ทีวีดิจิตอล เบรกโฆษณา เดินหน้าผลิตเนื้อหา น้อมถวายบังคม ในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/759787

20 ต.ค. 2559 19:30

ทีวีดิจิตอล เบรกโฆษณา เดินหน้าผลิตเนื้อหา น้อมถวายบังคม ในหลวง ร.9

20 ต.ค. 2559 19:30

สมาคมทีวีดิจิตอล ยัน ยังไม่โฆษณาสินค้า พร้อมเดินหน้าผลิตเนื้อหาที่มีความเหมาะสม เพื่อน้อมถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รอพ้น 30 วัน หารืออีกครั้ง …

นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมทีวีดิจิตอล ยืนยันว่า ในช่วงที่ผ่านมาสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ตั้งใจผลิตเนื้อหาที่มีความเหมาะสม เพื่อน้อมถวายบังคม แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเต็มที่ แต่มีความเป็นกังวลถึงการนำเสนอเนื้อหาประเภททั่วไป ที่ กสทช. ได้ผ่อนคลายให้นำมาออกอากาศได้ โดยสมาชิกสมาคมฯ จะหารือกันอีกครั้ง

“เป็นห่วงว่าการที่ กสทช. บอกว่ารายการทั่วไป คงต้องคุยกันใน 2 สมาคมว่า แบบไหนได้หรือไม่ได้ เรื่องโฆษณา ถึงแม้ว่าจะโฆษณาได้ ฝ่ายโทรทัศน์จะเป็นคนดู หากไม่เหมาะสมได้เงินเราจะไม่เอา พวกเราหัวใจตรงกันหมด ที่ตั้งใจนำเสนองาน ทำงานน้อมถวาย” นายสุภาพ กล่าว

นายเขมทัตต์ พลเดช นายกสมาพันธ์สมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า รายการตามผังปกติของทีวีดิจิตอล ที่จะนำมาออกอากาศหลังจากนี้ แต่ละช่องจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของเนื้อหา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงนี้ รวมถึงการโฆษณา ก็จะต้องสอดคล้องกับบรรยากาศในช่วงนี้ด้วย เช่น การแสดงความอาลัย และการทำความดีเพื่อสังคม

“หากจะมีการโฆษณาสินค้า ใน 7-15 วันนี้ ถ้าเป็นการโฆษณาสินค้าเราคิดว่าไม่เหมาะ แต่ถ้าจะเป็นเรื่องถวายสักการะและน้อมถวายบังคม คงจะเหมาะสมกว่า หลังจาก 30 วัน ทั้ง 2 สมาคม จะหารือกันอีกครั้ง” นายเขมทัตต์ กล่าว

นายเขมทัตต์ กล่าวด้วยว่า เมื่อใกล้ครบ 30 วันตามที่ กสทช.กำหนด สมาชิกฯ จะหารือเกี่ยวกับเนื้อหาในการนำออกอากาศร่วมกันอีกครั้ง ส่วนที่จะให้สลับกันเชื่อมโยงสัญญาณ ในกรณีที่พระบรมวงศานุวงศ์ หรือกษัตริย์ต่างประเทศ เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ สมาชิกฯ จะหารือร่วมกับ กสทช. อีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจน พร้อมบอกด้วยว่า ในช่วงบรรยากาศแสดงความอาลัย ยังเป็นอีกหนึ่งช่วง ที่ทำให้เห็นถึงมาตรฐานใหม่ หรือมิติใหม่ของทีวีดิจิตอล ในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีนี้ ให้ประชาชนเข้าใจด้วยรูปแบบใหม่ เช่น สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ได้ใช้เทคโนโลยีกราฟิก นำเสนอเส้นทางการเชิญพระบรมศพ และการใช้พระโกศประกอบพระราชอิสริยยศ

ด้าน นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ อุปนายกสมาคมทีวีดิจิตอล ยืนยันว่า สถานีโทรทัศน์ดิจิตอลทุกช่อง จะยังคงรักษาเนื้อหารายการ และการโฆษณา ให้คงไว้ถึงบรรยากาศการน้อมถวายบังคม และแสดงความอาลัย ให้ประจักษ์ต่อสายตาคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงต่างประเทศด้วย.

พาณิชย์ เอาจริง ปรับแล้วขายเสื้อดำไม่ติดป้ายราคา พร้อมตรวจสอบต่อเนื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 19:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759801

 

พาณิชย์ ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการจำหน่ายเครื่องแต่งกายสีดำ พบแม่ค้าไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย ปรับทันที 2,000 บาท พร้อมสั่งให้ปิดป้ายแสดงราคาให้ถูกต้อง เผยยังออกตรวจสอบต่อเนื่อง หาก ปชช. พบเห็นการเอารัดเอาเปรียบให้แจ้งทันที …

วันที่ 20 ต.ค.59 นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค.59 ตนและเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ได้ออกตรวจสอบร้านจำหน่ายเสื้อผ้าดำ-ขาวสำเร็จรูปบริเวณถนนเพชรเกษม เขตหนองแขม ซึ่งพบร้านจำหน่ายเสื้อยืดสำเร็จรูป ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีก จึงได้เปรียบเทียบปรับร้านดังกล่าว เป็นเงิน 2,000 บาท และให้จัดทำป้ายราคาจำหน่ายปลีกให้เรียบร้อย และเจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง หากยังพบกระทำผิดอีก จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปตรวจสอบผู้จำหน่ายเสื้อผ้าบริเวณวังหลัง เขตบางกอกน้อย พบว่า มีการฝ่าฝืนจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปเสื้อดำ-ขาว โดยไม่แสดงราคาจำหน่ายปลีกอีกจำนวน 8 ราย เป็นแผงจำนวน 7 แผง และร้านจำนวน 1 ร้าน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดทั้ง 8 รายแล้วเช่นเดียวกัน

นายวินิจฉัย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการจำหน่ายเครื่องแต่งกายสีดำ และผู้ผลิตผ้าสีดำอย่างต่อเนื่อง เพื่อมิให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสจำหน่ายในราคาที่สูงเกินสมควร และยังเป็นการป้องกันมิให้เกิดการกักตุนสินค้า

“หากประชาชนพบเห็นความไม่เป็นธรรมทางการค้า ขอให้แจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้วพบการกระทำผิด จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที และในวันที่ 21 ต.ค.นี้ จะนำเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ออกตรวจสอบสถานการณ์ค้าสินค้าอุปโภคบริโภค และชุดแต่งกายดำ ณ ตลาดยิ่งเจริญด้วย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ต.ค.นี้ นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นประธานเปิดงาน “รวมใจแสดงความอาลัย” โดยกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสิ่งทอ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป นำเสื้อผ้าสีดำจากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ กว่า 80 ราย มาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาด ตั้งแต่วันที่ 21-24 ต.ค.นี้ ที่อาคารแสดงสินค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษก โดยราคาเริ่มต้น ได้แก่ เสื้อยืด ตัวละ 79 บาท เสื้อโปโล ตัวละ 149 บาท เสื้อเชิ้ต ตัวละ 229 บาท และยังมีเครื่องแต่งกายอื่นที่ใช้สำหรับไว้ทุกข์มาจำหน่ายอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังมีบริการรับย้อมผ้าสีดำให้กับผู้ที่มีเสื้อผ้าสีอื่น และต้องการนำมาย้อมด้วย

 

พาณิชย์ ชูยุทธศาสตร์ ตั้งศูนย์กระจายสินค้า ผลักดันการค้าชายแดนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 18:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759651

 

พาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการไทย สร้างศูนย์กระจายสินค้าในประเทศตามแนวชายแดน พร้อมรุกตั้งในประเทศเพื่อนบ้าน หวังเพิ่มช่องทางค้าขายสินค้าเอสเอ็มอี ยัน พร้อมลงทุนทั้ง 3 รูปแบบแล้ว ส่วนการค้าชายแดนปีนี้ ทำได้แค่ 1.47 ล้านล้านบาท จากเป้า 1.7 ล้านล้านบาท …

วันที่ 20 ต.ค. 59 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ผลักดันการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และการค้าผ่านแดน โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และลาว) ที่เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี โดยยุทธศาสตร์แรก คือ การตั้งศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งเป็นเหมือนตลาดกลางการค้าสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ซึ่งขณะนี้ กรมฯ ได้สนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยรายใหญ่สร้างศูนย์ฯ ดังกล่าวแล้ว ที่ จ.ปทุมธานี บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ และในเร็วๆ นี้ กรมฯ จะลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับภาคเอกชนรายใหญ่ดังกล่าว คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดดำเนินการได้ไตรมาสแรกปี 61 ถือเป็นการสร้างช่องทางการค้า จำหน่าย และกระจายสินค้าให้เอสเอ็มอี

“ศูนย์กระจายสินค้านี้ จะเปิดพื้นที่ให้เอสเอ็มอีเช่าเพื่อนำสินค้ามาแสดง จากนั้นจะติดต่อให้ผู้ซื้อจากซีแอลเอ็มวี บินมาเลือกซื้อสินค้า ซึ่งสะดวกมาก อยู่ใกล้สนามบินดอนเมือง ที่นี่จะเป็นศูนย์ครบวงจร ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารการส่งออก และการขนส่งให้ด้วย เป็นการเพิ่มช่องทางการค้า และอำนวยความสะดวกให้กับเอสเอ็มอีได้เป็นอย่างดี”

ส่วนยุทธศาสตร์ที่สอง คือ การจัดตั้งคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าตามแนวชายแดน เพื่อรวบรวมสินค้าและอำนวยความสะดวกแก่เอสเอ็มอีไทย ได้มีช่องทางกระจายสินค้าเข้าไปจำหน่ายในซีแอลเอ็มวี ผ่านชายแดนได้สะดวกและง่ายขึ้น โดยล่าสุด กรมฯ ได้สนับสนุนบริษัทไทย จัดตั้งคลังสินค้าดังกล่าวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาแล้ว และจะขยายไปยังแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ซึ่งรูปแบบธุรกิจนี้ จะช่วยให้เอสเอ็มอี ทำการค้าชายแดนได้เป็นอย่างดี

ยุทธศาสตร์สุดท้าย คือ การส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้ มีผู้ประกอบการไทยร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า City Square ซึ่งเป็นห้างใหม่แห่งแรกและแห่งเดียว ในเมืองตองยี รัฐฉาน เมียนมา ที่กำลังจะเปิดในเดือนพ.ย.นี้ โดยผู้ประกอบการไทยยินดีจัดสรรพื้นที่ภายในห้างฯ ให้เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าของเอสเอ็มอีไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าไทยในรัฐฉานแล้ว ยังจะเป็นศูนย์กระจายสินค้าไทยต่อไปยังเมืองต่างๆ ของเมียนมาด้วย

“กรมฯ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทย ที่มีศักยภาพและสนใจสร้างศูนย์กระจายสินค้า หรือการเพิ่มช่องทางการค้าการลงทุนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และภูมิภาคใกล้เคียง ประสานความร่วมมือกับกรมฯ ได้”

สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนไทย ที่รวมการค้าชายแดน การค้าผ่านแดน และการค้าเมืองหน้าด่วน ในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) ปีนี้อยู่ที่ 0.94 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนทั้งปี คาดจะมีมูลค่า 1.47 ล้านล้านบาท ขยายตัว 4.9-5% แม้จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทะเยอทะยานที่ 1.7 ล้านล้านบาทได้ แต่ยังเพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท

 

แรงงาน โวยบอร์ดค่าจ้าง ปรับค่าแรงขั้นต่ำไม่ยุติธรรม จ่อร้องนายกฯ ทบทวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 18:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759751

 

ผู้นำแรงงาน โวยบอร์ดค่าจ้าง ปรับค่าจ้างขั้นต่ำไม่ยุติธรรม 8 จังหวัดถูกเมิน เตรียมร้องนายกฯ ทบทวน ขอปรับอัตราเดียวกันทั่วประเทศ …

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. นายชาลี ลอยสูง รักษาการประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 69 จังหวัด ของคณะกรรมการค่าจ้าง ว่า คสรท. และพี่น้องแรงงาน รู้สึกไม่พอใจกับมติที่ออกมา ทุกคนเสียความรู้สึก ที่ 8 จังหวัด ไม่ได้รับการพิจารณาปรับค่าจ้าง โดยในกลุ่มนี้มี 7 จังหวัดอยู่ในภาคใต้ ความจริงไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะภาคใต้มีความเป็นอยู่ลำบาก ไม่ควรกดค่าจ้างอยู่ที่ 300 เท่าเดิม ขณะที่กรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล รวมทั้งภูเก็ตที่ได้ปรับในอัตราสูงสุดก็ได้ปรับขึ้นเพียง 10 บาท เพิ่มจาก 300 บาท เป็น 310 บาท ซึ่งน้อยมาก เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน

นายชาลี กล่าวว่า รัฐบาลบอกจะพัฒนาเศรษฐกิจ จะเอาเศรษฐกิจไปลงสามจังหวัดภาคใต้ แต่กลับไม่เพิ่มค่าแรงให้คนในจังหวัด จะทำให้เป็นจังหวัดที่มีค่าแรงต่ำสุดหรือยังไง น่าสงสัยว่าทำไมไม่ปรับให้เท่ากันทั่วประเทศ หากจะปรับ 10 บาทต้องเท่ากันทุกจังหวัด มาปรับ 5 บาท 8 บาท 10 บาท มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ค่าครองชีพ ค่ากินค่าอยู่ จะทำอะไรได้ และน่าสังเกตว่า มีการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ใหม่ 10 รายการ ระบุกว้างๆ แต่ไม่มีรายละเอียด หากเป็นไปได้ควรจะชี้แจงว่า จังหวัดที่ไม่ปรับได้คะแนนเท่าไร และเกณฑ์คืออะไร แต่ละข้อใครเป็นผู้พิจารณา นักวิชาการคนไหน เอาอะไรเป็นตัวตั้งในการพิจารณา

“ใช้คณะอนุกรรมการจังหวัด เป็นเครื่องมือมาตั้งแต่ต้น มีการเสนอก่อนนี้ว่า ควรปรับ 13 จังหวัดในอัตรา 4 บาท ไปจนถึง 60 บาท แต่พอมาถึงขั้นคณะกรรมการค่าจ้างกลับไม่ได้เอาข้อเสนอจากคณะอนุกรรมการจังหวัดเลย แบบนี้จะมีไปทำไม อย่างกรณีปรับขึ้น 5 บาท หากคิดจริงๆ ผ่านมา 5 ปี เพิ่งจะมาปรับค่าจ้าง เฉลี่ยปีละ 1 บาทกว่า ถามว่า ปรับเพิ่มปีละ 1 บาท ถูกต้องหรือไม่ เครือข่ายแรงงานจะหารือกัน และจะทำหนังสือร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลทบทวน เพราะส่งผลกระทบต่อแรงงานทุกคน” นายชาลี กล่าว

 

ขสมก.ร่วมเอกชนให้บริการจุดจอดรถยนต์ฟรี 9 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/759727

20 ต.ค. 2559 17:13

ขสมก.ร่วมเอกชนให้บริการจุดจอดรถยนต์ฟรี 9 จุด

20 ต.ค. 2559 17:13

ขสมก. ร่วมภาคเอกชนให้บริการจุดจอดรถยนต์ฟรี 9 จุด เพื่อเชื่อมต่อชัทเทิลบัส จาก 4 มุมเมือง ไปยังสนามหลวง เปิดให้บริการระหว่างเวลา 06.00–24.00 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป …

วันที่ 20 ต.ค. 59 มีรายงานว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ร่วมกับภาคเอกชนให้บริการจุดจอดรถยนต์ฟรี 9 จุด เพื่อเชื่อมต่อรถชัทเทิลบัส จาก 4 มุมเมืองไปยังท้องสนามหลวง

สำหรับจุดจอดรถยนต์ฟรีที่จัดให้ ประกอบด้วย 1. เมืองทองธานี จอดได้ 5,000 คัน 2. เซ็นทรัลพระราม 2 จอดได้ 3,700 คัน 3. เซ็นทรัลศาลายา จอดได้ 1,800 คัน 4. ลานพุทธมณฑลสาย 4 จอดได้ 5,000 คัน 5. เมกาบางนา จอดได้ 1,000 คัน 6. สโมสรตำรวจ จอดได้ 400 คัน 7. เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต บางใหญ่ จอดได้ 1,000 คัน 8. ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จอดได้ 1,500 คัน 9. แอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน จอดได้ 1,000 คัน โดยจะเปิดให้บริการระหว่างเวลา 06.00–24.00 น. นับแต่วันนี้เป็นต้นไป

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6.45 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,492.73 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759752

 

หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่ายเพิ่มขึ้น 6.45 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,492.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,214.62 ล้านบาท …

การเคลื่อนไหวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 20 ต.ค. 59 รายงานหุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 6.45 จุด เปลี่ยนแปลง 0.43% ดัชนีอยู่ที่ 1,492.73 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 51,214.62 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน).

 

ปภ. แนะผู้ขับขี่ เรียนรู้การใช้สัญญาณไฟถูกวิธี ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 15:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759581

 

ปภ. แนะผู้ขับขี่เรียนรู้การใช้สัญญาณไฟถูกวิธี เลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ พร้อมตรวจสอบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีแสงไฟส่องสว่างทุกดวง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง …

วันที่ 20 ต.ค. 59 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การเปิดใช้สัญญาณไฟเป็นการสื่อสารให้ผู้ร่วมใช้เส้นทางทราบทิศทางการเดินรถ แต่หากใช้สัญญาณไฟไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ อาจสร้างความเข้าใจผิดและเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะผู้ขับขี่ เรียนรู้การใช้สัญญาณไฟถูกวิธี ดังนี้

ไฟเลี้ยว เปิดใช้เมื่อเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องทาง ขอแซงหรือกลับรถ ล่วงหน้า ในระยะไม่ต่ำกว่า 60 เมตร เพื่อให้ผู้ที่ขับรถตามหลังมาทราบทิศทางการเดินรถ จะได้ชะลอความเร็ว หรือเปลี่ยนช่องทางได้ทัน เมื่อรถกลับเข้าช่องทางปกติแล้วให้ปิดสัญญาณไฟ เพื่อมิให้ผู้ร่วมใช้เส้นทางเกิดความสับสน ไม่เปิดไฟเลี้ยวในระยะกระชั้นชิดและเปลี่ยนช่องทางในทันที พร้อมเพิ่มความระมัดระวังในการใช้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายบริเวณทางแยกหรือทางร่วม

ไฟเบรก เปิดใช้เมื่อรถจอดติดสัญญาณไฟ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนหรือบริเวณที่มีทัศนวิสัยไม่ดี และยังไม่มีรถมาจอดต่อท้าย เพื่อให้ผู้ขับรถคันอื่นทราบว่ามีรถจอดจะได้หยุดรถทัน เปิดใช้กรณีเส้นทางมีสิ่งกีดขวางช่องทางจราจร จนต้องชะลอความเร็วและเปลี่ยนช่องทาง จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุชนท้าย หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกบ่อยครั้ง เพราะนอกจากสัญญาณไฟเบรกจะสร้างความรำคาญแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทางแล้ว ยังส่งผลให้การกะระยะทางในการหยุดรถผิดพลาด ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ไฟฉุกเฉิน เปิดใช้กรณีประสบอุบัติเหตุบนทางสาธารณะ จอดรถกีดขวางช่องทางจราจร ริมไหล่ทางหรือบริเวณที่แสงสว่างไม่เพียงพอ เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับรถคันอื่นเพิ่มความระมัดระวัง จะได้เปลี่ยนช่องทางได้ทัน ไม่เปิดใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม อาทิ ขับรถผ่านสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ หยุดหรือจอดรถในที่ห้าม ขับรถย้อนศร ขับรถผ่านเส้นทางที่มีทัศนวิสัยไม่ดี เพราะนอกจากจะทำให้ไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวใช้แล้ว ยังทำให้ผู้ขับรถคันอื่นเห็นสัญญาณไฟเพียงด้านเดียว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากต้องเลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องทาง ควรปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพราะจะทำให้ผู้ร่วมใช้เส้นทางไม่ทราบทิศทางในการเดินรถ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ไฟสูง เปิดใช้เมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มืดมาก เพื่อจะได้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น และปรับลดเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถวิ่งสวนทางมา หรืออยู่ในเส้นทางที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อป้องกันแสงไฟรบกวนสายตาผู้ขับรถคันอื่น เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ เปิดใช้เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับรถคันอื่นเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณทางโค้งหักศอก ทางข้าม ยอดเนิน สะพานที่โค้งยาวหรือมุมอับในช่วงเวลากลางคืน เพื่อตรวจสอบสภาพเส้นทาง แต่ต้องระวังมิให้แสงไฟรบกวนสายตาผู้ขับรถคันอื่น

ไฟตัดหมอก เปิดใช้เมื่อขับผ่านเส้นทางที่มีทัศนวิสัยไม่ดี อาทิ ฝนตกหนัก หมอกควันปกคลุมเส้นทาง จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้นและผู้ขับรถคันอื่นมองเห็นรถเราได้จากระยะไกล เปิดใช้ในช่วงกลางคืนหลังฝนตกหรือมีน้ำเฉอะแฉะ จะช่วยลดการสะท้อนของแสงไฟหน้ารถกับพื้นถนนที่มีน้ำเจิ่งนอง ทำให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น ปิดไฟตัดหมอกเมื่อมีรถขับสวนทางมาในระยะ 150 เมตร เพราะแสงไฟตัดหมอกส่องสว่างได้ในระยะไกล ทำให้ผู้ขับรถคันอื่นสายตาพร่ามัว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีแสงไฟส่องสว่างทุกดวง และหมั่นทำความสะอาดโคมแก้วครอบสัญญาณไฟ จะช่วยให้แสงไฟส่องสว่างได้มากขึ้น รวมถึงเลือกใช้สัญญาณไฟให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

 

แนะแรงงานลักลอบอยู่เกาหลี เดินทางกลับด้วยความสมัครใจ ขยายเวลาถึง ธ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759417

 

ก.แรงงาน แจ้งเตือนแรงงานไทย ลักลอบทำงานในเกาหลี แจ้งเดินทางกลับ ตามโครงการเดินทางออกโดยสมัครใจ ซึ่งขยายเวลาถึง ธ.ค. 59 ก่อนถูกจับ ขึ้นบัญชีดำ …

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรม สาธารณรัฐเกาหลี แจ้งประกาศเชิญชวนให้ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย แจ้งการเดินทางออกนอกประเทศด้วยความสมัครใจ ตามโครงการเดินทางออกโดยสมัครใจ ซึ่งได้ขยายระยะเวลาต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งมีขั้นตอนคือ ผู้ที่สมัครใจเดินทางเตรียมหนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งาน และตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับประเทศของตน โดยเดินทางไปแจ้งด้วยตนเอง ที่สำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางออกด้วยความสมัครใจจะได้รับสิทธิลดหย่อนการห้ามเข้าประเทศ รวมทั้งผู้เสียหายที่เคยถูกปฏิเสธห้ามเข้าเมืองเนื่องจากพำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในระยะเวลาก่อนหน้าก็สามารถได้รับสิทธิตามข้อยกเว้นนี้ด้วย

นายสิงหเดช กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่พำนักอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลี หรือประชาชนที่มีญาติอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลี แจ้งให้ญาติรับทราบ เนื่องจากหากพ้นระยะเวลาที่กำหนด อาจถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ถูกเนรเทศและถูกขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศอีกด้วย

สำหรับญาติ หรือแรงงาน ที่มีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร.02-245-6708-9 ในวันและเวลาราชการ หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694

 

กสท. ให้ทีวีทุกช่องสลับกันเชื่อมโยงสัญญาณ พร้อมคงอยู่ในกรอบความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 11:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759321

 

กสท. ประชุมผู้ประกอบการโทรทัศน์ นัดพิเศษ ครั้งที่ 3 มีมติขอความร่วมมือให้ทุกช่องสลับสับเปลี่ยนกันเชื่อมโยงสัญญาณ กรณีพระบรมวงศานุวงศ์หรือกษัตริย์ต่างประเทศมาร่วมในพระราชพิธี พร้อมคงบรรยากาศการแสดงความอาลัย ช่วงเวลา 30 วัน …

วันที่ 20 ต.ค.59 พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยภายหลังการประชุมนัดพิเศษ ครั้งที่ 3 เรื่องการกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพิ่มเติมว่า มีมติให้การถ่ายทอดหลากหลายและคงไว้ซึ่งบรรยากาศการแสดงความอาลัยในช่วงเวลา 30 วัน

ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือไปยังสถานีทั้งหมด 36 ช่อง สลับสับเปลี่ยนกันเชื่อมโยงสัญญาณในกรณีที่พระบรมวงศานุวงศ์หรือกษัตริย์ต่างประเทศมาร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล โดยสามารถเชื่อมโยงสัญญาณจากกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งกำหนดวันที่ออกอากาศของแต่ละช่องไว้แล้ว

แต่ทุกสถานียังคงต้องเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทรท. ในกรณีที่มีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในแต่ละวันไว้ด้วย


ส่วนรูปแบบที่นำเสนอรายการนอกเหนือเวลาการเชื่อมโยงสัญญาณจาก ทรท. เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 7 วัน (21 ต.ค.59) ให้ถือปฏิบัติคงเดิม ส่วนรายการการออกอากาศนอกเหนือจากรายการข่าวสารสาระ สามารถนำรายการที่อยู่ในระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป) เด็ก (ด) และทั่วไป (ท) รวมถึงการโฆษณามาออกอากาศได้ แต่ขอให้สถานีระมัดระวังในการออกอากาศและตรวจสอบไม่ให้ขัดแย้งกับมติก่อนหน้านี้ และขอให้ควบคุมระดับสี เพื่อคงบรรยากาศการแสดงความอาลัยไปตลอดระยะเวลา 30 วัน

นอกจากนี้ กสทช. ยังเปิดช่องทางผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ให้ผู้ประกอบการที่ไม่แน่ใจการนำเสนอรายการ สามารถสอบถามเข้ามาได้

 

‘ศุภชัย’ แนะรัฐ เร่งสร้างเชื่อมโยงอาเซียน หนุนการเติบโตทาง ศก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ต.ค. 2559 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759211

 

ธ.กรุงเทพ จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี “AEC 2025” เสนอภาพรวม ศก. อาเซียน 10 ปีข้างหน้า ‘ศุภชัย’ เผย มาตรการกระตุ้น ศก.ระยะสั้นไม่ช่วยพลิกโฉมทาง ศก. ได้ แนะรัฐ เร่งเชื่อมโยงอาเซียน หนุนการเติบโต ด้าน ‘วิกรม’ ชี้ ไทยควรใช้จุดแข็งอุตฯ ยานยนต์-การแพทย์-ท่องเที่ยว-อาหาร สร้างฐานการเติบโต …

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี 2559 AEC Business Forum ภายใต้หัวข้อ “AEC 2025” เพื่อนำเสนอภาพรวมของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 10 ปีข้างหน้า


งานสัมมนาใหญ่ประจำปี 2559 AEC Business Forum ภายใต้หัวข้อ “AEC 2025”

นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) และอดีตผู้อำนวยใหญ่ องค์การการค้าโลก (WTO) เปิดเผยในหัวข้อ ประเทศไทยกับทศวรรษใหม่แห่งการพลิกโฉมเศรษฐกิจ ภายใต้ความร่วมมือ AEC โดยเชื่อว่า ในเวลานี้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะสั้นของรัฐบาลได้เดินมาจากสุดทางแล้ว หลังจากออกมาทั้งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร มาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุ แต่ตนเองก็รู้สึกเป็นห่วงว่า หากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นถูกทำต่อไปอีกเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นไม่มีแผนที่จะมาพลิกโฉม หรือกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ก็มองว่า การกำหนดกรอบนโยบายของรัฐบาล ถือว่ามาถูกทางแล้ว ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดเงื่อนไขว่าประเทศไทยควรจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรในอีก 20 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะวิสัยทัศน์ของอาเซียน หรือสหประชาชาติ ซึ่งเติบโตของไทยจะพึ่งพาแค่ภายในประเทศอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องโตคู่กับภูมิภาคและโลก ซึ่งในด้านวิสัยทัศน์ที่จะนำพาไทยก้าวไปได้ในอนาคต และการกลับมากระตุ้นภายในประเทศ หรือการหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง รวมถึงการที่จะยกระดับประเทศให้มีการเติบโตขึ้นถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง

นอกจากนี้ เงื่อนไขสำคัญของอาเซียนในขณะนี้ที่ไทยจะต้องยึดมาเป็นหลักในการพลิกโฉม ประกอบด้วย ความต้องการที่จะเป็นตลาดเดียวกันที่จะเป็นการสร้างภูมิภาคที่ทำให้เกิดความสามารถในการแข่งขันได้ การพัฒนากลุ่มประเทศ CLMV ทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ให้เติบโตไปด้วยกัน


ทั้งนี้ กระบวนการของไทยที่จะพลิกโฉม ประการแรก คือ เรื่อง Digitization ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปล่อยให้เกิดขึ้นโดยเสรี และเริ่มเข้ามามีบทบาทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์, ค้าปลีก มากขึ้น โดยไทยควรเตรียมพร้อมในเรื่องของระบบ ทักษะ และกฎระเบียบ รวมถึงความปลอดภัย จากการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ต่อมา คือ การเชื่อมต่อ ที่จะต้องมีความจำเป็นในการดูแลความเคลื่อนไหวของสินค้า ของต้นทุน ของคน ซึ่งจะต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าจะตั้งเป้าโครงการของอาเซียนอย่างไรบ้าง ประการที่สาม เรื่องของ การพัฒนาและวิจัย และการมีนโยบายการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ถือว่ามีความสำคัญมาก เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกัน และยกระดับสินค้าให้ดีขึ้น

ด้าน นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA) มองว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญ คือ การเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ถือว่ามีคุณภาพการผลิตที่ดีมาก ตลาดหลักทรัพย์มีปริมาณการซื้อ-ขายเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน, ความเชี่ยวชาญและชำนาญภาคการบริการด้านการแพทย์ รวมทั้งอาหารไทย นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการตั้ง International Head Quarter ที่ไทยจะไม่ใช่แค่เป็นฐานการผลิต แต่จะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายด้วย