ไลน์วิลเลจบุกตลาดท่องเที่ยว เปิดตัวแห่งแรกในโลกที่กรุงเทพมหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977952

ไลน์วิลเลจเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพมหานคร มีทั้งร้านค้าสินค้าลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ไลน์ราว 2,000 ชิ้น และแอดเวนเจอร์พาร์กในเฟส 2 ซึ่งจะเปิดตัวปลายปีนี้ เชื่อกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวกรุงเทพฯโต เก็บค่าเข้าหัวละ 800 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นประธานในพิธีเปิดไลน์ วิลเลจ แบงค็อก (LINE VILLAGE BANGKOK) ร้านจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ไลน์คาแรกเตอร์ ซึ่งจะขยับขยายไปสู่การเป็นสวนสนุกแอดเวนเจอร์พาร์คในร่มแห่งแรกของโลกภายในสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบันไลน์เป็นแอพพลิเคชั่นแชต (สนทนา) ที่ฮอตฮิตที่สุด เปิดบริการในไทยมาตั้งแต่ปี 2554 มีผู้ใช้อยู่ที่ 41 ล้านคน

โดยนายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า จากการจัดอันดับของมาสเตอร์การ์ด กรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกที่ 21.5 ล้านคน แซงหน้าเมืองใหญ่ๆไปแล้ว ดังนั้นการเปิดตัวของไลน์วิลเลจในไทย น่าจะช่วยให้เกิดความคึกคักต่อการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครไม่น้อย โดยภาครัฐจะช่วยสนับสนุนไลน์วิลเลจด้วยการพาไปโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อช่วยให้เป็นที่รู้จักด้วย

ด้านนายกัมปนาท วงศ์หงษ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไลน์ วิลเลจ แบงค็อก เปิดเผยว่า ไลน์วิลเลจดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทไทย ที่เป็นพันธมิตรกับไลน์ คอร์ปอเรชั่นจากเกาหลี ภายใต้วงเงินลงทุน 500 ล้านบาท เฟสแรกเปิดตัวเป็นร้านจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ของไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่มากกว่า 45 แห่งทั่วโลก ขณะที่เฟส 2 จะเป็นการเปิดตัวสวนสนุกในลักษณะแอดเวนเจอร์พาร์กหรือหมู่บ้านในจินตนาการของไลน์คาแรกเตอร์

“เราคาดว่าจะเปิดตัวสวนสนุกได้ภายในสิ้นปีนี้ เบื้องต้นค่าเข้าชมน่าจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 800 บาทต่อคน ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มคนที่ใช้ไลน์ทั่วโลก รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เราคาดหวังว่าปีหนึ่งๆ น่าจะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมราว 12 ล้านคน เป็นคนไทยครึ่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวต่างชาติครึ่งหนึ่ง”

ทั้งนี้ ภายในไลน์ช็อปสาขาแรกของประเทศไทย มีสินค้าลิขสิทธิ์ของไลน์ราว 2,000 ชิ้น โดยทางร้านมีสต๊อกสินค้ามูลค่าถึง 60 ล้านบาท เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลายมากที่สุด โดยมีทั้งสินค้าที่มีจำนวนเฉพาะในประเทศไทย เช่น หมีบราวน์ทำท่าสวัสดี หรือ บราวน์และโคนี่นั่งรถตุ๊กๆ เป็นต้น, สินค้าที่ทำร่วมกับแบรนด์ระดับโลก เช่น BearBrick Uniqlo, สินค้าตามฤดูกาล เช่น บราวน์รับสงกรานต์ และสินค้าทั่วไปที่มีวางจำหน่ายในไลน์ช็อปทั่วโลก โดยราคาสินค้านั้นถูกกำหนดให้เป็น ราคาเดียวกันทั่วโลก (Global Pricing) แต่อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินในประเทศนั้นๆ

ขณะที่ในส่วนของแอดเวนเจอร์พาร์ก ซึ่งยังไม่เปิดตัว จะเป็นการเปิดชีวิตส่วนตัวของไลน์คาแรกเตอร์ ผ่านการออกแบบและการใช้นวัตกรรม เพื่อนักท่องเที่ยวได้เดินเล่น ถ่ายรูป เล่นเกมในระบบดิจิทัลที่กระจายอยู่ตามโซนต่างๆ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องต่างๆที่จะแบ่งเป็นบ้านของ 6 คาแรกเตอร์ยอดนิยมของไลน์ ได้แก่ ห้องบราวน์, ห้องมูน, ห้องเจมส์, ห้องบอส และห้องชอกโก (Choco) คาแรกเตอร์ใหม่เอี่ยม น้องสาวของบราวน์ ซึ่งชื่นชอบแฟชั่นเป็นชีวิตจิตใจ

ทั้งนี้ไลน์ วิลเลจ แบงค็อก ตั้งอยู่ที่อาคารสยาม สแควร์วัน ครอบคลุมพื้นที่ 3 ชั้น ด้วยขนาด 1,500 ตารางเมตร และจะเปิดช็อปเฟสแรกสำหรับลูกค้าทั่วไปในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป โดยนอกจากสาขาแรกนี้แล้ว ไลน์วิลเลจยังมีแผนที่จะเปิดตัวที่จังหวัดอื่นเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างทำแผน

ด้านนายซุง วู ลี ผู้อำนวยการไลน์ เฟรนด์ ประจำสิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เปิดเผยว่า การเลือกกรุงเทพฯเป็นสถานที่เปิดตัวไลน์วิลเลจเป็นที่แรกในโลก เพราะเชื่อว่าคนกรุงเทพฯรักไลน์ รักบราวน์ และยังชื่นชอบการใช้โทรศัพท์มือถือด้วย โดยใช้เวลาเตรียมการถึง 3ปี กว่าจะเปิดตัวได้ในวันนี้ ส่วนไลน์วิลเลจแห่งต่อไป น่าจะเป็นที่สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แต่จะไม่ใช่ในปีนี้ ขณะที่คาแรกเตอร์ยอดนิยม 3 อันดับแรกนั้น ได้แก่ บราวน์ โคนี่ และแซลลี่.

 

คาดค่าเงินยังผันผวนต่อเนื่อง แนะเอสเอ็มอีรีบประกันเสี่ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977945

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายในงานสัมมนา “ค่าเงินบาทแข็ง เอสเอ็มอี แก้ได้อย่างไร” จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.93 บาท/เหรียญสหรัฐฯ แข็งค่า 3-4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ไทยยังได้เปรียบคู่แข่งในอาเซียน เพราะเงินบาทแข็งค่าปานกลาง ไม่แข็งค่ามากเหมือนบางประเทศ เช่น มาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ควรทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน เพราะค่าเงินยังผันผวน โดยเฉพาะมีแนวโน้มว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย “แนวทางประกันความเสี่ยง เช่น ลดอายุตราสารที่ออกโดยธนาคาร หรือ

เลตเตอร์ ออฟ เครดิตให้สั้นลง ใช้เงินท้องถิ่นทำการค้ากับเพื่อนบ้าน เช่น เงินบาท หรือเงินหยวน เพื่อลดความเสี่ยงจากเงินเหรียญสหรัฐฯ”

ด้าน น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า กังวลค่าเงินที่ผันผวนจะกระทบการส่งออกไทยไตรมาส 3-4 และกระทบสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น ข้าว ยางพารา ปาล์ม ฯลฯ ซึ่งเอกชนไม่ต้องการให้แข็งค่ามากกว่านี้ ขณะที่นางสาววชิรา อารมณ์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทยังคงผันผวนต่อเนื่อง เพราะผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก และสหรัฐฯ ราคาน้ำมันที่ยังผันผวน แต่จะติดตามใกล้ชิด พร้อมประเมินการออกมาตรการป้องกันและลดแรงจูงใจเก็งกำไรของนักลงทุนต่างชาติ เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพบริหารความเสี่ยง เป็นต้น.

 

ถึงเวลารัฐชงปลดล็อกที่ดิน ส.ป.ก. 3 กิจการพลังงานใช้ประโยชน์ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977943

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (บยศ.) ให้พิจารณาหาทางออกกรณีปัญหาการใช้พื้นที่ ส.ป.ก. ดำเนินการด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนมาก หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุด ได้พิพากษาให้เพิกถอนระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (บอร์ด ส.ป.ก.) ที่ยินยอมให้นำทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร ซึ่งทำให้ต้องหยุดการผลิตปิโตรเลียมบนบกของ 7 บริษัททันที โดยมีมูลค่าการผลิตวันละ 50 ล้านบาท และมีผลกระทบต่อเนื่องถึงการส่งรายได้ค่าภาคหลวง และภาษีให้ท้องถิ่นด้วย

“กรณีแหล่งสิริกิติ์ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร ได้สัมปทานเมื่อปี 2520 กว่าๆ สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่การประกาศปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเกิดขึ้นเมื่อปี 2530 กว่าๆ ซึ่งผู้ได้รับสัมปทานเช่าที่ดิน รับคนพื้นที่ทำงาน ชาวบ้านมีรายได้ และมีภาษีเข้าท้องถิ่น ดังนั้นจึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีเกี่ยวกับการใช้ดินที่ ส.ป.ก.”

ทั้งนี้ การแก้ปัญหามี 4 แนวทางคือ 1.ประกาศเพิกถอนพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นที่ราชพัสดุ และรายได้จะเข้ากระทรวงการคลัง เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์ 2.แก้กฎหมาย ซึ่งใช้เวลานาน 3.ใช้อำนาจตามมาตรา 19 มาตรา 30 ของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยออกระเบียบมาแก้ปัญหา ซึ่งจะปลดล็อกกรณีกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่ตั้งในพื้นที่ ส.ป.ก.ได้ แต่ปลดล็อกการทำปิโตรเลียมและแร่ไม่ได้ เพราะนำทรัพยากรไปใช้ตามกฎหมายอื่น และ 4.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งทุกแนวทางต้องปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองและสิ่งแวดล้อม ไม่มีข้อยกเว้น

นายวิษณุกล่าวว่า ในวันนี้ (20 มิ.ย.) จะเสนอ 4 แนวทางให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ให้ 3 กิจการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ได้ คือ ปิโตรเลียม พลังงานทดแทน และแร่ โดยมี 7 ประเด็นตามที่นายกฯสั่งการ คือ 1.จำกัดขอบเขตเฉพาะพื้นที่ ส.ป.ก.ที่เป็นปัญหาเท่านั้น ไม่ครอบคลุมพื้นที่ ส.ป.ก.อื่น 2.พื้นที่ที่นำมาใช้ ต้องมีสภาพไม่อุดมสมบูรณ์ 3.มีการลงทุนสูง และเป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานเดิม ไม่ใช่สัญญาใหม่ 4.เกิดประโยชน์กับสาธารณะ 5.มีผลประโยชน์ตอบแทนเกษตรกร 6.พิจารณาผลเสียและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และ 7.ไม่ให้ใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เป็นผู้อนุญาต แต่ต้องเสนอตามขั้นตอน โดยรายงานขึ้นมาจากอำเภอ จังหวัด และเข้าคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินที่มี รมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน แล้วเสนอเข้า ครม. และต้องออกเป็นกฎกระทรวงด้วย.

 

ต้องรอด!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย สมพิศ ศรีนาค 20 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977247

เปลวเพลิงลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานี เผาไหม้อาคารที่พักอาศัยเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยอาคารที่เกิดเหตุเป็นตึกสูง 24 ชั้น ต้นเพลิงเริ่มจากชั้น 2 ของอาคารก่อนที่จะลุกลามไล่ขึ้นไปจนถึงชั้นสูงสุด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

เป็นธรรมดาของวิถีปุถุชน ที่ได้เห็นภาพข่าวดังกล่าว ก็ย่อมจะเกิดความหวาดหวั่นขึ้นในจิตใจ พร้อมๆกับจินตนาการสมมติให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ แล้วจะหาทางเอาชีวิตรอดได้อย่างไร รวมไปถึงการช่วยเหลือคนในครอบครัว

ซึ่งหากเกิดเหตุเพลิงไหม้แบบไม่ทันตั้งตัว อาจจะไม่มีเวลาและสติมากพอที่จะมานั่งคิดหาวิธีเอาชีวิตรอด ดังนั้นการเรียนรู้วิธีเผชิญเหตุ เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆจะช่วยให้การต่อสู้กับเปลวเพลิงเป็นไปแบบอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการสูญเสีย ผ่อนหนักเป็นเบาได้มากกว่าคนที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน

ยิ่งทุกวันนี้คอนโดมิเนียมสูงๆผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เนื่องจากที่ดินมีราคาแพง การสร้างคอนโดมิเนียมจึงเน้นการสร้างให้สูงไว้ก่อน ผู้พักอาศัยก็ควรที่จะต้องศึกษาหาความรู้ พร้อมทั้งเข้าร่วมฝึกอบรมการเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ

ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ให้นิยามของอาคารสูงไว้ว่า คือ ตึกที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือราวๆ ตึก 8 ชั้น สาเหตุที่กำหนดเช่นนี้ ก็เพราะว่าถ้าความสูงมากกว่า 23 เมตร รถดับเพลิงจะฉีดน้ำขึ้นไปไม่ถึง

ดังนั้นตึกสูงจึงถูกกำหนดให้ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษ เช่น ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (สปริงเกอร์), ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้, ถังดับเพลิงมือถือ, สายฉีดน้ำดับเพลิง, บันไดหนีไฟและทางหนีไฟทางอากาศ และระบบไฟฟ้าสำรอง เป็นต้น

ขณะเดียวกันการก่อสร้างอาคารสูง ต้องมีถนนรอบอาคารความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร เพื่อความสะดวกสำหรับรถดับเพลิงที่จะเข้าควบคุมเพลิงในพื้นที่

สำหรับอาคารที่สร้างหลังปี 2535 กฎหมายกำหนดให้บันไดหนีไฟต้องมีพัดลมอัดอากาศ เพื่อช่วยให้การอพยพสู่พื้นดินมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ข้างต้นเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยสำหรับอาคารสูง ทีนี้มาดูวิธีเอาตัวรอดในภาวะฉุกเฉินที่ต้องเผชิญเหตุอัคคีภัยกันบ้าง

สิ่งแรกที่พึงปฏิบัติทุกครั้งที่เข้าไปในอาคารสูงที่ไม่คุ้นเคย คือ การสังเกตดูตำแหน่งของประตูบันไดหนีไฟว่าอยู่ตรงไหน ถ้าจะให้ชัวร์ก็ดูแปลนอาคาร หรือถามพนักงาน ซึ่งมีบางโรงแรม เวลาจัดสัมมนาจะมีพนักงานมาแจ้งทางหนีไฟให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารับทราบบนเวที นับเป็นเรื่องที่ดีมาก

สำหรับผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม ก็ควรช่วยกันตรวจสอบประตูทางหนีไฟว่าใช้การได้หรือไม่ ต้องไม่ปิดตาย ขณะเดียวกันเวลาปิดก็ต้องสนิท เพื่อไม่ให้ควันพุ่งเข้าไปในทางหนีไฟได้ และทางหนีไฟต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง ประเภทเอาทีวี ตู้เย็น โต๊ะเก้าอี้ ที่ชำรุดไปพักวางไว้ รวมไปถึงการตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างสม่ำเสมอว่าชำรุดเสียหายหรือไม่ อุปกรณ์ต้องพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา

เมื่อประสบเหตุไฟไหม้ ในเบื้องต้นให้พยายามดับเพลิงด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงของอาคารก่อน ภายใน 2 นาทีแรกที่ไฟเริ่มไหม้ และให้รีบกดปุ่มเตือนไฟไหม้ แล้วรีบหนีออกจากตัวอาคาร เช่นกันเมื่อเราได้ยินสัญญาณไฟไหม้ก็ให้รีบออกจากตัวอาคารทันที

หากห้องพักของเราเป็นต้นเพลิง หลังหนีออกจากห้องแล้วให้รีบปิดประตูทันที แต่หากมีไฟไหม้นอกห้องให้ลองจับลูกบิด หรือแตะประตูดูก่อนว่ามีความร้อนหรือไม่ ถ้ารู้สึกร้อน ห้ามเปิดประตูอย่างเด็ดขาด ให้รีบโทรศัพท์แจ้งให้หน่วยดับเพลิงทราบว่าเราอยู่ที่จุดใดของอาคาร พร้อมหาผ้าชุบน้ำเปียกปิดทางเข้าของควันที่ขอบประตู พร้อมปิดพัดลมและแอร์ และให้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือที่ระเบียง

ในสถานการณ์ที่เจอควันปกคลุมเต็มไปหมด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกแล้วคลานต่ำไปยังประตูทางหนีไฟ เพราะอากาศบริสุทธิ์จะอยู่ด้านล่าง และนำกุญแจห้องไปด้วย หากหมดทางไปจะได้กลับเข้าห้องได้ และพึงจำไว้เสมอว่าอย่าใช้ลิฟต์เด็ดขาด ให้ใช้บันไดหนีไฟเท่านั้น!!

สมพิศ ศรีนาค
econ@thairath.co.th

 

งานคือเงิน 20/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 20 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977092

คนฉลาดมุ่งมั่นแก้ไขทุกปัญหาและอุปสรรคด้วยความสามารถและความอดทนของตนเองเพื่อก้าวสู่เส้นชัยในชีวิตที่ยั่งยืน แต่คนโง่หวังให้เกิดปาฏิหาริย์ช่วยนำความสำเร็จมาให้โดยไม่คิดจะลงมือทำสิ่งใดเลย

สารพัด ตำแหน่งงานดีๆ มีให้เลือกสรรและจับจองกันเสมอ ที่ งานคือเงิน

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับ

อาจารย์ สาขาวิชาภาษาจีน 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางด้าน ภาษาจีน ภาษาศาสตร์ประยุกต์ การแปลภาษาจีน การสอนภาษาจีนเป็นภาษาต่างประเทศ ภาษา และวัฒนธรรมจีน หรือ สาขาวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนภาษาจีน

สนใจสมัครที่ : สำนักงานเลขานุการคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2696-5207 ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://arts.tu.ac.th (ไปที่รับสมัครงาน) รับถึง 23 มิ.ย.นี้

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) รับ

เจ้าหน้าที่ เทคโนโลยีสารสนเทศ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี ขึ้นไป ในสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดยตรงไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ ประสบการณ์ในสายงานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ปี มีประสบการณ์การทำงานด้าน IT Support, System Admin หรืออื่นๆที่เกี่ยวข้อง มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Windows Server และ ระบบปฏิบัติการ Linux มีความรู้เกี่ยวกับระบบ Access Control, CCTV มีความรู้ความสามารถในการใช้งานฐานข้อมูล SQL, MySQL, MS SQL มีความรู้ความสามารถในการทำเว็บไซต์ Joomla หรือ Word Press และสามารถเขียนโปรแกรม PHP, PHP Frame work, ASP.Net, Javascript หรือ HTML

เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กรและเผยแพร่ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า สาขา นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์การทำงานด้านการสื่อสาร งานประชาสัมพันธ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมเกี่ยวกับงานสื่อสาร โปรแกรม Photoshop หรือ โปรแกรม Illustrator สามารถผลิต/ออกแบบสิ่งพิมพ์ได้ และเผยแพร่สื่อในรูปแบบต่างๆได้อย่างดี มีทักษะการเขียน สามารถถ่ายภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว (VDO) ใช้สื่อสังคม (Social Media) เพื่อการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างดี มีทักษะด้าน Creative และ Production ในการสร้างสรรค์รายงาน สามารถกำกับ และติดตามงานสื่อสารและเผยแพร่รายการให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานได้ดี

นักวิชาการกลุ่มงานสร้างพลังภาคีเครือข่ายคุณธรรม 3 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี/ปริญญาโท ทางด้าน สังคมศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องมีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับลักษณะงานในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 5 ปี (สำหรับวุฒิ ปริญญาตรี) หรือไม่น้อยกว่า 3 ปี (สำหรับวุฒิ ปริญญาโท) มีความรู้ด้านงานศึกษาวิจัย ค้นคว้า การถอดองค์ความรู้ สามารถวิเคราะห์งาน สรุปประเด็นและมีทักษะการเขียนที่ดี มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานองค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างดี การจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการ สามารถนำเสนองานในรูปแบบต่างๆอย่างดี (หากมีประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรกระบวนการจะพิจารณาเป็นพิเศษ) ทุกตำแหน่งต้องสามารถประสานงาน ภายใต้ความเร่งด่วนและกดดัน รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและบุคคลที่แตกต่างหลากหลายได้ดี มี Service Mind มีความรับผิดชอบ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีทักษะในการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีมนุษยสัมพันธ์ ทัศนคติและทักษะการทำงานเป็นทีม สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมพื้นฐานอย่างดี และสามารถเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดเป็นครั้งคราวได้

สมัครที่ : ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เลขที่ 69/16-17 ชั้น 17 อาคารวิทยาลัยการจัดการ (CMMU) มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2644-9900 ต่อ 103 หรือดาวน์โหลดใบสมัครที่เว็บไซต์ www.moralcenter.or.th และสมัครทางไปรษณีย์ที่ฝ่ายอำนวยการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) (สมัครงาน) เลขที่ 69/16-17 ชั้น 17 อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือสมัครทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ hr.recruitment@moralcenter.or.th  รับถึง 23 มิ.ย.นี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร รับ

อาจารย์ 2 อัตรา สังกัดคณะวิทยาการจัดการ วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี วุฒิ ปริญญาเอก ทาง รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือ การจัดการภาครัฐและเอกชน ต้องมีพื้นปริญญา ตรีหรือปริญญาโท ทางด้าน รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือ การจัดการภาครัฐและเอกชน (หากมีประสบการณ์ทำงาน มีผลงานวิจัย หรือจบการศึกษาในสาขาเอกทางด้านการปกครองท้องถิ่น การบริหารงานท้องถิ่น หรือการบริหารทรัพยากรมนุษย์จะพิจารณาเป็นพิเศษ) ต้องมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนด

สมัครที่ : กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 7 สำนักงานอธิการบดีตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โทร.0-2849-7544 หรือที่งานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม โทร.0-3425-5790 หรือที่สำนักงานวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จ.เพชรบุรี โทร.0-3259-4043 (-50) ต่อ 41008, 41003, 41006 ถึง 30 มิ.ย.นี้

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กลุ่มงานเทคนิค รับ

ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค (ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์) 1 อัตรา ปฏิบัติงานที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทาง คอมพิวเตอร์ หรือ อิเล็กทรอนิกส์ มีความสามารถหรือทักษะเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์ งานสอนภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติและสอนภาคปฏิบัติในสาขาช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ การจัดทำเอกสารประกอบการฝึก และการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก

ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค (ช่างเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ) 9 อัตรา ปฏิบัติงานที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ, 13 กรุงเทพมหานคร, 16 นครปฐม, 19 เชียงใหม่,สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสิงห์บุรี ปราจีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร และแม่ฮ่องสอน วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทาง ช่างไฟฟ้า หรือเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ มีความสามารถหรือทักษะเฉพาะด้านเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ งานสอนภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติและสอนภาคปฏิบัติ ในสาขาช่างเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับ อากาศ การจัดทำเอกสารประกอบการฝึก และการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก

ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค (ช่างซ่อมรถยนต์) 3 อัตรา ปฏิบัติงานที่สำนักพัฒนาฝีมือแรงงาน ปราจีนบุรี สระแก้ว และสมุทรสาคร วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทาง ช่างยนต์ หรือ เครื่องกล มีความสามารถหรือทักษะเฉพาะด้านซ่อมรถยนต์ งานสอนภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติและสอนภาคปฏิบัติในสาขาช่างซ่อมรถยนต์ การจัดทำเอกสารประกอบ การฝึก และการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก

ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค (ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์) 2 อัตรา ปฏิบัติงานที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสระแก้ว และแม่ฮ่องสอน วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทาง ช่างยนต์ หรือ เครื่องกล มีความสามารถหรือทักษะเฉพาะด้านซ่อมรถจักรยานยนต์ งานสอนภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติและสอนภาคปฏิบัติในสาขาช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ การจัดทำเอกสารประกอบการฝึก และการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก

ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค (ช่างไฟฟ้า) 2 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทาง ช่างไฟฟ้า หรือ แมคคาทรอนิกส์ มีความสามารถหรือทักษะเฉพาะด้านไฟฟ้า งานสอนภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติและสอนภาคปฏิบัติในสาขาช่างไฟฟ้า การจัดทำเอกสารประกอบการฝึก ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก

ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค (ช่างกลโรงงาน) 2 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทาง ช่างกลโรงงาน มีความสามารถหรือทักษะเฉพาะด้านช่างกลโรงงาน งานสอนภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติและสอนภาคปฏิบัติในสาขาช่างกลโรงงาน การจัดทำเอกสารประกอบการฝึก และการให้คำปรึกษา แนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก

ครูฝึกฝีมือแรงงานเทคนิค (ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า) 1 อัตรา วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทาง เทคโนโลยีการออกแบบและเครื่องแต่งกาย หรือ ทางผ้า และเครื่องแต่งกาย มีความสามารถหรือทักษะเฉพาะด้านตัดเย็บเสื้อผ้า งานสอนภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติและสอนภาคปฏิบัติในสาขาช่างตัดเย็บเสื้อผ้า การจัดทำเอกสารประกอบการฝึก และการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก ทุกตำแหน่งต้องมีความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน และความรู้ในการใช้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน มีความรู้ความสามารถด้านการจัดทำเอกสารประกอบการฝึก และการให้คำแนะนำแก่ผู้เข้ารับการฝึก ระยะเวลาการจ้างตามที่กำหนดในสัญญาจ้าง และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยประเมินผลการปฏิบัติงานทุกรอบ 6 เดือนของปีงบประมาณ

สนใจสมัครทางอินเตอร์เน็ต : ที่เว็บไซต์ https://dsd.job.thai.com หัวข้อ “รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป” ถึง 30 มิ.ย.นี้

ปิดท้ายวันนี้ หมึกเขียว มีข่าวดีมาฝาก คนสู้ชีวิต ที่สนใจสัมผัสหน่วยงานที่หรือองค์กรต่างๆโดยตรง เพื่อเลือกสรรและจับจอง ตำแหน่งงานที่โดนใจ ทาง สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จัด งานนัดพบแรงงาน วันที่ 27 นี้ ตั้งแต่ 08.30-16.30 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้นที่ 1 ศูนย์ภาษา ศูนย์คอมพิวเตอร์ และหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีตำแหน่งงานว่างกว่า 2,000 อัตรา จากกว่า 25 บริษัทร่วมเปิดรับสมัครและสัมภาษณ์งาน แถมด้วยสารพัดกิจกรรมน่าสนใจ ทั้งลงทะเบียนไปทำงานต่างประเทศ ทดสอบความถนัดทางอาชีพ ให้คำปรึกษาแนะแนวอาชีพ สนใจสอบถามเพิ่มเติม ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม โทร.0-3427-1434 ต่อ 11-12

หมึกเขียว

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 20/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977907

ขนส่งยัน! ใช้แอปฯ เรียกแท็กซี่ถูกกฎหมายได้ พร้อมยกระดับแท็กซี่ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิ.ย. 2560 21:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977738

กรมการขนส่งทางบก เตรียมเปิดตัว TAXI OK, TAXI VIP พร้อมยกระดับบริการแท็กซี่ไทยบนพื้นฐานความปลอดภัยสูงสุด ยืนยันสามารถใช้แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้ โดยไม่เอาเปรียบผู้โดยสารและเป็นธรรม..

วันที่ 19 มิ.ย. 60 นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยว่า ตามที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ กรณีเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมผู้ขับรถแท็กซี่มิเตอร์ของสมาชิก Grab Taxi ข้อหาใช้แอปพลิเคชันโดยผิดกฎหมาย บริเวณหน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตนั้น ขนส่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่ารถแท็กซี่มิเตอร์คันดังกล่าว เป็นรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนป้ายเหลืองถูกต้องตามกฎหมาย สามารถประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันเข้ามาเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้บริการแก่ประชาชนผู้เรียกใช้บริการได้

โดยไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งขนส่งได้มีการชี้แจงผ่านทางสื่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องในกรณีดังกล่าวมาโดยตลอด ทั้งยังพร้อมสนับสนุนผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ที่ปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกและประโยชน์สูงสุดของประชาชน ซึ่งในปัจจุบันมีรถแท็กซี่ในระบบเริ่มใช้แอปพลิเคชัน เป็นสื่อกลางในการบริการ เช่น Grab Taxi, All Thai Taxi

ทั้งนี้ ในส่วนของประเด็นการให้บริการที่ผิดกฎหมายคือ การนำแอปพลิเคชันไปใช้เรียกรถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) เพื่อใช้รับจ้างขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้รถยนต์ผิดประเภทจากที่จดทะเบียนไว้ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสารตามที่ทางราชการกำหนด ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ไม่เคยผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ซึ่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นประชาชนจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย และกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์เป็นอันตรายต่อความปลอดภัย ภาครัฐจะไม่สามารถติดตามรถหรือคนขับรถมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้

สำหรับการเตรียมยกระดับมาตรฐานรถแท็กซี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใจ ความปลอดภัย โดยดำเนินโครงการ TAXI OK / TAXI VIP โดยโครงการ TAXI OK เป็นการยกระดับการให้บริการแท็กซี่ในปัจจุบัน โดยการติดตั้ง GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ, กล้อง CCTV, มีปุ่มฉุกเฉิน (ส่งข้อมูล Online มาที่ศูนย์ GPS ทันที), มีระบบแจ้งเตือนการใช้ความเร็ว

รวมถึง จัดทำระบบเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันทางโทรศัพท์มือถือ เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงการให้บริการ เพิ่มความสะดวก ป้องกันปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร การไม่เปิดมิเตอร์ ติดตามพฤติกรรมตลอดการให้บริการเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ส่วน TAXI VIP หรือรถแท็กซี่ชนิดพิเศษ เป็นการเพิ่มทางเลือกในการให้บริการของประชาชน โดยใช้รถที่มีมาตรฐานขนาดตัวรถและสมรรถนะที่สูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เพิ่มอุปกรณ์ส่วนควบสำหรับให้บริการที่มีความสะดวกมากขึ้น เพิ่มเติมจากข้อกำหนดการติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ส่วนควบตามโครงการ TAXI OK และมีมาตรค่าโดยสารที่สามารถแสดงตำแหน่งเมื่อผู้โดยสารเริ่มใช้บริการและสิ้นสุดการใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม การกวดขันจับกุมผู้ให้บริการผิดกฎหมาย ทั้งรถนอกระบบและรถแท็กซี่ในระบบที่กระทำความผิดทุกกรณี เช่น เข้มงวดและลงโทษขั้นสูงสุดกับพนักงานขับรถที่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร หรือไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน.

 

พาณิชย์ ยันเงินบาทแข็งค่า ไม่กระทบเป้าหมายส่งออกปีนี้ โต 5%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิ.ย. 2560 19:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977765

“พาณิชย์” ยันเงินบาทแข็งค่าขึ้น ไม่กระทบเป้าหมายส่งออกปีนี้โต 5% แนะเอสเอ็มอีทำประกันความเสี่ยงรับมือ ด้าน “สรท.” ระบุเงินบาทอาจกระทบต่อส่งออกไตรมาส 3-4 ขณะที่ “แบงก์ชาติ” แนะผู้ประกอบการหันใช้เครื่องมือทางการเงินซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ยันค่าเงินไม่ใช่ภูมิคุ้มกันระยะยาว

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายในงานสัมมนา “ค่าเงินบาทแข็ง เอสเอ็มอี แก้ได้อย่างไร” ว่า ขณะนี้ ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 33.93 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งแข็งค่า 3-4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ในมุมของการแข่งขัน เชื่อว่าไทยยังได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอาเซียนหลายประเทศ เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าในระดับปานกลาง ยังมีประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ค่าเงินแข็งค่ามากกว่าไทย เช่น เงินริงกิตของมาเลเซีย คาดว่ามูลค่าการส่งออกไทยจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 5% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนาดกลาและย่อม (เอสเอ็มอี) ควรทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน เพราะค่าเงินยังมีความผันผวนตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่แน่นอน โดยเฉพาะมีแนวโน้มว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เช่น ลดอายุตราสารที่ออกโดยธนาคาร หรือ เลตเตอร์ ออฟ เครดิต ให้สั้นลง และทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เงินตราสกุลท้องถิ่น เช่น เงินบาท หรือเงินหยวน เพื่อลดความเสี่ยงจากเงินเหรียญสหรัฐ เป็นต้น

ด้าน น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เอกชนมีความกังวลค่าเงินที่ยังผันผวนว่าอาจจะกระทบต่อการส่งออกไทยในช่วงไตรมาส 3-4 ซึ่งเอกชนไม่ต้องการให้ค่าเงินแข็งค่าไปมากกว่านี้ เพราะอาจจะกระทบกับสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น ข้าว ยางพารา ปาล์ม สินค้าเกษตรแปรรูปต่างๆ ที่ส่งออกในรูปเงินบาท แต่ได้รายได้กลับมาในรูปเงินเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าเกษตรให้ตกต่ำลงไปอีก อย่างไรก็ตาม สรท.จะหารือกับ ธปท.วันที่ 20 มิ.ย.นี้ เพื่อรับฟังและเสนอแนะถึงข้อกังวลของเอกชน และยังประเมินว่า มูลค่าการส่งออกไทยปีนี้จะขยายตัว 3.5%

นางสาววชิรา อารมณ์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยว่า ธปท.จะติดตามสถานการณ์ค่าเงินอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจะประเมินการออกมาตรการป้องกันและลดแรงจูงใจการเก็งกำไรของนักลงทุนต่างชาติ ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพบริหารความเสี่ยง อีกทั้งจะส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่น ทดแทนความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์ด้วย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้หลายวิธี เช่น จองสัญญาซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) การใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการรับและชำระเงิน การเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ เป็นต้น

“หากย้อนดูช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งในช่วงนั้นเงินบาทอ่อนค่า แต่ไม่ได้เป็นผลช่วยส่งออกมากนัก เมื่อเทียบกับสถานการณ์ส่งออกที่เป็นอยู่ในขณะนี้มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ได้เป็นทุกอย่างของการส่งออก แต่อยู่ที่คุณภาพสินค้า ช่องทางขาย และเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการจะนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับทิศทางการค้าโลกมากกว่า ซึ่งวันนี้ต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมหรือยัง กับการเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งเหล่านี้จะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า”.

 

‘อาคม’ สั่งด่วนรถไฟฟ้าทุกชนิด เพิ่มมาตรการกันอุบัติเหตุคนตกราง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิ.ย. 2560 18:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977708

‘อาคม’ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม สั่งด่วนรถไฟฟ้าทุกชนิด ต้องเพิ่มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุคนตกราง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์หญิงพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์จนเสียชีวิตในช่วงเช้าของวันที่ 19 มิ.ย. 60 นั้น จึงได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยบริเวณสถานีให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าซึ่งได้กำชับ เบื้องต้นว่าต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำบริเวณชานชาลาทุกสถานี

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งต้องบังคับใช้มาตรการดังกล่าวทั้ง รฟท. รฟม.และเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการนำสถิติอุบัติเหตุและมาตรการด้านความปลอดภัยเข้ามาใช้เป็นเกณฑ์การประมูลโครงการทุกโครงการของกระทรวงคมนาคม ทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่รวมถึงถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากในปี 2561 นั้นมีโครงการมากมายของกระทรวงคมนาคมที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการประมูล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าในการติดตั้งประตูกั้นชานชาลาของแอร์พอร์ตลิงก์นั้น ปัจจุบันมีประตูกั้นชานชาลาที่สถานีสุวรรณภูมิและสถานีมักกะสัน ขณะนี้ กำลังดำเนินการติดตั้งประตูกั้นเพิ่มอีก 7 สถานี โดยมีกำหนดยื่นซองเทคนิคในช่วงปลายเดือนนี้ก่อนเปิดประกวดราคาภายในเดือนหน้า จากนั้นจะเริ่มติดตั้งสถานีแรกคือสถานีพญาไทในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2561 โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับทางยกระดับ

 

พาณิชย์ มั่นใจ ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ ปีนี้กว่า 6 หมื่นราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิ.ย. 2560 17:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/977638

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยธุรกิจเกิดใหม่เดือน พ.ค. พุ่ง 34% สูงสุดรอบ 4 ปี ส่วนด้านธุรกิจเจ๊งเพิ่ม 11% มั่นใจทั้งปียอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ได้ 6.6 หมื่นราย..

วันที่ 19 มิ.ย. 60 น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึง การจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือน พ.ค. 60 ว่า มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 5,832 ราย เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค. 59 ถือเป็นยอดการจดทะเบียนสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยมีทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 31,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67%

ส่งผลให้การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปี 60 มีจำนวน 29,417 ราย เพิ่มขึ้น 14% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา มีทุนจดทะเบียน 123,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% สำหรับประเภทธุรกิจที่มีการจดทะเบียนใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 531 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 346 ราย ธุรกิจร้านขายปลีกเครื่องประดับ 211 ราย ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 149 ราย และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ 130 ราย

ขณะที่ การจดทะเบียนเลิกกิจการ เดือน พ.ค. 60 มีจำนวน 1,074 ราย เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับ พ.ค. 59 มีทุนจดทะเบียนเลิก 10,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 263% ส่วนช่วง 5 เดือน ปี 60 เลิกกิจการแล้ว 4,933 ราย ลดลง 9% มีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ 23,400 ล้านบาท ลดลง 58%

หากประเมินสถานการณ์ขณะนี้ เชื่อว่าการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในปีนี้จะได้ตามเป้าหมาย 66,000 ราย หรือเพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะมาตรฐานต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะกองทุนเอสเอ็มอี 20,000 ล้านบาท ที่เริ่มออกมาขับเคลื่อนและมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ธุรกิจเกิดขึ้นจำนวนมาก

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยในภาพรวม มีแนวโน้มขยายตัวอย่างชัดเจน จากภาคการส่งออกสินค้าและบริการที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ตามรายได้เกษตรกรและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี และมีการใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป.