‘พาณิชย์’ แจงตัดสิทธิ ทีพีเค เอทานอล ผิดสัญญามัน ปี 36

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 23:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/974085

พาณิชย์ แจงตัดสิทธิ์บริษัทที พี เค เอทานอล เหตุกรรมการ 2 รายผิดสัญญาโครงการมันปี 36/37

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรณีที่มีกระแสข่าวบริษัทที พี เค เอทานอล ทำหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าได้เข้าประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมรอบแรกปริมาณ 1.03 ล้านตัน และเป็นผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด แต่ไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติขายให้นั้น กรมการค้าฯ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานของบริษัทที พี เค เอทานอล จำกัด พบว่า บริษัทขาดคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลข้าวรัฐบาล

ทั้งนี้ เนื่องจากกรรมการในนิติบุคคล 2 ราย เป็นจำเลยที่กระทำผิดสัญญาตามโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังโดยผ่านกลไกการผลิตและการตลาดปี 36-37 ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 ชำระเงิน พร้อมดอกเบี้ยคืนแก่กรมการค้าต่างประเทศ แต่จนบัดนี้ทั้ง 2 รายยังไม่ชำระหนี้เงินตามคำพิพากษา ทำให้บริษัท ถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้เสนอซื้อมาตั้งแต่ต้น

“ภายหลังจากที่ตรวจพบว่า บริษัท มีความสัมพันธ์กับบริษัทที่เคยทำความเสียหายแก่ทางราชการ กรมได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะทำงานดำเนินการระบายข้าว และคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว พิจารณาตามขั้นตอน รวมทั้งได้เสนอให้ประธานนบข.ให้ความเห็นชอบ และกรมได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัท ทราบแล้ว ซึ่งบริษัทมีสิทธิจะชี้แจง หรือโต้แย้งได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย” นางดวงพร กล่าว

 

พาณิชย์ เผย เอกชน 16 ราย แข่งเสนอราคาประมูลข้าวเสื่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 22:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/974078

เอกชน 16 ราย แข่งเสนอราคาซื้อข้าวเสื่อมรัฐสูงสุด รวมปริมาณเสนอซื้อ 2.12 ล้านตัน จากที่เปิดประมูล 2.2 ล้านตัน คิดเป็นเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เสนอราคาตั้งแต่ตันละ 2 พัน-6.7 พันบาท

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 60 กรมได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาประมูลข้าวในสต๊อกรัฐบาลกลุ่ม 2 หรือข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่คนบริโภค ปริมาณ 2.2 ล้านตัน ซึ่งมีผู้ผ่านคุณสมบัติยื่นซองเสนอราคา 21 ราย แต่มีผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด 16 ราย ใน 157 คลัง คิดเป็นปริมาณเสนอซื้อ 2.12 ล้านตัน จากปริมาณที่เปิดประมูล 2.2 ล้านตัน มูลค่าที่เสนอซื้อ 11,465.90 ล้านบาท

โดยช่วงราคาเสนอซื้อสูงสุดตันละ 2,000–6,740 บาท สูงกว่าราคาเสนอซื้อข้าวกลุ่ม 2 ในการเปิดประมูลรอบที่ผ่านมามา ที่เสนอซื้อเฉลี่ยตันละ 4,000 บาท สำหรับชนิดข้าวที่มีผู้เสนอราคาซื้อมากที่สุดเป็น ข้าวขาว 5% ปริมาณ 1.2 ล้านตัน คิดเป็น 56.47% รองลงมาได้แก่ ปลายข้าว A1 เลิศ ปริมาณ 0.52 ล้านตัน คิดเป็น 24.56%

อย่างไรก็ตาม จะนำผลการเปิดซองราคาเสนอต่อที่ประชุมคณะทำงานดำเนินการระบายข้าว ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อให้ความเห็นชอบอนุมัติขายต่อไป หลังจากนั้นในเดือน ก.ค. จะนำข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวเสื่อมที่เข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่คนและสัตว์บริโภค ซึ่งเหลือประมาณ 500,000 ตัน มาเปิดระบายเป็นครั้งที่ 2 และเดือน ส.ค.จะนำข้าวกลุ่ม 1 หรือข้าวบริโภคทั่วไปที่เหลือ 160,000 ตัน มาเปิดประมูลรอบ 3 คาดว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะระบายข้าวรัฐบาลออกไปได้หมดตามเป้าหมาย

สำหรับการส่งออกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 มิ.ย. 60 ไทยส่งออกแล้ว 5.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 17.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มูลค่า 80,000 ล้านบาท เพิ่ม 12.05% หรือ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 14.3% โดยราคาข้าวส่งออกเอฟโอบี ข้าวหอมมะลิ 100% ตันละ 702 เหรียญฯ ข้าวขาว 5% ตันละ 455 เหรียญฯ ข้าวนึ่ง 100% ตันละ 464 เหรียญฯ เชื่อว่า ราคาข้าวไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นไปจนถึงปลายปี จากความต้องการข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น และปริมาณข้าวในสต๊อกของไทยลดลงเหลือไม่มาก ทำให้ลดแรงกดดันด้านปริมาณ และราคาข้าวในโลก

“ขณะนี้ตลาดข้าวเป็นของผู้ขาย เพราะผู้ซื้อประสบปัญหาภัยธรรมชาติ มีความต้องการข้าวมาก อย่างรัฐบาลฟิลิปปินส์คาดว่าจะออกเงื่อนไข หลักเกณฑ์ (ทีโออาร์) ประมูลนำเข้าข้าว 250,000 ตันสัปดาห์หน้า ส่วนบังกลาเทศจะเดินทางมาไทยวันที่ 21-22 มิ.ย. เพื่อเจรจาซื้อข้าวนึ่งแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 200,000 ตัน” นายกีรติ กล่าว

 

พาณิชย์ แนะทำอี-คอมเมิร์ซ เพิ่มช่องทางค้าขายผ่านออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 19:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/973983

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยคนไทย 68 ล้านคนใช้มือถือกว่า 90 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟน 46 ล้านเครื่อง และใช้เฟซบุ๊กถึง 35 ล้านราย มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ชี้เป็นโอกาสผู้ค้า ใช้ช่องทาง อี-คอมเมิร์ซ ในการค้าขาย …

วันที่ 15 มิ.ย. นางลลิดา จิระนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยในการเปิดงาน Thailand e-Commerce Day 2017 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด The edge of Digital Commerce : พลิกธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล เพิ่มช่องทางการขาย เพิ่มรายได้ ด้วยการค้าแบบออนไลน์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า ปัจจุบันนี้ ไทยมีประชากรที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กว่า 90 ล้านเครื่อง และในจำนวนนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถึง 46 ล้านเครื่อง และยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กถึง 35 ล้านราย มากเป็นอันดับ 3 ของโลก แสดงให้เห็นว่าโอกาสในการค้าขายสินค้าผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ในไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็นตัวเลข 2 หลักหรือมากกว่า 10% ในแต่ละปี โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 2.4 ล้านล้านบาทต่อปี ส่วนใหญ่เป็นการค้าขายประเภทธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) ขณะที่การค้าขายธุรกิจต่อผู้บริโภค (บีทูซี) ยังมีมูลค่าไม่มาก ประมาณ 300,000 ล้านบาทต่อปี แต่พบว่ามีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่การซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีอัตราการขยายตัวแบบก้าวกระโดด ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ในการประกอบธุรกิจ สินค้าที่ได้รับความนิยมในการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ เช่น สินค้าแฟชั่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสื่อสาร อาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

ทางด้าน กรมฯ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการค้าขายออนไลน์ หรือคนที่คิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจต้องมีช่องทางการค้าขายออนไลน์ด้วย เพราะเป็นแนวโน้มใหม่ ที่กำลังได้รับความนิยม โดยกรมฯ พร้อมให้การสนับสนุน ทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการค้าออนไลน์ การผลักดันให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของไทย

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ กรมฯ ยังได้มอบรางวัล Best e-Commerce Website Award 2017 หรือรางวัลสุดยอดเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งปี โดยมีเว็บไซต์ที่ได้รับรางวัล 9 เว็บไซต์ ได้แก่ http://www.cmart.co.th บริษัท ซี ดีสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด สินค้าอุปโภคบริโภค , http://www.central.co.th บริษัท เซ็นทรัล ออนไลน์ จำกัด สินค้าแฟชั่น/เครื่องแต่งกาย/เครื่องประดับ, http://www.primonly.com นายณภัทร แสงรุ่งเรือง สินค้าเสื้อผ้า, http://www.shop.thaiware.com บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด จำหน่ายซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และอุปกรณ์ไอที

นอกจากนี้ ยังมี http://www.Lnwmall.com บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยูช็อป จำกัด บริการจดโดเมนเนม/เว็บโฮสติ้ง/ออกแบบเว็บไซต์/เว็บไซต์สำเร็จรูป, http://www.shopsawadee.com นางกรกนก พันธ์ธรรม เสื้อผ้าเด็ก, http://www.orami.co.th บริษัท ว้อทส์นิว จำกัด สินค้าอุปโภคบริโภค , http://www.trueselect.com บริษัท ทรู จีเอส จำกัด สินค้าอุปโภคบริโภค และ http://www.beautynista.com บริษัท บิวตี้ นิสต้า จำกัด สินค้าเครื่องสำอาง.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลด 3.47 ดัชนีอยู่ที่ 1,573 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 17:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/973928

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลดลง 3.47 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,573.53 จุด มูลค่าการซื้อขาย 39,961.78 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 15 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับลดลง 3.47 จุด อยู่ที่ 1,573.53 เปลี่ยนแปลง -0.22% มูลค่าการซื้อขาย 39,961.78 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,580.52 จุด และต่ำสุดที่ 1,573.53 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

 

ข่าวดี! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิด 40 สต. ยกเว้น E85 ลด 20 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 17:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/973940

ข่าวดีของคนขับรถ ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 40 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ลด 20 สตางค์ต่อลิตร มีผลตี 5 วันที่ 16 มิ.ย. 60

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 60 บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 40 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับราคาลง 20 สตางค์ต่อลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 60

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ 32.66 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 25.55 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 25.28 บาทต่อลิตร E20 อยู่ที่ 23.04 บาทต่อลิตร E85 ราคา 19.24 บาทต่อลิตร ดีเซล 23.89 บาทต่อลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

 

เร่งสร้างถนนรอง จากหาดใหญ่ สู่ปาดังเบซาร์-ด่านสะเดา รับเศรษฐกิจขยายตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 16:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/973853

ทางหลวงชนบท เร่งสร้างถนนโครงข่ายสายรอง ระหว่างอำเภอหาดใหญ่ สู่ด่านชายแดนปาดังเบซาร์และด่านสะเดา สนับสนุนการค้าชายแดน ไทย-มาเลเซีย หวังรองรับการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 4 ซึ่งมีการจราจรหนาแน่น …

วันที่ 15 มิ.ย. นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เผยว่า เนื่องจากการเดินทางและการขนส่งระหว่างอำเภอหาดใหญ่ สู่ด่านชายแดนปาดังเบซาร์และด่านสะเดา ปัจจุบันใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนกาญจนวนิชย์) เป็นเส้นทางหลัก ซึ่งมีสภาพการจราจรที่หนาแน่นและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวด้านเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทางหลวงชนบท จึงได้พัฒนาโครงข่ายสายรอง โดยดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทแล้วเสร็จ คือ สาย สข.4040 ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ สาย สข.4034 ถึงแยกทางหลวงหมายเลข 4145 ระยะทางรวม 26.479 กิโลเมตร ปัจจุบันทางหลวงชนบท อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย สข.1027 ซึ่งก่อสร้างเป็นถนนลาดยางแบบแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทางรวม 12.721 กิโลเมตร

ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 65 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างผิวจราจร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2561 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น จำนวน 110 ล้านบาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดสายทาง นอกจากจะช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลัก รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคตแล้ว ยังสนับสนุนเขตเศรษฐกิจบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ส่งเสริมการขยายตัวด้านการค้าการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง การขนส่งให้สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น.

 

เริ่มแล้ว ‘e-biz Expo Asia 2017’ ‘งานแสดงอีคอมเมิร์ซไทย 15-17 มิ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 16:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/973868

เริ่มแล้ว “e-Biz Expo Asia 2017” นีโอจัดใหญ่โชว์ธุรกิจบริการอีคอมเมิร์ซครบวงจร ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติศูนย์สิริกิติ์ นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน จัดงาน e-Biz Expo Asia 2017 ครั้งที่ 3 งานแสดงเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ครบวงจร ภายใต้ธีม GATEWAY TO ASEAN E-COMMERCE & DIGITAL BUSINESS “เปิดประตูสู่อาเซียนด้วยอี คอมเมิร์ซและดิจิทัล” ระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย.60 พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลล็อปเม้นท์ จำกัด เข้าร่วม

โดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ ได้ผนึกพันธมิตรบริษัทชั้นนำของประเทศไทยกว่า 115 บริษัท ร่วมเสนอโซลูชั่นและบริการเพื่อธุรกิจอย่างครบวงจร จาก 5 หัวใจสำคัญในธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซกับ 5 โซนธุรกิจ 1.) e-Commerce Show 2.) e-Payment Show 3.) e-Logistics Show 4.) Digital Marketing และ 5.) Cross-Bordere-Commerce

นอกจากนี้ยังมีงานสัมมนาทางด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยกูรูชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ไปรษณีย์ไทย, ธนาคารกรงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), LINE, Facebook, Youtube, Google, Amazon, Aliexpress, Paypal เป็นต้น คาดมีผู้เข้าชมงานครั้งนี้กว่า 13,000 คน สร้างมูลค่าซื้อขายภายในงานกว่า 187 ล้านบาท และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลาง e-Commerce ของภูมิภาคอาเซียน มุ่งเน้นเปิดมุมมองทางการค้าให้ แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการทำการค้าออนไลน์แบบไร้ พรมแดน (Cross Border e-Commerce) โอกาสของ SMEs ไทยในยุคดิจิทัลสู่ตลาดโลก โดยมีการเชิญผู้ให้บริการ Service Provider ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการประกอบธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจสามารถใช้ เทคโนโลยีด้าน e-commerce ใหม่ ที่นำมาจัดแสดงในงาน

โดยเป็นการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการ สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ทำให้เกิดการขับเคลื่อนโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และผลักดันให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ โดยงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank), Ready Planet, SCG Packaging เป็นต้น

ภายในงานสัมมนา e-Biz Expo Asia 2017 ครั้งนี้มีไฮไลต์สำคัญคือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในการนำนวัตกรรม Last Miles Delivery ของโลก ซึ่งเป็นนวัตกรรมในการส่งสินค้าไปถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีสัมมนาที่น่าสนใจ เช่น การวิเคราะห์ทิศทางของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, การเจาะเทรนด์นักช็อปออนไลน์ ในประเทศไทยและเตรียมตัวไปไกลในระดับเอเซีย, Last Mile Delivery: โลจิสติกส์ คือกุญแจสำคัญของการทำอีคอมเมิร์ซไทย, การสร้างธุรกิจในโลกดิจิทัลยุค 4.0, การทำสื่อโฆษณาที่มีประสิทธิภาพในโลกดิจิทัล และหนทางสู่การเป็นเศรษฐีเงินล้านออนไลน์ “E-Commerce: From Zero to Millionaire เป็นต้น

 

ไม่ต้องรอนาน! แบงก์ประกาศคืนเงินลูกค้าบัตรเดบิตภายใน 1 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 16:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/973850

สมาคมธนาคารไทย ประกาศหากเครื่องรูดบัตร หรือระบบเครือข่ายของธนาคารขัดข้อง ต้องคืนเงินลูกค้าบัตรเดบิตภายใน 1 วัน เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บัตรเดบิตในการชำระค่าสินค้าและบริการ เริ่ม 16 มิ.ย. 60

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากที่สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิกได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ National e-Payment ไปสู่การปฏิบัติ โดยในปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการโครงการที่ 1 ระบบรับและโอนเงินพร้อมเพย์ไปแล้ว

สำหรับ โครงการ 2 คือการขยายการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บัตรเดบิต ได้กว้างขวางขึ้น โดยมีต้นทุนการชำระเงินด้วยบัตรลดลง เช่น ภาระของร้านค้าที่รับบัตร และเพิ่มการกระจายอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แพร่หลายมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจนั้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนใช้บัตรเดบิตในการชำระค่าสินค้าและบริการมากขึ้น

ทั้งนี้ สมาคมธนาคารไทย ธนาคารสมาชิก ธนาคารของรัฐ และสาขาธนาคารต่างประเทศ จึงได้ร่วมกันกำหนดมาตรฐานระยะเวลาในการตรวจสอบรายการใช้บัตรเดบิตและการคืนเงินให้ผู้ถือบัตร ในกรณีที่เครื่องรูดบัตรที่ร้านค้า หรือระบบเครือข่ายของธนาคารขัดข้อง โดยธนาคารจะคืนเงินให้ลูกค้าภายในวันที่ทำรายการ หรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไปแล้วแต่กรณี

อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะประกาศบนเว็บไซต์อย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 16 มิ.ย.60 โดยสมาคมเชื่อมั่นว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตที่มีความสะดวก ปลอดภัย และมั่นใจ จะส่งผลให้ประชาชนเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายด้วยเงินสดไปสู่บัตรอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย และครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น

 

3 ค่ายมือถือแจง 3 แสนซิมแก๊งจีน ลงทะเบียนถูกต้องแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 13:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/973577

กสทช.เชิญตัวแทน 3 ค่ายมือถือให้ข้อเท็จจริง กรณี ตร.สระแก้วจับกุมชาวต่างชาติพบซิมการ์ดมือถือ 3 แสนซิม โดยทั้ง 3 ค่ายยืนยันว่าซิมการ์ดมีการลงทะเบียนถูกต้องโดยผู้ขาย โดย กสทช.ให้ทุกค่ายสรุปข้อมูลการใช้งานส่งใน 21 มิ.ย.นี้…

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2560 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เชิญตัวแทนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรู มาให้ข้อเท็จจริง กรณีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสระแก้ว จับกุมชาวต่างชาติพร้อมเครื่องไอโฟน และซิมโทรศัพท์ใหม่กว่า 3 แสนซิม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า โอเปอเรเตอร์ ยืนยันว่าซิมทั้งหมดมีการลงทะเบียนอย่างถูกต้องโดยผู้ขาย ซึ่งอาจเป็นตัวเจ้าของร้านหรือไม่ใช่ก็ได้ และชาวต่างชาติโดยใช้หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ว่าซิมทั้งหมดมีการเปิดใช้งานแล้วหรือยัง และจำนวนกี่ซิม แต่ถ้าเปิดใช้งานซิม แล้วไม่มีการใช้งาน ซิมจะมีวันหมดอายุ ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ โดย กสทช.จะเดินทางไปพบตำรวจที่ จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ พร้อมทั้งเร่งโอเปอเรเตอร์ให้สรุปข้อมูลมาให้ภายใน วันที่ 21 มิถุนายนนี้

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ซิมที่พบยังอยู่ในกรอบที่ยังไม่ได้แกะออกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์โทรคมนาคมได้ และภาพที่พบก็คือซิมมีการใช้งานกับอุปกรณ์โทรคมนาคม ถ้าเป็นกรณีนี้ สำนักงาน กสทช. จะแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม 2544 มีโทษอาญา.

 

กสทช.พบชาวต่างชาติซื้อซิมจาก 3 ค่ายมือถือใหญ่กว่า 3 แสนซิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2560 10:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/973318

กสทช.เผยตรวจสอบเบื้องต้นพบชาวต่างชาติซื้อซิมจาก 3 ค่ายใหญ่ 3 แสนกว่าซิม จ่อเรียกค่ายมือถือสอบถามที่มาของซิมว่าจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่…

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว จับกุมชาวต่างชาติพร้อมเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อไอโฟนและซิมโทรศัพท์ใหม่จำนวนมากว่า ทางสำนักงาน กสทช.ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในคดีดังกล่าวพบว่า โทรศัพท์ที่นำมาใช้งานเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 5ซี และรุ่น 5เอส ส่วนซิมโทรศัพท์นั้น เป็นซิมของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ค่ายใหญ่ รวมจำนวนซิมทั้งหมดประมาณ 347,000 ซิม

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช.จะเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบรายละเอียดว่าซิมโทรศัพท์ที่ตรวจพบนั้นได้มีการลงทะเบียนใช้งานถูกต้องหรือไม่ พร้อมทั้งจะเชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ค่ายมาให้ข้อเท็จจริง.