หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 13.25 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,577.31 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/848193


หุ้นไทยวันที่ 31 ม.ค. ปิดตลาดลดลง 13.25 จุด เปลี่ยนแปลง -0.83% ดัชนีอยู่ที่ 1,577.31 จุด มูลค่าซื้อขาย 53,303.18 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 31 ม.ค. 60 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดลดลง 13.25 จุด เปลี่ยนแปลง -0.83% ดัชนีอยู่ที่ 1,577.31 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 53,303.18 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน).

 

บอร์ด ขสมก. เปิดช่องยกเลิกสัญญา ‘เบสท์ริน’ จัดซื้อรถเมล์ NGV 489 คัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 14:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/848016


บอร์ด ขสมก. เคาะแนวทางเปิดช่องยกเลิกสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน กับเบสท์รินแล้ว พร้อมระบุหากจะยกเลิกตามเงื่อนเวลา อาจต้องดำเนินการก่อน 15 ก.พ.นี้ …

วันที่ 31 ม.ค. 60 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก. เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการ ขสมก. ซึ่งมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ เป็นประธาน และที่ประชุมหารือปัญหาโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ที่ล่าสุดสำนักงานอัยการทำหนังสือแจ้ง ขสมก.ให้ชะลอการรับมอบรถเมล์ดังกล่าวจนกว่ากรมศุลกากรจะชี้ขาดแหล่งกำเนิดของรถเมล์เอ็นจีวีว่าผลิตและประกอบในประเทศจีนหรือมาเลเซีย ทำให้การประชุมคณะกรรมการฯ วันนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก

ภายหลังการประชุม นายสุระชัย กล่าวว่า ที่ประชุมได้นำข้อพิจารณาเกี่ยวกับปัญหาในโครงการที่มีข้อท้วงติงจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาพิจารณา ทั้งองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งที่ผ่านมามีตัวแทนร่วมสังเกตการณ์ตามข้อตกลงสัญญาคุณธรรมอยู่แล้ว โดยองค์การต่อต้านคอร์รัปชันยืนยันว่า การยกร่างทีโออาร์และทำสัญญาต่างๆ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ตั้งข้อสังเกตขั้นตอนการนำเข้ารถเมล์ ซึ่งเกรงว่าปัญหาที่มีขณะนี้ โดยเฉพาะประเด็นแจ้งแหล่งกำเนิดของรถเป็นเท็จและภาษีศุลกากร อาจนำไปสู่ประเด็นที่ไม่สามารถรับมอบรถได้

ขณะที่ สำนักงานอัยการ ระบุเรื่องประเด็นการรับมอบรถว่า ให้ ขสมก.รอเอกสารแจ้งแหล่งกำเนิดของรถอย่างเป็นทางการจากกรมศุลกากรก่อน ส่วนกรมศุลกากรเอง ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท เบสท์ริน

ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ขสมก. จึงอนุมัติแนวทาง 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1. ให้ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการจัดซื้อปฏิบัติตามสัญญาและทีโออาร์อย่างเคร่งครัด 2. พิจารณาแนวทางการรับมอบรถตามกรอบเวลาที่มี ว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และ 3. ให้ ขสมก.พิจารณาแนวทางบอกเลิกสัญญา หากตามเงื่อนเวลา ขณะนี้ ขสมก.ไม่สามารถรับมอบรถได้ และความล่าช้าการรับมอบรถ อาจทำให้ ขสมก. กลายเป็นผู้กระทำผิดตามสัญญา คณะกรรมการฯ จึงได้ให้พิจารณาความเป็นไปได้ ของแนวทางที่จะบอกเลิกสัญญาด้วย และหลังจากนี้ ฝ่ายบริหาร ขสมก.จะพิจารณาประเด็นดังกล่าวว่า หากจะบอกเลิกสัญญาจะต้องดำเนินการเมื่อใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หาก ขสมก. จะยกเลิกสัญญาตามเงื่อนเวลาขณะนี้อาจต้องดำเนินการก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้ เนื่องจากตามทีโออาร์ที่ ขสมก. ปรับเงินกับเบสท์ริน เนื่องจากยังไม่สามารถส่งมอบรถตามสัญญา โดยจะปรับวันละกว่า 7 ล้านบาทตามจำนวนรถ 489 คัน และขณะนี้ ปรับเงินไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท และจะดำเนินการปรับจนครบไม่เกินวงเงิน 323 ล้านบาท ที่เบสท์รินวางหลักประกันไว้ เมื่อพิจารณาจากยอดเงินที่เหลือสามารถปรับได้ ขสมก. จำเป็นต้องยกเลิกสัญญาก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ไม่เช่นนั้นจะต้องขอให้บริษัท เบสท์ริน วางหลักประกันเพิ่ม ซึ่งเป็นไปไม่ได้.

 

กสทช. แจกคูปองทีวีดิจิตอลอีก 3.98 ล้านใบ ปชช.เริ่มแลกกล่อง 2 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 14:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847972


กสทช. แจกคูปองดิจิตอลทีวีลอตใหม่จำนวน 3.98 ล้านใบ เริ่มส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ตั้งแต่ 31 ม.ค.-1 มี.ค. 2560 ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์แลกกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ที่จุดให้บริการได้ ตั้งแต่ 2 มี.ค.-2 ก.ย. 2560 …

วันที่ 31 มี.ค. 60 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช. แจกคูปองดิจิตอลทีวีลอตใหม่จำนวนทั้งสิ้น 3,984,662 ใบ โดยจะเริ่มส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ไปยังครัวเรือนที่มีสิทธิ์ได้รับคูปองตั้งแต่วันนี้ (31 ม.ค.)–1 มี.ค. 2560 ซึ่งประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.-2 ก.ย. 2560

สำหรับครัวเรือน 4 กลุ่ม ที่มีสิทธิ์ได้รับคูปองในลอตนี้ ได้แก่ 1. ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์แจกคูปองครั้งแรก แต่ไม่ได้รับคูปองดังกล่าว (เฉพาะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งคืนสำนักงาน กสทช.) จำนวน 1,175,559 ใบ 2. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและมีเจ้าบ้าน ซึ่งมีขึ้นภายหลังวันที่ 16 ก.ย. 2557 จำนวน 407,162 ใบ 3. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว ที่มีผู้อยู่อาศัย แต่ไม่มีเจ้าบ้าน จำนวน 1,870,410 ใบ และ 4. ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราว และมีเจ้าบ้าน จำนวน 531,531 ใบ

การแจกคูปองครั้งนี้ กสทช. ได้เปลี่ยนแปลงการแจกคูปองดิจิตอลทีวีเป็นระบบใหม่ โดยจะส่งเป็นหนังสือแจ้งสิทธิ์ให้กับครัวเรือนทั้ง 4 กลุ่มที่มีสิทธิ์ได้รับคูปอง ผ่านทางไปรษณีย์ จากนั้นประชาชนสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนสมาร์ทการ์ดไปตรวจสอบ และใช้สิทธิ์แลกรับกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ หรือใช้เป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่สามารถรับสัญญาณดิจิตอลในตัว หรือใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อกล่องไฮบริด ณ จุดให้บริการ โดยบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดจะเป็นตัวเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบยืนยันการได้รับสิทธิ์ ด้วยวิธีการแจกคูปองแบบใหม่นี้ ประชาชนจะได้รับความสะดวก ไม่ต้องเตรียมเอกสารไปยื่นประกอบการแลก ทั้งยังเป็นการประหยัดงบประมาณในการดำเนินการ ลดขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร โปร่งใส ลดปัญหาการเก็บสำเนาบัตรล่วงหน้า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้รับเงินเร็วขึ้น

สำหรับขั้นตอนการแลกใช้สิทธิ์ ผู้มีสิทธิ์สามารถเลือกที่จะนำบัตรประจำตัวประชาชนสมาร์ทการ์ดไปใช้สิทธิ์ ณ จุดบริการที่เข้าร่วมโครงการได้ 2 ช่องทาง คือ 1. จุดบริการรับแลกกล่องของผู้เข้าร่วมโครงการฯ เช่น ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือ โมเดิร์นเทรด อาที Lotus โดยช่องทางที่หนึ่งนี้ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์สามารถจะใช้สิทธิ์แลกรับกล่องเซตท็อปบ็อกซ์มูลค่า 690 บาท หรือใช้เป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่สามารถรับสัญญาณดิจิตอลในตัว หรือใช้เป็นส่วนลดแลกซื้อกล่องไฮบริดได้ และสามารถเลือกยี่ห้อและรุ่นของกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ได้ พร้อมรับกล่องไปได้เลย

2. จุดลงทะเบียนแลกรับกล่อง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ โดยช่องทางที่สองนี้ ผู้ใช้สิทธิ์จะไม่สามารถเลือกยี่ห้อและรุ่นของกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ได้ ระบบจะทำการสุ่มเลือกยี่ห้อที่มีอยู่ในคลังสินค้า จากนั้นจะทำการจัดส่งให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ผ่านทางไปรษณีย์ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ ณ เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา ซึ่งที่นี่ประชาชนสามารถจะใช้สิทธิ์แลกรับกล่องเซตท็อปบ็อกซ์มูลค่า 690 บาท โดยเลือกยี่ห้อ รุ่น แล้วรับกลับบ้านไปเลย หรือกรณีที่ของในสต๊อกหมดก็สามารถลงทะเบียนแจ้งชื่อที่อยู่เพื่อให้จัดส่งเซตท็อปบ็อกซ์ไปที่บ้านได้

กล่องเซตท็อปบ็อกซ์ที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ กสทช. ได้มีการตรวจสอบ และผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว ตัวกล่องรับประกัน 2 ปี กรณีที่กล่องชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ สามารถนำมาเปลี่ยนกล่องใหม่ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ การแจกคูปองดิจิตอลทีวีในลอตใหม่นี้ ถือเป็นการแจกคูปองระยะที่ 2 ของ กสทช. โดยก่อนหน้านี้ กสทช. ได้มีการแจกคูปองในระยะที่ 1 แล้วจำนวน 13,571,296 ใบ ซึ่งมีประชาชนนำคูปองมาแลกใช้สิทธิ์ 8,779,790 ใบ คิดเป็น 64.69% จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่ง กสทช. คาดว่าการแจกคูปองดิจิตอลทีวีลอตใหม่นี้จะเป็นตัวช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนไปสู่โทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของประเทศไทย.

 

“ซีอีโอ เอพี” ชี้เศรษฐกิจโลก-โดนัลด์ ทรัมป์ปัจจัยเสี่ยงธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 14:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847892


“อนุพงษ์ อัศวโภคิน” ชี้ธุรกิจอสังหาฯ ปีนี้เป็นการแข่งขันของรายใหญ่กับรายใหญ่ ภาพรวมไม่ต่างกับปี 2559 มากนัก กังวลภาวะเศรษฐกิจโลกและ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นปัจจัยเสี่ยง…

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 เป็นจุดที่กำลังสนุกในรอบ 25 ปี คือ รายใหญ่แข่งขันกับรายใหญ่ไม่ใช่รายใหญ่กับรายเล็กเหมือนก่อน ดังนั้น ในส่วนของบริษัท เอพีฯ จะพยายามขยายสัดส่วนรายได้จากทุกส่วน ทั้งคอนโด แนวราบและบ้านเดี่ยว

ทั้งนี้ ภาพของธุรกิจอสังหาฯ ปีนี้ กับปีที่ผ่านมา จะไม่ต่างกันมากนัก โดยแต่ละรายมีสินค้าเหลือในตลาดไม่เท่ากันในทุกกลุ่มสินค้าและทำเล เป็นปีที่จะพิสูจน์ฝีมือจริงๆ ให้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการตลาด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพีฯ กล่าวต่อว่า ปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจในปี 2560 คือ เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในส่วนของสหรัฐฯ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปก็ยังไม่ได้แข็งแรงมากนัก สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น ค่อนข้างแข็งแรง ทุนสำรองยังดี เศรษฐกิจภาพรวมถึงแม้ยังไม่ดีมาก แต่ก็ไม่แย่

สำหรับกรณีการปฏิเสธสินเชื่อบ้านของธนาคารนั้น มองว่า เป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมนี้ เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป ซึ่งเอพีอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ มา 25 ปี ก็ต้องอยู่กับสภาพนี้ให้ได้ ซึ่งเหนื่อยแน่นอน แต่ทุกรายเหนื่อยเหมือนกันหมด โดยลูกค้าเอพีเองมีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 10% กลุ่มใหญ่คือ อาชีพอิสระและกลุ่มที่บัตรเครดิตเต็มวงเงินทุกใบ.

 

ลาออกแล้ว รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยันก่อเหตุที่ญี่ปุ่นเมาขาดสติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 13:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847902


รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่อนหนังสือชี้แจง กรณีถูกจับลักภาพในโรงแรมที่เกียวโต ระบุสังสรรค์กับเพื่อนเก่าสมัยเรียน เผลอเมามายจนขาดสติ กระทำในสิ่งที่ไม่สมควร พร้อมขอลาออกจากตำแหน่ง ยินดีรับการลงโทษตามระเบียบ…

วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มีหนังสือชี้แจงกรณีถูกจับกุม ข้อหาลักทรัพย์ที่กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ระบุหลังเสร็จภารกิจได้ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนสมัยเรียนที่ญี่ปุ่น สนุกสนานกันเต็มที่ และเผลอตัวดื่มสุรามากเกินไปจนเมามายขาดสติ ไม่รู้ตัว กระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

พร้อมกันนี้ ได้ระบุถึงการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ และทราบดีว่าการลาออกจากตำแหน่ง มิได้ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงกระบวนการตามระเบียบราชการได้ หากมีการดำเนินการทางวินัยก็น้อมรับ และยินดีให้ความร่วมมือในการให้ข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่.

ข่าวเกี่ยวข้อง

พาณิชย์ สั่งสอบ ‘รองอธิบดีมือฉกภาพ’ ให้เสร็จภายใน 2 วัน ยันไม่มีช่วย

ปลัดพาณิชย์ สั่งตรวจสอบ ขรก.ไปญี่ปุ่นประชุมสิทธิบัตร ถูกจับขโมยภาพวาด

พณ. เผย รองอธิบดีขโมยรูป ไม่ปฏิเสธข้อหา-‘สมคิด’ วอนอย่าเหมารวม

กสร. ยัน นายจ้างปิดกิจการ ต้องจ่ายชดเชย พนง.ตามกฎหมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 12:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847864


รองอธิบดี กสร. ยืนยัน นายจ้างปิดกิจการต้องจ่ายชดเชยพนักงานตามกฎหมาย ต่อรองจ่ายครึ่งเดียวไม่ได้ พร้อมระบุ หากไม่ปฏิบัติตาม นายจ้างมีความผิด…

วันที่ 31 ม.ค. 60 นายอภิญญา สุจริตตานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่างถึงกรณีที่กลุ่มพนักงาน บริษัทแห่งหนึ่งใน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ร้องเรียน กสร. ไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังจากนายจ้างประกาศปิดกิจการ แต่จะจ่ายเงินชดเชยให้เพียงร้อยละ 50 ของกฎหมาย ว่า นายจ้างไม่สามารถต่อรองลดการจ่ายเงินค่าชดเชยให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ กรณีนี้ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องกับพนักงานตรวจแรงงานจังหวัดให้ออกคำสั่ง เพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามระเบียบการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายกำหนด ภายใน 30 วัน

นายอภิญญา กล่าวอีกว่า หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าเป็นการขัดคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สามารถดำเนินการเอาผิดนายจ้างได้ตามกฎหมายอาญา ซึ่งมีทั้งโทษจำและโทษปรับ แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินคดี นายจ้างส่วนใหญ่จะยอมจ่ายเงินชดเชยให้ตามกฎหมาย และเมื่อมีการขัดคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานเกิดขึ้น นายจ้างจะต้องถูกเปรียบเทียบปรับนอกเหนือจากเงินชดเชยลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนดเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยกรณีเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ระบุว่า 1. ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี จะต้องได้รับค่าชดเชย จำนวน 30 วัน 2. ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จะได้รับค่าชดเชย 90 วัน 3. ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จะได้รับค่าชดเชย 180 วัน 4. ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี จะได้รับค่าชดเชย 240 วัน 5. ลูกจ้างที่มีอายุงานครบ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับค่าชดเชย 300 วัน.

 

ก.แรงงาน เผย อียูพอใจ ไทยแก้ปัญหาแรงงานประมงดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 11:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847718


กระทรวงแรงงาน เผย อียูรับทราบถึงความพยายามในการแก้ปัญหาแรงงานประมงในทุกด้านจนได้รับความพึงพอใจ ชี้มีความก้าวหน้าชัดเจน …

วันที่ 31 ม.ค. 60 นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ว่า การเดินทางไปชี้แจงของกระทรวงแรงงานคณะผู้แทนประเทศไทยที่สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม สามารถให้ข้อมูลถึงผลการแก้ปัญหาอย่างจริงจังกับทางการอียูได้รับทราบถึงความพยายามของกระทรวงแรงงานในการแก้ปัญหาตามข้อสังเกตของสหภาพยุโรป (อียู) ในทุกด้านจนได้รับความพึงพอใจ

นายสุทธิ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลของศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและติดตามสถานการณ์แรงงาน (ศปคร.) กระทรวงแรงงาน ระบุถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า มีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในภาคประมงผ่านศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) และระบบนำเข้าตามความตกลงระหว่างรัฐ (MOU) รวม 343,511 คน แยกเป็น ประมง 78,290 คน และแปรรูปสัตว์น้ำ 265,221 คน

รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการให้แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยทุกคนได้ทำงานแบบถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่านกระบวนการตรวจสัญชาติ และดำเนินการตามกรอบ MOU จึงได้มีการเจรจากับประเทศต้นทางอย่างต่อเนื่องให้นำเข้าแรงงานในภาคประมง เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ โดยจะทำควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายและการยกระดับสภาพการจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมง ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสหภาพยุโรป (EU) ผ่านโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อการต่อต้านรูปแบบการทำงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล (Ship to Shore Rights Project)

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับสภาพการจ้างแรงงานในภาคประมงได้เป็นสากล สามารถทำงานอย่างไร้ความกังวล โดยการปฏิบัติซึ่งมีอยู่หลายหน่วยงานจะดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่ได้มีการหารือร่วมกันไว้กับสหภาพยุโรป

 

หุ้นสหรัฐฯ ดิ่ง กังวล ‘ทรัมป์’ ห้าม 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 06:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847593


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากในวันจันทร์ จากความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งยกเลิกวีซ่าพลเมือง 7 ชาติมุสลิม ไม่ให้เข้าสหรัฐฯ ทำให้เกิดกระแสต่อต้านไปทั่ว…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 30 ม.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 113.23 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 19971.13 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 12.46 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 2280.90 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 47.07 จุด หรือ 0.83% ปิดที่ 5613.71 จุด

นักวิเคราะห์ระบุว่า คำสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วัน และไม่รับผู้อพยพเป็นเวลา 4 เดือนของนายทรัมป์ เสี่ยงที่จะทำให้การออกกฎหมายลดภาษีและอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดัชนีหุ้นใหญ่ของสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาในช่วงที่ผ่านมา ล่าช้าออกไปอีก

 

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดงาน KPG Award 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847252


กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดย นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ จัดงาน KPG Award 2016 ณ โรงละคร อักษรา คิง เพาเวอร์ ถนนรางน้ำ เพื่อขอบคุณผู้บริหารและพนักงานที่ตั้งใจ และทุ่มเทปฏิบัติงานให้องค์กรมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยในปีนี้ นางสาววรมาศ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานพาณิชย์ รับรางวัลปฏิบัติงานครบ 10 ปี

 

ตามรอยพ่อ… ‘โครงการพัฒนาดอยตุงฯ’ พลิกไร่ฝิ่นสู่กาแฟยอดนิยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ม.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847258


ปวงชนชาวไทยคงรู้และทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถมากมายเพียงใด ดังจะเห็นจากพระราชกรณียกิจต่างๆ รวมถึงโครงการจากแนวพระราชดำริของพระองค์ ที่ทรงช่วยเหลือประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และแน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงแค่คนไทยเท่านั้นที่รับรู้ ชาวต่างชาติได้พากันเดินทางไปสัมผัสกับโครงการเหล่านั้นไม่ขาดสาย

“ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” มีโอกาสเดินทางตามรอยพ่อหลวงไปยังพื้นที่ “โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ใน จ.เชียงราย ซึ่งนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ ได้ชมพันธุ์ไม้เมืองหนาวสีสันสดใส น่าตื่นตาตื่นใจ สัมผัสบรรยากาศดีๆ แล้ว ยังได้เรียนรู้ความเป็นมา ได้เห็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวบ้านจากในอดีตอีกด้วย

“โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ทรงได้รับแรงบันดาลใจ จากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในการแก้ปัญหาการปลูกฝิ่นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี ทรงสัมผัสความทุกข์ยากของชาวบ้านบนดอยตุง ซึ่งมีชีวิตอยู่ในวังวนของการปลูกและค้ายาเสพติด อีกทั้งวงจรการค้ามนุษย์ซึ่งกลายเป็นปัญหาสังคมอย่างไม่จบสิ้น

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเล็งเห็นถึงต้นเหตุแห่งปัญหาว่าเกิดจากความยากจน ความไม่รู้ และการขาดโอกาสในชีวิตของผู้คนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร จึงทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่ต้องหยุดวงจรแห่งความทุกข์ยาก โดยพัฒนาคนอย่างบูรณาการ ควบคู่ไปกับด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ไปในเวลาเดียวกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ชุมชนดอยตุงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง

โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2531 บนพื้นที่ดำเนินงาน 93,615 ไร่ ในเขตอำเภอแม่จัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ครอบคลุม 29 หมู่บ้านของชนเผ่าอาข่า ลาหู่ จีนก๊กมินตั๋ง ไทใหญ่ ไทลื้อ และไทลัวะ ประมาณ 11,000 คน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชาวบ้านในบริเวณรายรอบดอยตุง ได้เปลี่ยนวิถีจากการปลูกและเสพฝิ่น ถางป่าตัดไม้ และทำไร่เลื่อนลอย หันมาทำการเกษตรปลูกพืชผักเมืองหนาว ทำไร่กาแฟและแมคคาเดเมีย ซึ่งมีการเก็บและคัดเมล็ดด้วยมือ การแปรรูปและคั่ว บด ที่เข้มงวดพิถีพิถันทุกขั้นตอน กลายเป็นกาแฟดอยตุงสุดยอดนิยม เรียกได้ว่าเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างยั่งยืน

แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่โครงการต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำไว้ให้คนไทย จะอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน.