ไทยพาณิชย์ ชู Lifestyle Payment ส่งแคมเปญ “SCB พร้อมเพย์ แท็กซี่เดลิเวอรี่พร้อมรับ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 ก.พ. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854253


ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศความพร้อมให้บริการ “SCB พร้อมเพย์” ชูแนวคิด Lifestyle Payment ผลักดันการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด (Cashless Ecosystem) ในทุกไลฟ์สไตล์ให้เกิดขึ้นจริง ตอบรับนโยบายรัฐเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจและใช้งานระบบพร้อมเพย์ ประเดิมแคมเปญ “SCB พร้อมเพย์ แท็กซี่เดลิเวอรี่พร้อมรับ” ดึง 4 พันธมิตรเครือข่ายแท็กชี่และเดลิเวอรี่เซอร์วิส ได้แก่ แกร็บแท็กซี่ (Grab), ออลไทย แท็กซี่ (All Thai Taxi), สกู๊ตตาร์ (Skootar) และอีทเรนเจอร์ (Eat Ranger) ร่วมสร้างเครือข่ายการใช้งานพร้อมเพย์ เจาะไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคผ่านการใช้งานจริง ชูจุดเด่นชำระค่าบริการผ่าน “SCB พร้อมเพย์” รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่ต้องพกเงิน เริ่มแล้ววันนี้ทั่วกรุงเทพฯ

ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ Chief Strategy Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งมั่นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม ให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลภายใต้แผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ในการรณรงค์ให้เกิดการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดผ่านระบบพร้อมเพย์ จึงผนึกกำลังกับ 4 พันธมิตรเครือข่ายรถแท็กซี่ ได้แก่ แกร็บแท็กซี่ (Grab), ออลไทย แท็กซี่ (All Thai Taxi) และเดลิเวอรี่เซอร์วิส ได้แก่ สกู๊ตตาร์ (Skootar) และ อีทเรนเจอร์ (Eat Ranger) เปิดบริการ “SCB พร้อมเพย์ แท็กซี่ เดลิเวอรี่พร้อมรับ” สร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้บริการพร้อมเพย์เพิ่มขึ้น โดยผู้ใช้บริการรถแท็กซี่และเดลิเวอรี่เซอร์วิส สามารถชำระค่าโดยสารหรือค่าบริการผ่าน SCB พร้อมเพย์ แทนเงินสดบนแอปพลิเคชัน SCB Easy ซึ่งมอบความสะดวก ปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ เพียงสังเกตรถบริการที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้จากสติกเกอร์ “SCB พร้อมเพย์” บริเวณด้านหน้ารถ”

“สำหรับช่วงเปิดบริการ “SCB พร้อมเพย์ แท็กซี่เดลิเวอรี่พร้อมรับ” มีเครือข่ายแท็กซี่และเดลิเวอรี่เซอร์วิสเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,000 คัน และคาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 คัน ภายในปีนี้ โดยจะเปิดรับสมัครผู้ขับแท็กซี่เข้าร่วมโครงการที่สาขาธนาคารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนี้ เรามีความตั้งใจให้โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องที่จะรณรงค์ให้เกิดการใช้งานพร้อมเพย์อย่างแพร่หลายในภาพรวม โดยธนาคารได้จัดเตรียมโปรโมชั่นสำหรับผู้โดยสารและผู้ให้บริการเพื่อผลักดันให้เกิดการทดลองใช้งานและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ สำหรับลูกค้าผู้ขับแท็กซี่ท่านอื่นสามารถเปิดบัญชี พร้อมผูกบัญชีพร้อมเพย์กับ SCB ได้ที่สาขาของธนาคาร ได้เช่นกัน

นอกจากแท็กซี่แล้ว ธนาคารยังมีโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับ SCB เท่านั้น สามารถโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ไหน เท่าไรก็ฟรี วันนี้-1 พฤษภาคม 2560 เป็นเวลา 3 เดือน สามารถทำรายการโอนเงินผ่านช่องทาง ATM, SCB Easy App, SCB Easy Net ของธนาคารไทยพาณิชย์ และปลายทางผู้รับโอนต้องมีบัญชีที่ผูกกับบริการพร้อมเพย์เท่านั้น ผู้โอนสามารถโอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและจำนวนเงิน แต่ขึ้นกับวงเงินในแต่ละช่องทางที่ธนาคารกำหนดไว้ นอกจากนี้ ธนาคารยังจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับบริการ SCB พร้อมเพย์ โดยจัดบูธประชาสัมพันธ์ที่มีพนักงานคอยให้คำแนะนำที่สาขาธนาคารกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ รับการเปิดตัวบริการพร้อมเพย์อย่างเต็มรูปแบบ” ดร.อารักษ์ กล่าวเสริม

SCB พร้อมเพย์ บริการโอนเงินและรับเงินรูปแบบใหม่ สนองนโยบายภาครัฐที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนรับเงินและโอนเงินทั้งภายในธนาคารไทยพาณิชย์เอง หรือต่างธนาคาร ทั้งด้านการโอนเงินระหว่างบุคคลทั่วไป หรือองค์กรธุรกิจ รวมถึงการรับเงินสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐ อาทิ เงินสวัสดิการ เงินช่วยเหลือ และเงินภาษี สามารถโอนเข้าบัญชีได้โดยตรง ผ่าน Mobile Banking, Internet Banking และตู้ ATM โดยไม่จำเป็นต้องไปที่ธนาคาร เพียงใช้หมายเลขโทรศัพท์ หรือเลขบัตรประชาชนมาผูกกับบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์แทนเลขที่บัญชีธนาคาร สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้ ลดความเสี่ยงจากการพกพาเงินสดจำนวนมาก รวมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์จากการคิดค่าธรรมเนียมที่ถูกลง

ลูกค้าธนาคารและผู้สนใจสามารถสมัครบริการ “SCB พร้อมเพย์” ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ เว็บไซต์ https://promptpay.scb แอปพลิเคชัน SCB EASY ตู้เอทีเอ็ม SCB และธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-777-7777

 

สหภาพ “เจ้าจำปี” ขู่ประท้วงขอขึ้นเงินเดือนเต็มเพดานสูงสุดพร้อมทวงโบนัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854530


นายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย (สร.กบท.) เปิดเผยว่า เมื่อ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีมติให้ปรับเงินเดือนของพนักงานเพิ่ม 6% จากกรอบวงเงินที่กำหนดไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนโบนัสต้องรอผลประกอบการปี 2559 อย่างเป็นทางการก่อนจึงสรุป โดยสหภาพฯ เตรียมนัดเจรจากับผู้บริหารการบินไทยอีกครั้ง เพื่อขอปรับเงินเดือนขึ้นอีก ให้เต็มเพดานสูงสุดคือ 7.5% ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม.อนุมัติไว้ เมื่อปี 2538 รวมถึงต้องการให้จ่ายโบนัสแก่พนักงาน เนื่องจากนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รับปากกับพนักงานไว้ก่อนหน้านี้ว่าปีนี้จะจ่ายโบนัส รวมทั้งบริษัทก็กลับมามีกำไรแล้ว โดยพนักงานไม่ได้รับโบนัสมา ตั้งแต่ปี 2553 แต่บริษัทใช้วิธีจ่ายเป็นเงินพิเศษ เช่น ค่าเบี้ยขยันราว 5,000-6,000 บาทต่อคนแทน

“คุณจรัมพรพูดตลอดว่าจะมีโบนัส ถ้าไม่จ่ายก็อาจจะมีปัญหากับพนักงาน อีกทั้งพนักงานก็ช่วยกันทำงานจนองค์กรกลับมามีกำไร โดยเขาเรียกร้องให้ขึ้นเงินเดือนเต็มเพดานที่ 7.5% เพราะที่ผ่านมาขึ้นแค่ 2-3% มีปีที่แล้วดีหน่อยขึ้น 4% แต่ถ้าคราวนี้บอร์ดให้ขึ้น 6% เมื่อหักภาษีและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกก็เท่ากับว่าพนักงานได้ขึ้นเงินเดือนแค่ 5%” นายดำรงค์กล่าว

ทั้งนี้ สหภาพฯ จะแจ้งผลการเจรจาให้พนักงานรับทราบ แต่ถ้าผลการเจรจาไม่ตรงกับข้อเรียกร้อง สหภาพฯ ไม่สามารถระบุว่าพนักงานจะออกมาชุมนุมคัดค้านเหมือนกระแสข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่ เนื่องจากพนักงานจะพูดคุยกันในกลุ่มโซเชียลต่างๆเอง แต่ถ้าหากพนักงานออกมาเรียกร้องก็ถือเป็นหน้าที่ของสหภาพฯออกมาเป็นตัวแทนด้วย

สำหรับการนัดเจรจากับผู้บริหารนั้น เบื้องต้นได้แจ้งไปที่นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานบอร์ดการบินไทย แต่ผู้ที่จะเจรจาด้วยคงเป็นเรือเอก กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจการองค์กร ซึ่งรับผิดชอบโดยตรง หรือนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบิน ซึ่งจะรับตำแหน่งรักษาการดีดี วันที่ 10 ก.พ.นี้ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งวันนัดหมายแต่อย่างใด.

 

“ซีพีเอฟ” โชว์ผลงานนวัตกรรม รวมพลังบุคลากรร่วมแชร์ไอเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854522


นายวิโรจน์ คัมภีระ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า วันนี้ซีพีเอฟได้จัดงาน “CPF CEO Awards 2016” ภายใต้แนวคิด “คุณค่านำ ทำสิ่งใหม่” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 8 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้พนักงานและผู้บริหารซีพีเอฟ คิด ปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมองเห็นโอกาสในการแก้ปัญหา คิดต่อยอดสิ่งใหม่ๆ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของซีพีเอฟ และตอกย้ำว่านวัตกรรมสามารถขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

โดยในปีนี้มีบุคลากรให้ความสนใจส่งผลงานเข้าประกวด 3,561 ผลงาน มีผลงานที่ได้รับรางวัล CPF CEO Awards 2016 ทั้งสิ้น 18 ผลงาน สร้างนวัตกรรวม 497 คน โดยซีพีเอฟพัฒนานวัตกรรมอย่างจริงจังมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว หลังจากนั้นได้นำนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปขอจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีอยู่ 96 สิทธิบัตร และรอพิจารณาอยู่ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาอีก 84 เรื่อง ซึ่งตั้งเป้าว่าในปี 2563 จะมีสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรมากกว่า 500 เรื่อง.

 

“เอสซีบี” จับมือเครือข่ายแท็กซี่ ลุยโปรโมตลูกค้าใช้พร้อมเพย์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854520

นายอารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับ 4 พันธมิตรเครือข่ายรถแท็กซี่ และเดลิเวอรี่ ได้แก่ แกร็บแท็กซี่, ออลไทย แท็กซี่ และเดลิเวอรี่เซอร์วิส ได้แก่ สกู๊ตตาร์ และอีทเรนเจอร์ เปิดบริการ SCB พร้อมเพย์ แท็กซี่ เดลิเวอรี่พร้อมรับ โดยผู้ใช้บริการรถแท็กซี่และเดลิเวอรี่เซอร์วิสสามารถชำระค่าโดยสารหรือค่าบริการผ่าน SCB พร้อมเพย์ แทนเงินสดบนแอพพลิเคชั่น SCB Easy ซึ่งมอบความสะดวก ปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้โดยสารและผู้ใช้บริการสำหรับช่วงเปิดบริการมีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,000 คัน สังเกตได้จากสติกเกอร์ “SCB พร้อมเพย์” บริเวณด้านหน้ารถ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 คันภายในปีนี้ โดยจะเปิดรับสมัครผู้ขับแท็กซี่เข้าร่วมโครงการที่สาขาธนาคารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

“ธนาคารมีความตั้งใจให้โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องที่จะรณรงค์ให้เกิดการใช้งานพร้อมเพย์อย่างแพร่หลายในภาพรวม โดยธนาคารได้จัดเตรียมโปรโมชั่นสำหรับผู้โดยสารและผู้ให้บริการเพื่อผลักดันให้เกิดการทดลองใช้งานและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ สำหรับลูกค้าผู้ขับแท็กซี่ท่านอื่นสามารถเปิดบัญชี พร้อมผูกบัญชีพร้อมเพย์กับ SCB ได้ที่สาขาของธนาคาร”

นายอารักษ์กล่าวว่า ลูกค้าที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับ SCB ยังได้รับสิทธิพิเศษสามารถโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ไหน เท่าไรก็ฟรี จนถึงวันที่ 1 พ.ค.นี้ เป็นเวลา 3 เดือน สามารถทำรายการโอนเงินผ่านช่องทาง ATM, SCB Easy App, SCB Easy Net ของธนาคารไทยพาณิชย์ และปลายทางผู้รับโอนต้องมีบัญชีที่ผูกกับบริการพร้อมเพย์เท่านั้น ผู้โอนสามารถโอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและจำนวนเงิน แต่ขึ้นกับวงเงินในแต่ละช่องทางที่ธนาคารกำหนดไว้.

 

“มันนี่เอ็กซ์โป” พัทยาครั้งที่ 7 ใกล้กระหึ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854517


ชูนวัตกรรมทางเงินรับกระแสเทคโนโลยี

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า ธนาคารและสถาบันการเงิน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนในงานมหกรรมการเงินพัทยา ครั้งที่ 7 ที่วารสารการเงินธนาคารจะจัดขึ้นในวันที่ 17-19 ก.พ.2560 ที่ศูนย์ประชุมพีช รอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมการเงิน 4.0 Financial Innovation 4.0” นายสันติกล่าวว่า นอกจากบริการทางการเงินและการลงทุนที่ครบวงจรแล้ว ธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมงานยังได้เตรียมแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษมาให้กับลูกค้าประชาชนในภาคตะวันออกทั้งอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงการลุ้นรางวัลชิงโชค และของแจกของแถมมากมาย

“ธนาคารและสถาบันการเงินประเดิมการแข่งขันต้นปีอย่างดุเดือด ด้วยแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษที่นำมาให้กับลูกค้าและประชาชนในภาคตะวันออก เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ย 0% รู้ผลอนุมัติเบื้องต้นทันทีในงาน ฟรี ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าประเมินราคา ค่าจดจำนอง, สินเชื่อเอสเอ็มอี ให้วงเงินกู้สูงสุด 150%, เงินฝากปลอดภาษี อัตราดอกเบี้ยสูง 2.95%, ประกันชีวิต-ประกันภัย เบี้ยประกันผ่อนได้ อัตราดอกเบี้ย 0%, เปิดบัญชีหุ้นรับฟรีตั๋วชมฟุตบอลแมนฯยู ที่สนามโอลด์แทรฟเฟิร์ด ประเทศอังกฤษ เป็นต้น”

ด้านนางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า จากการจัดงานมหกรรมการเงินพัทยาทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากลูกค้าประชาชนในพัทยา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดในภาคตะวันออกเป็นอย่างดี โดยมียอดผู้เข้าชมงานรวมกว่า 300,000 คน และมียอดธุรกรรม 99,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6.77 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,589.29 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2560 17:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854336


หุ้นไทยวันที่ 8 ก.พ. ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 6.77 จุด เปลี่ยนแปลง +0.43% ดัชนีอยู่ที่ 1,589.29 จุด มูลค่าซื้อขาย 59,061.98 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 8 ก.พ. 60 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้น 6.77 จุด เปลี่ยนแปลง +0.43% ดัชนีอยู่ที่ 1,589.29 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 59,061.98 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน).

 

กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% มอง ศก.ไทยฟื้นตัวดีกว่าที่คาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2560 16:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854246


กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่ยังมีความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รับผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ …

วันที่ 8 ก.พ. 60 นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า กนง. นัดแรกของปี 2560 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี โดย กนง. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน มาจากการส่งออกสินค้าที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น การท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด และการใช้จ่ายของภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีทั้งผลกระทบทางบวกและลบ โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ซึ่ง กนง. ได้ให้ ธปท. ทำสมมติฐานศึกษาผลกระทบจากความไม่แน่นอนจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องจากความเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อเงินบาทให้มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นบ้าง ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร ดังนั้น ธปท. จะดูแลการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งการอ่อนค่าและแข็งค่าต้องไม่มีความผิดปกติหรือเก็งกำไร

นายจาตุรงค์ กล่าวว่า ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในบางจุด เช่น ความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจที่ด้อยลงตามสัญญาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เพิ่มขึ้น การผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบางบริษัท ส่วนด้านเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อได้กลับสู่กรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 1 ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และเดือนมกราคม 2560 เงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.5 และมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับขึ้น.

 

กสทช. นำเงินเหลือจ่ายปี 59 เข้าคลัง 3,651 ล้าน เพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2560 14:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854110


สำนักงาน กสทช. นำเงินเหลือจ่ายประจำปี 2559 จำนวน 3,651,258,953.82 บาท ส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน…

วันที่ 8 ก.พ. 60 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้คำนวณเงินเหลือจ่ายประจำปี 2559 ตามมาตรา 65(2) ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปรากฏว่า มีเงินเหลือจ่ายก่อนได้รับการตรวจสอบบัญชีจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จำนวน 3,651,258,953.82 บาท ในเบื้องต้นสำนักงาน กสทช. จะนำเงินบางส่วนจำนวน 2,000 ล้านบาท ส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน สำหรับเงินเหลือจ่ายส่วนที่เหลือ อยู่ระหว่างการฝากธนาคาร จะครบกำหนดในวันที่ 13 มี.ค. 2560 สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการนำส่งพร้อมดอกเบี้ยโดยเร็วต่อไป โดยเงินที่จะนำส่งดังกล่าวรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่าจำนวนเงิน 3,651,258,953.82 บาท

ทั้งนี้ การนำเงินส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินของสำนักงาน กสทช. ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามมาตรา 65 (2) วรรคหนึ่งและวรรคสอง ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่กำหนดให้รายได้หรือผลประโยชน์อันได้มาจากการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ตาม (1) และ (2) เมื่อหักรายจ่ายสำหรับการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงาน กสทช. ค่าภาระต่างๆ ที่จำเป็น เงินที่จัดสรรเพื่อสมทบกองทุนตามมาตรา 52 และกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน.

 

พณ. จัดงานธงฟ้า ขายสินค้าลด 20-40% ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2560 14:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854101


พาณิชย์ จัดงานธงฟ้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ขนสินค้าอุปโภคบริโภค-สินค้าจำเป็น จำหน่ายราคาถูกกว่าท้องตลาด 20-40% เริ่มครั้งแรกที่สุราษฎร์ธานี ก่อนจัดต่ออีก 7 ครั้งทั่วภาคใต้ …

วันที่ 8 ก.พ. 60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯ กำหนดจัดงานธงฟ้าเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งรุนแรงในช่วง เดือน ม.ค. 60 ใน 8 จังหวัด และได้เริ่มจัดครั้งแรกที่สหกรณ์สุราษฎร์ธานี จำกัด (โค-ออฟ) อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมธงฟ้าเพื่อผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ตั้งแต่วันที่ 8-11 ก.พ. 60 โดยได้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกกว่าท้องตลาด 20-40% เช่น ข้าวสาร น้ำตาลทราย ไข่ไก่ เสื้อผ้า อาหารสำเร็จรูป เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือทางการเกษตร และสินค้าเกษตรจากผู้ผลิตและฟาร์มโดยตรง รวมทั้งอาหารสำเร็จรูป และจะมีสินค้าราคาถูกเป็นพิเศษในแต่ละวันอีกด้วย

“เชื่อมั่นว่า การจัดงานมหกรรมธงฟ้าเพื่อผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จะช่วยให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมีโอกาสเข้าถึง และเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด แบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้เป็นอย่างดี และเฉพาะมหกรรมธงฟ้าเพื่อผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ คาดว่าจะมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงาน 12,000 คน”

สำหรับการจัดงานธงฟ้าครั้ง 2 จังหวัดพัทลุง กำหนดจัดวันที่ 13-16 ก.พ. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดพัทลุง อำเภอเมือง ครั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 18-21 ก.พ. ณ บริเวณสวนราชพฤกษ์ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอเมือง ครั้งที่ 4 จังหวัดปัตตานี วันที่ 23-26 ก.พ. ณ บริเวณหน้าโรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมือง

ครั้งที่ 5 จังหวัดสงขลา วันที่ 1-4 มี.ค. ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอระโนด อำเภอระโนด ครั้งที่ 6 จังหวัดชุมพร วันที่ 6-9 มี.ค. ณ บริเวณตลาดอวยชัย อำเภอหลังสวน ครั้งที่ 7 จังหวัดตรัง วันที่ 11-14 มี.ค. ณ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน อำเภอเมือง และครั้งที่ 8 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 16-19 มี.ค. ณ บริเวณตลาดนัดหน้าวัดห้วยทรายขาว อำเภอบางสะพาน

นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังจะจัดงานธงฟ้าขนาดเล็กในระดับอำเภอ อีก 40 ครั้ง ใน 6 จังหวัด เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลด้วย โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569

 

พณ. เผย แก๊สขยับถังละ 10 บ. กระทบแค่ 4 สต. สั่งร้านอาหารห้ามขึ้นราคา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2560 14:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/854081


กรมการค้าภายใน เผย แก๊สหุงต้มขึ้น 10 บาท กระทบข้าวแกงจานละ 4 สต. เท่านั้น ห้ามผู้ประกอบการ ฉวยขึ้นราคาเด็ดขาด พร้อมออกประกาศ กกร. กำหนดราคาแก๊ส 15 กก. ไม่เกินถังละ 350 บ. รวมค่าขนส่งถึงบ้านในรัศมีไม่เกิน 5 กม. แต่ไม่รวมขนส่งขึ้นอาคารสูง ยันใครขายเกินมีโทษทั้งจำ-ปรับ…

วันที่ 8 ก.พ. 60 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ศึกษาผลกระทบจากการปรับราคาแก๊สหุงต้มแล้ว พบว่า ร้านอาหารปรุงสำเร็จ ทั้งก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ที่ใช้แก๊สหุงต้มถังขนาด 15 กิโลกรัม (กก.) ทำอาหารได้ 250-300 จาน จะมีผลกระทบต่ออาหารปรุงสำเร็จน้อยมาก หรือมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียงจานละ 4 สตางค์เท่านั้น

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ยังได้จัดทำโครงการช่วยเหลือร้านอาหาร หาบเร่แผงลอย ตั้งแต่ปี 56 ถึงปัจจุบัน โดยให้ร้านค้าอาหาร หาบเร่แผงลอย 400,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ได้รับสิทธิซื้อแก๊สหุงต้มราคาเดิมซึ่งขนาดบรรจุ 15 กก. ถังละ 305 บาท ไม่เกินเดือนละ 150 กก. หรือเดือนละ 10 ถัง ดังนั้น ผู้ประกอบการอาหารปรุงสำเร็จจึงไม่มีเหตุผลปรับราคาอาหารปรุงสำเร็จเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 7 ก.พ.60 สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ออกประกาศสำนักงานฯ เรื่อง ราคาจำหน่ายปลีกแนะนำก๊าซปิโตรเลียมเหลวบรรจุถัง (แก๊สหุงต้ม) โดยกำหนดให้ผู้จำหน่ายปลีกแก๊สหุงต้มขนาด 15 กก. ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ต้องจำหน่ายปลีกไม่เกินถังละ 350 บาท โดยราคาดังกล่าวรวมค่าบริการขนส่งถึงสถานที่ของผู้ซื้อ ซึ่งมีระยะทางขนส่งในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร (กม.) แต่ไม่รวมค่าบริการขนส่งขึ้นบนอาคารสูง

นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือแจ้งผู้ค้าแก๊สหุงต้ม สมาคมแก๊สปิโตรเลียมเหลว ให้ปรับราคาจำหน่ายให้สอดคล้องกับที่กระทรวงพลังงานกำหนด รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ออกติดตาม ตรวจสอบร้านค้าปลีกแก๊สหุงต้ม ให้จำหน่ายในราคาที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง และให้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร

”ถ้ากรมฯ ตรวจพบว่า มีร้านค้าแก๊สรายใดจำหน่ายในราคาสูงเกินควร จะดำเนินการตามกฎหมายราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน จะมีความผิดตามมาตรา 28 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากประชาชนพบเห็นการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคา ร้องเรียนไปที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้ทันที กรมฯ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายทันที” อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว.