เทสโก้ โลตัสอ่านขาด ปรับกลยุทธ์สนองลูกค้าจากทุกช่องทางรับยุค 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 14:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978408

“เทสโก้ โลตัส” ขยับครั้งใหญ่วางกลยุทธ์จับลูกค้าตามพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยซื้อสินค้าทั้งในร้านค้าและผ่านทางช่องทางออนไลน์ตามความเหมาะสมของสินค้าและความสะดวก…

นายมาร์ค รัฟลีย์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส ห้างค้าปลีกรายใหญ่ กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส วางกลยุทธ์ยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นท่ามกลางระบบนิเวศค้าปลีกที่เปลี่ยนไป
จากการเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ตในไทย โดยเฉพาะผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างโลกออฟไลน์และโลกออนไลน์เริ่มบางลง พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าเริ่มเปลี่ยนมาเป็น ออมนิแชนแนล มากขึ้น โดยซื้อสินค้าทั้งในร้านค้าและผ่านทางช่องทางออนไลน์ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสินค้าและความสะดวก

ทั้งนี้ ระบบนิเวศค้าปลีกใหม่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าระบบนิเวศแบบเดิมซึ่งมีผู้เล่นอยู่เพียง 3-4 ราย คือ ผู้ผลิตสินค้า จัดส่ง ร้านค้าปลีกและลูกค้า โดยระบบนิเวศค้าปลีกปัจจุบันมีผู้เล่นจำนวนมากเกิดขึ้น เพื่อให้บริการและตอบสนองพฤติกรรมการซื้อของที่เปลี่ยนไปของลูกค้าอันเกิดจากประชากรไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ล่าสุด ม.ค.2560 พบว่า 67% ของประชากรไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เปรียบเทียบกับ ม.ค.2559 ซึ่งอยู่ที่ 56% และคนไทยเกือบ 45 ล้านคนใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ ด้วยเทรนด์เหล่านี้เราจึงได้เห็นการเติบโตขึ้นของกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่า “ออมนิแชนแนล” หรือ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากทุกช่องทาง โดยไม่ได้แบ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อของในร้านค้า และลูกค้าที่ซื้อของออนไลน์ อีกต่อไป

นายมาร์ค กล่าวต่อว่า สำหรับลูกค้าออมนิแชนแนล ปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจคือ ความสะดวกสบาย นอกจากนี้ การเข้าถึงลูกค้าจากหลายแพลตฟอร์มและการมีนวัตกรรม จะทำให้เทสโก้ โลตัส สามารถสร้างแรงจูงใจและสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า เทสโก้ โลตัส ได้เริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อจะสามารถให้บริการลูกค้าในแบบออมนิแชนแนลได้ดียิ่งขึ้นภายในระบบนิเวศค้าปลีกใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบไร้พรมแดนอย่างแท้จริง โดยมีกลยุทธ์ 3 ข้อ คือ 1. ความเชื่อมั่นและจงรักภักดี พร้อมการให้สิทธิประโยชน์พิเศษกับกลุ่มลูกค้าที่มีความจงรักภักดี

2. การส่งมอบสินค้า สำหรับลูกค้าออมนิแชนแนล ความสะดวกสบายคือ ปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุด ดังนั้น ประสิทธิภาพในการส่งมอบคำสั่งซื้อของลูกค้าจึงสำคัญอย่างยิ่ง เทสโก้ โลตัส มีเครือข่ายร้านค้าหลากหลายฟอร์แมต กว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ เพื่อตอบรับความต้องการที่แตกต่างกันไปของลูกค้า ทั้งนี้ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้าคือ รูปแบบจัดส่งที่หลากหลาย ความรวดเร็ว และความยืดหยุ่นในการเลือกวันและเวลาจัดส่ง

และ 3. แพลตฟอร์มและนวัตกรรม เมื่อดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกมิติการใช้ชีวิต การสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบนทุกแพลตฟอร์มโดยผ่านนวัตกรรมมีความสำคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส สื่อสารกับลูกค้า 39 ล้านคนผ่านหลากหลายช่องทางและแพลตฟอร์ม ทุกที่ ทุกเวลา

ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส กล่าวอีกว่า ในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตของการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ เทสโก้ โลตัส มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับบริการอีเพย์เมนต์ของผู้ให้บริการในระบบนิเวศค้าปลีกใหม่ที่จะทำให้ลูกค้าสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้เงินสด อย่างไรก็ตาม การเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการยกระดับการให้บริการลูกค้าในระบบนิเวศค้าปลีกใหม่ ด้วยข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า ทำให้เทสโก้ โลตัส สามารถพัฒนาบริการและข้อเสนอต่างๆ ได้อย่างไม่หยุดยั้ง.

 

ทางหลวงชนบทจับมือกระทรวงที่ดินฯ ญี่ปุ่น ร่วมพัฒนาความปลอดภัยทางถนน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 13:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978242

กรมทางหลวงชนบท ร่วมมือกระทรวงที่ดินฯ ญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถ การปฏิบัติงานของบุคลากรทั้งสองประเทศ พร้อมลงพื้นที่นำร่องจุดเสี่ยง 2 จังหวัด…

วันที่ 20 มิ.ย. 60 นายสมัย โชติสกุล รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานในการจัดกิจกรรมการดำเนินงานระหว่างกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม กับ กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (MLIT) ภายใต้บันทึกความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนน (MOC on Road Safety) ว่า การบันทึกความร่วมมือ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ในการพัฒนาความปลอดภัยทางถนน และยกระดับความรู้เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของบุคลากรทั้งสองประเทศ

โดยกรอบความร่วมมือนั้น MLIT จะนำเทคโนโลยีเครื่องมือในการตรวจสอบเส้นทางถนน ว่าจุดใดเป็นพื้นที่เสี่ยงบ้าง เช่น กรณีทางโค้ง ถนนที่มีเขตทางเป็นจุดเสี่ยง สภาพผิวถนนทางแยกที่เป็นจุดเสี่ยง โดยหลังจากทราบเส้นทางชัดเจนแล้ว กรมทางหลวงชนบทจะตั้งงบประมาณเร่งด่วนในการแก้ไข ซึ่งจะมีทั้งงบประมาณในปี 2561 จนถึง 2562 โดยเฉพาะจุดเสี่ยงใน 10 สายทางแรกที่จะมีการลงพื้นที่สำรวจตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบทได้นำเสนอจุดเสี่ยงบนทางหลวงชนบท ที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งานและลักษณะภูมิประเทศ จำนวน 10 สายทาง เพื่อใช้เป็นพื้นที่นำร่องในการศึกษาปรับปรุงถนนให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ประกอบด้วย 1.ถนนเข้าสู่แหล่งอุตสาหกรรม ทางหลวงชนบทสาย สป.2001, 2. ถนนเข้าสู่แหล่งที่อยู่อาศัย ทางหลวงชนบทสาย นบ.1011, 3. ถนนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ทางหลวงชนบทสาย นม.3052

4. ถนนเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ทางหลวงชนบทสาย สต.3009, 5. ถนนเข้าสู่ระบบการขนส่ง เช่น สถานีรถไฟ สนามบิน เป็นต้น ทางหลวงชนบทสาย ชบ.30096. ถนนผังเมือง ถนนวงแหวนรอบกลาง ทางหลวงชนบทสาย ชม.3029, 7. ถนนในพื้นที่ชนบท ทางหลวงชนบทสาย นม.3052, 8. ถนนในเขตเมือง ทางหลวงชนบทสาย ชม.3029, 9. ถนนบนภูเขา ทางหลวงชนบทสาย พย.4030 และ 10. ถนนชายฝั่ง/ถนนเลียบคลอง ทางหลวงชนบทสาย ปท.3004

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานกรมทางหลวงชนบทได้นำลงพื้นที่จุดเสี่ยงบนถนนทางหลวงชนบท จำนวน 2 สายทาง ได้แก่ สาย นบ.1011 แยกทางหลวงหมายเลข 9 – แยกทางหลวงชนบท นบ.3004 ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และ ถนนทางหลวงชนบทสาย สป.2001 แยกทางหลวงหมายเลข 34 – บ้านลาดกระบัง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

รวมทั้งวิเคราะห์ศึกษาแนวทางการปรับปรุงถนนสายดังกล่าวให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นในอนาคตกรมทางหลวงชนบทวางเป้าหมายที่จะลงพื้นที่สำรวจและแก้ปัญหาจุดเสี่ยงที่มีอยู่ในสายทางของกรมทางหลวงชนบททั้งหมด โดยปัจจุบันนี้กรมทางหลวงชนบทมีเส้นทางถนนอยู่ในกำกับทั่วประเทศกว่า 47,000 กิโลเมตร.

 

ปธ.สภาองค์การนายจ้างฯ ปลื้ม! ทั่วโลกเลือกไทยเป็นผู้ประสานงานอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 13:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978127

ที่ประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ มีมติเลือกสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทยเป็นคณะกรรมการบริหารสูงสุดของ ILO วาระปี 2560-2563 ได้รับเสียงสนับสนุนสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย ชนะเกาหลีใต้ บาห์เรน และอิหร่าน

วันนี้ 20 มิ.ย.60 นายสุทิน บัวตูม โฆษกสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมประจำปี องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO สมัยที่ 106 ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 169 ประเทศ พร้อมคณะผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนายจ้างฝ่ายลูกจ้างของประเทศไทย โดยในวันที่ 12 มิ.ย.60 ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกคณะประสานงาน ซึ่งจากการลงคะแนนเพื่อเลือกผู้แทนเป็นคณะกรรมการบริหารสูงสุดของ ILO ในตำแหน่งสมาชิกประจำ เรียกว่า Regular Member สำหรับวาระปี 2560-2563 ปรากฏว่า ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจอย่างท่วมท้นจากการทำงานที่ผ่านมา จึงได้รับเสียงสนับสนุนจำนวน 230 เสียง จากผู้แทนรัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมลงคะแนน 251 เสียง ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย และ 4 ประเทศที่รับเลือกตั้งรองลงมา คือ เกาหลีใต้ 229 เสียง บาห์เรน และอิหร่าน 223 เสียง

“คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารองค์การแรงงานระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังจะมีบทบาทนำในอนุภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในฐานะผู้ประสานงานอาเซียนในกรอบที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ สำหรับการประชุมในวันที่ 13 มิ.ย.60 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารแรงงานในหัวข้อ ริเริ่มสีเขียว และได้เข้าพบ Mr. Guy Ryder ผู้อำนวยการใหญ่ ILO เพื่อมอบสัตยาบันสารอนุสัญญา ฉบับที่ 111 ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและอาชีพ” นายสุทิน กล่าว

ด้านนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า นับว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ประเทศไทยได้คะแนนไว้วางใจสูงสุดจากกลุ่มประเทศสมาชิก เพราะกลุ่มประเทศสมาชิก ILO พิจารณาจากบทบาท ผลงานที่ชัดเจนของประเทศไทยและความร่วมมือที่ดีเยี่ยมระหว่างภาครัฐและเอกชน.

 

หุ้นขนาดกลาง-เล็ก ยังแจ่ม แนะทยอยสะสม รอเศรษฐกิจไทยกลับมาผงาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 13:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978270

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะนักลงทุนยังทยอยสะสมหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กได้ต่อ หลังเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น ได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคครัวเรือน และการส่งออก ชูทองคำก็น่าสนใจ แบ่งพอร์ตเข้าไปลงทุนได้

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2560 นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า การลงทุนในสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น เช่น เกาหลี และ อินเดีย จากการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ปริมาณเข้าซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีของทั้งสองตลาดอยู่ในระดับสูง ทำให้มีความเสี่ยงถูกเทขายหลังจากเฟดเริ่มส่งสัญญาณการลดงบดุลที่เร็วกว่าการคาดการณ์ของตลาด จึงแนะนำให้ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีและอินเดีย

อย่างไรก็ตาม คาดว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดความผันผวนมากเกินไปในตลาด จึงยังคงมีมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นยุโรป และตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั้น มีเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง จากตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ และผลประกอบการบริษัทโดยรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ตลาดหุ้นยุโรปคลายความกังวลในทางการเมือง โดยล่าสุดธนาคารกลางยุโรปได้มีการปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจ หรือ GDP เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจยุโรปที่ชี้ถึงการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลให้การบริโภคครัวเรือนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการบริษัทเอกชน และตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จะแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนตัวลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยทางบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น

สำหรับ ตลาดหุ้นไทยนั้น แนะนำให้ทยอยสะสมโดยเน้นที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือน และการส่งออก ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ มีความน่าสนใจลดลงจากตัวเลข NPL ที่มากกว่าตลาดคาดการณ์ และการลดดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่าจะกระทบรายได้จากธุรกิจกู้เงิน

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำให้นักลงทุนมีทองคำในพอร์ตไว้บ้าง เพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้น เนื่องจากตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าพื้นฐานของตลาดหุ้นโลกโดยรวมอยู่ในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงขาลงมีมาก หากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ

นอกจากนี้ เราคาดว่าการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ยังจำกัด เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ทำให้แรงกดดันต่อราคาทองคำลดลง

ขณะเดียวกัน เราแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมน้ำมัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน (Driving season) จึงคาดว่าการปรับขึ้นของปริมาณสำรองน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราว เนื่องจากผู้ผลิตต้องการสำรองน้ำมันไว้เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

ETDA จัดสัมมนาเสริมความรู้ให้ประชาชน ด้านซิเคียวริตี้ รับมือภัยไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 11:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978108

ETDA รุกเสริมความรู้ความเข้าใจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จัดงาน Thailand Cybersecurity Week 2017 หวังคนไทยเรียนรู้เตรียมรับมือภัยคุกคามยุคดิจิตอล ย้ำ การปลอม ขโมยข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล คุกคามธุรกิจออนไลน์…

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สพธอ. หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ETDA เตรียมจัดงาน Thailand Cybersecurity Week 2017 ภายใต้แนวความคิด “Cybersecurity for All : Cybersecurity สำหรับเราทุกคน” ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน 2560 เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ ศูนย์ประชุม เดอะสเปช อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ พระรามเก้า เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางออนไลน์และ E-Commerce ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากภัยคุกคาม ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ผลกระทบทางการเงิน และการบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งภายในงานจะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดและตามติดเทรนด์ Cybersecurity จากกูรูชั้นนำระดับประเทศ เพื่อร่วมรู้ ร่วมคิด ร่วมแชร์ รวมทั้งการพัฒนาระบบซีเคียวริตี้ เพื่อให้การทำอีคอมเมิร์ซและธุรกรรมออนไลน์เกิดความน่าเชื่อถือและปลอดภัยสูงสุด

นางสุรางคณา กล่าวต่อว่า Cybersecurity เป็นประเด็นที่มีการกล่าวถึงมากที่สุดในช่วงที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคม 4.0 เนื่องจากกลไกในการขับเคลื่อนประเทศด้วยดิจิทัลจะต้องมีความระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยประเทศไทยในปี 2559 มูลค่า E-Commerce อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท มีการชำระเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตสูงถึง 27.6 ล้านล้านบาท และมีการส่งเสริมให้มีการใช้งานระบบพร้อมเพย์ของรัฐบาล ซึ่งมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศมีการย้ายฐานจากการทำธุรกรรมปกติมาสู่การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นทุกปี

ผู้อำนวยการ สพธอ.กล่าวว่า ทั้งนี้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเข้าสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ของประเทศไทยเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานโมบายบรอดแบนด์เป็นตัวผลักดัน แต่ปัญหาจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมทั้งการโจมตีระบบการทำงานของธนาคารพาณิชย์ หน่วยงานราชการ สำนักงานหลายแห่ง ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยหาย ตลอดจนการขโมยข้อมูลจากระบบ การแอบอ้างตัวตน ปลอมแปลงอัตลักษณ์บุคคล เพื่อใช้หลอกลวงในการซื้อขายสินค้าในโลกออนไลน์ จึงเป็นปัญหาต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่นโยบาย 4.0

“ETDA ต้องการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เพื่อผลักดันกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมออนไลน์และ E-Commerce ต้องน่าเชื่อถือและปลอดภัย ไม่ว่าจะติดต่อกับหน่วยงานของรัฐทางออนไลน์ผ่านมือถือ ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือผ่านการใช้แอปพลิเคชันใดๆ ซึ่งการจัดงาน Thailand Cybersecurity Week 2017 จะช่วยยกระดับและสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน” นางสุรางคณา กล่าว.

 

ทองไทยเปิดตลาดปรับลง 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,600

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิ.ย. 2560 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/978078

ทองไทยเปิดตลาด ราคาปรับลง 50 ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,000 ขายออกบาทละ 20,100 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,647.36 ขายออกบาทละ 20,600 บาท…

วันที่ 20 มิ.ย. 2560 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองไทย เปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.27 น. ราคาลดลง 50 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,000 ขายออกบาทละ 20,100 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,647.36 ขายออกบาทละ 20,600 บาท.

 

คนกรุงกินแห้วกระจาดใหญ่ เลื่อนประมูลรถเมล์เอ็นจีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977968

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า การจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ที่จะเริ่มเปิดประมูลใหม่ ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลให้ไม่สามารถรับมอบรถใหม่ตามกำหนดวันที่ 31 ต.ค.นี้ เนื่องจากมีความคิดเห็นระหว่างฝ่ายคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. และฝ่ายบริหาร ขสมก. ไม่สอดคล้องกัน เพราะบอร์ด ขสมก.ต้องการให้เกิดความรอบคอบ และควรให้ฝ่ายดำเนินการรอข้อสรุปของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และรอการกำหนดราคาจากกรมบัญชีกลางก่อน ขณะที่ฝ่ายบริหารเห็นควรให้ดำเนินการได้เลย เพราะราคากลางเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำหนดราคากลาง

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ขสมก.กล่าวว่า ขสมก.ยังเดินหน้าจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 200 คันเข้ามาให้บริการประชาชน โดยจะเสนอรายละเอียดไปยังกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรีในเร็วๆนี้ หากเป็นไปตามแผน ก็จะสามารถรับมอบรถไฟฟ้าในเดือนธ.ค.นี้ จำนวน 50 คัน และเดือน มิ.ย.ปีหน้าอีก 150 คัน.

 

ใช้แอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ได้ จ่อเปิดตัวรถรุ่นโอเค-วีไอพี!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977963

นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ กรณีเจ้าหน้าที่ทหารจับกุม ผู้ขับรถแท็กซี่มิเตอร์ของสมาชิก Grab Taxi ข้อหาใช้แอพพลิเคชั่นโดยผิดกฎหมาย หน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตกรมได้ตรวจสอบแล้วพบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าว เป็นรถที่จดทะเบียนป้ายเหลืองถูกต้องตามกฎหมาย สามารถประยุกต์ใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาเพิ่มทางเลือกให้บริการแก่ประชาชนได้โดยไม่ถือว่าผิดกฎหมาย

“ในส่วนของประเด็นการให้บริการที่ผิดกฎหมายคือ การนำแอพพลิเคชั่นไปใช้เรียกรถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) เพื่อใช้รับจ้างขนส่งผู้โดยสาร ที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานใช้รถยนต์ผิดประเภทจากที่จดทะเบียนไว้ ไม่เข้าสู่ระบบทะเบียนของศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรม ที่หากมีอุบัติเหตุประชาชนจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย และกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์เป็นอันตรายต่อความปลอดภัย ภาครัฐจะไม่สามารถติดตามรถหรือคนขับมาดำเนินคดีได้”

ดังนั้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน กรมจึงได้เตรียมเปิดโครงการแท็กซี่โอเค (TAXI OK) และแท็กซี่วีไอพี (TAXI VIP) โดย โครงการแท็กซี่โอเค เป็นการยกระดับการให้บริการ ด้วยการติดตั้งระบบ ติดตามผ่านสัญญาณดาวเทียม (จีพีเอส) พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ, กล้องซีซีทีวี, มีปุ่มฉุกเฉิน (ส่งข้อมูลออนไลน์มาที่ศูนย์จีพีเอสทันที), รวมถึงจัดทำระบบเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ โครงการแท็กซี่วีไอพี หรือรถแท็กซี่ชนิดพิเศษ ที่จะมีการใช้รถที่มีมาตรฐานและสมรรถนะของรถที่สูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป มีการเพิ่มอุปกรณ์ส่วนควบ สำหรับให้บริการที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น ฯลฯ.

 

“ยูบิลลี่” ชวนซื้อเพชรราคาหมื่นบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977958

น.ส.อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Jubilee เปิดเผยว่า ในขณะนี้กลุ่มลูกค้าผู้หญิงอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปเริ่มหันมาซื้อเพชรเพื่อการลงทุนมากขึ้น และสามีหรือคู่ชีวิตเริ่มเห็นด้วยกับการซื้อเพชร จากเดิมที่ชอบแนะนำให้ภรรยาซื้อทองคำและหุ้นเพื่อลงทุน เพราะนอกจากซื้อเพชรเพื่อนำมาเป็นเครื่องประดับตกแต่งและเก็บรักษาได้ง่ายไม่ด้อยค่าแล้ว ยังสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 7-10% ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเพชร ทั้งสี การเจียระไน ฯลฯ โดยเพชรที่ซื้อเพื่อการลงทุนต้องมีน้ำหนักตั้งแต่ 30 สตางค์ขึ้นไป เพราะจะได้รับใบการันตี หรือใบเซอร์จากทางร้าน ซึ่งภาพรวมของการซื้อเพชร ช่วงที่ผ่านมาพบว่าปริมาณการขาย ในร้านค้าต่างจังหวัดมีมากกว่าร้านค้าในกรุงเทพฯ แต่ยอดซื้อต่อใบเสร็จในกรุงเทพฯ ยังสูงกว่า โดยต่างจังหวัดอยู่ที่ 30,000-40,000 บาทต่อใบเสร็จ กรุงเทพฯ อยู่ที่ 50,000 บาทต่อใบเสร็จ

น.ส.อัญรัตน์กล่าวว่า การที่ผู้บริโภคสนใจลงทุนซื้อเพชรมากขึ้น เพราะเป็นเทรนด์การลงทุนรูปแบบใหม่ แม้เศรษฐกิจหลายส่วนชะลอตัว แต่ตลาดก็ยังเติบโตได้ โดยเฉพาะลูกค้าของบริษัทซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีเพียง ลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่มีกำลังซื้อ แต่เป็นลูกค้าคนรุ่นใหม่ ลูกค้ารายได้ระดับกลาง ก็สนใจในการซื้อเพชรเช่นกัน ที่บริษัทจะเน้นทำการตลาด โดยรุกตลาดออนไลน์ รองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และในวันที่ 24-25 มิ.ย.นี้บริษัทได้จัดงาน Jubilee Mid Year Expo 2017 โดยการนำเครื่องประดับเพชร และเพชรกะรัตมาตรฐานโลกแบรนด์ JUBILEE DIAMOND ฯลฯ กว่า 18,000 ชิ้น พร้อมจัดหนักโปรโมชั่นให้ลูกค้า อาทิ ลดราคาสูงสุด 50%, โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 โดยเครื่องประดับเพชรที่ราคาสูงสุด 300 ล้านบาทและราคาต่ำสุดหลักหมื่นบาท มาจำหน่ายในงาน.

 

ความสามารถชำระหนี้ระส่ำ ธปท.ชี้เอสเอ็มอี-ภาคครัวเรือนกลุ่มเสี่ยงสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977955

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) โดยผลการติดตามและประเมินเสถียรภาพระบบการเงินของไทย โดยรวม พบว่ายังมีเสถียรภาพ สถาบันการเงินและธุรกิจประกันภัย มีเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง ธุรกิจขนาดใหญ่มีฐานะการเงินที่ดี สถานะด้านการเงินต่างประเทศมีความเข้มแข็ง เงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง สามารถรองรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจได้ ฯลฯ ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็มีสัญญาณการขยายตัวที่ชัดเจนขึ้น แต่ความสามารถการชำระหนี้ของบางภาคธุรกิจ, เอสเอ็มอี, ภาคครัวเรือนยังคงด้อยลง ซึ่งสะท้อนจากการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจที่ยังกระจายตัวไม่ทั่วถึง ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีจำนวนที่อยู่อาศัยคงค้างสูง แม้ไม่พบสัญญาณเก็งกำไร (ภาวะฟองสบู่) แต่มีการชะลอตัวของการเปิดโครงการใหม่ๆ

สำหรับพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ยังคงมีอยู่ สะท้อนจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ของผู้ลงทุนสถาบัน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวัง ขณะที่การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยที่เคยขยายตัวต่อเนื่องได้ชะลอตัวลงหลังการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ในส่วนของพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นของประชาชนผ่านการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ยังคงมีต่อเนื่อง สะท้อนจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเงินรับฝากและหุ้นที่ระดมจากสมาชิก ฯลฯ และถึงแม้ว่ามีความพยายามออกกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น แต่ที่ประชุมยังเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องเร่งยกระดับการกำกับดูแลความเสี่ยงและธรรมาภิบาลของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้มีความเหมาะสม

ทั้งนี้ ในระยะต่อไป ที่ประชุมได้ประเมินว่าระบบการเงินไทย ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งจากเศรษฐกิจการเงินโลกที่มีความไม่แน่นอนและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ทั่วถึง จึงต้องติดตามความเปราะบางจากความสามารถในการชำระหนี้ของบางภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนที่อาจมีแนวโน้มถดถอยลงรวมถึงการต่ออายุเงินกู้ยืมของภาคธุรกิจที่ระดมทุนผ่านการกู้ยืม และออกตราสารหนี้ระยะสั้น.