หุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮวันที่ 2 ตอบรับทรัมป์ส่งสัญญาณเปิดแผนลดภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2560 06:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/856308


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 ตัว ปิดทำนิวไฮเป็นวันที่ 2 โดยยังได้แรงกระตุ้นจากคำพูดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งสัญญาณเรื่องการออกมาตรการตัดลดภาษี ที่นักลงทุนเฝ้ารอ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 10 ก.พ. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 96.97 จุด หรือ 0.48% ปิดที่ 20269.37 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 8.23 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ 2316.10 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 18.95 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 5734.13 จุด

นายเกรโกรี โวโลคีเน ประธานบริษัท Meeschaert Capital Markets ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของตลาดในวันศุกร์เป็นผลมาจากแถลงการณ์ของนายทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ระบุว่าเขาจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนลดภาษีอันน่าอัศจรรย์ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น หนุนหุ้นของบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม

 

เงื้อง่าเลิกสัญญาเบสท์ริน ขสมก.กลับลำหัวทิ่ม! อ้างกลัวถูกฟ้องแพ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/856184


ขสมก.กลับลำไม่บอกเลิกสัญญาเบสท์รินส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี อ้างกลัวถูกฟ้องแพ่ง หลังเบสท์รินส่งหนังสือมาขอขยายเวลาออกไปจากที่ครบกำหนดวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง 24 เม.ย. คดีซุปเปอร์ซาร่าฟ้อง 3 เจ้าหน้าที่กรมศุล แก้ข้อความใบขนสินค้าขาเข้า ประธานบริษัทเบสท์ริน ยันไม่จ่ายค่าปรับรถเมล์อีก 99 คัน

นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยังไม่ได้ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) ไปยังบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด เพราะอาจเสี่ยงถูกฟ้องร้องทางแพ่ง เนื่องจากสัปดาห์ก่อนบริษัทเบสท์รินได้ส่งหนังสือมายัง ขสมก. เพื่อขอขยายเวลาส่งมอบ รถออกไปก่อนจากเดิมที่ครบกำหนดวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯยอมที่จะจ่ายเงินค่าปรับ ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯมีความ พยายามที่จะส่งมอบรถเมล์ให้ ขสมก.อยู่แล้วโดยได้ส่งมอบมาจำนวน 390 คันแล้ว

“หลังจากที่เบสท์รินส่งหนังสือมา ขสมก. ได้พูดคุยและสอบถามความเห็นจากสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งอัยการสูงสุดแนะนำว่า ขสมก.ควรจะต้องพิจารณาหนังสือที่เบสท์รินส่งแย้งมาให้ก่อนที่จะมีการส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา เพราะหากเราไม่พิจารณาหนังสือที่เบสท์รินส่งแย้งมา ในทางกฎหมายอาจมองว่า ขสมก. ดำเนินการไม่เหมาะสมได้ โดยคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและคณะกรรมการตรวจรับจะประชุมพิจารณาข้อเสนอตามหนังสือของเบสท์รินในวันที่ 14 ก.พ. เพื่อหาข้อสรุปว่าจะส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือขยายระยะเวลาการส่งมอบรถให้เบสท์ริน”

นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. บริษัทฯได้ทำหนังสือไปยัง ขสมก. ขอขยายระยะเวลาในการส่งมอบรถเมล์จำนวน 489 คัน ออกไปอีก 15 วัน จากเดิมที่จะครบกำหนดวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งการขอขยายเวลานั้นสามารถทำได้ เนื่องจากสัญญาที่บริษัททำไว้กับ ขสมก. มีการระบุชัดเจนให้บริษัทขอขยายเวลาส่งมอบรถได้หากเกิดปัญหาหรือเหตุจำเป็นบางประการ นอกจากนี้บริษัทยังได้ขอให้ ขสมก.เร่งตรวจรับรถเมล์ด้วย

ขณะเดียวกัน หลังจากที่บริษัทซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ให้กับ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ได้แจ้งความและมีการลงบันทึกประจำวัน พร้อมยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ในฐานความผิดเจ้าหน้าที่และพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและสร้างความเสียหายให้กับบริษัทฯ ซึ่งเอาผิดกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 3 คน ที่ตรวจพบว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเพิ่มเติมข้อมูลในเอกสารใบขนสินค้าขาเข้า โดยมีแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ดูเหมือนกับว่าบริษัทฯได้เขียนสารภาพโดยระบุว่าสินค้าทั้งหมดผลิตและประกอบในจีน และวานนี้ (10 ก.พ.) ศาลได้ประทับรับฟ้องและนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 24 เม.ย.2560 เวลา 09.00 น.

“มีการตรวจพบว่ามีการต่อเติมแก้ไขข้อความในเอกสารใบขนสินค้าขาเข้า จึงได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทราบว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ไปให้ปากคำตำรวจโดยยอมรับว่าเป็นคนลงข้อความในเอกสารดังกล่าวจริง ซึ่งเป็นเอกสารที่บริษัทได้นำแสดงรายการและรายละเอียดและมีการลงนามรับรองความถูกต้องซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมาย ทั้งที่เจ้าหน้าที่สามารถบันทึกความเห็นเพิ่มเติมในใบขนสินค้าที่มีช่องสำหรับให้เจ้าหน้าที่บันทึกในด้านหลังได้ และเมื่อมีการเพิ่มข้อความจะต้องลงนามผู้พิมพ์พร้อมระบุวันเวลาด้วย แต่กลับมีการเติมข้อความต่อจากข้อความของบริษัทฯ จึงเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสาร และมีการตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรแก้ไขข้อความในเอกสารใบขนสินค้าถึง 3 ครั้ง ขอตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงพยายามสร้างหลักฐานถึงขั้นต้องมีการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งที่หากเป็นความเห็นของเจ้าหน้าที่สามารถที่จะระบุเขียนเพิ่มเติมแยกต่างหากได้ แสดงให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะล้มการประมูลในครั้งนี้ แต่เป็นใครไม่ขอเปิดเผยและไม่ขอระบุผู้อยู่เบื้องหลังที่มีการสั่งการในเรื่องนี้แต่เชื่อว่าจะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

นายคณิสสร์กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาจาก ขสมก. จึงยังไม่สามารถตอบอะไรได้ แต่หลังจากได้รับหนังสือแล้วจะต้องดูเหตุผลของการบอกเลิกสัญญา และถึงที่สุดหากมีการฟ้องร้องก็คงจะต้องดำเนินการตามกระบวนการต่อสู้ในชั้นศาล นอกจากนี้ในส่วนของรถเมล์ 99 คัน ที่ยังไม่ได้นำออกจากท่าเรือแหลมฉบังนั้น จะไม่ยอมจ่ายค่าปรับ 2 เท่า แต่ยินยอมที่จะวางเงินประกันภาษี 40% เพราะถือว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ถูกต้อง และเป็นเงินจำนวนมากที่จะต้องจ่ายค่าปรับ.

 

ประมูลเน็ตหมู่บ้านคึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/856176


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 ก.พ.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้เปิดรับเอกสารการประมูล จากเอกชนที่สนใจเข้าร่วมเสนอราคาโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ (อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน) จำนวน 24,700 หมู่บ้าน วงเงิน 13,000 ล้านบาท ซึ่งทีโอทีแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน 1.จัดซื้ออุปกรณ์ 4,300 ล้านบาท 2.ค่าแรงการติดตั้งดำเนินการ 5,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าเชื่อมระบบและบริหารจัดการ 3,700 ล้านบาท โดยมีเอกชนร่วมเสนอราคาทั้งสิ้น 31 ราย

ทั้งนี้ ทีโอทีได้แบ่งการยื่นเสนอราคาเป็น 5 ประเภทอุปกรณ์ วงเงิน 4,300 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. สายเคเบิลใยแก้วนำแสง บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอราคาต่ำสุด 1,547 ล้านบาท 2.อุปกรณ์ข่ายสาย ได้แบ่งอุปกรณ์ออกเป็น 3 ส่วน คือ อุปกรณ์ Aerial Outdoor Splitter โดยบริษัท โกลบอล เมซ จำกัด เสนอราคาต่ำสุด 87 ล้านบาท อุปกรณ์ Aerial StraightJoint Closure โดยบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมูนิเคชัน จำกัด เสนอราคาต่ำสุดที่ 36 ล้านบาท และอุปกรณ์ FDF 24 Core SC/UPC โดยบริษัท ไนน์เน้กซ์ จำกัด เสนอราคาต่ำสุด 1.4 ล้านบาท

3.อุปกรณ์ Optical Line Terminal วงเงิน 1,395 ล้านบาท โดยบริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือเอไอที เสนอราคาต่ำสุด 685.25 ล้านบาท 4.อุปกรณ์สวิตช์พร้อมอุปกรณ์ โดยเอไอทีเสนอราคาต่ำสุด 169.74 ล้านบาท 5.อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย พร้อมระบบควบคุมเครือข่าย โดยบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) เสนอราคาต่ำสุด 240 ล้านบาท

นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า การแข่งขันราคาครั้งนี้ได้ราคาต่ำกว่าราคากลาง 20% คาดว่าจะเริ่มทยอยติดตั้งได้ในเดือน พ.ค.นี้ มั่นใจว่าจะติดตั้งครบ 24,700 หมู่บ้าน ภายในปีนี้แน่นอน.

 

“บิ๊กตู่” สั่งทหารร่วมตรวจสอบโรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/856172


นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบเป้าหมายการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพผ่านกองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆ ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่น้อยกว่า 9,070 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก 75,200 ล้านบาท และความคืบหน้าโครงการศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี 2561 ซึ่งในระยะที่ 1 เป็นการสร้างสนามทดสอบยางล้อยูเอ็นอาร์ 117 จัดซื้อครุภัณฑ์สำหรับการทดสอบ รวมถึงติดตั้งเครื่องมือทดสอบ ส่วนงบประมาณระยะที่ 2 จะเป็นศูนย์การทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความเห็นและมีการเสนอแนวคิดให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับสนามทดสอบให้เป็นสนามแข่งขันรถยนต์ภายใน 5 ปีนับจากนี้

“นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศ 2 กลุ่ม คือ โรงงานที่มีการร้องเรียนซ้ำซาก 39 โรงงาน ปัจจุบันได้มีการสั่งปิดกิจการแล้ว 4 แห่ง ปิดปรับปรุง 10 แห่ง โรงงานที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำสายหลักตรวจสอบแล้ว 1,800 โรงงาน สั่งปิดปรับปรุง 150 แห่ง และปีนี้จะตรวจสอบเพิ่มอีก 1,400 โรงงาน มีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมตรวจสอบด้วย โดยเน้นย้ำให้กระทรวงอุตสาหกรรมเข้มงวดในการตรวจสอบโรงงาน เพื่อไม่ให้ประชาชนมีความกังวล”.

 

เข้มจัดระเบียบนักค้าเงิน ได้ฤกษ์ 7 องค์กรสั่งสอบใบรับรองวิชาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/856169


นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายตลาดการเงิน กล่าวว่า คณะกรรมการตลาดการเงินไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือกัน 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย ธปท. สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ ชมรมเอซีไอ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ได้มีแนวคิดร่วมกันที่จะยกระดับมาตรฐานผู้ค้าเงิน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพของบุคลากรในตลาดการเงิน และตลาดเงินตราต่างประเทศ จึงได้กำหนดแนวทางการออกใบรับรองคุณสมบัติการประกอบอาชีพของนักค้าเงินในประเทศไทยขึ้นมา เพื่อเป็นมาตรฐานใหม่ในการประกอบอาชีพ

ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้นักค้าเงินที่มีหน้าที่โดยตรงในการซื้อขายและทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ตราสารอนุพันธ์ และตลาดการเงิน เข้ารับการสอบเพื่อรับใบอนุญาตดังกล่าว โดยจะแบ่งการสอบเป็น 3 หมวด คือ ความรู้พื้นฐาน กฎระเบียบ จริยธรรมและจรรยาบรรณ โดยในเบื้องต้นไม่ได้เป็นกฎหมายบังคับแต่เป็นการขอความร่วมมือ แต่ในวงการจะเข้าใจตรงกันว่า นักค้าเงินควรจะต้องผ่านและได้รับใบรับรองดังกล่าวเพื่อประกอบอาชีพ

“จะกำหนดให้เริ่มสอบขอรับใบรับรองดังกล่าว ได้ตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นไป และคาดว่าจะสามารถรับรองคุณสมบัติของนักค้าเงินได้ครบถ้วนทั้ง 700 รายที่ประกอบอาชีพอยู่ในตลาดการเงินไทยได้ในเดือน ก.ย.ปีนี้ อย่างไรก็ตาม จะยกเว้นให้นักค้าเงินที่มีประสบการณ์เกิน 5 ปี ได้รับอนุโลมไม่ต้องสอบ แต่ต้องเข้าอบรมตามที่กำหนดเพื่อรับใบรองรับดังกล่าวแทน โดยใบรับรองนี้จะมีอายุ 2 ปี”.

 

การบินไทย ยัน ทำความเข้าใจ พนง.แล้ว ไร้นัดหยุดงานประท้วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2560 20:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/856065


การบินไทย ยืนยัน พนักงานทุกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์บริษัท การขึ้นเงินเดือนประจำปี 59 อยู่ในกรอบ 6% ไม่มีการนัดหยุดงานประท้วง ขอผู้โดยสารมั่นใจการบริการ

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 60 ตามที่มีกระแสข่าวพนักงานการบินไทยนัดหยุดงาน นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ขอยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์นัดหยุดงาน หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการของการบินไทย เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการประชุมกับพนักงาน และสหภาพแรงงานพนักงานการบินไทยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อวานนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2560) มีการประชุมกับพนักงานครั้งล่าสุด และมีผู้แทนสหภาพแรงงานฯ เข้าร่วมประชุมด้วย พนักงานทุกฝ่ายเข้าใจถึงสถานการณ์ของบริษัทฯ ในประเด็นการขึ้นเงินเดือนประจำปี 2559 อยู่ในกรอบ 6% ซึ่งเป็นที่ยุติแล้ว ส่วนประเด็นเงินเพิ่มพิเศษตามผลการปฏิบัติงาน ยังจำเป็นต้องรอผลประกอบการประจำปี 2559 ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบจาก สตง. ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอยืนยันว่าได้ทำความเข้าใจกับพนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีมาตรการรองรับในทุกสถานการณ์ จึงขอให้ผู้โดยสารมั่นใจที่จะใช้บริการของการบินไทยต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหภาพ “เจ้าจำปี” ขู่ประท้วงขอขึ้นเงินเดือนเต็มเพดานสูงสุดพร้อมทวงโบนัส

 

ขสมก. จัดแผนเดินรถ-เพิ่มเที่ยววิ่ง รองรับ ปชช. ช่วงวันหยุดมาฆบูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2560 20:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/856005


ขสมก. จัดแผนการเดินรถให้บริการ ปชช. ช่วงวันหยุดต่อเนื่องวันมาฆบูชา เส้นทางปกติเพิ่มจำนวนรถ-เที่ยววิ่ง 114 เส้นทาง จัดเดินรถเชื่อมสถานีขนส่งกรุงเทพ 4 สถานี รวม 37 เส้นทาง พร้อมเข้มมาตรการเพื่อความปลอดภัยทุกรูปแบบ

วันที่ 10 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องวันมาฆบูชานี้ เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัย สร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชนผู้ใช้บริการระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2560 ขสมก. ได้จัดแผนการเดินรถให้บริการประชาชนช่วงวันหยุดต่อเนื่องวันมาฆบูชา โดยในเส้นทางปกติได้เพิ่มจำนวนรถ เที่ยววิ่ง และการเปลี่ยนกะของพนักงานประจำรถ ทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะสว่าง จำนวน 114 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2560 พร้อมทั้งได้จัดเดินรถ AIRPORT BUS เชื่อมต่อท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 2 เส้นทาง ดังนี้ คือ สาย A 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 6-20 คัน และ สาย A 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เฉลี่ยวันละ 8-15 คัน

นอกจากนั้น ได้จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ จำนวน 4 สถานี รวม 37 เส้นทาง ดังนี้

สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 13 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 26, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536

สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511

สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556

สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 10 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 7, 21, 25, 29, 34, 73, 73ก, 75 และ 501

พร้อมกันนั้น ได้จัดเดินรถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้ จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี จำนวน 16 เส้นทาง วันละ 150 คัน จัดรถโดยสารเส้นทางปกติที่ผ่านบริเวณท้องสนามหลวง จำนวน 25 เส้นทาง ได้แก่ รถโดยสารธรรมดา (ให้บริการฟรี) วันละ 365 คัน ส่วนรถโดยสารปรับอากาศ (เก็บค่าโดยสารปกติ) วันละ 215 คัน

นอกจากนั้น ได้จัดเดินรถ Shuttle Bus รับ–ส่งประชาชนร่วมงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาล วันมาฆบูชา ประจำปี 2560 พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ 7 – 11 ก.พ. 60 โดยมีรายละเอียดดังนี้ วันที่ 7–10 ก.พ. 60 จัดรถวันละ 10 คัน ให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00–22.00 น. และ วันที่ 11 ก.พ. 60 จัดรถวันละ 10-15 คัน ให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00–23.00 น.

ด้านมาตรการเพื่อความปลอดภัย ขสมก. เข้มงวดตรวจเช็กการซ่อมบำรุงให้เป็นไปตามแผนและระเบียบปฏิบัติ โดยให้หัวหน้างานคอยย้ำเตือนพนักงานประจำรถให้ตรวจสอบสภาพรถ พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบอย่างละเอียดถี่ถ้วน และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก ประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ การติดตั้งเครื่องดับเพลิง เป็นต้น

ส่วนการเตรียมความพร้อมของพนักงานประจำรถ จัดหัวหน้างาน ตรวจความพร้อมร่างกายของพนักงานประจำรถ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตรวจใบอนุญาตขับขี่ก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ตักเตือนพนักงาน ขับรถให้เปิดประตูอัตโนมัติเมื่อรถจอดสนิท และปิดประตูก่อนนำรถออกจากป้าย ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด ไม่ขับปาดซ้ายปาดขวาหรือขับแข่งแซงกัน ไม่จอดแช่ป้าย เพื่อป้องกันการจราจรติดขัด และให้ระวัง ผู้ใช้รถ ใช้ถนนร่วมกัน รวมถึงให้พนักงานเก็บค่าโดยสารช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงรถเมล์ แก่ผู้ใช้บริการเป็นกรณีพิเศษ จัดพนักงานสายตรวจพิเศษ นายตรวจช่วยอำนวยความสะดวกการจราจรบริเวณจุดสำคัญ และตามป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น

นอกจากนี้ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเดินรถในช่วงวันมาฆบูชา ได้แก่ ศูนย์วิทยุรัชดา ศูนย์วิทยุเขตการเดินรถที่ 1 – 8 เพื่อเป็นหน่วยประสานงานหน่วยงานภายใน – ภายนอก พร้อมทั้งรับแจ้งปัญหากรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเรื่องร้องเรียน รวมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่ Call Center 1348 เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลข่าวสารในการเดินรถ ตั้งแต่วันที่ 10 – 14 กุมภาพันธ์ 2560

 

วิทยุการบินฯ จับมือภาคความมั่นคง รองรับการฝึกคอบร้าโกลด์ 13–24 ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2560 18:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855993


วิทยุการบินฯ ประสานความร่วมมือกองทัพอากาศ ออกมาตรการบริหารจราจรทางอากาศ รองรับการฝึกคอบร้าโกลด์ ประจำปี 60 ช่วงวันที่ 13-24 ก.พ. นี้ …

วันที่ 10 ก.พ. 60 นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า ในปี 2560 นี้ กองทัพไทย ได้กำหนดช่วงเวลาการฝึกร่วมผสมทางทหารระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอเมริกา หรือ “คอบร้าโกลด์” ในช่วงวันที่ 13–24 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งเป็นปีที่ 36 ของการฝึกพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการฝึกนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาของกองทัพกว่า 20 ประเทศ ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อดำรงสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ด้านความมั่นคง ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งในช่วงเวลาการฝึกคอบร้าโกลด์ จำเป็นต้องมีการปิดห้วงอากาศในบริเวณพื้นที่ที่ใช้ทำการฝึกบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ส่งผลกระทบให้เครื่องบินพาณิชย์ไม่สามารถทำการบินในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้ ทำให้เหลือพื้นที่ในการปฏิบัติการบินในเชิงพาณิชย์น้อยลงในช่วงวันจันทร์–ศุกร์ (เวลากลางวัน) จึงเกิดความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศในน่านฟ้าของประเทศไทยมากขึ้น

วิทยุการบินฯ จึงได้เตรียมพร้อมรับมือกับการบริหารจราจรทางอากาศในช่วงเวลาดังกล่าว โดยได้ประสานความร่วมมือกับกองทัพอากาศอย่างใกล้ชิด มีการส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศไปประจำศูนย์บัญชาการการฝึกฯ ทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันอย่างมีขั้นตอน เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ นอกจากนี้ วิทยุการบินฯ ได้ออกมาตรการบริหารความคับคั่งในเส้นทางบิน โดยให้แต่ละสายการบินบินหลบเส้นทางและจัดเส้นทางบินชั่วคราวเพิ่มเติม เพื่อลดการกระจุกตัวในห้วงอากาศ อีกทั้งได้มีการเพิ่มอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ และปรับเวลาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาที่มีการจราจรคับคั่ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องของความล่าช้าในช่วงเวลาการฝึกดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องมาจากพื้นที่ห้วงอากาศในการให้บริการจราจรทางอากาศถูกจำกัด นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยความล่าช้าอื่นๆ เช่น สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ความพร้อมของหลุมจอด ทางวิ่งทางขับ ระบบอุปกรณ์การให้บริการต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบิน พร้อมทั้งรับฟังข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์จากสายการบินอย่างใกล้ชิด โดยวิทยุการบินฯ ยืนยันว่า จะบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยตระหนักถึงความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ทุกเที่ยวบิน

 

พณ. เดินหน้าทำตามก.ม. เรียกค่าเสียหาย ‘บุญทรง-พวก’ ทุจริตขายข้าวจีทูจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2560 17:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855973


พาณิชย์ ยันทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง กรณีเรียกค่าเสียหาย “บุญทรง และพวก” ทุจริตขายข้าวจีทูจี ย้ำส่งเรื่องให้ “กรมบังคับคดี” ไปนานแล้ว …

วันที่ 10 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ถึงกรณีที่ศาลปกครองยกคำร้องของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และพวก ที่ขอให้คุ้มครองการชดใช้ค่าเสียหายกรณีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รวมเป็นเงินราว 20,000 ล้านบาท ว่า เมื่อศาลยกคำร้อง กรมบังคับคดี ต้องดำเนินการยึดทรัพย์นายบุญทรง และพวกรวมทั้งหมด 6 คนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งทราบว่า กรมบังคับคดีได้ดำเนินการสืบทรัพย์บุคคลทั้ง 6 คนมาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง กว่าจะถึงขั้นยึดทรัพย์ได้

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กรมบังคับคดี ยังไม่ได้รับเรื่องจากกระทรวงพาณิชย์ให้ดำเนินการยึดทรัพย์ และมีการอ้างว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่จริงใจในการส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดีนั้น กระทรวงพาณิชย์ ขอยืนยันว่า ในการดำเนินการให้บุคคลทั้ง 6 คน ชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐนั้น มีคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าต่างประเทศ กรมบังคับคดี และได้หารือกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วว่า แต่ละหน่วยงานต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างไร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนของกฎหมายหมดแล้ว

สำหรับกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงพาณิชย์ให้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่างแล้ว ตามที่กรมบังคับคดีแจ้งมา เพราะกรมการค้าต่างประเทศ ไม่มีประสบการณ์ในการยึด หรืออายัดทรัพย์ จึงไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่กรมการค้าต่างประเทศ จะยังไม่ส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ทั้ง 6 คนตามที่เป็นข่าว และที่สำคัญ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้มาตรา 44 ให้กรมบังคับคดีเป็นผู้ยึดทรัพย์กรณีการขายข้าวจีทูจี ซึ่งกรมฯ ต้องดำเนินการตาม ไม่ใช่ดำเนินการตามกฎหมายแพ่งอยู่ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มีภาพของความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐเกิดขึ้น

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวกเล็กน้อย 1.99 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,585.24 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2560 17:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855981


หุ้นไทยวันที่ 10 ก.พ. ปิดตลาดส่งท้ายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 1.99 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,585.24 จุด มูลค่าซื้อขาย 53,437.25 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 10 ก.พ. 60 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดส่งท้ายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 1.99 จุด เปลี่ยนแปลง +0.13% ดัชนีอยู่ที่ 1,585.24 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 53,437.25 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน).