แอร์พอร์ตลิงก์ ปรับเดินรถวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ใหม่ ถี่ขึ้นจากเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771912

 

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปรับเปลี่ยนตารางเดินรถวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ให้ถี่ขึ้นจากเดิม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร ตั้งแต่ 5–6 พ.ย. 59 …

วันที่ 2 พ.ย.59 นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนตารางการเดินรถในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จากเดิมที่จะมีรถไฟฟ้าคอยให้บริการทุก 15 นาที ปรับเปลี่ยนเป็นมีรถไฟฟ้าคอยให้บริการทุก 12 นาที โดยจะเริ่มเดินรถตามตารางเดินรถวันหยุดใหม่ตั้งแต่วันเสาร์ และอาทิตย์ที่ 5-6 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม เส้นทางเดินรถและโปรโมชั่นต่างๆ ของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้อีกหนึ่งช่องทางผ่านทางแอพพลิเคชั่น Airport Rail Link ซึ่งสามารถดาวน์โหลด และทดลองใช้ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ IOS และ Android หรือหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink  , Twitter : Airport Rail Link และ Instagram : Airport Rail Link

 

พาณิชย์ รุกแผนดันราคาข้าว กระตุ้นภาคเอกชนใช้เป็นของขวัญปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 17:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771877

 

พาณิชย์ เดินต่อแผนดันราคาข้าว หนุนคนไทยซื้อข้าวเพิ่ม ผลักดันเอกชนใช้ข้าวเป็นของขวัญปีใหม่ ล่าสุด สมาคมประกันวินาศภัยร่วมซื้อแจกลูกค้าแล้ว 2.5 หมื่นตัน พร้อมใช้ประชารัฐ ดึงผู้ส่งออกช่วยชาวนาผลิตข้าวขาย จับมือ ปตท.- บางจาก ให้ขายในปั๊ม และผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงฯ ลุยแผนเจาะตลาดต่างประเทศ อีกกว่า 20 คณะ …

วันที่ 2 พ.ย.59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนช่วยกระตุ้นการบริโภคข้าวให้เพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันราคาข้าวให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกหอมมะลิให้กับเกษตรกรแล้ว โดยล่าสุดจะผลักดันให้ภาคเอกชนใช้ข้าวมอบเป็นของขวัญปีใหม่ หรือให้ห้างสรรพสินค้า และห้างค้าปลีก จะจัดกิจกรรมโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถมสินค้าข้าว เพื่อกระตุ้นการบริโภคข้าวให้สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวสูงขึ้นได้ โดยสมาคมข้าวถุงพร้อมผลิตข้าวถุงจัดส่งให้กับห้างทั่วประเทศ เพื่อนำไปเป็นของแถมแล้ว ส่วนสมาคมประกันภัยวินาศภัย จะซื้อข้าวหอมมะลิ 25,000 ตัน เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกค้าด้วย

สำหรับการเพิ่มโอกาสในการขายข้าวให้กับเกษตรกร กระทรวงฯ ได้ใช้โครงการประชารัฐ โดยร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย คัดเลือกกลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนใน จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ จังหวัดละ 1 แห่ง เพื่อสนับสนุนให้แปรรูปข้าวและจำหน่ายข้าวสารคุณภาพดีให้ผู้บริโภค เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.-31 ธ.ค.59 หากหมดอายุโครงการ และได้ผลดี จะต่ออายุโครงการต่อไป

ขณะเดียวกัน จะร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ให้ชาวนานำข้าวเข้าไปขายในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ และยังจะเข้าไปช่วยกลุ่มสหกรณ์และเครือข่ายชาวนาใน 23 จังหวัดที่มีความพร้อมในการขายข้าว ให้นำข้าวเข้าไปขายในช่องทางออนไลน์ที่กระทรวงฯ ดูแลอยู่ ทั้งใน http://www.thaitrade.com และ http://www.thaicommercestore.com

พร้อมกันนั้น จะจัดตลาดนัดข้าวเปลือกและข้าวสาร ทั้งการค้าขายผ่านช่องทางปกติ และการค้าขายผ่านออนไลน์ โดยกำหนดจัดใน 42 จังหวัด รวม 102 ครั้ง ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.นี้เป็นต้นไปในทุกจังหวัดที่มีข้าว และยังได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รับซื้อข้าวหอมมะลิจากเกษตรกร 200,000 ตัน เพื่อเก็บสต็อกไว้ 3 เดือน หากซื้อครบตามเป้าหมายแล้ว และมีความจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม สมาคมฯ ก็จะพิจารณาให้สมาชิกซื้อเพิ่มเติม

ส่วนการขยายตลาดต่างประเทศ กระทรวงฯ มีแผนจัดโรดโชว์ขายข้าวไทยตั้งแต่เดือน พ.ย. นี้ ไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 60 รวม 20 คณะ ทั้งในรูปแบบการขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) และธุรกิจถึงผู้บริโภค (บีทูซี) โดยจีทูจี ขณะนี้ กรมการค้าต่างประเทศ อยู่ระหว่างการเดินทางไปมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อเจรจาขายข้าว และมีแผนไปจีน อิหร่าน อิรัก แอฟริกา ในเดือน ธ.ค.59 – เม.ย.60 และจีน จะเร่งให้รับมอบข้าวที่เซ็นสัญญาไปแล้ว 1 ล้านตัน ขณะที่ ฟิลิปปินส์ คาดว่า จะมีความต้องการซื้อข้าว 500,000 ตัน อินโดนีเซีย 655,000 ตัน ส่วนอิหร่าน บังกลาเทศ กำลังประสานเจรจา

อย่างไรก็ตาม วันที่ 14 พ.ย.59 ได้เชิญคณะผู้แทนการค้าจากจีน ฮ่องกง อาเซียน สหรัฐฯ แคนาดา และยุโรป เดินทางมาเจรจาการค้าที่ไทย รวมกว่า 200 บริษัท รวมถึงได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศจัดกิจกรรมโปรโมตข้าวไทย โดยเน้นข้าวไทยไร้ Gluten และจะร่วมมือกับห้างเทสโก้ในอังกฤษ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายข้าวไทย ผ่านสาขาที่มีอยู่กว่า 6,900 สาขาทั่วประเทศ.

 

คลัง มั่นใจ ธ.ก.ส. พร้อมปล่อยสินเชื่อชะลอขายข้าว ไม่เกิน 15 ไร่/ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 17:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771817

 

รมว.คลัง มั่นใจ ธ.ก.ส. พร้อมปล่อยสินเชื่อชะลอการขายข้าว รองรับผลผลิตออกสู่ตลาดครั้งแรก 20 พ.ย. คาด เบื้องต้นการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรสูงสุดได้ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย …

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า เป็นการพิจารณาถึงแนวทางในการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับการดูแลราคาข้าว ซึ่งเชื่อว่าเกษตรกรจะได้ประโยชน์ โดยหลังจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นผู้สำรวจรายชื่อเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิ์ และกำหนดการช่วยเหลือสูงสุด เบื้องต้นการให้ความช่วยเหลือสูงสุดน่าจะไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย โดยขณะนี้ เชื่อว่า ธ.ก.ส. มีความพร้อมในการให้สินเชื่อดังกล่าวอย่างเต็มที่ หลังจากผลผลิตออกสู่ตลาดครั้งแรกในวันที่ 20 พ.ย.

ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่า ธ.ก.ส.จะรับภาระสูงเกินไป หากไม่มีเกษตรกรมาไถ่ถอนข้าวคืนตามเวลาที่กำหนด เนื่องจากราคาข้าวในตลาดอยู่ในระดับต่ำนั้น มั่นใจว่า ในระยะต่อไปแนวโน้มราคาข้าวในตลาดไม่น่าจะต่ำกว่าตันละ 9,500 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อกับเกษตรกรในโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าว ปีการผลิต 59/60 โดยเชื่อว่าเกษตรกรจะมาไถ่ถอนข้าวคืนแน่นอน แต่หากราคาข้าวในขณะนั้นต่ำ และเกษตรกรไม่มาไถ่ถอนคืน ธ.ก.ส. สามารถบริหารจัดการได้ โดยสามารถแปรรูปและจำหน่ายตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และขายตรงเป็นข้าวแปรรูปบรรจุถุงในราคากิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งไม่น่าจะมีผลกระทบต่อเม็ดเงินในการบริหารจัดการของ ธ.ก.ส. แต่อย่างใด

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 5.87 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,498.65 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 17:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771886

 

หุ้นไทยปิดตลาดลดลง 5.87 จุด เปลี่ยนแปลง -0.39% ดัชนีอยู่ที่ 1,498.65 จุด มูลค่าซื้อขาย 49,339.22 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 2 พ.ย. 59 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดลดลง 5.87 จุด เปลี่ยนแปลง -0.39% ดัชนีอยู่ที่ 1,498.65 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 49,339.22 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน).

 

มธ.รังสิต เปิดพื้นที่ให้ชาวนาขายข้าว ทุกวันพุธ ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 15:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771672

 

มธ.รังสิต เปิดพื้นที่ให้ชาวนาขายข้าวสารอินทรีย์ ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ทุกวันพุธ หลังข้าวราคาตกต่ำ ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ต่อแถวเข้าซื้อข้าวราคาถูกกว่าท้องตลาด…

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร นำข้าวมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง หนึ่งในวิธีช่วยเหลือเกษตรกรที่เผชิญกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต่อแถวเพื่อซื้อข้าวสารอินทรีย์ ที่เกษตรกรจากจ.อุทัยธานี และสุพรรณบุรี นำมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง มีทั้งข้าวหอมมะลิแดง ข้าวกล้อง ข้าวขาว และข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยตัวแทนเกษตรกรทั้ง 2 จังหวัด นำข้าวมาจำหน่ายกว่า 1 ตัน และจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด อย่างข้าวขาวกิโลกรัมละ 35 บาท /ข้าวกล้อง กิโลกรัมละ 40 บาท


สำหรับโครงการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้บริโภค เกิดขึ้นจากราคาข้าวที่ตกต่ำ ทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล็งเห็นถึงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการเปิดช่องทางให้เกษตรกรมีโอกาสได้จำหน่ายข้าวได้โดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และยังมีโอกาสให้ผู้บริโภคได้สั่งข้าวสารล่วงหน้าอีกด้วย

ขณะที่ผู้ที่มาซื้อข้าวสารส่วนใหญ่บอกว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้ซื้อข้าวคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง ส่วนใครที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง สามารถมาซื้อข้าวสารจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้ทุกวันพุธ และจะมีการสับเปลี่ยนเกษตรกรจากหลายจังหวัดให้มาจำหน่ายข้าว.


ธ.ก.ส. รอกระบวนการจำนำเก็บข้าวยุ้งฉาง จ่อจ่ายเงินช่วยชาวนาใน 5 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 13:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771576

 

ขุนคลัง นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ธ.ก.ส. ไฟเขียวช่วยเหลือชาวนาตามมติ ครม. คาดจ่ายเงินชะลอขายข้าวใน 5 วัน หลังนำข้าวเก็บยุ้งฉาง ด้านสภาเกษตรฯ จ่อเสนอรัฐร่วมรับผิดชอบความเสี่ยง และหารือผู้ส่งออก เร่งระบายข้าวโกดังรัฐ…

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่ออนุมัติมาตรการช่วยเหลือชาวนาตามมติ ครม. 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

ด้าน นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผย จะเสนอบอร์ดดำเนินการช่วยเหลือชาวนาตามมติ ครม. หลังจากนั้นจะเข้ากระบวนการจำนำ รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพข้าวเพื่อให้ได้มาตรฐานก่อนนำข้าวไปเก็บที่ยุ้งฉาง และมีกระบวนการตรวจสอบเพื่อจะจ่ายเงินถึงมือเกษตรกรภายใน 5 วัน โดยเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

สำหรับปีที่ผ่านมา โครงการจำนำข้าวยุ้งฉาง ตั้งเป้า 2 ล้านตัน แต่มีข้าวเข้าร่วมโครงการเพียง 5 แสนตัน เนื่องจากราคาข้าวในปีที่ผ่านมาไม่ได้ต่ำเหมือนปีนี้ แต่ในปีนี้คาดว่าปริมาณข้าวเข้าร่วมโครงการน่าจะสูง เนื่องจากข้าวราคาต่ำกว่าปีที่ผ่านมามาก

ขณะที่ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และกรรมการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ระดับราคาจำนำยุ้งฉางที่เพิ่มขึ้นจาก 9,700 บาทต่อตัน ทำให้ชาวนาได้รับเงินเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 บาทต่อตัน เป็นราคาที่ชาวนาพอใจ แต่มีความเป็นห่วงกรณีที่รัฐบาลให้ ธ.ก.ส.รับผิดชอบความเสียหายจากการขายข้าวในยุ้งฉางเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่อ่อนไหวมาก เพราะหากราคาจำนำสูง ธ.ก.ส. ต้องรับความเสี่ยงมาก ซึ่งจะเสนอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งเสนอให้ใช้พื้นที่ยุ้งฉางของสหกรณ์ทั่วประเทศในการรับจำนำ เพื่อให้ปริมาณข้าวเข้าโครงการ 2 ล้านตัน ตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้ จะให้เร่งระบายข้าวในโกดังของรัฐบาลโดยให้นายกรัฐมนตรี เชิญผู้ส่งออกกระทรวงพาณิชย์ มาหารือเพื่อเปิดตลาดใหม่ หากดำเนินแบบปกติจะทำให้การระบายข้าวทำได้น้อยมาก ถ้าไม่เร่งระบายข้าวในสต๊อกออกมา จะมีแรงกดดันด้านจิตวิทยาต่อราคาข้าวเช่นกัน.

 

ธปท. เผย เงินหยวนอ่อนค่า กระทบเงินบาทเล็กน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 11:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771452

 

ธปท.เผยเงินหยวนอ่อนค่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ชี้กระทบค่าเงินบาทเล็กน้อย พร้อมจับตาใกล้ชิด

นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่ค่าเงินหยวนของจีน อ่อนค่าลงในรอบ 6 ปี ว่าในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาทางการจีนได้กำหนดค่ากลางเงินหยวนในทิศทางที่อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ขนาดการอ่อนค่าจะค่อนข้างมาก ประมาณ 1.28% แต่ก็เป็นขนาดที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และการอ่อนค่าดังกล่าวก็ถือว่าเป็นไปตามกลไกตลาดที่มาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากที่นักลงทุนปรับเพิ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้งภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการอ่อนค่าของค่ากลางของเงินหยวน ไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินภูมิภาครวมทั้งเงินบาทมากนัก โดยการเคลื่อนไหวของค่าเงินภูมิภาคส่วนใหญ่ยังขึ้นกับทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศเป็นสำคัญ สำหรับค่าเงินบาทในเดือนตุลาคมได้อ่อนค่าลงประมาณ 0.9% โดย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะติดตามสถานการณ์ในตลาดการเงินโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

ราคาทองพุ่ง เปิดตลาดขึ้น 150 รูปพรรณขายบาทละ 21,900

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ย. 2559 09:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771336

 

ทองเปิดตลาดวันที่ 2 พ.ย. เปิดตลาดขึ้น 150 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,300 ขายออกบาทละ 21,400 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,920.80 ขายออกบาทละ 21,900 บาท …

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,300.00 บาท ขายออกบาทละ 21,400.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,920.80 บาท ขายออกบาทละ 21,900.00 บาท

 

สั่ง! สหกรณ์ทั่วไทยรับซื้อ เกษตรเตรียมเสนอ “บิ๊กแบ็ก” เก็บข้าวช่วยชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ย. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771096

 

นายสมชาย ชาญณรงค์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยหลังประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรว่า ทางกรมส่งเสริมฯ เตรียมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาชาวนาไม่มียุ้งฉางเพื่อเก็บข้าวกว่า 20% ต่อที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน โดยจะเสนอให้มีการจัดซื้อถุงเก็บข้าวขนาดใหญ่ (บิ๊กแบ็ก) ให้ชาวนาใช้เก็บข้าวเปลือกในโครงการจำนำยุ้งฉางก่อนนำไปเก็บในโกดัง คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเสนอ ครม.สัปดาห์หน้าต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีแนวคิดให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ทั่วประเทศ รับซื้อข้าวจากเกษตรกร เพื่อนำไปแปรรูปเป็นข้าวถุง เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาราคาข้าว กระทรวงเกษตรฯใช้สหกรณ์เข้าไปแก้ปัญหาแล้ว ซึ่งค่อนข้างประสบความสำเร็จ ทั้งเรื่องการจัดซื้อเครื่องจักรกลไปใช้ในกลุ่มสมาชิก และเครื่องอบความชื้น ซึ่งนอกจากลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังเพิ่มราคาข้าวอีกด้วย

“การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนราคาจำนำยุ้งฉางเพิ่ม รวมทั้งเรื่องการช่วยเหลือกระบวนการการจัดเก็บข้าวให้เกษตรกร โดยราคาที่จะรับจำนำมีการปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนการแก้ปัญหาราคาข้าวตามหน้าที่กระทรวงเกษตรฯทำหน้าที่ส่งเสริมการปลูกข้าวเท่านั้น เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯจะลดการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมการปลูกข้าวโพดแทน ซึ่งขณะนี้ไทยมีความต้องการข้าวโพด 7.2 ล้านตัน ขณะที่ผลิตได้เพียงปีละ 4 ล้านตัน ขอยืนยันว่าโรงงานยังมีความต้องการอยู่มาก แม้ราคาข้าวโพดจะต่ำ”

นอกจากนี้ กรมจะปฏิรูปภาคการเกษตรผ่านกระบวนการส่งเสริมในรูปการเกษตรแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 ศูนย์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างยั่งยืน จากงบประมาณปี 60 ประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท โดยยึดภาคประชาชนเป็นหลัก.

 

เชื่อมั่นธุรกิจสะดุดตอ ท่องเที่ยวติดกับดักทัวร์ศูนย์เหรียญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 พ.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/771091

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ในเดือน ต.ค.ว่า ยังคงปรับลดลงจากเดือนก่อน และอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จากความเชื่อมั่นที่ลดลงของผู้ประกอบการในภาคบริการ โดยลดลงจากระดับ 50.3 มาอยู่ที่ระดับ 49.2 ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ในภาคบริการที่เห็นว่าปัจจัยด้านคำสั่งซื้อ การผลิต และผลประกอบการของธุรกิจ ปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มที่พักแรมและร้านอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงมากจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ

ขณะที่ผู้ประกอบการในกลุ่มการค้าปลีกชิ้นส่วนและอะไหล่ยนต์ และกลุ่มการผลิตยานยนต์มีความเชื่อมั่นลดลงเช่นกัน เนื่องจากปัจจัยด้านคำสั่งซื้อและการผลิตปรับลดลงจากความต้องการซื้อ ยานยนต์ในประเทศที่ชะลอตัว รวมทั้งรอมาตรการจูงใจทางการตลาดในงานมอเตอร์โชว์ที่จะจัดขึ้นปลายปี ในอีก 3 เดือนข้างหน้า

ขณะที่มุมมองในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้าที่อยู่เหนือระดับ 50 อย่างไรก็ตาม ดัชนีลดลงจากเดือนก่อนจากระดับ 54.7 มาอยู่ที่ระดับ 53.4 ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในกลุ่มการผลิตยานยนต์

สำหรับความเชื่อมั่นด้านสภาพคล่องของผู้ประกอบการในปัจจุบันเป็นอีกด้านที่ปรับลดลง โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มที่พักแรมและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากภาวะท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ส่วนการคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับลดลงเช่นกัน ส่วนหนึ่งจากยอดขายและผลประกอบการมีทิศทางปรับลดลง.