“คิง เพาเวอร์” มอบรถตู้สนับสนุน โรงเรียนมหาวีรานุวัตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 22 ธ.ค. 2559 15:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/819006


กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นำโดย ธวัชชัย ทวีศรี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ (ที่ 2 จากขวา) มอบรถตู้จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,153,000 บาท ให้กับโรงเรียนมหาวีรานุวัตร เพื่อใช้สำหรับดำเนินกิจกรรม และเพื่อการเดินทางศึกษานอกสถานที่ โดยมี วิโรจน์ อำพรวิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนมหาวีรานุวัตร (ที่ 3 จากขวา) เป็นตัวแทนรับมอบ ณ คิง เพาเวอร์ ดาวทาวน์ คอมเพล็กซ์ 

ดีเดย์ 1 ม.ค.60 ขนส่ง เพิ่มเวลาอบรมมือใหม่ทำใบขับขี่ เป็น 5 ชั่วโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 15:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818986


ขนส่ง ยกระดับมาตรฐานคุณภาพผู้ขับรถ ตามโครงการ Sure Driving/Smart Driver เพิ่มความเข้มข้นการออกใบอนุญาตขับรถ ปรับเพิ่มเนื้อหาอบรม สำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว จากเดิม 4 ชม. เป็น 5 ชม. เริ่ม 1 ม.ค.60 …วันที่ 22 ธ.ค.59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลและส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จึงได้จัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพผู้ขับรถ Sure Driving/Smart Driver เพื่อเพิ่มคุณภาพมาตรฐานของผู้ขับรถให้มีทักษะและความรู้การขับรถอย่างปลอดภัย ลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนและลดสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะปรับหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตขับรถให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยปรับเพิ่มเนื้อหาอบรม สำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ (ชนิดชั่วคราว) จากเดิม 4 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมง โดยเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และการขับรถอย่างปลอดภัยให้มากขึ้น เริ่มใช้หลักสูตรใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังรวมถึงกรณีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวแล้ว แต่ใบอนุญาตขับรถเดิมสิ้นอายุเกินกว่า 1 ปี ต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรใหม่ โดยบุคลากรผู้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรของกรมการขนส่งทางบก โรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานภาครัฐ ที่ได้ลงนามบันทึกในการจัดอบรมภาคทฤษฎีกับกรมการขนส่งทางบก จำนวนกว่า 500 คน ซึ่งทั้งหมด ได้ผ่านการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการสอนตามหลักสูตร 5 ชั่วโมง สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถได้อย่างครบถ้วน มีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

สำหรับหลักสูตรที่มีการปรับปรุง เนื้อหาประกอบด้วย (กฎหมายว่าด้วยรถยนต์, กฎหมายว่าด้วยทางหลวง และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก) จำนวน 1 ชั่วโมง 30 นาที การขับรถอย่างปลอดภัยจำนวน 2 ชั่วโมง จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถจำนวน 1 ชั่วโมง และข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาล จำนวน 30 นาที การปรับเพิ่มจำนวนชั่วโมงอบรมเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเมื่อมีความรู้ความเข้าใจกฎการขับขี่ที่ถูกต้อง อุบัติเหตุบนท้องถนนก็จะลดลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ยังได้เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่อาจไม่สะดวกในการติดต่อเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบก ในวันและเวลาราชการ สามารถเลือกเข้ารับการอบรมกับโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานภาครัฐที่ทำความตกลงกับกรมการขนส่งทางบก ภายใต้หลักสูตรเดียวกัน และนำหนังสือรับรองผ่านการอบรมมายื่นแสดงเป็นหลักฐานขอเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ทดสอบข้อเขียน (E-exam) และทดสอบขับรถกับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

ขณะที่น.พ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน หรือ ศวปถ. มองว่า การเพิ่มระยะเวลาอบรมของไทย ยังไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง หรือลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ถึงแม้ว่าจะขยายเวลาอบรมเป็น 15 ชั่วโมง ซึ่งยังถือว่า น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่อบรมถึง 30 ชั่วโมง ซึ่งควรมีเวลาให้ผู้ขับขี่ฝึกทักษะกับผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว เพื่อให้รับรู้โอกาสเสี่ยง รวมทั้งบังคับกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดควบคู่กัน.

 

สรรพากร แนะยื่นภาษีผ่านเว็บสะดวกสุด ชี้ สมัครพร้อมเพย์ คืนเงินภาษีเร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 14:47

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818881


สรรพากร แนะยื่นภาษีผ่านเว็บ-App สะดวกสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2560 ชี้ สมัครพร้อมเพย์ คืนเงินภาษีเร็วกว่า ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้สมัคร ขอให้ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ผูกไว้กับบัญชีธนาคารที่ต้องการ …เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ใกล้ถึงกำหนดเวลาของการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91) ประจำปีภาษี 2559 ซึ่งจะเริ่มยื่นแบบฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2560 จึงขอให้ผู้ที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดยื่นแบบแสดงรายการ พร้อมใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ให้ถูกต้องทั้งนี้ กรมสรรพากร ขอแนะนำให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือจะยื่นผ่าน Rd smart tax application ทางโทรศัพท์มือถือ ก็จะได้รับความสะดวกรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และสำหรับผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน กรมสรรพากร จะคืนภาษีให้ด้วยการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งจะช่วยให้ได้รับเงินภาษีคืนรวดเร็วกว่าเดิม ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้สมัครใช้บริการพร้อมเพย์ ขอให้ลงทะเบียนสมัครพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ผูกไว้กับบัญชีธนาคารที่ต้องการ

 

หอการค้า เปิด 10 ธุรกิจรุ่ง-ร่วง ปี 60 การแพทย์-ความงามมาแรงต่อเนื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 14:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818877


ม.หอการค้าไทย เปิด 10 อันดับธุรกิจเด่นปี 60 เผย ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงามยังมาแรงต่อเนื่อง เพราะเทรนด์รักสุขภาพ ตามด้วยธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว ขณะที่ ธุรกิจฟอกย้อม ครองอันดับ 1 ธุรกิจดาวร่วง …เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย 10 อันดับธุรกิจเด่นในปี 2560 ประกอบด้วย อันดับ 1 ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม โดยมองจากกระแสการให้ความสำคัญในการรักษาสุขภาพและความงามยังมีอย่างต่อเนื่อง และการให้บริการทางการแพทย์และความงามในประเทศไทย มีคุณภาพดีและราคาไม่แพง ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV มีความเชื่อมั่นในการดูแลรักษาสุขภาพและความงามในประเทศไทย

อันดับ 2 ธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว เนื่องจากพฤติกรรมการดูแลรักษาสุขภาพผิวพรรณของทุกช่วงอายุมีเพิ่มมากขึ้น และปัจจุบันมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกช่วงอายุ รวมถึงยังมีโอกาสสูงในการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มประเทศในอาเซียน และมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่าย เช่น ระบบออนไลน์

อันดับ 3 ธุรกิจ e-commerce เนื่องจากปัจจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง ยังมีแอพพลิเคชั่นในการเลือกซื้อสินค้าและบริการโดยมีส่วนลด หรือราคาพิเศษให้กับลูกค้ามากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากนโยบายของภาครัฐ

อันดับ 4 ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว จากการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการประชาสัมพันธ์ และมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้นจากการเดินหน้าปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ส่วนธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (คอมพิวเตอร์ มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) โดยมองจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของไทยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาอุปกรณ์การสื่อสาร หรือนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง และจากการส่งเสริมจากภาครัฐที่มีนโยบายส่งเสริมให้มีนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น

อันดับ 5 ธุรกิจก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง มองจากการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล โดยมีงบประมาณกว่า 6 แสนล้านบาท การขยายส่วนต่อของการรถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

อันดับ 6 ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ มองจากการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเศรษฐกิจในภูมิภาค ทำให้การขนส่งกระจายพื้นที่มากขึ้น การพัฒนาเมือง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ความต้องการด้านการขนส่งเพิ่มมากขึ้น

อันดับ 7 ธุรกิจบริการทางการเงิน (เคาเตอร์เซอร์วิส ออนไลน์แบงค์กิ้ง ฟินเทค) มาจากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการเงินในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น ทำให้การสั่งซื้อสินค้า และการทำธุรกรรมผ่านออนไลน์มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อันดับ 8 ธุรกิจโมเดิร์นเทรด มาจากการขยายตัวของร้านค้าสมัยใหม่ในชุมชนมากขึ้น การจัดโปรโมชั่นของผู้ให้บริการโมเดิร์นเทรด และการร่วมกับสถาบันการเงินจัดกิจกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่างๆ ธุรกิจประกัน มาจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยและการวางแผนทางการเงินของคนยุคปัจจุบัน และรัฐบาล ส่งเสริมให้มีการทำประกันภัยมากขึ้น สำหรับธุรกิจออแกไนซ์ มองจากกระแสการจัดงานแสดงสินค้า งานเลี้ยง งานสังสรรค์ในวาระต่างๆ ของผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นการบริโภคและสร้างการรับรู้ต่อผลิตภัณฑ์ และจากการประชุมสัมมนาของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

อันดับ 9 ธุรกิจซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาจากความต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารเพิ่มสูงขึ้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มาจากการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ซึ่งอันดับเท่ากับธุรกิจการศึกษา มาจากการแข่งขันด้านการศึกษา และการสอบวัดระดับต่างๆ ยังมีอย่างต่อเนื่อง

อันดับ 10 ธุรกิจให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายและบัญชี มองจากการติดต่อการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน หรือต่างประเทศมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของไทยมีมากขึ้น ทำให้ต้องมีการติดตาม และปรับเปลี่ยนข้อสัญญาต่างๆ

ส่วน 10 ธุรกิจดาวร่วงในปี 60 ประกอบด้วย อันดับ 1 ธุรกิจฟอกย้อม อันดับ 2 ธุรกิจหัตถกรรม อันดับ 3 ธุรกิจนิตยสาร อันดับ 4 ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ อันดับ 5 ธุรกิจร้านเช่า VDO CD อันดับ 6 ธุรกิจสิ่งทอผ้าผืน อันดับ 7 ธุรกิจจัดทำโปสเตอร์ อันดับ 8 ธุรกิจโรงไม้ อันดับ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ 10. ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักรทางการเกษตร

 

ตลาดโลกยังเสี่ยง! CIMBT ปรับลดคาดการณ์ ศก.ปี 60 เหลือโต 3.2% จาก 3.5%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 14:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818889


ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 60 เหลือโต 3.2% จากเดิม 3.5% จากความเสี่ยงตลาดโลก พร้อมคาด อัตราดอกเบี้ยนโยบายคงที่ทั้งปี เพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แนะผู้ประกอบการ เพิ่มความระมัดระวัง …เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปี 60 เหลือโต 3.2% จากเดิมคาดโต 3.5% เนื่องจากความเสี่ยงตลาดโลกเป็นหลัก แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะฟื้นตัวได้บ้างจากการบริโภคแต่ไม่อาจชดเชยแรงกดดันจากภายนอกได้ ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 59 นี้ คาดว่าจะเติบโตได้ราว 3.3%

สำหรับปี 60 แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง แต่อัตราการขยายตัวจะอยู่ในระดับที่ไม่ได้เร่งแรงมากนัก เนื่องจากยังต้องอาศัยดอกเบี้ยที่ต่ำในการประคับประคองเศรษฐกิจได้อยู่ จึงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะคงที่ตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่แนะนำผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวัง เพราะแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไม่ได้ขยับ แต่การระดมทุนผ่านตลาดเงินตลาดทุนอาจจะต้องมีการเตรียมตัว เพราะว่าต้นทุนทางการเงินอาจจะขยับสูงขึ้น เพื่อให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรขยับตัวสูงขึ้น จากเงินทุนที่ไหลออก สภาพคล่องที่เริ่มตึงตัวมากขึ้น ดังนั้น ต้องเริ่มเตรียมตัวในการระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตรให้เร็ว เพื่อจะได้ระดมทุนด้วยต้นทุนถูกลง เพราะถ้ารอนานเกินไปต้นทุนจะสูงขึ้นได้

อย่าไรก็ตาม หากจะเปรียบเศรษฐกิจไทยปีหน้าที่อาจเผชิญทั้งความสดใสและความท้าทาย อาจเปรียบเหมือนสายรุ้งที่มีสีทั้งด้านอึมครึม และด้านสดใส จากสีม่วงไปจนถึงสีแดง ซึ่งเราต้องพร้อมรับมือกับปีไก่สายรุ้งนี้ให้ดี

 

ไทยยูเนี่ยนร่วมถกประเด็นการจ้างแรงงานข้ามชาติอย่างมีจริยธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 22 ธ.ค. 2559 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818730


บริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) ร่วมงานเสวนาในหัวข้อการจ้างงานอย่างมีจริยธรรมและกฎหมายใหม่เรื่องการจ้างแรงงานข้ามชาติของประเทศไทย ซึ่งจัดโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยงานเสวนาดังกล่าวเน้นหารือถึงวิธีการนำกฎหมายใหม่มาใช้กับการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพดร.แดเรี่ยน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน ได้นำเสนอรูปแบบการรับสมัครงานตรง ซึ่งบริษัทฯ พัฒนาร่วมกับเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (Migrant Workers Rights Network: MWRN) โดยมีการใช้จริงในปี 2559 เป็นตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติที่ดี นอกจากนี้ ดร.แมคเบน ยังได้ให้แนวทางถึงวิธีการที่ผู้นำอุตสาหกรรมในภาคธุรกิจอื่น สามารถทำตามแนวทางของไทยยูเนี่ยนในการใช้กลไกการจ้างงานตรงซึ่งมีความโปร่งใสมากขึ้นได้

“ผลการวิจัยของ MWRN และฟินน์ วอทช์ ระบุว่า แรงงานข้ามชาติมักประสบกับการถูกเลือกปฏิบัติ รวมทั้งประสบกับอุปสรรคด้านภาษาในการสื่อสาร และค่านายหน้าหางานในอัตราสูง” ดร.แมคเบน กล่าว “เมื่อตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้ ไทยยูเนี่ยนจึงได้ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานข้ามชาติจะได้รับสัญญาจ้างงานเป็นภาษาของตนเอง และดำเนินนโยบายการจ้างงานโดยปราศจากค่านายหน้าทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทยังได้ใช้นโยบายที่เข้มงวดต่อต้านการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ”

ในช่วงก่อนปี 2559 ไทยยูเนี่ยน ได้ทำงานร่วมกับ MWRN ริเริ่มโครงการแจงสิทธิประโยชน์แรงงาน เพื่อให้ความรู้กับแรงงานอย่างเป็นทางการถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขา รวมถึงกฎหมายแรงงานไทย และกฎระเบียบเรื่องสวัสดิการสังคม ในปีนี้ โครงการการทำงานร่วมกับ MWRN ได้ขยายขอบเขตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นที่มาของการประกาศนโยบายการจ้างแรงงานข้ามชาติอย่างมีจริยธรรมทั่วโลก นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังทำงานร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน อาทิเช่น สถาบันอิศรา และมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน เป็นเจ้าภาพงานเสวนาในครั้งนี้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย และผู้นำอุตสาหกรรมสำคัญหลายแห่ง

รวมถึงบริษัทไทยยูเนี่ยน โดยภายในงานเสวนา มีตัวแทนจากสมาคมต่างๆ ในอุตสาหกรรม บริษัทต่างๆ บริษัทจัดหางาน ตัวแทนจากภาครัฐ ตัวแทนแรงงาน เอกอัครราชทูตและตัวแทนจากสถานทูตต่างๆ จากประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และประเทศเวียดนาม และอื่นๆ อีกหลายท่านเข้าร่วมงาน

เกี่ยวกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในธุรกิจอาหารทะเลของโลก ซึ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี

วันนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋องคุณภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายต่อปีมากกว่า 1.25 แสนล้านบาท (3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีพนักงานทั่วโลกรวมกันมากกว่า 46,000 คน ซึ่งล้วนทุ่มเทเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม มีความยั่งยืน และเป็นผู้บุกเบิกตลาด

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ทั่วโลกในเครือบริษัทรวมถึง แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลกอย่าง ชิคเก้นออฟเดอะซี (Chicken of the Sea), จอห์น เวสต์ (John West), เปอติ นาวีร์ (Petit Navire), พาร์มองทิเย่ (Parmentier), มาเรบลู (Mareblu), คิง ออสการ์ (King Oscar), และ รูเก้น ฟิช (Rügen Fisch) และแบรนด์ไทยที่ติดตลาดอย่าง ซีเล็ค, ฟิชโช่, เบลลอตต้า และมาร์โว่

จากพันธกิจในการเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก ไทยยูเนี่ยน ภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation) ในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนได้ริเริ่ม SeaChange® กลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน

ความพยายามอย่างต่อเนื่องในด้านความยั่งยืนของบริษัทได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาว โจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) สำหรับตลาดเกิดใหม่ในปี 2557 ในปี 2559 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJSI เป็นปีที่สามติดต่อกัน http://seachangesustainability.org

 

หยุดยาวคริสต์มาส-ปีใหม่ ต่างชาติทะลักเที่ยวไทย เงินสะพัด 5.5 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 12:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818754


ตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ คาดทะลักเข้าไทยเกือบ 4 แสนคน เงินสะพัดกว่า 5 พันล้าน เฉพาะกระบี่ ห้องพักถูกจองกว่า 80%…วันที่ 22 ธ.ค.59 พ.ต.ท.อรรถพงษ์ แสนใจวุฒิ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 3 กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี จำนวน กว่า 40 ตัว ที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ เช่น ท่าเทียบเรือ แหล่งที่พัก ย่านชุมชน ในพื้นที่ย่านแหล่งท่องเที่ยว ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งกล้องวงจรปิดส่วนใหญ่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และบางส่วนชำรุด จึงได้แจ้งให้บริษัทผู้ดูแลระบบเข้าซ่อมแซมให้แล้วเสร็จก่อนถึงเทศกาล
พร้อมกันนี้ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลความสงบเรียบร้อย เปิดศูนย์ประสานงานตามแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ร่วมฉลองกันเป็นจำนวนมาก เช่น ย่านอ่าวนาง เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ พร้อมขอความร่วมมือ ประชาชน ผู้ประกอบการ ที่พัก โรงแรม หากพบเห็นกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย หรือวัตถุต้องสงสัยที่วางไว้ตามจุดต่างๆ เช่น ถังขยะ ตู้โทรศัพท์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันทีเพื่อความปลอดภัยนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ มียอดจองห้องพักเต็มเกือบทุกพื้นที่ หรือมากกว่าร้อยละ 80 เช่นที่ อ่าวนาง เกาะพีพี และอำเภอเกาะลันตา จากห้องพักที่มีอยู่กว่า 60,000 ห้อง ส่วนภาพรวมในช่วงปีใหม่หยุดยาว มีนักท่องเที่ยวคาดการณ์เข้ามาในประเทศไทยประมาณ 375,000 คน มีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 5,550 ล้านบาท โดยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เพิ่มขึ้นเป็น 65 เที่ยวบินต่อวัน นอกจากนั้นไทยยังเป็น 1 ในเมืองที่น่าเที่ยวติด 1 ใน 3 ในช่วงหน้าหนาวของรัสเซีย ที่จะมีชาวรัสเซียเดินทางเข้ามามากขึ้น.

 

‘สินมั่นคง’ พร้อมจ่ายเหยื่อ 6 ล้อแหกด่าน เฉลี่ยตามสัดส่วน วงเงิน 6 แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 11:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818757


สินมั่นคงประกันภัย พร้อมจ่ายเงินชดเชยผู้เสียหาย จากเหตุรถบรรทุกหกล้อแหกด่านชนรถชาวบ้าน ในวงเงินคุ้มครอง 6 แสนบาท ระบุ ส่วนที่เกินทางผู้เสียหายต้องไปฟ้องร้องจากผู้ประกอบการรถบรรทุกด้วยตนเอง …วันที่ 22 ธ.ค.59 จากเหตุการณ์ คนขับรถบรรทุกหกล้อ สีขาว แหกด่านจุดตรวจ สน.พญาไท ชนรถชาวบ้านพังเสียหาย 30 กว่าคัน ทำให้สภาพการจราจรในซอยเอกมัย ติดขัดเป็นอย่างมากนั้น (อ่านเพิ่มเติม : 6 ล้อแหกด่าน! ชนดะรถชาวบ้าน ตร.ไล่ยิงสกัด จนมุมย่านเอกมัย (ชมคลิป))

นายคมกริช เทียมถนอม ผู้จัดการฝ่ายสินไหมรถยนต์กลาง บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยกับ “ไทยรัฐออนไลน์” ถึงการเยียวยาผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ ทางบริษัทได้ตรวจสอบพบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวได้ซื้อประกันภัย ภาคสมัครใจประเภท 3 ไว้กับบริษัท โดยมีวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก 6 แสนบาท และมีการซื้อประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.กับบริษัทด้วย โดยบริษัท พร้อมที่จะจ่ายชดเชยให้กับรถที่เสียหายทั้งหมด ในลักษณะของการเฉลี่ยความเสียหายตามสัดส่วนภายใต้วงเงิน 6 แสนบาท ส่วนที่เกินนั้นทางผู้เสียหายต้องไปฟ้องร้องจากผู้ประกอบการรถบรรทุกด้วยตนเอง โดยในวันพรุ่งนี้ (23 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่จะเข้าพบกับพนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ ในจำนวนรถผู้เสียหายทั้งหมด หากรถคันใดที่มีประกันชั้น 1 อยู่แล้ว อันนี้จะไม่เป็นที่น่ากังวล ทางสินมั่นคงได้แนะนำให้ใช้ประกันตรงนั้นไปก่อน และถ้าขาดเหลือยังไงทางบริษัทที่ดูแลจะเรียกคืนกับทางสินมั่นคงเอง ส่วนวงเงินเฉลี่ยตกอยู่ที่คันละเท่าไรนั้น จะต้องใช้ดุลยพินิจขึ้นอยู่กับความเสียหาย แต่จะหาวิธีบรรเทาให้ได้มากที่สุด

นายคมกริช กล่าวด้วยว่า กรณีที่คนขับมียาเสพติดไว้เพื่อเสพเพียงอย่างเดียว ถือว่ายังอยู่ในเงื่อนไขของการประกัน แต่ถ้ามียาเสพติดไว้เพื่อการจำหน่ายด้วย ส่วนนั้นไม่ถือว่าอยู่ในเงื่อนไข ตอนนี้ เท่าที่ทราบ คือ ทางคนขับรถหกล้อ รับสารภาพว่า มียาเสพติดเพื่อใช้เสพอย่างเดียว จึงเท่ากับว่ายังอยู่ในเงื่อนไข แต่ความจริงจะเป็นอย่างไรนั้น กรณีนี้ ต้องรอความแน่ชัดของพนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง แต่ความเสียหายภายนอกยังไงก็รอไม่ได้ ทางสินมั่นคงประกันภัยจะเร่งประชุมหารือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

ด้าน นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ในการดูแลผู้เสียหายนั้น เป็นเรื่องที่ทางบริษัทรถบรรทุกต้องเข้าไปดูแลจัดการด้วย เนื่องจากรถบรรทุกคันดังกล่าว ซื้อประกันภัยภาคสมัครใจประเภท 3 ไว้กับบริษัทสินมั่นคงประกันภัย มีวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกเพียง 6 แสนบาท ซึ่งถ้าเทียบกับความเสียหายทั้งหมดแล้ว เป็นวงเงินที่ค่อนข้างต่ำอยู่

สำหรับการแก้ไขเบื้องต้น ต้องแยกก่อนว่า รถที่เสียหายทั้งหมดมีประกันหรือไม่ เพราะถ้ามีก็ให้บริษัทประกันเหล่านั้นจัดการไปก่อน กับอีกกลุ่มที่ไม่มีประกัน ซึ่งจะต้องเรียกร้องกับทางสินมั่งคงประกันภัยต่อไป

ทั้งนี้ ในอนาคตเราไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะมีเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ สิ่งสำคัญเจ้าของรถควรซื้อประกันดีๆ พิจารณาเลือกความคุ้มครองให้สูงกว่านี้

มีรายงาน ยอดความเสียหายของรถยนต์ ที่ถูกรถบรรทุก 6 ล้อชนพบว่ามีทั้งหมด 41 คัน อยู่ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ 31 คัน มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ส่วนอีก 10 คัน อยู่ในพื้นที่ สน.มักกะสัน มูลค่าความเสียหาย 5 แสนบาท รวมค่าเสียหายประมาณ 2.5 ล้านบาท

 

กรมเจ้าท่า มอบของขวัญปีใหม่ เลื่อนขึ้นค่าตั๋วเรือโดยสาร เป็น 8 ม.ค.60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 10:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818662


กรมเจ้าท่า ชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยา เรือโดยสารคลองแสนแสบที่จะปรับราคาขึ้น 1 บาท และเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาปรับขึ้น 50 สต. จากวันที่ 22 ธ.ค.59 ไปวันที่ 7 ม.ค.60 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน และจะเริ่มปรับขึ้นอัตราโดยสารตั้งแต่ 8 ม.ค.60 …วันที่ 22 ธ.ค.59 มีรายงานว่า ตามที่กรมเจ้าท่า ได้มีประกาศ เรื่อง การปรับอัตราค่าโดยสารเรือกลเดินประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันที่ 17 ธันวาคม 2559 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป สำหรับเรือด่วนเจ้าพระยากับเรือโดยสารคลองแสนแสบปรับราคาขึ้น 1 บาท และเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาปรับขึ้น 50 สตางค์ อันเนื่องมาจาก ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามช่วงอัตราที่กำหนดไว้เป็นเวลา 10 วันติดต่อกันนั้น

กรมเจ้าท่า ได้รับการประสานจากกลุ่มผู้ประกอบการเรือโดยสาร ในการขอชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารออกไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2560 โดยมีความตั้งใจที่จะมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนที่เดินทางทางน้ำในช่วงเทศกาล วันขึ้นปีใหม่ ดังนี้

1. เรือด่วนเจ้าพระยาทุกเส้นทาง
2. เรือโดยสารในคลองแสนแสบ
3. เรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ นนทบุรี-บางศรีเมือง, ท่าช้าง-วังหลัง, ท่าช้าง-วัดระฆัง, วังหลัง-ท่าพระจันทร์เหนือ, วังหลัง-มหาราช , พระสมุทรเจดีย์-วิบูลย์ศรี, สี่พระยา-คลองสาน, ท่าเรืออัษฎางค์-วัดกัลยาณมิตร-วัดกุฎีจีน และ สะพานตากสิน (สาทร)

ทั้งนี้ จะมีการปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามประกาศของกรมเจ้าท่า ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

 

ทองเปิดตลาดลดลง 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 19,850

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 09:43

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818617


ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 22 ธ.ค. ลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,250 ขายออกบาทละ 19,350 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,904.52 ขายออกบาทละ 19,850 บาท…เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.23 น. ราคาลดลง 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,250.00 บาท ขายออกบาทละ 19,350.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,904.52 บาท ขายออกบาทละ 19,850.00 บาท.