สศค.มองแง่ดีเศรษฐกิจยังมีหวัง คงคาดการณ์จีดีพีปีนี้โต 3.3% รอปีหน้าฟ้าใหม่ลงทุนหนุนส่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ต.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767561

 

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 3.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยมีช่วงคาดการณ์ระหว่าง 3.0-3.5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ขยายตัว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐบาล ประกอบกับการเบิกจ่ายภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งทางถนน และโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งในระยะเร่งด่วน

นอกจากนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ที่ดีขึ้นยังเกิดจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวมีรายได้สูงขึ้น ด้านการบริโภคภาคเอกชนก็มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้และการจ้างงานในภาคบริการที่ขยายตัวดี ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีก่อนเช่นกันเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และการลงทุนภาครัฐในโครงการสำคัญต่างๆ มีความก้าวหน้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกยังคงหดตัว

ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 2560 สศค.คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.9-3.9% โดยได้รับแรงส่งของการใช้จ่ายภาครัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 อาทิ โครงการรถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าในเขตเมือง นอกจากนี้ ยังมีงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เร่งรัดเบิกจ่ายมากขึ้น โดยคาดว่างบลงทุนภาครัฐในปีหน้า จะมีมากถึง 1.02 ล้านล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มรายได้เกษตรกรที่ปรับตัวดีขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกคาดว่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัว.

 

เปิดวัดพระแก้ว 1 พ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ต.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767557

 

นางสาววรรณศิริ โมรากุล เปิดเผยภายหลังประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว การให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรม มหาราชวัง (วัดพระแก้ว) ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 59 เป็นต้นไป จะเปิดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวังเป็นรายวัน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมผ่านประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. ส่วนคนไทยที่จะเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง ให้เข้าผ่านประตูมณีนพรัตน์ เบื้องต้นกำหนดเวลา 08.00-21.00 น. โดยกรมการท่องเที่ยว เลขาธิการสำนักพระราชวัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเข้าทำการสำรวจพื้นที่จริง ในสถานการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจริงในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ด้วย เพื่อสามารถประเมินได้ว่า จะกำหนดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้วันละกี่รอบ รอบละกี่คน และระหว่างรอบใช้เวลากี่นาที

“ที่ประชุมได้พูดคุยกันถึงความเป็นได้ว่า น่าจะรอบละ 30 นาที ถึง 45 นาที ส่วนจะใช้เวลาเท่าใดนั้นต้องรอดูบรรยากาศวันจริง เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการจัดเยี่ยมชมวัดพระแก้ว ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวสูงกว่า 20,000 กว่าคนต่อวัน ส่วนระยะเวลาก็คุยกันว่า ถ้าเป็น 30 นาทีต่อรอบ จะเร็วไปหรือไม่ นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่สามารถซึมซับบรรยากาศได้เต็มที่ แต่ถ้าเป็น 45 นาทีต่อรอบตามที่บริษัททัวร์ได้เคยเก็บข้อมูลไว้ ก็จะนานไป จนอาจทำให้จำนวนรอบน้อยลง แต่สุดท้ายแล้วต้องรอประเมินจากสถานการณ์จริงอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้”.

 

จับตาหวั่นหวัดนกระบาด เกษตรฯเตือนปลายฝนต้นหนาวน่ากลัวสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767556

 

(ภาพ : REUTERS)

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) รายงานเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 59 ว่า มีการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง (H5N1) ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งทำให้สัตว์ป่วยจำนวน 500 ตัว ตายจำนวน 300 ตัว จากทั้งหมด 800 ตัว กระทรวงเกษตรฯมีความเป็นห่วงอยากให้เกษตรกรให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพสัตว์ปีก และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระยะนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน บางพื้นที่มีน้ำท่วมขังและเปียกชื้น ส่งผลต่อสุขภาพสัตว์โดยตรง ทำให้สัตว์ปีกอ่อนแอ มีภูมิคุ้มกันต่ำ และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ

ดังนั้น เกษตรกรควรดูแลการจัดการโรงเรือน ให้มีหลังคาป้องกันฝน ลม ได้เป็นอย่างดี มีวัสดุปูรองโรงเรือน จัดเตรียมเวชภัณฑ์ต่างๆให้เพียงพอ ทำความสะอาดโรงเรือนและพ่นทำลายเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงป้องกันโรคเข้าสู่ฟาร์มหรือโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก โดยการงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคในสัตว์ปีก รวมถึงงดให้บุคคลภายนอกเข้าไปในฟาร์ม หากเป็นโรงเรือนแบบเปิดจะต้องมีตาข่ายป้องกันสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค เช่น นก หนู แมว ฯลฯ และห้ามยานพาหนะทุกชนิดเข้าไปในฟาร์มโดยเด็ดขาด หากมีความจำเป็นต้องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและเลือกซื้ออาหารสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้ามาในฟาร์ม

ด้านนายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ทำให้อากาศเย็นลง และมีความชื้นสูง เกษตรกรที่ปลูกหม่อนนั้นต้องระวังโรคราสนิม ซึ่งเกิดจากเชื้อราและมักแพร่กระจายไปกับฝนและลม จึงอยากเตือนให้เกษตรกรที่ปลูกหม่อนหมั่นสังเกตความผิดปกติของใบหม่อน.

 

เตือนรถตู้โดยสาร กทม.-ตจว. ไม่เข้าสถานีขนส่ง 3 แห่ง ระวังโทษปรับหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ต.ค. 2559 01:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767551

 

แฟ้มภาพ

กรมขนส่งฯ ประชุมคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสาร กำหนดแนวทางทำงาน ปรับแผนรองรับประชาชน ย้ำ รถตู้ กทม.-ต่างจังหวัด ต้องเข้าใช้สถานีขนส่งฯทั้ง 3 แห่ง หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด ทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ ผิดซ้ำเพิกถอนใบอนุญาตเดินรถ…

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. มีการประชุมร่วมคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ ประกอบด้วยคณะกรรมการ 6 ฝ่าย ได้แก่ ผู้แทนจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.), ผู้แทนกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และกรมการขนส่งทางบก พร้อมคณะทำงานย่อย 3 คณะ ผู้แทนจากกรุงเทพมหานครและผู้แทนจากกรมทางหลวง เพื่อติดตามผลการดำเนินการและกำหนดแนวทางในการปรับปรุงการปฏิบัติงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ ระยะที่ 3 หลังจากย้ายจุดจอดรถตู้โดยสารสาธารณะ หมวด 2 เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งจตุจักร (หมอชิต), สถานีขนส่งสายใต้ (ปิ่นเกล้า) และสถานีขนส่งเอกมัย ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ทุกหน่วยงานได้ติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยสุด อันจะนำไปสู่การจัดระเบียบเพื่อประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป อาทิ เร่งดำเนินการบริหารจัดการเดินรถ Shuttle Bus (รถเมล์แอร์) ให้เพียงพอต่อความต้องการในทุกเส้นทาง กำหนดตารางการเดินรถให้เหมาะสม จัดรถเสริมอย่างไม่ล่าช้า ไม่ขาดช่วง ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมโดยรอบสถานี อาทิ ทางเข้า-ออกรถ ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง ห้องน้ำ จุดพักคอยของผู้โดยสาร ให้เน้นมาตรการอำนวยความสะดวก สะอาด และปลอดภัยสูงสุด และให้ประชาสัมพันธ์การให้บริการ Shuttle Bus ในทุกจุดบริการ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบและสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนการปรับซ่อมผิวทางเข้า-ออก จุดจอดรถตู้ ที่ชำรุดไม่สะดวก ได้รับความร่วมมือจากกรมทางหลวง รวมถึงการจัดทำป้ายแนะนำเส้นทางมายังสถานีทั้ง 3 แห่งด้วย

ทั้งนี้ คณะทำงานฯ จะประชุมประเมินผลติดตามสถานการณ์วันต่อวัน เพื่อเสริมแผนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อความสะดวกของผู้โดยสารเป็นที่ตั้ง โดยให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการประเมินมายังคณะทำงานฯ ทั้ง 6 ฝ่าย ทราบอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการบังคับใช้กฎหมายให้ดำเนินการมาตรการลงโทษกับผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาดจริงจัง หากพบผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 ฝ่าฝืนไม่นำรถตู้เข้าใช้สถานีทั้ง 3 แห่ง มีความผิดทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการขนส่ง โดยตามมติของคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ พนักงานขับรถปรับ 5,000-20,000 บาท ผู้ประกอบการปรับสูงสุด 50,000 บาท และหากพบการกระทำผิดซ้ำซาก จะพิจารณาเพิกถอนรถออกจากบัญชีประกอบการและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเดินรถ รวมถึงเข้มงวดตรวจจับรถตู้ป้ายดำที่ฉวยโอกาสช่วงการจัดระเบียบแอบเข้ามารับผู้โดยสารที่อนุสาวรีย์ชัยฯ อย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามในช่วงแรก ทุกหน่วยงานต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารรับทราบและเข้าใจว่าการจัดระเบียบย้ายเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของผู้โดยสาร และเพื่อส่งเสริมการใช้รถโดยสารสาธารณะอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลการให้บริการจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด แก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล และช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เขตเมืองของกรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นการยกระดับการให้บริการให้มีมาตรฐาน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดการเดินทาง หรือร้องเรียนปัญหาจากการใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

รฟม.-แอร์พอร์ตลิงก์ พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชน ถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2559 23:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767486

 

รฟม. อำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางโดยรถไฟฟ้า ถวายสักการะพระบรมศพ 29-30 ต.ค. พร้อมขยายเวลาเดินรถจากเที่ยงคืน เป็นตี 2 หากมีผู้โดยสารตกค้าง ขณะที่ แอร์พอร์ตลิงก์ ปรับเดินรถ เพิ่มความถี่บริการทุก 12 นาที…

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัยแก่ประชาชนที่จะเดินทางไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 ต.ค. 2559 เป็นต้นไป ในระหว่างเวลา 08.00-21.00 น. นั้นนายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 29-30 ต.ค. 2559 นี้ เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แรก ที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพ จึงจะส่งผลให้มีผู้เดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า MRT เป็นจำนวนมาก

ในการนี้ รฟม. ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคลและสายฉลองรัชธรรม ได้เตรียมแผนรองรับเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ดังนี้ 1. ปรับเพิ่มจำนวนรถไฟฟ้า เพื่อรองรับผู้โดยสารให้เพียงพอตลอดเวลา โดยจะจัดรถไฟฟ้าเพิ่ม เมื่อมีผู้โดยสารที่สถานีหนาแน่นมากกว่าปกติ 2. เพิ่มขยายเวลาการเดินรถจากเวลา 24.00 น. ไปถึงเวลา 02.00 น. หากยังมีผู้โดยสารตกค้างจากสนามหลวง 3. จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสาร อีกทั้งได้จัดโต๊ะขายเหรียญเพิ่ม 5 จุด จากเดิมที่มีช่องขายเหรียญที่ห้องขายจำนวน 5 ช่อง และเครื่องขายเหรียญอัตโนมัติจำนวน 5 เครื่อง เพื่อรองรับผู้โดยสารอย่างเพียงพอ 4. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือปฐมพยาบาล หากมีผู้โดยสารเจ็บป่วยหรือเป็นลมจากการเดินทาง 5. กำชับ BEM ให้เตรียมความพร้อมในการให้บริการทั้งในเรื่องความสะดวกในสถานีและความพร้อมของตัวรถไฟฟ้าทุกขบวน

ทั้งนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้แนะนำการเดินทางไปยังสนามหลวงจากระบบรถไฟฟ้า MRT ด้วยรถ Shuttle Bus ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งให้บริการฟรี ดังนี้ (1) จากสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ทางออกที่ 2 สามารถนั่ง Shuttle Bus ไปยังหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จุดจอดรถ ขสมก. จุดที่ 2 (2) จากสถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ สามารถนั่ง Shuttle Bus ไปต่อเรือที่ท่าเรือเขียวไข่กา เพื่อไปยังท่าเรือปิ่นเกล้า ตั้งแต่เวลา 09.30-15.00 น.

ในส่วนของประชาชนที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล รฟม. มีอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) รองรับจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรสถานีลาดพร้าว อาคารจอดแล้วจร สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อาคารจอดแล้วจร สถานีคลองบางไผ่ อาคารจอดแล้วจร สถานีสามแยกบางใหญ่ อาคารจอดแล้วจร สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ อาคารจอดแล้วจร สถานีแยกนนทบุรี 1 ซึ่งประชาชนสามารถนำรถมาจอดได้โดยไม่เสียค่าบริการ ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 01.00 น.

นอกจากนี้ ประชาชนที่มีความประสงค์ร่วมลงนามแสดงความอาลัย รฟม. ได้จัดเตรียมสถานที่ลงนามไว้ ณ ชั้นออกบัตรโดยสารของสถานีรถไฟฟ้า 4 แห่ง ประกอบด้วย สถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง สถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมฯ สถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ ของรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสถานีรถไฟฟ้าเตาปูน ของรถไฟฟ้า MRT สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง)

แอร์พอร์ตลิงก์ เพิ่มความถี่ให้บริการทุก 12 นาที

ขณะที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยนายประเสริฐ อัตตะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปร่วมกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร์ จักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ช่วงวันเสาร์ และอาทิตย์ ที่ 29-30 ต.ค. 2559 จึงปรับเปลี่ยนตารางเวลาเดินรถในช่วงวันหยุดให้ถี่ขึ้น จากเดิมที่จะมีรถไฟฟ้าคอยให้บริการทุก 15 นาที จะปรับให้ถี่ขึ้นโดยจะมีรถไฟฟ้าคอยให้บริการทุก 12 นาที

ทั้งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น.-24.00 น. โดยในช่วงเวลาที่มีผู้โดยต้องการใช้บริการเป็นจำนวนมาก ศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟฟ้าของบริษัทฯ จะนำรถไฟเสริม 2 ขบวน ขึ้นมาเตรียมพร้อมให้บริการในระบบรถไฟฟ้าได้ตลอด ซึ่งรถไฟฟ้าเสริม 2 ขบวนนี้ จะจอดรอพร้อมที่จะให้บริการอยู่ที่สถานีมักกะสัน และสถานีสุวรรณภูมิ

สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปร่วมกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถโดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาลงที่สถานีมักกะสันได้ โดยกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกับบริษัทฯ และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดเตรียมรถ Shuttle Bus ไว้คอยบริการรับ-ส่ง ฟรี ในเส้นทาง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน-สนามหลวง ซึ่งจะมีรถ Shuttle Bus คอยให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น.-24.00 น.

 

ก.ท่องเที่ยว บูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมรองรับนทท. เข้าชมพระบรมมหาราชวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2559 21:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767351

 

กระทรวงท่องเที่ยวฯ บูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย-ต่างชาติ หลั่งไหลเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ เน้นย้ำ การเปิดเข้าชมต้องไม่กระทบต่องานพระราชพิธี-พสกนิกรชาวไทยที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย …

วันที่ 28 ต.ค.59 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชิญหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักพระราชวัง ตำรวจนครบาล กรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร สมาคมมัคคุเทศก์ สมาคมโรงแรมสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย. 59 โดยผู้แทนสำนักพระราชวัง ได้ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตนของนักท่องเที่ยวมัคคุเทศก์, ระบบการจองบัตร, จัดทำแนวทางอบรมมัคคุเทศก์ รวมทั้งจัดทำเส้นทางการนำเที่ยวให้มีมาตรฐาน

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า การเปิดเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง จะต้องไม่กระทบต่องานพระราชพิธี และพสกนิกรชาวไทยที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย

นายพงษ์ภาณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ ได้มีนโยบายที่จะบริการประชาชนที่จะเดินทางมาแสดงความอาลัย อย่างเต็มที่ ด้วยการจัดบริการรถวิ่งรับส่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมายังถนนราชดำเนิน ตรงบริเวณจุดรับรองประชาชนของกระทรวงท่องเที่ยว บริเวณถนนราชดำเนิน ด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งเมื่อลงรถแล้ว ทางกระทรวงฯ ได้จัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่มไว้คอยบริการประชาชนอย่างเพียงพอ

 

เอกชน จัดรถรับ-ส่งบริการฟรี ให้ผู้เดินทางร่วมแสดงความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/767337

28 ต.ค. 2559 20:52

เอกชน จัดรถรับ-ส่งบริการฟรี ให้ผู้เดินทางร่วมแสดงความอาลัย

28 ต.ค. 2559 20:52

เฟิสท์ ทรานสปอร์ต ร่วมทำดีถวายเป็นพระราชกุศล จัดเตรียมรถบริการรับ-ส่ง ฟรี 2 เส้นทาง สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ในหลวง ร.9 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 ม.ค.60 …

วันที่ 28 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย กลุ่มบริษัท เฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด ผู้ให้บริการรับจ้างไม่ประจำทาง ได้จัดเตรียมรถบริการรับ-ส่ง ฟรี สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางร่วมแสดงความอาลัย ในพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

สำหรับบริการรับ-ส่งฟรี ของ กลุ่มบริษัท เฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด จะให้บริการใน 2 เส้นทาง ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 21 มกราคม 2560 จำนวน 7 คัน คือ ลาดกระบัง (แยกสุขสมาน) – สนามหลวง จำนวน 5 คัน โดยขาไป ขึ้นรถ ณ แยกสุขสมาน (ทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ) มี 3 รอบ คือ 7.00 น., 8.00 น. และ 16.00 น. และขากลับขึ้นรถ ณ หน้ากองสลากฯ (เก่า) ฝั่งตรงข้ามโรงแรมรัตนโกสินทร์ มี 3 รอบ 13.00 น, 19.00 น. และ 20.00 น.

ถนนนวลจันทร์ (สยามก๊าซ) – สนามหลวง จำนวน 2 คัน โดยขาไป ขึ้นรถ ณ หน้าตลาดเลียบทางด่วนรามอินทรา เวลา 8.00 น. และ 16.00 น. และขากลับขึ้นรถ ณ หน้ากองสลากฯ (เก่า) ฝั่งตรงข้ามโรงแรมรัตนโกสินทร์ มี 3 รอบ 13.00 น, 19.00 น. และ 20.00 น.

นอกจากนี้ รถบัส เฟิสท์ ทรานสปอร์ต ยังได้จัดเตรียมรถบัสวิ่งรับส่งประชาชนระหว่างวัน ในบริเวณพื้นที่โดยรอบ 2 เส้นทาง คือ สายใต้ใหม่ – ถนนราชดำเนิน – สนามหลวง และ สนามม้านางเลิ้ง – ถนนราชดำเนิน – สนามหลวง ดังนั้น ประชาชนผู้มีความประสงค์จะเดินทางไปลงนามแสดงความอาลัย สามารถขึ้นรถได้ตามสถานที่นัดหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดตารางการเดินรถเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด โทร. 02-001-1800

‘อาคม’ สั่งเพิ่มรถเป็นวันละพันคัน รับคนเข้าสนามหลวง สักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/767427

28 ต.ค. 2559 20:22

‘อาคม’ สั่งเพิ่มรถเป็นวันละพันคัน รับคนเข้าสนามหลวง สักการะพระบรมศพ

28 ต.ค. 2559 20:22

“อาคม” สั่งเพิ่มรถเมล์อีก 10% เป็นวันละ 1 พันคัน ช่วง 29-30 ต.ค. 59 เสริมเส้นทางเข้าสนามหลวง รองรับคนสักการะพระบรมศพ กำชับเข้มความปลอดภัยสูงสุด คาดคนใช้บริการไม่ต่ำ 2.5 แสน/วัน

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์จำนวนประชาชนที่จะเดินทางมายังท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง หลังเปิดให้สักการะหน้าพระบรมศพ วันที่ 29 ต.ค. ได้ แต่ก็สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อม และรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ทั้งนี้ ในวันที่ 29 ต.ค. จะมีการปิดจราจรรอบสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง เต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้การจัดงาน ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนอย่าให้รถยนต์ส่วนตัว และหันมาใช้ขนส่งสาธารณะแทน โดยได้มีจุดจอดรถยนต์สำหรับประชาชนไว้ที่ห้างสรรพสินค้าและจุดจอดแล้วจร (Park&Ride) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกระทรวงคมนาคม ได้จัดรถ ขสมก. และรถร่วมฯ ขสมก. ไว้บริการ พร้อมขอให้ ขสมก. ดึงรถจากเส้นทางอื่นมา 10% เพื่อมาเสริมในเส้นทางที่มายังสนามหลวง นอกจากนี้ ผู้ตรวจการกรมขนส่งทางบก (ขบ.) จะดูแลจักรยานยนต์รับจ้างและแท็กซี่ไม่ให้เข้าพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะหรือเดินเท้าเข้ามา

สำหรับการเดินทางทางน้ำ ได้สั่งให้เตรียมการโดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสาธร-ท่าเรือมหาราช เนื่องจากพบว่า วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางทางน้ำถึง 2 แสนคน ครั้งนี้จะมีเรือเอกชนที่รองรับการเดินทางได้ 200-400 คนต่อลำ มาให้บริการมายังท่ามหาราชด้วย อีกทั้ง จะมีเจ้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยทุกจุด ไม่มีการบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งกรมเจ้าท่า (จท.) ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเรือตรวจการณ์รักษาความปลอดภัย ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยการเช่าเหมารถโดยสารจากต่างจังหวัด ก็ได้จัดเตรียมจุดจอดรถไว้ให้รอบกรุงเทพฯ ทั้ง 4 มุมเมือง และกรมทางหลวงชนบท จัดจุดแวะพักตลอดเส้นทาง

ทางด้าน นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ของกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดวันที่ 29-30 ต.ค. 59 คาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก. และรถชัทเทิลบัสไม่ต่ำกว่าวันละ 2.5 แสนคน

“ขณะนี้ กระทรวงคมนาคม เตรียมรถเมล์ ขสมก. และรถเมล์ร่วมเอกชนสำรองไว้ให้บริการ วันละประมาณ 1,000 คัน เชื่อว่าจะสามารถรองรับประชาชนวันละกว่า 2 แสนคนเพียงพอแน่นอน แบ่งออกเป็นรถ ขสมก. ที่วิ่งในเส้นทางปกติ 15 เส้นทาง จำนวน 620 คัน รถชัทเทิลบัส ขสมก. 16 เส้นทาง อีก 300 คัน และรถชัทเทิลบัสของเอกชนอีกกว่า 100 คัน” นายจิรุตม์ กล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อม 29 ต.ค.นี้ เช็ก 27 เส้นทางปิดจราจรรอบสนามหลวง

พาณิชย์ จ่อชง นบข. เคาะราคาจำนำยุ้งฉางข้าวเปลือกหอมมะลิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2559 17:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767257

 

พาณิชย์ เผย ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ เตรียมเสนอ นบข. เคาะราคาจำนำยุ้งฉางข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่ต่ำกว่าตันละ 1 หมื่นบาท รวมค่าฝากเก็บอีกตันละ 1,500 บาท ชาวนาได้รับเบ็ดเสร็จไม่ต่ำกว่า 1.15 หมื่นบาท …

วันที่ 28 ต.ค.59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 31 ต.ค.นี้ จะประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้พิจารณาราคารับฝากเก็บข้าวเปลือกหอมมะลิในยุ้งฉางเกษตรกร (จำนำยุ้งฉาง) ตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เบื้องต้นกำหนดราคารับฝากเก็บไว้ที่ 90% ของราคาตลาด รวมค่าฝากเก็บอีกตันละ 1,500 บาท โดยตั้งเป้าหมายมีข้าวเปลือกเข้าโครงการ 2 ล้านตัน

สำหรับโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวเก็บสต๊อกข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้า ฤดูกาลผลิตปี 59/60 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 59-31 มี.ค.60 ขณะนี้ ได้รับแจ้งการยื่นรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งได้กลั่นกรองวงเงินสินเชื่อแล้ว 11 ธนาคาร มีโรงสีเข้าร่วมโครงการ 354 ราย วงเงินสินเชื่อที่กู้ยืมเพื่อมาซื้อข้าวเก็บสต๊อก 2-6 เดือน มูลค่า 85,900 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณข้าวที่ซื้อเก็บสต๊อก 8.92 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 8 ล้านตันเท่านั้น

ด้าน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวยุ้งฉาง จะกำหนดราคารับฝากเก็บไม่ต่ำกว่าตันละ 10,000 บาท (ต้นข้าว 36 กรัมขึ้นไป) ซึ่งเกษตรกรจะได้รับค่าเตรียมข้าวเปลือกขึ้นยุ้ง และค่าฝากเก็บเพิ่มจากเงินสินเชื่ออีกตันละ 1,500 บาท โดยจะจ่ายให้พร้อมสินเชื่อตันละ 1,000 บาท และจ่ายเมื่อไถ่ถอนข้าวหรือระบายข้าวแล้วอีกตันละ 500 บาท รวมวงเงินที่เกษตรกรจะได้รับจากการจำนำยุ้งฉางตันละ 11,500 บาท มีเป้าหมายการเก็บสต๊อกประมาณ 2 ล้านตัน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ ที่จะพยุงราคาข้าวในประเทศ เช่น สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะให้สินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร ในการนำไปซื้อข้าวจากสมาชิกเพื่อจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งสถาบันเกษตรกรจะรับภาระดอกเบี้ยในอัตรา 1% เป้าหมาย 2.5 ล้านตัน โครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อให้กลไกตลาดการรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกรมีการแข่งขัน เกษตรกรมีช่องทางเลือกและมีอำนาจต่อรองการขายข้าวเปลือก ซึ่งพาณิชย์จังหวัดได้กำหนดแผนการจัดตลาดนัดในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากในพื้นที่แล้วจำนวน 42 จังหวัด 102 ครั้ง

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 3.92 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,494.44 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ต.ค. 2559 17:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/767286

 

หุ้นไทยปิดตลาดลดลง 3.92 จุด เปลี่ยนแปลง -0.26% ดัชนีอยู่ที่ 1,494.44 จุด มูลค่าซื้อขาย 54,926.42 ล้านบาท …

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 28 ต.ค. 59 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดลดลง 3.92 จุด เปลี่ยนแปลง -0.26% ดัชนีอยู่ที่ 1,494.44 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 54,926.42 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน).