มติกสท.พักใบอนุญาตVoiceTVรวม7วันมีผลเที่ยงคืน28มี.ค.เหตุขัดคำสั่งคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 14:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/897136


มติที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.มีมติ สั่งพักใช้ใบอนุญาติ ช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) รวม 7 วัน มีผล ตั้งแต่ 00:01 น. วันที่ 28 มี.ค.2560 ด้านวอยซ์ทีวี แถลงจะมีการปรับรูปแบบออกอากาศไปออกทางเว็บไซต์ของ Voice TV แทน…

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2560 พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ คณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุฯ มีมติพักใช้ใบอนุญาต ช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) เนื่องจากพบว่า วอยซ์ทีวี ออกอากาศเข้าข่ายทำผิดซ้ำซากในเนื้อหาที่กระทบความมั่นคง และรอบปี 2559 ที่ผ่านมา ทาง กสทช. ได้มีมติเตือนหลายครั้ง และมีคำสั่งพักรายการแล้ว แต่ก็ยังพบว่าได้นำเสนออยู่ ซึ่งต้องพิจารณาการลงโทษที่เข้มข้นมากขึ้น และเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เวลา 14.00 น. วันนี้ (27 มี.ค.2560) เพื่อออกเป็นมติบอร์ด กสท.

การประชุมคณะกรรมการ กสท. ช่วงบ่ายวันนี้ จะประกอบด้วย พ.อ. นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. พล.ท. พีระพงษ์ มานะกิจ และนายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. และไม่ได้ระบุว่าจะมีการแถลงข่าวหลังประชุมคณะกรรมการ กสท. เสร็จหรือไม่

ส่วนนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. ล่าสุดประกาศขอยุติบทบาทไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2560 จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมฯ

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ท.พีระพงษ์ ระบุว่า มติที่ประชุมบอร์ด กสท.สั่งพักใช้ใบอนุญาติ ช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) รวม 7 วัน มีผล ตั้งแต่ 00:01 น. วันที่28 มี.ค. เนื่องจากกระทำการที่ขัดกับ ม.37 และประกาศคสช.ฉบับ 97 และ 103

ด้าน นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการ แถลงข่าว กรณีบอร์ด กสท. มีมติพักใช้ใบอนุญาต Voice TV 7 วัน กล่าวว่า ทางสถานีเตรียมจะปรับรูปแบบการออกอากาศ เป็นผ่านช่องทางออกไลน์ทางเว็บไซต์ของ Voice TV พร้อมปรับรูปแบบรายการ เพื่อรองรับการกลับมาออกอากาศทางทีวีดิจิตอลอีกครั้ง รวมทั้งจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป.

 

เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ทองปรับขึ้น 100 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 09:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896821


ราคาทอง เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ปรับขึ้น 100 บาท โดยทองคำแท่งขายบาทละ 20,500 ส่วนรูปพรรณขายบาทละ 21,000 …

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำประจำวัน โดยเปิดตลาดราคาปรับขึ้น 100 บาท ทั้งนี้ ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 บาท ขายออกบาทละ 20,500 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 บาท ขายออกบาทละ 21,000 บาท

 

แห่ซื้อคอนโดปล่อยเช่าต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896626


อสังหาแนวรถไฟฟ้า-เมืองท่องเที่ยวยังคึก

โบรกเกอร์ฟันธงธุรกิจอสังหาปีนี้ยังคึกคัก นักลงทุนแห่ซื้อคอนโดปล่อยให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่า ชี้ย่านสุขุมวิทตามแนวรถไฟฟ้าและเมืองท่องเที่ยวฮิต ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์เคทีบีคาดกำไรบริษัทในตลาดหุ้นปีนี้กำไรโตยกแผงกลุ่มแบงก์ พลังงาน ก่อสร้าง สื่อสารโชว์กำไรสูงสุด ขณะที่ท่องเที่ยว และขนส่งกำไรเติบโตมากสุด

นายชาตรี โรจนอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี เปิดเผยว่า ในปี 60 คาดว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์จะมีกำไรรวมกัน 24,309 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.27% เนื่องจากผู้ประกอบการที่เลื่อนเปิดตัวโครงการในปลายปีที่แล้วมาเปิดตัวในปีนี้มากขึ้น ประกอบกับมีนักลงทุนหันมาลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมในโครงการใหม่ๆ ที่เปิดตามใจกลางกรุงเทพฯที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า และตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เพื่อให้นักธุรกิจต่างชาติที่ทำงานในไทยและนักท่องเที่ยว เข้ามาเช่า เพราะจะได้ผลตอบแทนที่สูงมาก “นอกจากมีการเปิดโครงการใหม่ๆเพิ่มขึ้นในปีนี้แล้ว ยังพบว่า อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นก็มีผลเช่นกัน ทำให้ผู้บริโภคต้องเร่งซื้อที่อยู่อาศัยกันมากขึ้นก่อนที่ดอกเบี้ยเงินกู้จะสูงขึ้นกว่านี้ และระยะหลังการซื้อคอนโดเพื่อลงทุนมีสัดส่วนที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่ลงทุนเพื่อให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยเช่า โดยย่านสุขุมวิทและย่านตามแหล่งท่องเที่ยวจะได้รับความนิยมมากขึ้น”

นายชาตรีกล่าวต่อว่า ขณะนี้ บล.เคทีบีได้ปรับเพิ่มประมาณกำไร บจ.ปี 60 ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะมีกำไร 940,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 990,000 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 59 ที่ผ่านมาออกมาดีและแต่ละบริษัทได้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ปี 60 กันจำนวนมาก โดยคาดว่ากลุ่มที่จะมีกำไรสูงสุดคือ กลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะมีกำไรรวม 232,197 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มพลังงาน คาดมีกำไรรวม 168,058 ล้านบาท, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กำไร 55,739 ล้านบาท, กลุ่มสื่อสาร กำไร 54,915 ล้านบาท และกลุ่มพาณิชย์ กำไร 38,789 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตจากปีก่อนมากสุด หรือเพิ่มขึ้นสูงสุด คือกลุ่มขนส่ง คาดว่าจะมีกำไร 36,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.48% รองลงมาเป็นบรรจุภัณฑ์ กำไร 785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.98%, กลุ่มท่องเที่ยว กำไร 8,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.12%, กลุ่มพาณิชย์ กำไร 38,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.49% กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ กำไร 2,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.36% “ธุรกิจขนส่งและท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของภาคท่องเที่ยวและราคาน้ำมันที่ลดลง ส่งผลให้กลุ่มขนส่งมีกำไรที่เพิ่มขึ้นมากสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ โดยกลุ่มขนส่ง เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมการบิน, การขนส่งทั่วไป ส่วนธุรกิจท่องเที่ยว มีปัจจัยหลักจากปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น.

 

ผุดคลินิกแก้หนี้เสีย! ช่วยคนไทยไม่หนีหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896625


ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือ FIDF ได้อนุมัติให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เปิดโครงการคลินิกแก้หนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนของประชาชนที่มีเพิ่มขึ้นมาก โดย เฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) โดยจะจัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชนในการแก้ปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่มีหนี้สินจำนวนมากยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้ต่อไปไม่ต้องกลายเป็นหนี้เสีย เบื้องต้นจะรับบริหารหนี้ที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินหลายราย มาบริหารเป็นก้อนเดียวในรูปแบบการรวมศูนย์ เพื่อให้ระบบการจัดการหนี้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้น ยังสนับสนุนหน่วยงานดังกล่าวให้เป็นกลไกของรัฐที่บริหารหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ขนาดใหญ่ในยามเกิดวิกฤติสถาบันการเงินในอนาคต

ส่วนกรณีการโอนหุ้นของธนาคารกรุงไทยซึ่งกองทุนฯถือหุ้น 7,696 ล้านหุ้น หรือ 55.05% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดให้แก่บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาตินั้นจะเป็นการโอนทั้งจำนวนตามมูลค่าตลาด.

 

พิษกระเป๋าตังค์ออนไลน์ EP.1 ลูบคมศิลปินดัง! มือดีแฮกเฟซ หลอกต้มโอนตังค์ผ่านแอป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895531


“มิจฉาชีพยุค 4.0!” ที่กำลังหากินจาก “ช่องโหว่” ของเทคโนโลยี…ทว่า ชาวเน็ตบางรายที่ไม่ทันได้ระมัดระวัง อาจเดินตกหลุมพรางอย่างไม่ได้ตั้งใจ บางรายอาจเผลอไผลเสียทรัพย์อย่างไม่ทันตั้งตัว บางรายอาจเป็นคนดัง บางครั้งอาจเป็นศิลปิน และไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร มิจฉาชีพยุค 4.0 ไม่มีวันปรานี!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินชื่อดังอย่าง นายวิโรจน์ เจริญพิพัฒน์สิน หรือ ‘ยุ่น วงแบล็คเฮด’ และ นายศรัณย์เขษ เจริญสรรพ์ หรือ ‘รัน วงเรทโทรสเปค’ เหยื่อคนดังที่ถูกลูบคมด้วยน้ำมือมิจฉาชีพยุค 4.0…แม้ว่าคุณจะมีความรู้ความชำนาญในเรื่องของเทคโนโลยีเพียงใด แต่สุดท้าย คุณก็ยังแพ้พ่ายให้กับกลโกงของโจรไฮเทค เป็นเพราะเหตุใด? ทำได้อย่างไร? เรามาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกัน…

ศิลปินดังโดนแฮกเฟซบุ๊ก ยืมเงินเพื่อนทั่ววงการ!

นายวิโรจน์ เจริญพิพัฒน์สิน หรือ ‘ยุ่น วงแบล็คเฮด’ และ นายศรัณย์เขษ เจริญสรรพ์ หรือ ‘รัน วงเรทโทรสเปค’ ได้ไล่เรียงเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ (5 ก.พ. 60) นายวิโรจน์ (ยุ่น แบล็คเฮด) ถูกมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับส่งข้อความไปขอยืมเงินจากเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของนายวิโรจน์ เป็นจำนวนหลายสิบราย ซึ่งหนึ่งในเพื่อนๆ ที่มิจฉาชีพทักไปก็คือ นายศรัณย์เขษ (รัน เรทโทรสเปค) ซึ่งนายศรัณย์เขษเข้าใจผิดว่า นายวิโรจน์ นักดนตรีรุ่นพี่ที่เคารพรัก กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อนายศรัณย์เขษ เห็นข้อความดังนั้น ตนจึงไม่รีรอที่จะรีบให้ความช่วยเหลือด้วยการโอนเงินจำนวน 5,000 บาท ไปให้นายวิโรจน์(ยุ่น แบล็คเฮด)ทันที (ดูข้อความสนทนาจากภาพประกอบด้านล่าง)

“ไม่นานหลังจากที่ผมโอนเงินไปให้มิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็นพี่ยุ่นไปแล้ว ผมก็เห็นข้อความจากเพื่อนๆ คนอื่นของพี่ยุ่นที่เขาแชร์กันว่า เฟซบุ๊กพี่ยุ่นโดนแฮ็ก หากมีใครมาขอยืมเงิน อย่าโอนให้เป็นอันขาด เมื่อเห็นดังนั้น ผมจึงได้รู้ว่า พี่ยุ่นไม่ใช่คนที่มายืมเงินผมแน่ๆ แล้ว ผมจึงพยายามยื้อเวลาที่จะพูดคุยกับมิจฉาชีพอยู่ครู่ใหญ่ เพื่อต้องการรู้ให้ได้ว่าพิกัดที่มิจฉาชีพใช้เฟซบุ๊กพี่ยุ่นคุยกับผมนั้นอยู่ที่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล” รัน วงเรทโทรสเปค บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาเองจดจำฝังใจ

ไว้ใจ-สนิทสนม กลโกงมิจฉาชีพหลอกต้ม!

“ส่วนเหตุผลที่ผมตัดสินใจโอนเงินในครั้งนี้ ก็เพราะว่า มิจฉาชีพมีการใช้คำพูดคำจาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พี่ยุ่นใช้พูดกับผมเสมอมา และยังมีการเรียกชื่อเฉพาะของผม ซึ่งเป็นชื่อที่จะมีเฉพาะคนสนิทเท่านั้นที่รู้จัก เพราะด้วยความสนิทสนม และความไว้ใจ มันได้กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจโอนเงิน นายศรัณย์เขษ หรือ รัน วงเรทโทรสเปค บอกเล่าตามความรู้สึก ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

รัน วงเรทโทรสเปค ยังบอกเล่าต่อไปอีกว่า ภายหลังจากที่ตนโอนเงินจำนวน 5,000 บาท ไปให้มิจฉาชีพแล้วนั้น ตนก็รีบเดินทางไปแจ้งความที่ สน.บางชัน เพื่อลงบันทึกประจำวัน พร้อมกับโทรหาคอลล์เซ็นเตอร์ของธนาคารกสิกรไทยทันที เพื่อขอให้ทางธนาคารอาญัติเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งตนรอสายนานราว 15 นาที จึงมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ และทางเจ้าหน้าที่ของธนาคารได้แจ้งกับตนผ่านทางโทรศัพท์ว่า ธนาคารไม่สามารถอาญัติเงินของคุณได้

ในวันรุ่งขึ้น (6 ก.พ. 60) นายศรัณย์เขษ หรือ รัน วงเรทโทรสเปค พร้อมกับ นายวิโรจน์ หรือ ยุ่น แบล็คเฮด จึงเดินทางเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

6 สเตปแฮกเฟซบุ๊ก เนียนปล้นเงินผ่านแอปฯ กระเป๋าเงินออนไลน์

รัน วงเรทโทรสเปค กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงกลโกงของมิจฉาชีพที่ใช้เทคโนโลยีหาประโยชน์กับคนบริสุทธิ์ว่า “ต่อมาภายหลัง จากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ จึงได้ทราบว่า มิจฉาชีพที่แฮกเฟซบุ๊กพี่ยุ่น เพื่อหลอกยืมเงินเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของพี่ยุ่นนั้น มีการทำงานกันเป็นกระบวนการ โดยขั้นตอนที่ 1. มิจฉาชีพจะเลือกติดต่อไปยังพ่อค้า True Wallet ที่ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ หรือสามารถรับโอนเงินได้อย่างรวดเร็ว และพ่อค้าคนนั้นๆ จะต้องมีบัญชีธนาคารผูกไว้กับแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet จากนั้น มิจฉาชีพจะทำทีเป็นแจ้งพ่อค้าว่า ประเดี๋ยวจะมีคนโอนเงินเข้ามาให้ เพราะฉะนั้น ให้พ่อค้าสแตนบายรอรับเงิน และพ่อค้าจะต้องโอนเงินให้แก่มิจฉาชีพทันทีที่เงินเข้า

  • หมายเหตุ : พ่อค้า True Wallet คือ พ่อค้าที่มีบัญชีธนาคารผูกกับแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางคอยรับและโอนเงินจากบุคคลต่างๆ ที่ต้องการใช้จ่ายผ่าน TrueMoney Wallet (ยกตัวอย่างเช่น นายเอ จะโอนเงิน 1,000 บาทไปให้ นายบี โดยผ่านพ่อค้า TrueMoney Wallet ซึ่งพ่อค้าจะหักเงินค่าบริการไป 100 บาท (หรือแล้วแต่จะตกลงกัน) เพราะฉะนั้น นายบีจะได้เงินไปทั้งสิ้น 900 บาท) อย่างไรก็ตาม พ่อค้า True Wallet จะมีรายได้ค่อนข้างดี โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเยาวชนที่ชื่นชอบการเล่นเกม และจะนำบัญชีธนาคารของพ่อแม่ไปผูกกับแอปพลิเคชันดังกล่าว

นายวิโรจน์ หรือยุ่น แบล็คเฮด กล่าวถึงขั้นตอนที่ 2 ว่า มิจฉาชีพจะพยายามแฮกเข้าไปในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ใดผู้หนึ่ง โดยเลือกเจ้าของเฟซบุ๊ก หรือเหยื่อ ที่มักจะทิ้งเบอร์โทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด ชื่อจริงหรือชื่อเล่นไว้ตามเฟซบุ๊ก หรือเจ้าของร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องแสดงเบอร์ ที่อยู่ หรือข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ไว้บนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก จากนั้น มิจฉาชีพจะนำข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เหล่านี้ มาถอดเป็นรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบของเฟซบุ๊ก ซึ่งจุดอ่อนของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในปัจจุบันก็คือ การนำเบอร์โทรศัพท์ ชื่อสกุล หรือข้อมูลส่วนตัวของตนเองมาใช้เป็นรหัสผ่าน ซึ่งเปรียบเสมือนการป้อนพาสเวิร์ดเข้าปากมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว

“ขั้นตอนที่ 3 เมื่อแฮกเข้าสู่ระบบเฟซบุ๊กของเหยื่อได้เป็นที่เรียบร้อย ทางมิจฉาชีพจะสวมรอยเป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก โดยย้อนขึ้นไปอ่านข้อความเก่าๆ ที่เจ้าของเฟซบุ๊กเคยใช้พูดคุยกับเพื่อน จากนั้น มิจจาชีพจะพยายามเลียนแบบคำพูดคำจาในลักษณะเดียวกับที่เจ้าของเฟซบุ๊กใช้ พร้อมกับทักไปหาเพื่อนๆ ของผู้ที่ถูกแฮก เพื่อขอยืมเงิน เหมือนกับที่มิจฉาชีพอ่านข้อความเก่าๆ ที่ผมกับรันคุยกัน” นายวิโรจน์ หรือ ยุ่น แบล็คเฮด บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวโดยละเอียด

นายศรัณย์เขษ หรือ รัน วงเรทโทรสเปค กล่าวถึงขั้นตอนต่อไปว่า จากนั้น ขั้นตอนที่ 4 มิจฉาชีพจะหลอกล่อให้เพื่อนของผู้ที่ถูกแฮกเฟซบุ๊ก โอนเงินเข้าไปในบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet ซึ่งบัญชีธนาคารดังกล่าว มิใช่บัญชีของแก๊งมิจฉาชีพ แต่กลับเป็นชื่อบัญชีของพ่อค้า TrueMoney Wallet ที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้รับโอนเงินอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้น เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าว เข้าสู่กระบวนการสืบหาตัวผู้กระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่รัฐก็จะพบเพียงแค่เจ้าของบัญชีที่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้รับโอนเงิน ซึ่งเป็นการยากที่จะสืบสาวไปถึงมิจฉาชีพตัวจริงได้

“เมื่อถึงขั้นตอนที่ 5 พ่อค้า TrueMoney Wallet ก็จะนำเงินจากเพื่อนของผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ถูกแฮกโอนไปยังแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet ของแก๊งมิจฉาชีพ นายศรัณย์เขษ หรือ รัน วงเรทโทรสเปค บอกเล่าตามข้อเท็จจริงที่ตนได้รับ

“โดยที่มาของแอปพลิเคชัน True Wallet ที่มิจฉาชีพเอาไว้ใช้รับเงินนั้น มาจากการหลอกล่อขอเบอร์โทรศัพท์จากผู้อื่นมาอีกทีหนึ่ง ซึ่งคนผู้นั้นอาจเป็นหญิงสาวมัธยมต้นที่ถูกมิจฉาชีพหลอกจีบ หรือหลอกพูดคุยต่างๆ นานา ให้ตายใจ และเมื่อได้เบอร์โทรศัพท์ของหญิงสาวมาแล้ว ทางมิจฉาชีพจะนำเบอร์ดังกล่าว ไปลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet และในส่วนของการกรอกชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชนนั้น มิจฉาชีพจะกรอกข้อมูลมั่วๆ ลงไปให้ครบ จากนั้น จะมีรหัส OTP (OTP หรือ One Time Password คือชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว) 6 หลัก ส่งเป็น SMS เข้าไปที่โทรศัพท์ของหญิงสาว ซึ่งมิจฉาชีพจะหลอกล่อให้หญิงสาวส่งรหัส 6 หลักนั้นๆ มาให้กรอก เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ TrueMoney Wallet ให้แก่มิจฉาชีพ และด้วยขั้นตอนเพียงเท่านี้ มิจฉาชีพก็สามารถเป็นเจ้าของบัญชี TrueMoney Wallet โดยลวงให้ผู้อื่นมาเป็นเจ้าของบัญชีแทนได้แล้ว นายศรัณย์เขษ หรือ รัน วงเรทโทรสเปค กล่าวกับผู้สื่อข่าวตามที่ตนได้พูดคุยสอบถามกับหญิงสาวที่ถูกมิจฉาชีพหลอกอีกทีหนึ่ง

นายศรัณย์เขษ หรือ รัน วงเรทโทรสเปค กล่าวถึงกระบวนการที่ 6 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายว่า มิจฉาชีพ จะติดต่อไปยังหญิงสาวที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีผู้ใช้ TrueMoney Wallet เพื่อขอรหัส OTP ที่ส่งเป็น SMS เข้ามายังโทรศัพท์ของหญิงสาว และเมื่อได้รหัส OTP มาแล้ว มิจฉาชีพก็จะนำรหัสนั้นๆ มาใช้ในการนำเงิน (ที่เป็นของผู้บริสุทธิ์) ออกจากแอปพลิเคชันดังกล่าว ไปใช้จ่ายต่อไป

ติดตามคืบหน้าคดีคนดัง…

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามความคืบหน้าของคดีไปยัง พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ศิลปสุข สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้รับคำตอบว่า “ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างติดตามตัวคนร้าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสที่คาดว่าจะติดตามตัวร้ายได้ในเร็วๆ นี้

นอกเหนือจากกรณีของ นายวิโรจน์ หรือ ยุ่น แบล็คเฮด และ นายศรัณย์เขษ หรือ รัน วงเรทโทรสเปค แล้วนั้น ทีมข่าวยังพบเหยื่อที่ถูกต้มด้วยน้ำมือของมิจฉาชีพยุค 4.0 ด้วยวิธีการหลอกล่อลักษณะเดียวกันอีก 2 ราย…

หนุ่มนักแต่งรถโดนแฮกเฟซ เพื่อนเชื่อสนิท แห่โอนเงินเข้ากระเป๋ามิจฉาชีพ!

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับ นายพิเชฐ ปานประสงค์ หนุ่มนักแต่งรถวัย 38 ปี หนึ่งในเหยื่อขบวนการแฮกเฟซบุ๊ก ถ่ายโอนเงินผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet ซึ่งนายพิเชฐ บอกเล่าด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านพ้นมาได้ไม่นานว่า “สำหรับกรณีของผมนั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 60 ช่วงเย็นๆ มีเพื่อนโทรศัพท์เข้ามาหาผมมากมาย เพื่อซักถามว่า อั้มๆ (ชื่อเล่นของนายพิเชฐ) จะยืมเงินหรือ และต้องการเร่งด่วนไหม ซึ่งทางผมก็งงมาก จึงรีบปฏิเสธเพื่อนทุกคนที่โทรเข้ามาถามไปว่า ผมไม่ได้ขอยืมเงินใครทั้งสิ้น แต่ทุกคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ผมส่งข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กไปขอยืมเงิน ซึ่งตอนนั้นผมรู้ทันทีว่า เฟซบุ๊กผมโดนแฮกเข้าให้แล้ว

หนุ่มนักแต่งรถ บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวต่ออีกว่า จากนั้นตนจึงรีบเดินทางไปแจ้งความที่ สน.บางเขน ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับเรื่องแจ้งกับตนว่า ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก หากจะให้ดีต้องไปแจ้งที่ ปอท. ซึ่งทาง ปอท.ก็แจ้งกับตนว่า กรณีเช่นนี้ ตามตัวคนร้ายได้ค่อนข้างยาก ด้วยเหตุนี้ ตนจึงเริ่มติดตามตัวคนร้ายด้วยตัวเอง จนพบว่า เจ้าของบัญชีเป็นพ่อค้า True Wallet คนเดียวกับยุ่น วงแบล็คเฮด และ รัน วงเรทโทรสเปค

“ไม่กี่วันให้หลัง ผมได้มาทราบว่า มีเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของผมจำนวน 5 คน ตัดสินใจโอนเงินไปให้มิจฉาชีพ คนที่ 1 เป็นพ่อค้าร้านมอเตอร์ไซค์ โอนเงินไปให้มิจฉาชีพจำนวน 1,300 บาท, คนที่ 2 เป็นผู้จัดการธนาคาร โอนเงินไปจำนวน 19,000 บาท, คนที่ 3 เป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร โอนเงินไปจำนวน 2,000 บาท, คนที่ 4 เป็นพนักงานบริษัทเอกชน โอนเงินไปจำนวน 4,000 บาท และคนที่ 5 คนสุดท้ายเป็นเจ้าของปั๊มแห่งหนึ่ง โอนเงินไปจำนวน 4,000 บาท รวมทั้งหมด 5 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 30,300 บาท นายพิเชฐ กล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น เนื่องจากมิจฉาชีพทำให้ทั้งตนและเพื่อนต้องเดือดร้อน

ผู้บริหารบริษัทเอกชนโดนด้วย! หลงเชื่อเพื่อนเดือดร้อน โอนไม่หยุด ยอดแตะเกือบ 5 หมื่น

น.ส.ดาเรศ ผู้บริหารบริษัทเอกชน วัย 38 ปี หนึ่งในเหยื่อขบวนการแฮกเฟซบุ๊กที่ถ่ายโอนเงินผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 60 มิจฉาชีพได้ใช้เฟซบุ๊กของญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ค่อนข้างมีความสนิทสนมส่งข้อความมาหาตน เพื่อขอยืมเงิน โอยอ้างว่า ณ เวลานั้น ไม่สะดวกโอนเงินให้ลูกค้า จึงขอให้ตนเป็นผู้โอนเงินแทน พร้อมกับถ่ายรูปเงินจำนวนมากส่งมาให้ดูว่ามีเงินอยู่ตรงหน้า แต่ไม่สามารถออกไปโอนได้ และให้คำมั่นสัญญาว่า จะโอนเงินคืนในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น

“เราก็เลยตัดสินใจโอนเงินเลย เพราะผู้ที่ทักมาขอยืมเป็นญาติสนิทใกล้ชิดกันมานาน และด้วยความที่เรากำลังยุ่งๆ อยู่กับงาน จึงรีบโอนไปให้ ตอนแรกทักมายืมแค่ 6,500 บาท เราก็ตัดสินใจโอนให้เลย ไม่กี่นาทีต่อมา ทักมายืมเป็นครั้งที่สองอีก 8,000 บาท จากนั้นก็ทักมาอีกเป็นครั้งที่สาม เป็นจำนวน 15,000 บาท และสุดท้ายครั้งที่ 4 เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท รวมเงินที่เราโอนไปให้มิจฉาชีพมีจำนวนทั้งสิ้น 49,500 บาท” น.ส.ดาเรศ จดจำจำนวนเงินโอนทั้งสี่ครั้งได้เป็นอย่างดี แม้เรื่องราวจะผ่านมานานร่วมเดือน

ผู้บริหารบริษัทเอกชน กล่าวด้วยอารมณ์เจ็บช้ำต่อไปอีกว่า หลังจากนั้น ตนจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.พื้นที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งกับตนว่า เหตุการณ์เช่นนี้ตามตัวคนร้ายได้ค่อนข้างยาก และเมื่อได้ยินดังนั้น ตนจึงเริ่มติดตามหาข้อมูลคนร้ายด้วยตนเอง โดยนำชื่อเจ้าของบัญชีที่ตนโอนเงินไปค้นในเว็บไซต์ google จนพบว่า เจ้าของบัญชีเป็นพ่อค้า True Wallet คนเดียวกันกับศิลปินดังยุ่น แบล็คเฮด และ รัน วงเรทโทรสเปค

อย่างไรก็ตาม กรณีมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊ก เพื่อหลอกถ่ายโอนเงินผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet นั้น มิใช่จะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ประสีประสากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายต่อหลายคน ไม่เว้นแม้แต่ดารา คนดัง หรือศิลปินนักร้องที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี ก็ยังพลาดพลั้งให้กับกลโกง กลโจรอย่างไม่ได้ตั้งใจ

เพราะฉะนั้น ช่องโหว่สำคัญของเหตุการณ์นี้ คืออะไร?
และ คุณควรทำอย่างไร ที่จะไม่ตกหลุมพรางมิจฉาชีพยุค 4.0?
ต้องติดตามตอนต่อไป!

อ่านเพิ่มเติม
พิษกระเป๋าตังค์ออนไลน์ EP.2 เจาะจุดอ่อนหลอกโอนตังค์ผ่านแอป ไฉนหาตัวคนร้ายไม่ได้?

พิษกระเป๋าตังค์ออนไลน์ EP.3 ยักษ์ใหญ่เคลียร์ข้อคาใจ บทสรุปมหากาพย์โอนตังค์ผ่านแอป!

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้ สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่…

เศรษฐกิจอาเซียนมีศักยภาพสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896622


นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพได้บรรยายให้แก่ผู้นำในหลักสูตร Global Business Leaders ภายใต้หัวข้อ “Current Trends : Reshaping Global Business and Banking” โดยกล่าวถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารอย่างกว้างขวางว่า ประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน เป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่มีศักยภาพมากที่สุดในโลกขณะนี้ แม้ว่าโลกจะกำลังฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ และประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาและยุโรปกำลังมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม แต่เอเชียยังเป็นตลาดที่เปิดโอกาสให้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน ด้วยตลาดที่มีขนาดใหญ่ แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากร และมีความแข็งแกร่งจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ

นายชาติศิริได้คาดการณ์แนวโน้มการทำธุรกิจในเอเชียว่า ธุรกิจควรลงทุนโดยคำนึงถึงการเติบโต 3 ด้าน คือด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างพลังงานและโทรคมนาคม ซึ่งจะช่วยชูศักยภาพของตลาด ด้านที่สองคือห่วงโซ่อุปทาน จากข้อได้เปรียบที่ประเทศสมาชิกมีความเชื่อมโยงกัน ทำให้หมุนเวียนทรัพยากรและแรงงานระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายคือการเติบโตของประชากรและเมืองใหญ่ ส่งผลให้ผู้มีรายได้ระดับกลางเพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้กำลังซื้อสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น นักธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้สามารถขยายธุรกิจเข้าไปในภูมิภาคได้ โดยใช้ข้อได้เปรียบจากจุดแข็งของแต่ละประเทศ และต้องปรับมุมมองใหม่ว่าแต่ละประเทศสามารถเป็นได้ทั้งผู้ผลิตสินค้าและบริการ และยังเป็นตลาดที่รองรับสินค้าและบริการเหล่านี้ด้วย พร้อมกันนี้ ต้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถเพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพการผลิต สำหรับธุรกิจธนาคารก็ต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะการเข้ามาของนวัตกรรมด้านการเงิน (ฟินเทค) ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแบบเดิม ธนาคารต้องรู้จักผนวกภูมิความรู้ในธุรกิจที่ธนาคารมีอยู่เดิม เข้ากับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆที่เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจให้ถึงขีดสุด.

 

“แม็กนั่ม” ส่งเรดเวลเว็ทรุกตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/896621


นายอะบิจิต กุลคาลนิ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดไอศกรีมวอลล์ บริษัท ยูนิลิเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายไอศกรีม “แม็กนั่ม” เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกของบริษัทที่มีการนำสูตรลับของเค้ก เรด เวลเว็ท จากร้านขนมหวานชื่อดังทั่วโลก มาพัฒนาเป็นรสชาติใหม่ คือ “แม็กนั่ม เรด เวลเว็ท” เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวสุขนิยม (Pleasure Seekers) ตามเทรนด์ของวงการขนมอบหรือเพสทรี ที่มาแรงมากในปัจจุบัน เห็นได้จากร้านเบเกอรี่ต่างๆทั่วโลก ล้วนมีเมนูเค้ก เรด เวลเว็ทซึ่งกลายมาเป็นสินค้าขายดีอันดับ 1 ในใจของคนรักขนมหวาน ทางแม็กนั่มจึงนำความสนุกจากไอศกรีมและเค้ก เรด เวลเว็ท มารวมไว้บนไอศกรีมแม็กนั่ม เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสความรู้สึกเหล่านี้ด้วย

ด้าน น.ส.พรทิพย์ ปัตยะกร ผู้จัดการแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอศกรีม เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกของวงการไอศกรีมที่มีการพัฒนาสูตร แม็กนั่ม เรด เวลเว็ท โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี และพัฒนาสูตรให้ใกล้เคียง กับเค้ก เรด เวลเว็ท จากร้านเพสทรีชื่อดัง โดยการผสมผสานไวท์ช็อกโกแลตแท้จากเบลเยียม และซอสครีมชีสเข้มข้น จนได้รสชาติสำหรับคนรุ่นใหม่ ตามสโลแกน “Never Stop Playing” สามารถซื้อได้แล้วที่ร้านค้าทั่วไป เซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท และซุปเปอร์มาร์เกตทั่วประเทศ.

 

บขส.กำชับรถตู้โดยสารติด GPS-เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง รับช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2560 21:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895775


บขส.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการจัดเตรียมรถตู้โดยสาร ให้เพียงพอบริการช่วงสงกรานต์ กำชับดูแลสภาพรถ-โชเฟอร์ รถทุกคันต้องติด GPS มีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ยึดคำสั่งคสช. หากฝ่าฝืนมีโทษพักใบอนุญาต หรือระงับเพิกถอน…

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พลตำรวจเอกอำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า เพื่อเตรียมรองรับการขนส่งผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทาง บขส. ได้เรียกประชุมผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร หมวด 2 วิ่งเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ถึงแนวทางปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสาร โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการ จัดเตรียมรถตู้โดยสารให้เพียงพอรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ และได้กำชับให้ผู้ประกอบการนำรถตู้ไปตรวจสภาพความพร้อมก่อนใช้งาน โดยรถตู้ทุกคันที่นำมาวิ่งให้บริการต้องติดตั้งระบบ GPS มีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง รวมทั้งให้ดูแลความพร้อมของพนักงานขับรถ เช่น ควบคุมไม่ให้ขับรถด้วยความเร็ว เกินกว่า 90 กิโลเมตร/ชั่วโมงขับรถ เมาไม่ขับ และขับรถไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน

ทั้งนี้ เพื่อให้การเดินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย บขส. ขอให้ผู้ประกอบการทุกราย ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะหากพบมีการกระทำผิด นอกจากโทษปรับแล้ว จะมีโทษตั้งแต่ พักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน ระงับใช้ใบอนุญาตไม่มีกำหนด และหากเป็นการกระทำผิดที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้น จะมีการยกเลิกเส้นทาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปยังผู้ประกอบการรายอื่นด้วย ส่วนเรื่องการกำหนดอัตราบรรทุกผู้โดยสาร จากเดิมให้บรรทุกได้ 14 ที่นั่ง/เที่ยว แต่หลังจากนี้จะบรรทุกไม่เกิน 13 ที่นั่ง/เที่ยว นั้น ขณะนี้ทางกรมการขนส่งทางบกกำลังพิจารณาถึงการปรับโครงสร้างที่นั่งในรถเพื่อให้เหมาะสม ซึ่งเมื่อมีความชัดเจนแล้วจะมีการแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบต่อไป .

 

ศึกน้ำดำหน้าร้อนเดือด “โค้ก-เป๊ปซี่” ขยับชิงตลาด 5 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2560 10:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895391


สงกรานต์-อากาศร้อนเข้าสู่ช่วงขาย “โค้ก” อัดแคมเปญสารพัดเน้นช่วงสงกรานต์คนกลับบ้านและท่องเที่ยว ด้าน “เป๊ปซี่” งัดกลยุทธ์เปิดตัวลวดลายแพ็กเกจจิ้งดีไซน์ใหม่สู้…

นางสาวคลาวเดีย นาวาร์โร ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลาในประเทศไทย ผู้ผลิตโค้กรุกตลาด โดยส่งแคมเปญดื่มด่ำทุกความรู้สึกคิดถึงบ้านให้การกลับบ้านครั้งนี้ยิ่งมีความหมายคลายร้อนเย็นฉ่ำชื่นใจไปกับโค้ก

ทั้งนี้ บริษัท โคคา-โคลาฯ ทุ่มงบ 180 ล้านบาท มุ่งเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงความรู้สึกคนไกลบ้านเดินทางกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยวสงกรานต์กับครอบครัว เพื่อนและคนรักพร้อมออนแอร์หนังโฆษณาใหม่ และเพลงใหม่ล่าสุดให้คนไทยกลับบ้านอย่างซึ้งใจกว่าที่เคย นอกจากนั้น พิเศษสุดส่งตู้เครื่องดื่มโค้กสงกรานต์ซ่า เซอร์ไพรส์แฟนโค้กกดดื่มโค้กอาจได้รับของกำนัลติดมือแบบไม่คาดฝัน สำหรับผู้เดินทาง ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง ขนส่งหมอชิต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนและสงกรานต์นี้ เครื่องดื่มเป๊ปซี่ โดย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เปิดตัวลวดลายแพ็กเกจจิ้งดีไซน์ใหม่ 6 ลวดลาย โดยระบุว่า เฉพาะหน้าร้อนนี้เท่านั้น

สำหรับมูลค่าตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ 5.15 หมื่นล้านบาท มีการแข่งขันชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างดุเดือด.

 

ทองคำราคาคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,900

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2560 10:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895361


ราคาซื้อขายทองคำในประเทศไทยโดยสมาคมค้าทองคำวันนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง โดยทองคำแท่งขายบาทละ 20,400 ส่วนรูปพรรณขายบาทละ 20,900…

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อขายทองคำประจำวันโดยราคาไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,300 บาท ขายออกบาทละ 20,400 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,935.40 บาท ขายออกบาทละ 20,900 บาท