“ประยุทธ์” เห่กล่อมนักลงทุนทั่วโลก ตลาดหลักทรัพย์ฯจัดงานยักษ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949407


ต่างชาติรอลงเสาเข็ม “อีอีซี”

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อให้นักลงทุนและเอกชนจากต่างประเทศ ทราบถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย มาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนต่างๆ เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทั้งทางด้านภาษีและไม่ใช่ภาษีจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มุมมองการส่งเสริมด้านตลาดทุน ในวันที่ 22-23 มิ.ย.ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงได้จัดงาน “Thailand’s Big Strategic Move” โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฯลฯ มาร่วมให้ข้อมูลนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 500 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นนักลงทุนต่างประเทศ 100 ราย

ขณะเดียวกัน ยังมีภาคเอกชนขนาดใหญ่มาร่วมให้ข้อมูล ภาพรวมธุรกิจด้วย เช่น กลุ่ม ปตท. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กลุ่มธนาคาร นำโดยนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กลุ่มสื่อสาร นำโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ หลังงานเสร็จสิ้นคาดว่าจะเกิดผลดีกับตลาดทุนและการลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริงๆ ล่าสุดเมื่อไตรมาส 1 ปีนี้ บริษัทจดทะเบียนไทยสร้างกำไรได้ 280,000 ล้านบาท คาดว่าการทำกำไรตลอดทั้งปีนี้ จะอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณบวกในทุกๆเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทั้งการส่งออกในไตรมาส 1 ที่กลับมาเป็นบวก ฯลฯ แต่ดัชนีหุ้นไทยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นปีไม่มากนัก เป็นผลจากปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวแรงเป็นอันดับต้นๆของโลก ทำให้ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติจึงเข้าไปลงทุนในตลาดที่ปีก่อนหน้า ยังปรับตัวขึ้นไม่มากนัก จึงมีความเป็นไปได้ว่าเมื่อตลาดต่างๆปรับขึ้นมาในระดับเดียวกับหุ้นไทยแล้ว ในครึ่งปีหลังของปีนี้จะมีเม็ดเงินต่างประเทศเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยอีกครั้งหนึ่ง

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้นายกรัฐมนตรีเร่งโครงการอีอีซีให้ทันในปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศรอความชัดเจนของโครงการ ล่าสุดนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากกำลังเจรจาซื้อที่ดินในภาคตะวันออก.

 

“ฮอนด้า” รุกตลาดเครื่องบิน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949398


นายมิชิมาสะ ฟูจิโนะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จำกัด บริษัทในเครือของบริษัท อเมริกัน ฮอนด้า มอเตอร์ อิงค์ เปิดเผยว่า เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ในการประชุมและนิทรรศการธุรกิจการบินเอเชียประจำปี 2560 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน บริษัทได้จัดแสดงเครื่องบินฮอนด้าเจ็ท เครื่องบินไอพ่นน้ำหนักเบาที่สามารถบินได้เร็วที่สุด บินในระดับสูงที่สุด เครื่องยนต์เงียบที่สุด ประหยัดเชื้อเพลิงที่สุดในชนิดของเครื่องบินระดับเดียวกัน โดยเป็นเครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ลำแรกของฮอนด้า ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานได้สอบถามรายละเอียดการเป็นเจ้าของฮอนด้าเจ็ทจำนวนมาก บริษัทจึงได้แต่งตั้งบริษัท ไทย แอร์โรสเปซ เซอร์วิส จำกัด (TAS) ที่เป็นบริษัทการบินชั้นนำในประเทศไทย ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯเป็นตัวแทนจำหน่ายฮอนด้าเจ็ท รับผิดชอบดูแลการจัดจำหน่ายแก่ลูกค้าในประเทศไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ เวียดนาม โดยสองบริษัทจะจัดตั้งหน่วยงานภายใต้ชื่อ “ฮอนด้าเจ็ท เซาท์อีสต์เอเชีย” เพื่อรับผิดชอบการดำเนินงานดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไตรมาสแรกของปีนี้ ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี ได้ส่งมอบเครื่องบินฮอนด้าเจ็ทให้กับลูกค้าแล้ว 15 ลำ ขณะที่โรงงานประกอบเครื่องบินของบริษัท ณ สำนักงานใหญ่ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐฯ กำลังเร่งการผลิตให้ทันกับความต้องการของลูกค้าในขณะนี้.

 

“อาคม” ลุ้นไทยสมายล์ผ่านฉลุยผลเอโอซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2560 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949388


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า สายการบิน ไทยสมายล์อาจได้ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC Re-certification) ไม่ทันกรอบ เวลาวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะส่งผลให้สายการบินต้องหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศจนกว่าจะได้รับเอโอซีใหม่หรือประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้นั้น ในเรื่องนี้สายการบินไทยสมายล์จะต้องเร่งแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ และมั่นใจว่าไทยสมายล์จะได้รับเอโอซีใหม่ทันวันที่ 30 มิ.ย.นี้แน่นอน เพราะสายการบินไทยซึ่งเป็นบริษัทแม่และมีความซับซ้อนมากกว่า ก็ยังแก้ปัญหาสำเร็จไปแล้ว

สำหรับสายการบินที่ได้รับเอโอซีใหม่ไม่ทันวันที่ 30 มิ.ย.และจะต้องหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศชั่วคราวนั้น ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้เตรียมออกมาตรการต่างๆมาดูแล เพราะกระทรวงคมนาคมและ กพท.ได้ขอความร่วมมือสายการบินต่างๆให้ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ สายการบินที่ไม่ได้รับเอโอซีใหม่มีเพียงส่วนน้อย โดยหลังวันที่ 30 มิ.ย. สายการบินเหล่านี้ยังสามารถให้บริการเส้นทางในประเทศได้ และ กพท.จะดำเนินการตรวจสอบเพื่อออกเอโอซีใหม่อย่างต่อเนื่อง

นายอาคมกล่าวถึงกรณีที่มีการสุ่มตรวจปัสสาวะของพนักงานและลูกจ้างฝ่ายครัวการบิน ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบปัสสาวะเป็นสีม่วงว่า ขณะนี้ ได้รับแจ้งว่ามีการให้พนักงานดังกล่าวออกจากงานและเข้าสู่การบำบัดต่อไป ขณะเดียวกัน ได้กำชับการบินไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ความสำคัญเข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้กับพนักงานทุกภาคส่วน.

 

ขบ.ออกโรงอ้อนลดภาษีชิ้นส่วนไมโครบัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949387


เชื่อทำราคาไม่สูงจูงใจผู้ประกอบการได้

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงมาตรการการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการเปลี่ยนรถตู้โดยสารเป็นรถโดยสารประจำทางขนาดเล็ก หรือไมโครบัส ว่าได้หารือเบื้องต้นกับกรมสรรพากร และกรมศุลกากรเกี่ยวกับมาตรการทางด้านภาษีที่จะช่วยสนับสนุนในการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่จะนำเข้ามาประกอบในไทย เพราะหากสามารถช่วยลดในส่วนนี้ได้ประมาณ 200,000 บาทต่อคัน จะทำให้ราคาไมโครบัสถูกลงตามไปด้วย โดยทางกรมสรรพากร และกรมศุลกากรขอไปพิจารณาข้อกฎหมายก่อนว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งจะเร่งให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วก่อนเสนอนายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม พิจารณาในวันที่ 31 พ.ค.นี้

“ขบ.อยากให้ราคาไมโครบัสถูกลงกว่าที่ตั้งไว้ 1.7-2.2 ล้านบาท ให้เหลือเริ่มต้นประมาณ 1.5 ล้านบาท ซึ่งมาตรการที่จะทำให้ลดลงได้นั้น คงไม่ใช่ตัวเม็ดเงินที่จะนำเงิน 200,000 บาทไปให้ผู้ประกอบการที่จะเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส ต้องเป็นมาตรการทางภาษี ซึ่งหากลดลงได้อีกก็จะทำให้ราคาไมโครบัสใกล้เคียงกับราคารถตู้ และจูงใจให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัสง่ายขึ้นด้วย”

นายสนิทยังกล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงการจัดวางที่นั่งผู้โดยสารในรถตู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทให้ไม่เกิน 13 ที่นั่ง ว่าได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ซึ่งในส่วนของรถตู้ต่างจังหวัดได้ดำเนินการไปแล้ว 96% ขณะที่รถตู้ที่วิ่งในกรุงเทพฯดำเนินการไปแล้ว 80% ซึ่งเวลานี้ ขบ.ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจติดตามอยู่ตลอดเวลา.

 

5 ทางรอดปลอดภาษีมรดก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/948582


ตลอดทั้งปีธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง จัดสัมมนาเพื่อเติมเต็มความรู้ให้กับลูกค้า พร้อมเสาะหาวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาวิเคราะห์เจาะลึกประเด็นที่สนใจ

หัวข้อสัมมนาที่มาแรง และได้รับความนิยมสูงสุดจนติดลมบน หนีไม่พ้นเรื่อง “บริหารภาษีอย่างมืออาชีพ” ยิ่งเน้นไปเรื่องการจัดการภาษีมรดก ที่กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 ก.พ.59 บรรดาเศรษฐีน้อยใหญ่ที่เป็นเจ้าของกิจการธุรกิจ มีทรัพย์สินร้อยล้านหรือสูงกว่าพันล้านบาท ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ เรียงคิวเข้าร่วมงานสัมมนาอย่างคับคั่ง

“บรรดาเศรษฐีที่ยังไม่ได้มีการจัดการทรัพย์สิน หลังภาษีมรดกมีผลบังคับใช้ ก็พยายามดิ้นหาทางออก หากจำเป็นต้องเสียภาษีมรดก ก็ยอมเสียภาษีให้น้อยที่สุด”

พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 กำหนดมูลค่าของทรัพย์สินต่ำกว่า 100 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี หากสูงกว่า 100 ล้านบาทให้คิดภาษีส่วนที่เกิน หากเป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดาน ให้คิดภาษี 5% หากไม่ได้เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน เสียภาษี 10%

กรณีภาษีการให้ ในช่วงที่เจ้าของมรดกยังมีชีวิตอยู่ กำหนดการให้สังหาริมทรัพย์ ยกเว้นภาษีส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีภาษี อสังหาริมทรัพย์ ยกเว้นส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีภาษี และส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทขึ้นไป คิดภาษี 5%

จากวงสัมมนาผู้เชี่ยวชาญภาษีมรดก ได้ชี้ทางสว่างให้บรรดาเศรษฐีถึง 6 ทางออกดังนี้

เริ่มทางออกแรก เจ้าของมรดก ทยอยโอนทรัพย์สินให้กับลูกหลานในช่วงที่มีชีวิตอยู่ จะเสียภาษีการให้ ตามกฎหมายกำหนด หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ปีละไม่เกิน 20 ล้านบาท และสังหาริมทรัพย์ได้อีก 20 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท เสียภาษี 5%

“ทางออกง่ายๆ ช่วงมีชีวิตอยู่ ทยอยโอนมรดกไปเรื่อยๆ สูงสุดต่อปี 40 ล้านบาท แบ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ 20 ล้านบาท และสังหาริมทรัพย์อีก 20 ล้านบาท”

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของมรดกเกรงว่าโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับลูกหลานไปแล้ว ตัวเองจะไม่ได้รับการดูแลและไม่เหลืออะไรในชีวิต ก็ให้จดสิทธิเก็บกินในช่วงที่มีชีวิตอยู่ ทางออกนี้เป็นการควบคุมลูกหลานแม้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ไม่สามารถนำทรัพย์สมบัติไปล้างผลาญ หรือไปขายกินได้ เนื่องจากติดในเรื่องของสิทธิเก็บกิน ต้องรอให้เจ้าของมรดกเสียชีวิตก่อนจึงขายได้

ทางออกที่ 2 เจ้าของมรดกซื้อประกันชีวิต กรณีที่มีทรัพย์สินเป็นเงินสด พันธบัตร หรือหุ้น เปลี่ยนมาซื้อประกันชีวิตให้กับตัวเอง ซื้อด้วยทุนประกันสูงๆ หากต้องการให้ลูกหรือหลานคนใดได้รับมรดกเป็นเงินเท่าไร ก็ซื้อประกันชีวิตตามทุนประกันตามนั้น และระบุผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ เมื่อผู้ซื้อประกันเสียชีวิต บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายสินไหมให้กับผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ซึ่งตามกฎหมาย เงินที่ได้รับจากสินไหมประกันชีวิต ได้รับการยกเว้นภาษี

“ยกตัวอย่างต้องการให้มรดกลูกคนเล็ก 100 ล้านบาท เจ้าของมรดกต้องซื้อประกันชีวิตมีทุนประกัน 100 ล้านบาท พร้อมกำหนดผู้รับประโยชน์เป็นลูกคนเล็ก เมื่อเจ้าของมรดกเสียชีวิต บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายสินไหมให้กับลูกคนเล็กตามกรมธรรม์กำหนดที่ 100 ล้านบาท หรือเรียกได้ว่าได้รับมรดกเต็มๆ ไม่ต้องเสียภาษีสักบาท”

ทางออกที่ 3 ตั้งบริษัทจำกัด กำหนดให้เจ้าของมรดกมีอำนาจออกเสียงสูงสุด หรือเป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว พร้อมกับโอนทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดเข้าไปยังบริษัท ให้ลูกหรือหลานหรือบุคคลที่ต้องการให้มรดกร่วมถือหุ้นบริษัทที่ตั้งขึ้น ในระหว่างปีภาษีโอนผ่องถ่ายหุ้นบริษัทในลูกหรือหลานไม่เกิน 20 ล้านบาท จนท้ายสุดเจ้าของมรดกถือหุ้นในบริษัทเพียง 1 หุ้น แต่ยังมีอำนาจควบคุมบริษัทจนกว่าเสียชีวิต

ทางออกที่ 4 เจ้าของมรดกจัดตั้งทรัสต์ พร้อมโอนทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดเข้าไปยังทรัสต์ และให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหาร เจ้าของมรดกหรือลูกหลาน ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบเงินปันผล ซึ่งรูปแบบทรัสต์มีแล้วในต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยอยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วๆนี้

ทางออกสุดท้าย เหมาะสำหรับเศรษฐีที่มีทรัพย์สินหรือสมบัติเป็นจำนวนมาก ต้องการให้ชื่อตระกูลเป็นผู้ทำประโยชน์ต่อสังคม แม้เสียชีวิตไปแล้วชื่อตระกูลช่วงลูกช่วงหลานยังอยู่ต่อไป ให้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือวิสาหกิจเพื่อชุมชน พร้อมจดทะเบียนต่อกรมสรรพากร เพื่อขอยกเว้นภาษี เมื่อโอนมรดกเข้ามูลนิธิ สมาคม หรือวิสาหกิจชุมชนก็จะได้รับการยกเว้นภาษี เชื่อว่าทางออกสุดท้ายในเมืองไทยมีโอกาสเกิดน้อยมาก…

วงสัมมนา ยังได้สรุปทางออกให้กับบรรดาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมหาศาล หากมัวแต่คิดโอนอสังหาริมทรัพย์ 20 ล้านบาท หรือสังหาริมทรัพย์ปีละ 20 ล้านบาท คงไม่ทันกาล ก็ควรใช้หลายๆทางออกพร้อมกัน เพื่อบริหารจัดการมรดกให้มีประสิทธิภาพ หรือเรียกง่ายๆ หลีกเลี่ยงภาษีมรดกภายใต้กฎกติกากำหนด.

ประพัฒน์ เนตรอัมพร รายงาน

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 23/05/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949357


ระทึกคดี “อนันต์ อัศวโภคิน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949383


นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHBANK เปิดเผยว่า นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการ ได้ลาออกจากการเป็นประธานกรรมการ และกรรมการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. เนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีมติดำเนินคดีกับนายอนันต์ ฐานความผิดร่วมกันและสมคบกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา วันที่ 7 มิ.ย. ส่งผลถึงความเหมาะสมการดำรงตำแหน่งดังกล่าว หลังจากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาระบุว่า นายอนันต์ ขาดคุณสมบัติ และความเหมาะสมการดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสถาบันการเงิน เมื่อปรากฏชัดเจนว่าเป็นผู้ที่ถูกหน่วยงานอื่นของรัฐกล่าวโทษร้องทุกข์ หรือกำลังถูกดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกง ฯลฯ ซึ่ง ธปท.จะทำหนังสือแจ้งให้ธนาคารรับทราบถึงระเบียบของ ธปท.ต่อไป

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เกี่ยวกับการดำรงคุณสมบัติในการเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนจะขาดคุณสมบัติ เมื่อถูกศาลพิพากษามีคำสั่งถึงที่สุดของคดี และให้ยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน แต่ขณะนี้เรื่องของนายอนันต์ อยู่ในขั้นตอนที่ดีเอสไอ คดีจึงยังไม่สิ้นสุดยังไม่มีคำตัดสินออกมา ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงได้ส่งหนังสือไปยังกลุ่มแลนด์แอนด์ เฮ้าส์ให้ชี้แจงข้อมูลทันทีหากมีความคืบหน้า ส่วนกรณีที่นายอนันต์ได้รับรางวัล Best CEO Of The Year ปี 2547 จะมีการทบทวนหรือไม่ นางเกศรากล่าวว่า การมอบรางวัลเป็นการพิจารณาผลงานในรอบปีเท่านั้น.

 

ก.ล.ต. เผยไม่มีเหตุพิจารณาคุณสมบัติการบริหารอนันต์ หลังยื่นลาออกประธาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ค. 2560 20:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949220


ก.ล.ต.ระบุ การลาออกของ นายอนันต์ อัศวโภคิน จากการเป็นประธานกรรมการ บริษัทแอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป ไม่มีประเด็นที่ ก.ล.ต. จะต้องนำมาพิจารณาในเรื่องคุณสมบัติการเป็นผู้บริหาร…

จากกรณี แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง นายอนันต์ อัศวโภคิน ลาออกจากการเป็นประธานกรรมการและกรรมการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 60

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2560 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ถึงสาเหตุว่า นายอนันต์ อัศวโภคิน  ขาดคุณสมบัติหรือไม่

นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน เผยว่า ตามที่บริษัทจดทะเบียนทั้ง 4 แห่ง ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงการลาออกของ นายอนันต์ อัศวโภคิน  ดังนั้น จึงไม่มีประเด็นที่ ก.ล.ต. จะต้องนำมาพิจารณาในเรื่องคุณสมบัติการเป็นผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อีก

สำหรับก่อนหน้านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ออกหมายเรียก นายอนันต์ อัศวโภคิน มารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น.

 

คมนาคม เร่งไทยสมายล์ต้องได้เอโอซีใหม่ก่อน 30 มิ.ย. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ค. 2560 18:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949112


คมนาคม ย้ำสายการบินไทยสมายล์ต้องได้เอโอซีใหม่ภายใน 30 มิ.ย. ด้านไทยสมายล์แถลงระบุอยู่ระหว่างเร่งแก้ปัญหา โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย..

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 60 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า สายการบินไทยสมายล์ อาจได้ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC Re-certification) ไม่ทันกรอบเวลาวันที่ 30 มิ.ย. นี้ ซึ่งจะส่งผลให้สายการบินไทยสมายล์ต้องหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศ จนกว่าจะได้รับเอโอซีใหม่ หรือประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้นั้น

สำหรับเรื่องนี้ สายการบินไทยสมายล์จะต้องเร่งแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ และมั่นใจว่าไทยสมายล์จะได้รับเอโอซีใหม่ทันวันที่ 30 มิ.ย. นี้ แน่นอนเนื่องจากไทยสมายล์มีเครื่องบินทำการบินแค่ 20 ลำ ขณะที่สายการบินไทยซึ่งเป็นบริษัทแม่และมีความซับซ้อนมากกว่า ก็ยังแก้ปัญหาสำเร็จและได้รับเอโอซีไปแล้ว สำหรับสายการบินที่ได้รับเอโอซีใหม่ไม่ทันวันที่ 30 มิ.ย. และจะต้องหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศชั่วคราวนั้น

ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ก็ได้เตรียมออกมาตรการต่างๆ มาดูแล เพราะกระทรวงคมนาคมและ กพท. ได้ขอความร่วมมือสายการบินต่างๆ ให้ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ถ้าหากประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้ ทุกฝ่ายก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้

นอกจากนั้นทางฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ว่า จากการนำเสนอข่าวที่มีการอ้างถึงความวิตกเรื่องไทยสมายล์จะไม่ได้รับเอโอซี ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจว่าสายการบินไทยสมายล์อาจไม่ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่นั้น

ขณะนี้สายการบินไทยสมายล์ กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการปรับปรุงมาตรฐาน และโครงสร้างของสายการบิน ให้เป็นไปตามมาตรฐาน กพท. โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินงานกล่าวคือ ขั้นตอน 4.1 การตรวจสอบการแก้ไขข้อบกพร่อง ซึ่งจะมีขึ้นภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้

จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอน 4.2 ขั้นตอนการตรวจสอบเที่ยวบิน และขั้นตอนที่ 5 การออกเอโอซีใหม่ โดยเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่ กพท. กำหนดไว้ สายการบินไทยสมายล์ตระหนักดีว่าการออกเอโอซีใหม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ และการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลของ กพท.

ซึ่งในขณะนี้สายการบินไทยสมายล์อยู่ระหว่างการดำเนินการทุกขั้นตอนให้แล้วเสร็จได้ทันตามกำหนด และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานของ กพท. เพื่อดำเนินธุรกิจการบินโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการบินที่เกิดความปลอดภัยสูงสุด.

 

ปณท.โชว์ศักยภาพยุคดิจิทัล รองรับอีคอมเมิร์ชเต็มตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 พ.ค. 2560 17:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/949093


“ไปรษณีย์ไทย” ร่วมงาน “e-Biz Expo Asia 2017” โชว์ศักยภาพไปรษณีย์ไทยยุคดิจิทัล บริการ “Promt Post” รับ-ส่งสินค้าออนไลน์ ชวนธุรกิจชุมชนซื้อ-ขายผ่านระบบออนไลน์

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย(ปณท.) จำกัด เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย.นี้ ไปรษณีย์ไทยจะร่วมเปิดบูธภายในงาน e-Biz Expo Asia 2017 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ เกี่ยวกับบริการของไปรษณีย์ไทยที่จะช่วยทำให้การขนส่งสินค้าทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เนื่องจากขณะนี้ ปณท.เปิดให้บริการ Promt Post เพื่อการค้าออนไลน์ จะทำให้ประหยัดเวลา และค่าฝากส่ง โดยผู้รับบริการไม่ต้องเสียเวลารอคิว หลังจากได้ทำการผ่านระบบ Promt Post แล้ว จะจัดส่งได้ทันที ระบบนี้เปิดให้บริการในกรุงเทพฯแล้ว 47 สาขา และจะขยายให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึง ปณ.จังหวัดภายในปีนี้

นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการ ดี-แพ็กเกจ (D-Package) เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจ B2C ที่ต้องส่งของจำนวนมากต่อวัน โดยต้องติดต่อไปรษณีย์เพื่อลงทะเบียนและทำข้อตกลงในการจัดส่งสินค้าร่วมกัน ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องส่งพัสดุ 100 ชิ้นต่อวัน รวม 3,000 ชิ้นต่อเดือน ทั้งนี้แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการหันมาให้บริการด้านการขนส่งมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีอย่างต่อเนื่อง แต่ ปณท.ยังคงรักษาจุดแข็งของการมีเครือข่ายให้บริการครอบคลุมกว่า 3,400 สาขาทั่วประเทศ รวมร้านไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นแฟรนไชส์ของ ปณท.ด้วย อีกทั้งได้มีการขยายเส้นทางเพิ่มช่องทางการขนส่งเพื่อความรวดเร็วตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

นางสมร กล่าวด้วยว่า ปณท.ได้ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนอีคอมเมิร์ชในระดับชุมชน โดยการเข้าไปชักชวนและเสนอแนะชาวบ้านให้ซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ ได้กระจายลงไปในหลายพื้นที่แล้ว โดยพบว่าบางพื้นที่สินค้าของชาวบ้านมีความพร้อมที่จะซื้อขายผ่านออนไลน์ได้ แต่ในบางพื้นที่ก็ยังมีสินค้าที่ต้องได้รับการพัฒนาจึงเข้าไปช่วยประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อไปช่วยพัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีมาตรฐานสินค้ามากขึ้น รวมทั้งช่วยเรื่องการตลาด บรรจุภัณฑ์สินค้า เพื่อขยายตลาดของชุมชนให้กว้างขึ้น

สำหรับเรื่องการขนส่งไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนและทั่วโลกไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์อันดีกับการไปรษณีย์ระหว่างประเทศซึ่งครอบคลุมกว่า 94 ประเทศทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก พร้อมรองรับและตอบสนองทุกความต้องการในการจัดส่งสิ่งของระหว่างประเทศอีกด้วย

ในงาน e-Biz Expo Asia 2017 ครั้งที่ 3 “GATEWAY TO ASEAN E-COMMERCE DIGITAL BUSINESS” ระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้ที่ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2560 จะได้รับคูปองส่วนลด Promt Post 100 บาท จำนวน 2 ใบ และกล่องพร้อมส่งไซส์ s 2 ใบ ส่วนผู้ลงทะเบียนในวันงานจะได้รับคูปองส่วนลด 1 ใบ