คมนาคมชงลงทุนปี 60 งบ 2 แสนล. เข้าครม.สัปดาห์หน้า ลุยรถไฟทางคู่เฟส 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ต.ค. 2559 14:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769547

 

คมนาคม จ่อชงแผนลงทุนภาครัฐ ปี 60 มูลค่ามากกว่า 2 แสนล้าน เข้าครม.สัปดาห์หน้า ลุยรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 7 เส้น และ 2 เส้นใหม่ ส่วนแผนปีนี้ยังเหลือ รถไฟทางคู่อีก 3 เส้น เข้าครม.อังคารนี้…

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุ เตรียมนำแผนปฏิบัติการลงทุนโครงการภาครัฐ (Action Plan) ในปี 60 รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบในสัปดาห์หน้า โดย Action Plan ปี 60 จะเป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 59 ซึ่งมีจำนวนโครงการมากกว่าแผนปฏิบัติการปี 59 คิดเป็นมูลค่าลงทุนรวมมากกว่า 2 แสนล้านบาท

ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮ สปีดเทรน) จำนวน 4 เส้นทางที่ในปี 59 ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และจะดำเนินการต่อเนื่องในปี 60 ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพ-ระยอง, กรุงเทพ-หัวหิน, กรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพ-นครราชสีมา ส่วนรถไฟทางคู่ที่ยังเหลือ 3 เส้นทาง ซึ่งอยู่ใน Action Plan ปี 59 จะนำเสนอต่อที่ประชุมครม.ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ได้แก่ เส้นทางนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. มูลค่าโครงการ 20,036 ล้านบาท, เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กม. มูลค่าโครงการ 24,840 ล้านบาท และเส้นทางหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กม. มูลค่าโครงการ 10,301 ล้านบาท

สำหรับแผน Action Plan ปี 60 จะประกอบด้วยโครงการรถไฟทางคู่ (ระยะที่ 2) จำนวน 7 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กม. 2.ชุมทางจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 309 กม. 3.ขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 174 กม. 4.ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 167 กม. 5.สุราษฎร์ธานี-สงขลา ระยะทาง 339 กม. 6.หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. และ 7.เด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 217 กม.

นอกจากนี้ ยังมีรถไฟทางคู่เส้นใหม่ 2 เส้นทาง ได้แก่ สายเด่นชัย-เชียงของ ระยะทาง 326 กม. และ บ้านไผ่-มุกดาหาร รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ, รถไฟฟ้าสายน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4,รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต-ลำลูกกา และช่วงสมุทรปราการ-บางปู และ โครงการทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) เส้นทางนครปฐม-ชะอำ, ทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ด้านตะวันตก) ระยะทาง 16.92 กม. และโครงการปรับปรุงและขยายท่าอากาศยานในภูมิภาค.

 

วันออมแห่งชาติ แบงก์ออมสิน แจกกระปุก ร.9 ครองราชย์ 70 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ต.ค. 2559 09:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769336

 

คนแห่ฝากเงิน-เปิดบัญชีใหม่ เนื่องในวันออมแห่งชาติ ที่ธนาคารออมสิน ได้รับแจกกระปุก เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ครองราชย์ 70 ปี …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากวันที่ 31 ตุลาคม ถือเป็นวันออมแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีนิสัยรักการออม และปลูกฝังให้ตระหนักถึงประโยชน์ของการเก็บออมเงิน ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานให้ธนาคารออมสิน เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2559 ว่า “การประหยัดอดออม เป็นรากฐานในการสร้างตัว สร้างฐานะของบุคคล ตลอดจนความเจริญมั่นคงของสังคมและชาติบ้านเมือง…….”  ธนาคารออมสิน จัดทำ “กระปุกออมสินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครองราชย์ 70 ปี”


มาเข้าคิวรอกันตั้งแต่เช้า

ทั้งนี้ กระปุกออมสินดังกล่าว จะแจกให้เฉพาะผู้ที่เปิดบัญชีใหม่ หรือฝากเงินด้วยตนเอง ตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป 1 บุคคลต่อ 1 ใบเท่านั้น ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ และทุกสาขาทั่วประเทศ.

เอไอเอสไม่ได้ใหญ่รายเดียว 7-11 ขอขึ้นค่ามาร์จิ้นให้เท่าเทียมกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ต.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769047

 

ปม 7-11 เขี่ยเอไอเอสออกจากร้าน ขอขึ้นมาร์จิ้นจาก 5 เป็น 7% ระบุเอไอเอสไม่ใช่รายใหญ่รายเดียวอีกต่อไปเหมือนเมื่อก่อน รายอื่นก็ใหญ่เหมือนกัน ด้านกสทช.พร้อมเป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ไม่สามารถใช้อำนาจสั่งการได้ ปล่อยเป็นไปตามกลไกตลาด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า รับทราบเรื่องการยุติการขายและให้บริการบัตรเติมเงินวันทูคอลของเอไอเอสในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) แล้ว และแม้ปัญหาดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวก แต่เนื่องจากเป็นเรื่องทางธุรกิจระหว่าง 2 บริษัท ทาง กสทช.จึงไม่มีอำนาจที่จะไปก้าวล่วงและเห็นว่าไม่ควรจะไปก้าวล่วงด้วย

“สำนักงาน กสทช.พิจารณาเรื่องนี้โดยละเอียดแล้ว พบว่าเป็นเรื่องทางการตลาดระหว่าง 2 บริษัท ซึ่งเจรจากันไม่ลงตัว เรื่องนี้ กสทช.ไม่มีอำนาจและไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ปล่อยให้เป็นเรื่องของการตลาด”

อย่างไรก็ตาม กสทช.ได้รับการแจ้งอย่างไม่เป็นทางการจากบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งแม้จะเป็นคนละบริษัทกับร้าน 7-11 แต่อยู่ในเครือ ซี.พี. เหมือนกัน โดยทรูชี้แจงว่า เอไอเอสไม่ยินยอมที่จะจ่ายค่าผลตอบแทนในการขาย (มาร์จิ้น) บัตรเติมเงินวันทูคอลเพิ่ม ทำให้ 7-11 ตัดสินใจยกเลิกการวางจำหน่าย

โดยมาร์จิ้นที่เรียกเก็บจากการขายวันทูคอลนั้น เอไอเอสจ่ายในสัดส่วนที่น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับดีแทคและทรูมูฟเอช แต่ขณะนี้ 7-11 มีนโยบายที่จะจัดเก็บในอัตราที่เท่ากัน โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้ การที่เอไอเอสได้ส่วนลดมากกว่ารายอื่น เพราะบัตรเติมเงินวันทูคอลมียอดจำหน่ายมากที่สุด แต่ปัจจุบันทุกค่ายมียอดจำหน่ายที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากดีแทคและทรู ให้ชำระเงินสำหรับลูกค้าระบบรายเดือน (โพสต์เพด) ด้วย แต่เอไอเอสขายเฉพาะบัตรเติมเงิน (พรีเพด) อย่างเดียว ทำให้สัดส่วนรายได้จาก 3 ค่ายมือถือในปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้เคียงกันแล้ว จึงเห็นควรยกเลิกส่วนลดดังกล่าวเสียที เพื่อให้จ่ายผลตอบแทนให้เท่าเทียมกัน แต่เมื่อเอไอเอสไม่ตกลง ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

“เรื่องนี้เป็นเรื่องทางธุรกิจ ไม่เกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าบริการที่จะทำให้ลูกค้าเดือดร้อน แต่แน่นอนการที่ร้าน 7-11 ไม่ขายบัตรเติมเงินวันทูคอลนั้น ทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจาก 7-11 มีสาขาครอบคลุมกว่า 9,000 สาขา จึงได้ให้นโยบายแก่รองเลขาธิการ กสทช.ด้านโทรคมนาคมไปแล้วว่า หากทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการช่วยเจรจา ไกล่เกลี่ยให้ตกลงกันได้ ก็จะเป็นเรื่องดี แต่ก็คงต้องรอดูท่าทีจากเอไอเอสก่อน ว่าต้องการให้ กสทช.เข้าไปช่วยเป็นตัวกลางหรือไม่ เนื่องจากได้รับการชี้แจงจากทางทรู ในฐานะ 7-11 แต่ฝ่ายเดียว ทางเอไอเอสยังเงียบเฉยอยู่”

ทั้งนี้เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา 7-11 ได้ยุติการขายและให้บริการเติมเงินวันทูคอล สำหรับลูกค้าเอไอเอส หลังจากที่ได้แจ้งเอไอเอสว่าจะขอปรับขึ้นค่าผลตอบแทนในการขาย (มาร์จิ้น) จาก 5% เป็น 7% ให้เท่ากับที่เก็บจากดีแทค 6+1% และทรูมูฟเอช 7% แต่ทางเอไอเอสไม่ตกลงและขอเวลาในการเจรจาร่วมกันก่อน ทำให้เซเว่นฯ ตัดสินใจยุติการสั่งซื้อบัตรเติมเงินวันทูคอลทันที แม้ว่าในแต่ละปีร้านเซเว่นฯ จะมีรายได้จากการให้บริการเติมเงินแก่ลูกค้าวันทูคอลถึงปีละ 1,000-1,200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ล่าสุดปรากฏว่าตู้บุญเติมที่อยู่หน้าร้านเซเว่นฯ ได้เปิดตัวโปรโมชั่นเติมเงินวันทูคอล 50 บาทขึ้นไปจะได้รับการยกเว้นค่าบริการทันที จากปกติลูกค้าที่เติมเงินวันทูคอลผ่านตู้บุญเติมหน้าร้านเซเว่นฯนั้น หากเติม 50 บาท จะต้องเสียค่าบริการ 3 บาทเสมอ ซึ่งโปรโมชั่นดังกล่าวเป็นการทำร่วมกันระหว่างเอไอเอสและตู้บุญเติม โดยเอไอเอสกำลังทยอยเปิดตัวโปรโมชั่นที่ทำร่วมกับช่องทางจำหน่ายอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าวันทูคอล.

ข่าวเกี่ยวข้อง

กสทช. เผย ยังไม่มีลูกค้าได้รับผลกระทบ หลัง เซเว่นเลิกขาย ‘วัน-ทู-คอล’

7-11 ทิ้งเอไอเอสสูญพันล้าน

 

ข้าวโพดดิ่งเหลือโลละ 3บาท พาณิชย์ล้มเหลวโรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่รับซื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ต.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769056

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาข้าวโพดฝักที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 3.00-3.50 บาท ขณะที่ข้าวโพดเมล็ดแห้ง กก.ละ 6 บาท ต่ำกว่าราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์รับซื้อที่ กก.ละ 8 บาท โดยสาเหตุที่ราคาลดลงเพราะลานข้าวโพดและโรงงานอาหารสัตว์ไม่เปิดรับซื้อ ทำให้ผลผลิตข้าวโพดตกค้างอยู่ในไร่จำนวนมาก ทั้งๆที่ครบกำหนดเก็บเกี่ยวแล้ว ส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อนอย่างหนัก

สำหรับสาเหตุที่ลานรับซื้อไม่เปิดรับซื้อ เพราะผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่ยอมรับซื้อ ทั้งการรับซื้อจากลาน และการรับซื้อโดยตรงจากเกษตรกร โดยผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้เหตุผลว่า ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้อีกต่อไป เพราะราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้รับซื้อที่ กก.ละ 8 บาทนั้น เป็นราคาที่สูงเกินไป

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าสาเหตุที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่รับซื้อข้าวโพดในประเทศ เพราะได้นำเข้าข้าวสาลี และกากข้าวโพด มาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียภาษีนำเข้าแต่อย่างใด ทำให้ราคานำเข้าสินค้าทั้ง 2 ชนิด ถูกกว่าราคารับซื้อข้าวโพดภายในประเทศ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังมีการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้กระทรวงพาณิชย์จะขอความร่วมมือให้ชะลอการนำเข้าในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาด หรือในช่วงประมาณเดือน ต.ค.-ก.พ.ก็ตาม ทั้งนี้ คาดว่าในปี 59 จะมีการนำเข้าข้าวสาลีสูงถึง 5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่นำเข้า 3.46 ล้านตัน และกากข้าวโพด ขณะนี้นำเข้ามาแล้วกว่า 400,000ตัน คาดว่าทั้งปีจะนำเข้ามากกว่านี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค.59 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ได้เชิญผู้ผลิตอาหารสัตว์และตัวแทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยมาหารือเพื่อประเมินสถานการณ์ และหามาตรการแก้ไขปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำเพิ่มเติม จากมาตรการที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ คือ การกำหนดให้ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องแจ้งปริมาณการนำเข้า สถานที่เก็บ และราคานำเข้า ต่อกรมการค้าภายใน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้.

 

“พีดีเฮ้าส์” จัดหนักปลุกรับสร้างบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/769051

 

นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า ความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังผ่านช่วงฤดูฝนและเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ประกอบกับในช่วงนี้บริษัทได้จัดกิจกรรมการตลาดและกระตุ้นการตัดสินใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกผลิตภัณฑ์และแบบบ้านใหม่ๆ, การปรับราคาบ้าน, การใช้สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในสิ่งพิมพ์และออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้อีเวนต์มาร์เกตติ้ง จัดบูธโรดโชว์ทั้งในเขตปริมณฑลและต่างจังหวัด ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้าเป็นที่น่าพอใจและมียอดขายเพิ่มขึ้นทันที

“ความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2-3 ที่ผ่านมา นับเป็นสัญญาณบวกหรือแนวโน้มที่ดีสำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านที่น่าจะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ และน่าจะต่อเนื่องไปถึงช่วงต้นปี 2560”

สำหรับไตรมาส 4 ปีนี้ ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในแง่การแข่งขันของผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ดูยังไม่สดใสและคึกคักเท่าที่ควร สาเหตุหลักอาจเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ซึมยาว ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความระมัดระวังในการลงทุนและบริหารต้นทุนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพีดีเฮ้าส์จัดโปรโมชั่น “พีดีเฮ้าส์จัดให้จัดเต็ม” เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและคืนกำไรให้ลูกค้า ที่ตัดสินใจจองปลูกสร้างบ้านในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ จะได้รับส่วนลดเงินจองสูงสุด 200,000 บาท ทันทีพร้อมแถมฟรีโทรศัพท์มือถือ iPhone 7 ถังเก็บน้ำพร้อมปั๊มน้ำ และอัพเกรดวัสดุคุณภาพอีกมากมาย ทั้งนี้ สำหรับในไตรมาส 4 นี้บริษัท ตั้งเป้ายอดขายไว้ 400 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปี 2559 จะสามารถทำยอดรวมได้ 1,200 ล้านบาท.

 

คนแน่นนั่งรถฟรีที่เมืองทองฯ ไปพระบรมมหาราชวัง-ตจว. เข้ากทม. กว่า 2แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ต.ค. 2559 18:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/768822

 

“อาคม” ตรวจจุดชัตเติลบัสรับส่งฟรีที่เมืองทองธานี เผย คนใช้บริการจำนวนมาก เพราะมีที่จอดรถส่วนตัวรองรับ พร้อมนั่งชัตเติลบัสไปสนามหลวง ขณะที่ ข้อมูลประชาชนเดินทางเข้ากทม. เฉพาะ 29 ต.ค.มีคน มีกว่า 2 แสนคน…

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 ต.ค. 59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และ นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 7 ขสมก. เดินทางมาตรวจจุดชัตเติลบัสที่ให้บริการประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง บริเวณหน้าอาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้บริการเต็มเกือบทุกเที่ยวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วงเช้า


จากนั้น นำคณะไปตรวจจุดให้บริการพักรถสำหรับคณะที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเป็นกลุ่มใหญ่จากต่างจังหวัด ที่ลานเลคไซด์ 2 ริมทะเลสาบเมืองทองธานี นายอาคม เผยว่า การให้บริการของชัทเทิลบัสที่จุดเมืองทองธานี มีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก และมีที่จอดรถรองรับ ซึ่งสะดวกสบายสำหรับผู้ที่นำรถยนต์ส่วนตัวมา ต่อมา นายอาคม ทดลองนั่งชัตเติลบัสเดินทางไปกับประชาชนจากเมืองทองธานี ไปท้องสนามหลวง


รมว.คมนาคม นั่งรถรับส่งฟรีไปสนามหลวง

มีรายงานว่า กระทรวงคมนาคมได้รวบรวมข้อมูลประชาชนที่เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เฉพาะวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา มีคนเดินทางโดยรถไฟมากถึง 106,956 คน โดยรถไฟ 276 ขบวน เดินทางด้วยรถ บขส. รถร่วมบริการ และรถตู้โดยสาร รวมแล้วกว่า 15,000 เที่ยว ผู้โดยสารกว่า 2 แสนคน

ในกรุงเทพมหานคร ขสมก.ให้บริการในเส้นทางปกติ 25 เส้นทาง เพียงวันเดียวมีประชาชนใช้บริการมากกว่า 430,000 คน มีรถให้บริการกว่า 4,700 เที่ยว และชัตเติลบัสให้บริการฟรี 17 เส้นทาง มีรถให้บริการ 223 คัน รวมแล้วกว่า 2,300 เที่ยววิ่ง มีผู้โดยสารใช้บริการรวมกว่า 120,000 คน เรือคลองแสนแสบผ่านฟ้า-ประตูน้ำ และ เรือด่วนเจ้าพระยา รวมทั้งเรือข้ามฟาก มีผู้ใช้บริการรวม 60,000 คน.

 

2 พ.ย. เปิดขายสลากออมสินพิเศษ 5 ปี หน่วยละ 100 ดอกเบี้ย 5 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ต.ค. 2559 15:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/768731

 

แบงก์ออมสิน ถือโอกาสในวันออมแห่งชาติปีนี้ เปิดขายสลากพิเศษ 5 ปี หน่วยละ 100 บาท ดอกเบี้ย 5 บาท รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 5 ล้าน เริ่ม 2 พ.ย. พร้อมออกเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 8 เดือน ดอก 1.30% ต่อปี…

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า วันออมแห่งชาติ วันที่ 31 ต.ค. 2559 นี้ ธนาคารออมสินได้ออกสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ดอกเบี้ย 5 บาท โดยปรับปรุงเงื่อนไข เงินรางวัล จำนวนรางวัล รวมถึงอัตราผลตอบแทนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด ซึ่งสามารถลุ้นสลากออมสิน รวมถึงดอกเบี้ยเงินฝาก และรางวัล จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับผู้ฝากที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยจะเปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2559 นี้เป็นต้นไป

สำหรับเงินฝากสลากออมสินพิเศษ งวดใหม่นี้ จะเป็นงวดที่ 508 อายุสลาก 5 ปี รับฝากหน่วยละ 100 บาท โดยธนาคารฯ กำหนดดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฝาก เมื่อฝากครบ 5 ปี ได้รับดอกเบี้ย หน่วยละ 5 บาท ฝากครบ 4 ปี แต่ไม่ครบ 5 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 2.50 บาท ฝากครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 4 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 1.50 บาท ฝากครบ 2 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.75 บาท ฝากครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 2 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.25 บาท และฝากครบ 3 เดือน แต่ไม่ครบ 1 ปี จะไม่ได้รับดอกเบี้ย แต่ถ้าหากผู้ฝากไถ่ถอนสลากก่อนครบ 3 เดือน จะถูกหักส่วนลดหน่วยละ 2 บาท

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์มากมาย โดยสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้กับธนาคารออมสินได้ ร้อยละ 95 ของมูลค่าสลาก สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กันได้ และใช้เป็นหลักประกันการออกหนังสือค้ำประกัน ขณะเดียวกัน ผู้ฝากจะมีสิทธิลุ้นถูกรางวัลจากการออกรางวัลเลขสลาก ทุกวันที่ 1 ของเดือน ยกเว้นเดือน ม.ค. ออกรางวัลวันที่ 30 ธ.ค. และเดือน พ.ค. ออกรางวัลวันที่ 2 พ.ค. เป็นเวลา 60 เดือนติดต่อกัน รวม 60 ครั้ง โดยมีรางวัลสูงสุด รางวัลที่ 1 มูลค่าเงินรางวัล 5 ล้านบาท จำนวน 3 รางวัล รางวัลที่ 2-5 และยังมีรางวัลเลขท้าย 6 ตัว รางวัลเลขท้าย 5 ตัว และรางวัลเลขท้าย 4 ตัว

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการออมในวันออมแห่งชาติปีนี้ ยังได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากอีก 1 ประเภท คือ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 8 เดือน ระยะเวลารับฝาก 8 เดือน อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1.30 ต่อปี เปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2559 โดยเงินฝากประเภทนี้ เปิดรับฝากทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลทุกประเภท แต่สำหรับผู้ฝากบุคคลธรรมดา ได้รับยกเว้นภาษี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันจากยอดเงินฝาก ถอนก่อนครบกำหนดจำนวนเงินที่ถอน จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียก.

 

สนามบินภูเก็ต เตรียมปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 พ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ต.ค. 2559 16:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767981

 

ท่าอากาศยานภูเก็ต เตรียมดำเนินการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 1 พ.ย. นี้ เผย เป็นการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค-สิ่งอำนวยความสะดวก ให้สอดคล้องกับกายภาพอาคาร พร้อมเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร-เที่ยวบิน …

วันที่ 29 ต.ค.59 นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้เปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ย.59 แล้วนั้น ขณะนี้ ท่าอากาศยานภูเก็ตได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิม ให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินภายในประเทศ โดยการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศนั้นได้กำหนดกรอบระยะเวลา การดำเนินงานจำนวน 330 วัน ซึ่งแนวทางการปรับปรุงได้แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 เป็นการปิดปรับปรุงในส่วนของผู้โดยภายในประเทศชั้นที่ 1,2 และ 3 (ทิศใต้) จะใช้เวลาจำนวน 236 วันโดยแบ่งออกเป็น งานปรับปรุงงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมพื้นที่รวม และงานระบบประกอบอาคาร

ระยะที่ 2 เป็นการปิดปรับปรุงในส่วนของผู้โดยสารระหว่างประเทศชั้นที่ 1,2 และ 3 (ทิศเหนือ) จะใช้เวลาจำนวน 150 วัน และ Commissioning ทุกระบบจำนวน 20 วัน โดยแบ่งออกเป็น งานปรับปรุงงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรมพื้นที่รวม และงานระบบประกอบอาคาร

สำหรับการดำเนินการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมนั้น จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งการดำเนินการปรับปรุงดังกล่าวจะเป็นการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคาร รวมไปถึงการจัดสรรพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้สอดคล้องกับกายภาพอาคาร นอกจากการปรับปรุงตัวอาคารผู้โดยสารแล้วนั้น ท่าอากาศยานภูเก็ตได้มีการกำหนดมาตรการการรักษาความปลอดภัย และจัดระบบการจราจรต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน ซึ่งจะส่งผลให้เส้นทางการเดินทางเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต มีการเปลี่ยนแปลง


นางมนฤดี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการนี้ท่าอากาศยานภูเก็ตได้มีการกำหนดแนวทาง ในการประชาสัมพันธ์การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมแก่ผู้โดยสารและผู้ที่มาใช้บริการ โดยได้มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สายการบิน หน่วยงานราชการ และผู้ประกอบการที่ปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต รวมไปถึงการประสานงานไปยัง ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)(ทอท.) เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ของ ทอท. (www.airportthai.co.th) และ Facebook ของ ทอท. (AOT Offcial)

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และผู้ที่มาใช้บริการ ท่าอากาศยานภูเก็ตด้วยการจัดทำป้ายบอกเส้นทางจากทางหลวงหมายเลข 4031 ที่จะนำเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

 

คมนาคม ตรวจจุดท่าเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ห่วงความปลอดภัย ปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/767907

29 ต.ค. 2559 14:20

คมนาคม ตรวจจุดท่าเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ห่วงความปลอดภัย ปชช.

29 ต.ค. 2559 14:20

คมนาคม ขอความร่วมมือ ปชช. ทยอยขึ้นเรือโดยสารข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีผู้ใช้บริการหนาแน่น ขณะที่ รักษาราชการ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจจุดสำคัญที่คาดว่าจะมี ปชช. เดินทางจำนวนมาก แนะผู้ที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพ เลี่ยงใช้สะพานพระปิ่นเกล้า …

วันที่ 29 ต.ค.59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะกรมเจ้าท่า ได้สำรวจพื้นท่าเรือโดยสารข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของท่าเรือสาทร เนื่องจากมีประชาชนรอใช้บริการหนาแน่น จึงขอความร่วมมือให้ทยอยขึ้นเรือด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ด้าน พลตำรวจโทวิทยา ประยงค์พันธุ์ รักษาราชการผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลด้านการจราจร ลงพื้นที่ตรวจจุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณแยกอรุณอมรินทร์ ถึงแยกผ่านพิภพลีลา ซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้าย ที่คาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากใช้เส้นทางดังกล่าว และจากฝั่งธนบุรีสามารถเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง ได้ใกล้ที่สุด พร้อมแนะนำผู้ที่จะมากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้หลีกเลี่ยงใช้สะพานพระปิ่นเกล้า เนื่องจากเป็นจุดรับ-ส่ง ประชาชนข้ามไปเท่านั้น

สำหรับผู้ใช้รถทั่วไปที่จะข้ามไปฝั่งธนบุรี แนะนำให้ใช้เส้นทางสะพานพระราม 8 สะพานสาทร หรือ สะพานพระราม 7 แทน

หนุนตั้งโรงงานยาหวังคนไทยแข็งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ต.ค. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767562

 

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยในงานสัมมนา เรื่องหลักเกณฑ์ใหม่ที่ผู้ประกอบการพึงรับรู้ ที่จัดโดยสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน โดยมีบริษัทผู้ผลิตยาของไทยเข้าร่วมงาน 400 ราย ว่า หลังจากที่บีโอไอได้ให้การส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการผลิตยาและสารออกฤทธิ์สำคัญในยาเพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิตยาของไทย พร้อมและสามารถปรับตัวให้ได้ตามมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) โดยเฉพาะในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2555-2559) ปรากฏว่า มีอุตสาหกรรมการผลิตยาที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 54 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 19,621 ล้านบาท ถือว่ามีจำนวนไม่มากนัก ทั้งนี้ในปัจจุบัน รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (เมดิคัล ฮับ) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีโอไอ จึงเห็นชอบให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่กิจการผลิตยา และกิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของคนในประเทศ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงยา

“บีโอไอได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่โครงการลงทุนในกลุ่มกิจการผลิตยา ซึ่งก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ปี 2558 กิจการผลิตยาไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ก็จะเปลี่ยนเป็นให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี และหากโครงการใดยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2560 จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปีเพื่อสนับสนุนให้ยกระดับมาตรฐานการผลิตยา และสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพแก่คนไทย”.