‘สุรินทร์’ มองระเบิด เรื่องการเมือง ไม่กระทบเชื่อมั่นนักลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 16:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952495


ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เชื่อ นักลงทุนส่วนใหญ่ มองระเบิดป่วนกรุงเป็นเรื่องการเมือง รับส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเพียงเล็กน้อย ระยะสั้น

วันที่ 24 พ.ค. 60 ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เผย ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน จากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องที่นักลงทุนหรือนักท่องเที่ยว ค่อนข้างจะทำใจได้ว่า เรื่องในลักษณะนี้มันเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย แต่ผลกระทบในเรื่องของนโยบาย เรื่องการคิดตัดสินใจมาลงทุนหรือไม่ลงทุน ยิ่งชัดเจนว่า เป็นเรื่องของการเมือง ซึ่งมันไม่สามารถที่จะสร้างความกระสับกระส่ายหรือปั่นป่วนได้ ตนคิดว่ามันเป็นเรื่องการเมือง

“นักลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาการเมืองไทยก็เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่กระทบตลาดหุ้น โดยที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็เกิดแค่ระยะสั้น เชื่อว่านักลงทุนยอมรับได้ ”

 

เทสโก้ โลตัส ดันกลยุทธ์สะสมแสตมป์ดูดลูกค้ารอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 16:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952478


“เทสโก้ โลตัส” เปิดเกมค้าปลีกรอบใหม่ ลุยแคมเปญสะสมแสตมป์อีกรอบ โดยจับกระแส Tsum Tsum ฟีเวอร์ มุ่งจับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงวัยรุ่นขึ้นไป…

นายมาร์ค รัฟลีย์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ได้เปิดตัวแสตมป์แคมเปญใหม่ล่าสุด แก๊งแสนซนยกพลมาป่วน โดยเมื่อซื้อสินค้าทุก 50 บาท รับแสตมป์ 1 ดวง ตั้งแต่ 25 พ.ค.-27 ก.ย. 2560 จับกระแส Tsum Tsum เหล่าตุ๊กตาดิสนีย์ยอดฮิตในญี่ปุ่น และล่าสุดกำลังได้รับความนิยมในไทยผ่านเกมออนไลน์ จัดทำสินค้าพรีเมียมสุดน่ารัก

ทั้งนี้ แคมเปญสะสมแสตมป์ยังคงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ลูกค้าชอบ ซึ่งประสบความสำเร็จมาต่อเนื่อง โดยมั่นใจว่า แคมเปญแสตมป์ล่าสุดนี้ จะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป ที่สนใจสินค้าพรีเมียมที่มีพัฒนาการต่อเนื่อง คงความน่ารักและใช้ประโยชน์ได้จริง.

 

พาณิชย์ผนึกกำลัง ดิ เอ็มควอเทียร์จัด T MARK Festival 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 25 พ.ค. 2560 15:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952322


นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมร่วมกับ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ผนึกกำลังสร้างกระแสนิยมไทย และส่งเสริมรณรงค์ให้ผู้บริโภคมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ THAILAND TRUST MARK (T MARK) ในงาน ‘T MARK Festival 2017’ ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ระหว่างวันที่ 23 – 28 พฤษภาคม 2560 โดยมีสินค้าคุณภาพเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 รายการ จาก 50 แบรนด์ไทย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ สร้างความเชื่อมั่นและการจดจำเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพจากใจคนไทย หรือ Heart-made quality ในกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยกระดับและสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคธุรกิจส่งออกไทยอย่างยั่งยืน

“สินค้าที่ได้รับการติดตราสัญลักษณ์ T Mark ถือได้ว่าเป็นสินค้าและบริการที่ได้รับการเลือกสรรแล้วว่าเป็นสินค้าชั้นเยี่ยมจากประเทศไทย ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ และผลิตโดยองค์กรที่มีการดำเนินกิจกรรมที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และแรงงานที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการที่ได้รับตรา T Mark จะต้องผ่านการตรวจประเมินหลัก คือ อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานนี้เป็นพันธมิตรของ T Mark ที่ช่วยตรวจประเมินให้แก่ผู้ประกอบการที่จะขอรับตรา T Mark ด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว

ภายในงาน T MARK Festival 2017 มีการจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการที่ได้รับตรา T MARK ในกลุ่มสินค้าอาหารและไลฟ์สไตล์ รวมทั้งจัดให้มีกิจกรรมเวิร์กช็อป นำวัตถุดิบและอุปกรณ์จากผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการมาสลับหมุนเวียน ทำการสาธิตและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ร่วมทดลองทำกิจกรรมด้วยตัวเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดจนมีกิจกรรมบนเวทีที่น่าสนใจ ได้แก่ การสนทนาพิเศษกับนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์ไทยที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดโลก ได้รับความนิยมและการยอมรับจากชาวต่างชาติเป็นอย่างดี อาทิ คุณวรวิทย์ ศิริพากย์ ผู้บริหาร ผลิตภัณฑ์สปาแบรนด์ ปัญญ์ปุริ คุณนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ผู้บริหารร้านอาหาร Blue Elephant ม.ล.ภาวินี สันติศิริ นักออกแบบและผู้บริหารสินค้าตกแต่งบ้านแบรนด์ อโยธยา คุณพลพัฒน์ อัศวะประภา (หมู อาซาวา) ดีไซเนอร์ชั้นนำของวงการแฟชั่นไทยและผู้บริหารแบรนด์เสื้อผ้า ASAVA คุณสเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ สถาปนิกอิสระและผู้บริหาร แบรนด์สินค้า Rubber Killer เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมตราสัญลักษณ์ T MARK ณ จุดขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต กรูเมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) สาขา ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เพื่อให้ตราสัญลักษณ์ T MARK เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างรวดเร็วและแพร่หลายมากขึ้น มีสินค้าคุณภาพเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 รายการ อาทิ เครื่องแกง Blue Elephant ผลไม้กระป๋องตราช้างคู่ ชาเรนองที กาแฟสำเร็จรูปเขาช่อง ข้าวสารมาบุญครอง น้ำมันพืชตราองุ่น น้ำมันพืชตรา Naturel ผลไม้กระป๋องและเครื่องดื่มตรา UFC ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขาวลออเภสัช สบู่ตราโอสปา กล่องถนอมอาหาร Super Lock เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2560

ด้าน คุณเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ในฐานะพันธมิตรสำคัญของกิจกรรม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “บริษัทรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นศูนย์การค้ารายแรกในประเทศไทยที่ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมตราสัญลักษณ์ THAILAND TRUST MARK ในรูปแบบ T MARK Festival 2017 ซึ่งการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวถือได้ว่าสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการดำเนินงานของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและรณรงค์ให้ผู้บริโภคมองหาสินค้าที่มีคุณภาพภายใต้การบริหารงานของบริษัท ดังนั้นบริษัทจึงพร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งยินดีที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนโครงการต่างๆ ของกรมฯ ที่จะช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดที่แข็งแกร่งให้แก่ผู้ผลิต และที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคต่อไป”

“ตราสัญลักษณ์ THAILAND TRUST MARK นอกจากจะช่วยสร้างภาพลักษณ์สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากลแล้ว ตราสัญลักษณ์นี้ยังจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศไทยในหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กระตุ้นการขยายตัวของภาคธุรกิจการส่งออกทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า ซึ่งส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มการจ้างงาน ลดการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยยกระดับและสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคธุรกิจส่งออกไทยอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยที่ได้เห็นสินค้าไทยไปประสบความสำเร็จในตลาดโลก โดยกรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมและผลักดันตราสัญลักษณ์ THAILAND TRUST MARK ให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคทั่วโลกในอนาคตอย่างแน่นอน” นางมาลีกล่าวในตอนท้าย

ตราสัญลักษณ์ ‘THAILAND TRUST MARK’ หรือ T Mark มีขึ้นตั้งแต่ปี 2555 เพื่อตอกย้ำจุดแข็งและสร้างความโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์แก่สินค้าไทย ซึ่งกำหนดให้เป็น “Trusted Quality” คุณภาพสินค้าที่ทั่วโลกไว้วางใจในทุกมิติสินค้า ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล (Trust Worthiness) การผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Eco-conscious) และความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ซึ่งในปัจจุบันมีบริษัทผลิตสินค้าและบริการของไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T MARK’ ถึง 721 บริษัท โดยมีทั้งประเภทสินค้ากลุ่มอาหาร อุตสาหกรรมหนัก ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ทั่วไป และประเภทธุรกิจบริการกลุ่มส่งเสริมสุขภาพ การศึกษานานาชาติ และธุรกิจบริการรักษาพยาบาล

 

กสทช.ยืนยัน ‘โทรศัพท์มือถือ’ ไม่มีผลทำให้เกิดฟ้าผ่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 14:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952368


กสทช. ยืนยัน ผลการทดลองจาก สวทช. พบโทรศัพท์มือถือ ไม่มีผลทำให้เกิดฟ้าผ่า แนะไม่ควรอยู่ในที่โล่ง-สูง ชี้กทม.มีโอกาสฟ้าผ่าสูง แต่ส่วนใหญ่มีสายล่อฟ้ารองรับ

จากกรณีเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าในพื้นที่หลายจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่มักจะให้เหตุผลว่ามาจากโทรศัพท์มือถือ ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (ฟ้าชะอำพิโรธ ผ่า 2 หนุ่มสาว ตาย 1 เจ็บ 1 คาด โทรศัพท์มือถือเป็นสื่อ, อีกราย! โจ๋หนองบัวลำภู ถือโทรศัพท์ถูกฟ้าผ่าตาย พบแขน-อกมีรอยไหม้)

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 60 นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ไม่มีผลต่อการเกิดเหตุฟ้าผ่า โดยที่ผ่านมา ทางศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการทดลองในห้องจำลองฟ้าผ่า กับโทรศัพท์มือถือ ผลการทดลอง พบว่า ไม่เกิดฟ้าผ่าแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การเกิดฟ้าผ่านั้น มักจะเกิดกับกรณีอยู่ในที่โล่ง ตามหลักการคือ ถ้าอยู่ในที่โล่งและสูง จะมีโอกาสทำให้เกิดฟ้าผ่ามากที่สุด อ้างอิงจาก เหตุการณ์ฟ้าผ่าเด็กนักเรียน โรงเรียน ตชด. จ.ตาก เหตุเพราะอยู่ใต้ต้นไม้สูง

สำหรับ วิธีป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่านั้น เราควรอยู่ในที่ต่ำๆ เช่น การนั่งยองๆ เป็นต้น ส่วนกรณีที่แนะนำไม่ให้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ ในช่วงเกิดพายุฝน หรือฟ้าผ่านั้น เพราะหากโทรศัพท์มือถือโดนน้ำ อาจทำให้วงจรช็อต เกิดความเสียหายได้

นอกจากนี้ ยังรวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป สามารถใช้งานได้ตามปกติ ยกเว้นในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องต่อสายจากข้างนอก เช่น โทรทัศน์ หรือโทรศัพท์แบบมีสาย หากเกิดฟ้าผ่าแล้วกระแสวิ่งเข้าสายขณะใช้งาน จะสามารถทำให้ไฟช็อตได้เช่นกัน

“โอกาสฟ้าผ่าในกรุงเทพมหานคร อาจจะมีมากกว่าต่างจังหวัด เพราะมีอาคารสูงมาก เพียงแต่มีสายล่อฟ้าคอยรองรับมากกว่า เมื่อเทียบกับพื้นที่ต่างจังหวัด”.

 

กฟน.ลงพื้นที่ดูแลประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้บริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 25 พ.ค. 2560 14:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952343


การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดกิจกรรม กฟน. สู่ชุมชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 27 พฤษภาคม 2560 ภายใต้โครงการ Green and Safety Community Network ลงพื้นที่ให้บริการชุมชนครอบคลุมทั้ง 18 เขต ในพื้นที่จำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างความปลอดภัยของประชาชนในชุมชนอย่างครบวงจร พร้อมทั้งสนับสนุนแก้ไขปัญหาในชุมชน ปรับปรุงบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบจำหน่ายไฟฟ้า และไฟฟ้าแสงสว่าง พัฒนาแนวทางอาชีพ สร้างความสัมพันธ์อันดีส่งเสริมความยั่งยืนสู่ชุมชน โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรม ดังนี้

– วันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2560 : ชุมชนวัดภาณุรังษี ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ชุมชนลิขิต 1, 2, 3 และชุมชนประสานมิตร (ซอยวัดใหญ่ศรีสุพรรณ)
– วันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2560 : ชุมชนหมู่บ้านพุทธมณฑล
– วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2560 : โรงเรียนวัดลาดกระบัง และชุมชนหมู่บ้านพุฒสีวิลล่า
– วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2560 : ชุมชนหลังสามร้อยห้อง
– วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2560 : ชุมชนวัดหนองใหญ่ โรงเรียนวัดราษฎร์รังสรรค์ โรงเรียนวัดตำหนักใต้ ชุมชนเซ่งไพเราะ และชุมชนหมู่บ้านร่วมเกื้อ
– วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 2560 : ชุมชนบึงบัว
– วันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2560 : ชุมชนริมคลองหนองระแหง
– วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560 : โรงเรียนเทพวิทยา และโรงเรียนดีมากอุปถัมภ์
– วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2560 : ชุมชนหัวรถจักรตึกแดง

กฟน. มีความมุ่งมั่นตั้งใจช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่จำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. อย่างทั่วถึงเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง ปลอดภัย สุขภาพดี และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยได้มีการสร้างความสัมพันธ์อันดี พร้อมทั้งศึกษาปัญหาและความต้องการของประชาชนในแต่ละชุมชน เพื่อเข้าไปดูแล พัฒนา ปรับปรุง สนับสนุน และแก้ไขปัญหา ซึ่งกิจกรรม กฟน. สู่ชุมชนในครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้างอาชีพ การเข้าไปปรับปรุงบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบจำหน่าย เสาสายไฟฟ้า ไฟฟ้าแสงสว่าง ตัดแต่งกิ่งไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้า ซ่อมโคมไฟฟ้า และตรวจสอบเครื่องวัดฯ ให้มีความมั่นคงและปลอดภัย การสาธิตและบรรยายการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายฯ จากกระแสไฟฟ้า (CPR) การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การแนะนำและสาธิตบริการที่ทันสมัย วิธีการใช้งาน MEA Smart Life Application เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย รวดเร็ว ในการเข้าถึงบริการจาก กฟน.

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ มากมายสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละชุมชน ทั้งการมอบอุปกรณ์กีฬาและมอบทุนการศึกษา บริการตรวจสุขภาพ บริการตัดผมฟรี สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นในชุมชน รับบริการ รับเรื่องร้องเรียน รวมถึงการเข้าไปพัฒนาชุมชนและกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ เพื่อมอบความสุขให้กับประชาชน เสริมสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งที่ยั่งยืนต่อไป


https://www.thairath.co.th/clip/129912

////////////////////////////////

“Smart Life Smart City”

| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจ ห่วงใยสังคม |

—————–

**กฟน. เชิญดาวน์โหลดฟรี MEA Smart Life App แจ้งไฟดับ, จ่ายค่าไฟ, ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าในแอปเดียวจบ..คลิก http://is.gd/KlyQKF

—————–
ติดตามสื่ออื่น การไฟฟ้านครหลวง ได้ที่

Application : MEA Smart Life

Website: www.mea.or.th

Facebook : การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

Twitter : @mea_news

YouTube : MEA Multimedia

Line : @meanews

—————–
MEA Call Center โทร. 1130

 

ไอ-โมบาย เดินหน้าเปิดตัวเสี่ยวหมี่ 2 รุ่นใหม่ ที่งาน Thailand Mobile Expo 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 25 พ.ค. 2560 14:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952507


บริษัท สามารถไอ-โมบาย ผู้ผลิต โทรศัพท์มือถือไอ-โมบาย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทคนไทย ที่ผลิตสินค้าครองใจคนไทยด้วยคอนเซปต์ เทคโนโลยีไม่ไกลเกินเอื้อมมากว่า 13 ปี เล็งเห็นถึงความสอดคล้องในวิสัยทัศน์ แนวคิดทางธุกิจและแนวทางการพัฒนาสินค้าต่อตลาดโลก ของ Xiaomi (เสี่ยวหมี่)

โดยได้ทำการทดลองตลาด นำ เสี่ยวหมี่ ทั้ง 3 รุ่น คือ รุ่น MI Note2 ตามมาด้วย MI 5s และ MI 5s Plus ซึ่งเจาะกลุ่มผู้ชื่นชอบสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยเรื่องของดีไซน์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีระดับสูง ทั้งหน้าจอโค้งด้วยเทคโนโลยี OLED, กล้องคู่ 13 ล้านพิกเซล (Dual Camera), เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ แบบ Ultrasonic รวมไปถึง Dual App และ Dual Space สามารถใช้งานโซเชียลแอปพลิเคชัน พร้อมกัน 2 แอคเคาต์ และแบ่งพื้นที่การใช้งานได้ 2 สเปซ ที่สร้างปรากฏการณ์ขายหมดลอตแรกภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งพร้อมเดินหน้าสั่งเพิ่มลอตใหม่ และเตรียมเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ ตามคำเรียกร้องของเหล่าสาวกเสี่ยวมี่ และผู้ที่ต้องการมือถือคุณภาพดีราคาเข้าถึงง่าย รุ่นที่จะมาเปิดตัวในงานคือ Redmi 4X ที่ราคา 4,990 บาท และ Redmi 4A ราคา 4,590 บาท พร้อมของแถมมากมายสุดพิเศษ ที่มีทั้งหูฟัง และลำโพงบลูทูธจากเสี่ยวหมี่ เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากสามาร์ทโฟน Xiaomi (เสี่ยวหมี่) ยังมี Smart Gadget มาโชว์ในงาน เช่น MI TV, เครื่องฟอกอากาศ, หม้อหุงข้าว, และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับคนรักสุขภาพอีกมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการสำหรับแฟนๆ ของ Xiaomi (เสี่ยวหมี่) ที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย งานนี้สาวก MI ห้ามพลาด พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกต่างๆ มากมายในงาน ทั้งนาทีทอง และกิจกรรม like & share เพื่อลุ้นรับมือถือเสี่ยวหมี่ พบกับ Xiaomi ได้ที่งาน TME 2017 วันที่ 18-21 พฤษภาคม 2560 บริเวณ โซน C บูธ CM9

 

วันฝนชุ่มฉ่ำ ราคาทองไทยคงที่ รูปพรรณ ขายบาทละ 20,950

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2560 11:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/951992


ทองไทยเปิดตลาด รับฝนถล่มกรุง ราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายบาทละ 20,450 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายบาทละ 20,950…

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองไทยเปิดตลาดครั้งที่ 1 ราคาคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายออกบาทละ 20,450 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายออกบาทละ 20,950

ขณะที่ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ในรายงานการประชุมประจำเดือน พ.ค. โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือน มิ.ย. ลดลง 2.4 ดอลลาร์ หรือ 0.19% ปิดที่ระดับ 1,253.10 ดอลลาร์/ออนซ์.

 

ห่วง “เอสเอ็มอี” สำลักหนี้ท่วม ธปท.ผวาเอ็นพีแอลทะลักสวนทิศเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/951767


กนง.ปลื้มเศรษฐกิจเริ่มผงกหัว ก่อนมีมติคงดอกเบี้ย 1.5% ต่อไปอีก ยันระเบิด ไม่กระทบเศรษฐกิจ แต่ยังห่วงความสามารถชำระหนี้ประชาชน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่จ่อมีหนี้เสียเพิ่มหลังปรับตัวแข่งขันไม่ได้ ขณะที่คนยังแสวงหากำไรจากการลงทุนเสี่ยงทำให้ตกเป็นเหยื่อหลอกลวง ด้าน “ฉัตรชัย” ฟุ้งจีดีพีภาคเกษตรขยายตัว 7.7% ในรอบ 20 ไตรมาส หลังนโยบายแปลงใหญ่ทำรายได้เกษตรกรเพิ่มรายละ 1,100-1,400 บาท

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าว ว่า จากการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยพบว่า มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงและอาจจะต่ำลงในไตรมาสที่ 2 ทำให้ที่ประชุม กนง.มีมติให้คงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5%ต่อปี โดยสภาพคล่องของระบบยังมีมากเพียงพอและ กนง.พร้อมที่จะใช้เครื่องมือที่มีอยู่สนับสนุนการขยายตัว และรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ทั้งนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวดีกว่าที่ ธปท.คาดไว้ ขณะที่การส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นช่วยให้การอุปโภคบริโภคของประชาชนดีขึ้นตามรายได้ของเกษตรกรที่ดีขึ้น รวมทั้งความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายที่ดีขึ้น ขณะที่การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนยังคงต้องรออีกระยะ

สำหรับปัญหาระเบิดและการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและในหลายประเทศนั้น ธปท.ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่กรณีระเบิดที่เกิดขึ้นในไทยล่าสุดนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบที่มีต่อการท่องเที่ยว และเท่าที่ติดตามเหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในไทยนั้นพบว่ากรณีที่รุนแรงกว่านี้ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังสามารถปรับตัวและรับมือจนกลับมาขยายตัวได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ธปท.ยังเป็นกังวลคือ ปัญหาเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจ และประชาชน โดยเฉพาะในกรณีของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ซึ่งพบว่าส่วนหนึ่งไม่มีความสามารถในการปรับตัวทำให้เสียความสามารถในการแข่งขันและกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยเท่าที่ ธปท. ประเมินตามปกติเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว หนี้เอ็นพีแอลของแต่ละธุรกิจจะเริ่มลดลง แต่ในกรณีเอสเอ็มอีหนี้เอ็นพีแอลอาจจะยังสูงต่อเนื่อง เพราะธุรกิจที่แข่งขันไม่ได้คงไม่สามารถกลับมาทำธุรกิจได้เร็วอย่างที่คาดไว้

“อีกประเด็นหนึ่งที่ กนง.เป็นห่วงคือพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นของประชาชน ทำให้เกิดการลงทุนที่เกิดความเสี่ยงและนำไปสู่การหลอกลวง ทั้งกรณีของสหกรณ์ออมทรัพย์ และแชร์ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกภาคที่ ธปท.ติดตามการปรับตัวของผู้ประกอบการหลังสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปรับลดลงต่อเนื่อง โดยพบ ว่าอาจจะมีปัญหาจำนวนบ้านมากกว่าความต้องการอยู่บ้าง”

ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประเมินผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ หรือจีดีพี ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า จีดีพีในภาคการเกษตรมีการขยายตัวสูงขึ้นถึง 7.7% จาก 3.0% ในไตรมาสก่อนหน้า และเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 55 และในปี 60 นี้ จีดีพีไตรมาสแรกขยายตัวถึง 7.74% มูลค่า 175,927 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการในภาค การเกษตรเดินมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะโครงการแปลงใหญ่และโครงการประชารัฐ ซึ่งมีส่วนผลักดันจีดีพีภาคเกษตรอย่างมาก โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้นรายละ 1,100 บาท และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประชารัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นรายละ 1,400 บาท

ดังนั้น เพื่อให้ขับเคลื่อนให้โครงการแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในปีนี้จะเร่งผลักดันแปลงใหญ่ให้เชื่อมโยงภาคการตลาดมากขึ้น รวมทั้งปรับเป้าหมายโครงการแปลงใหญ่จากเดิมที่กำหนดไว้ใน 5 ปี จะต้องมี แปลงใหญ่เกิดขึ้นรวม 7,000 แห่ง แต่เนื่องจากปัจจุบันสามารถทำโครงการแปลงใหญ่ได้ถึง 2,000 แห่งแล้ว เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 1,500 แห่ง โดยจะเพิ่มแปลงใหญ่ในปี 60 นี้ให้ถึง 3,000 แปลง

“โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโครงการแปลงใหญ่มีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้จริง โครงการแบบนี้ผมอยากเห็นให้มีมากขึ้นขยายเป็นวงกว้างให้ครอบคลุม เพราะเกษตรกรจะเรียนรู้ สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาด และแก้ปัญหาเรื่องราคาตกต่ำหรือสินค้าล้นตลาดได้”.

 

ทัวร์ไทยไม่ยกเลิกเที่ยวอังกฤษ ระเบิดไม่กระทบตลาด “ไมซ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/951760


ทีเส็บปลื้มผลสำเร็จ “ไอเม็กซ์”

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) เปิดเผยว่า การเกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ยังไม่มีผลกระทบต่อตลาดไมซ์ (กลุ่มประชุมสัมมนาและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล) โดยเฉพาะแผนการจัดงานไทยเฟ็กซ์ ในไทยระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.นี้ ที่มีผู้เข้าร่วมงาน 70,000 คน ก็ยัง เดินหน้าตามปกติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีเหตุการณ์ ที่อยู่ในความสนใจมากกว่า คือ การระเบิดที่เมืองแมนเชสเตอร์ ของอังกฤษ และเมืองมาลาวี ของฟิลิปปินส์ ที่ปฏิกิริยาส่วนใหญ่ของลูกค้าตลาดไมซ์จากยุโรป เป็นเพียงการเฝ้าติดตามข่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบ ทำให้ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางมาไทย เพราะวัดได้จากบรรยากาศการซื้อขายในภาคธุรกิจไมซ์ ภายในงานไอเม็กซ์ ที่แฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายธุรกิจในตลาดไมซ์รายการใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 18 พ.ค. โดยลูกค้าก็ยังคงให้ความสนใจติดต่อจัดกรุ๊ปมาเมืองไทย ซึ่งตลอดการจัดงาน 3 วัน มีผู้ซื้อจากทั่วโลก 1,000 ราย ได้ติดต่อกับภาคเอกชนไทยที่ไปร่วมงาน 16 ราย คาดว่าจะเกิดการเดินทางของกรุ๊ปของการสัมมนาจากต่างชาติเข้ามาในไทย 30 งาน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นใน ภาวะที่ทั่วโลกมีภัยก่อการร้ายคุกคาม

นายสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือทิก้า กล่าวว่า จากการเข้าร่วมงานไอเม็กซ์พบว่าลูกค้าไมซ์ตลาดหลักจากเยอรมนียังมีความต้องการเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ที่น่าจับตา ได้แก่ ยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์ หรือรัสเซีย ที่เริ่มติดต่อขอให้บริษัทจากไทยเสนอราคาจัดกรุ๊ปประชุม และท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) มากขึ้น

นายโชติช่วง ศูรางกูร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด กล่าวว่า ผลจากการก่อการร้ายที่อังกฤษและหลายพื้นที่ในยุโรป ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีการเรียนรู้มากขึ้นว่า ยังสามารถเดินทางไปได้ หากไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เห็นได้จากขณะที่เกิดระเบิดในแมนเชสเตอร์ มีกรุ๊ปทัวร์คนไทยอยู่ที่อังกฤษ 150 คน ก็ยังเดินทางตามปกติ และกรุ๊ปทัวร์อีก 60 คน ที่มีกำหนดเดินทางไปอังกฤษเดือน มิ.ย. ก็ยังไม่ยกเลิกการเดินทาง แม้ว่ารัฐบาลอังกฤษจะยกระดับการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในขณะนี้ และกลุ่มที่เดินทางเป็นหมู่คณะ ได้ขอให้จัดโปรแกรมที่มั่นใจว่าต้องหลีกเลี่ยงสถานที่หรือการมีกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ฯลฯ.

 

ลุ้นรถไฟความเร็วสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ค. 2560 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/951755


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังการประชุม โครงการความร่วมมือรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้นที่ ประเทศไทยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ที่จะนำเสนอโครงการก่อสร้างระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 179,412 ล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเดือน มิ.ย. โดยการออกแบบการก่อสร้างระยะที่ 1 มีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะลงนามในสัญญาก่อสร้าง ได้ในเดือน ก.ค. จากนั้นการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเปิดประมูล การก่อสร้างตอนที่ 1 ระยะทาง 3.5 กม. เส้นทางสถานีกลางดง-ปางอโศก เพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างในเดือน ส.ค.นี้ ใช้งบ 200 ล้านบาท

“ร.ฟ.ท.จะเร่งรัดการก่อสร้างตอนที่ 2 จากปากช่อง-คลองขนานจิตร ระยะทาง 11 กม., ตอนที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา ระยะทาง 119 กม. ตอนที่ 4 กรุงเทพฯ-แก่งคอย ระยะทาง 119 กม. อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจีนเป็นห่วงกรณีที่กฎหมายไทย ระบุให้ผู้ที่ออกแบบโครงการก่อสร้างในไทย ต้องสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรของไทย และจีนกลัวจะสอบไม่ผ่านตามมาตรฐานดังกล่าว ผมจึงได้หารือร่วมกับผู้แทนจากสภาวิศวกรและสภาสถาปนิก ทั้ง 2 หน่วยงานพร้อมร่วมมืออำนวยความสะดวก เรื่องการออกใบอนุญาตให้กับวิศวกรและสถาปนิกจากจีน”.