ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ธ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818721

ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะได้สมหวัง มีเฮอย่างแน่นอน
คำถามสำคัญวันนี้มีว่า…การคิดค่าโทร.เป็นวินาที? เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการแน่หรือ?
นี่ยังคงเป็นประเด็นร้อนเนื่องด้วยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช. กำลังปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งจะบังคับให้ผู้รับใบอนุญาต 4G บนคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็น “วินาที”…ไม่มีการปัดเศษในทุกรายการส่งเสริมการขาย
เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต และข้อเรียกร้อง ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กับเครือข่ายมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่เคยกระทุ้งมายัง กสทช.ก่อนหน้านี้
ล่าสุด…ที่ประชุมคณะกรรมการ กทค. เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 59 ที่ผ่านมา…ยังไม่มีข้อยุติว่าจะเดินหน้าลุยออกคำสั่งทางปกครองบังคับให้ผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่ายปฏิบัติตามประกาศ กสทช. และมติ กทค.ไปเลย หรือควรจะทบทวนเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตดังกล่าวดี
ย้อนไปก่อนหน้านี้ กสทช.ได้จัดประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องต่อมาตรการการกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต นัยว่า…ผลที่ได้ก็ยืนยันชัดเจนว่า
“การคุมเข้มอัตราค่าบริการมือถือโดยคิดค่าบริการตามจริงเป็น…วินาทีนั้นหาได้ยังประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ…ตรงกันข้ามรังแต่จะทำให้ผู้บริโภคผู้ใช้บริการถูกมัดมือชกจำกัดทางเลือก”
เหลียวไปมองโครงสร้างอัตราค่าบริการในปัจจุบันเองก็ถูกจำกัดอยู่แล้ว และเมื่ออัตราค่าบริการถูกกำหนดให้ต้องคิดตามจริงเป็นวินาที ผู้ประกอบการมือถือย่อมขาดแรงจูงใจในการออกโปรโมชั่นและไม่มีความจำเป็นต้องออกแพ็กเกจใหม่ๆออกมา…
กลายเป็นการ “ปิดกั้น” ทางเลือกของ “ผู้บริโภค” ไปโดยปริยาย
กลับมามองในมุมกดดัน ข้อเรียกร้องของเครือข่ายเพื่อผู้บริโภค สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ยังคงกดดันจะให้ กทค. และ กสทช. เดินหน้าลุยมาตรการ…คิดค่าโทร.ตามจริงเป็นวินาทีออกมาก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องใหม่
อย่างที่เกริ่นไปแล้วข้างต้นก่อนหน้านี้ เมื่อราวๆต้นปี 2558 กสทช.ก็เคยขอร้องให้ค่ายมือถือต่างๆออกแพ็กเกจคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาทีให้ได้ในยุค 4G
ฉายภาพตัวอย่าง โปรฯจากค่ายดีแทค Second of Love voice 399 บาท คิด 1.5 สตางค์ต่อวินาที…ค่าย AIS ก็จัดโปร iSecond 345 บาท โทร.ได้ทุกเครือข่าย 4,800 วินาที…หรือ 567 บาท โทร.ฟรี 10,800 วินาที…
ค่ายทรูก็มี iTalk 299 บาท…คิดค่าโทร.ตามจริงเป็นวินาที คุ้มทุกวินาที สำหรับคนชอบคุยสั้นๆ โทร.บ่อยๆ เม้าท์ไม่นาน
ปัญหามีว่า…ในทางปฏิบัติเมื่อเอาไปใช้จริงๆก็กลับไม่ได้รับความนิยม เพราะเหมาะกับคนที่โทร.ระยะสั้นไม่ถึง 30 วินาที หรือไม่ถึงนาทีเท่านั้น
หาก “โทร.” มากกว่าจะกลายเป็นต้อง “จ่าย” ค่าบริการ “แพง” กว่าโปรฯปกติ…ที่แต่ละค่ายมีอยู่เสียอีก
ความจริงเป็นเช่นนี้ หากทุกฝ่ายจะย้อนกลับไปพิจารณาโครงสร้างอัตราค่าบริการมือถือในบ้านเรา แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศจะเห็นว่า “อัตราค่าบริการมือถือ” ในไทย ไม่ว่าจะ 3G หรือ 4G ทุกวันนี้น่าจะ “ต่ำ” ที่สุดในโลกอยู่แล้ว
แถมแต่ละค่ายยังเข็นแพ็กเกจโปรโมชั่นออกมาห้ำหั่นกันชนิดที่เรียกได้ว่า…ทำเอาผู้บริโภคแทบจะสำลัก เพราะมีโปรโมชั่นกันนับสิบ…นับร้อย จนอาจจะกล่าวได้ว่ามากที่สุดในสามโลกก็ว่าได้
หลายคนที่ติดตามโปรฯแรง โปรฯดี โปรฯสุดคุ้มมาอย่างต่อเนื่อง อาจจะเคยได้ยินถึงขนาดที่ว่า บางค่ายนั้นจัดโปรโมชั่นถึงขั้นโทร.ฟรีในเครือข่าย 24 ชม. ก็เคยมีมาแล้ว
เหตุ…ปัจจัยในทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริงเป็นเช่นนี้ หาก กสทช.ยังคงดั้นเมฆ…หมายมั่นที่จะฝ่าไปในเมฆให้จงได้ จะไปปลุกผีเอาค่าโทร.เป็นวินาทีมาใช้จนทำให้ผู้ให้บริการมือถือไม่มีทางเลือก ต้องคิดค่าบริการตามจริงเป็นรายวินาที…บรรดาแพ็กเกจโปรโมชั่นที่มีให้เลือกหลากหลายก็คงจะหายไปในที่สุด
ปุจฉาสำคัญ? ประเด็นคิดค่าโทร.เป็นวินาที “ดี”…“ไม่ดี” อย่างไร ใครจะ…“ได้” หรือ “เสีย” กันแน่ ยังชวนให้ติดตามค้นหาคำตอบ
รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม อดีตคณะกรรมการ กทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ปัจจุบันคณบดีคณะ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานสถาบันวิชาการนโยบายสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล (ApaR) สะท้อนมุมมองส่วนตัว ยืนยันว่า…
“ไม่เห็นด้วย” กับแนวคิด การคิด…“ค่าโทร.เป็นวินาที”
“สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นแนวคิดที่ผิด และไม่มีประเทศใดใช้รูปแบบดังกล่าวอีกแล้ว”
รศ.สุธรรม ย้ำว่า ปัจจุบัน voice call…สายสนทนามันเป็น ของแถมไปแล้ว หรือให้โทร.ฟรีไปแล้ว อย่างเช่น ไลน์ อย่างไรก็ตาม เวลานี้โอปะเรเตอร์แต่ละค่ายต่างทำแพ็กเกจควบคู่ Data…ข้อมูล และ Voice Package กันหมดแล้ว และยังใช้ Data เป็นหลัก…แถม Voice Call ฟรีกันอยู่แล้ว
สถานการณ์วันนี้และในวันหน้า…สะท้อนความจริงของพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้ใช้บริการมือถือ ทำให้ไม่มีค่ายมือถือค่ายไหนจะมานั่งคิดค่าโทร.กันแล้ว
หวนให้คิดถึงบทเรียนในอดีตจากการที่ กสทช.เข้มงวดเอากับการบังคับให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องปฏิบัติตามประกาศ กสทช.ตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตอย่างเคร่งครัดนั้น ได้ทำให้ผู้ประกอบการ “ทีวีดิจิทัล” หืดจับจนแทบจะ “ล้มทั้งยืน” กันมาแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นตัวอย่างอันดีไม่ใช่หรือ? กรรมการ กสทช. อย่าง นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงษา และ เครือข่ายผู้บริโภค ที่เดินหน้าผลักดันให้คิดค่าโทร.เป็นวินาที ลองเหลียวหลังกลับมารับฟังข้อมูลด้านอื่นๆดูบ้าง ในแนวทาง “คิดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามจริงเป็นวินาที”
บทเรียนจากกลุ่มธุรกิจ “ทีวีดิจิทัล” เป็นเช่นใด…ก็อาจจะทำให้วงการสื่อสารเจอบทเรียนไม่ต่างกัน จะเร็วหรือช้า…แต่ที่กำลังเผชิญอยู่ก็ส่งสัญญาณในทางเดียวกัน สาละวันเตี้ยลงอยู่แล้ว
ฉันใดก็ฉันนั้น…บทเรียนราคาแพงที่ไม่ดี คงไม่มีใครอยากให้ซ้ำรอยเดิม.








นางสาวอนงค์ ศุภราวงศ์ และน้องๆ ที่ได้รับจักรยานนางสาวอนงค์ ศุภราวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทยมานานกว่า 55 ปี ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ในโอกาสที่ปี พ.ศ. 2560 นี้จะครบรอบ 100 ปี นับจากการผลิตรถยนต์คันแรกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการ “100 ปี มิตซูบิชิ ออโตโมบิลส์ ร้อยฝัน 100 จักรยาน ปั่นไปเรียน” เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมพร้อมๆ ไปกับการเติบโตทางด้านเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยครั้งแรกนี้ได้ประเดิมมอบจักรยานที่ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟท้าย พร้อมที่สูบลมยางรถจักรยาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ในการเดินทางไปเรียนให้แก่เด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดพังงาเป็นแห่งแรก โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ให้เกียรติเป็นประธานในการรับมอบ
มิตซูบิชิ มอเตอร์สจับมือกับจังหวัดพังงามอบจักรยาน 100 คันนางสาวอนงค์ กล่าวต่อไปว่า “บริษัทฯ ตั้งใจส่งมอบความสุขให้กับสังคมไทยในช่วงส่งท้ายปี 2559 นี้ โดยคาดหวังว่าจักรยานจำนวน 100 คัน และที่สูบลมจักรยาน ที่มอบให้กับนักเรียนในครั้งนี้ จะช่วยให้นักเรียนสามารถเดินทางมาโรงเรียนได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียนได้ เป็นการสร้างกำลังใจให้เด็กๆ ได้มุ่งมั่นในการศึกษาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งมุ่งหวังให้มีการปลูกฝังเรื่องการใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และผู้ใช้ถนนร่วมกัน“ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ นั้น ดำเนินการภายใต้ปรัชญา 4 ประการ ได้แก่ 1. การสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้น 2. การปลูกฝังและสร้างการสัญจรที่ปลอดภัย 3. การรักษาสิ่งแวดล้อม และ 4. การมีส่วนร่วมในชุมชนและสังคม เพื่อทำให้สังคมไทยมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการศึกษา ที่เรามุ่งให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการศึกษาถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เยาวชนไทยเติบโตไปในทางที่ดี มีความรู้ และสามารถนำความรู้ไปหาเลี้ยงชีพและครอบครัวต่อไปในอนาคตได้ รวมถึงขับเคลื่อนให้ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป”

