ร่วงหนัก! ราคาส่งออกข้าวหอมมะลิล่วงหน้า เดือน ธ.ค. ต่ำสุดรอบ 10 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 19:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766372

 

พาณิชย์ เผย ราคาข้าวหอมมะลิล่วงหน้า เดือน ธ.ค. ต่ำสุดในรอบ 10 ปี ข้าวเปลือกเหลือ 8,000 กว่าบาท หลังข้าวสารอยู่ที่ 1.58 หมื่นบาท เหตุราคาส่งออกดิ่ง เหลือตันละ 490 เหรียญฯ เท่านั้น จากเฉลี่ยที่ผ่านมา ขายได้ตันละ 1,000 เหรียญฯ …

วันที่ 27 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกระทรวงพาณิชย์ว่า สมาคมโรงสีข้าวไทย ได้สำรวจราคาข้าวเปลือกแต่ละจังหวัด พบว่า ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้า 5% ฤดูกาลผลิตปี 59/60 ที่ผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ท้องตลาด ในบางจังหวัดปรับตัวลดลงจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตันละประมาณ 1,000 บาท โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ ณ วันที่ 26 ต.ค.59 (ความชื้น 15%) จ.บุรีรัมย์ ตันละ 9,000 บาท ลดลงจากตันละ 10,000 บาท เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ข้าวเปลือกหอมมะลิ (ความชื้น 30%) จ.นครราชสีมา ตันละ 6,800-7,000 บาท ลดจากตันละ 9,800-10,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกเจ้า 5% (ความชื้น 15%) จ.สุพรรณบุรี ตันละ 7,400-7,700 บาท ลดจากตันละ 8,700 บาท

นอกจากนี้ ราคาซื้อขายข้าวล่วงหน้า ณ เดือน ธ.ค.59 ที่ผู้ส่งออกซื้อข้าวสารหอมมะลิ จากโรงสีอยู่ที่ตันละ 15,800 บาท เมื่อทอนเป็นราคาข้าวเปลือกจะอยู่ที่ตันละ 8,000 กว่าบาทเท่านั้น เพราะราคาส่งออกข้าวหอมมะลิล่วงหน้าอยู่ที่เพียงตันละ 490 เหรียญสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปีขึ้นไป เนื่องจากตลาดตื่นตระหนกผลผลิตข้าวของเกือบทุกประเทศ ที่เพิ่มมากขึ้น จึงตั้งราคาขายต่ำ โดยราคาส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยในช่วงที่ผ่านมาตันละประมาณ 1,000 เหรียญฯ

ขณะที่ ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ลดลงเช่นกัน โดยลดลงเหลือเพียงตันละ 347-350 เหรียญฯ จากการที่ผู้ส่งออกบางราย ขายให้กับประเทศญี่ปุ่นในราคาดังกล่าว และน่าจะเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 2 ปี ส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง โดยเวียดนามอยู่ที่ตันละ 350 เหรียญฯ อินเดีย 350 เหรียญฯ และปากีสถาน 345 เหรียญฯ

ทั้งนี้ วงการค้าข้าวกำลังกังวลกับสถานการณ์ราคาข้าวของไทยมาก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ แต่เชื่อว่าราคาขายล่วงหน้าในเดือน ธ.ค. ที่ตันละ 15,800 บาท จะเป็นราคาต่ำสุด และราคาน่าจะกลับขึ้นมาได้ จากมาตรการของรัฐและภาคเอกชน ที่จะเริ่มดำเนินการเก็บสต๊อกข้าว รวมทั้งการหาตลาดส่งออกข้าวเพิ่มเติม โดยเฉพาะฮ่องกง ที่จะมีการสั่งซื้อข้าวหอมมะลิไปใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า

 

พาณิชย์ ปลื้มสินค้าไทย 6 รายการ สร้างชื่อในงานอาหารระดับโลกที่ฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 19:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766347

 

พาณิชย์ ปลื้มสินค้าไทย 6 รายการดังระดับโลก ได้รับคัดเลือกให้แสดงในโซนสินค้านวัตกรรม ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก SIAL 2016 ที่ฝรั่งเศส ยันสินค้าไทยประสบความสำเร็จดี มียอดสั่งซื้อทันทีภายในงาน 38 ล้านเหรียญฯ แถมยอดสั่งซื้อใน 1 ปี อีกเกือบ 500 ล้านเหรียญฯ …

วันที่ 27 ต.ค.59 นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้สนับสนุนผู้ส่งออกอาหารและเครื่องดื่มไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มใหญ่ระดับโลก SIAL 2016 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16-20 ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 134 บริษัท ซึ่งผู้จัดงานดังกล่าวได้คัดเลือกผู้ส่งออกอาหารไทยจำนวน 6 ราย ให้นำสินค้ามาจัดแสดงในโซน SIAL Innovation Selection ที่รวบรวมสินค้าอาหารที่มีนวัตกรรมและความแปลกใหม่จากทั่วโลก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชม

“เป็นที่น่าภูมิใจว่าผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้คิดค้น พัฒนา และสร้างมูลค่าให้กับสินค้าจนได้รับคัดเลือกให้ร่วมแสดงสินค้าในโซน SIAL Innovation Selection ซึ่งผู้จัดงาน SIAL ได้คัดเลือกสินค้ากว่า 500 รายการจากทั่วโลก ที่มีนวัตกรรม และกำลังจะวางตลาดหรือวางตลาดในช่วงไม่เกิน 2 ปีที่ผ่านมา ให้ผู้ที่เข้าชมงานได้ติดตามสินค้า และเทรนด์อาหารใหม่ของโลก โดยแบ่งสินค้าที่จัดแสดงเป็น 4 ประเภท ได้แก่ สินค้าผู้บริโภค ส่วนประกอบอาหาร บริการด้านอาหาร และกระบวนการหรือเทคโนโลยีในการผลิตและบรรจุภัณฑ์”

สำหรับสินค้าไทยที่รับคัดเลือกให้จัดแสดงในโซนดังกล่าว ได้แก่ น้ำมันข้าวกล้อง จากแบรนด์ฮักปัน ของบริษัท เมดิฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวของโลก ที่ผลิตน้ำมันข้าวกล้องจากข้าวไทย 100% มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ และประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย สามารถใช้ปรุงอาหารได้หลายประเภท โดยได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงเป็นสินค้าสุขภาพที่มีนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ ยังมีน้ำดื่มสมุนไพร จากแบรนด์กำลังใจ ของบริษัท เอ็ม-ปาตี้ อินเตอร์เทรด จำกัด เป็นน้ำดื่มทำจากสมุนไพร 3 ชนิด คือ ขิง พุทราจีน และเห็ดหูหนูดำ ช่วยลดความเสี่ยงของอาการที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดสมอง และหัวใจ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสินค้าสุขภาพที่มีนวัตกรรมในด้านสูตรอาหารและส่วนประกอบ ส่วนเครื่องดื่ม ขนมไทย (ข้าวเหนียวมะม่วง และน้ำกะทิทุเรียน) แบรนด์ช้างคู่ลูกโลก ของบริษัท เอราวัณฟูด จำกัด (มหาชน) มีความแปลกใหม่ด้านรสชาติ ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าสุขภาพ ที่มีนวัตกรรมในด้านสูตรอาหารและส่วนประกอบ นอกจากนี้ เครื่องดื่ม ขนมไทย ยังได้รับการแนะนำจากเชฟระดับโลกชาวฝรั่งเศส ในแผ่นพับพาชมงาน SIAL 2016 ด้วย

ขณะที่ ขนมขบเคี้ยวทำจากมะพร้าวและธัญพืช แบรนด์โคโค่ แจ๊ส ของบริษัท เฮสโก ฟู้ด อินดัสทรี่ จำกัด เป็นอาหารทานเล่นที่มีประโยชน์ ปราศจากสารกันบูดและกลูเตน เหมาะกับผู้รักสุขภาพ ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าสุขภาพ ที่มีนวัตกรรมในด้านสูตรอาหารและส่วนประกอบ ส่วนน้ำมะพร้าวอัดลม (Sparkling Coconut Water) แบรนด์บลองค์ โคโค่ ของบริษัท ไทยโคโคนัท จำกัด (มหาชน) ทำจากน้ำมะพร้าว 100% ปราศจากการแต่งรส ปราศจากน้ำตาล มีรสชาติที่แปลกใหม่ ได้รับคัดเลือกเป็นสินค้ามีนวัตกรรมในด้านส่วนประกอบและบรรจุภัณฑ์

สุดท้าย คือ เวเฟอร์ข้าวออร์แกนิกสำหรับเด็กเล็ก แบรนด์แฮปปี้ไบท์ส ของบริษัท นำเชา (ประเทศไทย) จำกัด เป็นทางเลือกใหม่ของอาหารว่างสำหรับเด็กเล็กที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และปลอดสารเคมี รวมทั้งยังช่วยเรื่องพัฒนาการของฟันให้แก่เด็กเล็ก

สำหรับงานแสดงสินค้า SIAL 2016 มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ารวม 6,300 บริษัท จาก 105 ประเทศทั่วโลก มีผู้เข้าชมงานประมาณ 150,000 ราย โดยการเข้าร่วมงานของผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มของไทยในปีนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีมูลค่าสั่งซื้อทันทีกว่า 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20% จากการเข้าร่วมงานครั้งที่ผ่านมา และคาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อภายใน 1 ปีอีกกว่า 490 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 41% จากครั้งที่ผ่านมา โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง สับปะรดกระป๋อง อาหารออร์แกนิก ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ น้ำมะพร้าวกระป๋อง ไอศกรีมผลไม้ กาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม อาหารทะเลแช่แข็ง ปลาทูน่ากระป๋อง อาหารพร้อมรับประทาน (โดยเฉพาะต้มยำกุ้ง) ข้าวกล้อง ข้าวหอมนิล และเครื่องปรุงรสต่างๆ

 

พณ. จับบรรทุกลอบขนหัวมันสด จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทย ส่งดำเนินคดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 17:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766131

 

พาณิชย์ ผนึกทหาร จับรถบรรทุกแอบขนหัวมันสำปะหลังสดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทย พร้อมส่งตำรวจดำเนินคดีทันที หวั่นหากปล่อยให้หลุดรอดไป จะฉุดราคาหัวมันสดในประเทศ เผยล่าสุด จับกุมได้แล้ว รวม 53 ราย บางรายถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกแล้ว…

วันที่ 27 ต.ค. 59 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 59 กรมฯ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ร.6 พัน 3 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ติดตามรถบรรทุกพ่วงจำนวน 15 คัน ซึ่งบรรทุกหัวมันสำปะหลังสด ออกมาจากด่านช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี และเมื่อถึง อ.พิบูลมังสาหาร ได้ตรวจสอบการขออนุญาตขนย้ายหัวมันสำปะหลังสด พบว่ามีการขนย้ายไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพิบูลมังสาหาร เพื่อดำเนินคดีแล้ว

นอกจากนี้ สายตรวจเฉพาะกิจ ยังได้เฝ้าสังเกตการณ์ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร พบรถบรรทุกพ่วงต้องสงสัยจำนวน 1 คัน จึงติดตามไปจนถึงเขต อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และได้เข้าตรวจสอบ ซึ่งพบว่า รถคันดังกล่าวขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเลิงนกทา เพื่อดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

“การดำเนินการดังกล่าว เป็นการป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลัง ทั้งหัวมันสดและมันเส้นจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยดูแลราคามันสำปะหลังในประเทศไม่ให้ตกต่ำ และเกิดผลกระทบต่อเกษตรกร”

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ในปี 59 กรมฯ ได้ตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในการขนย้ายมันสำปะหลัง ที่ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่องการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น ที่จะต้องขออนุญาตก่อนการขนย้าย โดยผลการจับกุมรวมครั้งนี้ด้วย มีทั้งสิ้น 53 ราย และบางรายศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกผู้กระทำความผิดแล้ว ซึ่งโทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และใช้ความระมัดระวังในการขนย้ายมันสำปะหลังให้ตรงตามที่ได้รับอนุญาต ส่วนเกษตรกร หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขายหัวมันสำปะหลังสด รวมทั้งพบเห็น หรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดในการขนย้ายมันสำปะหลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้แจ้งสายด่วน 1569 หรือแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทันที และหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6.24 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,498.36 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766316

 

หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่ายเพิ่มขึ้น 6.24 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,498.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 52,398.88 ล้านบาท …

การเคลื่อนไหวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 27 ต.ค. 59 รายงานหุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 6.24 จุด เปลี่ยนแปลง 0.42% ดัชนีอยู่ที่ 1,498.36 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 52,398.88 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน).

 

กสทช. เผย ยังไม่มีลูกค้าได้รับผลกระทบ หลัง เซเว่นเลิกขาย ‘วัน-ทู-คอล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 16:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766276

 

เลขาฯ กสทช. แจง ยังไม่มีลูกค้าร้องเรียนเรื่องผลกระทบ หลัง เซเว่น ยุติจำหน่าย-เติมเงิน “วัน-ทู-คอล” ส่วนทางซีพี ออลล์ ยังไม่สะดวกให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ ยัน การยกเลิกการขายไม่กระทบผู้บริโภค…

วันที่ 27 ต.ค.59 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงกรณี ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-11) ได้ยุติการจำหน่ายและให้บริการเติมเงิน วัน-ทู-คอล สำหรับลูกค้าเอไอเอส ว่า เหตุผลเท่าที่ทราบมาคร่าวๆ คือ เป็นเรื่องของการพาณิชย์ ซึ่งทาง กสทช. ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตรงจุดนั้น แต่หากถามถึงในแง่ผลกระทบ หน้าที่ของ กสทช. ต้องเข้าไปดูแลลูกค้าอยู่แล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าเข้ามา จึงคาดว่ายังไม่มีผลกระทบอะไร

ด้าน นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อ 7-11 เปิดเผยด้วยว่า ในขณะนี้ยังไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ และขอไม่พูดถึงสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากยังอยู่ในช่วงแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงอยากให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน

เมื่อถามว่า การยกเลิกดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อลูกค้า ผู้บริโภคหรือไม่นั้น มองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไร เพราะว่าเซเว่น เป็นเพียงจุดจำหน่ายเล็กๆ ลูกค้าเอไอเอสยังคงหาซื้อ และมีช่องทางเติมเงินวันทูคอลได้จากจุดบริการอื่นๆ อีกมากมาย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– 7-11ทิ้งเอไอเอสสูญพันล้าน

 

กสท.ประชุมทีวีดิจิตอลฯ ครั้งที่ 4 ย้ำระวังเนื้อหา ไม่ยุยงสังคมแตกแยก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/765912

27 ต.ค. 2559 15:45

กสท.ประชุมทีวีดิจิตอลฯ ครั้งที่ 4 ย้ำระวังเนื้อหา ไม่ยุยงสังคมแตกแยก

27 ต.ค. 2559 15:45

 

กสท.ประชุมนัดพิเศษ ครั้งที่ 4 หรือ 15 วัน ร่วมกับผู้ประกอบการโทรทัศน์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ย้ำให้ระวังรอบคอบเนื้อหา เน้นเสนอข้อมูลที่มีประโยชน์ …

เมื่อพันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) นัดพิเศษ ครั้งที่ 4/2559 วันที่ 26 ต.ค. 2559 ได้พิจารณาเรื่อง การกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เพิ่มเติม ครั้งที่ 4 โดยเห็นควรให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และผู้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการกระจายเสียง ถือปฏิบัติเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

1. รูปแบบการนำเสนอรายการทางสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ให้ระมัดระวังและตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหา การวิพากษ์ หรือการวิจารณ์ ซึ่งแสดงถึงหรือกล่าวถึงความขัดแย้งในด้านต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม โดยให้สถานีพิจารณาการนำเสนออย่างรอบคอบ ขอให้สถานีมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพประชาชน โดยเฉพาะปลูกฝังวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม การถ่ายทำ หรือเผยแพร่ภาพข่าว ภาพกิจกรรม ที่เกี่ยวกับการแสดงความไว้อาลัย ควรพิจารณาให้มีความเหมาะสม และคัดเลือกภาพที่มีความรัดกุมและสำรวม

2. การกล่าวถึงผู้สนับสนุนสามารถกระทำได้ ดังนี้ กรณีรายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติ หากจะกล่าวถึงผู้สนับสนุน ควรนำเสนอตอนท้ายของรายการ ซึ่งอาจใช้ตราสัญลักษณ์ (logo) ของผู้สนับสนุนได้ ทั้งนี้ ขอให้ปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสม กรณีรายการอื่นๆ ที่มิใช่รายการสารคดีเฉลิมพระเกียรติ สามารถแสดงสัญลักษณ์ (logo) ของผู้สนับสนุนได้ ทั้งนี้ ขอให้ปรับโทนสี ขนาด รวมถึงการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสม

การสนับสนุน หรือการโฆษณา กรณีที่มีการแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ และข้อความแสดงความไว้อาลัย การขึ้นข้อความเกี่ยวกับผู้ร่วมแสดงความไว้อาลัยให้ปรากฏเฉพาะชื่อของบริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน คณะบุคคล หรือบุคคล และจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

การโฆษณาอื่นๆ ให้กระทำได้โดยอยู่ภายใต้แนวทางตามมติ กสท. นัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 และนัดพิเศษ ครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559.

จัดระเบียบรถตู้วันที่ 3 ไร้ปัญหา ทล. เข้าปรับปรุงผิวจราจรชานชาลาหมอชิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 13:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/766001

 

บขส. เผย การจัดระเบียบรถตู้ หมวด 2 เข้าใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง ในวันที่ 3 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ล่าสุด กรมทางหลวง ส่งเจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซม ปรับปรุงพื้นผิวจราจร บริเวณชานชาลาหมอชิต อำนวยสะดวกประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ …

วันที่ 27 ต.ค.59 นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า การจัดระเบียบรถตู้ หมวด 2 วิ่งเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร เข้าใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 3 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บขส. ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้ง ทหาร ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) เป็นอย่างดี

ล่าสุด กรมทางหลวง ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาซ่อมแซมและปรับปรุงพื้นผิวจราจร บริเวณชานชาลา ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้ามาใช้บริการในสถานีขนส่งฯ ด้วย

สำหรับการเดินทางจากอนุสาวรีย์ฯ ไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง ผู้โดยสารสามารถใช้บริการ รถโดยสาร ขสมก. ได้ดังนี้ 1. สถานีขนส่งฯ สายใต้ (ปิ่นเกล้า) ขึ้นรถ Shuttle Bus ฟรี ที่ เกาะพหลโยธิน 2. สถานีขนส่งฯ เอกมัย ขึ้นรถ Shuttle Bus ฟรี ที่ เกาะดินแดง หรือขึ้นรถไฟฟ้า ไปสถานีเอกมัย 3. สถานีขนส่งฯ จตุจักร ขึ้นรถ Shuttle Bus ฟรี ที่เกาะพหลโยธิน สถานีรถไฟฟ้า หมอชิต สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม โทร. Call Center 1490

 

ผลสำรวจ วันพักผ่อนครอบครัวคนทำงาน พบ กว่าครึ่งงานแย่งเวลาวันหยุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 10:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/765696

 

ฮอลิเดย์ อินน์ เผย ผลสำรวจล่าสุดเผยผลกระทบจากการทำงานในช่วงวันหยุดของครอบครัว และเหตุผลว่าทำไมทุกคนควรทำอะไรที่รักให้มากขึ้นในช่วงวันหยุด ชี้ มากกว่าครึ่งหยุดแล้วแต่ต้องทำงานไปด้วย และเกินครึ่งกลุ่มนี้ยกเลิกหรือเลื่อนทริป…

หลายคนใช้เวลาในช่วงวันหยุดไปกับการทำงานแทนที่จะไปพักผ่อนกับคนในครอบครัว นี่คือผลการสำรวจที่ “ฮอลิเดย์ อินน์” ได้ค้นพบ โดยจากการสำรวจครั้งสำคัญครั้งนี้ พบว่ามีคนเพียง 1 ใน 10 คน เท่านั้นที่สามารถ “ปิดตัวเอง” จากการทำงานในช่วงวันหยุด และมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่จำไม่ได้แล้วว่า เคยมีวันหยุดที่ไม่มีงานเข้ามาขัดจังหวะ

การสำรวจชุด “ทำในสิ่งที่รักให้มากขึ้น” (Do More of What You Love) ของโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากนักเดินทางทั่วภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อสำรวจว่าแขกผู้เข้าพักชอบทำอะไรและชอบดูอะไรในระหว่างวันหยุดพักผ่อน กับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว ผลการสำรวจระบุว่า ในโลกที่ทุกอย่าง “ไม่เคยหยุดนิ่งและเชื่อมต่อตลอดเวลา” ของนักเดินทางยุคปัจจุบัน พวกเขาพบว่าเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมากที่จะตัดตนเองออกจากการทำงานได้อย่างแท้จริง
โดยมากกว่าครึ่ง หรือ 56% ของนักเดินทางในการสำรวจครั้งนี้บอกว่า บางครั้งหรือหลายๆ ครั้งที่พวกเขาต้องทำงานในช่วงที่เดินทางไปพักผ่อนในวันหยุด และมากกว่า 55% ของคนกลุ่มนี้บอกว่าเคยต้องยกเลิกหรือเลื่อนทริปออกไปเพราะมีงานเร่งด่วนในนาทีสุดท้ายเข้ามาให้ต้องรับผิดชอบ


ภาพจากแฟ้มข่าว

กลุ่มผู้ถูกสำรวจในการสำรวจครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง มีลูกแล้วหรือยังไม่มี ต่างก็ตอบออกมาตรงกันว่าการหยุดพักผ่อนอย่างสบายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้สำเร็จ โดยผู้ชาย (จำนวน 57%) มากกว่าผู้หญิง (42%) ที่บ่อยครั้งต้องทำงานในวันหยุด และผู้ชายมากกว่าผู้หญิงที่ตอบแบบสำรวจ (56% และ 43% ตามลำดับ) เผยว่าพวกเขาจำเป็นต้องยกเลิกหรือเลื่อนทริปออกไปเพราะมีงานด่วนเข้ามากะทันหัน ขณะที่ในกลุ่มคนที่ต้องยกเลิกหรือเลื่อนทริปเนื่องจากติดงานนั้น กลุ่มที่ไม่มีลูกคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด (63%)

นักเดินทางบางส่วนพยายามค้นหาหนทางที่จะทำให้สามารถทำงานได้ในช่วงวันหยุด โดยเกือบ 1 ใน 3 (30%) บอกว่าพวกเขาเช็กอีเมลและข้อความเกี่ยวกับงานเฉพาะช่วงเวลาที่ลูกหลับ นอกจากนี้การสำรวจยังพบอีกว่า ผู้หญิง (61%) มีระเบียบแบบแผนมากกว่าผู้ชาย (38%) ในประเด็นนี้

สำหรับการเปรียบเทียบผลสำรวจในภูมิภาคต่างๆ พบว่าผู้ถูกสำรวจที่มีลูกจากญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย ได้คะแนนสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ตรงที่จะเช็กงานเฉพาะในช่วงที่ลูกๆ หลับ ในขณะที่กลุ่มที่มาจากตะวันออกกลางอยู่ในกลุ่มที่ได้คะแนนต่ำที่สุดในเรื่องนี้ กล่าวคือมีจำนวนเกือบครึ่ง (47%) ที่เผยว่าต้องยกเลิกหรือเลื่อนทริปของครอบครัวไปเลยเพราะเรื่องงาน


นายลี หลิน เตียว ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการแบรนด์ ฮอลิเดย์ อินน์ ภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (ไอเอชจี) กล่าวว่า แม้ว่าจะมีนักเดินทางจำนวนมากยอมรับว่า งานเข้ามารุกล้ำช่วงเวลาของวันหยุด แต่ผลสำรวจที่เราค้นพบนี้ก็ยังบอกเราด้วยเช่นกันว่า มีนักเดินทางอีกกลุ่มที่พบหนทางในการปิดตนเองได้ และเปิดโอกาสให้ตนเองได้พักผ่อนและสนุกกับวันหยุดอย่างเต็มที่ ฮอลิเดย์ อินน์ เราต้องการนำความสุขในการเดินทาง ความรู้สึกพิเศษของการได้ทำในสิ่งที่รักให้มากขึ้นกับคนที่คุณรักที่สุด โดยเฉพาะคนในครอบครัวกลับมาให้คุณอีกครั้ง

สำหรับ นักเดินทางรุ่นเล็กทั่วทั้งภูมิภาคที่ได้รับการสำรวจนั้นหลายคนกล่าวว่า เห็นพ่อและแม่ของตัวเองทำงานในช่วงวันหยุดพักผ่อนมากกว่าที่จะใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับพวกเขา ในความเป็นจริงมากกว่า 1 ใน 10 ที่บอกว่า ผู้ปกครองของพวกเขานั้นทำงานในช่วงวันหยุดอยู่เสมอ ข้อมูลนี้ถือว่าน่านำไปขบคิดต่อหากพิจารณาว่าเกือบ 1 ใน 4 (23%) ของเด็กๆ บอกว่ารู้สึกเสียใจที่เห็นพ่อแม่ต้องทำงานในช่วงวันหยุด และบอกว่าพวกเขาเพียงต้องการใช้เวลาร่วมกันหรือเล่นด้วยกันกับพ่อแม่มากกว่า.

 

‘เวียตเจ็ท’ เปิดเส้นทางใหม่บินสู่ไต้หวัน-เกาหลีใต้ในราคาประหยัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ต.ค. 2559 09:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/765652

 

สายการบินเวียตเจ็ท เปิดเที่ยวบินใหม่ 2 เส้นทางได้แก่ ฮานอย-ไทเป และ โฮจิมินห์-เกาสง (ไต้หวันตอนใต้) เอาใจคนไทยชอบเที่ยว พร้อมส่งโปรโมชั่นจองตั๋วโดยสารราคาเริ่มต้น 0 บาท จำนวน 150,000 ใบ เริ่มจองตั้งแต่ 25-27 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.59 สายการบินเวียตเจ็ท เปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศเส้นทางใหม่อย่างเป็นทางการ 2 เส้นทาง ได้แก่ ฮานอย-ไทเป และ โฮจิมินห์-เกาสง (ไต้หวันตอนใต้) พร้อมเปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารสำหรับเส้นทาง ฮานอย-ปูซาน (เกาหลีใต้) แล้ว โดยจะเริ่มให้บริการบินตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.59 เป็นต้นไป

ทั้งนี้เส้นทาง ฮานอย-ปูซาน มีเที่ยวบินทุกวันยกเว้นวันพฤหัสบดี โดยจะใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที ออกเดินทางจากฮานอย 01.00 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงปูซาน 07.00 น. (เวลาท้องถิ่น) และเที่ยวกลับ ออกเดินทางจากปูซาน 08.00 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงฮานอย 11.05 น. (เวลาท้องถิ่น)

สำหรับการเปิดเส้นทางบินใหม่ 2 เส้นทางระหว่างเวียดนามและไต้หวัน คือ ฮานอย-ไทเป และ โฮจิมินห์-เกาสง มีจุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น และนำเสนอบริการเที่ยวบินระดับคุณภาพแก่ผู้บริโภคจากไต้หวันที่ต้องการเดินทางมายังเวียดนาม อีกทั้งยังเพื่อส่งเสริมธุรกิจการพาณิชย์เพื่อเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเข้าด้วยกัน

ส่วนเส้นทาง ฮานอย-ไทเป นำเสนอบริการเที่ยวบินทุกวัน โดยจะเปิดบริการบินในวันที่ 30 ต.ค.59 ใช้เวลาบินราว 2 ชั่วโมง 45 นาที ออกเดินทางจากฮานอย 14.05 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงไทเป 18.00 น. (เวลาท้องถิ่น) และเที่ยวกลับ ออกเดินทางจากไทเป 19.10 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงฮานอย 21.20 น. (เวลาท้องถิ่น)

สำหรับเส้นทาง โฮจิมินห์-เกาสง จะเปิดบริการบินในวันที่ 12 ธ.ค.59 บริการเที่ยวบินไป-กลับ 5 เที่ยวต่อสัปดาห์ในวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ และ อาทิตย์ ใช้เวลาบินราว 3 ชั่วโมง 30 นาที ออกเดินทางจากโฮจิมินห์ 02.10 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงเกาสง 06.30 น. (เวลาท้องถิ่น) และเที่ยวกลับ ออกเดินทางจากเกาสง 08.15 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงโฮจิมินห์ 10.45 น. (เวลาท้องถิ่น)

ทั้งนี้เวียตเจ็ทฉลองการเปิดเส้นทางใหม่ในครั้งนี้ ด้วยโปรโมชั่นจองตั๋วโดยสารราคาเริ่มต้น 0 บาท จำนวน 150,000 ใบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “It’s 12pm, It’s time to Vietjet” โดยกำหนดเปิดจอง 3 วัน ตั้งแต่ 25-27 ต.ค. ในช่วงเวลา 12.00 – 14.00 น. เท่านั้น สำหรับเส้นทางระหว่างประเทศจากเวียดนามสู่ เกาสง ไทเป ไถหนัน ฮ่องกง โซล และปูซาน ระหว่างวันที่ 30 ต.ค.59 – 25 มี.ค.60 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์).

 

สั่งทำเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ต.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/765521

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ให้ สคร.ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ 5 ปี ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแผนแม่บทในการพัฒนารัฐวิสาหกิจต่อไป โดยให้นำเสนอที่ประชุมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว

“การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ทำเป็นโรดแม็ปของรัฐวิสาหกิจนั้น ไม่ใช่ไม่ให้รัฐวิสาหกิจลงทุน แต่การลงทุนต้องดูฐานะของตัวเองลงทุนแบบพอประมาณ สมเหตุสมผลและรู้จักบริหารความเสี่ยงการเงินหรือการสร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าการลงทุนดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยสร้างให้เกิดความยั่งยืนกับองค์กรรวมทั้งคณะกรรมการ หรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจจะต้องมีความรู้ความสามารถคู่กับคุณธรรมจริยธรรมด้วย พร้อมกับรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น”

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีร่วมประชุมกลุ่มยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ที่ประเทศเวียดนาม ครั้งที่ 7 โดยนายสมคิด ได้นำเสนอที่ประชุมน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือเป็นมรดกทางปัญญามาเป็นแนวทางการพัฒนากลุ่ม ซึ่งมีระดับการพัฒนาตั้งแต่ประชาชนฐานราก การพัฒนาชุมชนและการพัฒนาระดับประเทศ โดยไทยนำแนวทางที่ดำเนินการอยู่มาแลกเปลี่ยนระหว่างกัน.