หลักประกันธุรกิจค้ำเงินกู้ล้มเหลว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/862037


นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้านักวิเคราะห์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีเอ็มบีแบงก์ เปิดเผยว่า แม้ภาครัฐจะออก พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจมาร่วม 7 เดือนแล้ว แต่กฎหมายนี้ยังไม่ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในหลักประกันใหม่ ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์เองก็พิจารณาปล่อยกู้จากหลักทรัพย์ชนิดใหม่น้อย รวมถึงขั้นตอนการนำสินทรัพย์เข้าไปจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังมีความล่าช้าและไม่สะดวกเพียงพอ

“สถานการณ์ปัจจุบันเอสเอ็มอียังคงเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากนัก หวังว่ากระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ สมาคมธนาคารไทย จะเร่งหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันเพื่อให้กฎหมายดังกล่าวใช้ได้ผลโดยเร็ว”

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีลูกค้าตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ โรงงาน นำสต๊อกรถเครื่องจักร เข้ามาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันขอสินเชื่อตามกฎหมายใหม่บ้าง แต่ธนาคารยังปล่อยกู้ให้ไม่เยอะ เพราะขาดความชัดเจนเรื่องหลักทรัพย์ อีกทั้งยังห่วงว่าธนาคารยังไม่มีความชำนาญเพียงพอในการเข้าไปบริหาร หรือขายทรัพย์ทอดตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ได้มีการประกาศใช้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ก.ค.59 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในกิจการ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กิจการ 2.ลูกหนี้การค้า 3.อสังหาริมทรัพย์ใช้ประกอบธุรกิจ 4. อสังหาริมทรัพย์สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ 5.ทรัพย์สินทางปัญญา นำไปใช้เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อได้.

 

“พอเพียง” ยุค4.0 อนาคตพลังงานไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861796


“ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ใช้เชื้อเพลิง

อย่างอื่นได้…แต่ต้องขยัน หาวิธีที่ทำให้เชื้อเพลิงเกิดใหม่” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วันที่ 4 ธันวาคม 2548

เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ด้วยพระปรีชาสามารถด้านพลังงานและสายพระเนตรอันกว้างไกล ทำให้การพัฒนาพลังงานของประเทศไทยได้รับการวางรากฐานได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ตลอดจนเป็นต้นแบบของ “ความประหยัด” และ “ความพอเพียง” …ผ่านพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่าน

จากพระอัจฉริยภาพด้านพลังงาน และพระราชดำริด้านพลังงาน กระทรวงพลังงานน้อมนำแนวพระราชดำริด้านพลังงานของพระองค์ท่านแปลงสู่แผนปฏิบัติด้าน “พลังงานยุค 4.0”

ระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2560 ขอเชิญติดตามไปดูนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย “ก้าวมั่นคง ยั่งยืน พอเพียง” เวลา 11.00-20.00 น. ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

โซนที่ 1…25 ปี สนพ. (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน) ก้าวที่มั่นคง เพื่อพลังงานไทยที่ยั่งยืน เรื่องราว…ผลงาน กิจกรรมเสวนา “Energy4.0 อนาคตพลังงาน…อนาคตประเทศไทย” สัมมนาความรู้ด้านพลังงาน

โซนที่ 2…กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ก้าวที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนพลังงานไทย : สร้างสรรค์โปร่งใส ยั่งยืน

ที่ต้องไปดูกันให้ได้ก็คือ นวัตกรรมด้านพลังงาน อาทิ ยานยนต์ ไฟฟ้า พร้อมเทคโนโลยีสถานีชาร์จ (Charging Station)

โซนที่ 3…นิทรรศการชีวิตพอเพียง ชีวิตหาร 2 ณ ลานพาร์กพารากอน ประกอบไปด้วยนิทรรศการพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย, นิทรรศการพระราชจริยวัตร ร.9, นิทรรศการ 2 ทศวรรษ รวมพลังหาร 2

“การประหยัดอย่างพอสมควร อุ้มชูตัวเองได้อย่างพอสมควร” เท่ากับ “พอเพียง” หารสอง…เท่ากับ “การลดการใช้พลังงานลงครึ่งหนึ่ง แต่ความสบายไม่ลดลง การลดพลังงานที่เกินจำเป็นและใช้พลังงานเท่าที่ควร” เท่ากับ “การประหยัด”

สมการพลังงานพอเพียง…“ชีวิตพอเพียง” เท่ากับ “ชีวิตหาร 2”

พลังงานประเภทต่างๆที่ใช้กันทุกวันนี้ เรามีปริมาณพลังงานใช้ได้อีกนานแค่ไหน และประเทศไทยได้มีการพัฒนาพลังงานก้าวไปไกลแค่ไหน “คนไทย”…ต้องรู้ถึงคุณค่าของพลังงาน รู้จักใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

25 ปีมาแล้ว ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยการเป็นหัวหอกในการบริหารจัดการพลังงานเพื่อการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนมั่นคงของประเทศชาติ

…การมี “พลังงาน” ใช้อย่างเพียงพอกับความต้องการของประชาชน สอดคล้องกับการเติบโตขยายตัวของเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญ แน่นอนว่านโยบายด้านพลังงานที่ยั่งยืน…มั่นคง ขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ จะสะท้อนกลับกลายไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวไทย

นิยามคำว่า “4.0” คือการบ่งบอกวิวัฒนาการของการพัฒนา ในเรื่องพลังงานก็เช่นกัน 1.0 คือคนค้นพบไฟ…ยุคแห่งการค้นพบพลังงาน จุดเริ่มต้นของความเจริญก้าวหน้า

ต่อมา 2.0 เป็นการค้นพบแร่ธาตุอย่างถ่านหินที่ทำให้การจุดไฟติดได้นานขึ้น นำมาใช้เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก และ 3.0 คือยุคพลังงานที่เราค้นพบน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นการค้นพบพลังงานยุคใหม่…นั่นก็คือยุคปัจจุบัน

ที่เรากำลังจะก้าวข้ามไปสู่ยุค “พลังงานยุค 4.0” คือเรื่องพลังงานทดแทน 100% เป็นยุคพลังงานฐานนวัตกรรม มุ่งเน้นพลังงาน สะอาด เลือกใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ทั้งนั้น…การที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นได้จำเป็นจะต้องมีนวัตกรรมใหม่เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนพลังงานเหล่านี้ให้สามารถถูกนำมาใช้งานจริงได้ในชีวิตประจำวัน

“พลังงานยุค 4.0”…ในเชิงนโยบายแบ่งได้เป็นพลังงานฐานนวัตกรรมด้วยการนำเอาระบบไอซีที (ICT) มาประกอบโยงกับเรื่องพลังงาน ทั้งในเรื่องนวัตกรรมการประดิษฐ์ เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ ระบบเก็บสะสมพลังงาน…เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า เครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อการจัดการพลังงาน

…ผสมผสานกันจนเกิดเป็น “สมาร์ทซิตี้”…เมืองอัจฉริยะ

เรื่องที่สองก็คือพลังงานฐานเกษตร…ในเรื่องพลังงานจากพืช หรือรูปแบบการผลิตไฟฟ้าที่ผสมผสานระหว่าง “พลังงานธรรมชาติ” และ “พลังงานชีวภาพ” โดยต้องเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ในอนาคตได้ด้วย

พืชพลังงาน เช่น น้ำมันปาล์ม เอทานอล…พลังงานจากชีวมวลของเหลือจากการเกษตร

คำถามสำคัญมีว่า เราๆท่านๆควรปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับโลกยุค “พลังงานยุค 4.0”

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน บอกว่า พลังงานยุค 4.0 ใกล้ตัวที่สุดคือเรื่องพลังงานฐานนวัตกรรม

“ปัจจุบันชีวิตดิจิตอลไลฟ์เข้ามาแทรกซึมอยู่ทุกอณูของชีวิตเรา ทำให้ผู้ประกอบการไฟฟ้าเริ่มมีแอพพลิเคชั่นในการควบคุมการใช้พลังงานในแต่ละบ้าน รวมทั้งเจ้าของบ้านก็สามารถซื้อระบบบริหารจัดการไฟฟ้าเอาไว้ใช้ในบ้านได้ แล้วแสดงผลผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน”

น่าสนใจว่านวัตกรรมเหล่านี้…ทำในประเทศไทย โดยนักวิจัยไทย จากไอเดียคนไทย

ประเด็นท้าทายต่อมา…ความต้องการใช้ “พลังงานทดแทน”

ดร.ทวารัฐ ย้ำว่า นโยบาย “โซลาร์รูฟ” เสรี…ระบบผลิตไฟฟ้า จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้าน ส่งเสริมการผลิตเองใช้เองภายในบ้านและมีระบบควบคุมทั้งบ้านได้โดยอัตโนมัติ หากทำได้จริง…ไม่ใช่แค่บ้านจะขยายเป็นทั้งเมืองหรือทั้งประเทศ เราก็จะมีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลที่จะเกิดขึ้นตามมา…จะทำให้ “ผู้ใช้ไฟฟ้า” กลายมาเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้า” แน่นอนว่านวัตกรรมใหม่ๆจะต้องมี เพื่อรองรับอนาคตที่จะเกิดขึ้นนี้

ท้ายที่สุดนี้ การเกิดของ “พลังงานยุค 4.0” ประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน นักวิจัยไทยจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ฟากฝั่ง กระทรวงพลังงานเองก็ต้องทุ่มทุนสร้างงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนเพราะคาดหวังว่าคนไทยจะมีนวัตกรรมเรื่องเหล่านี้ได้ เป้าหมายสำคัญก็เพื่อลดการนำเข้า

“มองไกลออกไป…หากเกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างยิ่งใหญ่ เราสามารถผลิตนวัตกรรมใหม่ๆได้ ก็จะเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ในเรื่องการผลิตอุปกรณ์ เพื่อบริหารจัดการพลังงานได้โดยตรง” ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวทิ้งท้าย

“พลังงานยุค 4.0”…อนาคตพลังงานไทยจะยั่งยืนมั่นคงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเราคนไทยทุกคน.

 

อสังหาฯโคราชบูม! คาดงานมหกรรมบ้าน-คอนโด ฟันยอดทะลุ 500 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2560 10:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861657


(ภาพจากเฟซบุ๊ก:มหกรรมบ้านและคอนโดโคราช)

โคราชจัดงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์ บ้าน-คอนโด คาดฟันยอดทะลุ 500 ล้านบาท หวังเป็นแรงกระตุ้นตลาด ผลักดันเศรษฐกิจเมืองย่าโมมั่นคง… 

วันที่ 19 ก.พ. 60 นายกฤช หิรัญกิจ ประธานที่ปรึกษาสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรมงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์ บ้าน-คอนโด จ.นครราชสีมา ว่า งานดังกล่าวเป็นความร่วมมือของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.นครราชสีมา ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจบ้านจัดสรรการค้าอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ ที่รวมกลุ่มลักษณะร่วมด้วยช่วยกัน โดยใช้แนวคิดที่ว่า รีบซื้อบ้านแล้วความสุขจะอยู่รอบตัว

ทั้งนี้ มีเป้าหมายวัตถุประสงค์เพื่อคืนกำไรให้ประชาชนผู้บริโภค ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจ จ.นครราชสีมา ที่กำลังเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นอีกตัวหนึ่งในการผลักดัน และประคองเศรษฐกิจใน จ.นครราชสีมา ให้พัฒนาและมีความมั่นคงยิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นแรงกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน จ.นครราชสีมา สร้างยอดขายโดยรวมประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยงานจัดที่บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จะมีไปจนถึงวันที่ 27 ก.พ. 2560 โดยมีการออกบูธกว่า 50 ราย พร้อมทั้งกิจกรรมที่จะได้รับฟังเคล็ดลับเสริมฮวงจุ้ยการจัดบ้านกับซินแสชื่อดังอีกด้วย

 

ขส.แจ้งความเอาผิด 4 ข้อหา รถโม่ปูนข้ามเกาะชน 3 คันดับ 9 ศพที่เชียงราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2560 21:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861449


ขนส่งทางบก แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการขั้นสูงสุด ทั้งคดีอาญาและเพิกถอนใบอนุญาตฯ กรณีรถโม่ปูนเสียหลักข้ามเกาะกลางถนนชนรถตู้เช่าเหมาและรถอื่น เตือนฝ่าฝืนกฎหมาย ละเลยความปลอดภัย ใช้มาตรการลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณี…

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2560 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถโม่ปูน เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนชนรถตู้เช่าเหมา และรถอื่น ที่วิ่งสวนทางมาฝั่งตรงข้าม 3 คัน ส่งผลให้คนขับรถโม่ปูนเสียชีวิตและมีผู้เสียชีวิตอีก 9 ราย ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย บริเวณบ้านขัวแตะ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลาประมาณ 14.40 น. จากตรวจสอบพบว่า รถบรรทุกโม่ปูนคันเกิดเหตุ หมายเลขตัวรถ FK619Z-520080 ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนรถถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีการใช้แผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของรถพ่วง คันหมายเลขทะเบียน 81-6905 เชียงราย หมายเลขตัวรถ SMM1300621286 ซึ่งมีนายสัมพันธ์ คำวัง เป็นผู้ประกอบการขนส่ง ในส่วนของคนขับรถ คือนายอาดู อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบไม่พบการได้รับใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตามข่าว (สลด! เชียงราย รถโม่ปูนซิ่งเสียหลัก ชนเก๋ง-รถกระบะ ดับ 9 เจ็บ3) ที่เสนอไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวถือเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง และผู้ประกอบการขนส่งมีเจตนาหลบเลี่ยงกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ ละเลยความปลอดภัยจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จ.เชียงราย ในความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ใน 4 ข้อหาหนัก ได้แก่ ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา 23) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ใช้รถโดยไม่จดทะเบียนและชำระภาษี (มาตรา 71) มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท, ใช้แผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีที่ทางราชการออกให้สำหรับรถคันหนึ่งไปใช้กับรถอีกคันหนึ่ง (มาตรา 160) มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ. 2558 เนื่องจากยินยอมให้บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถมาทำหน้าที่ (มาตรา 36) มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ประกอบการพิจารณาโทษทางแพ่ง ทางอาญา และความผิดตามกฎหมายอื่น โดยจะติดตามผลการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิดเพื่อเอาผิดผู้ประกอบการถึงที่สุด และดำเนินการเด็ดขาดคู่ขนานกัน ขั้นสูงสุด ทันที สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงรายสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลของนายสัมพันธ์ คำวัง ตามมาตรา 46(2)

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวอีกว่า สำหรับการคุ้มครองและชดเชยค่าเสียหาย ผู้ประกอบการขนส่งได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัท เทเวศประกันภัย ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะติดตามบริษัทประกันภัยให้ดำเนินการชดเชยค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้กับผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตให้ครบถ้วนโดยเร็วต่อไป

นายสนิท กล่าวด้วยว่า กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งทุกราย ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการละเลย ฝ่าฝืน จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด ปรับขั้นสูงสุดในทุกข้อหาความผิด และอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที นอกจากนี้ ขอให้เข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความพร้อมรถและพนักงานขับรถก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือผู้ประกอบการละเลยไม่ควบคุมดูแลจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ประกอบการต้องร่วมรับผิดชอบในทุกกรณี.

 

กฟผ.รับลูกมติ กพช. เดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ หนุนพลังงานหมุนเวียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2560 15:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861336


กฟผ. ขานรับมติเห็นชอบ กพช. ปลดล็อกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เพื่อสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้ตามแผน PDP2015 พร้อมทำตามข้อสรุปไตรภาคี ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 60 นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และโฆษก กฟผ. เปิดเผยภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 มีมติเห็นชอบให้ กฟผ. ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015) เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าภาคใต้ โดยกล่าวว่า กฟผ. เป็นหน่วยงานผู้รับสนองนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้น จากนี้ กฟผ. จะได้ขับเคลื่อนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ ตามข้อสั่งการของ กพช. ด้วยการบริหารจัดการพื้นที่โครงการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดำเนินการให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับก่อนเริ่มดำเนินโครงการ รวมถึงนำข้อเสนอของไตรภาคีมาประกอบการพัฒนาโครงการฯ

ทั้งนี้ ในส่วนของ กฟผ. จะดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ให้เป็นไปตามแผน PDP 2015 และขั้นตอนทางกฎหมายตามมติ กพช. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) หากผ่านความเห็นชอบจะได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป

ด้านการดำเนินงานตามข้อสรุปของคณะกรรมการไตรภาคีนั้น กฟผ. จะดำเนินการให้ครอบคลุมข้อสรุปของคณะกรรมการไตรภาคีฯ โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงขยายเขตพื้นที่กองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าให้เกินกว่ารัศมี 5 กิโลเมตร กล่าวคือ จากเดิมครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล คือ ตำบลปกาสัยและคลองขนาน เพิ่มเป็นให้ครอบคลุมพื้นที่ตลอดเส้นทางขนส่งถ่านหิน ในตำบลเกาะศรีบอยาและตลิ่งชัน โดยคาดว่าจะทำให้ประชาชนในพื้นที่อีกประมาณ 3,320 ครัวเรือน ได้รับประโยชน์จากกองทุนฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ อาทิ ด้านการศึกษา สาธารณสุข และอาชีพต่อไป

ต่อประเด็นที่บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (EGATi) ได้เข้าไปลงทุนในกิจการเหมืองถ่านหินของประเทศอินโดนีเซียนั้น โฆษก กฟผ. เปิดเผยว่า เป็นการลงทุนเพื่อรองรับการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในต่างประเทศของ EGATi เอง การส่งถ่านหินมาใช้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จะต้องมีขั้นตอนการประกวดราคาในระดับนานาชาติ เพื่อสรรหาบริษัทผู้จัดหาเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้า ซึ่ง กฟผ. จะเปิดให้มีแข่งขันทั้งด้านเทคนิคและราคาอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

“กฟผ. ยืนยันว่า จะดูแลให้โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอย่างมีส่วนร่วม เพื่อให้โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เป็นโรงไฟฟ้าของชุมชนอย่างแท้จริง ด้วยความเชื่อมั่นว่า โรงไฟฟ้าอยู่ที่ใด สังคมอยู่ดีมีสุข” โฆษก กฟผ. กล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่

 

นครชัยแอร์ เพิ่มเที่ยวรถไปกาฬสินธุ์​ พร้อมรถตู้เชื่อมไปบีทีเอสหมอชิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2560 14:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861268


นครชัยแอร์ เร่งเพิ่มเที่ยววิ่งให้บริการ เปิดเส้นทางเดินรถใหม่ กทม.-กาฬสินธุ์ พร้อมเพิ่มจุดบริการลูกค้า อ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อรองรับลูกค้า พร้อมเปิดบริการรถตู้รับส่งผู้โดยสารเชื่อมสถานีเดินรถนครชัยแอร์กับบีทีเอสหมอชิตฟรี…

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2560 นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า จากที่นครชัยแอร์ ได้เปิดเส้นทางบินในภาคอีสานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทุกเส้นทาง ล่าสุดได้เพิ่มเที่ยวเวลาเดินรถให้บริการในเส้นทางจังหวัดกาฬสินธุ์ จากเดิมให้บริการ วันละ 4 เที่ยว เพิ่มรวมเป็น 5 เที่ยวบริการ ทั้งขาไป และขากลับ ซึ่งจากสถิติผู้ใช้บริการในปัจจุบัน มีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ย 8,400 คน/เดือน และเพื่อเป็นการรองรับผู้โดยสารที่อาจจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 9,600 คน/เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2560 เป็นต้นไป บริษัทฯ มีแผนขยายเที่ยววิ่งในเส้นทางกรุงเทพฯ ไป จังหวัดกาฬสินธุ์ อีก 2 เที่ยววิ่งรวมมีเที่ยววิ่งบริการทั้งหมดวันละ 7 เที่ยว ทั้งขาไป และขากลับ ให้บริการด้วยรถมาตรฐาน NCA Gold (Plus) Class ขนาด 32 ที่นั่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบวงจร

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวอีกว่า นอกจากแผนเพิ่มเที่ยวเวลาเดินรถในเส้นทางจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 60 นครชัยแอร์ เพิ่มจุดให้บริการลูกค้า ที่สถานีขนส่ง อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น สามารถขึ้นรถไปกรุงเทพฯ ไปขอนแก่น บริการจำหน่ายตั๋วโดยสารนครชัยแอร์ ทุกเส้นทาง บริการส่งพัสดุด่วน บริการเลื่อนตั๋ว หรือคืนตั๋ว และบริการอื่นๆ ครบวงจร เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและสนองตอบความต้องการผู้ใช้บริการในปัจจุบัน

นางเครือวัลย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ นครชัยแอร์ ยังได้เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับลูกค้านครชัยแอร์ ด้วยการจัดบริการรถตู้รับ-ส่ง จากสถานีเดินรถนครชัยแอร์ กรุงเทพฯ (ถ.กำแพงเพชร 2) ไปยัง สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (BTS) ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดเที่ยวเวลารับ-ส่ง ได้ที่ช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์  www.nakhonchaiair.com ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ นครชัยแอร์ ได้ปรับเที่ยววิ่งให้ตรงความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ เป็นการอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น ด้วยมาตรฐานการตรงต่อเวลา การจอดรถตามจุดที่กำหนดให้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ตลอดจนอาหารและบริการที่ได้มาตรฐาน ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์การให้บริการต่างๆ ให้ตรงความต้องการผู้รับบริการในยุคปัจจุบันอยู่เสมอ.

 

ทองเปิดตลาดลดลง 50 รูปพรรณขายบาทละ 21,000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2560 10:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861117


ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 18 ก.พ. ลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 ขายออกบาทละ 20,500 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 ขายออกบาทละ 21,000 บาท …

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาลดลง 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,400.00 บาท ขายออกบาทละ 20,500.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 บาท ขายออกบาทละ 21,000.00 บาท

 

ทรู-เสริมสุขได้ฤกษ์จัดทัพผู้บริหารใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2560 09:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861080


ทรูดัน “ศุภชัย” ขึ้นแท่นประธานคณะกรรมการบริหารหลังไปนั่งตำแหน่งใหญ่เครือซีพี พร้อมตั้ง 2 แม่ทัพนั่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม ด้าน “เสริมสุข” เปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงตามวาระ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งและปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร โดยจัดตั้งคณะกรรมการบริหารดูแลการบริหารงานของบริษัท โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร และแต่งตั้งนายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) รับผิดชอบงานด้านการพาณิชย์ และนายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) รับผิดชอบงานด้านปฏิบัติการ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2560

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรูฯ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นไปตามที่ได้มีการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะขณะนี้กลุ่มทรูมีความแข็งแกร่งทั้งด้านการเงิน สินค้าบริการ คุณภาพและความครอบคลุมของเครือข่าย และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเติบโตและก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งผมในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท จะยังคงร่วมกำหนดทิศทาง นโยบายและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มทรูต่อไป ในขณะเดียวกันการดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารซีพีของผมในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยสนับสนุนและเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจระหว่างกลุ่มทรูกับธุรกิจในเครือซีพีให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มทรูในอนาคต

การปรับโครงสร้างและการสืบทอดตำแหน่งที่ประกาศในครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มทรู ซึ่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ทั้ง 2 ท่านนี้ต่างเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่ง มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานที่สำคัญของกลุ่มทรู ทั้งยังร่วมบริหารงานผ่านช่วงวิกฤติต่างๆ ขององค์กรมาโดยตลอด จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนและนำพากลุ่มทรูก้าวเป็นองค์กรที่สร้างผลกำไร และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้ง นายเลสเตอร์ แทน ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทในกลุ่มเอฟแอนด์เอ็น เป็นกรรมการผู้จัดการ สานต่อภารกิจผู้นำการบริหารและดำเนินธุรกิจของเสริมสุข จากนายวิเวก ชาห์บรา ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ และจะเดินทางกลับไปปฏิบัติงานที่เอฟแอนด์เอ็น ประเทศสิงคโปร์.

ลุยตลาดเครื่องดื่มหน้าร้อน เซ็ปเป้แนะนำน้ำมะนาววิตามินซีสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2560 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861064


เซ็ปเป้ส่งน้ำมะนาวบรรจุขวดทำตลาดเครื่องดื่มต่อเนื่อง โดยชูจุดเด่นวิตามินซีสูงเทียบเท่ามะนาวหลายผล ประเดิม 2 รสชาติให้เลือกลิ้มลอง…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าเปิดตัวคาแรกเตอร์ “น้องม่า” เพื่อกิจกรรมด้านส่งเสริมการขาย และด้านการตลาด โดยตัวคาแรกเตอร์การ์ตูนดังกล่าว มีชื่อเต็มว่า มาม่า เป็นบะหมี่สำเร็จรูปอารมณ์ดี เป็นผู้รอบรู้เกี่ยวกับเรื่องมาม่า

ด้าน บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) นำผลิตภัณฑ์ใหม่ เลโม เพลย์ เครื่องดื่มน้ำมะนาวเพื่อสุขภาพ อุดมไปด้วยวิตามินซีเทียบเท่ามะนาว 6 ผล โดยมีให้เลือก 2 รสชาติ คือ เวอร์จิ้นเลมอนเนดและพิ้งค์เลมอนเนด บรรจุในแพ็กเกจรูปทรงโดดเด่นสะดุดตา โดยหาซื้อได้แล้วตามท้องตลาดทั่วไป

 

สัญญาณเศรษฐกิจแกร่ง หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ดาวโจนส์ ทำนิวไฮวันที่ 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2560 06:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/861060


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในวันศุกร์ โดยดาวโจนส์ทำนิวไฮใหม่เป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน ขณะที่เอสแอนด์พี และแนสแด็กปิดใกล้ทุบสถิติ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 17 ก.พ. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 4.28 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 20624.05 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 3.94 จุด หรือ 0.17% ปิดที่ 2351.16 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 23.68 จุด หรือ 0.41% ปิดที่ 5838.58 จุด

เมื่อวันศุกร์ บริษัท คราฟท์ ไฮน์ซ เพิ่มขึ้น 10.74% หลังพวกเขาระบุว่า ยังไม่ยอมแพ้ที่จะซื้อบริษัท ยูนิลิเวอร์ แม้ว่าจะถูกปฏิเสธไปแล้ว ส่วนหุ้นของยูนิลิเวอร์ก็เพิ่มขึ้น 14.0% ช่วยให้บริษัทจดทะเบียนใหญ่ของเอสแอนด์พี 8 จาก 11 บริษัท เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สัญญาณความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และความคาดหวังเรื่องมาตรการลดภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังช่วยหนุนตลาด แม้กระแสจะเบาบางลงจากสัปดาห์ก่อนก็ตาม.