คมนาคม พร้อมสอบปมโรลส์-รอยซ์ต่อ หากพบเบาะแสบุคคลนอกการบินไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 15:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842118


คมนาคม ระบุ จะรอผลสอบคดีสินบนโรลส์-รอยซ์เบื้องต้นจากการบินไทย ก่อนขยายผลสอบต่อไปในระดับกระทรวง พร้อมยืนยันการสอบสวนประเด็นดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความตื่นตัว เชื่อจะเกิดความชัดเจนในเร็ววัน…

วันที่ 23 ม.ค. 60 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงประเด็นการสอบสวนคดีรับสินบนโรลส์-รอยซ์ ที่ขณะนี้ ได้มอบหมายให้นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือ ดี.ดี. บมจ.การบินไทย เร่งดำเนินการสอบสวนให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน แต่ขณะนี้ มีการเปิดเผยข้อมูล ระบุถึงการดำเนินการ จัดซื้อเครื่องยนต์ของโรลส์รอยซ์ในอดีตที่ความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ที่อยู่นอกเหนืออำนาจการสอบสวนของการบินไทยนั้น โดยประเด็นดังกล่าว กระทรวงคมนาคม จะรอสรุปผลการสอบสวนจากการบินไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อตรวจสอบว่ามีผลเชื่อมโยงถึงใคร หรือกลุ่มใดบ้าง รวมถึงการอนุมัติการจัดซื้อในระดับกระทรวงที่ผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี มีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เมื่อมีข้อมูลครบถ้วนแล้ว กระทรวงคมนาคมก็จะมีการสอบสวนขยายผล ในระดับกระทรวงต่อไป

ทั้งนี้ ยืนยันว่า การสอบสวนประเด็นสินบนโรลส์รอยซ์ ปัจจุบันหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมีความตื่นตัว และกำลังเร่งสอบสวนขยายผลไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็ดำเนินการสอบสวนคู่ขนานไปด้วย เชื่อว่าจะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นในเร็วๆ นี้

 

TSE รุกโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่นเต็มตัว ตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 100 MW ใน 3 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 23 ม.ค. 2560 15:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842109


“ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่” รุกโซล่าร์ฟาร์มญี่ปุ่นเต็มตัว ตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 100 เมกะวัตต์ภายในปี 2562 จ่อคิว COD อีกหลายโรง พร้อมเดินหน้าคว้าโรงไฟฟ้าโซลาร์อีกปีละ 40-60 MW…

ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะเน้นเข้าลงทุนธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ฟาร์ม ในประเทศญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเข้าลงทุนโซลาร์ฟาร์มในประเทศญี่ปุ่นปีละ 40-60 เมกะวัตต์ โดยในปัจจุบันบริษัทมีใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า PPA แล้ว 40 เมกะวัตต์ จำนวน 9 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 17 เมกะวัตต์ ซึ่งปีนี้คาดว่าจะสามารถดำเนินการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD ได้อีก 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 3.24 เมกะวัตต์ จากในปัจจุบันที่ COD ไปแล้ว 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 5.24 เมกะวัตต์ และจะสามารถ COD ได้อีกหนึ่งโครงการในปี 2561 กำลังการผลิต 13.50 เมกะวัตต์ ทำให้คาดว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มในประเทศญี่ปุ่นจะแตะที่ระดับ 100 เมกะวัตต์ภายในปี 2562

ในขณะที่แผนขยายการลงทุนในประเทศบริษัทอยู่ในระหว่างติดตามนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากคณะกรรมการกำกับพลังงาน หรือ กกพ. ซึ่งหากทางกกพ.มีประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมบริษัทก็มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการเพื่อขยายโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศเพิ่มเติม จากในปัจจุบันบริษัทมีโครงการโซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์รูฟท็อปรวมทั้งหมด 26 โครงการ กำลังการผลิตรวมเกือบ 100 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์ม 12 โครงการ กำลังการผลิตรวม 85.5 เมกะวตต์ โดยล่าสุดได้ COD โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรสวนมะพร้าว อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ได้ทันตามกำหนดเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา และมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือโซลาร์รูฟท็อป จำนวน 14 โครงการ กำลังการผลิต 14 เมกะวัตต์

“ในปีหน้าเราจะเน้นการลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยในประเทศจะมีการลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 โรง กำลังการผลิตรวม 22.2 เมกะวัตต์ รวมถึงบริษัทมีความพร้อมที่เข้าลงทุนโซลาร์ฟาร์เพิ่มเติมทั้งในส่วนของโครงการจากทางภาครัฐที่เราอยู่ในระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงโครงการของภาคเอกชนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ ส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้นบริษัทเน้นการลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น โดยเราเห็นโอกาสในการเข้าลงทุนในหลายโครงการ รวมถึงในปัจจุบันก็มีบางโครงการที่อยู่ในระหว่างเจรจาซึ่งก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง” ดร.แคทลีนกล่าว

 

การบินไทย จับคู่ค้าเซ็นข้อตกลงคุณธรรม ควบหาข้อมูลปมทุจริตโรลส์-รอยซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 15:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842089


การบินไทยแจ้งความคืบหน้ากรณีบริษัทโรลส์-รอยซ์ ติดสินบน ระบุ กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องในช่วงปี พ.ศ. 2534-2548 ยันต้องใช้เวลาสักระยะ ขณะที่ เร่งให้คู่ค้าลงนามข้อตกลงคุณธรรม จะไม่ให้สินบนแก่ จนท.การบินไทย…

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งความคืบหน้ากรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของสหราชอาณาจักร (UK Serious Fraud Office: SFO) เรื่องการติดสินบนแก่เจ้าหน้าที่ของไทยในการซื้อขายเครื่องยนต์ โดยมีข้อความพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ของการบินไทยนั้น ขณะนี้ บริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2534-2548

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ ติดสินบนในการซื้อขายเครื่องยนต์ให้กับการบินไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2534-2548 ว่า ขณะนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ซึ่งเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้แทนจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ ได้มาให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่าที่โรลส์-รอยซ์จะเปิดเผยได้ ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว ทั้งนี้ การรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา ขณะเดียวกัน คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นทั้ง 2 ชุด คือ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและคณะกรรมการตรวจสอบกระบวนการจัดหาเครื่องยนต์และการซ่อมบำรุง กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบ ครบถ้วนเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ปัจจุบันนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการให้คู่ค้าลงนามใน Integrity Pact หรือข้อตกลงคุณธรรมเพื่อยืนยันและประกาศว่าคู่ค้าของการบินไทยจะไม่ให้สินบนใดๆ แก่เจ้าหน้าที่ของการบินไทย

จากกรณีดังกล่าวนี้ ประเทศไทยและการบินไทยจะต้องตื่นตัวในเรื่องของธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ในการดำเนินการในทุกๆ ด้าน ต้องอยู่บนความถูกต้อง และโปร่งใส.

 

กสทช. พัฒนาระบบ ‘ย้ายค่ายเบอร์เดิม’ แบบใหม่ ร่นเวลาเหลือ 2 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 14:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842068


สำนักงาน กสทช. เดินหน้าแก้ปัญหาโอนย้ายเบอร์ คุ้มครองสิทธิผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ พัฒนาระบบ “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” ร่นเวลาเหลือ 2 วันทำการ …

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 60 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกค่ายปรับปรุงระบบการให้บริการ “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” โดยระบบใหม่นี้จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการได้มากขึ้น และยังใช้เวลาในการย้ายค่ายลดลงจากเดิม 3 วันทำการ เป็น 2 วันทำการ โดยสำนักงาน กสทช. ได้ออกแบบเครื่องมือเพื่อให้ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะย้ายค่ายสามารถเช็ก หรือตรวจสอบสิทธิของตัวเองได้ฟรีก่อนย้ายค่าย เพียงกด “*151* เลขบัตรประชาชน 13 หลัก (หรือเลขบัตรที่เคยใช้ลงทะเบียนซิม) # โทรออก” หากไม่ติดเงื่อนไขใดๆ เช่น เป็นบุคคลเดียวกับที่เคยลงทะเบียนซิมไว้ และไม่มียอดค้างชำระกับค่ายมือถือที่ใช้งานอยู่ ก็จะได้รับรหัสแสดงตน 8 หลัก ทาง SMS ภายใน 10 นาที เพื่อนำไปสมัครย้ายค่าย ณ จุดบริการของค่ายใหม่ โดยจะสามารถย้ายไปใช้งานกับค่ายใหม่ได้ภายใน 2 วันทำการเท่านั้น และสำหรับชาวต่างชาติก็สามารถเช็กสิทธิได้ฟรี และสมัครย้ายค่ายได้เช่นเดียวกัน ผ่านวิธีส่งเลขหนังสือเดินทาง หรือเลขประจำตัวคนต่างด้าวทาง SMS หมายเลข 4444151

สำหรับปัญหาที่ผ่านมาของการย้ายค่าย คือ ผู้ใช้บริการต้องเดินทางไปเช็กสิทธิของตัวเองว่าสามารถย้ายค่ายได้หรือไม่ที่ค่ายใหม่ ซึ่งบางรายเมื่อไปติดต่อก็พบว่าไม่สามารถย้ายค่ายได้ ทำให้เสียเวลาการเดินทาง การพัฒนาระบบของสำนักงาน กสทช. ให้ผู้ใช้บริการเช็กสิทธิของตัวเองผ่าน SMS ก่อนเดินทางไปย้ายค่าย จึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น เพราะ SMS จะแจ้งสาเหตุกลับมา กรณีถ้าย้ายค่ายไม่ได้ ก็สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามกลับไปยังค่ายโทรศัพท์มือที่ใช้บริการในปัจจุบัน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปก่อน

“การย้ายค่ายและการเช็กสิทธิ สามารถทำได้ทั้งระบบเติมเงินและระบบรายเดือน การมีระบบการตรวจสอบหรือเช็กสิทธิของตนก่อนไปสมัครย้ายค่ายกับค่ายใหม่นั้น เป็นแนวคิดเพื่อนำเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการฟรี โดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อกับศูนย์บริการ สามารถรับทราบสถานะของตนเองได้ทันที โดยหากติดเงื่อนไขใดๆ เช่น เลขบัตรประชาชนไม่ตรงกับที่เคยลงทะเบียนซิมไว้ หรือมียอดค้างชำระกรณีระบบรายเดือน ก็สามารถติดต่อสอบถามกับค่ายเดิมก่อนได้”

นายฐากร กล่าวว่า ตั้งแต่มีการเปิดให้บริการ 3G มียอดการโอนย้ายค่ายรวมกว่า 50 ล้านเลขหมาย โดยในปี 2559 มีการโอนย้ายค่ายกว่า 5.42 ล้านเลขหมาย คิดเป็นการโอนย้ายค่ายต่อเดือน 452,123 เลขหมาย ซึ่งแนวโน้มการโอนย้ายค่ายมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะค่ายโทรศัพท์มือถือมีการแข่งขันทางการตลาดกันมากขึ้น การกำกับดูแลเรื่องการย้ายค่ายเบอร์เดิม จึงเป็นเรื่องที่สำนักงาน กสทช. ให้ความสำคัญ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการที่สามารถเลือกคุณภาพ และราคาที่เหมาะสมกับผู้ใช้บริการแต่ละราย.

 

ธปท. สำรองธนบัตรช่วงตรุษจีน รองรับแบงก์เบิกจ่าย 8 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 14:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842037


ธปท. เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่างๆ รองรับความต้องการช่วงตรุษจีนไว้อย่างเพียงพอ คาดแบงก์พาณิชย์เบิกจ่าย 8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% …

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตรธนาคาร  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีความต้องการใช้ธนบัตรของประชาชนอยู่ในเกณฑ์สูงกว่าปกติ โดยประมาณการว่าธนาคารพาณิชย์จะมีการเบิกจ่ายธนบัตรจาก ธปท. ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเทศกาลตรุษจีน เป็นมูลค่าสุทธิประมาณ 8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3% และ ธปท. ได้เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการไว้อย่างเพียงพอ.

 

กกจ. ผ่อนผันครั้งสุดท้ายต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวประมง-แปรรูปสัตว์น้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 13:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/841950


กรมการจัดหางาน ยัน ผ่อนผันครั้งสุดท้ายต่อใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำกว่า 100,000 คน หากไม่ไปดำเนินการตามกำหนด จะต้องกลับประเทศต้นทางทันที …

วันที่ 23 ม.ค. 60 นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า จากมติคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) เห็นชอบขยายระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และการอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแรงงานในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำที่เป็นแรงงานคนเดิมออกไปอีกถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 นั้น กรมการจัดหางาน จะผ่อนผันต่อใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำที่มีกว่า 100,000 คน ทั้งสองกลุ่มครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และให้ไปดำเนินการในส่วนของกรมการจัดหางาน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2560 เท่านั้น หากไม่ไปดำเนินการตามกำหนดจะต้องกลับประเทศต้นทางทันที

ทั้งนี้ ในส่วนของแรงงานที่เข้าสู่กระบวนการ จะต้องไปตรวจสัญชาติภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หากไม่ดำเนินการตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งแรงงานต่างด้าว และนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย เพื่อทำให้ประเทศต้นทางเห็นว่าประเทศไทยเอาจริงกับการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย

นายสิงหเดช กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเร่งรัดการดำเนินการนั้น เป็นเรื่องที่กรมการจัดหางานดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่การตรวจสัญชาติเป็นเรื่องของประเทศต้นทาง ซึ่งกรมการจัดหางานทำได้เพียงการดูแลควบคุมไม่ให้มีการเรียกเก็บค่าดำเนินการที่เกินจริงเท่านั้น

 

ฮาบิแทท ทุ่มงบ 3 พันล. ยึดเมืองท่องเที่ยว ผุด 5 โครงการวิลล่า-คอนโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 12:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/841906


ฮาบิแทท กรุ๊ป เผยแผนธุรกิจปี 60 ทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านบาท เปิด 5 โครงการใหม่วิลล่า-คอนโด ตามทำเลหัวเมืองท่องเที่ยว ประเดิมโครงการแรก ‘ครอสทู พัทยา โอเชี่ยนเฟียร์’ พูลวิลล่าสุดหรูริมหาด เจาะกลุ่มนักลงทุน ตั้งเป้าปิดยอดขายได้ทั้งหมดภายในปี 2561 …วันที่ 23 ม.ค. 60 นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงแผนธุรกิจบริษัทในปี 2560 ว่า มีแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวน 5 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น โครงการในพัทยา 3 โครงการ และโครงการในกรุงเทพฯ 2 โครงการ โดยมีกลยุทธ์ด้านการลงทุนในทำเลหัวเมืองท่องเที่ยว ซึ่งจะเปิดต่อเนื่องในเขตพัทยา เนื่องจากได้ศึกษาตลาดท่องเที่ยวในพัทยา พบว่า ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในพัทยา ยังมีช่องว่างของตลาดอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม และการท่องเที่ยว

นายชนินทร์ วานิชวงศ์

นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนทั้งในและรอบพัทยา ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายตัวของเมืองพัทยา ทำให้การเดินทางเข้าสู่พัทยาสะดวกสบายและรวดเร็วมากขึ้น ส่งผลต่อการคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นในอนาคต และมีการขยายจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่รอบๆ เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง

ล่าสุด ประเดิมเปิดตัวโครงการ X2 Pattaya Oceanpher (ครอสทู พัทยา โอเชี่ยนเฟียร์) ในซอยนาจอมเทียน 56 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ห่างทะเล 500 เมตร มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองแล้วกว่า 40% โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นการซื้อเพื่อลงทุน 100% ตั้งเป้าปิดยอดขายได้ทั้งหมดภายในปี 2561

นอกจากนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าว่า จะดันยอดขายที่เหลือ ของโครงการ Best Western Premier BayPhere Pattaya (เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ เบย์เฟียร์ พัทยา) ที่เหลืออีก 40% ให้หมดภายในปีนี้ และวางเป้าการขายสำหรับโครงการที่เปิดใหม่ทุกโครงการในปี 2560 ให้ได้ถึง 60-80% ของแต่ละโครงการ ซึ่งประมาณการเป้าการขายรวมทั้งบริษัทฯ คิดเป็น 2,000 ล้านบาท

ทองเปิดตลาดขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,850

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 09:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/841893


ราคาทองวันที่ 23 ม.ค. เปิดตลาดขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250 ขายออกบาทละ 20,350 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,889.92 ขายออกบาทละ 20,850 บาท …

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.36 น. ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250.00 บาท ขายออกบาทละ 20,350.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,889.92 บาท ขายออกบาทละ 20,850.00 บาท

 

ราคาสินค้าขยับรับตรุษจีน พาณิชย์ผนึกเอกชนจัดเซตเครื่องเซ่นไหว้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/841680


“พาณิชย์” รับราคาสินค้าช่วงตรุษจีนอาจปรับขึ้นเล็กน้อยหลังได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ เล็งหารือผู้ประกอบการจัดเซตเครื่องเซ่นไหว้สินค้าราคาประหยัด เพิ่มทางเลือกประชาชน พร้อมตั้งวอร์รูม ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ อาจทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรบางส่วนเสียหาย และราคาอาจสูงขึ้นได้ เช่น เนื้อสัตว์ อย่างหมู และประชาชนในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งหารือร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าในเทศกาลตรุษจีน ดำเนินการจัดทำสินค้าเซ่นไหว้เป็นชุดขายในราคาประหยัดเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน โดยเบื้องต้นอาจจัดทำเป็นชุดขนาดเล็กแต่มีสินค้าเซ่นไหว้ที่จำเป็นอย่างครบครัน นอกจากนี้ยังสั่งการให้พาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัด รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนมายังกระทรวง ผ่านห้องปฏิบัติ การติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า (วอร์รูม) ของกระทรวงทุกวันด้วย

“ตอนนี้ได้กำชับให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ทุกวัน โดยจะดูราคาเป็ด ไก่เป็นพิเศษในช่วงตรุษจีน ก่อนที่จะสรุปสถานการณ์ราคา อีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้าว่าสินค้าประเภทใดบ้าง ที่ปรับขึ้น ส่วนวันที่ 25-26 ม.ค.นี้ จะเดินทางไป ตรวจสอบราคาสินค้าที่ตลาดเยาวราช ตลาดยิ่งเจริญ และโมเดิร์นเทรด”

ด้านนางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้หลายจังหวัดในภาคใต้อาจไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัย อีกทั้งการเดินทางสัญจรไปมาในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญไม่สะดวกมากนัก แม้ว่าระดับราคาสินค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในภาวะทรงตัวเป็นไปตามฤดูกาลผลิต และการตลาด แต่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีพบว่าสินค้าประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้างตามความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น แต่สถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลให้พื้นที่เกษตรหลายแห่งได้รับผลกระทบ จึงอาจทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรบางอย่างลดลง และเมื่อผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว ราคาสินค้าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ กระทรวงยังได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดดูแล และช่วยเหลือด้านการกระจายสินค้าในแต่ละพื้นที่อย่างทั่วถึง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน หรือการกักตุนสินค้า โดยขอให้ประชาชนจับจ่ายอย่างระมัดระวัง ควรหาข้อมูลสินค้าเปรียบเทียบราคาและคุณภาพก่อนตัดสินใจซื้อ ตามแคมเปญ “ฉลาดซื้อประหยัดใช้” เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่าย และประหยัดค่าครองชีพได้ หากพบเห็นการไม่ปิดป้ายแสดงราคาที่ชัดเจน หรือการค้ากำไรเกินควร ให้ร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 กระทรวงจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมาย

ด้านนายนิธิ ภัทรโชค ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ตลาดในประเทศ กลุ่มธุรกิจ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เปิดเผยว่า เอสซีจีได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่าย ลดราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างราคาพิเศษ สูงสุดถึง 30% ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้ ครอบคลุม 10 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง พัทลุง กระบี่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

ทั้งนี้ สินค้าหลักที่อยู่ในโปรแกรมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้แก่ ปูนซีเมนต์ คอนกรีตผสมเสร็จ กระเบื้องหลังคา ฝา ฝ้า เป็นต้น โดยสามารถนำคูปองส่วนลดมาแสดงที่ร้านผู้แทนจำหน่าย และร้านค้าวัสดุก่อสร้างทั่วไปที่ร่วมรายการ เพื่อซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ทันที ซึ่งผู้ประสบภัยสามารถไปรับคูปองดังกล่าวได้ที่ศูนย์ราชการ 400 แห่ง เช่น ที่ว่าการอำเภอ และเทศบาลตำบล ครอบคลุม 10 จังหวัดในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ.

 

ดีเดย์เปิดบริการพร้อมเพย์ 27 ม.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/841708


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเริ่มทำการเชื่อมโยงข้อมูลบัญชี เพื่อทดสอบระบบพร้อมเพย์อย่างเป็นทางการ จากก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้มีการนำร่องเชื่อมต่อข้อมูลกันแล้ว เพื่อทดลองดูว่าการทำงานของระบบติดขัดอะไรหรือไม่ หากไม่พบปัญหาและระบบเชื่อมต่อไปได้ด้วยดี คาดว่าระบบพร้อมเพย์พร้อมจะกดปุ่มเปิดให้บริการได้ทางการวันที่ 27 ม.ค.นี้

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้มีการเลื่อนเปิดระบบพร้อมเพย์จากช่วงปลายปีที่แล้ว ไม่ได้เกิดจากปัญหาระบบเทคโนโลยี แต่เกิดจากปัญหาเรื่องกฎระเบียบของทางการ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมทางการเงินฝากถอนที่วงเงินเกิน 100,000 บาทให้ ปปง.ทราบทุกครั้ง และยังครอบคลุมถึงกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในบัญชีดำของ ปปง. จะต้องมีการรายงานธุรกรรมการเงินให้ทราบด้วย

นายยศ กิมสวัสดิ์ ประธานสำนักระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สมาคมฯร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เดินสายให้ความรู้สร้างความเข้าใจในโครงการพร้อมเพย์ ในการรับเงินและโอนเงินโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือเลขประจำตัวประชาชนแทนเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารแก่ประชาชน

ด้านนายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า หากต้องการทำระบบพร้อมเพย์ และลดการใช้เงินสดให้ประสบความสำเร็จ ต้องเน้นการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซการซื้อขายสินค้าออนไลน์ระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยลดการใช้เงินสดได้ สำหรับยอดลูกค้าที่สมัครบัญชีพร้อมเพย์ล่าสุดหลังจากที่กรมสรรพากรเริ่มนำร่องให้มีการจ่ายเงินคืนภาษีบุคคลธรรมดาผ่านพร้อมเพย์ ทำให้ยอดสมัครผูกบัญชีพร้อมเพย์เพิ่มสูงมาก ดังนั้น นโยบายการขับเคลื่อนของรัฐบาลจึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการให้บริการพร้อมเพย์ในไทยมาก.