“กันกุล” ล้มวินด์ฟาร์มไม่กระทบบริษัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855437


นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือกันกุล เปิดเผยหลังพิธีลงนาม สัญญาสนับสนุนวงเงินสินเชื่อระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคราช วินด์เอ็นเนอร์ยี จำกัด ว่า ได้เซ็นสัญญาร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อให้ช่วยระดมเงินทุน และสนับสนุนทางด้านการเงินในโครงการมิตรภาพวินด์ฟาร์ม ของบริษัท โคราชวินด์เอ็นเนอร์ยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกันกุล เพื่อปล่อยสินเชื่อจำนวน 3,113 ล้านบาท มีพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะสามารถเข้าระบบและขายไฟเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ได้ในปี 61 ซึ่งต้นทุนในการก่อสร้างวินด์ฟาร์มจะอยู่ที่เมกะวัตต์ละ 80 ล้านบาท

ทั้งนี้จากกรณีการเช่าที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) นั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดกฎหมาย ส่งผลให้บริษัทต้องล้มเลิกโครงการบางส่วนที่วางแผนไว้ว่าจะเช่าที่ของ ส.ป.ก.เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า 60-90 เมกะวัตต์ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

“ก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าไปตั้งเสาวัดแรงลมแล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจึงต้องหยุดไป เพื่อรอความชัดเจน หากไม่สามารถทำในพื้นที่ดังกล่าวได้ก็คงต้องไปหาพื้นที่อื่น แต่ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ดีเท่ากับพื้นที่ของ ส.ป.ก. เนื่องจากพื้นที่เหมาะสมสำหรับทำวินด์ฟาร์มส่วนใหญ่จะอยู่ในที่ของ ส.ป.ก. แต่ยืนยันว่าการชะลอโครงการดังกล่าว ไม่ได้กระทบต่อบริษัทในด้านใดทั้งสิ้น เนื่องจากยังไม่มีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) หรือลงทุน เป็นเพียงแค่การเตรียมพื้นที่เพื่อรอรัฐบาลเปิดให้ยื่นประมูลเท่านั้น”.

 

ไฟเบอร์วัน จับมือ กลุ่มเจริญเคเบิลทีวี เปิด ไฟเบอร์ทีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 18:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855129


ไฟเบอร์วัน จับมือ กลุ่มเจริญเคเบิลทีวี เปิดบริการไฟเบอร์ทีวี ตั้งเป้าจะขยายฐานสมาชิกผู้ใช้บริการให้ได้ 1 ล้านครัวเรือน ภายในปีนี้ พร้อมต่อยอดสร้างฐานผู้ใช้บริการด้านดิจิตอลอื่นๆ ผ่านสายไฟเบอร์อินเทอร์เน็ต ในกทม.และปริมณฑล…

นายกิตติ โกสินสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฟเบอร์วัน จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการที่ไฟเบอร์วัน จับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจกับกลุ่มเจริญเคเบิลทีวี เพื่อเปิดบริการ ไฟเบอร์ทีวี ว่า ความร่วมมือกับกลุ่มเจริญเคเบิลทีวี ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของการขยายการให้บริการระบบดิจิทัลอื่นๆ เข้าไปในสายไฟเบอร์ออปติก เพิ่มเติมจากการให้บริการเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เท่านั้น ทำให้บริษัทฯสามารถขยายฐานสมาชิกผู้ใช้งานบนโครงข่ายที่มีอยู่เดิมได้ทันที และยังสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายกับทางเจริญเคเบิลทีวี เพื่อขยายพื้นที่การให้บริการได้เพิ่มขึ้นทำให้เป้าหมายในปีนี้ขยับขึ้นเป็น 1 ล้านครัวเรือน และจะทำให้ ไฟเบอร์วัน ขึ้นเป็นผู้พัฒนาโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก แบบรวมศูนย์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด

ด้าน นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เจริญเคเบิลทีวี กล่าวว่า เจริญเคเบิลทีวี ปัจจุบันมีฐานสมาชิกผู้ใช้บริการเคเบิลทีวี มากกว่า 600,000 ครัวเรือน โดยมีผู้รับบริการทั้งประเภทบ้านพักอาศัย และประเภทอาคารสูงกว่า 10,000 อาคาร ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้กลุ่มบริษัท เจริญเคเบิลทีวี สามารถขยายฐานสมาชิกผู้รับบริการเคเบิลทีวีแบบ “ไฟเบอร์ทีวี” ผ่านโครงข่ายสายไฟเบอร์ออปติก ที่ ไฟเบอร์วัน ได้ลงทุนไปแล้ว โดย เจริญเคเบิลทีวี ไม่ต้องลงทุนเดินสายให้ซ้ำซ้อนกัน และยังสามารถเพิ่มบริการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ FTTH และบริการอื่นๆ เพิ่มเติมให้กับสมาชิกได้อีกด้วย

ความร่วมมือระหว่างไฟเบอร์วัน และกลุ่มบริษัท เจริญเคเบิลทีวี เป็นการจับมือเพื่อพัฒนาการใช้ทรัพยากรที่แต่ละฝ่ายมีอยู่แล้ว นำมาใช้ประโยชน์ให้เต็มประสิทธิภาพ จะทำให้ผู้ใช้งานทั้งสองฝ่าย สามารถให้บริการได้ทั้ง ไฟเบอร์อินเทอร์เน็ต และไฟเบอร์ทีวี เป็นการใช้ประโยชน์จากสาย ไฟเบอร์ออปติกอย่างคุ้มค่า และสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ จากต้นทางสู่บ้านสมาชิก ด้วยเทคโนโลยีโครงข่ายสายไฟเบอร์ออปติก แบบ FTTH ที่ตอบรับกับการให้บริการต่างๆ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง HD หรือ 4K ที่ให้สัญญาณภาพคมชัด สวยสมจริง ตอบรับความบันเทิงเต็มพิกัด และที่สำคัญ เป็นการยกระดับบ้านสู่สมาร์ทโฮม ตอบรับต่อแนวโน้มของอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) ที่อุปกรณ์ต่างๆ สามารถต่อเชื่อมเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้บริการกล้องวงจรปิดติดที่บ้าน และการเรียกดูภาพผ่านมือถือ การสั่งเปิดแอร์ก่อนจะถึงบ้าน เป็นต้น รวมถึงรองรับบริการใหม่ในอนาคต เช่น e-Medical หรือการตรวจเช็กสุขภาพผ่านทางระบบออนไลน์.

 

พณ. ยัน น้ำมันปาล์มขวดไม่ขึ้นราคา แม้น้ำท่วมแหล่งผลิตใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 18:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855158


“พาณิชย์” ลงพื้นที่น้ำท่วม ที่สุราษฎร์ธานี พบผลผลิตปาล์มเสียหาย 10-13% ทำราคาผลปาล์มสดทะลุ 6 บาท/กก. แต่ยันน้ำมันปาล์มขวดไม่ขึ้น เหตุ มีสต๊อกน้ำมันดิบมาก

วันที่ 9 ก.พ. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผย ภายหลังลงพื้นที่ติดตามปัญหาผลผลิตปาล์มน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมว่า พื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันได้รับความเสียหายพอสมควร ซึ่งในภาคใต้ปลูกปาล์มน้ำมัน ประมาณ 4 ล้านไร่ ทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบเฉลี่ย 10-13% จากการประเมินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเบื้องต้น โดยใน จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1.3 ล้านไร่ ได้รับความเสียหายไปประมาณ 130,000 ไร่ และส่วนใหญ่เป็นปาล์มอายุ 3-5 ปี

“ตอนนี้ความเสียหายยังประเมินเป็นมูลค่าที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะพื้นที่เพาะปลูกบางแห่งยังเข้าพื้นที่ไม่ได้ ในส่วน จ.สุราษฎร์ธานี ปกติมีพื้นที่เพาะปลูก 1.3 ล้านไร่ ให้ผลผลิตเฉลี่ยปีละ 3 ล้านตัน ปีนี้พื้นที่เสียหายไปส่วนหนึ่ง คาดว่าจะกระทบกับการผลิตบ้าง”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ไทยมีสต๊อกปาล์มน้ำมันดิบสูงถึง 200,000 ตัน ประกอบกับ ผลผลิตปาล์มสดกำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ ทำให้คาดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มขวด ส่วนราคารับซื้อผลปาล์มถือว่าเป็นไปตามกลไกตลาด ที่ผลผลิตน้อยราคาจะปรับขึ้น ปัจจุบันราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 6.20 บาท เพิ่มจากช่วงปกติที่มี กก.ละประมาณ 5 บาท

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เพื่อบริหารจัดการผลผลิตปาล์มให้เพียงพอต่อความต้องการ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ติดตามและรวบรวมปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ทั้งเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และไม่ได้รับผลกระทบ เพราะต้องการรวบรวมปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้ปาล์มน้ำมันไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ อีกทั้ง ต้องการทำให้คุณภาพปาล์มน้ำมันดี และเกษตรกรขายได้ราคาสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ศึกษาแนวทางการผลิตของมาเลเซีย เพื่อนำมาปรับใช้กับไทย ภายหลังพบว่า มาเลเซียมีการบริหารจัดการซื้อปาล์มน้ำมันในเปอร์เซ็นต์ที่สูง

 

ก.แรงงาน ยกระดับมาตรฐาน ‘ช่างทำฟันปลอม’ สู่ไทยแลนด์ 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 16:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855102


กระทรวงแรงงาน ยกระดับมาตรฐาน ‘ช่างทำฟันปลอม’ จับมือบริษัทเอกชน เพิ่มมาตรฐาน Re-skill แรงงานไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง เตรียมพร้อมสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 60 นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กล่าวว่า บริษัท เอกซา ซีแลม จำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตฟันปลอมและงานทันตกรรมจัดฟัน ผลิตงานทันตกรรมครบวงจรมากกว่า 19 ปี มีพนักงานรวมทั่วประเทศกว่า 600 คน ให้บริการทั้งภายในประเทศ และส่งออกต่างประเทศ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะ เจ้าพ่อโคลนนิ่งฟันปลอม

ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าว ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูง ภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับความรู้ของพนักงาน ให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องการลดการสูญเสียในวงจรการผลิต

นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ที่ กพร.ดำเนินการนั้น เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และพลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งเน้นเพิ่มผลิตภาพแรงงาน พร้อมสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วย เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีเป้าหมายในการ Re-skill แรงงานไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง ได้มาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม คณิตศาสตร์ และองค์ความรู้ด้านการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน

โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบให้กับพนักงาน ตามแนวทาง STEM Workforce ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการสูญเสียในวงจรการผลิตหรือบริการ เพื่อลดต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และนำไปเป็นต้นแบบในสายการผลิตอื่นต่อไปด้วยปัจจุบัน คณะที่ปรึกษาโครงการและผู้ควบคุมงานของโครงการเพิ่มผลิตภาพ ได้ให้คำปรึกษาแก่บริษัท และดำเนินการอยู่ในช่วงที่ 2 คือการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะให้กับพนักงานให้มีความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มผลิตภาพ โดยให้แนวคิดการผลิตแบบ LEAN มาใช้ลดการสูญเสียของกระบวนการผลิต

นายอภิชัย มีเกียรติชัยกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกซา ซีแลม จำกัด กล่าวว่า นอกจากบริษัทฯ จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้ว ยังร่วมกันจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพ ‘สาขาช่างทันตกรรม ระดับ 1’ ด้วย ซึ่งในการจัดทำมาตรฐานดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน

นอกจากนี้ ยังนำไปใช้วัดระดับความรู้ความสามารถ ทักษะฝีมือ รวมถึงทัศนคติต่อการทำงานของพนักงาน หรือใช้ในการวางแผนการพัฒนาทักษะให้กับพนักงานให้สูงขึ้น หรือเลื่อนตำแหน่งงานให้กับพนักงาน ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง อีกทั้งเป็นการเพิ่มคุณภาพของสินค้าและการบริการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และที่สำคัญพนักงานเองก็จะได้ทราบระดับทักษะฝีมือและข้อบกพร่องของตนเอง และรับค่าจ้างค่าที่เป็นธรรมอีกด้วย.

 

ช็อกโกแลต-ร้านกาแฟส่งสินค้าชิงตลาดช่วงวันวาเลนไทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 15:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/855034


กระแสวันวาเลนไทน์มาแล้ว “แคดเบอรี” ส่งแพ็กเกจดีไซน์บอกรักกับ 4 รสชาติช็อกโกแลตจับลูกค้า ส่วน “สตาร์บัคส์” จัดโปรให้จับคู่เครื่องดื่มกับอาหารแล้วรับส่วนลด…

น.ส.ณัฐณี เกษมรัฐกุล หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าเพื่อต้อนรับเดือนแห่งความรัก ช็อกโกแลตแคดเบอรีส่งแพ็กเกจดีไซน์บอกรักกับ 4 รสชาติช็อกโกแลตสุดคลาสสิกสู่ตลาด โดยช็อกโกแลตแคดเบอรีแพ็กเกจดีไซน์นี้ จะมาพร้อมข้อความบอกรักซ่อนอยู่ในการ์ดรูปหัวใจแบบป๊อปอัพพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษรับแก้วลิมิเต็ด อิดิชั่น สีสันสดใส เมื่อซื้อสินค้าตามเงื่อนไขหรือจนกว่าของจะหมด

ขณะที่สตาร์บัคส์ขอเชิญชวนลูกค้ามาร่วมสนุกกับกิจกรรมเฟ้นหาเมนูเครื่องดื่มและอาหารที่รสชาติเข้ากันราวกับพรหมลิขิตให้เกิดมาคู่กันในช่วงวันแห่งความรักวาเลนไทน์ปีนี้ โดยไม่ว่ามาคนเดียวหรือมาเป็นคู่กับคนรัก มากับเพื่อน หรือกับครอบครัวก็สามารถลิ้มลองเมนูสุดอร่อยของสตาร์บัคส์พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมจับคู่ในครั้งนี้ได้ เพียงเลือกซื้อเครื่องดื่มแก้วโปรดไซส์ Tall ขึ้นไปกับอาหารประเภทใดก็ได้ รับส่วนลดเครื่องดื่ม 20% ระหว่างวันที่ 10 ถึง 19 ก.พ.นี้ ณ ร้านสตาร์บัคส์.
 

‘พาณิชย์’ เปิด ฟาร์มเอาต์เลต เพิ่มช่องทางเกษตรกร นำผลิตผลมาจัดจำหน่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 14:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854953


‘พาณิชย์’ เปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน Farm Outlet สบปราบฟาร์เมอร์มาร์เก็ต จ.ลำปาง ถือเป็นแห่งที่ 47 ของประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรเพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้าเปิดต่อในจังหวัดอื่นๆ

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) สบปราบฟาร์เมอร์มาร์เกต ที่จ.ลำปางว่า สบปราบฟาร์เมอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ เป็นศูนย์ Farm Outlet แห่งที่ 47 ของประเทศ ที่กรมการค้าภายในได้ผลักดันในการจัดตั้ง เพื่อให้เป็นสถานที่ให้เกษตรกรนำสินค้าเกษตรมาจำหน่าย ทั้งการจำหน่ายให้กับสมาชิก ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง

สำหรับ สบปราบฟาร์เมอร์มาร์เก็ต เป็นการดำเนินการของสหกรณ์การเกษตรสบปราบ จำกัด ที่สมาชิกส่วนใหญ่ทำการเกษตร สหกรณ์ฯ จึงได้ส่งเสริมสมาชิกให้มีความรู้และพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรหลายด้าน ได้แก่ สินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและอินทรีย์ สินค้าปศุสัตว์ สินค้าโอทอปจากกลุ่มอาชีพสมาชิกสหกรณ์ เช่น กลุ่มทอผ้า กลุ่มจักสาน เครื่องปั้น เป็นต้น

“กรมการค้าภายในได้ส่งเสริมให้สหกรณ์ฯ มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น และได้ก่อตั้งสบปราบฟาร์เมอร์มาร์เก็ตขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกรายย่อยนำผลผลิตมาจำหน่าย เป็นการสร้างมูลค่าสินค้าอย่างเป็นระบบ สินค้าที่จำหน่ายมีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด และยังได้มีการสร้างเครือข่ายการผลิต การตลาด กับสหกรณ์ กลุ่มผู้ผลิต และเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์สามารถซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคได้ในตลาดของตนเองด้วย”

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน Farm Outlet จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการสร้างความเข้มแข็งในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นช่องทางการตลาด เป็นจุดเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตอีกช่องทางหนึ่งของเกษตรกร ในการนำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปไปวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งช่วยให้เกษตรกรมีตลาดจำหน่ายผลผลิต มีรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดความยั่งยืนในอาชีพ โดยมีแผนที่จะขยายและเปิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในจะยังส่งเสริมและพัฒนาด้านการให้ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเชื่อมโยงตลาด และการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับ Farm Outlet ด้วย สำหรับการจัดตั้ง Farm Outlet เป็นหนึ่งในโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) โดยใช้การตลาดเป็นตัวนำและขับเคลื่อน ซึ่งที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้มีการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ด้วยการผลักดันให้เกิดโครงการตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่น (ตลาดต้องชม) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) โครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดให้นิติบุคคลลงทะเบียน “เอสซีบี บิซซิเนส พร้อมเพย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 ก.พ. 2560 11:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/853149


ธนาคารไทยพาณิชย์ ตอบรับนโยบายการชำระเงินระบบอิเล็กทรอนิกส์ (National e-Payment) ของรัฐบาล ล่าสุดธนาคารฯ เปิดให้นิติบุคคลลงทะเบียน “เอสซีบี บิซซิเนส พร้อมเพย์” บริการรับเงินและโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบพร้อมเพย์สำหรับลูกค้านิติบุคคล โดยใช้บัญชีธนาคารผูกกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

นายพิพัฒน์ อัสสมงคล รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายบริการธุรกรรมการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริการพร้อมเพย์ช่วยอำนวยความสะดวก และลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ เป็นประโยชน์มากกับทุกประเภทธุรกิจ นิติบุคคลสามารถสมัครเพื่อขอใช้บริการ “เอสซีบี บิซซิเนส พร้อมเพย์” ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ที่ดูแลอยู่ หรือสาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ และเริ่มใช้บริการรับเงินโอนผ่าน “เอสซีบี บิซซิเนส พร้อมเพย์” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2560 เป็นต้นไป

 

CJ WORX คว้าเอเจนซี่อันดับ 5 ของโลก จาก MIDAS AWARDS 2016 ที่นิวยอร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 ก.พ. 2560 10:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854781


ในบรรดา Digital agency ที่เกิดขึ้นมากมาย รองรับการตลาดในโลกออนไลน์ที่ขยายตัวมากกว่าสื่อชนิดอื่นๆ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ CJ WORX อยู่ในลำดับแรกๆของครีเอทีฟดิจิทัลเอเจนซี่เมืองไทยอย่างแน่นอน แม้ว่าประสบการณ์ที่ก่อตั้งเมื่อ 6 ปีก่อน จนตอนนี้ สยายปีกกิจการอย่างรวดเร็วแต่มั่นคง มี SPORE BKK เป็นฝ่ายมีเดียเอเจนซี่ และ 2 เอเจนซี่ในเครือที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุดอย่าง SUBMARINE และ ROCKETCAT แล้ว

สิ่งการันตีผลงานและคุณภาพ และสร้างความภูมิใจไม่เพียงแต่เฉพาะดิจิทัลเอเจนซี่แห่งนี้เท่านั้น แต่ล่าสุดจากเวทีระดับโลกอย่าง MIDAS AWARDS ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่คัดเลือกโฆษณาด้านการเงินจากเอเจนซี่ทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่ปี 2001 ได้ประกาศผลงานและเอเจนซี่โฆษณาที่ได้รับรางวัลสาขาต่างๆ จากผลงานในปี 2016 ซึ่ง ดิจิทัลเอเจนซี่ไทยอย่าง ซีเจ เวิร์ค ได้สร้างชื่อให้กับประเทศไทย….

http://www.midasawards.com/img/MidasAgencyRanking.jpg

โดยได้รับรางวัลเอเจนซี่อันดับที่ 5 จากเอเจนซี่ชื่อดังทั่วโลกที่ ทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา บราซิล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และถือว่าเป็นที่ 1 ของเอเชียที่มีการจัดอันดับจากไมดาส อวอร์ดปีนี้

“รางวัล MIDAS คือ เป็นรางวัลสำหรับผลงานโฆษณาทางด้านการเงิน ที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องซีเรียส จริงจัง ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังมีเรื่องกฎระเบียบต่างๆ มาเป็นกรอบจำกัดในการคิดสร้างสรรค์ผลงาน นี่จึงเป็นความท้าทายในการทำงานให้กับคนทำโฆษณาทั่วโลก” สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม Managing Director, Executive Creative Director จาก CJ WORX

ผลงานความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างชื่อให้กับประเทศไทยในครั้งนี้คือ แคมเปญ “Krungsri Market Interactive E-Form | ฟอร์มป๋าป๋า การขอสินเชื่อแบบบันเทิงโพด ๆ” นอกจากแคมเปญนี้จะสามารถทำให้มี Success Lead จากผู้บริโภค เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนมีแคมเปญนี้แล้ว กระแสตอบรับนี้ยังเป็นเปล่งประกายให้ ซีเจ เวิร์ค เอเจนซี่ของไทยรายเดียวเข้าตาคณะกรรมการจากไมดาส อวอร์ด “จนติดTop 10 เอเจนซีของโลก ซึ่งผลมาจากการชนะระดับ Gold 2 รางวัล , Sliver 5 รางวัล และได้รับรางวัล Finalist อีก 4 ผลงาน”

เมื่อปี 2015 ป๋าเสื้อเหลือง จากแคมเปญ “ป๋าจัดให้” สร้างกระแสและทำให้ซีเจ เวิร์คได้รับรางวัลในวงการโฆษณาไปแล้ว ระดับ Sliver เฉพาะจาก ไมดาส อวอร์ดจำนวน 2 รางวัล

นอกจากความดีใจแล้ว คุณสหรัฐ ยังรู้สึกภูมิใจในฐานะเป็นเอเจนซี่สัญชาติไทย หนึ่งเดียว และแห่งเดียวในทวีปเอเชีย ทีได้รับเกียรติจากรางวัลทรงคุณค่าในครั้งนี้

“หลักการคิดสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาของซีเจ เวิร์ค ที่ผมวางแนวทางไว้เสมอว่า ผู้บริโภคต้องสามารถเข้าใจ และได้ประโยชน์จากผลงานของเราด้วย เพราะเสียงตอบรับของผู้บริโภคคือรางวัลที่แท้จริงสำหรับคนทำงานอย่างเรา ส่วนรางวัลที่มีเกียรติสถาบันต่างๆ มอบให้ภายหลังนั้นคือ กำลังใจเพิ่มเติมจากสิ่งที่เราตั้งใจอย่างเต็มที่”

คงไม่แปลกใจที่ CJ WORX ถึงเติบโตได้อย่างรวดเร็วแต่มั่นคง ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของธุรกิจดิจิทัลเอเจนซี่ และการตลาดออนไลน์ เพราะนอกจากไอเดียความคิดสร้างสรรค์แล้วทิศทางขององค์กรเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ในการสร้างสรรค์ให้เกิดความแตกต่างอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายในกระบวนการโฆษณา เพื่อให้เกิดกรยอมรับทั้งจากภายในประเทศเองและยกมาตราฐานสู่สากลด้วย

 

เปิดอย่างเป็นทางการ ซัมซุง เพย์ หนุนการใช้จ่ายคนไทยสู่ สังคมไร้เงินสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 10:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854752


ซัมซุง เปิดตัว ซัมซุง เพย์ (Samsung Pay) การชำระเงินรูปแบบใหม่มุ่งดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด สนองยุทธศาสตร์ชาติด้าน e-Payment หลังชิมลางเปิดใช้ตั้งแต่ ต.ค.59 ได้การตอบรับดี ชูจุดเด่น ใช้ง่าย ปลอดภัย และครอบคลุมมากที่สุด…

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ซัมซุงเริ่มให้ผู้บริโภคไทยได้ใช้งานซัมซุง เพย์ (Samsung Pay) ตั้งแต่เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทางการเงินชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น มาสเตอร์การ์ด วีซ่า ธนาคารกรุงเทพ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ธนาคารกสิกรไทย เคทีซี ซิตี้แบงก์ และธนาคารไทยพาณิชย์ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเพื่อให้บริการซัมซุง เพย์ได้อย่างสมบูรณ์จากห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงการใช้งานร่วมกับบัตรกาแลคซี่ กิฟท์ พรีเพดการ์ด ที่ซัมซุงร่วมนำเสนอกับมาสเตอร์การ์ด รวมถึงบัตรสมาชิกของร้านค้าชั้นนำอีกจำนวนมากเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค เพราะไม่จำเป็นต้องพกเงินสด หรือบัตรเครดิตหลายๆ ใบ ลดความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม และที่สำคัญ ซัมซุง เพย์ยังเป็นระบบการชำระเงินที่เข้ากับแนวคิดสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก

รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุงฯ กล่าวต่อว่า แม้ว่าแนวคิดกระเป๋าเงินดิจิตอล (Digital Wallet) จะเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศ แต่ซัมซุง เพย์ก็ได้รับผลตอบรับที่ค่อนข้างดีจากผู้บริโภค หลังจากเปิดให้บริการเพียง 4 เดือน จากผลสำรวจล่าสุด Visa study, independently conducted by YouGov on behalf of Visa ของวีซ่า ชี้ให้เห็นว่าการใช้ระบบกระเป๋าเงินดิจิตอลเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการนั้น มีข้อดีทั้งในด้านความสะดวกสบายและปลอดภัย แต่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยมากกว่า โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเลือกใช้วิธีการชำระเงินผ่านระบบกระเป๋าเงินดิจิตอลมากขึ้น เมื่อมั่นใจว่าระบบกระเป๋าเงินดิจิตอลนั้นมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับที่สูงมากพอ นอกเหนือจากนี้ซัมซุงจะทำกิจกรรมที่มุ่งให้ความรู้ด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังทำการสื่อสารการตลาด ณ จุดชำระเงิน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับผู้ใช้ซัมซุง เพย์

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

นายวิชัย กล่าวอีกว่า ซัมซุงคาดหวังว่าการเปิดให้บริการซัมซุง เพย์ ในประเทศไทย จะมีส่วนสำคัญช่วยในการปฏิรูปประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมล้ำหน้า ที่จะมาปฏิวัติการจับจ่ายของคนไทย และสร้างสรรค์สังคมรูปแบบใหม่แบบสังคมไร้เงินสด สุดท้ายนี้ ซัมซุงคาดการณ์ว่าการใช้ซัมซุง เพย์ จะมีแนวโน้มเติบโตอย่างเนื่อง และซัมซุงยังวางแผนที่จะขยายการใช้งาน ซัมซุง เพย์ ให้ครอบคลุมบัตรทุกรูปแบบในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น บัตรพรีเพดรูปแบบอื่น นอกเหนือจากกาแลคซี่ กิฟท์ พรีเพดการ์ด และบัตรเดบิต

ด้าน นายโทมัส โค รองประธานและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจการชำระเงินระดับโลก ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า เพราะซัมซุงตั้งใจนำเสนอแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ทันสมัย รวมถึงระบบกระเป๋าดิจิตอลให้กับผู้บริโภคทั่วโลก จึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้แนะนำซัมซุง เพย์สู่ประเทศไทย เราใช้กลยุทธ์การนำเสนอบริการซัมซุง เพย์ที่ออกแบบสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เราใช้กับตลาดประเทศอื่นๆ เช่นกัน เราทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อผลักดันการใช้งานระบบการชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน ที่ทั้งรวดเร็วและปลอดภัยในประเทศไทย และเราคาดหวังว่าซัมซุง เพย์ จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยสะดวก ง่าย และรวดเร็วกว่าที่เคย

ซัมซุง เพย์ การชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านสมาร์ทโฟน โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่

1.ใช้ง่าย – หลังจากลงทะเบียนใช้งานซัมซุง เพย์ แล้ว เมื่อต้องการชำระเงินก็แค่หยิบสมาร์ทโฟนออกมาเลือกบัตรที่ต้องการ สแกนลายนิ้วมือยืนยันตัวตน และแตะสมาร์ทโฟนกับเครื่องรูดบัตร เพียงเท่านี้ก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างง่ายดาย
2.ปลอดภัย – อุ่นใจด้วยระบบโทเคน (Tokenization) ที่สร้างเลขบัตรดิจิทัล แทนการใช้เลขบัตรเครดิตจริงในการชำระเงิน ปลอดภัยขึ้นอีกขั้นด้วยระบบยืนยันตัวตนผ่านลายนิ้วมือทุกครั้งที่ชำระเงิน และระบบรักษาความปลอดภัยชั้นหนึ่งคือ ซัมซุง น็อกซ์ (Samsung Knox) ตู้เซฟที่ช่วยปกป้องข้อมูล ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ ซึ่งยังไม่มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใดทำได้
3.ครอบคลุมมากที่สุด – เพราะซัมซุง เพย์ รองรับเทคโนโลยี MST (Magnetic Secure Transmission) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับเครื่องรูดบัตรเครดิตที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย และยังรองรับเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของระบบการจ่ายเงินอีกด้วย ไม่ว่าที่ใดที่รับบัตรเครดิต
ก็รองรับ ซัมซุง เพย์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถใส่บัตรเครดิตได้มากสุดถึง 10 ใบ รวมทุกสิทธิประโยชน์ใน
เครื่องเดียว โดยไม่จำเป็นต้องพกกระเป๋าสตางค์หรือบัตรเครดิตให้ยุ่งยากอีกต่อไป.

 

ทองเปิดตลาดราคาคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 21,050

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2560 09:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854756


ราคาทองวันที่ 9 ก.พ.60 เปิดตลาดราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,450 ขายออกบาทละ 20,550 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,087 ขายออกบาทละ 21,050 บาท

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.21 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,450 บาท ขายออกบาทละ 20,550 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,087 บาท ขายออกบาทละ 21,050 บาท