กทค.เคาะต่ออายุ “3 บีบี”15 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847522


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติให้บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3 บีบี ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ออกไปได้อีก 15 ปี จากเดิมสิ้นสุดในเดือน ก.พ. 2569 เปลี่ยนเป็นสิ้นสุดเดือน ก.พ.2575 ทั้งนี้ 3 บีบีได้แจ้งว่ามีแผนจะปรับปรุงโครงข่ายสายทองแดงและโครงข่ายใยแก้วนำแสงเดิม ให้มีความเหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มเลขหมายเป็น 800,000 เลขหมาย จากปัจจุบัน 157,000 เลขหมาย จึงจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล โดยมีแผนการลงทุน 5 ปี (2560-2564) ใช้เงินลงทุน 36,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ 3 บีบีได้ยื่นขอต่อใบอนุญาตเป็นระยะเวลา 20 ปี แต่บอร์ด กทค.อนุมัติให้ 15 ปี ซึ่งเป็นการต่ออายุใบอนุญาตไว้ก่อนล่วงหน้าถึง 9 ปีนั้น ถือเป็นผู้ประกอบการรายแรก ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะขอต่ออายุใบอนุญาต ก็ต่อเมื่อใกล้สิ้นสุดใบอนุญาต 1 เดือน อย่างไรก็ตาม ได้มีการถกเถียงกันในหลากหลายประเด็นและตั้งข้อสังเกตว่า การยื่นต่ออายุใบอนุญาตก่อนนั้น แม้จะไม่ผิดกฎระเบียบ กสทช. แต่บอร์ด กทค.ชุดนี้จะครบวาระในเดือน ต.ค.2560 เหตุใดจึงเร่งรีบต่ออายุใบอนุญาต ทั้งที่มีเวลาเหลืออยู่อีก 9 ปี จึงควรให้เป็นหน้าที่ของบอร์ดชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาน่าจะเหมาะสมหรือไม่.

 

ร่นเวลาเหลือ 2 วัน สอบคดี ‘รองสุภัฒ’ รมว.พาณิชย์ยันไม่มีมวยล้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ม.ค. 2560 03:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847542


รมว.พาณิชย์สั่งสอบข้อเท็จจริง “รองอธิบดีมือฉกภาพ” ให้เสร็จเร็วขึ้นเป็น 1-2 วัน จากเดิม 7 วัน พร้อมดึงคนนอกร่วมคณะกรรมการสอบสวนเพื่อความเป็นธรรม ยันสั่งโอนย้ายมาช่วยงานสำนักปลัด ไม่ได้ช่วย แต่ให้พ้นจากการบริหารงานในกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม กรณีนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถูก ตร.ญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาขโมยภาพในโรงแรมที่พักในญี่ปุ่น โดยต่อมาทางโรงแรมเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความ หลังนายสุภัฒยอมรับผิดและยินดีชดใช้ ค่าเสียหายทั้งหมด ซึ่งอัยการญี่ปุ่นใช้ดุลพินิจพิจารณาสั่งไม่ฟ้องดำเนินคดี รวมถึงมีการปล่อยตัวนายสุภัฒเดินทางกลับประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ห้องประชุม กระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดแถลงข่าวถึงกรณีการดำเนินการกับนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ขโมยภาพในโรงแรมที่ญี่ปุ่นจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมว่า ขณะนี้นายสุภัฒได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว และแม้ว่าทางญี่ปุ่นจะไม่ส่งฟ้องคดี แต่ตามระเบียบราชการแล้ว กระทรวงพาณิชย์ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ ภายใน 1-2 วันนี้ จากเดิมที่คาดจะเสร็จภายใน 7 วัน หลังจากนั้นจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยต่อไป โดยได้เชิญบุคคลภายนอก ทั้งกระทรวงยุติธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รวมถึงบุคคลของกระทรวงพาณิชย์มาเป็นคณะกรรมการสอบสวนเพื่อความเป็นธรรม

“ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง และจะพยายามเร่งสรุปผลให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะว่าไปตามผิด และเป็นไปตามบทลงโทษของราชการ” รมว.พาณิชย์ กล่าว และว่าการโอนย้ายนายสุภัฒ มาช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ แทนตำแหน่งรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญานั้น เป็นการสั่งโยกย้ายเพื่อให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งการบริหาร ไม่ได้เป็นการโยกย้ายเพื่อช่วยเหลือแต่อย่างใด และยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้จบสิ้นโดยเร็ว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า นายสุภัฒได้เดินทางมาทำงานที่กระทรวงพาณิชย์หรือไม่ หรือจะมาทำงานวันไหน นางอภิรดีปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมระบุว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน วันนี้ขอให้รายละเอียดเพียงเท่านี้ ทั้งนี้ รมว.พาณิชย์ ได้ใช้เวลาในการแถลงเพียง 2 นาทีเศษ พร้อมกับปฏิเสธที่จะตอบคำถามเพิ่มเติมจากสื่อมวลชนจำนวนมากที่มารอทำข่าว ก่อนจะรีบลุกออกจากห้องแถลงข่าวไปทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างรอผลสอบ! อุ้ม ‘สุภัฒ’ ไปช่วยงานสป.

‘สุภัฒ’ รอดคุก ขอรับผิด อัยการปล่อย

 

โพลชี้คน 56% มองมาตรการกระตุ้นอสังหาฯไร้ประโยชน์ โอดแบงก์เข้มปล่อยกู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 23:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847430


ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เผยผลสำรวจชี้คน 56% ไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของรัฐ ระบุอสังหาฯราคาแพงเกินไปจากการประเมินที่ดินรอบใหม่ มีผลต่อการซื้อ รวมถึงแบงก์ปล่อยกู้น้อยลง อีกทั้งจากสภาพเศรษฐกิจทั้งในและตปท….

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. น.ส.กมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บไซต์สื่อกลางด้านการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่อยู่ระหว่างพิจารณาจะซื้อและผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวม 661 คน ผ่านทางแบบสำรวจออนไลน์ พบว่า 47% ของผู้ตอบแบบสำรวจ รู้สึกว่านโยบายหรือมาตรการกระตุ้นและสนับสนุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลในปี 59 ยังมีประโยชน์ไม่มากพอ เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ ที่มีเพียง 24% ที่รู้สึกรัฐบาลให้การสนับสนุนไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ 36% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เผยราคาขายของอสังหาริมทรัพย์คืออุปสรรคหรือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการซื้ออสังหาฯ ในไทยปัจจุบัน ตามมาด้วย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และการปล่อยวงเงินกู้ของสถาบันการเงินที่ลดน้อยลง ในทางสอดคล้องกัน 52% ของผู้ตอบแบบสำรวจ หรือเกินครึ่ง เห็นว่าอสังหาฯ มีราคาแพงหรือสูงจนเกินไป ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาขายปรับสูงขึ้นไปมากเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ปี 2559-2562 และถึงแม้ว่าต้นทุนในการก่อสร้างหรือวัสดุก่อสร้างจะปรับขึ้นไม่มากนัก แต่เนื่องจากการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงทำให้ผู้พัฒนาโครงการมุ่งหาจุดขายให้กับโครงการ โดยการเลือกใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ทันสมัย อาทิ ระบบจอดรถอัตโนมัติ และการร่วมมือกับสถาปนิกชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก เข้ามาช่วยเรื่องการออกแบบหรือการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าตกใจ กว่า 1 ใน 2 คิดเป็นจำนวน 56% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุไม่ได้รับประโยชน์ด้านนโยบายหรือมาตรการกระตุ้นและสนับสนุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐบาลในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ 11% ระบุไม่เข้าข่าย โดย 14% สนองต่อมาตรการการคลัง ในการลดค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนการโอน และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมร้อยละ 2 ของ ราคาประเมินทุนทรัพย์ในกรณีการโอน และร้อยละ 1 ของมูลค่าที่จำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ในกรณีการจำนองฯ เหลือร้อยละ 0.01 (สิ้นสุด 28 เม.ย. 59), 8% ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ที่จ่ายไปเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองเป็นจำนวนร้อยละ 20 ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์, 6% สินเชื่อบ้าน สำหรับผู้มีรายได้น้อย, และ 4% โครงการบ้านประชารัฐ

ขณะที่ 68% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เห็นว่ารัฐบาลควรควบคุมราคาอสังหาฯ เปิดขายใหม่ของผู้พัฒนาโครงการ และเพิ่มวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาล สำหรับผู้ที่ไม่เคยถือครองอสังหาฯ มาก่อน

“สภาพเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ไม่เพียงแต่นโยบายสนับสนุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่นโยบายทางการเงินและการคลังที่หลายภาคส่วนก็อยู่ระหว่างการจับตา โดยเฉพาะการจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาค่อนข้างสูง นับว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องใช้ระยะเวลา บริษัทฯ จึงยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้จะซื้อ อาทิ รีวิวโครงการใหม่ และทิปส์ต่างๆ เพื่อช่วยให้ทุกการตัดสินใจครั้งสำคัญดำเนินไปด้วยความมั่นใจ และไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาหรือนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามีส่วนสนับสนุนต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว” น.ส.กมลภัทร กล่าว

 

กรมเจ้าท่า ประกาศเจตจำนง เน้นย้ำบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์-โปร่งใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 18:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847238


อธิบดีกรมเจ้าท่า ประกาศเจตจำนงในการบริหารงาน เน้นย้ำดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว …

วันที่ 30 ม.ค. 60 นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมเจ้าท่า ประกาศเจตจำนงที่จะบริหารงาน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต่อผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรกรมเจ้าท่า โดยเน้นย้ำที่จะดำเนินงานตามภารกิจกรมเจ้าท่า ด้วยคุณธรรม ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมจากบุคลากรทุกคน

ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินของหน่วยงาน โดยมุ่งหวังให้หน่วยงานภาครัฐนำข้อมูลผลการประเมินไปพัฒนาและยกระดับคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงาน ขับเคลื่อนมาตรการเชิงบวกด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ยกระดับมาตรฐาน การดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสอดคล้องตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560–2564) โดยข้าราชการและบุคลากรของกรมเจ้าท่าทุกคนต้องยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่กับกฎ ระเบียบ และข้อบังคับอื่นๆ ทั้ง 6 ด้าน ดังนี้

1. ด้านความโปร่งใส ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ของหน่วยงานอย่างชัดเจนถูกต้องและครบถ้วน ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของหน่วยงานได้โดยสะดวกและรวดเร็ว

2. ด้านความพร้อมรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในทุกขั้นตอนด้วยความถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ อย่างเคร่งครัดและกล้าที่จะรับผิดชอบผลการปฏิบัติงานของตน

3. ด้านความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใสเป็นไปตามมาตรฐานขั้นตอนการให้บริการ ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน กลุ่ม หรือพวกพ้อง

4. วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ปฏิบัติราชการตามภารกิจของหน่วยงานที่ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมจรรยาวิชาชีพและส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ

5. คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน การบริหารจัดการ โดยยึดระบบคุณธรรมความโปร่งใสในการปฏิบัติงานมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวม มีความเป็นธรรม มีการบริหารงบประมาณเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราชการ

6. ด้านการสื่อสารภายในหน่วยงาน ข้าราชการและบุคลากรกรมเจ้าท่าต้องปฏิบัติตามประกาศเจตจำนงในการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสและตรวจสอบได้ อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ข้าราชการ และบุคลากรกรมเจ้าท่า จะถือปฏิบัติตามประกาศเจตจำนงอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและฉับไว ซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญของกรมเจ้าท่าที่มีต่อประชาชนต่อไป

 

หุ้นไทยปิดตลาด ปรับลดเล็กน้อยที่ 0.24 ดัชนีอยู่ที่ 1,590.56 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 17:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847284


หุ้นไทยปิดตลาดปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.24 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,590.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,326.71 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 30 ม.ค. 60 พบว่า ดัชนีปรับตัวลดลงที่ -0.24 จุด เปลี่ยนแปลง -0.02% ดัชนีอยู่ที่ 1,590.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,326.71 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก 1. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)

 

ไทวัสดุลุยการตลาดรอบทิศ เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 15:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847184


“ไทวัสดุ” เดินหน้าการตลาดทุกรูปแบบ ล่าสุด เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ใหม่ให้โหลดฟรี ด้วยคาแรกเตอร์และคอนเซปต์ครบเครื่องเรื่องบ้าน…

มีรายงานว่า บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด เปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ชื่อ “พี่ไทดุ๊กดิ๊ก” โดยสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. ถึง 1 มี.ค. 2560 เพื่อหวังตอกย้ำความสำเร็จการเป็นผู้นำอันดับ 1 สินค้าบ้านของคนไทย ซึ่งผู้ดาวน์โหลดภายในวันที่ 31 ม.ค. ยังได้รับฟรีคูปองส่วนลด 100 บาทในการซื้อสินค้าไทวัสดุ

ทั้งนี้ สติกเกอร์ดังกล่าว เป็นสติกเกอร์การ์ตูนสุดน่ารักเคลื่อนไหวได้ พร้อมภาษาโดนใจถึง 8 แอ็กชั่น ที่มากับคาแรกเตอร์คนทำงาน ซึ่งสติกเกอร์ชุดนี้ถอดแบบมาจากมาสคอต “นายไท” และถูกออกแบบให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ครบเครื่องเรื่องบ้าน ถูกและดีของไทวัสดุ

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันไลน์ในประเทศไทยมากกว่า 50 ล้านคน ดังนั้น สินค้าและบริษัทต่างๆ จึงเปิดตัวสติกเกอร์ไลน์ของตนเองเป็นระยะ.

 

พณ. ติดตามสถานการณ์มันสำปะหลัง ขอลานมัน-โรงแป้ง รับซื้อในราคาเป็นธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 15:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847093


พาณิชย์ เผยมาตรการดึงราคาหัวมันสำปะหลังสดได้ผล ผู้ส่งออกเก็บสต๊อกมันสำปะหลังตามที่กำหนด เตรียมตรวจสอบต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือลานมัน-โรงแป้ง รับซื้อมันสดจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม …

วันที่ 30 ม.ค. 60 นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าคณะสายตรวจติดตามและประเมินสถานการณ์ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอยู่ในความครอบครองผู้อนุญาตส่งออก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบบริษัท ทรัพย์สถาพร จำกัด บริษัท ที.เอช. นครหลวง จำกัด และบริษัท โชคชัยคลังสินค้า จำกัด ซึ่งเป็นโกดังเก็บสต๊อกมัน เพื่อเร่งรัด และติดตามการดำเนินการตามมาตรการช่วยยกระดับราคาหัวมันสำปะหลัง

ทั้งนี้ เพื่อติดตามว่าผู้ส่งออกมีการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง ที่ต้องจัดหาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมาไว้ในครอบครองก่อนการส่งออกในอัตราส่วน 1.5 ต่อ 1 หรือเก็บสต๊อกผลิตภัณฑ์มัน 150 ตัน ส่งออกได้ 100 ตัน ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดหรือไม่ เพื่อเป็นการดูดซับผลผลิตจากเกษตรกรในช่วงที่หัวมันสดออกสู่ตลาดจำนวนมาก และช่วยพยุงราคามันสำปะหลังสดไม่ให้ปรับตัวลดลง ซึ่งพบว่า ผู้ส่งออกได้เก็บสต๊อกถูกต้องตามที่กำหนด และจะยังดำเนินการตรวจสอบการเก็บสต๊อกของผู้ส่งออกรายอื่นต่อไป

“กระทรวงฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นลานมันและโรงแป้ง รับซื้อหัวมันสำปะหลังสดจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายผลผลิตได้คุ้มกันต้นทุนการผลิต”

สำหรับการติดตามสถานการณ์มันสำปะหลังตามแนวชายแดน พบว่า ผลผลิตหัวมันสดเข้าสู่ตลาดลดลง โดยผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยน้อยกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และกัมพูชาเริ่มแปรรูปเป็นแป้งได้มากขึ้น ทำให้ผลผลิตหัวมันสดในตลาดลดลง ซึ่งผู้ประกอบการไทย ต้องเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อให้มีผลผลิตหัวมันสดเพียงพอต่อการแปรรูปเป็นสินค้าอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

 

กคช. มุ่งฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง-ระบายที่อยู่ในสต๊อกกว่า 2 หมื่นหน่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847121


การเคหะแห่งชาติ เผยทิศทางดำเนินงานปี 60 มุ่งขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูดินแดงระยะ 2-3-4 เร่งระบายที่อยู่อาศัยในสต๊อกกว่า 2 หมื่นหน่วยให้แก่ผู้มีรายได้น้อย เตรียมปักฐานที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้า-เขตเศรษฐกิจพิเศษตามหัวเมือง พร้อมปรับปรุงสภาพแวดล้อมเคหะชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 100 แห่ง …

วันที่ 30 ม.ค. 60 ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของการเคหะแห่งชาติในปี 2560 จะครอบคลุมงาน 4 ด้าน ได้แก่ การฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ซึ่งจะเร่งจัดทำสรุปรายละเอียดโครงการระยะที่ 2, 3 และ 4 เสนอคณะรัฐมนตรีให้ทันภายในเดือนกันยายน 2560 หลังจากเริ่มวางศิลาฤกษ์และก่อสร้างโครงการระยะที่ 1 บริเวณพื้นที่แปลง G สามเหลี่ยมดินแดงแล้วในเดือนที่ผ่านมา

พร้อมกันนั้น ยังเตรียมเจรจากับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขอให้ปรับเปลี่ยนจุดที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้า ให้เลื่อนมาอยู่ใกล้โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงใหม่มากขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาความเจริญให้บริเวณดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้โดยสารที่ใช้บริการในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก

งานด้านต่อมา เป็นการเร่งระบายที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในมือกว่า 20,000 หน่วย ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย โดยใช้การเงินและการตลาดในเชิงรุก ด้วยรูปแบบ (Model) ใหม่ กล่าวคือ เปิดให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าก่อน เมื่อมั่นใจในความสามารถในการผ่อน ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นการเช่าซื้อได้ในภายหลัง เช่นเดียวกับด้านการตลาด จะมุ่งการตลาดเชิงรุกมากขึ้น เช่น การมุ่งหาลูกค้าหน่วยงานราชการ โดยปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยให้ใหม่

สำหรับลูกค้าที่ซื้อโครงการอีกด้านหนึ่ง การเคหะแห่งชาติยังวางแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยตามหัวเมืองภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่
เขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายรัฐบาล เช่น แม่สอด จ.ตาก ส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังวางแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้า 4-5 จุด ซึ่งมีทั้งที่ดินของการเคหะแห่งชาติเอง และที่ดินของ รฟม. ซึ่งอยู่ระหว่างการขอใช้ที่ดินเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยด้วย

สุดท้าย คือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมชุมชนเคหะที่มีอยู่ 680 ชุมชน โดยเริ่มทยอยปรับปรุงในปี 2560 จำนวน 100 ชุมชน เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น มีความสะอาด และปลอดภัย เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้อาศัยในชุมชน รวมทั้งให้ชุมชนมีบทบาทดูแลตัวเองมากขึ้น เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนในที่สุด

สำหรับผลการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2559 มีผลกำไรสุทธิสูงกว่าเป้าหมาย 3 เดือนที่ตั้งไว้ ประมาณร้อยละ 24 จากการบริหารทรัพย์สินให้เกิดผลตอบแทนที่มากขึ้น.

 

ขสมก.เพิ่มเส้นทางทัวร์ จัดโปรแกรมสักการะรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/847022


อยากไป 'คิชฌกูฏ' สักครั้ง ต้องทำไง? เปิด 10 คู่มือ ลุยเดี่ยว ‘ดินแดนลี้ลับ'

ขสมก.จัดโปรแกรมสักการะรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ที่จันทบุรี คิดอัตราค่าโดยสาร 479 – 499 บาทต่อที่นั่ง ไม่รวมค่าบริการรถขึ้นเขาคิชฌกูฏ 200 บาทต่อคน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 มี.ค.60

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.60 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ในช่วงเปิดเขาคิชฌกูฏระยะเวลา 2 เดือน เป็นเทศกาลสักการะรอยพระพุทธบาท มีพุทธศาสนิกชนและผู้ที่มีจิตศรัทธาจำนวนมาก นิยมเดินทางขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ โดยมีความเชื่อว่า ถ้าใครได้ขึ้นไปกราบสักการะแล้วจะสามารถขอพรได้หนึ่งข้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้กับกลุ่มคนดังกล่าว ขสมก. จึงได้เปิดโครงการ สักการะรอยพระพุทธบาท และนำผู้ใช้บริการไปกราบนมัสการสรีระสังขารหลวงพ่อเขียนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี พร้อมเยี่ยมชมวัดเขากระทิง วัดพลวง และวัดเขาสุกิม เพื่อสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย โดยเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู อัตราค่าโดยสาร 479 – 499 บาทต่อที่นั่ง (ไม่รวมค่าบริการรถขึ้นเขาคิชฌกูฏ 200 บาทต่อคน) กำหนดออกเดินทางในวันอังคาร, วันพฤหัสฯ, วันเสาร์, และวันอาทิตย์ สนใจสำรองที่นั่งตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 28 มี.ค.60 ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ http://www.bmta.co.th. Facebook bmta@bmta.co.th หรือ ศูนย์ call center 1348.

รฟท. เปิดจอง-ซื้อตั๋วผ่านระบบ E-Ticket เริ่ม 1 ก.พ. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2560 12:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/846968


รฟท. เปิดบริการจอง-ซื้อตั๋วโดยสารด้วยระบบอินเทอร์เน็ต E-Ticket (e-TSRT) ผ่านหน้าเว็บไซต์การรถไฟฯ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิต-เดบิตได้ทันที เริ่ม 1 ก.พ. 60 หวังยกระดับมาตรฐานบริการรถไฟไทยสู่สากล หนุนนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” …

วันที่ 30 ม.ค. 60 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานในงานข่าวแถลงข่าว “มิติใหม่รถไฟไทยจองและซื้อตั๋วโดยสารผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยระบบ E-Ticket (e-TSRT)” พร้อมทั้งได้สาธิตวิธีการจองและซื้อตั๋วโดยสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตด้วยระบบ E-Ticket เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในการใช้บริการซื้อหรือจองตั๋วโดยสารรถไฟล่วงหน้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยมีนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟฯ และนายสาคร สุขศรีวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปรีดาปราโมทย์ จำกัด ผู้จัดทำระบบ E-Ticket (e-TSRT) เข้าร่วมภายในงาน

นายวุฒิชาติ กล่าวว่า เพื่อเป็นการมุ่งยกระดับการให้บริการรถไฟไทยให้มีมาตรฐานทัดเทียมในระดับสากล รวมทั้งสนับสนุนนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ปรีดาปราโมทย์ จำกัด เปิดให้บริการจำหน่ายสำรองที่นั่งตั๋วโดยสารรถไฟด้วยระบบอินเทอร์เน็ต (e-TSRT) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 นี้เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกและจูงใจให้ผู้โดยสารได้มีช่องทางในการซื้อตั๋วโดยสาร และใช้บริการรถไฟมากขึ้น โดยสามารถจองตั๋วโดยสารได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของการรถไฟฯ http://www.railway.co.th หรือที่ http://www.thairailwayticket.com ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถชำระค่าโดยสารโดยผ่านบัตรเครดิต และบัตรเดบิตได้ทันที

สำหรับเงื่อนไขการจองและซื้อตั๋วผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-TSRT) จะให้บริการเฉพาะตั๋วผู้ใหญ่ (เต็มราคาที่ไม่ใช้สิทธิ์ลดราคาใดๆ) และตั๋วเด็ก (มีสิทธิ์ลดราคา 50% และมีส่วนสูงตั้งแต่ 100 เซนติเมตร ขึ้นไปและไม่เกิน 150 เซนติเมตร เท่านั้น) และให้บริการจองตั๋วได้เฉพาะขบวนรถเชิงพาณิชย์ ใน 3 เส้นทาง (ไม่รวมขบวนรถนำเที่ยวและรถไฟฟรี) ได้แก่ เส้นทางสายเหนือ เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางสายใต้

ส่วนวิธีการจอง อันดับแรก ผู้โดยสารต้องสมัครสมาชิกที่ระบบ e-TSRT ก่อนเพื่อใช้ในการสำรองที่นั่ง โดยมีระยะเวลาการจำหน่ายตั๋วและสำรองที่นั่งได้ล่วงหน้าไม่เกิน 60 วัน จนถึงอย่างช้าก่อนขบวนรถออก 2 ชั่วโมง สามารถสำรองที่นั่งได้ 4 ที่นั่งต่อการทำรายการ 1 ครั้ง สามารถเลือกที่นั่งได้เองหรือให้ระบบทำการเลือกที่นั่งให้โดยอัตโนมัติ และที่สำคัญเมื่อทำรายการจบผู้โดยสารต้องสั่งพิมพ์ตั๋วที่ได้จากระบบเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในวันเดินทางด้วย ไม่สามารถแสดงตั๋วผ่านสมาร์ทโฟนได้ ขณะที่วิธีการชำระเงินค่าตั๋ว สามารถเลือกชำระได้ผ่านบัตรเครดิตทั้งระบบวีซ่า, มาสเตอร์ การ์ด, เจซีบี และบัตรเดบิตของธนาคารกรุงเทพ โดยมีค่าบริการ ดังนี้ ตั๋วโดยสาร ชั้น 1 ค่าบริการ 40 บาทต่อ 1 ที่นั่ง ตั๋วโดยสาร ชั้น 2 ค่าบริการ 30 บาท ต่อ 1 ที่นั่ง และตั๋วโดยสาร ชั้น 3 ค่าบริการ 20 บาท ต่อ 1 ที่นั่ง

ส่วนการยกเลิกการเดินทางและขอคืนเงิน ผู้โดยสารสามารถยกเลิกการเดินทางและขอคืนเงินผ่านระบบ e-TSRT โดยจะมีการโอนเงินที่ได้คืน เข้าสู่บัญชีบัตรเครดิต/เดบิตที่ใช้ในการซื้อ หรือผู้โดยสารสามารถนำตั๋วไปยกเลิกการเดินทางและขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟทุกสถานี โดยเจ้าหน้าที่ที่สถานีจะทำการรับเรื่องไว้ และจะทำการคืนเงินเข้าสู่บัญชีบัตรเครดิต/เดบิตที่ใช้ในการซื้อเช่นกัน โดยการยกเลิกการเดินทางและขอคืนเงิน มีค่าบริการราคาเดียวกันกับขั้นตอนการจองตั๋ว