พาณิชย์ดันสินค้าจีไอร่วมงานไทเฟกซ์ คาดยอดสั่งซื้อกว่า 111 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 17:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972792

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยผลผลักดัน 14 สินค้าจีไอ ร่วมงานไทยเฟกซ์ คาดมียอดสั่งซื้อต่อเนื่อง 111 ล้านบาท หลังได้รับความสนใจจากต่างประเทศ เตรียมนำทัพจีไอบุกขายในห้างสรรพสินค้าต่อเนื่อง..

วันที่ 14 มิ.ย. 60 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยว่า การผลักดันให้ผู้ประกอบการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) จำนวน 16 ราย 14 สินค้า เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร (ไทยเฟกซ์) เมื่อวันที่ 31 พ.ค.-4 มิ.ย.60 ว่า การเจรจาธุรกิจระหว่างการจัดงาน 7 วัน มียอดสั่งซื้อ 27.96 ล้านบาท และยอดเจรจาเพิ่มเติมภายหลังการจัดงานที่คาดว่าจะมีคำสั่งซื้อต่อเนื่องอีก 111 ล้านบาท โดยสินค้าจีไอของไทย ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อหลายประเทศ ได้แก่ รัสเซีย อินเดีย ไนจีเรีย มาเลเซีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา เกาหลี สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม โดยเฉพาะจีน ให้ความสนใจสินค้าจีไอในหลายสินค้า

สำหรับสินค้าจีไอ ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ของวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง และเกษตรกรผู้ผลิต จากจังหวัดศรีสะเกษ มียอดสั่งซื้อกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งนอกจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ จะเป็นสินค้าจีไอที่ได้รับความนิยม ยังเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ ที่ได้รับมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ระดับสากลอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าข้าวเจ๊กเชยสาวไห้ ของบริษัท ฟรีไลฟ์ ดีไซน์ จำกัด หรือเกษตรกรผู้ผลิต จากจังหวัดสระบุรี มียอดสั่งซื้อที่คาดหมายว่าจะได้รับกว่า 48 บาท โดยเฉพาะข้าวนึ่งจากข้าวเจ๊กเชยสาวไห้ ที่นำข้าวเปลือกมานึ่งแล้วอบแห้ง แล้วนำไปปอกเปลือกเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กักเก็บคุณค่าทางอาหารไว้ในเมล็ดข้าว และส้มโอนครชัยศรี ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโอนครชัยศรี หรือเกษตรกรผู้ผลิต จากจังหวัดนครปฐม มียอดสั่งซื้อกว่า 11 ล้านบาท นอกจากความสนใจในการสั่งส้มโอสดจากต่างประเทศแล้ว ยังมีโรงงานแปรรูปผลไม้บรรจุกระป๋องให้ความสนใจที่จะนำส้มโอไปบรรจุกระป๋องอีกด้วย

ขณะเดียวกัน น้ำหมากเม่าสกลนคร และลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากฝ่ายจัดซื้อของประเทศต่างๆ เช่นกัน ถือเป็นการตอบรับและอนาคตอันสดใสของผู้ประกอบการจีไอในการทำตลาดต่างประเทศ ส่วนสินค้าทั้ง 14 รายการ ที่เข้าร่วมงานไทยเฟกซ์ ได้แก่ สับปะรดภูแลเชียงราย กาแฟดอยตุง ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ส้มโอนครชัยศรี ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง มะขามหวานเพชรบูรณ์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยช้าง ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ชาเชียงราย น้ำหมากเม่าสกลนคร ข้าวแต๋นลำปาง ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจีไอร่วมงานไทยเฟกซ์ ทำให้ผู้ผลิตสามารถขยายช่องทางการตลาด เพื่อเพิ่มรายได้ทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งกรมมีแผนจะนำทัพสินค้าจีไอไทย บุกห้างสรรพสินค้าชั้นนำอีกครั้ง ในงานจีไอ มาร์เก็ต 2017 ณ เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันที่ 1-7 ส.ค. โดยจะมีสินค้าจีไอจากอาเซียนมาร่วมออกบูธภายในงานด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้าจีไอเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานยอมรับ และได้ความนิยมในระดับสากล.

 

แอร์เอเชียเปิดเส้นทางใหม่ บินตรง กรุงเทพฯ–มัลดีฟส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 17:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972765

สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเส้นทางบินใหม่ บินตรง กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ เริ่ม 11 ส.ค.นี้  …

วันที่ 14 มิ.ย. 60 นายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เผยว่า สายการบินไทยแอร์เอเชียพร้อมนำเสนอเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ ให้บริการบินตรงทุกวัน เริ่มบินตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 60 เป็นต้นไป ด้วยราคาสุดพิเศษ

ทั้งนี้ มัลดีฟส์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของชาวไทยและชาวต่างชาติ มีกิจกรรมที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้ไปเปิดประสบการณ์ทั้งดำน้ำดูปะการัง นั่งเรือดูโลมา เล่นกีฬาทางน้ำ พักผ่อนในรีสอร์ตบรรยากาศส่วนตัว หรือการสัมผัสวิถีชีวิตของประชาชนท้องถิ่น ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคู่รัก

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันกลุ่มสายการบินแอร์เอเชียได้เปิดให้บริการบินตรงสู่มัลดีฟส์ จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (เที่ยวบิน AK) (7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์) เมื่อรวมเส้นทางใหม่ล่าสุดนี้ แอร์เอเชียจะมีเส้นทางบินตรงจากทั้งกรุงเทพฯ และกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมในเส้นทางดังกล่าวได้เป็นอย่างดี.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 4.64 ดัชนีอยู่ที่ 1,577 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 17:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972827

หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 4.64 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,577.00 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,506.41 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 14 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 4.64 จุด อยู่ที่ 1,577.00 เปลี่ยนแปลง 0.30% มูลค่าการซื้อขาย 39,506.41 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,578.53 จุด และต่ำสุดที่ 1,570.70 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

 

สุดคลาสสิก! ย้อนเวลากลับไปชมภาพ ‘ปั๊มน้ำมัน’ สมัยคุณปู่ คุณย่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972658

‘ไทยรัฐออนไลน์’ ขอพาผู้อ่าน นั่งไทม์แมชชีน ไปชมภาพหายากสุดคลาสสิกของปั๊มน้ำมันไทยสมัยโบราณ เรียกได้ว่า คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ของเรายังวัยรุ่นอยู่ และจะพาไปชมภาพวิวัฒนาการปั๊มน้ำมันของไทย จากเดิมเพียงแค่เติมน้ำมัน แล้วขับรถออกไปเลย

ปัจจุบัน ‘ปั๊มน้ำมัน’ เป็นมากกว่าการให้บริการน้ำมัน เพียงอย่างเดียว เรียกได้ว่า ปั๊มน้ำมันคือเพื่อนเดินทางอย่างแท้จริง นอกจากจะให้บริการ ห้องน้ำสะอาด หรือแม้กระทั่งห้องอาบน้ำ ร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ร้านอาหารทั้งไทย และเทศ ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง กาแฟสดยี่ห้อเดียวกัน แต่รสชาติไม่เหมือนกันเลยสักร้าน หรือ แม้กระทั่ง ร้านขายเสื้อผ้า และของโอทอป ก็มีบริการที่ปั๊มน้ำมัน

เตรียมตัวให้พร้อม เริ่มย้อนเวลากันได้ ณ บัดนี้ สถานีแรก… ปั๊มน้ำมัน ‘ตราสามทหาร’

ปั๊มน้ำมันสามทหารในจังหวัดลำพูน เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2503 ปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ปั๊มน้ำมันสามทหาร เพื่อให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้ามาศึกษา และเยี่ยมชมได้

ในปี พ.ศ.2521 มีการเปลี่ยนแปลงจากสถานีบริการน้ำมัน ตราสามทหาร มาเป็น ปตท. โดยวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อดำเนินกิจการด้านพลังงานด้วยการพึ่งพาตนเอง เพราะในช่วงนั้นประเทศไทยประสบวิกฤติขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการอุปโภค-บริโภค ภาพนี้คือ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ปรับเปลี่ยนจากตราสามทหาร ตั้งอยู่บริเวณพระบรมมหาราชวังแต่ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว

สำหรับ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในยุคแรก มีความโดดเด่นอยู่ที่คานสีแดงสดใสตัดกับหลังคาสีน้ำเงิน นอกจากนี้ในช่วงปี พ.ศ.2531 ยังเป็นช่วงปีที่ ปตท. ได้เปิดตัวน้ำมันเบนซินปริมาณสารตะกั่วต่ำที่สุดและค่าออกเทนสูงที่สุดอีกด้วย

ปี พ.ศ.2535 ปตท. เริ่มมีการปรับปรุงโฉมใหม่ ให้บริการในรูปแบบที่เรียกว่า Landor มีหลังคาโค้งมนเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเสาลายทางสีน้ำเงินสลับขาว

ปั๊มน้ำมัน หรือ ปั๊มหลอด ในปี พ.ศ. 2544 ที่เทศบาลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ปั๊มน้ำมันร้าง ที่หยุดให้บริการในภาคใต้ เนื่องจากเหตุการณ์ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในปี พ.ศ. 2548

ปั๊มน้ำมันบางจาก ปี พ.ศ. 2547

ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ในปี พ.ศ. 2547

ปั๊มน้ำมันหลอดเช่นนี้ ก็ยังพอมีให้เห็นในต่างจังหวัด

ปี พ.ศ.2547 ปตท. ได้เปิดตัวสถานีบริการรูปแบบ PTT Park เป็นแห่งแรกที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.

ล่าสุดปี พ.ศ.2560 ปตท.ได้ยกระดับสถานีบริการน้ำมัน ภายใต้แนวคิด Care & Safety For All ให้ทุกพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

(ภาพจากเฟซบุ๊ก PTT News แฟ้มภาพไทยรัฐ)

 

ทล.เด้งรับนโยบายรัฐ สร้างทางหลวงเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวราชบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 15:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972683

กรมทางหลวง รับนโยบายกระทรวงคมนาคม สร้างทางหลวงเชื่อมโยงสู่จังหวัดราชบุรี ส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมทำให้ผู้ใช้ทางหลวงได้รับความสะดวกและปลอดภัย..

วันที่ 14 มิ.ย. 60 นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า เพื่อรองรับนโยบายกระทรวงคมนาคม ในการสร้างทางหลวงให้สอดคล้องกับการเติบโตของการท่องเที่ยว ดังนั้นกรมทางหลวงโดยแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม จึงได้ดำเนินการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 3206 สายปากท่อ–ท่ายาง ระหว่างกิโลเมตรที่ 0+000 – 35+350 ในพื้นที่ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ระยะทางรวม 35.35 กิโลเมตร โดยการตีเส้นจราจร ทำความสะอาดป้ายจราจร ป้ายเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โดยให้ตัดหญ้าบริเวณสองข้างทางเพื่อเพิ่มศักยภาพของทางหลวงและวิสัยทัศน์ในการขับขี่

ทั้งนี้ ทางหลวงหมายเลข 3206 ยังเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ใช้เดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดราชบุรี ผ่านอำเภอบ้านคา อำเภอสวนผึ้ง ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ เช่น น้ำพุร้อนโป่งกระทิง พระพุทธบาทจำลองที่วัดพระธาตุเขาน้อย และยอดเขากระโจมเป็นเขตติดต่อเพื่อนบ้านสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

นอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรี ผ่านอำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น น้ำตกกวางโจว เจ้าแม่กวนอิมพันมือ และเขื่อนแก่งกระจาน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 3206 นี้ จะช่วยส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ใช้ทางหลวงได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนสบายตา ทั้งนี้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมดังกล่าว ด้วยการแจ้งจุดหรือแนะนำ เสนอแนะเส้นทางต่างๆ ได้ที่ แขวงทางหลวงสมุทรสงคราม โทร. 0 3476 2661 หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชม.

 

เอพีลุยสร้างคนอสังหาฯ เทรนด์นิสิต-นศ.แบบคลุกวงใน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 12:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972328

“เอพี” เดินหน้าสร้างนิสิตนักศึกษารุ่นใหม่ โดยเปิดประสบการณ์ด้านธุรกิจอสังหาฯ กับโครงการ “โอเพ่น เฮ้าส์ 2017” ปีที่ 2 หวังปูทางเข้าสู่การทำงานจริง พร้อมรับประสบการณ์ตรงจากมืออาชีพ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ นำโดย นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพีฯ และคณะ ปฐมนิเทศต้อนรับนิสิตนักศึกษา 50 คน จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมสู่การฝึกงานกับโครงการ “เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017 – ชีวิตจริงยิ่งกว่าทฤษฎี” ปีที่ 2 ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ภายใต้การดูแลของ เอพี อะคาเดมี่ สถาบันเพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในประเทศโดยบริษัท เอพีฯ ซึ่งนิสิตนักศึกษาจะได้เรียนรู้กระบวนการก่อสร้าง การตลาดและการขายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้ลงมือปฏิบัติจริงและมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้บริหารระดับสูง

นายอนุพงษ์ กล่าวว่า เอพีมีนโยบายมุ่งมั่นในเรื่องการสร้างคน จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับน้องๆ อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยยกระดับการศึกษาให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เพราะตระหนักว่า การทำงานจริงไม่เหมือนกับทฤษฎีที่เรียนในตำรา สถาบันเอพี อะคาเดมี่ จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้พัฒนาความคิดและทักษะ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ สร้างประสบการณ์การทำงานจริงและการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ และให้น้องๆ ได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ชีวิตการทำงานจริง พัฒนาให้อนาคตวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งยังหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไกลไปในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ หลักสูตรฝึกงานของเอพีโอเพ่นเฮ้าส์ 2017 มี 2 โปรแกรมฝึกงานสำคัญ ได้แก่ วิศวกรรมโยธา ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งความพิเศษปีนี้คือ เน้นความรู้ด้านกระบวนการการก่อสร้างในแนวราบ และด้านการตลาดและการขาย ที่เปิดเป็นปีแรก ซึ่งจะทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรมากขึ้น เน้นให้นิสิตนักศึกษาเข้าใจและทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อสิ้นสุดโครงการนิสิตนักศึกษาจะได้รับใบประกาศนียบัตร สำหรับนิสิตนักศึกษา 4 คน ที่มีผลการฝึกงานโดดเด่นยังจะได้รับโอกาสจากเอพีไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นกับบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศญี่ปุ่น พันธมิตรธุรกิจของเอพี เพื่อเรียนรู้การทำงานที่นอกเหนือจากที่ได้เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทย ซึ่งเอพีหมายมั่นว่านักศึกษาเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตที่จะร่วมพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวไกลได้มาตรฐานสากล.

 

วิธิตาลุยตลาดต่างประเทศต่อยอดธุรกิจแอนิเมชั่น-สติกเกอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 11:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972288

“วิธิตา” ปรับตัวต่อยอดธุรกิจประสบความสำเร็จขึ้นแท่นผู้ออกแบบสติกเกอร์ไลน์อันดับหนึ่งของไทยพร้อมเตรียมแผนธุรกิจลุยตลาดต่างประเทศกวาดรายได้หลังได้งานจากดิสนีย์…

นายสันติ เลาหบูรณะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด กล่าวว่า วิธิตาได้รับความไว้วางใจให้ออกแบบสติกเกอร์ไลน์ดิสนีย์ชุด ซูมซูมในรูปแบบลายเส้นสไตล์วิธิตา ทั้งนี้ วิธิตาเติบโตและเป็นที่รู้จักจากการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นปังปอนด์ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย เพราะได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ให้ออกอากาศในหลายประเทศทั่วโลก ถือเป็นผู้สร้างคาแรกเตอร์การ์ตูนไทยประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังเป็นผู้ให้บริการสร้างสรรค์งานออกแบบคาแรกเตอร์การ์ตูน และรับทำแอนิเมชั่นครบวงจรอันดับ 1 ของประเทศภายใต้แรงบันดาลใจ ที่เชื่อมั่นในโลกของคาแรกเตอร์การ์ตูน พร้อมกับความมั่นใจในความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพด้านศิลปะ และการออกแบบทีมงานคนไทย รวมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกัน ทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างสรรค์งานให้ผู้ชมมีความสุขด้วยผลงานคาแรกเตอร์การ์ตูนทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ธุรกิจออกแบบคาแรกเตอร์ ทั้งแอนิเมชั่น หรือสติกเกอร์ไลน์ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 ที่สำคัญ ยังเป็นโอกาสของนักออกแบบไทยในอนาคตด้วย เนื่องจากสื่อโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตคนในยุคปัจจุบันมาก โดยปีที่ผ่านมา ตลาดไลน์สติกเกอร์ได้รับความนิยมมาก ปี 2016 มียอดดาวน์โหลด รวมถึง 500 ล้านครั้ง โดยฐานผู้ใช้งานไลน์ในไทยมีมากถึง 50 ล้านคน และเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น จึงเห็นได้ว่า นับแต่แอปพลิเคชันไลน์เข้ามาบุกตลาดในไทย ไลน์ได้กลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ส่งผลให้สินค้า และบริษัทต่างๆ ได้จัดทำสติกเกอร์ไลน์ของตัวเอง จึงเป็นโอกาสของนักออกแบบคาแรกเตอร์ของไทย ในการสร้างสรรค์งานออกแบบคาแรกเตอร์ และใช้ในการต่อยอดไปยังตลาดต่างประเทศต่อไปด้วย

นายสันติ กล่าวต่อว่า ยุคสังคมดิจิตอล การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรวดเร็วมาก วิธิตาเป็นบริษัทในเครือบันลือ กรุ๊ป หรือรู้จักกันในนามสำนักพิมพ์บันลือสาส์น ผู้ผลิตหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ มหาสนุก ได้มองเห็นศักยภาพของตลาดแอนิเมชั่น และจากการเป็นเบอร์ 1 ของโลกการ์ตูนไทย วิธิตา จึงได้พัฒนาคาแรกเตอร์ปังปอนด์ ตัวการ์ตูนจากหนังสือการ์ตูนไอ้ตัวเล็กสร้างสรรค์เป็นการ์ตูนแอนิเมชัน ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จึงได้มีการปรับตัวจากการ์ตูนเล่ม เพื่อรองรับเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล ส่งผลให้มีการต่อยอดในเรื่องของการออกแบบคาแรกเตอร์ โดยได้รับความไว้วางใจให้ออกแบบ และสร้างคาแรกเตอร์ในรูปแบบสติกเกอร์ไลน์ ทั้งระดับองค์กรและเซเลบ/ดาราไม่น้อยกว่า 100 ชุด ด้วยองค์ความรู้พิเศษของบริษัทฯ ด้านคาแรกเตอร์ดีวีลอปเม้นท์ ซึ่งทำให้ตัวการ์ตูนดังอย่างดิสนีย์ให้ความสนใจในตัวบริษัทฯ และได้รับความไว้วางใจร่วมงานออกแบบสติกเกอร์ดิสนีย์ ซูมซูมที่เป็นคาแรกเตอร์ดิสนีย์ แต่เป็นลายเส้นในแบบของไทย ขณะเดียวกัน ไลน์ สติกเกอร์ของวิธิตา ชุดสติกเกอร์หนูหิ่น โน่นหินแห่ ก็ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมียอดโหลดเป็นอันดับหนึ่งของไทยวันแรกที่ขาย จากการเปิดเผยของไลน์ ประเทศไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม จากการได้รับความไว้วางในจากดิสนีย์ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของนักออกแบบไทย ที่จะก้าวขึ้นสู่เวทีนักออกแบบคาแรกเตอร์ระดับโลก ซึ่งวิธิตาได้เล็งตลาดต่างประเทศ โดยเตรียมหาพาร์ทเนอร์ทั้งกลุ่มประเทศเออีซี ยุโรป อเมริกาเนื่องจากมีการเติบโตทางการตลาดดิจิตอลสูงมาก แล้วฝีมือลายเส้นไทย ก็ได้รับการยอมรับจากหลากหลายประเทศทั่วโลกด้วย โดยในเบื้องต้น มีแผนลงทุนขยายทีมออกแบบและสร้างสรรค์คอนเทนต์รูปแบบใหม่เพื่อเตรียมรับการเติบโตในยุค ดิจิตอล ทรานฟรอมเมชั่น นอกจากนี้ วิธิตา ยังเตรียมปรับโฉมปังปอนด์ให้ดูสากลในรูปแบบ 3D และเตรียมสร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ ทั้งจากคาแรกเตอร์ใหม่และเก่าด้วยงบกว่า 10 ล้านบาท ในปีนี้ให้รับกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่ปัจจุบันใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากกว่าการดูรายการโทรทัศน์ด้วย.

 

ทองไทยเปิดตลาดปรับขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,900

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 09:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972188

ทองไทยวันที่ 14 มิ.ย. 2560 เปิดตลาด ราคาปรับขึ้น 50 ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,300 ขายออกบาทละ 20,400 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,935.40 ขายออกบาทละ 20,900…

วันที่ 14 มิ.ย. 2560 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองไทยเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ราคาปรับขึ้น 50 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,300 ขายออกบาทละ 20,400 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,935.40 ขายออกบาทละ 20,900 บาท.

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ดาวโจนส์-S&P ทำนิวไฮ จากแรงหนุนกลุ่มเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2560 08:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972143

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนีดาวโจนส์กับเอสแอนด์พี 500 ทำนิวไฮ หลังจากหุ้นของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาปิดบวกหลังจากร่วงต่อเนื่อง 2 วัน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 13 มิ.ย. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 92.80 จุด หรือ 0.44% ปิดที่ 21328.47 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 10.96 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 2440.35 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 44.90 จุด หรือ 0.73% ปิดที่ 6220.37 จุด

หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง แอปเปิล, เฟซบุ๊ก และอื่นๆ เพิ่มขึ้นในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อหลังหุ้นของบริษัทกลุ่มนี้ลดลงตลอด 2 วันที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังรอผลการประชุมนโยบาลการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จุดเสร็จสิ้นในวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นที่คาดกันอย่างกว้างขวางว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานรอบใหม่.

 

เมล์เอ็นจีวีเบรกแตก! ขสมก.เบรกประมูล ติดปัญหาราคากลางชงฝ่ายกฎหมายชี้ขาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2560 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972080

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ได้เลื่อนการยื่นซองประมูลโครงการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา 489 คัน ราคากลาง 4,021 ล้านบาทรอบใหม่ ออกไปเป็นวันที่ 22 มิ.ย. จากเดิมกำหนดในวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจาก ขสมก.กำลังทบทวนร่างขอบเขตของงาน (ทีโออาร์) โครงการดังกล่าว หลังจากคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ได้พิจารณาข้อท้วงติงที่เห็นว่าทีโออาร์ใหม่ควรปรับราคากลางลง โดยยึดตามราคา ที่บริษัทเบสท์รินกรุ๊ป จำกัด เคยชนะในการประมูลโครงการครั้งก่อนคือวงเงิน 3,387 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 634 ล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ระบุไว้หากเคยมีการประมูลโครงการเดียวกันและต่ำกว่าราคากลางก็ต้องอิงตามราคาที่ ต่ำกว่า ทั้งนี้ ขสมก.ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช.และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อหารือเรื่องวิธีการ กำหนดราคากลางขององค์การว่าถูกต้องเป็นไปตามแนวทางการเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างราคากลางและการคำนวณราคากลางการจัดซื้อที่ไม่ใช่งานก่อสร้างตามที่ ป.ป.ช. กำหนดหรือไม่ จึงต้องรอหนังสือตอบกลับข้อหารือจาก 2 หน่วยงาน

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า วันที่ 16 มิ.ย.นี้จะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาเรื่องทีโออาร์ โดยมี 2 แนวทางเลือกคือ 1.ยึดตามราคาที่เบสท์รินกรุ๊ปเคยชนะ 2.ยึดตามทีโออาร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีราคากลางวงเงิน 4,021 ล้านบาท หากที่ประชุมมีมติเห็นชอบทางเลือกที่ 1 ก็ต้องล้มประมูลเป็นครั้งที่ 2 เพื่อใช้ทีโออาร์ใหม่และเริ่มต้นกระบวนการเปิดประมูลใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าเห็นชอบทางเลือกที่ 2 ก็เดินหน้าต่อไปตามกำหนดการเดิม เพื่อให้เอกชนที่ซื้อซองประกวดราคาไปแล้วทั้ง 12 ราย ยื่นเอกสารประกวดราคาวันที่ 22 มิ.ย.นี้.