ดีเดย์สแกนลายนิ้วเปิดซิม 3 จังหวัดใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952825


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.60 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แถลงข่าวร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 รายได้แก่ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ ทีโอที และแคท เพื่อเปิดให้บริการลงทะเบียนซิมมือถือ ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ (Finger print) ซึ่งจะเริ่มให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.60 นี้เป็นต้นไป

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า การจัดทำระบบลงทะเบียนซิมมือถือนั้น เพื่อยกระดับมาตรการให้บริการโทรศัพท์มือถือ และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยจะนำร่องเปิดให้บริการลงทะเบียนซิมมือถือใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ใน 2 อำเภอคือ จะนะ และนาทวี ในจังหวัดสงขลา โดยจะมีจุดให้บริการ 25 จุด และจะนำร่องในศูนย์บริการลูกค้ามือถืออีก 5 จุด ที่ห้างสรรพสินค้าพารากอน กรุงเทพฯ

“การลงทะเบียนซิมมือถือด้วยการสแกนลายนิ้วมือนั้น เพื่อแสดงตัวตนว่า เป็นเจ้าของบัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น เพราะระบบจะตรวจสอบลายนิ้วมือ และตรวจสอบใบหน้า ว่าตรงกันหรือไม่ เนื่องจากป้องกันการปลอม บัตรประจำตัวประชาชนที่นำมาลงทะเบียนซิมมือถืออีกขั้นตอนหนึ่ง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนที่ใช้มือถือ รวมถึงสร้างความปลอดภัยในการใช้บริการธุรกรรมการเงินในระบบอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และโมบายเพย์เมนต์”

ทั้งนี้ ค่ายมือถือจะเป็นผู้ลงทุนระบบสแกนลายนิ้วมือเอง โดยต้องประสานงานกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดซื้อระบบสแกนนิ้วมือ โดยราคาราว 8,000-14,000 บาทต่อเครื่อง.

 

จัดทัพคนไทยสู่สังคมวัยชรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952817


นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการยาสูบ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและกำลัง จะกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ในปี 2567 ดังนั้น หลายหน่วยงานต่างตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งโรงงานยาสูบเองที่มีชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 5 โรงพยาบาลโรงงานยาสูบ และมีอดีตพนักงานยาสูบ และญาติพี่น้องของพนักงานที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ โรงงาน ยาสูบจึงมีแนวความคิดที่จะเปิดโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ลดการเจ็บไข้ได้ป่วย มีการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง ตามหลักโภชนาการ และมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง

ทั้งนี้ โรงเรียนผู้สูงอายุจะแตกต่างจากชมรมผู้สูงอายุตรงที่โรงเรียนนั้นมีหลักสูตรและตารางเรียนที่ช่วยให้เกิดความต่อเนื่องในการทำกิจกรรม ทำให้ผู้สูงอายุได้ฝึกสมองและการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้สูงอายุปรับตัวเข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยผ่านเทคนิคและวิธีการสอนต่างๆ โดยใช้เวลาในการเรียนรู้ วันละ 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกันไปจนครบ 96 ชั่วโมง ตามหลักสูตรที่ได้จัดเตรียมไว้ ทั้งนี้ โรงเรียนผู้สูงอายุโรงงาน ยาสูบจะเปิดสอนผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยในรุ่นแรกนี้ มีผู้ให้ความสนใจมาสมัครเรียนทั้งสิ้น 40 คน

นางสาวดาวน้อยกล่าวต่อว่า การเปิดเรียนจะสอนทุกวันพฤหัสบดี รวมระยะเวลาเรียนตลอดทั้งหลักสูตร 16 สัปดาห์ เน้นส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพิ่มพูนความรู้ ทักษะชีวิตที่จำเป็นในด้านกฎหมาย ศาสนา เทคโนโลยี การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย หลักโภชนาการที่ถูกต้อง กิจกรรมนันทนาการด้านดนตรีและกีฬา รวมไปถึงกิจกรรมทัศนศึกษานอกห้องเรียน โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้ความรู้และคำแนะนำตลอดทั้งหลักสูตร

ด้าน นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เผยว่า บริษัทมีแผนในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยสูงอายุในชื่อ “จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาท์ตี้” อยู่ปทุมธานี มูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 เฟส ได้แก่ ระยะที่ 1 อาคารที่พักอาศัย 1,500 ยูนิต ระยะที่ 2 โครงการคอมมูนิตี้ มอลล์ มูลค่าราว 4,000 ล้านบาท และระยะที่ 3 ทำโรงพยาบาล 400 เตียง โดยโครงการที่อยู่อาศัยจะเป็นอาคารอยู่อาศัย 7 ชั้น ทั้งหมด 13 อาคาร รวมทั้งหมด 1,500 ยูนิต ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ 60 และมีกำหนด เสร็จสิ้นในไตรมาส 4 ปี 61.

 

เปิดโผ 12 ทำเลทองกลางเมืองกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952808


นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์สกล่าวว่า ทางศูนย์ได้จัดอันดับทำเลที่ดินที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และทำเลที่ราคาที่ดินเพิ่มมากที่สุดในรอบ 6 ปี (2555-2560) ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงราคาในช่วง 5 ปีต่อเนื่องกัน โดยมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเติบโตในอนาคตในช่วง 10 ปีข้างหน้า

อันดับที่ 1 ทำเล I3-2 ถนนสุขุมวิท 21 ราคาปัจจุบันตารางวาละ 1,400,000 บาท ในรอบ 1 ปี เพิ่มราคาถึง 27.3% และหากมองในรอบ 6 ปีก่อนหน้า นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 15.2% ขณะที่อันดับที่ 2 ทำเล K6-1 ถนนรัชดาภิเษก-เดอะมอลล์ ราคาปัจจุบันตารางวาละ 300,000 บาท ในรอบ 1 ปี เพิ่มราคาถึง 25.0% และในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 13.5% อันดับที่ 3 ทำเล K2-3 ถนนพระราม 2 กม.13.5 แสมดำ ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 45,000 บาท ราคาถึง 12.5% ในรอบ 1 ปี และ ในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 12.7%

อันดับที่ 4 ทำเล L1-1 ถนนกรุงธนบุรี ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 600,000 บาท เพียง 1 ปี ราคาเพิ่มขึ้นถึง 9.1% และในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 11.0% อันดับที่ 5 ทำเล F5-1 ถนนรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง ราคาปัจจุบันตารางวาละ 650,000 บาท โดยในระยะเวลา 1 ปี ราคาเพิ่มถึง 8.3% และในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 10.9% อันดับที่ 6 ทำเล I1-3 ถนนอโศก-ดินแดง ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 450,000 บาท โดยในระยะ 1 ปี ราคาเพิ่มถึง 12.5% และในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 10.3%

อันดับที่ 7 ทำเล I3-6 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 450,000 บาท ในระยะเวลา 1 ปี ราคาเพิ่มถึง 12.5% และในรอบ 6 ปีนับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 10.3% อันดับที่ 8 ทำเล H2-1 สำโรง-สุขุมวิท 107 ราคาปัจจุบันตารางวาละ 250,000 บาท ใน 1 ปี ราคาเพิ่มถึง 8.7% ในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 10.1%

อันดับที่ 9 ทำเล I2-1 ถนนเจริญกรุง ซอย 1 ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 650,000 บาท ในรอบ 1 ปี ราคาเพิ่มถึง 8.3% และในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 9.8%

อันดับที่ 10 ทำเล I3-5 ถนนสุขุมวิท 71 ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 350,000 บาท ในระยะ 1 ปี ราคาเพิ่มถึง 16.7% และในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 9.8% อันดับที่ 11 ทำเล I3-3 ถนนพระราม 4 กล้วยน้ำไท ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 400,000 บาท ในระยะเวลา 1 ปี ราคาเพิ่มถึง 14.3% และในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 8.9% อันดับที่ 12 ทำเล H3-1 ศรีนครินทร์-บางนา ราคาปัจจุบัน ตารางวาละ 160,000 บาท ในเวลา1 ปี ราคาเพิ่มถึง 10.3% ในรอบ 6 ปี นับแต่ปี 2555 ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 8.1%

 

“ไทยประกัน” หาทุนให้ “เด็กหัวใจพิการ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952802


นางสาวภาสินี ปรีชาธนาพล ผู้อำนวยการฝ่ายกลุ่มองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” เปิดเผยว่า เพื่อมอบโอกาสการให้ชีวิตใหม่ และในวาระฉลองครบ 75 ปี ของบริษัทไทยประกันชีวิต จึงได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช ในโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก”

มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งปัจจุบันมีเด็กป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดถึง 8,000 รายต่อปี และมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด แต่เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายอยู่ในเกณฑ์ที่สูง รายละ 200,000 บาท ทำให้เด็กบางคนขาดโอกาสเข้าถึงการรักษา ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2562 เพื่อใช้ในการผ่าตัดเด็กจำนวน 36 ราย รวมค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งสิ้นจำนวน 7,200,000 บาท โดยกิจกรรมระดมจัดหาทุนกิจกรรมแรก เป็นการจัดดินเนอร์การกุศล เชิญชวนพันธมิตรทางธุรกิจจำนวน 16 บริษัท ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์และส่งมอบให้กับกองทุน New Life ของโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช เพื่อใช้ในการผ่าตัด โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โดยสามารถระดมเงินบริจาคทั้งสิ้นจำนวน 2,000,000 บาท

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคโดยการโอนเงินเข้าบัญชี มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ (กองทุนเพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอาคารไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาภิเษก เลขที่บัญชี 684-1-06364-0 ซึ่งใบเสร็จรับเงินนำไปยื่นลดหย่อนภาษีได้ สอบถามเพิ่มเติม โทร.0-2247-0247 ต่อ 3624-5

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 26/05/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952762


“พรีม่า” ปรับกลยุทธ์ขายออนไลน์ จัด “เพชรเม็ดเล็ก” เอาใจสาววัยรุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952792


นางชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการ พรีม่ากรุ๊ป ผู้บริหารแบรนด์พรีม่าไดมอนด์ พรีม่าโกลด์ พรีม่าอาร์ต และเมอร์รี (Merii) ในเครือบริษัท แพรนด้า จิวเวลลี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนปี 60 บริษัทจะรุกหนักในการทำตลาดสินค้าทั้ง 4 แบรนด์ เน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยเริ่มทำงาน คนรุ่นใหม่ วัยรุ่น และฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มเจน Z กลุ่มมิลเลนเนียลส์ (Millennials) ด้วยการลดขนาดเครื่องประดับทั้ง 4 แบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์พรีม่าไดมอนด์ และพรีม่าโกลด์ ให้มีขนาดเล็กลง รูปแบบทันสมัย และราคาจับต้องได้มากขึ้น จากเดิมที่เน้นทำเป็นชุดใหญ่ครบเซ็ต โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 50,000-80,000 บาท

“บริษัทได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์เครื่องประดับเพชร พรีม่าไดมอนด์ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ www.primadiamond.co.th, เฟซบุ๊ก www.facebook.com/PrimaDiamondThailand, ไลน์ @primadimond, อินสตาแกรม primadiamondthailand เพิ่ม หลังทดลองทำตลาดเปิดขายในช่องทางดังกล่าวมา 1 ปี ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ทั้งยอดขายที่ทำได้ 10% ของยอดรายได้รวมพรีม่ากรุ๊ป และฐานลูกค้ากลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียลส์ที่มีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีสัดส่วนยอดขายในช่องทางออนไลน์จะเพิ่มเป็น 20% และภายใน 5 ปีมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 50% ทั้งนี้ เศรษฐกิจไม่มีผลกระทบมากนัก หากเศรษฐกิจไม่ดีจะลดความถี่ในการซื้อลงเหลือเดือนละ 1 ชิ้นต่อคน จากเดิมในช่วงที่เศรษฐกิจดีมีการซื้อถี่เฉลี่ยต่อคนเดือนละ 4 ชิ้น.

 

20 จุด กทม.-ปริมณฑล เสี่ยงน้ำท่วม กรมทางหลวง สั่งเฝ้าระวังหากฝนตกหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 22:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952737


กรมทางหลวง สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กทม.และปริมณฑล 20 จุด ตลอด24 ชม. พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ หากเกิดน้ำท่วมขัง ได้คลี่คลายสถานการณ์ได้รวดเร็ว …

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่มีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า จะมีฝนตกในหลายพื้นที่ ระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2560 นี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพฯ) และแขวงทางหลวง ในสังกัดที่รับผิดชอบ พื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ให้กำหนดจุดเฝ้าระวัง จุดที่สุ่มเสี่ยง อ่อนไหว น้ำท่วมทาง พร้อมทั้งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือเครื่องจักรอื่นๆและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกปลอดภัยให้พร้อมตลอดเวลา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ จนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย พร้อมทั้งติดตาม รายงานสถานการณ์เป็นระยะๆ

ทั้งนี้ จะพยายามไม่ให้มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรและกระทบต่อการจราจร โดยในสายทางที่กรมทางหลวงรับผิดชอบได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร เทศบาลในพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ โดยพบพื้นที่ที่เป็นจุดเฝ้าระวัง จุดที่อ่อนไหว ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมขังจำนวน 20 จุด ดังนี้

จุดที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 31 ถนนวิภาวดี บริเวณวิภาวดี ซอย 3 พื้นที่ กทม.จุดที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 31 ถนนวิภาวดี บริเวณหน้าสมบัติทัวร์ พื้นที่ กทม. จุดที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 31 ถนนวิภาวดี บริเวณหน้า Toshiba – Central ลาดพร้าว พื้นที่ กทม.จุดที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 304 ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณช่วงคลองประปา – ศูนย์ราชการ พื้นที่ กทม.

จุดที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 304 ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณช่วงวงเวียน – ราชภัฏพระนคร พื้นที่ กทม. จุดที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 304 ถนนรามอินทรา บริเวณรามอินทรา ซอย 5 พื้นที่ กทม.จุดที่ 7 ทางหลวงหมายเลข 304 ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณนิมิตใหม่ – ราษฎร์อุทิศ พื้นที่ กทม. จุดที่ 8 ทางหลวงหมายเลข 351 ถนนเกษตร – นวมินทร์ บริเวณคลองบางบัว พื้นที่ กทม.จุดที่ 9 ทางหลวงหมายเลข 3901, 3902 บริเวณช่วงคลองปากน้ำ พื้นที่ กทม. จุดที่ 10 ทางหลวงหมายเลข 3312 ถนนลำลูกกา บริเวณช่วงปากทางลำลูกกา พื้นที่ กทม.

จุดที่ 11 ทางหลวงหมายเลข 302 ถนนงามวงศ์วาน บริเวณช่วงใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี จุดที่ 12 ทางหลวงหมายเลข 306 ถนนติวานนท์ บริเวณช่วงอุโมงค์ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จุดที่ 13 ทางหลวงหมายเลข 304 ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณแยกเมืองทอง จังหวัดนนทบุรี จุดที่ 14 ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยแบริ่ง – ซอยลาซาล จังหวัดสมุทรปราการ

จุดที่ 15 ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณแยกปู่เจ้าสมิงพราย จังหวัดสมุทรปราการจุดที่ 16 ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณ กม.33 – กม.34 จังหวัดสมุทรปราการจุดที่ 17 ทางหลวงหมายเลข 3344 ถนนศรีนครินทร์ บริเวณแบริ่ง – ลาซาล จังหวัดสมุทรปราการจุดที่ 18 ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี จุดที่ 19 ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้า ม.กรุงเทพ จังหวัดปทุมธานี จุดที่ 20 ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน บริเวณหน้าศูนย์มิตซูบิชิ จังหวัดปทุมธานี

นายธานินทร์ กล่าวว่า สำหรับจุดเฝ้าระวังจำนวน 20 จุด กรมทางหลวงได้จัดเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชม. เพื่อคอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนขณะเกิดฝนตกหนัก รวมถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เร็วไว้ไปสูบน้ำในสายทางที่ฝนตกหนักและระบายน้ำไม่ทัน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุน้ำท่วมบนผิวทางต่างๆ ได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ทุกวันฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

 

SPCG ปลื้มคว้าอันดับ 26 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 22:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952725


ดร.วันดี ปลื้ม SPCG คว้าอันดับที่ 26 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 จากกว่า 300 บริษัท จากการจัดอันดับโดยนิตยสารการเงินธนาคาร

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท มีความภาคภูมิใจที่นิตยสารการเงินธนาคาร ฉบับที่ 421 ได้จัดอันดับ 300 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 (Best Public Companies of The Year 2017) ผลปรากฎว่า บริษัท เอสพีซีจี ได้คว้าอันดับที่ 26 จาก 300 บริษัท

โดยการจัดอันดับในครั้งนี้ เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Market Capitalization) สูงสุด 300 อันดับแรก และมีผลประกอบการที่แสดงกำไร รวมทั้งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวน 96 บริษัท ที่มีผลประกอบการแสดงกำไร โดยใช้ข้อมูล ณ สิ้นปี 2559

สำหรับ การจัดอันดับในครั้งนี้ ได้ระบุว่า บริษัท SPCG มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การพิจารณาครบทุกข้อ โดยปี 2559 ทางบริษัทได้มีมูลค่าตลาดรวม 19.773.39 ล้านบาท, สินทรัพย์ 24,232.28 ล้านบาท, ส่วนของผู้ถือหุ้น 8,294.62 ล้านบาท, รายได้ 5,544.30 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 2,314.21 ล้านบาท และอัตราส่วนกำไรสุทธิ 41.74% นอกจากนั้นยังมีกำไรต่อหุ้น 2.50 บาท, อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ 13.77 %, อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 29.93 % ทั้งยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในอัตรา 5.84 % ซึ่งเท่ากับ 1.21 บาทต่อหุ้น

ดร.วันดี กล่าวว่าบริษัทมุ่งมั่นดำเนินงานด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม 36 แห่ง และโซลาร์ รูฟ ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ภายใต้แบรนด์ SPR SOLAR ROOF ซึ่งได้รับกาารยอมรับจากภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน เนื่องจากใช้แผงที่มีคุณภาพ จาก Kyocera ประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้ SPCG สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้น และสะท้อนให้เห็นฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงาน ของบริษัท ประจำไตรมาส ที่1/2560 บริษัท มีรายได้รวม 1,301.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,230.4 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 756.8 ล้านบาท เติบโตกว่า ร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิรวม 690.4 ล้านบาท ส่วนราคาหุ้น ณ วันที่ 23 พ.ค. 2560 อยู่ที่ 21.40 บาทต่อหุ้นทำให้อัตราส่วนราคาต่อกำไร PE Ratio อยู่ที่ประมาณ 8.3 เท่า

 

พาณิชย์ เร่งดันตลาดประชารัฐ ตั้งเป้าการค้า 1 หมื่นล้านเหรียญฯ ใน 5 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 18:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952548


พาณิชย์ สั่งสำรวจตลาดติดชายแดน หวังดันเป็นตลาดประชารัฐ ดึงเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อสินค้าไทย นำร่องคุยลาว ก่อนลุยตั้งตลาดตามแนวชายแดนเพื่อนบ้านอื่นๆ ต่อไป พร้อมขอลาวยกระดับด่านท้องถิ่นเป็นด่านสากลอีก 7 ด่าน หวังเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 1 หมื่นล้านเหรียญฯ ใน 5 ปี

วันที่ 25 พ.ค. 60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดที่อยู่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย และกรมการค้าภายใน สำรวจตลาดในพื้นที่ เพื่อพัฒนาให้เป็นตลาดประชารัฐ โดยกระทรวงจะช่วยปรับปรุงให้ตลาดมีมาตรฐาน และผลักดันให้เป็นตลาดที่ซื้อขายสินค้าของคนในพื้นที่ รวมถึงจะดึงให้คนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อขาย เพื่อขยายมูลค่าการค้าชายแดน

สำหรับแผนการผลักดันตลาดประชารัฐในรูปแบบนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกร ประชาชน ผู้ผลิตสินค้าชุมชนในพื้นที่ มีสถานที่จำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงการค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยดึงให้เข้ามาซื้อสินค้าในตลาดฝั่งไทย และยิ่งเป็นตลาดที่ติดกับด่านชายแดน ก็จะช่วยทำให้การค้ามีความคึกคักได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปเยือนลาว ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค. 60 ได้หารือกับลาว เพื่อให้จัดตั้งตลาดประชารัฐไทย-ลาว โดยการนำสินค้าจากลาวมาขายในพื้นที่ของตลาดอุดรเมืองทอง จ.อุดรธานี และตลาดเจริญศรี จ.อุบลราชธานี รวมทั้งเสนอให้ ลาว พิจารณาจัดตั้งตลาดประชารัฐในลักษณะเดียวกันนี้ที่บ่อเต็น ซึ่งเป็นจุดกระจายสินค้าของไทยและลาวไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งลาวให้ความสนใจ และพร้อมสนับสนุนโครงการนี้ โดยหน่วยงานของทั้ง 2 ประเทศจะได้หารือแนวทางการจัดตั้งตลาดประชารัฐไทย-ลาว โดยเร็วต่อไป

ส่วนในจังหวัดที่ติดชายแดนอื่นๆ จะสำรวจสถานที่เพื่อผลักดันเปิดเป็นตลาดประชารัฐต่อไป ซึ่งจะเน้นในจังหวัดที่มีด่านชายแดน เพื่อให้ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านข้ามฝั่งเข้ามาซื้อสินค้าได้โดยสะดวก เช่น ตลาดแถวด่านแม่สอด จ.ตาก ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว เป็นต้น

รวมถึงการผลักดันการขยายการค้าชายแดนไทย-ลาวนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตั้งเป้าหมายการค้าเป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 5 ปี และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นควรให้ดำเนินการที่สำคัญ โดยการยกระดับด่านท้องถิ่นของลาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจุดผ่านแดนถาวรของไทย โดยไทยขอให้ลาว พิจารณายกระดับด่านท้องถิ่นเป็นด่านสากลจำนวน 7 ด่าน เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน เช่น ด่านเมืองละคอนเพ็ง แขวงสาละวัน ตรงข้ามกับจุดผ่านแดนถาวรบ้านปากแซง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นต้น โดยฝ่าย ลาว รับจะไปหารือกับกระทรวงการต่างประเทศต่อไป

นอกจากนี้ ไทยเสนอให้พิจารณาจัดทำร่างยุทธศาสตร์ไทย-ลาว เพื่อเตรียมหาแนวทางเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีน ที่จะเข้ามามีบทบาทในอินโดจีน ซึ่งลาวรับที่จะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหารือกับฝ่ายไทยในรายละเอียดต่อไป.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 3.26 ดัชนีอยู่ที่ 1,569 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952543


หุ้นไทยวันที่ 25 พ.ค.2560 ปิดตลาดปรับขึ้น 3.26 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,569.41 จุด มูลค่าซื้อขาย 34,221.53 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 25 พ.ค. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 3.26 จุด เปลี่ยนแปลง 0.21% มูลค่าการซื้อขาย 34,221.53 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,571.68 จุด และต่ำสุดที่ 1,566.75 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)