ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2560 09:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837636

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2560 09:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837636

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2560 08:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837412

ด้าน น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า ค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงรวดเร็วจากการเตรียมประกาศแผนเบร็กซิทนั้น พบว่าสินค้าไทยที่จะได้รับผลกระทบ เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบ ไก่ เพราะเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 และ 2 ไปอังกฤษ และเชื่อว่าจะกระทบระยะสั้นเท่านั้น แต่ในระยะกลางเศรษฐกิจของอังกฤษยังมีแนวโน้มขยายตัวที่ดีและดีกว่าอียู และหากทั้งอังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) มีแผนเรื่องเบร็กซิทออกมาชัดเจนก็น่าจะส่งผลดีต่อไทยมากกว่า แต่ไม่อยากให้ชะล่าใจ ผู้ส่งออกควรทำประกันความเสี่ยงไว้
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตไทยมีแผนที่จะเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอังกฤษอยู่แล้ว หลังจากที่แยกตัวออกจากอียู และเชื่อว่าจะเป็นโอกาสการส่งออกสินค้าไทยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าน้ำตาล ไก่ และข้าว เพราะไม่ต้องผูกโควตานำเข้ากับอียู และไทยมองอังกฤษเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยในระดับรัฐบาลได้มีการส่งสัญญาณในการเตรียม พร้อมเจรจาเอฟทีเอระหว่างกัน ดังนั้น ทิศทางในระยะกลางและยาวน่าจะเป็นโอกาสของไทย.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2560 07:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837410

“ตอนนี้ทุกประเทศต้องการเจรจาการค้า การลงทุนกับไทย เพราะไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน และมีความพร้อม ขณะที่รัฐบาลเปิดกว้างส่งเสริมการค้าและการลงทุน ส่วนในด้านการส่งออกปีนี้ กระทรวงฯตั้งเป้าหมายมูลค่าขยายตัว 3% จากปีก่อน แต่อาจถึง 3.5%”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2560 07:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837408

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2560 06:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837404

สำหรับที่มาของสุขาเพื่อประชาชน เกิดขึ้นหลังได้รับการประสานจากกระทรวงอุตสาหกรรม เอสซีจีจึงจัดทำสุขาน็อกดาวน์แห่งแรกอย่างเร่งด่วนให้แล้วเสร็จใน 3 วัน พร้อมใช้งานตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2559 โดยผนึกกำลังหน่วยงานในเครือเอสซีจีและคู่ธุรกิจ 13 บริษัท ใช้นวัตกรรมที่ออกแบบเฉพาะกิจเพื่อความสะดวก ถูกสุขอนามัย คำนึงถึงผู้ใช้งานหลากหลายวัย แยกเป็นส่วนสุขาชาย-หญิง สุขาสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็ก ใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดครั้งละ 40 คน สุขาเพื่อประชาชนดังกล่าว ผลิตและประกอบภายในโรงงาน SCG Heim ที่จังหวัดสระบุรี ก่อนยกมาติดตั้งที่บริเวณท้องสนามหลวง จุดแรกบริเวณใกล้พระบรมมหาราชวัง จุดที่ 2 บริเวณสวนสันติพร (กองสลากเดิม) จุดที่ 3 บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ส่วนจุดที่ 4 และ 5 ล่าสุด อยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งเหนือ ข้างเต็นท์พักคอย ก. และหลังเต็นท์พักคอย จ.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2560 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837400

ทั้งนี้ การส่งออกไก่ของไทยในตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ตามโควตามีประมาณ 252,643 ตัน แบ่งเป็นไก่ปรุงสุก 160,033 ตัน ไก่สด รวมทั้งแช่เกลือ หรือในน้ำเกลือ 92,610 ตัน คิดเป็น 50% ของการส่งออกของไทย หากอียูตัดโควตาการส่งออกไก่ของไทย ออกตามการแยกตัวของอังกฤษก็จะกระทบกับการส่งออกในภาพรวมเช่นกัน ซึ่ง
ต้องรอดูผลการพิจารณาอีกครั้ง ขณะที่ปัญหาโรคระบาดโดยเฉพาะไข้หวัดนก ประเทศไทยก็ยังต้องเฝ้าระวัง ซึ่ง
กรมปศุสัตว์ได้เข้มงวดในการตรวจสอบ จึงเป็นข้อได้เปรียบที่สร้างความเชื่อมั่นของผู้นำเข้า โดยตลาดญี่ปุ่นหันมาสั่งซื้อสินค้าจากไทยแทนจีนมากขึ้นเนื่องจากยังไม่มั่นใจในคุณภาพสินค้าของจีน และปีนี้คาดว่าจะส่งออกไก่สดที่เกาหลีได้เพิ่มขึ้นอีก 10,000 ตัน ตลาดสิงคโปร์ คาดว่าส่งออกได้ 5,000 ตัน แม้ว่าทั้ง 2 ตลาดจะเล็ก แต่เมื่อรวมหลายๆ ตลาด ก็มีความสำคัญกับภาพรวมการส่งออก.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/836996


นายสมชาย พูลสวัสดิ์
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้มีการเปิดเผยถึง การแก้ไขกฎหมายภาษีสรรพสามิตใหม่ ว่า ตัวพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิตใหม่นั้น ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ (สนช.) ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยคาดว่า จะลงราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ในเดือน ม.ค.นี้ โดยตัวกฎหมายจะให้เวลาอีก 180 วัน เพื่อออกกฎหมายลูกและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเก็บภาษีตามกฎหมาย ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ก็เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เกิดความเป็นธรรม เป็นสากล และตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้เน้นย้ำในประเด็นว่า ต้องไม่สร้างภาระให้กับผู้บริโภคจนเกินไป

“ส่วนแนวโน้มการจัดเก็บภาษีจะเพิ่มขึ้นอย่างไร ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่นั้น ในทางปฏิบัติการจัดเก็บรายได้ภาษีของกรมสรรพสามิตจะขึ้นอยู่กับการบริโภค โดยปัจจุบันกรมฯ มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณ 20% ส่วนเป้าหมายการจัดเก็บภายใต้พระราชบัญญัติงบประมาณ ปีงบประมาณ 2560 นั้น กำหนดรายได้จัดเก็บไว้ที่ 5.2 แสนล้านบาท”
ฉะนั้นจึงพอสรุปได้คร่าวๆ ว่า การเก็บภาษีบุหรี่นั้นมีการคำนวณแบบผสมทั้งด้านปริมาณและราคา แต่เดิมส่วนใหญ่จะคำนวณการเสียภาษีจากด้านราคา แต่หากร่างกฎหมายฉบับใหม่บังคับใช้ จะมีการพิจารณาลดอัตราภาษีด้านราคาลดลง แต่จะเพิ่มอัตราภาษีด้านปริมาณมากขึ้น เพื่อป้องกันบุหรี่ราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในไทย

จากข้อมูลของโรงงานยาสูบ ระบุว่า ผลจากการปรับวิธีคิดภาษีมาคำนวณจากฐานราคาขายปลีก จะไม่ทำให้ภาพรวมราคาขายปลีกบุหรี่ปรับราคาขึ้นมากนัก แต่จะกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตบุหรี่มากกว่า
การแก้กฎหมายภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ได้เปลี่ยนการจัดเก็บภาษีจากราคาหน้าโรงงานมาเป็นจัดเก็บจากราคาขายปลีก โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี และทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น โดยในส่วนของโรงงานยาสูบ ประเมินว่า การเก็บภาษีจากราคาขายปลีก จะทำให้ราคาบุหรี่บางตัวปรับเพิ่มขึ้น และบางตัวลดลง ซึ่งจากนี้จะได้เห็นกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ที่นำออกมาใช้กันมากขึ้นด้วย

ด้าน นายพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการแผนกบรรษัทสัมพันธ์ ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด กล่าวว่า กฎหมายปฏิรูปภาษีสรรพสามิต ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในนโยบายการปฏิรูปภาษีของกระทรวงการคลังที่ต้องการสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความเรียบง่ายในการจัดเก็บ หลังจากที่กรมสรรพสามิตพยายามปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวมาเกือบ 10 ปี
อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร เนื่องจากต้องรอติดตามกฎหมายลูกที่จะออกมาก่อน ทั้งนี้จะต้องคำนึงในหลายเรื่อง อาทิ สัดส่วนการเก็บภาษีระบบผสมที่จะเก็บทั้งขาปริมาณและขามูลค่าอัตราการจัดเก็บจริง รวมทั้งหลักเกณฑ์วิธีการพิจารณาราคาขายปลีกแนะนำ เพื่อให้รัฐยังคงได้รายได้เท่าเดิมและช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพด้วย.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837396

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ม.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837393

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนขณะนี้ถือว่าผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ภายหลังจากที่มีการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย ขณะที่ในปีนี้จุดที่จะเป็นตัวชี้วัดการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน คือวันหยุดตรุษจีน แม้ว่าจะมาต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำที่สุด คือเดือน พ.ย.2559 ที่ติดลบ 31% และแม้ว่าเครื่องบินเช่าเหมาลำจะยังไม่กลับมา แต่ต้องเข้าใจว่าปกติ เป็นทัวร์ราคาถูก ขณะที่ในอีกมุมหนึ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเอง ผ่านเครื่องบินที่บินประจำมีการจองเกือบเต็ม 100% กล้าที่จะจ่ายในราคา สูงขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 20% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเซี่ยงไฮ้ ที่ซื้อแพ็กเกจราคา 28,870 หยวน หรือ 144,350 บาท เพื่อเข้าพักที่โซเนวา คีรี เกาะกูด และเกาะสมุย ก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของคนจีนด้วย.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2560 22:34
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/837292

ดังนั้น เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวท. ได้ขยายขีดความสามารถในการรองรับให้มากขึ้น โดยได้ติดตั้งระบบบริการการเดินอากาศใหม่ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายปีนี้ หรือต้นปี 2561 โดยจะสามารถรองรับการให้บริการได้ถึง 1.5 ล้านเที่ยวบินต่อปี จากปัจจุบันที่รองรับได้ 7-8 แสนเที่ยวบินต่อปี แต่จำนวนเที่ยวบินที่ใช้บริการมากเกินขีดความสามารถแล้ว แต่ยังสามารถบริหารจัดการให้เที่ยวบินสามารถขึ้นลงได้ นอกจากระบบใหม่ที่จะเปิดให้บริการแล้ว บวท. ยังจะต้องพัฒนาระบบให้สามารถรองรับเที่ยวบินให้ได้ 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยกำหนดให้เป็นแผนดำเนินการระยะ 5 ปี คือ ระหว่างปี 2560-2564 วงเงินลงทุน 14,453 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในการเพิ่มห้วงอากาศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้รองรับจำนวนเที่ยวบินให้มากขึ้นนั้น คงต้องขยายศูนย์กลางการบินย่อยออกไปด้วย จากปัจจุบันมีศูนย์กลางการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งรองรับเต็มศักยภาพหมดแล้ว ก็อาจจะใช้สนามบินขอนแก่น และอุดรธานี เพื่อรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
“หากเปรียบเทียบพื้นสนามบินสุวรรณภูมิ กับสนามบินลอนดอนฮีทโธรว์ ของอังกฤษ หรือสนามบินของประเทศเยอรมนี พื้นที่ของสุวรรณภูมิ มีมากกว่า แต่สนามบินที่อังกฤษและเยอรมนีรองรับได้มากกว่า โดยอยู่ระดับ 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี มากกว่าไทยถึง 3 เท่า ทาง บวท.จึงได้ร่วมกับอังกฤษเพื่อพิจารณาการขยายห้วงอากาศ”
ด้าน นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า การขยายห้วงอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยขณะนี้ บวท. อยู่ระหว่างร่วมมือกับสนามบินฮีทโธรว์ เพื่อจัดทำแผนในเรื่องดังกล่าว โดยจะแล้วเสร็จในปี 2561 “ห้วงอากาศในไทยถูกใช้ใน 2 แบบ คือ เพื่อความมั่นคง และเพื่อเชิงพาณิชย์ แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้แบบยืดหยุ่น จึงสามารถรองรับเที่ยวบินได้จำนวนมาก ในขณะที่ไทยแค่เกือบล้านเที่ยวบินต่อปีก็เต็มและมีปัญหาดีเลย์แล้ว แต่เมื่อร่วมมือกับทางสนามบินฮีทโธรว์จัดทำแแผนแล้วก็จะรองรับได้อีก 15 ปีข้างหน้า หรือประมาณ 2.7 ล้านเที่ยวบินต่อปี โดยสนามบินฮีทโธรว์จะเข้ามาช่วยดูว่าการเติบโตที่เกิดขึ้นจะจัดการอย่างไร ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว”.