อาร์เอสเชื่อธุรกิจสื่อปีนี้ฟื้นชีพ หลังเม็ดเงินโฆษณาขยายตัวสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832902


นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจสื่อปีนี้เติบโตกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณาในสื่อต่างๆ เริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค.59 ที่ผ่านมา และหากเทียบเม็ดเงินโฆษณาเดือน ม.ค.ปีนี้ กับปี 59 ก็เติบโตสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม แม้สื่ออินเตอร์เน็ตจะเป็นสื่อที่เติบโตสูง แต่สื่อทีวียังเป็นสื่อที่มีเม็ดเงินโฆษณาไหลเข้ามามากที่สุดคิดเป็น 60% และช่องทีวีดิจิทัลที่มีการใช้เม็ดเงินซื้อสื่อโฆษณามากที่สุดยังคงเป็น 5-6 ช่องแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีเรตติ้งสูงที่สุดสำหรับแผนดำเนินธุรกิจของบริษัทปีนี้จะให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจทีวีดิจิทัลเป็นหลัก ด้วยการเตรียมงบลงทุนผลิตคอนเทนต์ใหม่ 700 ล้านบาท ส่วนผังรายการใหม่ของช่อง 8 นอกจากจะให้ความสำคัญกับ คอนเทนต์ละคร 30% บริษัทยังให้ความสำคัญกับคอนเทนต์รายการวาไรตี้ “บริษัทมีแผนปรับผังรายการใหม่และเมื่อปรับแล้วจะปรับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น 35-40% มั่นใจว่าสิ้นปี 60 ช่อง 8 จะมีรายได้ 1,945 ล้านบาท และมีผู้ชมเพิ่มขึ้นจาก 350,000 คนต่อนาที เป็น 550,000 คนต่อนาที”.

 

หนุ่มสาวโรงงานแห่ซื้อมอไซค์เงินผ่อน “ซัมมิท-ศรีสวัสดิ์” มั่นใจสินเชื่อกระฉูด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832901


นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ปรับตัวดีขึ้น ขยายตัวที่ 3.2% ผลจากการส่งออกเพิ่มขึ้น 2-3% และมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่ม ซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้กำลังซื้อกลุ่มคนระดับรากหญ้าที่มีรายได้ 10,000 บาทต่อเดือนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้พนักงานโรงงานและมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีกำลังซื้อรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงได้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 35% หรือสิ้นปี 60 จะพอร์ตสินเชื่อจะอยู่ที่ 7,400 ล้านบาท และตั้งเป้าคุมเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 1.20% ทั้งนี้ ตามแผนธุรกิจในปีนี้จะก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในปี 61นางสาวธิดา แก้วบุตตา กรรมการบริษัทศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย เผยว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อปีนี้ยังโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต 20-30% โดยความต้องการสินเชื่อรายย่อยในชุมชนยังสูง ทำให้บริษัทต้องเร่งเปิดสาขา ปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเปิดสาขาอีก 200-300 สาขาและในเดือน ม.ค.นี้เตรียมออกหุ้นกู้ 3,000-5,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานการขยายตัวของสินเชื่อส่วนบุคคลเดือน พ.ย.59 ทั้งระบบมีจำนวนบัญชีสินเชื่อ 13.64 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 850,000 บัญชี หรือ 6.65% มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 338,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,000 ล้านบาท หรือ 4% โดยในจำนวนนี้เป็นการปล่อยกู้ของผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เป็นหลัก ขณะที่การปล่อยกู้โดยธนาคารพาณิชย์ปรับลดลง ส่วนยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตพบว่าลูกค้ารายได้ปานกลางยังมีกำลังซื้ออยู่.

 

เปิด 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนตลาดทุน ก.ล.ต.กำชับ บลจ.คัดกรองตั๋วบีอีก่อนขายนักลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832898


นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยในระหว่างแถลงแผน 3 ปี (2560-2562) ของ ก.ล.ต.ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ก.ล.ต.ได้ส่งหนังสือเวียนถึงบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เรื่องการออกและเสนอขายตั๋วแลกเงินระยะสั้น (ตั๋วบีอี) โดยให้เน้นคุณภาพของตั๋วบีอี และให้ความรู้นักลงทุน เช่น กรณีที่เป็นนักลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อย (เอไอ) ซึ่งเป็นนักลงทุนที่มีเงินลงทุนสูง หรือมีเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ที่มีทางเลือกการลงทุนมากกว่ารายย่อย คือ สามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีเครดิตเรตติ้งได้นั้น ก.ล.ต.ได้กำชับให้ บลจ.และ บล.ต้องพิจารณาว่า แม้นักลงทุนรายนั้นจะมีสินทรัพย์เพียงพอต่อการลงทุน แต่ต้องพิจารณาว่าผู้ลงทุนมีความรู้ความเข้าใจเพียงพอต่อการลงทุนสินทรัพย์ดังกล่าวเพียงใด และสินทรัพย์การลงทุนนั้นเหมาะกับลูกค้าหรือไม่ ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์นั้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ส่วน ก.ล.ต.ได้ยกร่างการจัดตั้งกองทุนเสร็จแล้วนายรพียังกล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต.ในช่วง 3 ปี (ปี 60-62) จากนี้จะเน้น 4 ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนตลาดทุน ได้แก่ 1.การใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงตลาดทุน 2.การส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุนที่น่าสนใจสำหรับกิจการในประเทศและภูมิภาค 3.สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้สถาบันการเงินและกิจการเสนอสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นที่ตั้ง และ 4.พัฒนาเครื่องมือสำหรับให้ผู้ลงทุน ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงตลาดทุน พร้อมยกระดับสู่การเป็นตลาดทุนแห่งภูมิภาค สร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ให้แข่งขันในระดับสากล รวมถึงเพิ่มโอกาสแก่ฟินเทค เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีทางการเงิน และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งนี้ ก.ล.ต.และหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงิน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้หารือว่าควรมีหน่วยงานเจ้าภาพที่รับดูผู้ประกอบการฟินเทคโดยตรงเนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งกฎของ ก.ล.ต.และกฎของ ธปท.รวมทั้ง คปภ.จึงควรรวมศูนย์ไว้ที่เดียว.

 

แอร์เอเชียขนถุงยังชีพพระราชทาน 1 หมื่นชุดลงใต้ พร้อมรับส่งของบริจาคฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 20:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832717


แอร์เอเชีย รับมอบถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ขนส่งแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 1 หมื่นชุด พร้อมเปิดรับส่งของบริจาคฟรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 60 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย นายประวิทย์ หาญณรงค์ รองประธานกรรมการบริหาร นายพร อุดมพงษ์ รองประธานกรรมการบริหาร และ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร เลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนส่งมอบถุงยังชีพพระราชทานเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในขณะนี้ พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จำนวน 10,000 ชุด สู่ท่าอากาศยานหาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมส่งของอุปโภคบริโภคบริจาคจำนวน 500 ชุด สู่ จ.กระบี่ และสุราษฎร์ธานี โดยมี นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง และ น.ส.วิชชุนี กันตะเพ็ง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคพื้น สายการบินไทยแอร์เอเชีย เป็นตัวแทนรับมอบ

น.ส.วิชชุนี กล่าวว่า แอร์เอเชียมีเส้นทางบินสู่ภาคใต้รวม 6 ปลายทาง คือ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง ภูเก็ต และนราธิวาส ซึ่งนอกเหนือจากการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ในการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมทางเลือกอื่นๆ ที่สอดรับกับความต้องการแล้ว เรายังพร้อมร่วมเป็นสื่อกลางขนส่งของอุปโภคบริโภคบริจาคสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้กับพันธมิตรที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เราก็ยินดีหากหน่วยงานต่างๆ จะส่งของบริจาคกับแอร์เอเชีย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทร. 0-2562-5824 วันจันทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 10.00-18.00 น. (ขอสงวนสิทธิ์หมายเลขดังกล่าวสำหรับการติดต่อเพื่อการขนส่งสิ่งของบริจาคเท่านั้น)

ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวก แอร์เอเชียได้ขยายเวลาเปิดให้บริการ Call Centre หมายเลขโทรศัพท์ 0-2515-9999 จากเวลา 08.00-21.00 น. เป็นเวลา 06.00-24.00 น. ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในเส้นทางบินสู่ภาคใต้ สามารถขอข้อมูลและรับทางเลือกการเดินทางได้ตามวันและเวลาให้บริการดังกล่าว.

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ คลิกที่นี่

 

กทพ. แจ้งเบี่ยงจร.ด่านบางขุนเทียน 2 ซ่อม ถ.พระราม 2 ตั้งแต่ 10-23 ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 20:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832718


กทพ. แจ้งเบี่ยงการจราจรด่านบางขุนเทียน 2 ขาออก 3 ช่องทางที่ 2 รวมถึงถนนพระรามที่ 2 ก่อนเข้าด่านฯ เพื่อซ่อมพื้นผิวจราจรที่ชำรุด 10-23 ม.ค. รวม 14 วันเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 60 นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า ทาง กทพ.จะดำเนินการซ่อมแซมพื้นผิวจราจรบนถนนพระรามที่ 2 ก่อนเข้าด่านบางขุนเทียน 2 ขาออก 3 รวมถึงบริเวณช่องทางที่ 2 ของด่านดังกล่าว ตามโครงการก่อสร้างเพิ่มช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษและหลังคาคลุมตู้เก็บค่าผ่านทางด่านบางขุนเทียนของทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางด่วนต้องเบี่ยงการจราจรบริเวณดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 10-23 มกราคม 2560 เป็นระยะเวลา 14 วัน

ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์การเบี่ยงการจราจรพร้อมป้ายเตือนและไฟวับวาบ เพื่อให้สัญญาณแก่ผู้ใช้ทางทราบทิศทางการเบี่ยงจราจร โดย กทพ. ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอความร่วมมือผู้ที่ใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าว โปรดสังเกตป้ายเตือน สัญญาณไฟจราจรต่างๆ และปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทางพิเศษ หากมีข้อร้องเรียนแจ้งเหตุหรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ กรุณาแจ้งได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) โทร. 1543 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

‘พาณิชย์’ เล็งโละสต๊อกข้าวเสื่อม 1.8 ล้านตัน เข้าสู่อุตสาหกรรมทางเลือก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 19:47

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832689


‘พาณิชย์’ เล็งโละสต๊อกข้าวเสื่อม 1.8 ล้านตันเข้าสู่อุตสาหกรรม ทั้งพลังงานทางเลือก พลาสติก บรรจุภัณฑ์ ระบุใช้วิธีประมูลทั้งหมด คาดเริ่มประมูลได้ภายในไตรมาสแรกเมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการระบายสต๊อกข้าวรัฐบาล 8 ล้านตัน หลังจากที่ได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) แล้ว โดยกำลังพิจารณาว่าจะนำข้าวกลุ่มใดมาเปิดระบายก่อน ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1. ข้าวที่ผ่านมาตรฐานและใกล้เคียงกับมาตรฐาน โดยมีข้าวไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานปนอยู่เล็กน้อย มีปริมาณ 3 ล้านตัน จะเปิดระบายผ่านช่องทางปกติ 2. ข้าวที่มีข้าวต่ำกว่ามาตรฐานปนอยู่มาก แต่มีอายุการเก็บไม่เกิน 5 ปี มีปริมาณ 3.15 ล้านตัน จะเปิดระบายให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์หรือแปรรูป และ 3.ข้าวเสื่อม ข้าวผิดชนิด ผิดมาตรฐาน ไม่สามารถนำไปบริโภคทั้งคนและสัตว์ ปริมาณ 1.8 ล้านตัน คาดว่าจะเริ่มเปิดระบายได้ภายในไตรมาส 1 นี้

สำหรับข้าวในกลุ่ม 3 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัญหา เพราะสภาพข้าวเสื่อมมีการเก็บนานเกินกว่า 5 ปี ต้องระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างเดียวเท่านั้น เช่น เอทานอล อุตสากรรมพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) โดยวิธีการเปิดระบายในกลุ่มนี้ จากการหารือกับกระทรวงพลังงานได้ข้อสรุปว่า จะใช้วิธีการเปิดประมูล โดยให้กระทรวงพลังงานประสานผู้ประกอบการเอทานอลมาเข้าร่วมประมูล และเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมไบโออื่นๆ มาร่วมประมูลด้วย

“ทั้ง 3 กลุ่ม ตั้งเป้าหมายจะระบายออกให้หมดภายในปีนี้ เพื่อลดค่าฝากเก็บเดือนละ 504 ล้านบาท แต่จะนำกลุ่มไหนเปิดประมูลก่อนกำลังพิจารณาอยู่ เพราะการเปิดระบายต้องรอบคอบและพิจารณาไม่ให้เกิดผลกระทบกับราคาข้าวในตลาด แม้กระทั่งกลุ่ม 3 ที่เปิดระบายให้เอทานอล หากระบายได้ราคาต่ำก็จะมีผลต่อราคาข้าวในตลาดเช่นกัน จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ”

สำหรับสถานการณ์ตลาดข้าวในปัจจุบัน ในวันที่ 11 ม.ค. 60 น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จะเชิญผู้ประกอบข้าวทั้งระบบมาหารือ เพื่อสอบถามถึงผลผลิตข้าว และสถานการณ์ในภาพรวม เพื่อนำข้อมูลมาทำแผนข้าวครบวงจรปี 60/61 ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปแล้ว คาดว่าจะกำหนดเป้าหมายการส่งออกข้าวในปี 60 ได้ แต่เชื่อว่าการส่งออกในปีนี้น่าจะใกล้เคียงกับปี 59 ที่ส่งออกได้ปริมาณ 9.6 ล้านตัน

 

‘พาณิชย์’ ดึงเอกชน ร่วมทำอาหารพร้อมกิน จัดส่งให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 18:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832601


‘พาณิชย์’ ดึงเอกชนผลิตอาหารพร้อมรับประทาน จัดส่งผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2,000 ชุด สัปดาห์หน้า พร้อมทำข้าวถุง 2 กก. แจกจ่าย เตรียมผันโครงการในงบจังหวัด 1 แสนล้านบาท วางแนวทางป้องกันน้ำท่วมใต้เมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงฯ ได้หารือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ที่จะประสานผู้ค้าข้าวในการจัดทำข้าวสุกพร้อมรับประทานและอาหารสำเร็จรูป เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเริ่มจัดส่งอาหารชุดพร้อมรับประทานได้ทันที 2,000 ชุด

นอกจากนี้ยังได้หารือที่จะจัดทำข้าวสารบรรจุถุงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติข้าวสารสต็อกรัฐบาลปริมาณ 1,500 ตัน ซึ่งจะบรรจุถุงขนาด 2 กิโลกรัม นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบภัย ภายหลังจากสน้ำลดแล้ว

“การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจะเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนที่ประชาชนต้องการน้ำดื่ม อาหารที่รับประทานได้ทันที ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ก็จะเร่งประสานและนำไปช่วยเหลือ กับระยะที่สอง หลังจากน้ำลดแล้ว จะต้องการอาหารแห้ง เช่น ข้าวสารและเครื่องกระป๋อง จะจัดทำเป็นชุดนำไปช่วยเหลือ”

ส่วนเรื่องของการดูแลราคาสินค้าในพื้นที่น้ำท่วมนั้น ได้ประสานผู้ผลิตสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น น้ำดื่ม อาหาร เข้าไปในพื้นที่ไม่ให้เกิดการขาดแคลน ซึ่งผู้ผลิตพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และได้มีหารือผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและสินค้าทำความสะอาด เตรียมพร้อมเข้าไปในพื้นที่หลังจากน้ำลดลง เพื่อให้มีการฟื้นฟูบ้านเรือนและร้านค้าอย่างเร่งด่วน

สำหรับการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบนั้น รัฐบาลกำลังเร่งทำงาน คงมีแนวทางออกมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงการป้องกันปัญหาน้ำท่วมในอนาคตที่จะใช้งบส่วนหนึ่งจากงบกลุ่มจังหวัด 100,000 ล้านบาท เฉพาะในส่วนของจังหวัดภาคใต้ อาจจะพิจารณานำมาใช้เกี่ยวกับการจัดการระบบน้ำก่อนโครงการอื่นๆ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต.

 

ปิดตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น 8.02 จุด ดัชนีแตะ 1,572 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 17:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832625


หุ้นไทย วันที่ 10 ม.ค.60 ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.02 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,572 จุด มูลค่าซื้อขาย 59,889.20 ล้านบาท…การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 10 ม.ค.60 พบว่า หุ้นไทยปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.02 จุด เปลี่ยนแปลง 0.51% ดัชนีอยู่ที่ 1,572.10 จุด มูลค่าซื้อขาย 59,889.20 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 4.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ5.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน).

 

น้ำท่วมใต้ รถเสียหาย 501 คัน ประกันรถชั้น1 คุ้มครองปัญหา เคลมได้ทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832481


คนทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 อุ่นใจกรมธรรม์ส่วนใหญ่คุ้มครองเรื่องน้ำท่วม คปภ.สรุปตัวเลขรถยนต์เสียหาย 501 คัน ค่าความเสียหายกว่า 79.75 ล้านบาท  ขณะที่ ‘ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์’ ส่งหน่วยประสานงานสินไหมลงพื้นที่ 11 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วม พร้อมให้บริการข้อมูลกับประชาชนเมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ส่วนใหญ่กรมธรรม์จะคุ้มครองในกรณีภัยพิบัติ หรือ น้ำท่วมด้วย โดยผู้เอาประกันสามารถติดต่อไปยังบริษัทที่ทำประกันไว้ได้ทันที เพียงบอกทะเบียนรถและชื่อเจ้าของรถ ส่วนประกันรถยนต์ชั้นที่ 2 เป็นต้นไปนั้น ต้องดูเป็นบางกรณีไปว่าผู้เอากรมธรรม์ได้ซื้อประกันภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมด้วยหรือไม่ ซึ่งการชดเชยต้องดูเป็นกรณีไปและต้องดูเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์อีกด้วย

ในส่วนกรณีที่รถยนต์พลัดหายไปกับน้ำ เจ้าของรถที่ทำประกันไว้สามารถไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ และส่งเรื่องไปยังบริษัทประกันเพื่อขอเคลมประกันในกรณีดังกล่าว

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า จากรายงานเบื้องต้นของบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับความเสียหายของรถยนต์ที่ทำประกันภัยจำนวน 501 คัน ประเมินความเสียหายประมาณ 79.75 ล้านบาท ความเสียหายเกี่ยวกับบ้านพักอาศัย 6 ราย ประเมินความเสียหาย 1 ล้านบาท ความเสียหายต่อสถานประกอบการจำนวน 3 ราย ประเมินความเสียหาย 9 ล้านบาท

ส่วนพื้นที่ความเสียหายที่เป็นนาข้าวจำนวน 40,296 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย โดยตนได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ โดย คปภ.เร่งรวบรวมตัวเลขความเสียหายทั้งหมดเพื่อเตรียมความพร้อมและเยียวยาให้ความช่วยเหลือด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ทำประกันภัยที่ประสบภัยในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ขอให้ผู้ประสบภัยที่ทำประกันภัยไว้ ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยว่าให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือไม่ และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อแจ้งบริษัทที่รับประกันภัยโดยเร็ว ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วม ได้แก่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) หรือ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทอื่นที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติม และกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) รวมถึงกรมธรรม์ประกันชีวิต

ด้านนายอัญชลิน พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่กำลังรุนแรงอยู่ในขณะนี้ บริษัทได้เปิดศูนย์ประสานงานสินไหมเป็นกรณีพิเศษที่สาขาทีคิวเอ็มใน 11 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช กระบี่ นราธิวาส ปัตตานี และ ยะลา

นอกจากนี้บริษัทได้จัดทีมสำรวจอุบัติเหตุ พร้อมลงพื้นที่และให้คำแนะนำการเคลมประกันภัย ในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทประกันใด ทั้งนี้ประชาชนสามารถโทรติดต่อสอบถามได้ที่ 1737 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ครม. อนุมัติมาตรการภาษีคนบริจาคช่วยน้ำท่วมใต้ ใช้ลดหย่อนภาษีได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 15:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832541


ครม. อนุมัติมาตรการภาษีจูงใจผู้บริจาคช่วยน้ำท่วมใต้ ทั้งบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล ใช้ลดหย่อนภาษีระหว่าง 1 ม.ค.-31 มี.ค. 60 พร้อมขยายเวลายื่นแบบชำระภาษีใน 12 จังหวัดภัยพิบัติเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 60 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ 12 จังหวัด ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วย จ.พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ โดยจะออกมาตรการภาษีเพื่อจูงใจให้บุคคลธรรมดา รวมทั้งบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป ร่วมกันบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเห็นสมควรให้สามารถนำจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 60 มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ 1.5 เท่า ซึ่งจะแยกเป็น 2 กรณี

1. กรณีบุคคลธรรมดา สามารถนำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เท่าที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิ
2. กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาคไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เท่าที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

นอกจากนี้ ยังเห็นควรขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากรให้แก่ผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติใน 12 จังหวัด จากเดิมที่จะต้องยื่นแบบชำระภาษีสำหรับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ภายในเดือน ม.ค. และ ก.พ. 60 ออกไปเป็นยื่นภายใน 31 มี.ค. 60 โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับอาญา ทั้งนี้เพื่อบรรเทาภาระของผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัยดังกล่าว จนทำให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีในหลายท้องที่ไม่อาจประกอบกิจการได้ตามปกติ และไม่สามารถยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากรได้ภายในกำหนด.