภาพและอธิปไตยของประชาชนกัมพูชา จะยืนเคียงข้างประเทศที่ให้คุณค่ากับอธิปไตย มรดกทางวัฒนธรรม และสวัสดิภาพของประชาชน เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างชาติที่อิสระและเท่าเทียม

ท้ายสุด รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ฝากความปรารถนาให้ปวงชนชาวไทยทรงเข้มแข็ง รักษาความสามัคคี และร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงขณะนี้.

เครื่องบินรบ และฮ.กองทัพเรือสหรัฐฯ ตกกลางทะเลจีนใต้ ห่างกันแค่ 30 นาที

เครื่องบินรบ และฮ.กองทัพเรือสหรัฐฯ ตกกลางทะเลจีนใต้ ห่างกันแค่ 30 นาที

27 ต.ค. 2568 09:46 น.

เครื่องบินรบ และฮ.กองทัพเรือสหรัฐฯ ตกกลางทะเลจีนใต้ ห่างกันแค่ 30 นาที

เครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz ประสบอุบัติเหตุตกลงในทะเลจีนใต้ เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ห่างกันเพียง 30 นาที เจ้าหน้าที่ 5 นายได้รับการช่วยเหลือปลอดภัย

ตามแถลงของกองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ  เหตุการณ์แรกเกิดกับเฮลิคอปเตอร์ MH-60R Sea Hawk ที่มีลูกเรือ 3 นาย ขณะที่เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นกับเครื่องบินขับไล่ F/A-18F Super Hornet ที่มีนักบิน 2 นาย ทั้งหมดถูกช่วยเหลือได้ปลอดภัย และอยู่ในอาการทรงตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุทั้งสองลำ

เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz กำลังเดินทางกลับฐานทัพเรือ Naval Base Kitsap ในรัฐวอชิงตัน หลังเสร็จสิ้นภารกิจในตะวันออกกลางตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการตอบโต้การโจมตีเรือพาณิชย์โดยกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน  โดยการเดินทางครั้งนี้ถือเป็น ภารกิจสุดท้ายของเรือ Nimitz ก่อนปลดประจำการ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำของสหรัฐฯ คือ USS Harry S Truman พบกับเหตุขัดข้องต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติการในตะวันออกกลาง

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Gettysburg ได้ยิงเครื่องบินรบ F/A-18 จากเรือ Truman ผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจต่อมาในเดือนเมษายน เครื่องบิน F/A-18 อีกลำไหลหลุดจากดาดฟ้าลงทะเลแดงและในเดือนพฤษภาคม เครื่องบินรบอีกลำที่พยายามลงจอดบนเรือ Truman พลาดสายเคเบิลหยุดเครื่อง ทำให้ตกลงทะเล ขณะที่นักบินทั้งสองคนต้องดีดตัวออกก่อนรอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม ไม่มีลูกเรือหรือทหารเสียชีวิตจากเหตุการณ์เหล่านี้ ขณะที่รายงานผลการสอบสวนของทุกกรณียังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินรบ

นายกฯอินเดีย – สิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

นายกฯอินเดีย - สิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

27 ต.ค. 2568 09:22 น.

นายกฯอินเดีย – สิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในขณะที่ผู้นำสิงคโปร์ร่วมแสดงความอาลัยเช่นเดียวกัน

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเอ็กซ์ แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยยกย่องพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในฐานะแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประชาชน

ข้อความระบุว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงอุทิศพระชนมชีพเพื่อประชาชน ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า” พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และ ประชาชนชาวไทย ในช่วงเวลาแห่งความโศกอันใหญ่หลวงนี้

ข้อความของนายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้รับการเผยแพร่และส่งต่ออย่างกว้างขวางในอินเดียและประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียใต้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอินเดีย ที่ยืนยาวทั้งด้านวัฒนธรรม ศาสนา และมิตรภาพระหว่างประชาชนสองประเทศ 

ทางด้าน ผู้นำสิงคโปร์ร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยรัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ระบุว่าได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทย

ประธานาธิบดีทาร์แมน ชันมูการัตนัม แห่งสิงคโปร์ ส่งสาส์นถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในนามของชาวสิงคโปร์ โดยกล่าวว่า รู้สึกโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พร้อมกันนี้ได้แสดงความชื่นชมว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีพระชนมชีพที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ทรงเป็นคู่พระบารมีที่มั่นคงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และด้วยพระราชดำริด้านผ้าไทย งานหัตถศิลป์ และการพัฒนาชนบท ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะสตรีและเด็กในถิ่นทุรกันดาร

ขณะที่นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ได้ส่งสารถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในนามรัฐบาลสิงคโปร์ โดยกล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเป็นที่รักและเคารพของประชาชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระเมตตาและความมั่นคงเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดรัชกาล

พร้อมกันนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การส่งเสริมสวัสดิการสตรีและเด็ก และการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกล ซึ่งจะยังคงส่งผลดีต่อประชาชนชาวไทยต่อไป

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ดร.วิเวียน บาลากฤษณะ ได้มีจดหมายถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย โดยกล่าวอาลัยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะทรงเป็นที่จดจำในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความเสียสละเพื่อปวงชนชาวไทย

ดร.วิเวียน กล่าวยกย่องว่า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงร่วมกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากกว่า 4,000 โครงการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และทรงดำรงตำแหน่งนายกสภากาชาดไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการกุศลและสันติสุขของชาติ โดยพระองค์ทรงทิ้งร่องรอยแห่งพระเมตตาและพระปรีชาสามารถไว้ในสังคมไทย ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างตลอดไป.

อียิปต์-กาชาด ส่งคน-อุปกรณ์เข้าฉนวนกาซา ช่วยค้นหาศพตัวประกัน

อียิปต์-กาชาด ส่งคน-อุปกรณ์เข้าฉนวนกาซา ช่วยค้นหาศพตัวประกัน

27 ต.ค. 2568 05:35 น.

อียิปต์-กาชาด ส่งคน-อุปกรณ์เข้าฉนวนกาซา ช่วยค้นหาศพตัวประกัน

อิสราเอลอนุญาตให้เจ้าหน้าที่อียิปต์กับกาชาดสากลขนอุปกรณ์เข้าสู่ฉนวนกาซา เพื่อช่วยค้นหาร่างตัวประกัน หลังกลุ่มฮามาสยังไม่ส่งคืนศพตัวประกันที่เหลืออีก 13 ราย โดยอ้างว่าถูกทับอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอิสราเอลยืนยันในวันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค. 2568 ว่า ทีมจากอียิปต์และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฉนวนกาซา เพื่อค้นหาร่างของตัวประกันที่เสียชีวิต ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปในระหว่างการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 แล้ว

รัฐบาลอิสราเอลระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่ของอียิปต์และ ICRC ได้รับอนุญาตให้ค้นหาเกินแนวที่เรียกว่า “เส้นสีเหลือง” ซึ่งเป็นพื้นที่ในฉนวนกาซาที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ควบคุมอยู่ โดยพวกเขาจะใช้รถขุดและรถบรรทุกช่วยในการค้นหาด้วย

นอกจากนั้น สื่ออิสราเอลรายงานว่า สมาชิกกลุ่มฮามาสก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ฉนวนกาซาที่ IDF ควบคุมด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยในการค้นหาศพตัวประกันร่วมกับทีมงานอียิปต์กับ ICRC โดยฮามาสยืนยันว่า พวกเขากำลังประสานงานกับทางการอียิปต์

อนึ่ง จนถึงตอนนี้กลุ่มฮามาสได้ส่งมอบร่างตัวประกันที่เสียชีวิตคืนให้อิสราเอลแล้ว 15 ราย จากทั้งหมด 28 ราย ตามข้อตกลงหยุดยิงระยะแรกที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง อย่างไรก็ตาม ฮามาสอ้างว่า การค้นหาร่างตัวประกันที่เหลือทำได้ยากลำบาก เนื่องจากพวกเขาต้องการอุปกรณ์สำหรับขุดค้นหา

ความล่าช้าในการคืนศพตัวประกันของฮามาสทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจในอิสราเอล ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนให้ฮามาสคืนศพตัวประกันทั้งหมดโดยเร็ว มิเช่นนั้น ประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงสันติภาพนี้ จะเริ่มเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ อียิปต์ พร้อมด้วยกาตาร์และตุรกี เป็นผู้ลงนามหลักในแผนสันติภาพฉนวนกาซาที่ทรัมป์เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ซึ่งได้ลงนามกันที่เมืองตากอากาศชาร์ม เอล ชีค ของอียิปต์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ICRC มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตัวประกันมาตลอด และเป็นตัวกลางในการพาตัวประกันที่ฮามาสปล่อยตัว ไปส่งให้แก่กองทัพอิสราเอล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เรือสินค้าจีนจมทะเล หลังชนเรือสิงคโปร์ นอกฝั่งกวางโจว สูญหาย 2 ราย

เรือสินค้าจีนจมทะเล หลังชนเรือสิงคโปร์ นอกฝั่งกวางโจว สูญหาย 2 ราย

27 ต.ค. 2568 04:30 น.

เรือสินค้าจีนจมทะเล หลังชนเรือสิงคโปร์ นอกฝั่งกวางโจว สูญหาย 2 ราย

เรือขนสินค้าจีนชนกับเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของสิงคโปร์ในช่วงค่ำวันเสาร์ ทำให้เรือของฝ่ายจีนจมทะเล ลูกเรือสูญหาย 2 ราย ส่วนคนอื่นๆ ได้รับความช่วยเหลือแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเรือขนสินค้าซึ่งลงทะเบียนในประเทศจีน ชนกับเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของสิงคโปร์ ในน่านน้ำนอกชายฝั่งกวางโจวของจีน เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันเสาร์ (25 ต.ค. 2568) ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เรือของฝ่ายจีนจมทะเล

องค์การการเดินเรือและท่าเรือแห่งสิงคโปร์ (MPA) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าวในวันอาทิตย์ โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บในบรรดาลูกเรือ 23 คนบนเรือคอนเทนเนอร์ “ว่าน ไห่ เอ17” (WAN HAI A17) ซึ่งเป็นเรือที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ และไม่มีรายงานเรื่องมลภาวะใดๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้

ส่วนเรือขนสินค้า “ไห่ หลี่ 5” (HAI LI 5) ของจีน มีรายงานว่าจมลงใต้ทะเล และทางการจีนกำลังดำเนินการค้นหาและกู้ภัย โดย MPA ระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่า ลูกเรือ 2 คนจากทั้งหมด 15 คนของเรือไห่ หลี่ 5 ยังคงสูญหาย

MPA เผยอีกว่า ขณะนี้เรือว่าน ไห่ เอ17 ถูกกักเอาไว้ที่ท่าเรือ เพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนของเจ้าหน้าที่จีน โดยทางการสิงคโปร์ได้ติดต่อกับเรือว่าน ไห่ และทางการจีนเพื่อเสนอให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแล้ว และ MPA ก็กำลังดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อังกฤษจับคนร้ายคดีล่วงละเมิดได้แล้ว หลังถูกปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด

อังกฤษจับคนร้ายคดีล่วงละเมิดได้แล้ว หลังถูกปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด

27 ต.ค. 2568 03:03 น.

อังกฤษจับคนร้ายคดีล่วงละเมิดได้แล้ว หลังถูกปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด

ผู้ลี้ภัยผู้ถูกจำคุกข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนได้รับการปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด ถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้แล้ว หลังหลบหนีนาน 2 วัน

เมื่อ 26 ต.ค. 2568 สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ของสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า นายฮาดัช เคบาตู ผู้ลี้ภัยซึ่งเป็นคนร้ายในคดีล่วงละเมิดทางเพศ แต่กลับได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเพราะความผิดพลาด ถูกตามจับกุมตัวได้แล้ว หลังจากตามล่าตัวนานหลายวัน

นายเคบาตู ถูกจับกุมในพื้นที่ฟินส์บิวรีพาร์กเมื่อเวลา 08:30 น. วันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 2 วันหลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ “เชล์มส์ฟอร์ด” (HMP Chelmsford)

นายเคบาตู ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 12 เดือน เมื่อเดือนกันยายนในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 14 ปีกับผู้หญิงคนในเมืองเอปปิง ขณะที่เขาอาศัยอยู่ในโรงแรม โดยเจ้าหน้าที่มีกำหนดการเนรเทศนายเคบาตูหลังจากรับโทษครบแล้ว แต่กลับเกิดความผิดพลาดขึ้นเสียก่อน

หลังจากนายเคบาตูถูกจับกุมตัวได้อีกครั้งในข้อหา หลบหนีจากที่คุมขังอย่างผิดกฎหมาย นายเดวิด แลมมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหราชอาณาจักรก็ออกมายืนยันว่า นายเคบาตูจะถูกเนรเทศภายในสัปดาห์นี้

ก่อนหน้านี้ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การสอบสวนเกี่ยวกับการปล่อยตัวผิดพลาดกำลังดำเนินอยู่ พร้อมเสริมว่า “เราต้องแน่ใจว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”

ทั้งนี้ ตำรวจเอสเซกซ์ได้รับทราบเรื่องที่นายเคบาตู ถูกปล่อยตัวออกไปเพราะความผิดพลาดในวันศุกร์ (24 ต.ค.) เวลา 12:57 น. แต่เคบาตูได้ขึ้นรถไฟไปยังฝั่งตะวันออกของลอนดอนไปก่อนหน้านั้นนานประมาณ 16 นาทีแล้ว

นอกจากนี้ นายเคบาตูยังถูกบันทึกภาพไว้ได้ในย่านใจกลางเมืองเชล์มสฟอร์ด ขณะกำลังพูดคุยกับประชาชนทั่วไปไม่นานหลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัว และตำรวจยืนยันว่าเขาได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจากคนหลายคน และเดินทางด้วยรถไฟหลายครั้งไปทั่วเมืองหลวง

เจ้าหน้าที่เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดของนายเคบาตู ขณะอยู่ที่ห้องสมุดในพื้นที่ดาลสตันเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขายังคงสวมชุดวอร์มสีเทาของเรือนจำ และถือกระเป๋าสีขาวที่มีรูปอะโวคาโดอยู่ด้วย

อนึ่ง นายเคบาตูถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเมื่อเดือนกรกฎาคม เพียง 2 สัปดาห์หลังจากเขานั่งเรือเล็กอพยพเข้ามาในสหราชอาณาจักร โดยคดีของเขาทำให้เกิดการประท้วงที่หน้าโรงแรม “The Bell” ในเมืองเอปปิง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่ตั้งแต่เข้ามาในอังกฤษ

นายเคบาตูถูกกล่าวหาในศาลเมื่อเดือนกันยายนว่า เขาพยายามจูบเด็กสาววัยรุ่นบนม้านั่ง และพูดคุกคามทางเพศหลายครั้ง ในวันถัดมาหลังเกิดเหตุดังกล่าว เขาได้พบกับเด็กสาวคนเดิมและพยายามจูบเธอ ก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศเธอ นอกจากนี้ เขายังได้ล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงอีกคนที่เสนอตัวช่วยเขาร่างประวัติส่วนตัว (CV) เพื่อหางานด้วย

นายเคบาตูปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แต่ถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 5 ข้อหาเมื่อเดือนที่แล้ว และถูกตัดสินจำคุก 12 เดือน ซึ่งรวมถึงระยะเวลาที่เขาถูกจำคุกระหว่างรอการพิจารณาคดีด้วย โดยรวมแล้ว เขาใช้เวลาอยู่ในเรือนจำนาน 108 วัน

เขายังถูกสั่งห้ามเข้าใกล้หรือติดต่อผู้หญิงคนใดเป็นเวลา 5 ปี และต้องมีชื่อในทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศเป็นเวลา 10 ปีด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ – จีน เห็นชอบกรอบข้อตกลงการค้า ก่อนทรัมป์พบ สี จิ้นผิง

สหรัฐฯ - จีน เห็นชอบกรอบข้อตกลงการค้า ก่อนทรัมป์พบ สี จิ้นผิง

26 ต.ค. 2568 23:58 น.

สหรัฐฯ – จีน เห็นชอบกรอบข้อตกลงการค้า ก่อนทรัมป์พบ สี จิ้นผิง

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งหารือกันนอกรอบการประชุมอาเซียน เห็นชอบกรอบการทำงานของข้อตกลงการค้าของทั้งสองฝ่ายแล้ว ก่อนที่ผู้นำของทั้งสองประเทศจะหารือกันในสัปดาห์นี้

เมื่อ 26 ต.ค. 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และจีนได้เห็นชอบกรอบการทำงานของข้อตกลงทางการค้าที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะมีการหารือกันเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนพบกันในช่วงปลายสัปดาห์นี้

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าว ซีบีเอส (CBS) ว่า กรอบข้อตกลงนี้รวมถึง “ข้อตกลงขั้นสุดท้าย” เกี่ยวกับการดำเนินงานของ TikTok ในสหรัฐฯ และการชะลอการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนด้วย

นายเบสเซนต์บอกอีกว่า เขาไม่คิดว่า การเพิ่มภาษีสินค้าจีนอีก 100% ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่เอาไว้ จะมีผลบังคับใช้ เนื่องจากจีนจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในปริมาณมาก

สหรัฐฯ กับจีนกำลังพยายามหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้สงครามการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายบานปลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยนายทรัมป์และ สี จิ้นผิง มีกำหนดการจะพบปะและเจรจากันในวันพฤหัสบดีนี้ ที่ประเทศเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา นายเบสเซนต์ได้พบกับเจ้าหน้าที่ด้านการค้าระดับสูงของจีน นอกรอบการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทรัมป์ก็เข้าร่วมในฐานะส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนเอเชียด้วย

เบสเซนต์กล่าวว่า ทั้งสองประเทศบรรลุกรอบการทำงานที่สำคัญสำหรับผู้นำทั้งสอง ขณะที่ฝ่ายจีนระบุในแถลงการณ์ว่า ทีมเจรจาทั้งสองฝ่าย บรรลุฉันทามติพื้นฐานเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อแก้ไขข้อกังวลของแต่ละฝ่ายแล้ว และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสรุปรายละเอียดเฉพาะให้เสร็จสมบูรณ์ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝรั่งเศสจับแล้ว 2 ราย ผู้ต้องสงสัยขโมยเครื่องเพชรพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

ฝรั่งเศสจับแล้ว 2 ราย ผู้ต้องสงสัยขโมยเครื่องเพชรพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

26 ต.ค. 2568 22:03 น.

ฝรั่งเศสจับแล้ว 2 ราย ผู้ต้องสงสัยขโมยเครื่องเพชรพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมเครื่องเพชรโบราณล้ำค่าที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้แล้ว 2 ราย ในขณะที่พวกเขาพยายามหลบหนีไปต่างประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีโจรกรรมเครื่องเพชรมงกุฎล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ก่อนได้แล้ว 2 คน โดยหนึ่งในนี้ถูกควบคุมตัวขณะที่เขากำลังเตรียมขึ้นเครื่องบินจากสนามบินชาร์ล เดอ โกล

ตามการเปิดเผยของสำนักงานอัยการกรุงปารีส การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันเสาร์ (25 ต.ค.) โดยไม่ได้ระบุจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัวที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกรมตำรวจบอกกับสื่อท้องถิ่นของฝรั่งเศสว่า ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งกำลังเตรียมเดินทางไปแอลจีเรีย ส่วนอีกรายจะไปมาลี

อัยการกรุงปารีสยังตำหนิการเปิดเผยข้อมูลก่อนเวลาอันควรที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เนื่องจากมันเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการกู้คืนอัญมณีและตามหาคนร้าย

ทั้งนี้ มงกุฎและเครื่องประดับเพชรเก่าแก่ มูลค่าประมาณ 88 ล้านยูโร (ราว 3,347 ล้านบาท) ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในโลกเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2568 โดยโจร 4 คนใช้อุปกรณ์ช่างบุกเข้าไปในอาคารตอนกลางวันแสกๆ

ข่าวระบุว่า กลุ่มโจรเดินทางมาถึงเวลา 09:30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ไม่นานหลังจากพิพิธภัณฑ์เปิดให้ผู้เข้าชม โดยมาถึงพร้อมกับรถบรรทุกติดลิฟต์กลไก เพื่อใช้ขึ้นสู่ระเบียงชั้น 2 จากนอกอาคารฝั่งแม่น้ำแซน ก่อนจะตัดกระจกเข้าสู่ห้องจัดแสดง “Galerie d’Apollon”

จากนั้น พวกเขาข่มขู่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งได้ทำการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ และตัดกระจกตู้จัดแสดง 2 ตู้ที่บรรจุเครื่องเพชรเอาไว้ ก่อนจะหลบหนีไปด้วยรถสกูตเตอร์ 2 คันที่จอดรออยู่ด้านนอกในเวลา 09.38 น. โดยตำรวจระบุว่า พวกเขาอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์เพียง 4 นาทีเท่านั้น

หลังเกิดเหตุมีการสืบสวนอย่างหนักว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์กล่าวต่อวุฒิสมาชิกฝรั่งเศสในสัปดาห์นี้ว่า กล้องตัวเดียวที่เฝ้าติดตามผนังภายนอกของลูฟวร์ซึ่งเป็นจุดที่โจรบุกเข้ามานั้น หันไปทางอื่น ขณะที่ภายในห้องจัดแสดงที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฝรั่งเศสยอมรับว่า มาตรการรักษาความปลอดภัย “ล้มเหลว” ทำให้ประเทศมีภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่

ด้านผู้เชี่ยวชาญออกมาแสดงความกังวลว่า เครื่องเพชรที่ถูกขโมยไปอาจถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็นร้อยๆ ชิ้นแล้ว โดยชิ้นส่วนที่เป็นโลหะสามารถถูกหลอมละลายได้ ขณะที่อัญมณีสามารถถูกตัดให้เป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสืบกลับไปยังการโจรกรรมครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

“อันวาร์-ทรัมป์” ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม “ประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา”

"อันวาร์-ทรัมป์" ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม "ประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา"

26 ต.ค. 2568 12:35 น.

“อันวาร์-ทรัมป์” ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม “ประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา”

นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามใน “ประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา” ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอาเซียนในการสร้างเสถียรภาพและป้องกันความขัดแย้งในภูมิภาค

วันนี้ (26 ตุลาคม) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ร่วมลงนามใน “ประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา” อย่างเป็นทางการ ที่จัดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 ณ ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์

การลงนามครั้งนี้ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากมี นายกรัฐมนตรีดาโต๊ะอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน และ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ข้อตกลงสันติภาพนี้มีขึ้นเพื่อตอกย้ำความเข้าใจเรื่องการหยุดยิงที่บรรลุข้อตกลงกันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากการเจรจาระดับสูง โดยนายอันวาร์เป็นเจ้าภาพที่เมืองปุตราจายา ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนร่วมของทั้งสองประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังกำหนดให้มีการจัดตั้งทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียนอย่างเป็นทางการ เพื่อติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงและป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะขึ้นใหม่ในเขตชายแดน ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการป้องกันความขัดแย้งภายใต้การเป็นประธานของมาเลเซีย ประจำปี 2025

นายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า องค์ประกอบสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงนี้ รวมถึงการที่ไทยและกัมพูชาจะต้องถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน ตลอดจนการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหรือทุ่นระเบิดในพื้นที่ด้วย

ประเทศไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทเหนือพรมแดนยาว 817 กิโลเมตรมาเป็นเวลานาน และความตึงเครียดได้ปะทุเป็นความขัดแย้งทางทหารเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา การหยุดยิงที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นถูกมองว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของอาเซียนที่ช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์ขยายวงกว้าง และรับประกันความปลอดภัยของพลเรือนหลายพันคน

รัฐมนตรีโมฮาหมัดกล่าวว่า แม้จะมีการหยุดยิงตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงมีการละเมิดข้อตกลงเล็กน้อย เช่น “การใช้หนังสติ๊ก” ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน ดังนั้น อาเซียนจึงหวังว่าการลงนามครั้งนี้จะสามารถรักษาข้อตกลงหยุดยิงไว้ได้อย่างมั่นคง และเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศดำเนินการเจรจาต่อไปเพื่อบรรลุข้อยุติอย่างสันติในประเด็นการปักปันเขตแดน.

ที่มา BERNAMA

อันวาร์เปิดประชุมอาเซียน ย้ำต้องร่วมมือกันเพื่อสันติภาพและความมั่งคั่ง

อันวาร์เปิดประชุมอาเซียน ย้ำต้องร่วมมือกันเพื่อสันติภาพและความมั่งคั่ง

26 ต.ค. 2568 12:18 น.

อันวาร์เปิดประชุมอาเซียน ย้ำต้องร่วมมือกันเพื่อสันติภาพและความมั่งคั่ง

อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวเปิดการประชุมอาเซียน ระบุว่า อาเซียนกำลังกระชับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ขยายการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต้อนรับติมอร์-เลสเตเข้าสู่ “ครอบครัว”

เมื่อ 26 ต.ค. 2568 นายอันวาร์ อิบราฮิม ในฐานะนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานเวียนของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) กล่าวเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวันแรกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยระบุว่า อาเซียนจะต้องมีความกล้าหาญในการสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ และกระชับความร่วมมือที่มีอยู่ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่ามกลางการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน

“สันติภาพและความมั่งคั่งที่ค่อนข้างมั่นคงซึ่งอาเซียนได้รับมาตลอดเกือบหกทศวรรษนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง” นายอันวาร์กล่าว “สิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการฟื้นฟูผ่านความร่วมมือ และแข็งแกร่งขึ้นด้วยการมีเป้าหมายร่วมกัน นั่นคือเหตุผลที่อาเซียนกำลังกระชับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ขยายการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”

นักวิเคราะห์ได้ยกให้การประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้องในปีนี้ เป็นการประชุมที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี เนื่องจากมีบุคคลสำคัญมากมายเข้าร่วมการประชุม ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน

นอกจากผู้นำอาเซียนแล้ว ผู้เข้าร่วมยังรวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเดินทางมาถึงในช่วงเช้าวันอาทิตย์ และได้รับการต้อนรับจากนายอันวาร์ที่สนามบิน, นายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เฉียง, นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ ซานาเอะ ทาคาอิจิ, ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ซีริล รามาโฟซา และประธานาธิบดีบราซิล ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา

“ปี 2025 เป็นปีที่ต้องการสิ่งต่าง ๆ จากเรามากขึ้น โลกดูไม่มั่นคง – ระเบียบเก่าไม่แน่นอนอีกต่อไป ขณะที่ระเบียบใหม่ยังไม่ได้ถูกกำหนด” นายอันวาร์กล่าว “ทั่วทุกภูมิภาค เราเห็นการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนที่ขยายตัว ลมปะทะเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทดสอบเศรษฐกิจของเราเท่านั้น แต่ยังทดสอบความมุ่งมั่นโดยรวมของเราที่จะรักษาศรัทธาในความร่วมมือ และความเชื่อที่ว่า ความเข้าใจและการเจรจายังคงสามารถมีชัยได้ในยุคที่แตกแยกนี้”

นายอันวาร์ยังยกตัวอย่างความร่วมมือใหม่ๆ ที่อาเซียนได้สร้างขึ้นและการกระชับความร่วมมือที่มีอยู่แล้วให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยชี้ไปที่การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ครั้งที่ 2 และการประชุมสุดยอดอาเซียน-GCC-จีน เมื่อต้นปีนี้

ประธานอาเซียนกล่าวด้วยว่า การประชุมสุดยอดผู้นำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ครั้งที่ 5 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์นี้ ก็จะส่งเสริมเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ให้บรรลุศักยภาพสูงสุดอย่างเต็มที่

นอกจากนั้น ในการประชุมอาเซียนครั้งนี้จะมีการยกระดับ “ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน” (ATIGA) ด้วย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างตลาดระดับภูมิภาคที่ราบรื่นยิ่งขึ้นสำหรับภาคธุรกิจและแรงงาน

อนึ่ง ATIGA มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ส่งผลให้ต้นทุนทางธุรกิจลดลง การค้าเพิ่มขึ้น และมีตลาดที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงเกิดการประหยัดจากขนาดที่ใหญ่ขึ้น (economies of scale) สำหรับภาคธุรกิจ

นับจนถึงปี 2563 ที่ผ่านมา ATIGA ได้ยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ค้าขายกันภายในอาเซียนไปแล้ว 98.6 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ประชุมอาเซียนมีเป้าหมายที่จะลดภาษีศุลกากรลงภายใต้ข้อตกลง ATIGA ลงอีก และขจัดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิก

นายอันวาร์ยังกล่าวต้อนรับติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของอาเซียนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า การรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นประวัติการณ์ครั้งนี้ ทำให้อาเซียนเป็น “ครอบครัวที่สมบูรณ์” โดยเป็นการยืนยันชะตากรรมร่วมกันของเราและความรู้สึกผูกพันในภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง

“ภายใต้ประชาคมนี้ การพัฒนาและความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของติมอร์-เลสเตจะได้รับการสนับสนุนอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายอันวาร์กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna