สายการบินลุ้นใบอนุญาตใหม่ 30 มิ.ย. 4 รายถอดใจไม่ขอ “ไปต่อ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894267


กพท.แจงสายการบินไหนไม่ได้ใบอนุญาตบินใหม่ (เอโอซี) ก่อน 30 มิ.ย.ห้ามบินระหว่างประเทศ ขอให้เตรียมพร้อมดูแลผู้โดยสารที่จองล่วงหน้า ระบุไทยแอร์เอเชีย-บินไทย ไม่น่าห่วง คาดได้เอโอซีใหม่ เม.ย.นี้ ขณะที่ 4 สายการบินจ่อถอดใจไม่ไปต่อ มั่นใจปลดธงแดงได้แน่

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ซึ่งมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานว่า ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการตรวจสอบ 23 สายการบิน เพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (re-AOC) โดยจนถึงขณะนี้ได้มอบเอโอซีให้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เป็นสายแรก ขณะที่อีก 2 สายการบิน คือ ไทยแอร์เอเชีย และการบินไทย กำลังอยู่ขั้นตอนที่ 4.2 การตรวจภาคปฏิบัติ คาดว่าไทย แอร์เอเชียจะได้เอโอซีใหม่ต้นเดือน เม.ย.60 ส่วนการบินไทยคาดว่าจะได้เอโอซีใหม่ภายในเดือน เม.ย.นี้ ขณะที่สายการบินนกสกู๊ต แอร์เอเชียเอ็กซ์ และไทยสมายล์ อยู่ขั้นตอนที่ 4.1 การตรวจสำนักงาน, ส่วนสายการบินโอเรียนไทย เคไมล์ และนกแอร์ อยู่ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบเอกสาร

สำหรับ 14 สายการบินที่เหลือนั้น หลังจากเปิดให้แจ้งความจำนงการเข้ารับการตรวจเข้ามาภายในวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มี 10 สายการบินที่แจ้งเข้ามา ซึ่งเรียงตามจำนวนขนส่งผู้โดยสาร ได้แก่ การบินไทย ไลอ้อน เมนทรี, สบายดี แอร์เวย์ส, สยามแอร์ ทรานสปอร์ต, เอ็มเจ็ท, เอซี เอวิเอชั่น, ไทยฟลายอิ้ง, สยามแลนด์ ฟลายอิ้ง, วีไอพี เจ็ทส์ และเอช เอส เอวิเอชั่น ขณะที่เวียตเจ็ทแอร์ แจ้งเข้ามาในลำดับสุดท้าย

นายจุฬากล่าวต่อว่า สำหรับ 4 สายการบินที่ไม่แจ้งความจำนงเข้ามา ได้แก่ เอเชีย แอตแลนติก, เจ็ทเอเชีย, แอ็ดวานซ์ เอวิเอชั่น และกานต์แอร์ กพท. จะจัดคิวไว้ให้เช่นกันแต่ขึ้นกับสายการบินว่าจะรับการตรวจหรือไม่ โดยในวันที่ 4 เม.ย.นี้ กพท. จะเชิญทั้ง 14 สายการบินมาชี้แจงทำความเข้าใจ โดยแจ้งให้ทราบว่า วันที่ 30 มิ.ย.นี้ กพท.จะยื่นเรื่องให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) เข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้ประเทศไทยได้ปลดธงแดง

“ภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ หากสายการบินใดยังไม่ได้รับเอโอซี จะต้องหยุดให้บริการการบินระหว่างประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไปจนกว่าจะได้เอโอซี ใหม่ หรือประเทศไทยปลดธงแดงได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุที่ 4 สายการบินไม่แจ้งความจำนงเข้ารับการตรวจเข้ามานั้น อาจจะยังไม่พร้อมเพราะตามกำหนดการเดิมกระบวนการรีเอโอซีทั้ง 23 สายการบินจะแล้วเสร็จเดือน ม.ค.61 แต่เมื่อ กพท.เลื่อนกำหนดให้แล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.60 จึงทำให้ บางสายการบินเตรียมตัวไม่ทัน หรืออาจถอดใจ ซึ่งหลังจากนี้สายการบินต้องชะลอขายตั๋วโดยสาร และเตรียมแผนขนย้ายผู้โดยสารที่จองตั๋วมาแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ กพท.ตั้งเป้าว่าภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ จะสามารถออกเอโอซีให้ได้ประมาณ 12 ราย แต่จะเป็นไปตามเป้าหรือไม่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสายการบิน”

ทั้งนี้ ยังรายงานให้ที่ประชุมทราบความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมเข้ารับการตรวจสอบโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัย (ยูแซฟ) จากไอเคโอในเดือน ก.ค.60 ว่า กพท.กำลังจัดทำข้อมูลต่างๆ คืบหน้าประมาณ 50% จะยื่นให้ไอเคโอวันที่ 8 พ.ค.นี้ ส่วนการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยทางด้านการบิน หรือเอสเอสซี ตามข้อแนะนำของไอเคโอนั้น คืบหน้า 70% คาดว่าเดือน พ.ค.นี้ จะแล้วเสร็จครบ 100% และจะยื่นให้ไอเคโอวันที่ 30 มิ.ย.นี้.

 

บี้บุคลากรท่องเที่ยวฟิตภาษา ยกระดับฝีมือบุกอาเซียนก่อนถูกเบียดตกเวที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894257


นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ไทยควรเร่งพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการพัฒนาด้านภาษาและสมรรถนะให้เป็นไปตามมาตรฐานของอาเซียน เพื่อสร้างโอกาสเดินทางไป ทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียน หลังจากที่ไทยได้ลงนามในข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN MutualRecognition Arrangement on TourismProfessionals) หรือ MRA on TP ทำให้บุคลากรด้านการท่องเที่ยวในสาขาที่พักและการเดินทาง 32 ตำแหน่งงานสามารถเดินทางไปทำงานในประเทศสมาชิกได้ทุกประเทศ

อย่างไรก็ตาม บุคลากรเหล่านี้ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่อาเซียนกำหนด แต่ปัจจุบันคนไทยยังมีจุดอ่อนด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ หากบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยจะไปทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียนจำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วน ซึ่ง MRA on TP จะช่วยสร้างโอกาสในการเดินทางไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนได้ รวมทั้งยังสามารถยื่นขอรับการประเมินและรับรองจากคณะกรรมการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพการท่องเที่ยว และเมื่อได้รับการรับรองให้เป็นบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียนแล้ว ชื่อของบุคคลนั้นจะเข้าไปอยู่ในระบบทะเบียนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ซึ่งเป็นสื่อกลางให้นายจ้างและแรงงานใน 10 ประเทศอาเซียนได้พบกัน (Job Matching Platform) เพื่อเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์งานต่อไป

ทั้งนี้ การได้รับการรับรองเป็นบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน และมีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียนนี้เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงานอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งข้อมูลผู้ทำงานให้ผู้ประกอบการ และผู้ที่มีชื่อในทะเบียนถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการรับรองแล้ว และเป็นที่ยอมรับในอาเซียนว่าเป็นบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ.

 

สั่งลดราคายางมะตอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894247


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยร้องเรียนว่า ผู้ผลิตยางมะตอยได้ปรับราคาขายสูงถึง 100% ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้เชิญผู้ผลิตยางมะตอยในประเทศรายใหญ่ อาทิ ปตท., เชลล์, เชฟรอน ฯลฯ มาหารือเรื่องดังกล่าว และได้ขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตปรับลดราคาลงให้สมเหตุสมผล โดยคาดว่าจะเริ่มปรับลดราคาลงภายในสัปดาห์นี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่า ราคาขายยังสูงเกินจริงหรือผู้ผลิตไม่ยอมปรับลดราคาตามที่รับปากไว้ จะพิจารณานำยางมะตอยมาเป็นสินค้าควบคุมและมีมาตรการกำกับดูแลต่อไป

“ผู้ผลิตแจ้งว่าราคาที่ปรับขึ้นเป็น 100% ขณะนี้ เพราะปริมาณผลผลิตลดน้อยลงจากผู้ผลิต 2 ราย คือ ปตท. ที่มีกำลังการผลิตคิดเป็นสัดส่วน 40% ของการผลิตทั้งหมด และอีกรายประมาณ 10% ปิดปรับปรุงโรงงาน ทำให้มีสินค้าหายไปจากตลาดมากถึง 50% ประกอบกับราคาปรับขึ้นจากราคาน้ำมันที่เริ่มสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นมาก แต่ได้สั่งให้ปรับลดราคาลงมาให้สมเหตุสมผลแล้วภายในสัปดาห์นี้”

ส่วนสถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างอื่นๆนั้น ขณะนี้ยังไม่พบมีสินค้าใดปรับขึ้นราคา อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามอย่างใกล้ชิดไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม ขณะที่การดูแลปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชนนั้น กระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดตัวโครงการธงฟ้าประชารัฐ ในเดือน เม.ย.นี้.

 

ธนชาต-แอกซ่ารุกประกันภัย รับมือเหตุไม่คาดฝันเอสเอ็มอี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894232


นายสนอง คุ้มนุช รองกรรมการผู้จัดการเครือข่ายลูกค้ารายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับบริษัทธนชาตโบรกเกอร์ และบริษัทแอกซ่าประกันภัย ออกผลิตภัณฑ์ประกันภัย ธนชาต SME มีกันไว้ ให้ครอบคลุมทุกความเสี่ยงภัย อาทิ ภัยธรรมชาติ จลาจล น้ำท่วม โจรกรรม ชิงทรัพย์ ชดเชยธุรกิจหยุดชะงัก รวมทั้งคุ้มครองบุคคลภายนอก หรือลูกค้ากรณีเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น ทุนประกันภัยตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 30 ล้านบาท คิดเบี้ยประกัน 1,300-60,000 บาทต่อปี

“ปกติเอสเอ็มอีที่กู้เงินจากธนาคารไปประกอบธุรกิจทำประกันภัยอัคคีภัยอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ประกันที่ร่วมกับแอกซ่าประกันภัยในครั้งนี้ เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า หรือเป็นประกันภัยเสริม ที่ให้ความคุ้มครองทุกความเสี่ยงภัย ครอบคลุมไปถึงเหตุไม่คาดฝันขึ้น อาทิ ธุรกิจร้านอาหาร เมื่อมีลูกค้ามาทานอาหารแล้วท้องเสีย หรือเกิดอุบัติเหตุภายในร้านจะคุ้มครองบุคคลภายนอกในวงเงินประกันภัยสูงถึง 1 ล้านบาทต่อปี รวมถึงคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับเจ้าของกิจการด้วย”

ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความต้องการความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ซึ่งนอกเหนือจากการบริหารธุรกิจให้เติบโตแล้ว การป้องกันความเสี่ยงภัยให้กับธุรกิจก็นับเป็นเรื่องจำเป็นที่เจ้าของกิจการไม่ควรมองข้าม.

 

กรุงไทย ขนบริการด้านการเงิน-กองทุน ร่วมงาน SET in the City

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2560 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894282


ธนาคารกรุงไทย บลจ.กรุงไทย และกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ขนผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินร่วมงาน SET in the City 2017 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 มี.ค.60 นี้…

นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้นำแคมเปญต่างๆของธนาคารและบริษัทลูก เข้าร่วมงานมหกรรมการลงทุนครบวงจร ครั้งที่ 12 หรือ SET in the City 2017 ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 มี.ค.60 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สำหรับผลิตภันฑ์ที่ธนาคารได้นำไปร่วมออกบูธได้แก่ แคมเปญ กรุงไทย พร้อมเพย์ ดี ดี๊ ดี ฟรี X 3 รับดอกเบี้ยออมทรัพย์พิเศษเพิ่ม 0.50% ต่อปี นอกจากนี้ยังเงินฝากประจำปลอดภาษี KTB ZERO TAX MAX ฝากเท่ากันทุกเดือน 1,000 – 25,000 บาท เลือกฝากได้ 24 เดือน 36 เดือน และ 48 เดือน อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 2.95% ต่อปี

สำหรับลูกค้าที่สนใจด้านการลงทุน บลจ.กรุงไทย ได้เตรียมแพคเกจที่เหมาะสมกับลูกค้าทุกกลุ่ม ประกอบด้วยกองทุน KT-STPLUS สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นลงทุน เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก กองทุน KT-FINANCE และกองทุน KT-MSEQ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความรู้ด้านการลงทุนและต้องการสร้างความมั่งคั่งเป็นกองทุนที่ได้รับผลบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ กองทุน KTEF-LTF และกองทุน KTSE-RMF สามารถนำไปลดหย่อนภาษี กองทุน KT-SE สำหรับลูกค้าที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ มีประวัติการจ่ายเงินปันผลดี

ส่วนบมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดคาราวานตรวจสุขภาพฟรี ส่วน บมจ.หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย (KTAM) จัดโปรโมชั่นซื้อกองทุนตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รับกระเป๋า G2000 Pouch Bag สำหรับ บล.เคที ซีมิโก้ (KT ZMICO) มอบ Set Notepad KTZ เมื่อเปิดบัญชีภายในงานอีกด้วย.

 

พณ. ยกเครื่องตลาดสดทั่วกรุง ช่วยแม่ค้าสู้ศึกโมเดิร์นเทรด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 21:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894096


“พาณิชย์” เตรียมยกเครื่องตลาดสด เร่งถก กทม.ปรับปรุงแผงค้าให้มีมาตรฐาน หวังช่วยแม่ค้าสู้ศึกโมเดิร์นเทรด กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก…

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงมีแผนจะยกระดับตลาดสดทั่วกรุงเทพฯให้ได้มาตรฐาน ทั้งด้านความสะอาด และถูกสุขลักษณะ โดยไตรมาส 2 นี้ เตรียมหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการพัฒนาตลาดสดในพื้นที่กทม.ก่อน เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด ยกระดับแผงค้าให้มีมาตรฐาน และทำให้ประชาชนมาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ค้าสามารถแข่งขันกับการขายสินค้าอาหารสดในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) หรืออยู่ร่วมกันได้

“ตลาดสดเป็นอีกตลาดที่จะต้องพัฒนา แม้ปัจจุบันจะดีขึ้นมาก แต่การยกระดับยังไม่ได้ทำเต็มที่ ในขณะที่ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ไม่ค่อยนิยมมาซื้อของที่ตลาดสด ไปเดินโมเดิร์นเทรดกันหมด จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าข้างล่างอยู่ไม่ได้ ซึ่งการยกระดับ เช่น แผงขายเนื้อไก่ เนื้อหมู ต้องมีกระจกกั้นเพื่อรักษาความสะอาด ปัจจุบันมีไม่กี่แห่งเท่านั้น จึงทำให้ผู้บริโภคไม่เชื่อถือ แต่หากทำให้ตลาดสดทุกแห่งมีมาตรฐาน คนจะกลับมาเชื่อถือ และถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปด้วย”

อย่างไรก็ตามในช่วง 3 เดือนที่เข้ามาทำงาน ได้เน้นการทำงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งได้เร่งให้พัฒนาหลายด้าน โดยเฉพาะตลาดต่างๆ ทั้งตลาดชุมชนประชารัฐ ตลาดกลางสินค้าเกษตร ตลาดต้องชม และตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยว (แม็คเน็ต มาร์เก็ต) ซึ่งภายในเดือนพ.ค.นี้ จะเปิดตลาดทุเรียน ที่จ.เชียงใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนมาเที่ยวและกินทุเรียน และกำลังพิจารณาจะเปิดตลาดซีฟู้ด อาหารทะเลให้นักท่องเที่ยว ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และเมืองพัทยา.

 

บขส. เพิ่มรถ 7 พันเที่ยวรับมือคนกลับสงกรานต์ วางแผนแก้รถติดรอบขนส่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 19:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893942


บขส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงสงกรานต์ สั่งคุมเข้มความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ ทั้งการรัดเข็มขัดนิรภัย การติดตั้ง GPS งดจำหน่าย-ดื่มแอลกอฮอล์บนรถ และภายในสถานีทุกแห่ง ตามนโยบาย คสช.

พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวภายหลังประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถ วันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ปี 2560 ร่วมกับหน่วยงานด้านการจราจร ด้านขนส่ง และด้านความปลอดภัย ว่า บขส.ได้จัดเตรียมแผนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 13–17 เม.ย. โดย บขส. ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส.,รถร่วม,รถตู้) เพื่อรองรับประชาชนทั้งเที่ยวไป-กลับ จากปกติวันละ 5,986 เที่ยว เพิ่มเที่ยววิ่งเสริมประมาณ 1,316 เที่ยว/วัน รวมเที่ยววิ่งประมาณ 7,302 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 168,641 คน/วัน

ทั้งนี้ บขส. ได้จัดแผนเพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด บริเวณโดยรอบ สถานีขนส่งหมอชิต 2 ดังนี้ 1.ผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า เฉพาะรถโดยสาร ป.1 และรถวีไอพีของ บขส. เส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 10-12 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ให้ไปขึ้นรถที่กรมการขนส่งทางบก โดย บขส. ได้จัดรถตู้ไว้ให้บริการรับ–ส่งฟรี บริเวณด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) 2.ผู้โดยสารที่ไม่ได้จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ให้ติดต่อซื้อตั๋วโดยสาร และขึ้นรถโดยสารที่ สถานีขนส่งหมอชิต 2 ตั้งแต่วันที่ 10-12 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเที่ยวสุดท้ายของการเดินรถ

รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวด้วยว่า ตามที่ คสช. ใช้ ม.44 เพิ่มมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยขณะอยู่บนรถ โดยตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2560 เป็นต้นไป บขส.จะออกใบบรรจุเที่ยววิ่งให้เฉพาะรถตู้โดยสารที่ติดตั้ง GPS เท่านั้น โดยรถที่ไม่ติดตั้งระบบ GPS ถือเป็นรถที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี บขส. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจรถโดยสาร และตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้กับพนักงานขับรถ บนทางหลวงสายหลัก พร้อมกำหนดให้รถสายยาวที่ใช้เวลาในการเดินทาง เกินกว่า 4 ชั่วโมง ต้องจัดพนักงานขับรถ จำนวน 2 คน และควบคุมไม่ให้ขับรถโดยสารด้วยความเร็ว เกินกว่า 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง รวมทั้งติดป้ายห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถโดยสารทุกคัน และภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่ง ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัยในการเดินทางสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ไทยเฮ! ได้โอกาสขยายตลาด เกาหลีใต้เว้นภาษีนำเข้าไก่ เริ่มต้น เม.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 18:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893940


“พาณิชย์” เผยเกาหลีใต้เตรียมประกาศเว้นภาษีนำเข้าไก่ตั้งแต่ต้น เม.ย.นี้ แก้ปัญหาการขึ้นราคาจากเชื้อไข้หวัดนกระบาด ทำไก่ไทยมีโอกาสส่งออกมากขึ้น เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมดันไก่ไทยเข้าตลาดเพิ่มขึ้น…

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ รายงานว่ากระทรวงเกษตรของเกาหลีใต้มีแผนจะยกเว้นภาษีนำเข้าไก่ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.60 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการขึ้นราคาในระหว่างที่มีเชื้อไข้หวัดนกระบาดอย่างรุนแรงภายในประเทศ และมีการระงับการนำเข้าไก่จากสหรัฐฯ ถือเป็นโอกาสของผู้ส่งออกไก่ปรุงสุก และไก่แช่เย็นแช่แข็งของไทยในการขยายตลาดในเกาหลีใต้

”ปัจจุบัน ไก่ไทยเสียภาษีนำเข้าเกาหลีใต้ในอัตราสูง โดยเฉพาะไก่ปรุงสุก มีภาษีนำเข้า 30% ส่วนไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง 20% สูงกว่าไก่จากสหรัฐฯ ที่เสียภาษีนำเข้าเพียง 8% หากรัฐบาลเกาหลีใต้มีการยกเว้นภาษีนำเข้าไก่ดังกล่าว จะทำให้ไก่ไทยมีการขยายตลาดในเกาหลีใต้มากขึ้น และแข่งขันกับคู่แข่งที่สำคัญ เช่น บราซิล และสหรัฐฯ ได้”

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ได้อนุญาตให้ไทยสามารถส่งออกไก่สดไปยังเกาหลีใต้ได้ กระทรวงได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล เร่งดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการส่งออกไก่ไทยเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้เพิ่มมากขึ้น

ด้านนางสาววิลาสินี โนนศรีชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล กล่าวว่า การยกเว้นภาษีนำเข้าครั้งนี้ เกิดขึ้นจากผู้ผลิตชาวเกาหลีใต้ต้องการขึ้นราคาขายไก่ หลังจากที่ระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานฯ ได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ส่งออกไก่ไทย และผู้นำเข้าเกาหลีใต้ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี คาดว่าจะนำเข้าไก่ปรุงสุกและไก่แช่เย็นแช่แข็งจากไทยภายใน 1 ปี มูลค่า 43 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยปี 59 ไทยส่งออกไก่แปรรูปและไก่สดแช่เย็นแช่แข็งไปเกาหลีใต้รวม 43.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 50.08% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา จึงฆ่าทำลายสัตว์ปีกกว่า 35 ล้านตัว หรือมากกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนไก่ทั้งหมดในเกาหลีใต้ ปัจจุบันราคาขายปลีกไก่กิโลกรัม (กก.) ละ 5,713 วอน หรือ 4.98 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5.7% เพราะมีการระงับการนำเข้าไก่จากสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. 60.

 

เอกชน 15 ราย เสนอราคาซื้อข้าวรัฐ 2.07 ล้านตัน สูงสุดโลละ 5.10 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 18:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893881


พาณิชย์ เผยเอกชน 15 รายเสนอราคาซื้อข้าวรัฐเข้าอุตฯ มิใช่คนบริโภค แค่ 2.07 ล้านตัน จาก 3.66 ล้านตัน เสนอราคาซื้อต่ำสุดโลละ 1.88 บาท สูงสุดโลละ 5.10 บาท เตรียมชงคณะทำงานระบายข้าวเคาะ 28 มี.ค. ก่อนเสนอ นบข. เห็นชอบ…

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเปิดซองเสนอราคาซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภคปริมาณ 3.66 ล้านตันว่า มีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ 19 ราย มายื่นซองเสนอราคาซื้อเพียง 16 ราย โดยมี 15 รายที่ยื่นเสนอซื้อในราคาสูงสุดรวมปริมาณ 2.07 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 56.50% ของปริมาณข้าวที่เปิดประมูลทั้งหมด มูลค่าที่เสนอซื้อ 9,205 ล้านบาท โดยเสนอราคาซื้อตั้งแต่ตันละ 1,880-5,100 บาท/ หรือกิโลกรัม (กก.) ละ 1.88-5.10 บาท

สำหรับผู้ที่เสนอซื้อครั้งนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ พลังงานไฟฟ้า อบเมล็ดพันธุ์พืช และกรดมะนาว โดยข้าวที่เสนอซื้อมากสุดคือ ข้าวขาว 5% ปริมาณ 1.56 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 42.5% รองลงมา คือ ปลายข้าว เอวัน เลิศ ปริมาณ 180,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 5% อย่างไรก็ตาม กรมจะนำผลการประมูลเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานระบายข้าว ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอให้ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติต่อไป

นายกีรติ กล่าวว่า ตามแผนการเปิดระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลที่ได้รับความเห็นชอบจาก นบข.นั้น ในเดือนเม.ย.นี้ จะนำข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวที่เก็บเกิน 5 ปีขึ้นไป ที่ไม่เหมาะสมทั้งการบริโภคของคนและสัตว์ ต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานเท่านั้น ปริมาณ 1.8 ล้านตัน มาเปิดประมูล ส่วนในเดือนพ.ค.จะนำข้าวที่เหลือในกลุ่ม 1 คือ ข้าวเกรดพี, เอ และบี (ข้าวผ่านมาตรฐาน) ที่มีข้าวเกรดซี (ข้าวเสื่อมคุณภาพ) ปนไม่เกิน 20% และคนสามารถบริโภคได้ ซึ่งเหลืออยู่ 1.5 ล้านตัน มาเปิดประมูลทั่วไป

ขณะที่เดือนมิ.ย. จะนำข้าวกลุ่ม 2 หรือข้าวที่เข้าสู่อุตสาหกรรมมิใช่คนบริโภค ที่เหลือจากการประมูลเมื่อวันที่ 23 มี.ค. มาเปิดประมูลอีกครั้ง รวมถึงจะนำข้าวกลุ่ม 3 ที่จะเปิดประมูลในเดือนเม.ย. มาเปิดประมูลอีกครั้งในเดือนก.ค.นี้ หากระบายในเดือนเม.ย.ไม่หมด

สำหรับการระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลทั้งหมด 18 ล้านตัน นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศนั้น ล่าสุด สามารถระบายไปแล้ว 10 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 103,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมข้าวที่กำลังทยอยระบายในปีนี้ เชื่อว่า ภายในปี 60 รัฐบาลน่าจะระบายข้าวออกจากสต๊อกได้หมด ส่วนการส่งออกข้าวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-21 มี.ค.60 ส่งออกแล้ว 2.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.7% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา มูลค่า 38,000 ล้านบาท ลดลง 1%.

 

หุ้นไทยปิดบวก ปรับเพิ่มขึ้น 2.06 จุด ที่ 1,568.72 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 18:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894002


หุ้นไทยปิดบวก เพิ่มขึ้น 2.06 จุด ปิดที่ 1,568.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,378.33 ล้าน…

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขายในแดนบวก ปรับขึ้น 2.06 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 1,568.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,378.33 ล้านบาท โดยตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก แตะจุดสูงสุดที่ระดับ 1,573.25 จุด และต่ำสุดที่ 1,567.42 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) และ 5.บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน).