ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 07:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819390

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 07:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819390

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 06:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819389

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลปีใหม่นี้ บางจากฯ ได้จัดโครงการพิเศษเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนไทยที่เดินทางเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยว ได้แก่ 1.ตรึงราคาน้ำมันไม่ปรับขึ้นระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.59-3 ม.ค.60 แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้น 2. โครงการสัญจรปลอดภัย สุขใจทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 59-4 ม.ค.60 โดยสมาชิกบัตรแก๊สโซฮอล์คลับและดีเซลคลับ รับสิทธิประกันอุบัติเหตุทุนประกัน 100,000 บาท ฟรี พร้อมบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง และ 3. โครงการ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย ถวายพ่อหลวง”
ซึ่งร่วมกับกรมการขนส่งทางบก รณรงค์เรื่องความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมของสภาพรถก่อนเดินทาง โดยให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 11 รายการ อาทิ น้ำมันเบรกและคลัตช์ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ก้านปัดน้ำฝน และน้ำฉีดกระจก ฯลฯ.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ธ.ค. 2559 06:35
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819409

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 22 ธ.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 23.08 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 19918.88 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 4.22 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 2260.96 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 24.01 จุด หรือ 0.44% ปิดที่ 5447.42 จุด
เมื่อวันพฤหัสบดี หุ้นของบริษัท เบด, บาธ แอนด์ บียอนด์ ผู้ค้าปลีกของใช้ภายในบ้านดิ่งลงถึง 9.2% หลังเปิดเผยว่ารายได้สุทธิในไตรมาสที่ 3 ของพวกเขาลดลง 29% เหลือเพียง 126.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อีกปัจจัยที่กระทบต่อตลาดคือ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชี้ว่าตัวเลขรายจ่ายในการบริโภคส่วนบุคคล (personal consumption expenditures) ประจำเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ทั้งที่มีช่วงวันช็อปปิ้งสำคัญอย่างแบล็กฟรายเดย์
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 06:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819382

“ถ้าไม่ฟ้องร้อง กสทช.ก็ไม่รู้จะไปเอาผิดกับใคร เพราะไม่มีผู้เสียหาย แต่เมื่อมีผู้เสียหายชัดเจน กสทช.ก็จะเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมากขึ้น เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมากในการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 06:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819378

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. กล่าวว่า การกำหนดค่าโทร.เป็นวินาทีนั้น กำหนดอยู่ในหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่ง กทค.ได้มีมติเมื่อเดือน พ.ค.59 ที่ผ่านมา ว่าจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่เนื่องจากมีการคัดค้านจากภาคเอกชน ทำให้ กสทช. ยังไม่ประกาศใช้ โดยสำหรับการคิดค่าบริการเป็นวินาทีนั้น กลุ่มประเทศสมาชิกอียูก็ยังใช้โครงสร้างแบบเดียวกัน เนื่องจากผู้บริโภคได้รับประโยชน์”
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในเร็วๆนี้ จะเสนอให้คณะทำงานคิดค่าบริการมือถือแจ้งให้ผู้ให้บริการมือถือออกแพ็กเกจค่าโทร.เป็นวินาที หรือคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง เพื่อให้เป็นทางเลือกผู้บริโภค ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปศึกษาอัตราค่าบริการระหว่างการโทร.ปกติ หรือการโทร.ผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ต แบบใดที่ราคาถูกสุด กสทช.ก็จะเลือกแนวทางนั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคต่อไป.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ธ.ค. 2559 06:05
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819401

การบินไทยขอเรียนให้ทราบเบื้องต้นว่า การนำสัตว์เลี้ยงใส่กรงมาเช็กอินเพื่อโหลดไว้ใต้ท้องเครื่องบินนั้น การบินไทยมีมาตรฐานในการดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดีทุกขั้นตอน กรงที่ใส่สัตว์เลี้ยงจะถูกลำเลียงจากจุดรับมอบผ่านช่องทางพิเศษ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลจากเจ้าหน้าที่เฉพาะ ก่อนนำไปใหลดไว้ที่ใต้ท้องเครื่องบิน เพื่อให้มั่นใจว่า สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในกรงจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งนี้ เมื่อผู้โดยสารมาเช็กอิน เจ้าหน้าที่เช็กอินของสายการบิน เอเชียน่า แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านผู้โดยสารของการบินไทยที่ท่าอากาศยานอินชอน สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ได้ทำการตรวจสอบสภาพของสุนัขและกรงสุนัขทั้งหมดว่า อยู่ในสภาพสมบูรณ์และปิดล็อกอย่างเรียบร้อย จึงเริ่มทำการเช็กอินและบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่การบินไทยที่สนามบินอินชอน เป็นผู้ควบคุมอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้น จึงแจ้งให้ผู้โดยสารนำกรงสุนัขทั้ง 3 กรง ไปส่งมอบให้กับพนักงานที่เคาน์เตอร์พิเศษ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระของท่าอากาศยานอินชอน เป็นผู้ตรวจสอบสุนัขและสภาพกรงสุนัข ก่อนทำการติดสติกเกอร์ปลอดภัยที่บริเวณรอยต่อของกรงและบริเวณที่ล็อกกรง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของสายการบินเอเชียน่า แอร์ไลน์ส ที่เคาน์เตอร์พิเศษจะทำการติดเทปปลอดภัยบริเวณรอบกรงสุนัข เพื่อให้มั่นใจว่า กรงสุนัขจะไม่สามารถถูกเปิดจากภายนอกได้ จากนั้นจึงทำการลำเลียงกรงสุนัขผ่านช่องทางพิเศษ ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของ Korean Airport Service ของสายการบินโคเรียน แอร์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการลานจอดของการบินไทยที่สนามบินอินชอน โดยเจ้าหน้าที่ของ Korean Airport Service ได้ทำการตรวจรับกรงสุนัขและตรวจสอบสภาพสุนัขอีกครั้ง ก่อนลำเลียงกรงสุนัขทั้งสามไปยังเครื่องบิน ซึ่งแต่ละขั้นตอนเจ้าหน้าที่จะต้องลงนามตรวจรับทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เจ้าหน้าที่นำกรงสุนัขดังกล่าว วางที่พื้นบริเวณลานจอดข้างเครื่องบินเพื่อรอนำกรงสุนัขขึ้นวางบนพื้นที่ที่ใช้สำหรับขนส่งสิ่งมีชีวิต (BULK) ซึ่งอยู่บริเวณท้ายเครื่องบิน ปรากฏว่า สุนัขตัวหนึ่งได้หลุดออกไปจากกรงและวิ่งหนีเข้าไปในลานจอด เจ้าหน้าที่ลานจอดของ Korean Airport Service ได้พยายามจับสุนัขดังกล่าว แต่ไม่สามารถจับได้ จึงได้แจ้งไปยังศูนย์ประสานงานของท่าอากาศยานอินชอน ในขณะที่การบินไทยได้แจ้งให้ผู้โดยสารรับทราบเหตุดังกล่าวด้วยทันที
การตามจับสุนัขที่หลุดออกจากกรงนั้น ท่าอากาศยานอินชอนได้ดำเนินการตามมาตรการของสนามบินถึง 3 ขั้นตอน เพื่อจับสุนัขตัวดังกล่าว เริ่มจากการพยายามจับสุนัขด้วยตาข่าย การพยายามยิงด้วยปืนลม แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานอินชอน ได้ตัดสินใจใช้กระสุนจริง เนื่องจากสุนัขตัวดังกล่าวได้วิ่งเข้าไปในเขตพื้นที่ทางวิ่ง (Runway) ซึ่งเป็นช่วงที่มีเครื่องบินขึ้นลงเป็นจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร
หลังจากนั้น การบินไทยได้แจ้งไปยังเจ้าของสุนัข ซึ่งพำนักอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเมื่อเจ้าของสุนัขมาถึงท่าอากาศยานอินชอน เจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความจำเป็นที่ต้องใช้กระสุนจริง พร้อมขอโทษเจ้าของสุนัขดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม การบินไทย ได้ช่วยเจ้าของสุนัขร้องเรียนไปยังท่าอากาศยานอินชอนว่า เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ หรือไม่ ซึ่งท่าอากาศยานอินชอน ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้การบินไทยพร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาตรฐานสากลที่สายการบินต่างๆ ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติ
อนึ่ง จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เที่ยวบินที่ ทีจี 657 ในวันเกิดเหตุต้องออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดตามตารางการบินปกติ เป็นเวลาประมาณ 30 นาที
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819374

“ธุรกิจรายย่อยที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดโอนย้ายมาทิสโก้ มีจำนวนลูกค้าประมาณ 400,000 ราย แบ่งเป็นลูกค้าเงินฝาก 100,000 ราย คิดเป็นมูลค่า 36,100 ล้านบาท และลูกค้าสินเชื่อ 300,000 ราย มูลค่า 41,600 ล้านบาท แบ่งเป็นบัตรเครดิต 4,000 ล้านบาท สินเชื่อบุคคล 7,000 ล้านบาท สินเชื่อบ้าน 25,000 ล้านบาท และสินเชื่อธุรกิจรายย่อย 5,000 ล้านบาท”
นายพลากร หวั่งหลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) และสำนักงานตัวแทน กล่าวว่า ธุรกิจลูกค้ารายย่อยของธนาคารที่มีขนาดของธุรกิจที่เล็ก จึงยากที่จะแข่งขันกับธนาคารรายใหญ่ภายในประเทศ ภายหลังจากการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงบรรลุข้อตกลงในการโอนธุรกิจธนาคารบุคคลธนกิจให้แก่ทิสโก้
อย่างไรก็ตาม สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ธุรกิจสถาบันธนกิจ และพาณิชย์ธนกิจ ที่มีเครือข่ายแข็งแกร่งและจุดเด่นด้านประสบการณ์การค้าระหว่างประเทศที่จะสามารถสนับสนุนลูกค้าในการทำธุรกิจในประเทศไทยและระหว่างประเทศ ซึ่งการตัดสินในครั้งนี้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจทั่วโลกของกลุ่มธนาคารสแตน-ดาร์ดชาร์เตอร์ดที่ได้ประกาศไปเมื่อเดือน พ.ย.2558 ที่จะทบทวนแนวทางการดำเนินธุรกิจและปรับโครง- สร้าง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและเพิ่มผลตอบแทน ซึ่งรวมถึงการถ่ายโอนธุรกิจที่มีขนาดและขีดความสามารถทางการแข่งขันไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ
ด้านนายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่มีขนาดเล็กและกลาง จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า (2560) เป็นต้นไป หลังจากราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวดีขึ้น ทำให้กำลังซื้อของภาคการเกษตรเริ่มดีขึ้น ประกอบกับโครงการลงทุนของรัฐเริ่มมีการก่อสร้างมากขึ้น เป็นตัวขยับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยังเป็นตัวกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุน
“เอสเอ็มอีขนาดเล็กและกลาง ในปีหน้าเริ่มฟื้นตัว ธุรกิจที่เห็นการฟื้นตัวชัดเจน ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัยทางการเกษตร เช่าซื้อจักรยานยนต์ และค้าปลีก ขณะที่โครงลงทุนของภาครัฐ ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า และมอเตอร์เวย์ จะส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ จะช่วยให้เกิดการจ้างงาน และยังส่งผล ดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมไปกลุ่มผู้ค้าวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 05:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819370

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีความเป็นห่วงผู้ส่งออกข้าวคุณภาพดีของไทย เพราะปัจจุบันกัมพูชาได้ส่งออกข้าวหอมที่ใช้พันธุ์เดียวกับข้าวหอมมะลิไทยไปประเทศเวียดนามในปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเวียดนามนำข้าวคุณภาพดีของกัมพูชาไปผสมกับข้าวขาวของเวียดนาม ทำให้มีกลิ่นหอมเช่นเดียวกัน แล้วนำไปติดตราเป็นข้าวหอมจากเวียดนาม เพื่อนำไปขายตัดราคาข้าวหอมมะลิไทยในตลาดโลก ซึ่งสำนักงานฯจะติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ ยังพบว่าข้าวคุณภาพดีเกรดเดียวกับข้าวหอมมะลิไทยของกัมพูชาเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และกัมพูชาส่งออกข้าวชนิดนี้เพิ่มขึ้น ทั้งขยายพื้นที่ปลูกข้าวคุณภาพดีทุกปี และตั้งเป้าที่จะชนะเลิศในการประกวดข้าวคุณภาพดีที่สุดของโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้าวไทยในอนาคต สำหรับการส่งออกข้าวของกัมพูชาในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ปี 59 มีปริมาณ 479,000 ตัน เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเวียดนามนำข้าวเปลือกจากกัมพูชา ซึ่งเป็นข้าวหอมที่ใช้พันธุ์เดียวกับข้าวหอมมะลิไทยไปสีเป็นข้าวสารและจำหน่ายในชื่อว่า “ข้าวดอกมะลิ” หรือข้าว KDM ซึ่งราคาขายต่ำกว่าข้าวหอมมะลิไทยตันละ 200 เหรียญสหรัฐฯ ทำให้ผู้ซื้อหลายประเทศเลือกซื้อข้าว KDM เพราะมีราคาถูกกว่า แม้คุณภาพข้าวหอมมะลิไทยจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศมาตรฐานสินค้าข้าวฉบับใหม่ โดยกำหนดเกรดข้าวไทยให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยหวังช่วยให้ข้าวไทยแข่งขันทางด้านราคากับเวียดนามได้มากขึ้น.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819366

ขณะที่ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือน พ.ย.59 ลดลง 3.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยสินค้าที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน สุกร ไก่เนื้อ ไข่ไก่ และกุ้งขาวแวนนาไม ส่วนสินค้าที่ผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้น 110.04% โดยสินค้าสำคัญที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ยางพารา สับปะรดโรงงาน และกุ้งขาวแวนนาไม ทั้งนี้ในเดือน ธ.ค.59 คาดว่าดัชนีผลผลิตจะเพิ่มขึ้น และสินค้าสำคัญที่ออกสู่ตลาดมาก ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ปาล์มน้ำมัน และยางพารา.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 05:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819365

ทั้งนี้ การเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล กระทรวงการคลังจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนได้ในเดือน มี.ค.60 ลักษณะการให้ความช่วยเหลือจะอยู่ในรูปของการลดภาระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถเมล์ ค่ารถไฟ และการประกันอุบัติเหตุ สำหรับข้อมูลของการลงทะเบียนรอบนี้กระทรวงการคลังจะให้กรอกข้อมูลหนี้นอกระบบด้วย เนื่องจากปี 60 ถือเป็นปีแห่งการจัดการหนี้นอกระบบให้เหลือศูนย์ราย โดยจะเริ่มดำเนินการทั้งประเทศได้กลางเดือน ม.ค.60 นี้
“ใช้มาตรการสร้างฐานข้อมูล เพื่อที่จะได้รู้ว่าในแต่ละจังหวัดมีเจ้าหนี้รายใหญ่กี่ราย เช่น ขอนแก่นและพื้นที่โดยรอบ มีเจ้าหนี้นอกระบบรายใหญ่ๆ อยู่กว่า 100 ราย และมีลูกหนี้ประมาณกว่า 1,000 ราย ตอนนี้จะเริ่มดำเนินการกับรายใหญ่ที่ปล่อยกู้นอกระบบให้มาเปิดพิโก้ไฟแนนซ์ คาดว่าเดือน ม.ค.ปีหน้ากระทรวงการคลังจะแจกใบอนุญาตได้ 5-6 ราย”.