ทองไทยเปิดตลาดราคาคงที่ รูปพรรณ บาทละ 20,950-ทองนิวยอร์ก ร่วง 10 เซนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 10:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898877


ทองไทยเปิดตลาดราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายบาทละ 20,450 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980 ขายบาทละ 20,950 ขณะที่ทองนิวยอร์ก ปิดร่วงเมื่อคืนนี้ ลดลง 10 เซนต์ ที่ 1,255.60 ดอลลาร์/ออนซ์…

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองไทยเปิดตลาดครั้งที่ 1 คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายออกบาทละ 20,450 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980 ขายออกบาทละ 20,950

ขณะที่สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 1,255.60 ดอลลาร์/ออนซ์.

 

คน 85.5% เซ็งเรียกแท็กซี่แล้วไม่ไป สารพัดข้ออ้าง หนุนอูเบอร์-แกร็บคาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898840


ผู้โดยสาร 85.5% เซ็งเจอปัญหาเรียกแท็กซี่แล้วไม่ไป พบ 75.1% หนุนให้มีบริการอูเบอร์คาร์ และแกร็บคาร์ เห็นควรใช้กฎหมายควบคุมและขึ้นทะเบียนเป็นรถรับจ้างให้ถูกต้อง…

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. กรุงเทพโพลล์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของผู้โดยสารเรื่อง “หัวอกผู้โดยสารกับการสร้างทางเลือก : แท็กซี่ หรือ อูเบอร์คาร์” โดยเก็บข้อมูล จากผู้โดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,193 คน พบว่า ปัญหาที่ผู้โดยสารเคยพบจากการเรียกแท็กซี่ หรือนั่งรถแท็กซี่มากถึงร้อยละ 85.5 คือ เรียกแล้วไม่ไป (รีบไป ส่งรถ/แก๊สจะหมด/รถติด/ไกล) รองลงมาร้อยละ 42.4 คือ พาขับวน/ขับอ้อม/ออกนอกเส้นทาง และร้อยละ 35.2 คือ คนขับมารยาทไม่ดี/พูดจาไม่เพราะ

เมื่อถามว่ารูปแบบการให้บริการแท็กซี่ที่ผู้โดยสารต้องการมากที่สุด ร้อยละ 34.1 ระบุว่า ต้องการคนขับซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ รองลงมา ร้อยละ 33.0 ระบุว่าแท็กซี่ต้องไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร และร้อยละ 11.4 ระบุว่าหากแท็กซี่รีบไปส่งรถหรือแก๊สหมด ไม่ควรขึ้นป้าย “ว่าง”

ทั้งนี้เมื่อมีตัวเลือกในการให้บริการ อย่าง อูเบอร์คาร์ และ แกร็บคาร์ เกิดขึ้น ผู้โดยสารส่วนใหญ่ร้อยละ 75.1 สนับสนุน (โดยร้อยละ 57.6 ให้เหตุผลว่าผู้โดยสารจะได้มีทางเลือก และร้อยละ 37.3 ให้เหตุผลว่าจะได้มีการแข่งขันและพัฒนาคุณภาพการให้บริการของแท็กซี่) ในขณะที่ผู้โดยสารร้อยละ 24.9 ไม่สนับสนุน (โดยร้อยละ 47.5 ให้เหตุผลว่าเป็นการแย่งอาชีพคนหาเช้ากินค่ำ และร้อยละ19.2 ให้เหตุผลว่าเป็นการบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต)

เมื่อถามว่าเคยเรียก/ใช้บริการอูเบอร์คาร์ และ/หรือ แกร็บคาร์ หรือไม่ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ร้อยละ 75.9 ระบุว่าไม่เคยใช้บริการ (โดยร้อยละ 23.8 ให้เหตุผลว่าไม่รู้จักบริการ อูเบอร์คาร์ และแกร็บคาร์ และร้อยละ 20.8 ให้เหตุผลว่าใช้รถส่วนตัวอยู่แล้ว) ในขณะที่ร้อยละ 24.1 ระบุว่าเคยใช้บริการ (โดยร้อยละ 41.8 ให้เหตุผลว่า สะดวกและรวดเร็ว มีเวลาที่แน่นอน และร้อยละ 16.2 ให้เหตุผลว่าสามารถเรียกมารับและส่งถึงที่หมายได้แน่นอน)

ส่วนความเห็นต่อมาตรการจัดการและบริหาร รถยนต์รับจ้างสาธารณะ อูเบอร์คาร์ และแกร็บคาร์ ผู้โดยสารร้อยละ 51.4 เห็นว่าควรใช้กฎหมายควบคุมและขึ้นทะเบียนเป็นรถรับจ้างให้ถูกต้อง รองลงมาร้อยละ 19.4 เห็นว่าควรเปิดกว้างสร้างทางเลือกให้กับผู้โดยสารไม่ผูกขาดการเดินทาง และร้อยละ 15.5 เห็นว่า ควรเร่งรัดพัฒนาระบบ สมาร์ทแท็กซี่ ให้ผู้โดยสารได้ใช้สะดวกขึ้น.

 

เกาหลี-ญี่ปุ่นชิงทัวริสต์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898710


พลิกเกมสู้หลังรัฐบาลสั่งคนจีนเลี่ยงเที่ยวเกาหลี

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ ทำให้เอเย่นต์ทัวร์เริ่มปรับเปลี่ยนแพ็กเกจมาไทยมากขึ้น จากการรายงานของสำนักงาน ททท.ในจีน 5 แห่ง “เอเย่นต์เริ่มเลี่ยงการจัด โปรแกรมไปเกาหลีใต้ตามนโยบายของรัฐบาลจีนแล้ว โดยมีการปลด โฆษณาแพ็กเกจทัวร์เกาหลีไปเกือบหมด ทำให้ต้องเร่งหาจุดหมาย ใหม่รองรับและแจ้งว่าพร้อมผลักดันการขายในไทยทดแทน”

โดยผลกระทบ 2 มิติที่มีต่อการท่องเที่ยวไทย เรื่องแรก ได้แก่ แนวโน้มยอดขายแพ็กเกจทัวร์จีนที่น่าจะปรับตัวสูงขึ้น มีระยะเห็นผลในอีกราว 2 เดือนข้างหน้า ส่วนเรื่องที่ 2 คือการที่เกาหลีใต้จะต้องหาตลาดทดแทนนักท่องเที่ยวจีนจะทำให้เห็นการผนึกกำลังระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิง เพื่อเข้ามาเปิดตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยมากขึ้น ถ่วงดุลกับญี่ปุ่นซึ่งเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยว (ทัวริสต์)ไทย โดยในปี 2559 มีคนไทยไปญี่ปุ่นเกือบล้านคน ทั้งนี้ ททท.คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2560 ประเทศไทยจะมีรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 734,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ 9.2 ล้านคน และนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ 32.5 ล้านคน/ครั้ง ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวไทยมีแผนเดินทางเพียง 14% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีมาตรการกระตุ้นใดๆ

ด้านนางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกอัตราเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมทั่วประเทศอยู่ที่ 76.5% เติบโตราว 11.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสถานการณ์ที่ดีที่สุดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ, ภาคเหนือ และภาคใต้ และคาดการณ์ไตรมาส 2 น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 70% เพิ่มจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 60.25% อานิสงส์มาจากการที่บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดจีน ให้ความร่วมมือมาใช้โรงแรมที่ถูกกฎหมายมากขึ้น ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลสะท้อนตรงกับ
สถานการณ์นักท่องเที่ยวขาเข้ามากขึ้น.

 

หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง จากความเชื่อมั่นผู้บริโภค-ราคาน้ำมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898760


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในวันอังคาร หยุดสถิติลดลงติดต่อกัน 8 วันของดาวโจนส์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 28 มี.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 150.52 จุด หรือ 0.73% ปิดที่ 20701.50 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 16.98 จุด หรือ 0.73% ปิดที่ 2358.57 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 34.77 จุด หรือ 0.60% ปิดที่ 5875.14 จุด

หุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นหลังจากมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมี.ค. แตะค่าสูงสุดในรอบ 16 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น จากข่าวการขาดแคลนน้ำมันในลิเบียที่ช่วยให้ความกังวลเรื่องน้ำมันเกินความต้องการลดลง

 

“ไลน์ทีวี”กรี๊ดยอดผู้ชมกระจาย จัดประกาศรางวัลหวังให้ฮือฮา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898702


นายแดน ศรมณี ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนต์ ไลน์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาไลน์ทีวี LINE TV ประสบความสำเร็จด้วยยอดรับชม (View) ที่เพิ่มสูงขึ้น 136% และผู้ชมใช้เวลาอยู่บนไลน์ทีวีเพิ่มมากขึ้น 81% โดยกลยุทธ์สำคัญคือ การสร้างพันธมิตรด้านคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งและมีจุดแข็งในการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมเป้าหมาย ซึ่งนอกจากพันธมิตรใหม่แล้ว ปีนี้ไลน์ทีวียังเปิดตัวกลุ่มคอนเทนต์เพิ่มเติม ได้แก่ กีฬา (SPORTS) และบิวตี้ (BEAUTY) รวมทั้งได้จัดการประกาศรางวัล “LINE TV AWARD” ขึ้นครั้งแรก โดยรางวัล Top Most Viewed หรือละครที่มียอดชมสูงสุดแห่งปี ได้แก่ “O-Negative” ด้วยยอดชมมากกว่า 210 ล้านวิว, รางวัล Content Of The Year หรือคอนเทนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ได้แก่ มินิซีรี่ย์ “I HATE YOU I LOVE YOU” ด้วยยอดชมรวมสูงสุดมากกว่า 128 ล้านวิว.

 

ไทยประกันรับคุ้มครองทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898701


นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กองทัพบกได้ร่วมกับบริษัทลงนามต่อสัญญาประกันชีวิตทหารต่อเนื่องเป็นปีที่ 31 โดยให้ความคุ้มครองกำลังพลทุกระดับชั้น ทั้งในยามสงบและยามสถานการณ์ปกติ ระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.60-31 มี.ค.61

“ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่รับประกันชีวิตทหาร โดยมิได้แสวงหากำไร เนื่องจากหากปีใดมีการจ่ายสินไหมทดแทนต่ำกว่าเบี้ยประกันรับ บริษัทจะคืนเงินส่วนเกินแก่กองทัพบก เพื่อนำไปใช้เป็นสวัสดิการต่อไป ตั้งแต่บริษัทรับประกันชีวิตทหารจนถึงปัจจุบัน ได้จ่ายสินไหมทดแทนแก่ทหารที่ทุพพลภาพและเสียชีวิตรวมกว่า 16,000 นาย คิดเป็นเงินสินไหมทดแทน 1,011 ล้านบาท และคืนเงินส่วนเกินแก่กองทัพบกเพื่อเป็นสวัสดิการแล้วจำนวนทั้งสิ้น 23.77 ล้านบาท”

ทั้งนี้ กรมธรรม์จะให้ความคุ้มครอง ได้แก่ พลที่ออกปฏิบัติหน้าที่ภาคสนามที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งในและนอกประเทศ, นักเรียนนายร้อยที่เสียชีวิตและทุพพลภาพ รวมทั้งคุ้มครองข้าราชการและลูกจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ในยามปกติ.

 

คุมจัดสรรหุ้นผู้มีอุปการคุณ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 05:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898695


ก.ล.ต.ออกกฎห้ามเกิน15%หวังสกัดก๊วนปั่น

ก.ล.ต.ออกกฎคุมการกระจายหุ้นไอพีโอให้ผู้มีอุปการคุณหวังคุมก๊วนสร้างราคาหุ้น หลังพบการจัดสรรหุ้นให้ผู้มีอุปการคุณกระจุกตัวกับกลุ่มบุคคลมากถึง 40-50% ของจำนวนหุ้นที่ขายทั้งหมด ทำให้ง่ายต่อการสร้างราคาในช่วงแรกที่เข้าซื้อขาย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้มีอุปการคุณมีชื่อซ้ำไปซ้ำมาในหุ้นไอพีโอหลายตัว ออกกฎเข้มห้ามจัดสรรผู้มีอุปการคุณเกิน 15% และต้องสร้างประโยชน์ให้บริษัทอย่างชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างปรับปรุงเกณฑ์การจัดสรรหุ้นที่เสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ให้กับผู้มีอุปการคุณและบุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (RP) เพื่อให้มีการกระจายหุ้นไอพีโอแก่ผู้ลงทุนทั่วไปอย่างเพียงพอ ไม่ให้กระจุกตัวกับกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากพบว่าบางกรณีมีการจัดสรรหุ้นไอพีโอให้ผู้มีอุปการคุณมากถึง 40-50% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด จนทำให้ราคาหุ้นช่วงแรกที่เข้าซื้อขายในตลาดร้อนแรงมาก หรือสูงกว่าราคาไอพีโออย่างมาก เพราะง่ายต่อการควบคุมปริมาณหุ้นเพื่อสร้างราคาให้สูง นอกจากนี้ ยังพบว่าการจัดสรรหุ้นไอพีโอให้ผู้มีอุปการคุณมีลักษณะการมีอุปการคุณกับบริษัทไม่ชัดเจน เช่น ผู้ให้คำแนะนำ หรือที่ปรึกษา เป็นต้น และมีรายชื่อผู้มีอุปการคุณซ้ำกันในบริษัทที่ทำไอพีโอที่อยู่คนละอุตสาหกรรม จึงทำให้มีข้อสงสัยว่า เป็นผู้มีอุปการคุณของบริษัทที่แท้จริงหรือไม่

“ที่ผ่านมาพบหุ้นไอพีโอหลายกรณีราคาร้อนแรงในช่วงแรกที่เข้าจดทะเบียน ส่วนหนึ่งเกิดจากหุ้นที่จัดสรรกระจุกตัวมากในกลุ่มผู้มีอุปการคุณถึง 40-50% ซึ่งทำให้สามารถควบคุมและสร้างราคาหุ้นได้ง่าย โดยเกณฑ์ใหม่สัดส่วนการจัดสรรให้ผู้มีอุปการคุณและบุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ไม่เกิน 15% ของหุ้นไอพีโอจากเดิมที่ไม่มีการกำหนดสัดส่วน และเมื่อรวมกับการจัดสรรให้พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยแล้วต้องไม่เกิน 25% ของหุ้นไอพีโอ โดยขณะนี้ ก.ล.ต.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงเกณฑ์ดังกล่าวจากผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 28 เม.ย.นี้”

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ได้ปรับปรุงนิยามของผู้มีอุปการคุณให้ชัดเจนขึ้นว่า ต้องเป็นบุคคลที่สร้างประโยชน์ให้แก่บริษัทอย่างต่อเนื่องและชัดเจน โดยให้คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ และจัดส่งรายชื่อดังกล่าวต่อ ก.ล.ต.เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ชื่อบุคคลอื่นที่แฝงมาในนามผู้มีอุปการคุณและใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างราคาหุ้น รวมทั้งให้คณะกรรมการบริษัทมีส่วนรับผิดชอบในกระบวน การจัดสรรหุ้นให้มีการจัดสรรให้กับผู้มีอุปการคุณที่แท้จริง

ด้านนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า บริษัทสนับสนุนการปรับปรุงเกณฑ์ใหม่ในการจัดสรรหุ้นไอพีโอให้กับผู้มีอุปการคุณและบุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัท เพื่อให้มีเกณฑ์จัดสรรให้ชัดเจน จากที่ผ่านมามีการจัดสรรให้ผู้มีอุปการคุณในสัดส่วนที่สูง ทำให้มีการนำไปสร้างราคาได้ง่าย ซึ่งตามวัตถุประสงค์การขายหุ้นไอพีโอควรกระจายให้กับประชาชนทั่วไป ในสัดส่วนที่สูงกว่า “กรณีนี้เอเซียพลัสไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นไอพีโอ ที่เป็นลูกค้าเอเซียพลัสบางรายมีการจัดสรรหุ้นไอพีโอแก่ผู้มีอุปการคุณในสัดส่วนที่สูง และบริษัทก็ได้ต่อรองให้ลดสัดส่วนลงมา เช่น เสนอในสัดส่วน 30% ทางเราก็จะต่อรองให้ลงเหลือ 20-25% แล้วเพิ่มสัดส่วนของนักลงทุนทั่วไปให้มากขึ้นตามวัตถุประสงค์ของการกระจายหุ้นไอพีโอ”

ทั้งนี้ ปี 60 เอเซียพลัสมีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 3-4 บริษัท จากปัจจุบันที่มีในมือจำนวน 29 บริษัท และยังมีงานที่ปรึกษาในการปรับโครงสร้างการเงินและซื้อหรือควบรวมกิจการอีก 28 บริษัท นางสาวรินใจ ชาครพิพัฒน์ รองผู้จัดการหัวหน้า สายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยผลการจัดงาน SET in the City 2017 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-26 มี.ค.ที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จมาก โดยมีผู้ชมงานตลอด 4 วันกว่า 120,000 คน และมี การทำธุรกรรมการเงินการลงทุนร่วม 16,000 รายการ มูลค่าเงินลงทุน 518 ล้านบาท โดยพบว่ากว่า 50% เป็นผู้ลงทุนหน้าใหม่ที่มาร่วมงานเป็นครั้งแรกและเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานไม่เคยลงทุนในหุ้น.

 

กบข.ชื่นใจลงทุนไตรมาสแรกฉลุย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898690


นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า คาดว่าผลตอบแทนของ กบข.ช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2560 จะทำได้ดีกว่าไตรมาส 1 ปี 2559 โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยทำได้แล้วประมาณ 1% ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตลาดหุ้นมีความผันผวนและปรับลงแรง จนทำให้อัตราผลตอบแทนลดลง ทั้งนี้ ผลตอบแทน ที่เป็นบวกดังกล่าว มาจากการลงทุนในตลาดหุ้น ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกประมาณ 3% ขณะที่การลงทุนในตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนเป็นบวกที่ 0.6% นอกจากนี้ กบข.ยังมีเงินสมทบจากสมาชิกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน (เอ็นเอวี) มาอยู่ที่ 786,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2559 ที่อยู่ในระดับ 770,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2560 กบข.ยังตั้งเป้าที่จะทำผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อและเงินฝากที่อยู่ในอัตรา 2.5% แต่อาจจะมีผลตอบแทนไม่สูงเท่าปีที่แล้วที่ 5.9% เนื่องจากปี 2559 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาแรง ส่งผลบวกต่อการลงทุนของ กบข.อย่างมาก ส่วนในช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นนั้น กบข.ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กบข.ลงทุนในตลาดหุ้นไทยในสัดส่วน 8-9% ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ 14% ในส่วนนี้เป็นตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว 8.5% โดยชื่นชอบการลงทุนในหุ้นตลาดสหรัฐอเมริกามากที่สุด รวมทั้งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 7% ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน 2% และลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง เช่น ตราสารหนี้มากกว่า 60% ที่เหลือลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดหุ้น.

 

ดัน ธอส.ให้กู้บ้านผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 05:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898687


นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่…) พ.ศ… เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ.2496 ให้สามารถรองรับการให้สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) ตามนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยให้ผู้สูงอายุที่มีที่อยู่อาศัยของตนเอง ให้สามารถนำที่อยู่อาศัยมาเข้าโครงการเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการนี้และมอบให้ ธอส.เป็นผู้นำ แต่ติดปัญหาที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับการทำธุรกิจนี้อย่างชัดเจน จึงมีการแก้กฎหมายเพื่อให้ดำเนินการได้

ขณะเดียวกัน ยังแก้ไขเพิ่มเติมให้ ธอส. มีอำนาจออกและขายสลากออมทรัพย์เพื่อให้มีช่องทางใหม่ในการระดมทุนระยะยาวยิ่งขึ้น เนื่องจากการให้สินเชื่อของ ธอส.มักจะเป็นสินเชื่อระยะยาว 15-20 ปี แต่การระดมเงินฝากที่ผ่านมาทำได้เพียงเงินฝากระยะสั้น

นอกจากนั้น ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการซึ่งเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่…) พ.ศ… มีสาระสำคัญขยายขอบเขตให้สามารถประกอบกิจการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเข้าซื้อหุ้นในกิจการประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย กิจกรรมประเมินมูลค่าทรัพย์สิน กิจการรับจัดทำสัญญา และจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และกิจการประกันวินาศภัยและประกันชีวิตได้ ซึ่งจะทำให้ ธอส.ออกประกันราคาถูก เพื่อผู้มีรายได้น้อยควบคู่ไปกับการออกสินเชื่อได้.

 

ชง“สหกรณ์”แก้ราคาสินค้าเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 05:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898686


ผู้สื่อข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า น.ส.ชุติมา บุญยประภัศร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งยกระดับสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ที่ทำธุรกรรมด้านการเกษตรเพื่อให้ทุกสหกรณ์ทำธุรกิจได้ครบวงจรธุรกิจ ตั้งแต่รับฝากเงิน ให้กู้ รับซื้อ แปรรูปและขาย จากที่ขณะนี้มีเพียง 68 แห่ง หรือ 1.7% จากสหกรณ์ที่ทำธุรกิจด้านการเกษตรทั้งหมด 3,941 แห่ง โดยจะต้องหาแนวทางให้สหกรณ์ทำธุรกิจครบวงจร โดยเฉพาะธุรกิจรวบรวมหรือแปรรูปที่ให้ บริการสมาชิก ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ทำให้ราคาสินค้าการเกษตรไม่ตกต่ำ ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์มีรายได้มากกว่ารายจ่าย

ทั้งนี้ สมาชิกทั้งหมดของสหกรณ์การเกษตรมีเงินออมต่อสมาชิกเฉลี่ย 2,143.21 บาทต่อคน และหนี้สินต่อสมาชิกเฉลี่ย 4,154.64 บาท ต่อคน มีมูลค่าธุรกิจ 7,348 ล้านบาท ประกอบด้วย สินเชื่อ 1,901 ล้านบาท คิดเป็น 25.87% รับฝากเงิน 39 ล้านบาท คิดเป็น 3.25% จัดหาสินค้า มาจำหน่าย 794 ล้านบาท คิดเป็น 10.81% รวบรวมและแปรรูป 4,393 ล้านบาท คิดเป็น 59.78% และให้บริการ 21 ล้านบาท คิดเป็น 0.29%.