ทองเปิดตลาดขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,550

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ม.ค. 2560 09:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/833125


ราคาทองวันที่ 11 ม.ค. เปิดตลาดขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,950 ขายออกบาทละ 20,050 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,586.72 ขายออกบาทละ 20,550 บาท …

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,950.00 บาท ขายออกบาทละ 20,050.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,586.72 บาท ขายออกบาทละ 20,550.00 บาท

 

ห้ามขึ้นแบล็กลิสต์ลูกค้าน้ำท่วม “เครดิตบูโร” เตือนแบงก์ระวังส่งข้อมูลหนี้เสีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 08:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832926


(ภาพ : AFP)เครดิตบูโรร่อนหนังสือเตือนสถาบันการเงินสมาชิก 94 แห่ง ระมัดระวังนำส่งข้อมูล หากลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ที่ได้รับผ่อนผัน ไม่ต้องขึ้นบัญชีดำ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการกู้ต่อในอนาคต

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ได้ออกหนังสือถึงธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกกว่า 94 แห่ง เพื่อให้ระมัดระวังในการรายงานและนำส่งข้อมูลของลูกหนี้กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้โดยเฉพาะ ซึ่งหากสถาบันการเงินใดมีการผ่อนผันหรือผ่อนปรนการชำระหนี้ให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นควรยึดถือข้อเท็จจริง เช่น กรณีที่ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามข้อตกลง ให้สถาบันการเงินรายงานและนำส่งข้อมูลการชำระหนี้ในสถานะบัญชีปกติ แทนการรายงานและนำส่งข้อมูล ว่า ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือไม่ให้เกิดความเสียหายในประวัติของตนและกระทบต่อการกู้ในอนาคต

“ตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง รหัสสถานะบัญชี ก็มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าในกรณีที่มีการพักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐ หรือตามนโยบายของสมาชิกที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ เช่น ประสบภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติอื่น อาจนำส่งข้อมูลเป็น พักหนี้ตามนโยบายของรัฐ มาตรการนี้จะเป็นการช่วยเยียวยาทางด้านจิตใจและการดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องหลังน้ำลดแล้วแก่ผู้ประสบอุทกภัยอีกทางหนึ่งด้วย”

ส่วนกรณีสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก 94 แห่ง มีการติดต่อลูกหนี้ได้ในภายหลัง เนื่องจากตอนประสบภัยยังหาตัวกันไม่พบเพราะถูกน้ำท่วม แม้จะมีการส่งข้อมูลเข้ามาว่าผิดนัดชำระหนี้มาแล้ว แต่ต่อมาเมื่อลูกค้ามีการเข้าโครงการผ่อนผันหรือผ่อนปรนและมีผลย้อนหลังไปยังเดือนที่เคยส่งข้อมูลว่าผิดนัดชำระหนี้ สถาบันการเงินสามารถแจ้งแก้ไขให้บัญชีดังกล่าวกลับมาเป็นสถานะปกติ หรือบัญชีนั้นปรับโครงสร้างหนี้ หรือบัญชีนั้นพักชำระหนี้ได้ ซึ่งเครดิตบูโรจะแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามที่มีการตกลงกัน โดยแนะนำลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบเมื่อน้ำลดควรรีบติดต่อสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อแจ้งความเสียหาย ปรึกษาหารือเพื่อเข้าโครงการผ่อนผันหรือผ่อนปรนตามที่มีการแถลงออกมา อันจะทำให้ประวัติทางการเงินของท่านเหล่านั้นได้รับการดูแลตามความเป็นจริง

ธพว.เร่งช่วยเหลือเอสเอ็มอีใต้

ขณะที่นายสมชาย หาญหิรัญ ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้ผู้บริหาร ธพว. ร่วมลงพื้นที่กับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติภาคใต้ 12 จังหวัด เพื่อเตรียมจัดทำโครงการฟื้นฟูซ่อมแซม ทำความสะอาดสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้ธุรกิจเร่งกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ และได้ออกประกาศช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ประกอบด้วย จังหวัดพัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร กระบี่ ระนอง และประจวบคีรีขันธ์

โดยมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าของ ธพว. มี 2 มาตรการ คือ 1.การพักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยลูกค้าสามารถแจ้งได้ที่สาขาธนาคารใกล้บ้าน 2. มาตรการการให้วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ วงเงินต่อรายสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ยไม่เกินดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) เพื่อช่วยฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว ลูกค้าสามารถนำวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินนี้เป็นเงินทุนเพื่อการปรับปรุง ฟื้นฟู ซ่อมแซม และเป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ ให้กิจการมีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะดำเนินการต่อไปได้

บริจาคเงินน้ำท่วมหักภาษีได้ 1.5 เท่า

ด้านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (10 ม.ค.) นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัดได้แก่ พัทลุง, นราธิวาส, ยะลา, สงขลา, ปัตตานี, ตรัง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ชุมพร, ระนอง, กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้เพื่อจูงใจให้เกิดการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยกำหนดให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านทางส่วนราชการ องค์กรสาธารณกุศล หรือบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่เป็นตัวแทนรับเงินหรือทรัพย์สินบริจาคที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากร ที่นำเงินหรือทรัพย์สินไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.2560 สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคมาเป็นค่าลดหย่อนหรือค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 1.5 เท่า นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติให้ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากรของผู้ที่มี หน้าที่เสียภาษีอากรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้นำไปยื่นได้ภายในวันที่ 31 มี.ค.2560.

 

คุมทุจริตโครงการก่อสร้างพันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832925


นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) โดยอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานและมีกรรมการอีก 14 คน โดยให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวปฏิบัติและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลและกลไกอื่นในการเสริมสร้างความโปร่งใสในการก่อสร้างของหน่วยงานรัฐ และการประสานงานเพื่อการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งให้นำเสนอ ครม.พิจารณาเกี่ยวกับการเสริมสร้างความโปร่งใสในการก่อสร้างของหน่วยงานรัฐและที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมีอำนาจในการเชิญเจ้าหน้าที่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ขณะเดียวกัน ครม.เห็นชอบในหลักการกรอบแนวทางการดำเนินโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) จะเป็นโครงการก่อสร้างที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อีกทั้งเป็นโครงการมีความสำคัญส่งผลกระทบต่อสาธารณชนในวงกว้าง ซึ่งหน่วยงานเจ้าของโครงการต้องเปิดเผยข้อมูลตลอดระยะเวลาของโครงการแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.การเปิดเผยข้อมูลโครงการต่อสาธารณะหรือข้อมูลเชิงรุกตั้งแต่กระบวนการจัดทำและนำเสนอโครงการการเตรียมพร้อมของโครงการการจัดซื้อจัดจ้างช่วงการดำเนินการโครงการและหลังเสร็จสิ้นโครงการ 2. การเปิดเผยข้อมูลเมื่อมีการร้องขอหรือข้อมูลเชิงรับ

“ช่องทางการเปิดเผยข้อมูลของส่วนราชการให้เปิดเผยผ่านเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง ส่วนรัฐวิสาหกิจให้เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงาน และในอนาคตจะมีการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเปิดเผยข้อมูลไว้ที่เว็บไซต์เดียวกัน ทั้งนี้ หลักการของ CoST กำหนดให้มีคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผย โดยกรมบัญชีกลางจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีในการจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำหน้าที่เป็นคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเปิดเผย แปลข้อมูลให้อยู่ในรูปของภาษาที่เข้าใจง่าย และประสานงานขอข้อมูลจากเจ้าของโครงการและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ ซึ่งหากพบความไม่ถูกต้องให้รายงานให้คณะกรรมการพิจารณา”.

 

เร่งดูแลเน็ต-มือถือใต้ล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 07:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832921


(ภาพ : AFP)นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ม.ค.60 ได้เชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต มาชี้แจงเกี่ยวกับการให้บริการมือถือ อินเตอร์เน็ต ในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาภัยน้ำท่วม 12 จังหวัด เพื่อติดตามการให้บริการโทรคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ว่า พื้นที่ใดได้รับผลกระทบไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้ และให้ผู้ให้บริการมือถือเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้การติดต่อสื่อสารสามารถกลับมาใช้งานได้รวดเร็ว และต้องการให้ กสทช.สนับสนุนช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา

“ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ กสทช.ประจำพื้นที่ภาคใต้เข้าไปช่วยเหลือ หากมีกรณีเร่งด่วนในพื้นที่ที่ระบบการสื่อสารขัดข้องด้วยการนำวิทยุสื่อสารไปใช้ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนติดต่อสื่อสารได้ต่อเนื่อง รวมถึงได้แจ้งให้ค่ายมือถือ และผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เตรียมรองรับตลอดเวลา เพราะการสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็น”

นายก่อกิจ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่สายไฟเบอร์ออฟติก เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในภาคใต้ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ขาดในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตขัดข้องกันในพื้นที่ภาคใต้นั้น ขณะนี้ทีโอที ได้แจ้งให้ กสทช.ทราบว่า ได้แก้ไขปัญหาได้แล้ว และสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว.

 

เยียวยาแหล่งท่องเที่ยวใต้ ททท.ดึง “เอสเอ็มอีแบงก์-บสย.” ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 07:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832918


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เตรียมแผนรับมือในเชิงช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไว้แล้ว 2 ด้าน โดยส่วนแรกจะเป็นตัวกลางประสานผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยผ่อนปรนหรือเงินทุนสนับสนุนในรูปแบบอื่น โดยวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.นี้ จะเดินทางร่วมกับตัวแทนของเอสเอ็มอีแบงก์ไปเกาะสมุย เพื่อหารือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อหามาตรการบรรเทาผลกระทบ ทั้งจากเรื่องน้ำท่วม และจากการจัดระเบียบทัวร์ผิดกฎหมายก่อนหน้านี้ขณะเดียวกันจะจัดหามาตรการสนับสนุนด้านการตลาด โดยเตรียมพื้นที่พิเศษในเทศกาล “เที่ยวเมืองไทย” ระหว่างวันที่ 25-29 ม.ค.นี้ ที่สวนลุมพินี เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคใต้ประมาณ 115 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มาออกบูธเสนอขายสินค้าท่องเที่ยวล่วงหน้า เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อหลังปัญหาน้ำท่วมคลี่คลาย รวมถึงร่วมกับ 4 สมาคมท่องเที่ยว ที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศออกแพ็กเกจทัวร์ “ทัวร์บัสคาราวานล่องใต้” ราคาพิเศษ เริ่มต้น 1,990 บาท และเริ่มเปิดขายแพ็กเกจเดือน ก.พ.นี้ พร้อมโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้อีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม

“มั่นใจว่าไตรมาส 1 คงยังไม่เห็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมมากนัก เพราะขณะนี้อัตราเข้าพักเฉลี่ยลดลง 10% เท่านั้น และ ททท.ได้ทยอยออกรายงานอัพเดทสถานการณ์ (Situation Update) เป็น ภาษาอังกฤษเผยแพร่ผ่านออนไลน์ และให้สำนักงาน ททท.ทั่วโลกกระจายข่าวออกไป พร้อมเตรียมเผยแพร่ภาพไลฟ์แคม ถ่ายทอดสดแหล่งท่องเที่ยวที่ยังมีกิจกรรมต่างๆเป็นปกติเผยแพร่ไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ยังมีจุดหมายท่องเที่ยวที่สามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ ขณะนี้เริ่มเห็นยอดจองในภาคเหนือจำนวนมาก เพราะดีมานด์ด้านการเดินทางยังมีอยู่ ส่วนกิจกรรมหลักต่างๆในภาคใต้ เช่น ฟูล-มูน ปาร์ตี้ เกาะพะงัน ในคืนวันที่ 12 ม.ค.นี้ ก็ยังคงจัดตามปกติ”

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่ ททท.ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ การประเมินเรื่องความเสียหายของแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสียหาย ก็สั่งการให้ ผอ.ททท.สำนักงานทุกจังหวัดในภาคใต้ ลงพื้นที่สอบถามความเสียหายแล้ว.

 

6 สายการบินลดราคาตั๋ว! “อาคม” สั่งทุกหน่วยงานระดมช่วยน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832914


(ภาพ : AFP)“อาคม” อ้อน 6 สายการบินลดค่าตั๋วโดยสาร 50% ช่วยน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมสั่งหน่วยงานในสังกัดร่วมกันแก้ปัญหาระบบขนส่งหยุดชะงักจากปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ กฟผ. และ ปตท.พร้อมระดมความช่วยเหลือทุกด้าน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ว่า ระยะสั้นได้กำชับให้กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) การถไฟแห่งประเทศไทย กรมท่าอากาศยาน กรมเจ้าท่า สายการบินไทย และสายการบินไทยสมายล์ทำงานร่วมกัน ในการแก้ปัญหาระบบขนส่งหยุดชะงักจากปัญหาน้ำท่วม โดย ทช. และ ทล.จะเร่งแก้ปัญหาคอสะพาน สะพาน และถนนขาด เบื้องต้นเตรียมสำรองเหล็กความยาว 300 เมตร ไว้สร้างสะพานแบลี่เพื่อให้รถผ่านได้ชั่วคราว คาดว่าเพียงพอกับความต้องการ โดยเร่งรัดให้ทุกหน่วยต้องเข้าไปแก้ปัญหาภายใน 24 ชั่วโมงหลังน้ำลด ส่วนระยะยาวสั่งให้ทุกหน่วยงานประเมินความเสียหายโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละพื้นที่และงบฯที่ต้องนำมาใช้ฟื้นฟูหลังน้ำลดเพื่อขอจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการต่อไป

นายอาคมกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ได้เชิญ 6 สายการบินที่ทำการบินไปยังจังหวัดภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมได้แก่ การบินไทย, ไทยสมายล์, บางกอกแอร์, ไทยไลออนแอร์, นกแอร์ และสายการบินเวียดเจ็ทแอร์มาหารือ โดยได้ขอความร่วมมือให้จัดทำโปรโมชั่นตั๋วราคาถูกพิเศษ รวมทั้งให้ปรับลดราคาตั๋วกรณีที่ไม่ได้จองล่วงหน้าลงด้วยจากราคาปกติที่จะขายแพงกว่าตั๋วจองล่วงหน้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน “ขณะนี้ไทยสมายล์นำร่องลดราคาตั๋วเป็นรายแรก เหลือ 999 บาท 400 ที่นั่งต่อวัน เส้นทางกระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และนราธิวาส ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ม.ค.ถือเป็นการลดค่าโดยสารลงมากถึง 50% ซึ่งสายการบินอื่นๆ ที่เหลือก็รับปากที่จะทำโปรโมชั่นตั๋วราคาพิเศษด้วย ซึ่งอาจปรับลดราคาลงในอัตราใกล้เคียงกับไทยสมายล์ โดยแต่ละสายการบินจะสำรองที่นั่งตั๋วโปรโมชั่นไว้ 20% ของที่นั่งทั้งหมด โดยจะเริ่มวันนี้จนถึง 20 ม.ค. และอาจขยายเวลาอีกเพราะหลังน้ำลดตั๋วโปรโมชั่นยังจำเป็นอยู่”

นายอาคมกล่าวว่า การบินไทยกับไทยสมายล์ ยังได้อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่ได้สำรองบัตรโดยสารเส้นทาง กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และ นราธิวาส ที่มีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 9-20 ม.ค.60 เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ทั้ง 2 สาย การบินยังเปิดให้บริการขนส่งสิ่งของเครื่องใช้รวมทั้ง เครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยผู้ประสบภัยฟรีตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ม.ค.60 โดยบริจาคได้ 4 จุด คือ กรมท่าอากาศยาน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สายการบินไทยสมายล์ และการบินไทย ภายในบริเวณท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ โดยจะขนส่งสิ่งของไปจังหวัดต่างๆ จากนั้น กรมท่าอากาศยาน กองทัพภาค 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จะมารับสิ่งของขนส่งไปแจกจ่าย

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.ได้จัดส่งความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมอบถุงยังชีพ 2,000 ถุง ส่งไปคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานีเพื่อ แจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัย โดยตั้งเป้าบริจาค 10,000 ถุง มูลค่ารวม 5.5 ล้านบาท รวมทั้งบริจาคน้ำดื่ม 150,000 ขวด และมีแผนซื้อข้าวจากชาวนา 100 ตัน ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย รวมถึงได้สั่งให้หน่วยงานของ ปตท.ในพื้นที่ประสบภัย ได้แก่ คลังปิโตรเลียม โรงแยกก๊าซธรรมชาติ เป็นศูนย์กระจายความช่วยเหลือ เร่งบรรจุและมอบถุงยังชีพและชักชวนผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) สถานีบริการ น้ำมัน ปตท.ให้ที่พักชั่วคราว รับบริจาคสิ่งของ จัดเตรียมน้ำดื่ม ข้าวกล่องให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง มีเป้าหมาย 100 สถานี และ ปตท.ยังดูแลการจัดส่งน้ำมันและก๊าซหุงต้มให้ภาคใต้อย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ขาดแคลนในยามวิกฤติ

ด้านนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.ได้เร่งส่งมอบถุงยังชีพทั้งจังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งในพื้นที่ของ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ กฟผ.ได้จัดส่งรถบรรทุกเพื่อขนส่งผู้ประสบภัย และได้จัดหารถดับเพลิงเพื่อแจกจ่ายน้ำสะอาด นอกจากนี้ ยังได้ตั้งโรงครัวและจัดหาเครื่องอุปโภคในพื้นที่ อ.เทพา เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องภาคใต้.

 

ผู้ประกอบการอสังหายังเชื่อมั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 06:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832913


ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ว่า ได้สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำไตรมาส 4 ปี 59 พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันของผู้ประกอบการ มีค่าเท่ากับ 51.9 จุด ซึ่งยังคงมีค่าที่สูงกว่าค่ากลาง (ระดับ 50 จุด แสดงว่ายังอยู่ในระดับที่ดี) แต่ปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 3 ที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 53.8 จุด โดยมีค่าความเชื่อมั่นที่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าในหลายด้าน คือ ด้านผลประกอบการ ด้านการลงทุน การจ้างงาน ด้านต้นทุนการประกอบการ และด้านการเปิดโครงการใหม่ แต่ดัชนีความเชื่อมั่นด้านยอดขายปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทั้งนี้ เป็นผลจากมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองของรัฐได้สิ้นสุดลงทั้งนี้ หากพิจารณากลุ่มผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายกลางและรายย่อย พบว่าทั้งสองกลุ่มมีระดับความเชื่อมั่นที่แตกต่างกัน โดยผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในระดับที่สูงกว่า โดยมีค่าความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและต้นทุนการประกอบการที่เพิ่มขึ้น และมีความเชื่อมั่นเรื่องการจ้างงานที่ไม่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งต่างจากผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนที่แม้มีความเชื่อมั่นเรื่องยอดขายสูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมา แต่มีความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ด้านต้นทุนการประกอบการ และด้านการจ้างงานที่ลดลงพอสมควร สำหรับดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากับ 59.6 จุด ปรับลงจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีค่าเท่ากับ 64.7 จุด แต่หากเทียบกับค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีความคาดหวังเชิงบวกต่อทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัยในเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านต้นทุนการประกอบการ.

 

หุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว จากแรงเทขาย-ราคาน้ำมันดิ่งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ม.ค. 2560 06:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832982


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดในกรอบแคบๆ ในวันอังคาร จากแรงเทขายที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย ขณะที่ราคาน้ำมัน ลดสู่ค่าต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 10 ม.ค. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 31.85 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 19855.53 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ปิดเท่าเดิมกับเมื่อวานที่ 2268.90 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 20.00 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ 5551.82 จุด

ตลาดสหรัฐฯ อยู่ในแดนบวกเกือบทั้งวัน แต่แรงเทขายยังทำให้ดาวโจนส์ไม่สามารถก้าวสู่จุดหมายที่ 20,000 จุด ขณะที่ นายแจ็ก อาบลิน หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของธนาคาร บีเอ็มโอ กล่าวว่า ดูเหมือนนักลงทุนกำลังถอยห่างจากความเสี่ยง

ขณะที่ปัจจัยลบต่อตลาดคือ การลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งลดอย่างต่อเนื่องจนอยู่ค่าต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์แล้ว จากความกังวลเรื่องการบังคับใช้ข้อตกลงลดอัตราการผลิตของกลุ่มประเทศโอเปก

 

ไปรษณีย์กวาดรายได้อู้ฟู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832910


นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ปี 60 ไปรษณีย์ยังคงมุ่งเน้นการเป็นเครือข่ายชีวิตดิจิทัล ด้วยการยกระดับการให้บริการไปรษณีย์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ e-Commerce และกลุ่มนักธุรกิจใหม่หรือสตาร์ทอัพ ที่ปัจจุบันเติบโตค่อนข้างสูง รวมถึงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการกระบวนการทำงาน เพื่อรองรับนโยบายประเทศไทยยุค 4.0 โดยตั้งเป้าว่ามีรายได้ 26,000 ล้านบาท กำไร 3,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 ที่มีรายได้ 25,000 ล้านบาท กำไร 3,500 ล้านบาท นอกจากนี้ ไปรษณีย์ยังต้องดำเนินการตามนโยบาย โพสต์ เอ็กซ์เซอร์เลน (POST Excellence) เพื่อนำไปสู่คุณภาพการให้บริการที่เป็นเลิศ โดยไปรษณีย์ไทยต้องพัฒนาการให้บริการให้สอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันไปรษณีย์มีแอพพลิเคชั่นพร้อมโพสต์ จัดทำระบบฝากส่งสินค้าล่วงหน้า บริการรับฝากส่งทางอินเตอร์เน็ต กล่องพร้อมส่ง จุดจ่ายสินค้าแบบตามใจลูกค้า ต้องการเวลาใดก็รับได้เวลานั้น รวมถึงเครื่องเอพีเอ็ม เพื่อให้บริการรับฝากอัตโนมัติ และบริการเซมเดย์โพสต์ หรือบริการรับ-ส่งสิ่งของ/สินค้าด่วนภายในวันเดียว เป็นต้น“เชื่อมั่นว่าการยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการ ตามนโยบาย POST Excellence จะสามารถสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล เพราะไปรษณีย์มีบริการใหม่ รองรับความต้องการของคนไทยในยุคดิจิทัล เพื่อก้าวเป็นผู้นำธุรกิจไปรษณีย์และโลจิสติกส์ครบวงจรในอาเซียน”.

 

กองทุนยักษ์ต่างชาติเขย่าวงการ ทุ่ม 8.4 พันล้านลงทุน “มหานคร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832906


นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PACE) เปิดเผยว่า เพซฯได้ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทอพอลโล โกลบอล แมเนจเมนท์ และบริษัทในเครือ Apollo ซึ่งเป็นสถาบันจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อลงทุน 8,400 ล้านบาทหรือ 235 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในโครงการแฟล็กชิปของโครงการมหานคร ซึ่งเป็นอาคารแลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นดีลใหญ่สุดที่กองทุนต่างชาติเข้าลงทุนในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยการลงทุนครั้งนี้ ประกอบด้วยการลงทุนของอพอลโล 5,900 ล้านบาท และโกลด์แมน แซ็คส์ (NYSE: GS) 2,500 ล้านบาท ซึ่งจะร่วมลงทุนด้วยสัดส่วน 49% ใน 3 ส่วนหลักของโครงการมหานคร ได้แก่ โรงแรมบางกอก เอดิชั่น, ส่วนร้านค้ารีเทล มหานคร คิวบ์ รวมถึงจุดชมวิว ออบเซอร์เวชั่นเด็คและรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการลงทุนมูลค่า 8,400 ล้านบาทครั้งนี้ จะสามารถสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ“การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย รวมถึงสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจและการลงทุนในอนาคตของการท่องเที่ยวไทย โดยองค์ประกอบของมหานครในดีลครั้งนี้ ถือเป็นสินทรัพย์สำคัญที่จะช่วยสร้างรายได้ให้บริษัท และเป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้มหานคร ด้วยประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญและความแข็งแกร่งทางการเงินของอพอลโล จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เพซขยายการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น”

ด้านนายฟิลิป มินทซ์ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียของอพอลโล กล่าวว่า เชื่อมั่นว่ามหานครจะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียที่บริษัทได้ร่วมลงทุน ในสถาปัตยกรรมที่ถือเป็นไอคอนระดับโลกอย่างมหานคร และหวังที่จะสานต่อความร่วมมือครั้งนี้ในระยะยาว.