อ่าวไทยมีคลื่นสูง เลื่อนเปิดตัว ‘เฟอร์รี่พัทยา-หัวหิน’ ช่วง ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 15:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832514


กรมเจ้าท่าและบริษัท รอยัล พาสเสนเจอร์ ไลเนอร์ จำกัด เลื่อนเปิดตัวโครงการเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย พัทยา-หัวหิน จากเดือน ม.ค.เป็นช่วง ก.พ.แทน หลังมรสุมเข้าอ่าวไทยมีคลื่นสูงเมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ตามที่กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม แจ้งให้บริษัท รอยัล พาสเสนเจอร์ ไลเนอร์ จำกัด ผู้ประกอบกิจการโครงการเดินเรือข้ามอ่าวไทย พัทยา-หัวหิน ทราบถึงสภาวะอากาศที่แปรปรวน อันเกิดจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงและมีคลื่นสูง

นายศรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประกอบกับฝนตกหนักในเส้นทางการเดินเรือ ส่งผลให้บริษัทจึงเลื่อนพิธีการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนที่สนใจทดลองเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย โปรดติดตามประกาศตารางการเดินเรือของบริษัทเป็นการล่วงหน้า

ด้านนายปรีชา ตันติปุระ ประธาน บริษัท รอยัล พาสเสนเจอร์ ไลเนอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะเลื่อนกำหนดการเปิดตัวโครงการเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย พัทยา-หัวหิน ไปเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยขยายเวลาให้บริการโดยสารฟรีไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ตามเงื่อนไขในการรับบริการฟรี

ส่วนการออกเรือจะปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของกรมเจ้าท่าอย่างเคร่งครัด  ขอให้ประชาชนผู้สนใจโปรดติดตามตารางการเดินเรือของบริษัททางเฟซบุ๊กแฟนเพจ  “เรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย พัทยา-หัวหิน” หรือค้นหา @RoyalPassengerLiner หรือโทรศัพท์ 0-3848-8999 ในเวลาทำการ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ 

 

ไทยสมายล์ จัดตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ 999 บาท ช่วยชาวใต้ใน 4 จว.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 15:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832505


ไทยสมายล์ จัดตั๋วราคาพิเศษ 999 บาท ช่วยชาวใต้บินกลับบ้านในเส้นทาง กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และนราธิวาส จองได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ม.ค. 60 พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสาร…เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2560 กัปตันวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด แจ้งว่า เพื่ออำนวยความสะดวกและแบ่งเบาภาระให้แก่ผู้โดยสารที่จำเป็นต้องเดินทางในเส้นทาง กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และ นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ทางสายการบินไทยสมายล์ได้เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ ในราคาเพียง 999 บาท ต่อท่าน ต่อเที่ยว (รวมทุกอย่างแล้ว) โดยผู้โดยสารสามารถ สำรองบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 15 ม.ค.60 และ เดินทางได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 20 ม.ค.60 ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaismileair.com และ Smile Call Center 1181 หรือ 02-118-8888 รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินไทยสมายล์

นอกจากนี้ สายการบินไทยสมายล์ ยังอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ได้สำรองบัตรโดยสารในเส้นทาง กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และนราธิวาส ที่มีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 9-20 ม.ค. 60 โดยผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงการเดินทางใหม่ได้ดังนี้ เปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน และเปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยกำหนดการเดินทางใหม่ต้องอยู่ในระยะเวลา 30 วันจากกำหนดการเดินทางเดิม.

 

เย็นนี้เสร็จ! กรมทางหลวงเร่งทอดสะพานเบลีย์ หวังเปิดจราจรเส้นทางลงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 14:37

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832462


(ภาพจาก : 61 ข่าวภัย ปภ.)กรมทางหลวง แจ้งปิดถนนเพชรเกษม 2 จุด ในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเร่งกู้เส้นทางหลวงที่ขาดจากน้ำท่วม กำลังทอดสะพานเบลีย์ คาดเย็นนี้เปิดการจราจรได้…

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ม.ค. 2560 นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ถนนทางหลวงในเส้นทางหลักตัดขาดหลายเส้นทาง รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ล่าสุด สะพานบนถนนเพชรเกษมช่วงทับสะแก–บางสะพาน ขาด 2 จุด คือ บริเวณคลองหนองหญ้าปล้อง กม. 365+600 ขาดด้านใต้ขาล่อง และขาดด้านเหนือขาขึ้น และบริเวณหน้าหมวดบางสะพาน กม. 386+500 ขาดด้านเหนือของทั้งขาขึ้นขาล่อง โดยทางหลวงได้ส่งเจ้าหน้าที่ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) เข้าไปทำการทอดสะพานเบลีย์ ที่ กม. 365+600 และนำเจ้าหน้าที่ทางหลวงศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช) เข้าพื้นที่เพื่อทอดสะพานเบลีย์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเย็นนี้ (10 ม.ค.) โดยประชาชนสามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 2586 โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชม. หรือ www.doh.go.th .

 

กบง.มีมติ คงราคาขายปลีกแอลพีจี ที่ 20.29 บาทต่อกก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 14:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832433


ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือกบง. มีมติคงราคาขายปลีกแอลพีจี เดือนม.ค. ที่ 20.29 บาทต่อกก. ปรับเพิ่มเงินชดเชยกองทุนน้ำมันอีก 4.6959 บาทต่อกก.เมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติคงราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เดือนม.ค.60 ไว้ที่ 20.29 บาทต่อกิโลกรัม โดยปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ อีก 4.6959 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยที่ 0.2887 บาทต่อกิโลกรัม เป็นกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยที่ 4.9846 บาทต่อกิโลกรัม มีผลตั้งแต่ 10 ม.ค.60 นี้

ทั้งนี้แม้สถานการณ์ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกเดือนม.ค.60 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 69 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน มาอยู่ที่ 465 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือน ธ.ค.59 อ่อนค่าลงจากเดือนก่อน 0.4769 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 35.9820 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่นที่อ้างอิงราคานำเข้า ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นก๊าซ LPG ปรับเพิ่มขึ้น 4.6959 บาทต่อกิโลกรัม จาก 13.6077 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 18.3036 บาทต่อกิโลกรัม.

 

คนกรุงเฮ! เมล์เอ็นจีวีลอตแรก ออกจากท่าเรือแหลมฉบัง จ่อให้บริการก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 13:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832334


คนกรุงเฮ รถเมล์ใหม่มาแล้ว! รมช.คมนาคม เผยขสมก.เตรียมขนรถเมล์เอ็นจีวี ลอตแรกจำนวน 291 คัน ออกจากท่าเรือแหลมฉบัง คาดจะมีรถที่ให้บริการในเดือน ก.พ.นี้ก่อนจำนวน 89 คันเมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณี รถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ที่ถูกกักและจอดอยู่ที่ท่าเรือ C0 ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี นั้น ขณะนี้ได้รับรายงานจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่าจะนำรถโดยสารเอ็นจีวี ลอตแรก จำนวน 291 คัน ออกจากท่าเรือแหลมฉบังแล้ว

สำหรับรถโดยสารเอ็นจีวีลอตสุดท้ายขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำออกได้หมด รวมทั้งสิ้นที่นำเข้ามา 489 คัน ประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ และหลังจากนั้นประชาชนจะได้ใช้บริการรถโดยสาร NGV ใหม่อย่างแน่นอน

สำหรับขั้นตอนการนำรถโดยสารเอ็นจีวี ออกจากท่าเรือแหลมฉบังนั้น ทางผู้ประกอบการภาคเอกชนจะเป็นผู้ดำเนินการในการนำรถออก เช่น การเสียภาษี โดยกระทรวงคมนาคม เป็นผู้กำกับดูแลและได้กำชับให้ ขสมก. ดำเนินการตรวจรับให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะรถโดยสารเอ็นจีวีลอตนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อผลประโยชน์ต่อประชาชนที่นำมาให้บริการ โดยลอตแรกนั้น คาดว่าจะมีการตรวจรับรถดังกล่าวอย่างน้อย 89 คันพร้อมกัน ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่

 

ฝนใต้ส่อตกยาวถึงกลางม.ค. คลังเพิ่มเงินทดรองช่วยผู้ประสบภัยเป็น 100 ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832329


กรมบัญชีกลาง ขยายวงเงินทดรองราชการเป็น 100 ล้าน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ได้ทันสถานการณ์ หลังมีแนวโน้มฝนจะตกชุกยาวถึงกลางม.ค. …วันที่ 10 ม.ค. 60 น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังขยายวงเงินทดรองราชการ ในอำนาจอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพิ่มอีก 50 ล้านบาท จากเดิมที่มีวงเงิน 50 ล้านบาท และได้ใช้จ่ายเงินภายในวงเงินดังกล่าวเกือบครบแล้ว ซึ่งไม่เพียงพอกับการให้ความช่วยเหลือสำหรับภารกิจเร่งด่วนครั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้ พื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น ประกอบกับคาดว่าลักษณะอากาศภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนาแน่นต่อไปจนถึงช่วงกลางเดือนมกราคม 2560 ทำให้ต้องขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มอีก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีจังหวัดที่ประกาศขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, พัทลุง, ปัตตานี, ตรัง และจังหวัดสงขลา มีพื้นที่ประสบภัยรวม 89 อำเภอ 540 ตำบล 4,145 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 21 ราย สูญหาย 1 ราย (ข้อมูลวันที่ 8 ม.ค.60)

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่มจากเดิมที่เคยได้รับอีก 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้จ่ายสำหรับกรณีที่ต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ หรือยานพาหนะพิเศษ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการช่วยเหลือด้านต่างๆ รวมถึงความจำเป็นในการจัดส่งเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงอย่างรุนแรง มีน้ำป่าไหลเชี่ยวกราก ดินโคลนถล่ม ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเหล่านี้ หลักเกณฑ์เดิมเบิกจ่ายไม่ได้ แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ กระทรวงการคลังให้สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในกรณีดังกล่าวได้

สำหรับการขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มอีก 50 ล้านบาท มีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยทุกจังหวัดในภาคใต้ที่เกิดภาวะน้ำท่วมหนักรุนแรงและต่อเนื่อง เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้างได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ ทั่วถึง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงานด้านความช่วยเหลือได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ประกอบกับทำให้ผู้ประสบภัยมีเงินเพียงพอกับการใช้จ่ายในช่วงเวลาวิกฤติ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันท่วงที และยังเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการบูรณาการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

คมนาคม ถกค่าตั๋วบินบ่ายนี้ ช่วยชาวใต้ แก้ปัญหาคมนาคมน้ำท่วมหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 11:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832310


รมว.คมนาคม จ่อนัดสายการบินหารือบ่ายนี้ ลดค่าตั๋วช่วยชาวใต้ พร้อมส่งของช่วยเหลือ เผยปิดเส้นทางรถไฟบางสะพาน-หาดใหญ่ เหตุน้ำท่วมหนัก ขณะะที่ รมช.คมนาคม ย้ำเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทางรถยนต์-รถไฟ ประสานหลายหน่วยช่วย ปชช.เมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่เส้นทางคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม ว่า สำหรับถนน กระทรวงคมนาคมต้องรอให้น้ำลดจึงจะสามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายและซ่อมแซมได้ ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่า คอสะพานบริเวณสามแยกในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขาดแล้ว ซึ่งหน่วยงานของทางกระทรวงฯ กำลังไปสร้างสะพานชั่วคราวให้ สำหรับเส้นทางถนนที่ได้รับความเสียหายนั้น กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) มีการแจ้งให้ประชาชนทราบตลอดว่าสามารถใช้เส้นทางใดได้บ้าง ส่วนการช่วยเหลือในภาวะเร่งด่วนนั้นต้องเน้นการช่วยเหลือประชาชน โดยในวันนี้ (10 ม.ค.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะส่งขบวนรถใหญ่และเรือลงไปช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

นายอาคม กล่าวต่อว่า สำหรับท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช น้ำเริ่มลดลงแล้ว ขณะนี้กำลังตรวจความพร้อมของรันเวย์และระบบไฟเพื่อให้ความมั่นใจในความปลอดภัย คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการตามปกติได้ภายใน 1-2 วันนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากการเดินทางทางอากาศน่าจะมีความสะดวกมากที่สุดสำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปต่างจังหวัดในตอนนี้ โดยสายการบินไทยและสายการบินไทยสมายล์ ให้ความช่วยเหลือด้านการส่งสิ่งของไปบริจาคในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับสายการบินไทยสมายล์อำนวยความสะดวกเรื่องตั๋วโดยสารเครื่องบินด้วยการประกาศว่าผู้โดยสารในภาคใต้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอเปลี่ยนหรือเลื่อนตั๋วได้จนถึงวันที่ 20 ม.ค.นี้ หรือจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย อีกทั้งลดราคาค่าตั๋วโดยสารเหลือ 999 บาทสำหรับผู้ที่จองตั๋วโดยสารระหว่างวันที่ 1-15 ม.ค.นี้ และเดินทางช่วงวันที่ 1-20 ม.ค.นี้หรือจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย

นอกจากนี้ ตนได้นัดหารือกับบริษัทสายการบินที่มีเที่ยวบินเส้นทางลงไปภาคใต้ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้เป็นพิเศษ

เมื่อถามว่า การขอความร่วมมือให้สายการบินลดราคาค่าตั๋วโดยสารนั้นเป็นเพราะ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นว่าราคาสูงเกินไปใช่หรือไม่ นายอาคม กล่าวว่า นายชวนได้พูดคุยกับตนว่าค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินที่เดินทางไปยังสนามบินตรังมีราคาแพง ซึ่งตนตรวจสอบแล้วพบว่ามีสายการบินนกแอร์และแอร์เอเชียที่บินในเส้นทางนี้ ขณะที่เรื่องของราคาตั๋วเป็นไปตามโครงสร้าง ถ้าจองตั๋วในช่วงใกล้วันเดินทาง ราคาตั๋วก็จะสูง ซึ่งนายชวนระบุว่า ราคาตั๋วในช่วงดังกล่าวคิดป็นเงินประมาณ 3,000 กว่าบาทที่แพงกว่าการเหมารถเดินทางไปที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ทั้งนี้โครงสร้างราคาตั๋วเครื่องบินของสายการบินโลว์คอสต์นั้น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ควบคุมไว้ที่ไม่เกิน 7 บาทต่อกิโลเมตร (กม.) ถ้าจะให้ราคาต่ำกว่านี้ สายการบินต่างๆ คงจะรับไม่ไหว ซึ่งตอนนี้ สายการบินนกแอร์และแอร์ เอเชีย กำลังประสบปัญหาขาดทุนเนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งอดีตนายกฯ อยากให้สายการบินลดราคาตั๋วลง ตนคิดว่าหากทำเช่นนั้นจะต้องมีเครื่องบินของสายการบินอื่นเข้ามาบินในเส้นทางไป จ.ตรัง ซึ่งสายการบินไทยไลอ้อนแอร์จะเริ่มบินเส้นทางนี้ตั้งแต่เดือน ก.พ.นี้ จากนี้จึงต้องรอดูว่าสายการบินต่างๆ จะปรับโครงสร้างราคาตั๋วอย่างไร

เมื่อถามถึงงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมในภาคใต้ นายอาคม กล่าวว่า เรากำลังประเมินทุกวันโดยพิจารณาจากความเสียหาย ขณะเดียวกัน ทล.และทช.กำลังเร่งซ่อมถนนและสะพานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนด้วยการปูสะพานเบลี่ย์และซ่อมแซมสะพานที่ถูกกัดเซาะเป็นการชั่วคราวไปก่อน โดยการซ่อมแซมสะพานที่ขาดนั้น ตนสั่งการแล้วว่าต้องสร้างสะพานใหม่ที่ทั้งตัวสะพานและคอสะพานให้มีความแข็งแรงถาวรด้วยการลงเสาเข็มมากขึ้น และเทคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะ เพราะการสร้างสะพานในอดีตทำเพียงแค่เฉพาะโครงสร้างตัวสะพานให้มีความแข็งแรงเท่านั้น ขณะที่เส้นทางรถไฟต้องเสริมความแข็งแรงมากขึ้นด้วย ซึ่งเส้นทางรถไฟทางคู่ เราจะยกระดับให้พ้นจากน้ำท่วม

นายอาคม กล่าวอีกว่า ส่วนเส้นทางรถไฟนั้น นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า ตอนนี้รถไฟวิ่งไปได้ถึงแค่สถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะเกิดน้ำท่วมที่เส้นทางรถไฟในอ.บางสะพาน ขณะที่รถไฟที่มาจาก อ.สุไหง-โกลก มาถึงได้แค่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และรถไฟจาก อ.หาดใหญ่ไปถึงปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ส่วนเส้นทางรถไฟไปจ.ตรัง ยังใช้การไม่ได้ ตอนนี้จึงงดเดินรถไฟเพิ่มอีกเส้นทางคือจาก อ.หาดใหญ่ไปอ.บางสะพาน ซึ่งหากพื้นที่ใดน้ำลดลงแล้ว แผนกช่างของรฟท.จะเร่งเข้าไปสำรวจและซ่อมแซมเส้นทางทันที เพื่อให้ความมั่นใจว่าเมื่อคืนผิวทางแล้ว รถไฟจะวิ่งได้ด้วยความปลอดภัย

ด้าน นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า มีความเป็นห่วงอย่างมาก ได้สั่งการการรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งเข้าพื้นที่ทันทีที่เข้าได้ เส้นทางรถ บขส.ก็ยังพอใช้ได้จาก 4 เลน เหลือ 2 เลน หรือใช้ทางเลี่ยงกันบ้าง อย่างไรก็ตาม ประชาชนอาจจะเสียเวลาบ้าง ไม่มีความสะดวกบ้าง แต่ขณะนี้ทางกระทรวงพยายามให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดยจะต้องเร่งประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการเรื่องงบประมาณมาเร่งซ่อมแซมฟื้นฟูพื้นที่เสียหาย อย่างเร่งด่วนที่สุด ให้เป็นอุปสรรคต่อประชาชนน้อยที่สุด เพราะเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมากว่า 30 ปี และคาดไม่ถึง ดังนั้นต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานเป็นอย่างดี ทั้งกองทัพ กรมเจ้าท่า และมีการขอความร่วมมือทางสายการบินต่างๆ ให้ลดราคาค่าตั๋วลงแล้ว.

 

ทองเปิดตลาดราคาคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,450

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 09:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832273


ทองเปิดตลาดวันที่ 10 ม.ค. ราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,850 ขายออกบาทละ 19,950 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,495.76 ขายออกบาทละ 20,450 บาท …

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.27 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,850.00 บาท ขายออกบาทละ 19,950.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,495.76 บาท ขายออกบาทละ 20,450.00 บาท

 

น้ำท่วมทางรถไฟ สถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง กระทบสายใต้หลายขบวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2560 09:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832245


(ภาพจาก ทีมพีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย)การรถไฟฯ แจ้งเปลี่ยนแปลงเดินรถ และงดเดินขบวนรถสายใต้หลายขบวน เนื่องจากน้ำท่วมทางรถไฟระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง จนเสียหาย ขบวนรถไม่สามารถวิ่งผ่านไปสุราษฎร์ฯ และหลังสวนได้ เริ่มต้นทาง-ปลายทางที่สถานีหัวหิน-ประจวบฯ…

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ทีมพีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า เนื่องจากมีน้ำท่วมทางรถไฟระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่-ชะม่วง ทำให้ทางเสียหาย ขบวนรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ส่งผลให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการเดินรถ และงดเดินขบวนรถโดยสารสายใต้หลายขบวน ดังนี้ ขบวนรถเที่ยวไป 1. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 43 กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี (เดินถึงปลายทางสถานีหัวหิน) 2. ขบวนรถธรรมดา ที่ 261 กรุงเทพฯ-หัวหิน 3. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 39 กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี (เดินถึงปลายทางสถานีหัวหิน) 4. ขบวนรถธรรมดา ที่ 255 ธนบุรี-หลังสวน (เดินถึงปลายทางสถานีประจวบคีรีขันธ์)

ส่วนขบวนรถเที่ยวกลับ 1. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 40 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ (เดินจากต้นทางสถานีหัวหิน) 2. ขบวนรถธรรมดา ที่ 262 หัวหิน-กรุงเทพฯ 3. ขบวนรถด่วนพิเศษ ที่ 44 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ (เดินจากต้นทางสถานีหัวหิน) 4. ขบวนรถธรรมดา ที่ 254 หลังสวน-ธนบุรี (เดินจากต้นทางสถานีประจวบคีรีขันธ์)

ทั้งนี้ ขบวนอื่นๆ งดเดินทุกขบวน ผู้โดยสารสามารถขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคา.

เดินหน้าออก ม.44 ลดอุบัติเหตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ม.ค. 2560 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/832061


ลงโทษหนักคนขับรถสาธารณะ-เจ้าของบริษัทกรมการขนส่งทางบกเพิ่มโทษหนักผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ-ส่วนบุคคล และเจ้าของบริษัททำผิดกฎหมายขนส่งและรถยนต์ หวังลดอุบัติเหตุให้ได้ เล็งชง “คสช.” เร็วๆนี้ ประกอบการพิจารณาออกมาตรา 44 ส่วนปี 59 ยอดร้องเรียนรถสาธารณะผ่านสายด่วน 1584 พุ่ง 2,676 ครั้ง ส่วนใหญ่ขับรถประมาทน่าหวาดเสียว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ว่า ขณะนี้ ขบ.ได้จัดส่งรายละเอียดข้อเสนอมาตรการเร่งลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการปรับเพิ่มบทลงโทษกรณีฝ่าฝืน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาร่วมกับข้อเสนอของตำรวจตาม พ.ร.บ.จราจร ก่อนออกประกาศมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2557 บังคับใช้ต่อไป โดยเบื้องต้นได้ปรับเพิ่มโทษในแต่ละกรณี ดังนี้ กรณีขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เพิ่มโทษจำคุกจากไม่เกิน 1 เดือน เป็นไม่เกิน 3 เดือน ส่วนโทษปรับเพิ่มจากไม่เกิน 1,000 บาท เป็นไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเจ้าของรถนำรถตนเองไปให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่นำรถไปขับ เพิ่มโทษปรับจากไม่เกิน 2,000 บาท เป็นไม่เกิน 50,000 บาท

นอกจากนี้ ยังเพิ่มโทษข้อหาการพักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ให้ครอบคลุมไปยังผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลด้วย จากเดิมบังคับใช้เฉพาะกับรถโดยสารสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถตู้ เท่านั้น เพราะที่ผ่านมา ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลจะทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ข้อหาไม่หนักมาก เช่น ฝ่าไฟแดง หรือเมาแล้วขับ ซึ่งไม่ได้เป็นเหตุให้พักหรือยึดใบอนุญาตขับขี่ แต่จากนี้ไป ตามข้อเสนอกฎหมายใหม่ หากขับรถยนต์ส่วนบุคคลฝ่าไฟแดงแล้วชนคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หรือเมาสุราขับรถชนคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะถูกลงโทษพักหรือเพิกถอนในอนุญาตขับขี่รถยนต์เป็นเวลา 3 ปี หากพ้นกำหนด สามารถยื่นขอต่อใบอนุญาตใหม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ขบ.

ขณะเดียวกัน ยังได้กำหนดให้ผู้ประกอบการเจ้าของบริษัทรถยนต์โดยสารสาธารณะ ที่ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องควบคุมและกำกับให้คนขับรถไม่ขับรถเร็วและฝ่าฝืนกฎหมาย โดยได้กำหนดบทลงโทษกับผู้ประกอบการเพิ่มเติมด้วยนอกเหนือจากการกำหนดบทลงโทษกับผู้ขับขี่ โดยกำหนดโทษลดหลั่นตั้งแต่เบาไปหาหนัก ดังนี้ 1.เพิกถอนทะเบียนรถยนต์โดยสารสาธารณะคันที่ฝ่าฝืนกฎหมายจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นโทษน้อยที่สุด เพราะผู้ประกอบการยังนำรถคันอื่นๆ ที่ไม่ได้ทำผิดออกวิ่งให้บริการได้

2.ระงับการใช้รถชั่วคราว เพราะรถไม่พร้อมใช้งาน เช่น สภาพเบรก เครื่องยนต์ หรือตัวถัง ไม่ปลอดภัย หากแก้ไขปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยได้ตามเกณฑ์ สามารถนำรถออกมาใช้ได้ 3.พักใช้ใบอนุญาตประกอบการรถโดยสารสาธารณะ กรณีฝ่าฝืนกฎหมายครั้งแรก และ 4.เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการรถโดยสารสาธารณะ กรณีทำผิดกฎหมายซ้ำซาก
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.59 ขบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสาร และรับเรื่องร้องเรียนทางเลขหมายโทรศัพท์ 1584 มากถึง 2,676 ครั้ง โดยสาเหตุที่ร้องเรียนมากที่สุดคือ ขับรถประมาท น่าหวาดเสียว 669 ครั้ง ตามด้วยพนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานขับรถแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ 308 ครั้ง เก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่ทางราชการกำหนด 272 ครั้ง บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง 230 ครั้ง เท่ากับให้ผู้โดยสารลงก่อนถึงจุดหมายปลายทาง ไม่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ป้าย 114 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีกรณีสภาพรถไม่มั่นคงแข็งแรง (รถเก่า แอร์ไม่เย็น เป็นต้น) 87 ครั้ง ใช้รถออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 51 ครั้ง จอดรถขวางทางจราจร ขวางป้ายหยุดรถ 18 ครั้ง ใช้รถผิดประเภท (รถป้ายดำ) 16 ครั้ง พนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานขับรถสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่ 14 ครั้ง พนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานขับรถแต่งกายไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด 10 ครั้ง สภาพรถไม่สมบูรณ์ (ควันดำ) 6 ครั้ง ประตูอัตโนมัติหนีบผู้โดยสาร 1 ครั้ง และอื่นๆ 649 ครั้ง

ทั้งนี้ หากแยกเป็นรายเดือนพบว่า ในเดือน ม.ค. มีการร้องเรียน 178 ครั้ง เดือน ก.พ. 153 ครั้ง เดือน มี.ค. 293 ครั้ง เดือน เม.ย. 406 ครั้ง เดือน พ.ค. 223 ครั้ง เดือน มิ.ย. 172 ครั้ง เดือน ก.ค. 195 ครั้ง เดือน ส.ค. 214 ครั้ง เดือน ก.ย. 181 ครั้ง เดือน ต.ค. 228 ครั้ง เดือน พ.ย. 190 ครั้ง และเดือน ธ.ค. 243 ครั้ง

พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดรถตู้โดยสารสาธารณะเอกชน ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ บขส. หรือรถตู้ร่วมบริการ บขส. ประมาณ 4,000 คัน เพื่อแยกประเภทให้ชัดเจน หากต้องปรับเปลี่ยนจากรถตู้เป็นมินิบัสหรือไมโครบัส จะต้องดำเนินการในรูปแบบใด เพราะรถตู้ร่วมบริการดังกล่าว มีทั้งที่เป็นนิติบุคคล และรถส่วนบุคคล

“ในจำนวนรถตู้ร่วมบริการดังกล่าว เป็นเจ้าของรถตู้มีรถวิ่งให้บริการคันเดียวเกือบ 3,000 ราย ดังนั้น จึงอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดให้ชัดเจน หากจะปรับเปลี่ยนรถใหม่จะไหวหรือไม่ จะได้รับผลกระทบอย่างไร หรือมีแนวทางดำเนินการอย่างไร การจะเปลี่ยนต้องดูความเป็นไปได้ด้วย แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครขอความช่วยเหลือเข้ามายัง บขส. คงอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากทางกระทรวงคมนาคม และ ขบ.”

ส่วนการติดตั้งระบบติดตามผ่านดาวเทียม (จีพีเอส) ผู้ประกอบการ ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ หากครบกำหนดแล้ว ตรวจพบรถคันใดยังไม่ติดจีพีเอส เบื้องต้นจะแจ้งเตือนก่อน แต่หากยังไม่ดำเนินการอีก จะจับปรับต่อไป.