ราคาทองเปิดตลาด ปรับลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 22,550

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 10:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695913

 

ราคาทองเปิดตลาดลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,950 ขายออกบาทละ 22,050 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,557.52 ขายออกบาทละ 22,550 บาท ส่วนภาวะตลาดทองคำนิวยอร์กปิดลบ 11 ดอลลาร์ จากการแข็งค่าของดอลลาร์…

วันที่ 20 ส.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.23 น. ลดลง 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,950.00 บาท ขายออกบาทละ 22,050.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,557.52 บาท ขายออกบาทละ 22,550.00 บาท

ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ขณะที่ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ธ.ค.ลดลง 11 ดอลลาร์ หรือ 0.81% ปิดที่ 1,346.2 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ ราคาทองคำปรับตัวลดลง หลังจากสกุลเงินดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในตะกร้าเงิน โดยปกติ ราคาทองคำจะมีความเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่า หากดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาทองคำจะปรับตัวลดลง เพราะทองคำจะมีราคาสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ นอกจากดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงในวงจำกัด เนื่องจากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาโลหะมีค่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นหากตลาดหุ้นปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนหันไปลงทุนในทรัพย์สินที่มีความปลอดภัยแทน.

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ จากแรงฉุดกลุ่มน้ำมัน-ค้าปลีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 06:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695784

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในวันศุกร์ หลังจากหุ้นของบริษัทในกลุ่มน้ำมัน และบริษัทวอล-มาร์ต พร้อมใจกันลดลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 19 ส.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 45.13 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 18552.57 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 3.15 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 2183.87 ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 1.77 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 5238.38 จุด

ตลาดสหรัฐฯ แกว่งตัวก่อนปิดลบ โดยหุ้นของบริษัทในกลุ่มปิโตรเลียมอย่างเช่น เอ็กซ์ซอน โมบิล ลดลง 1.3% ส่วนเชฟรอน ลดลง 1.2% ด้านหุ้นบริษัท วอล-มาร์ต ลดลงหลังจากปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี จากทำรายได้มากกว่าที่คาดเอาไว้

ขณะที่นักลงทุนจับตาการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยจะมีการประชุมเหล่าประธานธนาคารโลกในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจของเฟดด้วย

 

ยุติคดีมาราธอน “ทรู-ทีโอที” ศาลปกครองสูงสุดสั่งไม่ต้องจ่าย 9 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695609

 

ปิดฉากคดีประวัติศาสตร์! ศาลปกครองสูงสุด ชี้ขาดเพิกถอนคำสั่งคณะอนุญาโตตุลาการ ส่งผลให้ทีโอทีไม่ต้อง ควักกระเป๋าแบ่งผลประโยชน์จากค่าเชื่อมโยงโครงข่ายให้ทรู 9,175 ล้านบาท หลังคดียืดเยื้อนานกว่า 10 ปี “อุตตม” ลั่นให้เตรียมการรองรับอีกหลายคดีจ่อคิวมาอีกเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ที่ให้เพิก ถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ กรณีให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) แบ่งผลประโยชน์ตอบแทนและชำระเงินให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 9,175.82 ล้านบาท ถือเป็นการยุติคดีความการขอแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนจากค่าเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างทีโอทีกับทรู ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 10 ปี

โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่คณะ อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดโดยพิจารณาแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน โดยคำนึงถึงความสุจริตยุติธรรมและปกติประเพณีตามมาตรา 368 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ไม่ได้พิจารณาถึงความสมเหตุสมผลและเป็นธรรมต่อผู้รับใบอนุญาตและความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ขอใช้หรือขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทุกราย อันเป็นการไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2540 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งมาตรา 34 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อนุญาโตตุลาการ 2545 มาตรา 25 วรรคห้า, มาตรา 80 วรรคสอง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม 2544 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง (8) พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม 2543 และมาตรา 26 วรรคสี่ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ดังนั้น การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ จึงเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งศาลมีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ทีโอทีได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2549 ขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาด ของคณะอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่เป็นกลาง และไม่เป็นธรรมต่อทีโอที เพราะนายประสิทธิ์ โฆวิไลกุล ประธานอนุญาโตตุลาการนั้น ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ประกันวินาศภัย อัลลานซ์อัล ซีพี จำกัด ซึ่งถือว่ามีความเกี่ยวโยงกับทรูโดยตรง

นอกจากนี้ การเรียกเก็บค่าเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคมจากการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากผู้ให้บริการที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เลขหมายละ 200 บาทต่อเดือนนั้น มีมาก่อนที่ทีโอทีจะทำสัญญา สัมปทานโทรศัพท์พื้นฐาน 2.6 ล้านเลขหมายกับทรู ซึ่งทรูก็รู้อยู่ก่อนแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ทีโอทีจะต้องแบ่งผลประโยชน์ให้กับทรู หากต้องแบ่งผลประโยชน์ให้กับทรู ทีโอทีก็ต้องแบ่งผลประโยชน์ให้กับบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) คู่สัญญาสัมปทานโทรศัพท์พื้นฐาน 1.5 ล้านเลขหมายด้วย อีกทั้งการคำนวณค่าเสียหายไม่ได้เป็นสูตรที่มีการตกลงร่วมกันระหว่างทีโอทีกับทรู จึงถือว่าไม่มีบรรทัดฐานในการคิดค่าเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่ตัดสินให้ทีโอทีชนะคดีทรูในครั้งนี้น่าจะใช้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับกรณีทีโอทียื่นฟ้องทีทีแอนด์ทีมูลค่า 23,000 ล้าน บาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนของศาลปกครอง

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทีโอทีที่ชนะคดีค่าเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าว เพราะถือว่าคดียุติลงแล้ว แต่ได้กำชับไปยังคณะกรรมการ (บอร์ด) และ ผู้บริหารทีโอทีให้เตรียมความพร้อมในคดีและข้อพิพาทอื่นๆที่มีอยู่ ทั้งในการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการและศาลปกครอง ขณะเดียวกันต้องดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดรับกับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล และไทยแลนด์ 4.0 ด้วย เพราะหากไม่ปรับอาจตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะเดียวกันบอร์ดและผู้บริหารทีโอทีต้องทำความเข้าใจกับพนักงานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมติคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ทีโอทีมีรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

“ดีใจกับทีโอทีด้วย แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจมาก เพราะมีอีกหลายคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการและศาล ฉะนั้นทั้งบอร์ด ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อต่อสู้ในชั้นศาลให้ถึงที่สุด เพราะหากคดีใดที่แพ้ อาจเกิดอาการช็อกได้ เพราะมูลค่าคดีสูงมาก ขณะเดียวกัน ต้องปรับตัวและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอลด้วย”.

 

AEC Go On 20/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 20 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694938

 

“อีกกี่ปีเวียดนามจะแซงหน้าไทย” เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมถูกถามบ่อยๆ และเป็นคำถามที่คนไทยโดยส่วนใหญ่เชื่อและกังวลว่า อีกไม่นานเศรษฐกิจเวียดนามจะวิ่งฉิวและแซงหน้าไทยในอนาคตอันใกล้ คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมเองมักจะตอบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า “ยากส์”

แต่ ณ วินาทีนี้หลังจากที่ได้เดินทางไปเยือนเวียดนามตั้งแต่เหนือจดใต้ แม้ว่าจะเป็นเวลาสั้นๆ คำตอบของผมเปลี่ยนแปลงไปครับ “ไม่แน่ครับ มีโอกาสภายใน 20 ปี ถ้าไทยเดินถอยหลังหรือหยุดนิ่งอยู่กับที่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลไทยไม่วางแนวทางและนโยบายในการพัฒนาประเทศที่เฉียบคมและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ดีพอ

เพราะจุดเด่นของเวียดนามที่ได้เกริ่นไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนคือ “การเมืองนิ่งและนโยบายแน่ชัด” กับ “สิทธิประโยชน์ทางภาษีการค้ากับต่างประเทศหรือ GSP ที่มีมาก” และ “กำลังซื้อจากประชากร 100 ล้านคน และคนหนุ่มสาววัยทำงานจำนวนมาก” คือแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนจากนานาชาติ และเป็นแม่แรงสำคัญที่จะยกระดับเศรษฐกิจของเวียดนามในอนาคตอันใกล้

อีกหลายจุดเด่นที่ทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองต่อเวียดนามคือ “ภาคเศรษฐกิจและธนาคารเข้มแข็งขึ้นมาก” ค่าเงินดองเวียดนามเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และมีค่าอ่อนเอื้อต่อการส่งออกอยู่ที่ระดับประมาณ 22,000 ดอง ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จนทำให้เศรษฐกิจเวียดนามมีความมั่นคงสูงขึ้นคือ เกินดุลการค้าและบัญชีเดินสะพัด หนี้สาธารณะต่อ GDP ยังไม่สูงมากประมาณ 50% ของ GDP และผลักดันให้ GDP ของเวียดนามขยายตัวได้ 5-7% ต่อปีในระยะหลัง และภาคธนาคารเริ่มมีความเข้มแข็งและเริ่มปล่อยสินเชื่อมากขึ้น หลังจากที่เวียดนามเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงปี 2007-2010 ซึ่งเวียดนามขาดดุลบัญชีเดินสะพัดรุนแรง ค่าเงินผันผวน และธนาคารพาณิชย์อ่อนแอไม่ปล่อยสินเชื่อ

ที่สำคัญอีกเรื่องสำหรับผมคือ “คนเวียดนามมีระเบียบมากขึ้น” ครับ เพราะ 5 ปีที่แล้ว ท้องถนนดูวุ่นวายมาก เพราะคนเวียดนามขับรถมอเตอร์ไซค์เต็มถนน ไม่ค่อยเป็นระเบียบ แต่วันนี้เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 20/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695605

 

เศรษฐกิจเฟื่องสร้างงานแสนคน รฟม.ตอกเสาเข็มรถไฟฟ้า 3 สาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695606

 

 ปี 60 “ชมพู-ส้ม-เหลือง” มาแน่

นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ภายในปีนี้ รฟม.จะเร่งดำเนินการประกวดราคารถไฟฟ้า 3 สายคือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วง แคราย-มีนบุรี มูลค่า 56,600 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่า 54,600 ล้านบาท โดยทั้งสองโครงการจะเป็นการประกวดราคาให้สิทธิ์เอกชน ทั้งงานโยธาและบริหารการเดินรถ ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี มูลค่า 92,000 ล้านบาท ที่ รฟม.เปิดประกวดราคางานโยธา มีกำหนดเปิดยื่นซองราคาในวันที่ 30 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ดีโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย รฟม.จะเร่งรัดและตั้งเป้าให้มีการลงนามสัญญาจ้างภายในเดือน เม.ย.60

นอกจากนี้ ในช่วงปี 60 รฟม.จะสานต่อโครงการรถไฟฟ้าอีก 4 สาย ได้แก่ 1.สายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ วงเงิน 85,300 ล้านบาท 2.สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑล สาย 4 วงเงิน 14,700 ล้านบาท 3.สายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู วงเงิน 9,520 ล้านบาท และ 4.สายสีเขียว ช่วงคูคต-ลำลูกกา วงเงิน 9,230 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอขออนุมัติเปิดประกวดราคาในช่วงปี 60 อย่างไรก็ดี รฟม.ประเมินว่า การสร้างโครงการรถไฟฟ้าต่อเนื่องในปี 60 จะก่อให้เกิดการจ้างแรงงานเข้าระบบมากถึง 100,000 คน ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐในปีหน้า

ด้านนายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการด้านกลยุทธ์และแผน รฟม. กล่าวว่า รฟม.จะจัดตั้งบริษัทบริหารตั๋วร่วมเป็นการชั่วคราว เบื้องต้น รฟม.จะหารือร่วมกับเอกชนที่ดำเนินธุรกิจรถไฟฟ้าอยู่แล้ว อย่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม) เพื่อหารือถึงทิศทาง อย่างไรก็ดี รฟม.มั่นใจว่าจะเปิดขายบัตรแมงมุมภายในปีนี้ และใช้ระบบอย่างเป็นทางการได้ในช่วงเดือน ม.ค.ปี 60.

 

ศูนย์ TRSC ได้รับการยอมรับระดับสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย วานิชหนุ่ม 20 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694934

 

ความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย การจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจะต้องมีความเชื่อมั่นในสินค้าหรือบริการนั้นๆ ว่าสินค้าหรือบริการจะสามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้ดีและมีความคุ้มค่า

ดังนั้น ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จและครองความเป็นผู้นำได้อย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีการกำหนดกลยุทธ์และนโยบายการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกับธุรกิจทางการรักษาและการแพทย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในด้านการรักษาทางการแพทย์ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้รวมไปถึงการบริการที่เป็นเลิศ

สำหรับศูนย์เลสิคนานาชาติ TRSC International LASIK Center ในฐานะผู้นำด้านการผ่าตัด ReLEx ซึ่งเป็นการแก้ไขสายตาผิดปกติแบบแผลเล็กแห่งแรกในประเทศไทย นายสุชาติ เห็นสว่าง กรรมการผู้จัดการ TRSC กล่าวว่า ความเป็นผู้นำด้านการรักษาแผลเล็กนี้มาจากการที่ให้ความสำคัญกับผลการรักษาที่ดีของผู้มีปัญหาสายตาที่เข้ามารักษาตลอด 19 ปีที่เปิดให้บริการ TRSC ได้เลือกสรรเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมาให้บริการ จนปัจจุบัน TRSC เป็นศูนย์เลสิคที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก


“ทาง TRSC ได้ตัดสินใจนำเทคโนโลยีใหม่สำหรับการรักษาภาวะสายตาผิดปกติจากบริษัทคาร์ล ไซส์ เมดิเทค จากประเทศเยอรมนี ผู้ผลิตเครื่อง VisuMax Femto Second LASER เป็นสถานพยาบาลแรกในประเทศไทย นับเป็นผู้บุกเบิกการรักษาวิธี ReLEx ในประเทศไทยมา 7 ปี โดยมีผู้เข้ารับการรักษาภาวะสายตาผิดปกติมากกว่า 75% เลือกใช้วิธีดังกล่าวในการรักษา มีผู้เข้ารับการบริการเป็นคนไทยประมาณ 80% และต่างชาติ 20%”

นายสุชาติกล่าวว่า จากการเป็นผู้บุกเบิกในเทคโนโลยีนี้จนได้รับการตอบรับเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ทาง TRSC ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทผู้ผลิตดังกล่าว ให้เป็น LeLEx research center เป็นศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาผลด้านการรักษาผ่านเทคโนโลยีนี้ โดยการศึกษาสถิติผลการรักษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุดแก่คนไข้

“จนถึงปัจจุบันทาง TRSC ถูกยอมรับและกลายเป็นศูนย์กลางเพื่อการเรียนรู้ผ่านการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว เป็น ReLEx Education center โดยมีจักษุแพทย์จากทั่วโลกหมุนเวียนเข้ามาศึกษาดูงานด้านการแพทย์ การรักษา มีจักษุแพทย์จากต่างประเทศมากกว่า 20 คณะ มากกว่า 350 คน จากประเทศออสเตรเลีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, อียิปต์, อังกฤษ, เกาหลี, จีนและเวียด-นาม เป็นต้น”


ล่าสุด เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีคณะจักษุแพทย์จากจีนจำนวน 200 คน เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการแพทย์และการรักษา ซึ่งเป็นการแสดงถึงการยอมรับจากจักษุแพทย์ในระดับนานาชาติ สำหรับหน่วยงานชั้นนำของไทยก็มีผู้ศึกษาดูงานจากโรงพยาบาลรัฐบาลและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ รวมถึงการเปิดให้นักเรียนแพทย์ได้เข้ามาเรียนรู้ฝึกงานด้านการรักษาภาวะสายตาผิดปกติอย่างต่อเนื่อง

นายสุชาติกล่าวว่า เทคโนโลยีของการรักษาปัญหาสายตาผิดปกติ โดยปกติจะใช้เวลาการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่ประมาณ 20 ปี ซึ่งเราในฐานะเป็นผู้นำทางด้านนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องตอบแทนคืนให้สังคมโดยเฉพาะการรักษาทางด้านนี้หาบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศได้ยากมาก เปิดโอกาสให้ฝึกงานฟรี และการเปิดเยี่ยมชมเพื่อมาดูถึงวัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งไม่ใช่เป็นการเยี่ยมชมด้านการแพทย์อย่างเดียว

“สำหรับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้นทาง TRSC ไม่ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ธุรกิจค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว แต่ธุรกิจก็ไม่เติบโตโดดเด่นเท่าใดนัก อาจเป็นข้อจำกัดทางด้านสถานที่ ขณะที่คู่แข่งเราไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งของเรา เรามองเป็นบวกมากกว่าว่าเทคโนโลยีที่เราบุกเบิกมาได้รับการยอมรับทั่วไป ตลาดขยายใหญ่ขึ้น ก็อยู่ที่ความสามารถของผู้ประกอบการมากกว่า ว่าจะมีวิธีดึงคนไข้อย่างไร ของเราที่เข้ามาทำการรักษาส่วนใหญ่ 80-90% ได้รับการบอกต่อกันปากต่อปากถึงความเชื่อมั่นในการรักษา ซึ่งนับว่าเป็นจุดแข็งของเราที่ได้รับการไว้ใจ”

นับเป็นศูนย์รักษาสายตาผิดปกติรายแรกๆ ของโลกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้จนกลายเป็นศูนย์ที่จักษุแพทย์ต่างประเทศต้องเข้ามาดูงานเพื่อนำเป็นไอเดียของการลงทุนซื้อเทคโนโลยีมาใช้และนับเป็นส่วนหนึ่งของการให้องค์ความรู้แก่สังคมและการสร้างการยอมรับทางด้านการแพทย์ของประเทศไทยมากขึ้น!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

 

งานคือเงิน 20/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 20 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694937

 

ความขยัน และอดทน คือกุญแจสำคัญของการก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิต

หมึกเขียว ขอส่งกำลังใจให้คนไม่ยอมแพ้ สามารถเดินถึงเส้นชัยในเร็ววัน และอาสาสรรหา สารพัดตำแหน่งงานน่าสนใจ มาฝากกันเช่นเคยที่ งานคือเงิน

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขยายเวลารับ วิศวกร P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในฝ่ายบริหาร (ปฏิบัติงาน ณ งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ) วุฒิ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตทุกสาขา (หากเป็นสาขาที่กฎหมายกำหนดให้เป็นสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมอย่างน้อย 1 ปี) มีความรู้ความ สามารถในกระบวนการทางวิศวกรรม เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบสุขาภิบาล หรือระบบปรับอากาศ มีความรู้ความสามารถอ่านเขียนภาษาอังกฤษอย่างดี, เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์) P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสัตว์เล็ก วุฒิ วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขา เทคนิคการแพทย์ เทคนิคการสัตวแพทย์ สัตวศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความรู้และสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ อ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ดี สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาทำการได้, เจ้าหน้าที่สำนักงาน (การเงิน) P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในโรงงานสัตว์เล็ก วุฒิ ปริญญาตรี สาขา การเงิน การบัญชี การธนาคาร หรือ การบริหารธุรกิจ (หากมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการเงินจะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความรู้ความสามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูปได้ดี สามารถอ่านเขียนภาษาอังกฤษ และปฏิบัติงานนอกเวลาทำการได้ หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว ทุกตำแหน่งต้องมีคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEIC ไม่น้อยกว่า 400 คะแนน CULI-TEST ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน CU-TEP ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน หรือ IELTS ไม่น้อยกว่า 4.0 คะแนน, เจ้าหน้าที่สำนักงาน (การเงิน) P8 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสัตว์เล็ก วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)/ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชา การเงิน การบัญชี หรือการธนาคาร หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว มีความรู้ความสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปอย่างดี มีความรู้ความสามารถอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาทำการ และทำงานเป็นกะได้ สมัครทาง http://www.hrm.chula.ac.th/ recruitmentonline สอบถามที่ หน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-9773 ถึง 23 ส.ค.นี้

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขยายเวลารับ เจ้าหน้าที่สำนักงาน (บริหารงานทั่วไป) P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติหน้าที่ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ภาคบัณฑิต (นอกเวลาราชการ) วุฒิ ปริญญาตรี จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง มีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป โดยเฉพาะ Microsoft Office และเครือข่าย Internet สามารถพิมพ์ดีดได้ดี, เจ้าหน้าที่สำนักงาน (บริหารงานทั่วไป) P7 หัวหน้าหน่วยบริหารกายภาพ จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริหารกายภาพ กลุ่มงานบริหารและธุรการ ฝ่ายบริหาร วุฒิ ปริญญาตรี จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ.รับรอง มีความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง มีความสามารถในการรวบรวม ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานได้ สามารถควบคุมการปฏิบัติงาน ให้คำแนะนำ แก้ปัญหาในงานได้ มีความสามารถในการติดต่อประสานงานอย่างดี มีความเป็นผู้นำ มนุษยสัมพันธ์ดี สมัครที่ http://www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline สอบถามที่ หน่วยบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-2017 ต่อ 325 ถึง 23 ส.ค.นี้

สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 8 อัตรา กลุ่มงานบริหารทั่วไป วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชา เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ/รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ทุกสาขา มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์นโยบายและแผน สามารถทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์ ยุทธศาสตร์และนโยบายระดับประเทศ ระดับกระทรวง และระดับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วิเคราะห์ สังเคราะห์ และเสนอแนะยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงบประมาณด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประสานงานและถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้งปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ระยะเวลาการจ้าง นับตั้งแต่วันที่จ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 สนใจสมัครทางอินเตอร์เน็ตที่ เว็บไซต์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม http://www.mnre.go.th หรือที่ http://job.mnre.go.th ถึง 28 ส.ค.นี้

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) รับ ข้าราชการประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กลุ่มงานดุริยางค์ไทย ตำแหน่ง ดุริยางคศิลปิน (นักดนตรี) 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี สาขา วิชาใดวิชาหนึ่งทางดุริยางคศิลป์, กลุ่มงานดุริยางค์สากล ตำแหน่ง ดุริยางคศิลปิน (เจ้าหน้าที่โฆษกและตลก) 2 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรีสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางดุริยางคศิลป์, ดุริยางคศิลปิน (นักแต่งเพลง) 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรีสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางดุริยางคศิลป์, คีตศิลปิน (นักร้อง) 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรีสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางคีตศิลป์ สมัครที่ ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ สำนักงานเลขานุการ สำนักวัฒนธรรม กีฬา ท่องเที่ยว เลขที่ 123 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดน กรุงเทพฯ ระหว่าง 22-30 ส.ค.นี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สังกัดกองอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม สำนักงานอธิการบดี รับ สถาปนิก 1 อัตรา อายุไม่เกิน 35 ปี วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ (หากสามารถเขียนแบบ ประเมินราคางานปรับปรุงสิ่งก่อสร้างได้ หรือมีใบประกอบวิชาชีพ (ก.ส.) จะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความรู้ความสามารถด้านการใช้คอมพิวเตอร์อย่างดี สามารถศึกษาและจัดการข้อมูลเกี่ยวกับงานที่เกี่ยวข้อง ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ และเสียสละเพื่อส่วนรวม, เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 อัตรา อายุไม่เกิน 30 ปี วุฒิ ปริญญาตรีทุกสาขา (หากเป็นสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย วิทยาศาสตร์ความปลอดภัยสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือมีประสบการณ์ทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรืองานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 1 ปี จะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีมนุษยสัมพันธ์ดี สามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยได้ มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ ตรวจสอบ วิเคราะห์งาน ประเมินความเสี่ยง วิเคราะห์โครงการ เสนอแนะมาตรการความปลอดภัย แนะนำฝึกอบรม ตรวจวัดภาพแวดล้อมการทำงาน วิเคราะห์การประสบอันตราย รวบรวมสถิติ และจัดทำรายงาน เป็นต้น ดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://www.bsru. ac.th และสมัครที่ กองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดี ชั้น 1 (อาคาร 100 ปี ศรีสุริยวงศ์) มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เลขที่ 1061 ถนนอิสรภาพ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 สอบถาม โทร.0-2473-7000 ต่อ 1104, 1111, 1112 ถึง 30 ส.ค.นี้

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ รับ อาจารย์ 1 อัตรา สาขาวิชาภาษารัสเซีย วุฒิ ปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางด้าน ภาษาและวรรณคดีรัสเซีย ภาษาศาสตร์ การสอนภาษารัสเซียในฐานะภาษาต่างประเทศ การแปลและล่าม หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สนใจติดต่อที่ สำนักงานเลขานุการคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2696-5207 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://arts.tu.ac.th และไปที่รับสมัครงาน รับถึง 31 ส.ค.นี้

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รับ อาจารย์ 4 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา สังคม ศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสุขภาพ สาธารณสุข นโยบาย สวัสดิการ และระบบสุขภาพ มีความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษ (อ่าน พูด ฟัง เขียน) ระดับดี หรือดีมาก มีประสบการณ์งานวิจัยทางด้านสุขภาพ นโยบายสุขภาพ ที่ใช้องค์ความรู้ทางสังคมศาสตร์ สังคม วิทยา มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง (หากมีผลงานตีพิมพ์จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ) สนใจสมัครโดยส่งเอกสารและหลักฐาน Electronic File ที่ระบุในข้อ 4 ผ่านทางอีเมล ที่นางสาวเบญจมาส เจริญสุขพลอยผล Email : society.health.hr@gmail. com สอบถามที่ หัวหน้าภาควิชาสังคมและสุขภาพ โทร.0-2800-2841 (-69) ต่อ 1233 ถึง 31 ส.ค.นี้รับถึง 31 ส.ค.นี้

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขยายเวลารับ พนักงานมหาวิทยาลัยชั่วคราว (พนักงานส่วนงาน) ตำแหน่ง อาจารย์ 1 อัตรา สังกัดสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (เคมี) ภาควิชาหลักสูตร การสอนและการเรียนรู้ อายุไม่เกิน 35 ปี วุฒิ ปริญญาโท สาขาวิชาการศึกษาวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ศึกษา (Science Education) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศึกษา (Science and Technology Education) ต้องมีวุฒิปริญญาตรี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (เคมี) การศึกษา หรือ ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ (การสอนเคมี) ต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษจากสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือสถาบันที่ผู้สมัครสำเร็จการศึกษาที่ไม่เกิน 2 ปี โดย TOEFL ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน (paper-based) หรือ 196 คะแนน (Computer-based) หรือ 80 คะแนน (Internet-based) ขึ้นไป หรือมีผลคะแนน IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 ขึ้นไป ต้องไม่เป็นผู้ที่ลาออกจากราชการตามโครงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิต! เกษียณก่อนกำหนด หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สมัครที่หน่วยบุคคล งานบริหารทั่วไป สำนักงานคณะศึกษาศาสตร์ ชั้น 1 อาคาร 2 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร.0-5394-4210 ถึง 31 ส.ค.นี้.

หมึกเขียว

 

บอร์ด ทอท. อนุมัติ 3 แผนแม่บท พัฒนาสนามบินแม่ฟ้าหลวงกว่า 6.2 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 03:37

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695461

 

บอร์ด ทอท. อนุมัติแผนแม่บทพัฒนาสนามบินแม่ฟ้าหลวงกว่า 6.2 พันล้าน ระยะเวลา 15 ปี เล็งพิจารณาแผนแม่บทสนามบินหาดใหญ่ และสนามบินภูเก็ตในวาระถัดไป

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 59 นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด ทอท. ได้รับทราบตามที่ฝ่ายบริหาร ทอท. รายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปีงบประมาณ 2554–2560 ว่าขณะนี้บอร์ด ทอท.ได้มีมติอนุมัติ งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง (CSC) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา SCS Consortium ที่เป็นผู้ชนะการประมูลเข้ามารับจ้างงานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีวงเงินในการจัดจ้าง 879,989,400 บาท ระยะเวลาดำเนินงานตามสัญญาจ้างรวม 39 เดือน

นอกจากนี้ บอร์ด ทอท.ยังได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ตามที่ ทอท.เสนอ โดยการพัฒนาจะจัดทำแผนแม่บทการพัฒนา และมีแนวทางการพัฒนาแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ แผนพัฒนาระยะที่หนึ่งปี พ.ศ. 2559–2564 มีเป้าหมายที่จะรองรับปริมาณจราจรทางอากาศในปี พ.ศ. 2568 แผนพัฒนาระยะที่สอง ปี พ.ศ. 2564–2568 มีเป้าหมายที่จะรองรับปริมาณจราจรทางอากาศในปี พ.ศ. 2573 และแผนพัฒนาระยะที่สามปี พ.ศ. 2569–2573 มีเป้าหมายที่จะรองรับปริมาณจราจรทางอากาศในปี พ.ศ. 2578

สำหรับรายละเอียดของการดำเนินการ ดังนี้ แผนพัฒนาระยะที่หนึ่ง วงเงินลงทุนประมาณ 3.7 พันล้านบาท มีเป้าหมายรองรับปริมาณจราจรทางอากาศได้ถึงปี พ.ศ. 2568 ระบบทางวิ่งและทางขับ รองรับเที่ยวบินได้ 16 เที่ยวบินต่อชั่วโมง หลุมจอดอากาศยาน 10 หลุมจอด รองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนต่อปี และมีที่จอดรถยนต์ 1,200 คัน ประกอบด้วย กลุ่มงานเขตการบิน เช่น การก่อสร้างขยายลานจอดอากาศยานด้านทิศใต้ พร้อมการซ่อมปรับปรุงลานจอดอากาศยานเดิม การก่อสร้างหลุมจอดอากาศยานด้านทิศเหนือ พร้อมทางขับทางเชื่อมต่อทางวิ่งให้สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ได้รวม 12 ลำ เป็นต้น

ส่วนกลุ่มงานอาคารผู้โดยสาร การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิม พร้อมทั้งก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังเดิมด้านทิศเหนือ และชานชาลารับส่งผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสัญจรภายในอาคารผู้โดยสารได้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน พร้อมหลุมจอดประชิดอาคารรวม 5 หลุมจอด กลุ่มงานระบบสนับสนุนท่าอากาศยาน เช่น การปรับปรุงระบบถนนภายในท่าอากาศยาน จากเดิม 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจรเพื่อให้เกิดความคล่องตัว การก่อสร้างขยายอาคารคลังสินค้า เป็นต้น

นายประสงค์ กล่าวว่า แผนพัฒนาระยะที่สองวงเงินลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท มีเป้าหมายเพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศได้ถึงปี พ.ศ. 2573 รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 3.3 ล้านคนต่อปี ระบบทางวิ่งและทางขับรองรับเที่ยวบินได้ 16 เที่ยวบินต่อชั่วโมง หลุมจอดอากาศยาน 12 หลุมจอด ประกอบด้วย กลุ่มงานเขตการบิน เป็นการก่อสร้างหลุมจอดอากาศยานด้านทิศใต้ กลุ่มงานอาคารผู้โดยสาร การก่อสร้างขยายอาคารผู้โดยสารบริเวณด้านทิศใต้ พร้อมหลุมจอดประชิดอาคาร 6 หลุมจอด และกลุ่มงานสนับสนุนท่าอากาศยาน งานก่อสร้างขยายโรงซ่อมบำรุงอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น (GSE) บริเวณด้านทิศใต้

ขณะที่ แผนพัฒนาระยะที่สาม วงเงินลงทุนประมาณ 1.9 พันล้านบาท มีเป้าหมายเพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศได้ถึงปี 2578 รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 3.7 ล้านคนต่อปี ระบบทางวิ่งและทางขับรองรับเที่ยวบินได้ 30 เที่ยวบินต่อชั่วโมง หลุมจอดอากาศยาน 13 หลุมจอด ประกอบด้วย กลุ่มงานเขตการบิน มีงานก่อสร้างหลุมจอดอากาศยานด้านทิศใต้ และงานก่อสร้างทางขับขนานบางส่วน (partial parallel taxiway) กลุ่มงานอาคารผู้โดยสาร เป็นงานปรับปรุงติดตั้งเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารผู้โดยสาร และหลังจากนี้ ทอท. จะได้นำเสนอแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ และแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นลำดับต่อไป

 

กสร. หนุนฟาร์มไก่ใช้จีแอลพี ป้องกันปัญหากดขี่แรงงาน-ค้ามนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2559 00:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/695338

 

กสร. จับมือ กรมปศุสัตว์-สมาคมผู้ผลิตไก่ ส่งเสริมให้ฟาร์มไก่ใช้จีแอลพี เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานแรงงานไทย-สากล ป้องกันปัญหาค้ามนุษย์ สร้างความเชื่อมั่นคู่ค้าต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.59 นางสาวพรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) พร้อมด้วย นายอยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายอนันต์ ศิริมงคลเกษม นายกสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงาน ในสถานประกอบการสัตว์ปีก ด้วยแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีหรือจีแอลพี (Good Labour Practices :GLP)

นางสาวพรรณี กล่าวว่า ปัจจุบันมีฟาร์มไก่ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ 7,917 แห่ง โดยในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย 6,200 แห่ง นอกจากนี้ มีบริษัทแปรรูปไก่ 224 แห่ง และมีแรงงานในฟาร์มและอุตสาหกรรมไก่ทั้งหมดกว่า 3 แสนคน กสร.ร่วมกับกรมปศุสัตว์และสมาคมผู้ผลิตไก่ ส่งเสริมให้ฟาร์มไก่นำเอาจีแอลพีไปใช้ในการดูแลแรงงานในอุตสาหกรรมไก่ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานแรงงานไทยและมาตรฐานสากล ทำให้บริษัทผู้ซื้อต่างประเทศยอมรับ ซึ่งจีแอลพีนั้น ต้องไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช้แรงงานบังคับ ไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีการค้ามนุษย์ รวมถึงการทำงานที่ปลอดภัยด้วย ขณะนี้มีฟาร์มไก่นำจีแอลพีไปใช้แล้ว 344 แห่ง

ด้าน นายอยุทธ์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์จะส่งเสริมให้ฟาร์มไก่นำเอาจีแอลพีไปใช้ หากผู้ประกอบการไม่นำเอาจีแอลพีไปใช้ กรมปศุสัตว์ก็จะไม่ออกรับหนังสือรับรองมาตรฐานฟาร์มไก่และไม่ออกใบรับรองสุขอนามัยไก่ด้วย

ขณะที่ นพ.อนันต์ กล่าวว่า สมาคมฯ จะส่งเสริมให้ฟาร์มไก่นำเอาจีแอลพีไปใช้เพื่อให้การผลิตสินค้าไก่ส่งออก ทั้งระบบการผลิตเป็นไปตามมาตรฐาน สะอาด และปลอดภัยจากโรคต่างๆ จะมีการตรวจสอบฟาร์มไก่หากไม่ปฏิบัติตามจะงดการรับซื้อไก่จากฟาร์มจนกว่าจะปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ไทยส่งออกไก่เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยแต่ละปีส่งออกไก่กว่า 2 แสนตัน และสร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท