หุ้นสหรัฐฯ บวกแคบ กลุ่มอุตสาหกรรม-เทคโนโลยีหนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2560 06:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929683


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร จากการเพิ่มขึ้นของหุ้นบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ชดเชยความอ่อนแอของหุ้นกลุ่มรถยนต์และพลังงาน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 2 พ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 36.43 จุด หรือ 0.17% ปิดที่ 20949.89 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 2.84 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 2391.17 จุด ขณะที่ ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 3.77 จุด หรือ 0.06% ปิดที่ 6095.37 จุด

เมื่อวันอังคาร หุ้นของบริษัทรถยนต์อย่าง ฟอร์ด และเจเนอรัล มอเตอร์ส ลดลง 4.4% และ 2.9% ตามลำดับ หลังค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ มียอดขายรถใหม่ประจำเดือน เม.ย.ลดลง ขณะที่ หุ้นของบริษัท แอปเปิล เพิ่มขึ้น 0.6% ก่อนที่บริษัทไอทียักษ์ใหญ่เจ้านี้ จะเปิดเผยหลังเปิดตลาดว่า ยอดขายไอโฟนในไตรมาสที่ 1 ลดลง จากไตรมาสก่อน

ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็กำลังรอเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ รวมทั้งผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ ซึ่งอาจมีการบอกใบ้เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน และรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพุธ

 

เอกชนระแวงตั๋วร่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 พ.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929545


นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เผยหลังการประชุมปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้จัดตั้งสำนักธุรกิจระบบตั๋วร่วม เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ชั่วคราวตามมติของคณะกรรมการบริหารจัดการตั๋วร่วม โดยสำนักธุรกิจระบบตั๋วร่วมต้องเจรจากับเอกชนที่ต้องการเข้าสู่ระบบและจะเป็นผู้รวบรวมรายได้ของตั๋วร่วมก่อนเข้าสู่การบริหารของเอกชนอย่างเต็มตัว แต่ภาคเอกชนอย่างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS กลับเห็นว่าภาครัฐควรมอบอำนาจให้สำนักธุรกิจระบบตั๋วร่วมอย่างเป็นทางการก่อนเริ่มการเจรจา เพราะเอกชนต้องการความมั่นใจก่อนลงทุนติดตั้งระบบใหม่

“ตอนนี้ สนข. จึงเตรียมเสนอเรื่องให้ ครม.เห็นชอบและมอบอำนาจให้สำนักธุรกิจระบบตั๋วร่วมโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ สนข.ได้หารือกับ BTS และ BEM ให้ติดตั้งระบบตั๋วร่วมในสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กันก่อนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน อย่างไรก็ตาม ระบุไม่ได้ว่าจะเริ่มใช้ระบบตั๋วร่วมบนรถไฟฟ้าเมื่อใด เนื่องจากขึ้นอยู่กับการลงทุนและติดตั้งของเอกชนเป็นหลัก”.

 

“เอ้กบอร์ด” ชงแก้ไข่ไก่ล้นตลาด ขอพาณิชย์คุมนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 พ.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929537


พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯ เสนอกระทรวงพาณิชย์ให้ออกประกาศเพื่อควบคุมการนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์ (GP) และไก่พ่อแม่พันธุ์ (GS) เพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์และไก่พ่อแม่พันธุ์ให้ปฏิบัติตามโควตานำเข้าอย่างเคร่งครัด เพื่อแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด โดยกระทรวงเกษตรฯจะทำหน้าที่กำหนดกฎระเบียบต่างๆให้สอดรับกับประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เช่น หากผู้ประกอบการจะนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์ พ่อแม่พันธุ์ทุกรายจะต้องผ่านความเห็นชอบจากมติเอ้กบอร์ด ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจะใช้เวลาออกระเบียบและหารือทุกภาคส่วนให้เเล้วเสร็จในอีก 4-5 เดือน เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ต้องมีการร่างประกาศและต้องมีการทำประชาพิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญใหม่ก่อนมีผลบังคับใช้

“เดิมโควตาที่เอ้กบอร์ดกำหนดเป็นเพียงการขอความร่วมมือ ไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ทำให้เกิดการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ได้อย่างเสรี จนเกิดปัญหาการนำเข้ามากเกินความต้องการ ทำให้เอ้กบอร์ดคิดจะนำกฎหมายพาณิชย์มาใช้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องผู้ประกอบการไม่ปลดแม่ไก่ยืนกรงออกจากระบบตามเวลาที่กำหนด เนื่องจากเห็นว่าไข่และไก่ราคาดี ทำให้มีผลผลิตออกมาจำนวนมากจนเกิดปัญหาล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตกต่ำ ต่อไปต้องกำหนดเกณฑ์ว่ากี่สัปดาห์ต้องปลดแม่ไก่ยืนกรงและถ้ารายใดไม่ปลดจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับสูงสุด 1 ล้านบาท”

ทั้งนี้ เงื่อนไขใหม่ที่จะบังคับใช้อนาคต คือ ผู้ประกอบการที่จะขยายฟาร์มที่ได้สิทธิ์โควตา 300,000 ตัวขึ้นไป ต้องรายงานแผนการผลิต การตลาดมายังเอ้กบอร์ดก่อนการผลิตและจำหน่าย โดยต้องระบุว่าผลิตไข่ไก่ที่ไหน กระบวนการฟาร์มเป็นอย่างไร มีตลาดรองรับและส่งจำหน่ายที่ใดบ้างเพื่อตีกรอบการผลิตให้สอดคล้องกับการบริโภค.

 

หญิงวัยกลางคนจบปริญญาโท! แห่สมัครตัวแทนขายประกันชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 พ.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929523


นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรก (1 ม.ค.-31 มี.ค.60) มีผู้สนใจก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้สมัครสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตทั่วประเทศ ผ่านสนามสอบของสมาคมประกันชีวิตไทย จำนวน 41,740 คน ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.61% แยกเป็นสมัครสอบส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) 17,356 คน และส่วนภูมิภาค 24,384 คน โดยอัตราการสอบผ่านทั่วประเทศอยู่ที่ 33.63%

ทั้งนี้ หากจำแนกตามอายุของผู้สมัครสอบพบว่า กลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 41-50 ปี มีอัตราสมัครสอบสูงที่สุด และส่วนใหญ่จะมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และเพศหญิงให้ความสนใจเข้าสอบมากกว่าเพศชาย แต่หากพิจารณาถึงกลุ่มบุคคลที่สอบผ่านจะพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท และมีอายุระหว่าง 41-50 ปี อย่างไรก็ตามจากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าผู้ที่สนใจอาชีพตัวแทนประกันชีวิตจะเป็นกลุ่มวัยทำงานและมีการศึกษาสูง ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจประกันชีวิตในเรื่องความน่าเชื่อถือ ทั้งด้านมาตรฐานอาชีพ คุณภาพ และทักษะในการให้บริการ.

 

ชงแผนกู้ชีพแบงก์อิสลามเข้า ครม.อีกรอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 พ.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929520


เพิ่มทุน 1.8 หมื่นล้านให้คลังถือหุ้นเกิน 49%

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ใน 2 สัปดาห์นี้จะเสนอเรื่องการปรับโครงสร้างการเงินของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ให้ ครม.พิจารณาซึ่งเดิมมีกำหนดเสนอเมื่อวันที่ 18 เม.ย. แต่กระทรวงการคลังได้ขอถอนเรื่องออกไป เนื่องจากต้องแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่เดิมจำกัดให้คลังถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% โดยจะแก้ไขให้ถือหุ้นได้มากกว่า 49% และเมื่อต้องแก้กฎหมายก็ต้องนำกฎหมายออกรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน ซึ่งได้เผยแพร่กฎหมายผ่านเว็บไซต์ใช้เวลา 15 วัน จากนั้นจะเสนอร่างกฎหมายพร้อมแนวทางปรับโครงสร้างการเงินต่อ ครม. โดยการเพิ่มทุนจะให้ผู้ถือหุ้นทุกราย ถ้ารายใดไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุน คลังก็จะรับซื้อไว้หมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะแก้กฎหมายให้คลังเข้าไปถือหุ้นเกินกว่า 49% ในธนาคารเป็นการชั่วคราว อย่างน้อยคือช่วงเข้าไปแก้ปัญหาก่อนที่จะหาพันธมิตรใหม่เข้ามาถือหุ้น ทั้งนี้ ตามแผนฟื้นฟูและแผนธุรกิจ ปี 60-64 ประกอบด้วย การปรับโครงสร้างการเงิน คือโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPF) ส่วนที่ไม่ใช่ลูกค้ามุสลิมพร้อมหลักประกันและภาระผูกพันของสินทรัพย์ ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

จากนั้นจะเพิ่มทุน 18,100 ล้านบาทให้ส่วนของทุนอยู่ในระดับที่ไม่ติดลบ โดยต้องปรับปรุงงบการเงินและล้างขาดทุนสะสม โดยลดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ด้วยการลดราคาพาร์จากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 0.01 บาท แล้วโอนทุนสำรองตามกฎหมายมาชดเชยผลขาดทุนสะสม ส่วนแผนธุรกิจ คือ 1.การเพิ่มรายได้ ปี 60 มีเป้าปล่อยสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท มีรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม 3,508 ล้านบาท และ 670 ล้านบาทตามลำดับ 2.คุมค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5% ลดสาขาและลดจำนวนพนักงาน 3.ลด NPF ต้องไม่ให้เกิน 6% ของสินเชื่อรวม 4.ใช้ทรัพยากรร่วมกับสถาบันการเงินรัฐ เช่น เปิดเคาน์เตอร์ในสถาบันการเงินรัฐ ทั้งนี้ หลังแก้ปัญหาแล้ว คาดว่าสิ้นปี 60 จะมีกำไร 5 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 3,416 ล้านบาทปี 59 มีส่วนทุน 1,136 ล้านบาท มี NPF เหลือ 4,178 ล้านบาท.

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 03/05/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929478


ซิงเกอร์ไม่ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 พ.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929505


รุกเปิดสินเชื่อรถ!  รับเปิดเทอมไม่หวั่นตลาดแข่งแรง

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการ สายงานการขายและการตลาด บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในกลุ่มของผู้ใช้แรงงานที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนมีจำนวนเพิ่มขึ้นนั้น จากข้อมูลของบริษัทพบว่า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้นจริงและบางครั้งก็ชำระหนี้ไม่ตรงเวลา แต่เมื่อแรงงานเหล่านี้ได้รับเงินเดือนก็จะนำมาชำระคืน ทำให้บริษัทไม่ห่วงมากนักเนื่องจากภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทรู้ว่าลูกค้าทำงานหรืออยู่ที่ใดบ้างและเข้าใจธรรมชาติของลูกค้าแต่ละราย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดซิงเกอร์ได้เปิดตัวบริการใหม่ให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถขนาด 4-18 ล้อ ซึ่งรวมถึงรถหัวลาก รถตู้ รถป้ายเหลือง ถือเป็นการรุกตลาดสินเชื่อรถเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทซิงเกอร์มา ในชื่อ “รถทำเงิน” โดยคิดดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 6% ต่อปี ให้เงินสินเชื่อ 85% ของราคาประเมินสินทรัพย์ที่นำมาใช้ค้ำประกัน และให้สินเชื่อต่อรายมากที่สุด 10 ล้านบาทต่อราย และกำหนดอายุรถที่ใช้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันสูงสุดที่ 25 ปี โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเฉพาะบริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในปี 60ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท คิดเป็น 20% ของมูลค่าพอร์ตรวมของซิงเกอร์

“บริการนี้ออกมารองรับในช่วงที่โรงเรียนกำลังเปิดเทอม ซึ่งผู้ปกครองต้องการเงินเพื่อนำมาใช้จ่ายเป็นค่าเทอมบุตรหลาน แทนที่ลูกค้าจะต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงมาก ก็สามารถนำรถที่มีอยู่มาขอสินเชื่อจากบริษัทได้ เชื่อว่าทั้งปีจะทำให้พอร์ตสินเชื่อรวมโตได้ 30% ตามเป้าที่ตั้งไว้ ขณะที่ไตรมาส 1ปี 60 พอร์ตสินเชื่อของซิงเกอร์โตตามยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และอนาคตเตรียมให้ลูกค้านำสินทรัพย์อื่นมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำ ประกันได้ด้วย”

นายกิตติพงศ์กล่าวต่อว่า ตลาดสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ในปีนี้ยอมรับว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากจำนวนผู้เล่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าตลาด ทั้งจากผู้ประกอบการในตลาด หลักทรัพย์ และผู้ประกอบการท้องถิ่น แต่เชื่อว่าบริษัทมีฐานพนักงาน ขายที่มากถึง 13,000 คน และ ช็อป SINGER มากกว่า 180 สาขา ทำหน้าที่นำเสนอสินค้าและบริการของบริษัทและบริษัทย่อยให้เข้าถึงทุกพื้นที่ รวมทั้งฐานลูกค้าเดิมในมือจะทำให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ โดยวางเป้าปี 60 เพิ่มพนักงานขายเป็น 20,000 คน”

 

พาณิชย์ จับมือกองทุนหมู่บ้าน พัฒนาตลาดชุมชนเป็น ตลาดประชารัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2560 22:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929378


“พาณิชย์” จับมือกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พัฒนาตลาดชุมชนเป็นตลาดประชารัฐ ตั้งเป้าให้เกิดร้านต้นแบบ 200 ร้านในปีนี้ ใน 3 ปี มั่นใจช่วยให้ชุมชนมีที่ค้าขาย เกษตรกร ชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการการทำงานร่วมกับนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการขับเคลื่อนร้านค้าชุมชนที่มีอยู่ 19,000 ร้านค้า ให้เป็นร้านค้าประชารัฐ โดยจะคัดเลือกร้านค้าชุมชนเพื่อนำมาพัฒนาเป็นร้านค้าต้นแบบให้ได้ 200 ร้าน ภายใน 4-5 เดือนนี้ เมื่อร้านเหล่านี้ขับเคลื่อนได้ ก็จะเป็นที่ค้าขายของชุมชน และทำให้เศรษฐกิจชุมชนมีการขยายตัว

“กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปให้ความรู้ เข้าไปช่วยพัฒนาร้านค้าชุมชนที่ได้ผ่านการคัดเลือกให้มีความเข้มแข็ง ตั้งเป้าปีนี้ต้องได้ 200 ร้าน ใจจริงอยากจะได้ 500 ร้าน แต่ขั้นต่ำต้องได้ 200 ร้าน แล้วจะให้ 200 ร้านนี้เป็นต้นแบบให้กับร้านอื่นๆ ที่จะพัฒนาในปีต่อไป โดยจะเพิ่มเป็น 2,000 ร้าน และภายใน 3 ปี จะต้องมีร้านค้าชุมชนที่เข้มแข็งไม่ต่ำกว่า 10,000 ร้าน”

ทั้งนี้ ในปีที่แล้ว รัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับกองทุนหมู่บ้านฯ โดยมีงบลงไปประมาณ 30,000 ล้านบาท และหนึ่งในโครงการขับเคลื่อนที่เกิดขึ้น คือ ร้านค้าชุมชนจำนวน 19,000 แห่ง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า งบประมาณที่รัฐบาลใส่ลงไป ไม่สูญหาย

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการพัฒนาร้านค้าชุมชนเป็นร้านค้าประชารัฐแล้ว จะทำให้ชุมชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้าของชุมชน ซึ่งจะจำหน่ายทั้งสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน สินค้าโอทอป และสินค้าจากโครงการธงฟ้าประชารัฐ ที่จะจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาถูกกว่าท้องตลาดไปให้จำหน่าย ทำให้เศรษฐกิจชุมชนมีการขับเคลื่อน เกษตรกร และประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะผลักดันให้ร้านค้าชุมชนเป็นสถานที่รวบรวมผลผลิตของชุมชน และกระจายไปยังตลาดกลาง เพื่อนำผลผลิตออกสู่ตลาดนอกพื้นที่ และมีแผนที่จะจัดให้มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างตลาดด้วยกัน เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย เพราะสินค้าในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน

 

บางกอกแอร์ ป่วน! หนุ่มสวีเดนขู่มีระเบิด ทำเครื่องดีเลย์ยาว (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2560 21:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/929360


ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิใช้แผนฉุกเฉิน หลังมีผู้โดยสารบอก มีระเบิดบนเครื่องของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ส่งผลเครื่องดีเลย์ พร้อมบินเกือบทุ่ม ด้านผู้โดยสารชาวสวีเดนเจ้าปัญหาถูก จนท.ตรวจสอบ ขณะบางกอกแอร์เวย์ส จ่อดำเนินคดีคนทำป่วน


http://www.thairath.co.th/clip/123303

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 พ.ค. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบิน PG 145 เส้นทางบิน กทม.-สมุย ได้ถูกขู่วางระเบิด ตามเวลาเครื่องบินลำดังกล่าวจะต้องขึ้นบินเวลา 12.55 น. ขณะนี้ผู้โดยสารทั้งหมดถูกกักบริเวณภายในอาคารเพื่อตรวจสอบ ซึ่งผู้โดยสารคนไทยที่อยู่ในเหตุการณ์แจ้งว่า ในระหว่างผู้โดยสารขึ้นเครื่อง และกำลังเก็บสัมภาระภายในห้องโดยสาร ได้มีนักท่องเที่ยวชายชาวสวีเดนพูดกับแอร์โฮสเตสว่า ให้ช่วยขยับกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารท่านอื่นบนช่องเก็บสัมภาระเหนือเก้าอี้ที่นั่ง เพื่อให้ตนเองสามารถเก็บกระเป๋าได้ โดยมีการพูดให้รีบช่วย เพราะกลัวว่าของในกระเป๋าจะระเบิด ทำให้แอร์โฮสเตสแจ้งกัปตัน และอยู่ระหว่างตรวจสอบ

เมื่อเวลา 18.45 น. โดยนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า วันนี้ (วันที่ 2 พฤษภาคม 2560) เวลาประมาณ 14.30 น. ศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งผ่านศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบิน PG 145 จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังท่าอากาศยานสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกำหนดออกเดินทางเวลา 13.45 น. ขอให้ ทสภ. ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน เนื่องจากมีผู้โดยสารชาวสวีเดน ที่อยู่บนเครื่องบินพูดว่า มีระเบิดอยู่ในสัมภาระ และเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิได้รับแจ้งเหตุ จึงได้มีการประเมินสถานการณ์ร่วมกับสายการบินก่อนที่จะมีการประกาศใช้แผนฉุกเฉิน บทที่ 9 เรื่อง การขู่วางระเบิดอากาศยาน (Bomb threat on aircraft) และได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนฉุกเฉินโดยทันที เบื้องต้นได้นำเครื่องบินลำดังกล่าวเข้าจอดที่หลุมจอด Isolate Parking Stand ทางฝั่งตะวันออกของท่าอากาศยาน และได้ลำเลียงผู้โดยสารพร้อมลูกเรือ จำนวน 140 คน ออกจากอากาศยานไปพักรอที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยฝั่งตะวันออก โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ดำเนินการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระ รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยทำลายวัตถุระเบิด (Explosive Ordnance Disposal : EOD) เข้าดำเนินการตรวจสอบกระเป๋าทุกชิ้นที่บรรจุอยู่ใต้ท้องเครื่องและตรวจสอบอากาศยานอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นวัตถุระเบิดแต่อย่างใด ทางสนามบินจึงได้ประกาศยกเลิกการใช้แผนฉุกเฉินในเวลา 17.50 น.

ทั้งนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้นำผู้โดยสารไปพักรอที่ Gate A8 เพื่อรอขึ้นเครื่องบินไปท่าอากาศยานสมุย ด้วยเที่ยวบิน PG 145 โดยเครื่องมีกำหนดออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลาประมาณ 18.30 น. ทั้งนี้ ในส่วนของผู้โดยสารที่พูดเรื่องมีระเบิดดังกล่าว อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อไป อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามแผนฉุกเฉินในครั้งนี้ นอกจากจะมีฝ่ายรักษาความปลอดภัย ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ทีมแพทย์และพยาบาลสนามบิน ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับสายการบิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วสนามบินสุวรรณภูมิยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและแจกน้ำดื่มพร้อมอาหารว่างให้ผู้โดยสารในระหว่างพักรอด้วย.

ต่อมาเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.พิจิตร อังศุภานิช ผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ สอบปากคำนายอังเดร โจฮาน คริสเตียน (Mr.Anders Johan Kristian) อายุ 41 ปี ชาวสวีเดน หลังถูกเจ้าหน้าที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เชิญตัวลงจากเครื่องเนื่องจากพูดคำว่าระเบิดในเครื่องบินและประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำตัวมาส่ง ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ส่วนหน้า) อาคารผู้โดยสารขั้น1 ท่าอากาศยสนสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอังเดร ให้การปฏิเสธอ้างว่า ไม่ได้พูดโดยเตรียมตัวจะไปงานแต่งงานของเพื่อน ที่สมุย โดยก่อนมาขึ้นเครื่องยอมรับว่า ดื่มเบียร์มา 1ขวดเล็ก แต่ยืนยันว่า ไม่ได้พูด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นายอังเดร ติดต่อสถานทูตตามสิทธิ์เพื่อเข้ามาดูแลด้านคดี จากการตรวจสอบพบว่า นายอังเดร เดินทางเข้าไทย มาตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.60 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สายการบิน ได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เรียบร้อย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายอังเดรไว้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ตามพ.ร.บ.เดินอากาศ ว่า แจ้งข้อความหรือข่าวสาร ซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุ หรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในอากาศยาน หรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบินตื่นตกใจ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กำลังเตรียมการที่จะดำเนินคดีกับผู้โดยสารชายชาวสวีเดน เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหาย เสียขวัญให้กับผู้โดยสารและสายการบินในเที่ยวบินดังกล่าวอย่างมาก โดยทางสายการบินยืนยันในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย เข้มงวดในมาตรฐานทางการบินอย่างมาก.

 

ก.ล.ต. จัดเต็มเครื่องมือช่วยวางแผนการเงินแก่ประชาชนในงาน Money Expo 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 2 พ.ค. 2560 12:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/928716


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดบูธภายใต้แนวคิด “จัดการเงินถูกทิศ…ชีวิตดี๊ดี” เชิญชวนผู้สนใจเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านเครื่องมือที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง เพื่อชี้ทิศทางจัดการเงินเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต ในงานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 17 หรือ Money Expo 2017 ระหว่างวันที่ 11-14 พฤษภาคม ศกนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “งานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 17 หรือ Money Expo 2017 ก.ล.ต. ร่วมออกบูธภายใต้แนวคิด “จัดการเงินถูกทิศ ชีวิตดี๊ดี” ใช้เครื่องมือทันสมัยวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างง่าย ๆ ด้วยตนเอง ผู้ร่วมกิจกรรมที่บูธ ก.ล.ต. จะได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงในการออกแบบแผนการเงินและการลงทุนที่ตอบโจทย์ของตนเอง โดยเครื่องมือที่เตรียมไว้ให้ทดลองจะช่วยเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในเรื่องการเงินการลงทุนต่าง ๆ เช่น การใช้จ่าย การออม การกู้เงิน การลงทุน ตลอดจนการออมเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มีคุณภาพ”

“ก.ล.ต. สนับสนุนให้ประชาชนและผู้ลงทุนมีความรู้ มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ ผ่านเครื่องมือการวางแผนทางการเงินที่ออกแบบด้วยตนเอง เพื่อเตรียมตัวสำหรับชีวิตที่มั่นคงและมีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในวัยเกษียณ” นายรพีกล่าว ร่วมเรียนรู้การจัดการเงินให้ถูกทิศ เพื่อชีวิตที่ดี๊ดี ได้ ณ บูธ ก.ล.ต. รหัส J12 ในงาน Money Expo 2017