ดัชนีเศรษฐกิจ 14/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971978

“นายกฯ”ยันไม่ออกคำสั่งพร่ำเพรื่อ สัปดาห์หน้าจัด ม.44 แก้ปัญหาขัดใจรถไฟไทย-จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/972043

“ประยุทธ์” เผยสัปดาห์หน้ามาแน่! คำสั่งมาตรา 44 เร่งเดินหน้ารถไฟไทย–จีน ขณะที่อาจจะมี ม.44 เพิ่มแก้ปัญหาพลังงาน “คมนาคม” แจง 5 ประเด็นติดขัดทำให้ไม่คืบหน้า นายกฯสั่งทุกหน่วยงานแจงข้อมูลให้ชัดเจนหวั่นถูกโจมตีใช้อำนาจพิเศษเหมือน “ยาผีบอก” แก้ปัญหาทุกเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเพื่อเร่งขับเคลื่อนโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมาว่า ขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกอย่างสำเร็จโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการรถไฟไทย-จีน ซึ่งติดปัญหาข้อกฎหมาย โดยเรื่องนี้ขอให้เห็นใจด้วย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลทำไม่ได้ จะติดปัญหาไปหมด ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุดให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุด แต่หลายอย่างต้องทำไปตามพันธสัญญาที่มี เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลง

“ถ้ากฎหมายมีปัญหาก็ต้องแก้กฎหมายให้ทำได้ แต่รับรองว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น เราต้องสร้างมูลค่าเพิ่มของเราและอาเซียน ต้องมองภาพประเทศให้กว้างกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นจะติดความคิดและปัญหาเดิมๆ ทำให้ไปตรงไหนไม่ได้ หลายอย่างต้องใช้กฎหมายมาปรับปรุง บางอย่างก็ต้องใช้มาตรา 44 ซึ่งความจริงไม่ได้อยากใช้แต่ก็ต้องใช้ โดยในสัปดาห์หน้าถึงจะออกคำสั่งม.44 ในเรื่องนี้ ขณะที่เรื่องของพลังงานก็ต้องใช้คำสั่ง ม.44 บ้าง”

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรายงานข้อมูลโครงการรถไฟไทย-จีนต่างๆให้ ครม.ทราบ โดยเฉพาะการผลักดันโครงการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยกฎหมายปกติ และต้องแก้ไขด้วยการใช้อำนาจพิเศษ ม.44 ทั้งนี้ หากถูกวิพากษ์วิจารณ์จะได้ทราบรายละเอียดและเหตุผลที่ต้องใช้อำนาจพิเศษ

ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้รายงานให้ ครม.ทราบว่าอยู่ระหว่างร่างรายละเอียดเนื้อหาและเหตุผลความจำเป็นของการออกมาตรา 44 ในโครงการรถไฟไทย-จีน เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายใน 5 ประเด็น คือ 1.กรณีวิศวกรของจีน ไม่สามารถเข้ามาทำงานในไทยได้เพราะติดกฎหมายของไทยที่กำหนดให้วิศวกรต่างชาติต้องสอบใบอนุญาตตามกฎหมายไทย ซึ่งฝ่ายจีนมองว่าจีนมีรถไฟความเร็วสูงกว่า 20,000 กม. ขณะที่ไทยไม่เคยมีรถไฟความเร็วสูง แต่ไทยกำหนดให้สอบวิศวกร ทั้งที่วิศวกรของจีนมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้จะได้กำหนดให้พบกันค่อนทางโดยจะกำหนดให้มีการอบรม หรือปฐมนิเทศให้กับวิศวกรจีนในเรื่องของเส้นทาง เรื่องของทรัพยากร หรือสภาพภูมิประเทศของไทย เช่น เมื่อตัดเส้นทางบริเวณนี้แล้วต้องพบกับอะไรบ้าง แทนการสอบใบอนุญาต

2.ติดขัดเรื่อง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่ติดระเบียบเรื่องโครงการที่มีมูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท ต้องผ่านการพิจารณาของซุปเปอร์บอร์ดก่อน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณา ดังนั้น จึงจะมีการผ่อนปรนและยกเว้นเงื่อนไขนี้ให้ 3.ปัญหาเรื่องที่โครงการของรัฐต้องมีราคากลางกำหนดไว้ให้ชัดเจน แต่กรณีนี้เป็นเรื่องของการเจรจาซึ่งไม่มีราคากลาง จึงจะแก้ไขด้วยการเสนอให้มีการเจรจากำหนดเป็นราคามาตรฐานเพื่อใช้อ้างอิงแทน
4.โครงการรถไฟไทย-จีน เป็นเรื่องการเจรจาจัดซื้อจัดจ้างระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลหรือ จีทูจี โดยฝ่ายไทยมีการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ ร.ฟ.ท.เป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่ฝ่ายจีนไม่มีระบบที่มอบหมายให้หน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเจรจากับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน เป็นผู้กำหนดในสัญญาให้ชัดเจนว่าจะมอบหมายให้บริษัทจีนใดเป็นคู่สัญญา

5.เส้นทางรถไฟไทย-จีน ครั้งนี้อาจมีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามใช้พื้นที่ดำเนินการเรื่องอื่นยกเว้นการเกษตรเท่านั้น และที่ผ่านมาการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.มีพื้นที่ปัญหาเกิดขึ้นมาก ทั้งกรณีการสร้างโรงไฟฟ้ากังหันลม การให้สัมปทานแหล่งปิโตรเลียม ลานกระบือ ในพื้นที่ ส.ป.ก.หรือการเช่าพื้นที่ ส.ป.ก.ในการวางแผงโซลาร์ฟาร์ม เป็นต้น โดยกรณีนี้มีคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ในกรณีของแหล่งปิโตรเลียมลานกระบือ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงทำให้เป็นปัญหาและต้องแก้ไขด้วยการใช้อำนาจพิเศษ ม.44 ทั้งนี้ รายละเอียดทั้งหมดจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ คสช.และ ครม.ในสัปดาห์หน้า เพื่อเห็นชอบต่อไป เพื่อให้โครงการรถไฟไทย-จีน และโครงการอื่นๆเดินหน้าต่อไปได้ เพราะการออกมาตรา 44 ครั้งนี้ จะเป็นการใช้อำนาจที่ครอบคลุมในทุกโครงการ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมก็จะเสนอให้ ครม. รับทราบการดำเนินการในโครงการรถไฟไทย-จีน ที่จะต้องดำเนินการภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อเดินหน้าก่อสร้างต่อไป โดยได้รายงานปัญหาให้นายวิษณุทราบมาตลอด และทางนายวิษณุจะเป็นผู้พิจารณารายละเอียดการใช้ ม.44 ให้ด้วย.

 

แนะช่องทีวีดิจิทัล ให้ความสำคัญกับเฟซบุ๊ก ขยายฐานคนดูยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2560 21:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971895

ศูนย์ดิจิทัลศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แนะช่องทีวีดิจิทัล ควรให้ความสำคัญกับเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้น เพื่อขยายฐานคนดูรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.60 ศูนย์ดิจิทัลศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ได้ทำการศึกษาถึงอัตราการมีส่วนร่วมในเฟซบุ๊กของช่องทีวีดิจิทัลไทย เพื่อเปรียบเทียบกับการวัดเรตติ้งผู้ชมปกติของ บริษัท เดอะนีลเส็นคอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด โดยพบว่า ช่องทีวีดิจิทัลหลายช่องมีความสามารถในการสร้างการมีส่วนร่วมในเฟซบุ๊กของช่องทีวีได้ดี คือ ช่อง 3 Amarin TV ช่อง 8 PPTVHD36 Workpoint TV ไทยรัฐทีวี เป็นต้น

นายธวัชชัย สุขสีดา ประธานศูนย์ดิจิทัลศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า พฤติกรรมการเปิดรับสื่อและไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป มีการดูโทรทัศน์น้อยลง โดยผู้ชมยุคใหม่จะเลือกดูเนื้อหาตามที่เห็นจากในสื่อเฟซบุ๊กของตัวเองมากขึ้น ทำให้ช่องทีวีดิจิทัลจำเป็นต้องนำเนื้อหาต่างๆ เอาไปใช้สื่อสารสร้างการมีส่วนร่วมในเฟซบุ๊กมากขึ้น เพื่อเพิ่มฐานผู้มีส่วนร่วมแข่งกันจึงจะสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงขึ้น

ทั้งนี้ การศึกษาการมีส่วนร่วมบนแฟนเพจเฟซบุ๊กของช่องทีวีต่างๆ นั้นใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า LikeAlyzer ซึ่งหากมีการศึกษาในเชิงลึกลงไป จะสามารถวัดได้แม่นยำละเอียดมากขึ้น เช่น สามารถดูขีดความสามารถในการบริหารแฟนเพจเฟซบุ๊กของช่องทีวีต่างๆ ตามช่วงเวลาต่างๆ โดยต้องตรวจสอบจำนวนเม็ดเงินโฆษณาที่ใช้เพื่อเพิ่มสมาชิกใหม่เพื่อเปรียบเทียบไปด้วยกัน

นายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า ทางศูนย์ดิจิทัลศึกษามีข้อเสนอแนะไปยังผู้บริหารช่องทีวีดิจิทัลต่างๆ ด้วยว่า เนื้อหาดีๆ ในช่องทีวีต่างๆ ควรจะมีการตัดเป็นคลิปสั้น สลับกับการย่อยเป็นอินโฟกราฟิก เพื่อนำเสนอผ่านสื่อแฟนเพจเฟซบุ๊กของช่องอย่างเป็นระบบ ควรจัดสรรงบประมาณและกำลังคนมาดูแลด้านนี้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หากช่องทีวีดิจิทัลไม่ให้ความสำคัญกับสื่อเฟซบุ๊ก ในอนาคตจะมีคู่แข่งที่ทำเน้นเฉพาะสื่อเฟซบุ๊ก และแย่งส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างรวดเร็วอย่างกรณีเพจ “อีจัน” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นช่องข่าวอาชญากรรมที่สามารถสะสมผู้รับชมได้อย่างรวดเร็วถึงเกือบ 3 ล้านคนโดยใช้เวลาไม่นาน โดยมีการ Live สด เทียบเท่ารายการทีวี และมีอัตราการมีส่วนร่วมในเฟซบุ๊กสูงมาก

 

‘วัชมนฟู้ด’ บริษัทนำเข้าผลไม้เกรดพรีเมียม ปรับกลยุทธ์ลุยไทยแลนด์ 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 13 มิ.ย. 2560 21:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971880

‘วัชมนฟู้ด’ บริษัทนำเข้าผลไม้เกรดพรีเมียม เตรียมปรับกลยุทธ์ลุยไทยแลนด์ 4.0 เล็งสร้างส่วนกระจายสินค้าหน้าร้านไปในตัว เพื่อเป็นการย่นระยะทางการขนส่งสินค้าให้ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น ล่าสุดจัดงานมหกรรมผลไม้เกรดพรีเมียม ราคาสุดช็อก! เอาใจคนชอบผลไม้

นางสาววิภาวี วัชรากร กรรมการผู้จัดการบริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลไม้เกรดพรีเมียม กล่าวว่า ไทยกำลังเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม บริษัทจึงมีแผนการบริหารงานให้เข้าสู่ยุค 4.0 ด้วยการสร้างส่วนกระจายสินค้าในเมือง ที่สามารถเป็นได้ทั้งส่วนกระจายสินค้า (Hub) และหน้าร้าน (Display) ไปในตัว เพื่อเป็นการย่นระยะทางการขนส่งสินค้าให้ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อรักษาคุณภาพสินค้า ความสด ได้มากขึ้นกว่าการกระจายสินค้าจากสำนักงานใหญ่โดยตั้งเป้าสินค้าภายในส่วนกระจายสินค้า ให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุดในอนาคต โดยบริษัทได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ด้วยการทำโปรเจกต์ Ready To Eat ในชุด Happy Meal ให้กับร้านแมคโดนัลด์ และการขยายไลน์สินค้าไปสู่การทำ ธุรกิจรับจัดเลี้ยง (Catering) ให้กับงานเลี้ยงต่างๆ อีกด้วย

นางสาววิภาวี กล่าวอีกว่า ล่าสุด บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด มหกรรมผลไม้เกรดพรีเมียม ราคาสุดช็อก! จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6–19 มิ.ย. 60 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G บริเวณหน้าศูนย์เอไอเอส ฝั่งโรบินสัน ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ถือว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ Apple Jazz แพ็กละ 100 บาท ลดเหลือ 9 บาท และเชอร์รี่แพ็กละ 200 บาท ลดเหลือ 39 บาท เป็นต้น

 

เงินบาทแข็งค่า กดดันราคาทองไทยวันเดียว รูดลง 150 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2560 19:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971828

ทองไทยราคาผันผวน วันเดียวราคาร่วง 150 บาท นักวิเคราะห์ เผย สาเหตุจากเงินบาทแข็งค่า แนะจับตาการประชุมเฟด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำ..

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 มิ.ย.) ราคาทองไทยผันผวนถึง 3 รอบ ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,250 ขายออกบาทละ 20,350 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,889.92 ขายออกบาทละ 20,850 บาท

นางสาวเบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ส่งผลทำให้ราคาทองคำในประเทศวันนี้เปลี่ยนแปลง ประมาณ 3 รอบ เป็นเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากพอสมควร ลงมาแตะที่ 33.94-33.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นปัจจัยที่สำคัญกดดันต่อราคาทองคำในประเทศ ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งคือเรื่องของราคาทองคำในตลาดโลก ที่ปรับตัวลงจากราคาช่วงเช้าเหมือนกัน

ส่วนประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อราคาทองคำในระยะนี้ ซึ่งปัจจุบันราคาทองคำแกว่งตัวอยู่ในกรอบบริเวณ 1252-1274 เพื่อรอการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (FED) เชื่อว่าหลังจากการประชุมเสร็จจะส่งผลให้ทองคำมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น อาจจะทะลุขึ้นไปกรอบบน หรือปรับตัวลงมาทะลุกรอบล่างได้ หลังจากประชุมเฟด ซึ่งเฟดจะมีประชุม 2 วัน คือวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้

โดยไทยจะทราบผลเรื่องของมติอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงแถลงการต่างๆ เบื้องต้น ตลาดคาดการณ์จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมครั้งนี้ ตัวสัญญาณการปรับดอกเบี้ยระยะสั้นบ่งชี้ว่าตัวเทกเดอร์ในตลาด มองเห็นความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาดู คือ สัญญาณ หรือแนวโน้มการดำเนินนโยบายทางการเงินในช่วงครึ่งปีหลังของสหรัฐฯ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง แสดงให้เห็นว่าตัวอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกห่างจากตัวเป้าหมายที่ 2% เล็กน้อย ไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงตัวเลขในตลาดแรงงานก็ชะลอการปรับขึ้นเหมือนกัน โดยมีความเสี่ยงทั้งปัจจัยภายในของสหรัฐฯ เรื่องการเมืองที่ยังไม่ค่อยนิ่งเกี่ยวกับเรื่องของโดนันล์ ทรัมป์ ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของรัสเซีย

สำหรับ ปัจจัยเสี่ยงภายนอกของยุโรป ที่ทำให้ตลาดมองว่าโอกาสที่เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ในปีนี้ มีโอกาสลดลง เพราะฉะนั้นถ้าหากเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังอย่างระมัดระวัง ปัจจัยนี้อาจจะกลับมาหนุนราคาทองคำได้

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ต้องจับตา คือ การลดขนาดงบดุลเฟด ซึ่งเฟดได้ส่งสัญญาณมาตั้งแต่การประชุมเดือนมีนาคมแล้ว ว่าในที่สุดปลายปีนี้ เฟดจะเริ่มแผนการปรับลดขนาดงบดุล ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัว เห็นได้จากการปรับขึ้นอัตราเบี้ยของเฟด ดังนั้นสิ่งที่เฟดกำลังมองต่อเนื่องคือการปรับลดขนาดงบดุล ให้มันลดลงจากเดิม

อย่างไรก็ตาม ตลาดและนักลงทุน ต้องรอดูว่าเฟดจะมีการส่งสัญญาณในเรื่องของการลดขนาดงบดุลแง่ของระยะเวลาว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ รวมถึงวงเงินที่จะปรับลดงบดุลที่เท่าไหร่ ถ้าหากว่าคราวนี้เฟดมีการส่งสัญญาณในการปรับลดขนาดงบดุลที่ชัดเจน ทั้งในแง่ระยะเวลารวมถึงวงเงิน ปัจจัยนี้อาจกดดันราคาทองคำได้เหมือนกัน.

 

สำเนาไม่ต้อง! ติดต่อกระทรวงพาณิชย์ พกบัตรประชาชนไปอย่างเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2560 18:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971773

ประชาชนเฮ ทำธุรกรรมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานภายใน 9 สังกัด ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนต่อไป เริ่มบริการ วันที่ 15 ก.ค.เป็นต้นไป

นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยวิธีบริการข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประชาชนกับกรมการปกครอง

ทั้งนี้ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนราษฎรจากกรมการปกครองด้วยระบบคอมพิวเตอร์และขอใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเป็นการตรวจสอบและแสดงตัวตนของผู้รับบริการและอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนที่ติดต่อกับกระทรวงพาณิชย์ โดยไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน รวมทั้งรองรับการบริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ตามนโยบายรัฐบาล

สำหรับ ผลจากการลงนามใน MOU จะทำให้การขอรับบริการงานต่างๆ ของ 9 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และองค์การคลังสินค้า (อคส.) ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.2560 เป็นต้นไป

นาสาวผ่องพรรณ กล่าวต่อว่า การขอรับบริการแบบไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนในระยะแรก ประกอบด้วย การรับคำขอการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การรับคำขอการขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้า การรับคำขอการคืนหลักประกันสัญญาซื้อขายสินค้าเกษตรกับองค์การคลังสินค้า การรับคำขอการขออนุญาตประกอบการค้าข้าว การรับคำขอการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจนำเข้า/ขายเครื่องชั่ง การรับคำขอหนังสืออนุญาตขนย้ายสินค้า การรับคำขอการขอรับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การรับคำขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นต้น

 

หุ้นไทยสดใส แรงซื้อหนุนปิดตลาดพุ่ง 8.55 ดัชนีอยู่ที่ 1,572 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2560 17:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971725

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย สดใสได้แรงซื้อหนุน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.55 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,572.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,668.45 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 13 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.55 จุด เปลี่ยนแปลง +0.55% ดัชนีอยู่ที่ 1,572.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,668.45 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,573.32 จุด และต่ำสุดที่ 1,564.55 จุด

สำหรับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

 

การบินไทยรับรางวัลสายการบินที่นักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบที่สุดประจำปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 13 มิ.ย. 2560 16:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971538

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบรางวัลสายการบินที่นักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบที่สุด (People’s Choice Awards – Top Choice – Airline Category) จากการโหวตของนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 3.7 ล้านคน โดยมีพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล ในงาน “2017 People’s Choice Awards Thailand Voted by Chinese Tourists” พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมในพิธี ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดพิธีมอบรางวัลและประกาศนียบัตร “2017 People’s Choice Awards Thailand Voted by Chinese Tourists” เพื่อมอบรางวัลให้สถานประกอบการด้านท่องเที่ยวของประเทศไทยจำนวน 14 ประเภท อาทิ สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ที่ถูกพูดถึงบนสื่อสังคมออนไลน์ของจีนและได้รับการโหวตบนเว็บไซต์ www.peopleschoiceawardsthailand.com โดยในปีนี้ การบินไทยได้รับรางวัลสายการบินที่นักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 2

อนึ่ง ปัจจุบันการบินไทยมีจุดบินในสาธารณรัฐประชาชนจีนทั้งสิ้น 6 จุดบิน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู เซียะเหมิน คุนหมิง และกวางโจว โดยให้บริการเที่ยวบินรวม 67 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

 

‘อาคม’ ทิ้งทุ่นบินไทย บอกจะเพิ่มทุนนกแอร์รอบ 2 หรือไม่ก็เอาตามสะดวก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2560 15:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971500

‘อาคม’ ทิ้งทุ่นการบินไทย บอกจะเพิ่มทุนนกแอร์รอบที่ 2 หรือไม่ บอกแล้วแต่เอาที่สะดวก พร้อมหารือ รองวิษณุ เสนอ คสช.ออก ม.44 แก้ไขปัญหาก่อสร้างรถไฟไทย-จีน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้กระทรวงคมนาคมเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องการเพิ่มทุนของ สายการบินนกแอร์ ในสัดส่วนของการบินไทยนั้น ในเรื่องนี้ได้ให้นโยบายไปกับฝ่าย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นหน้าที่ของการบินไทยว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร เนื่องจากสายการบินนกแอร์ยังมีการเพิ่มทุนในรอบที่ 2 แบบเฉพาะเจาะจง

สำหรับการเสนอ ม.44 เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาในโครงการรถไฟไทย-จีนช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 1.79 แสนล้านบาทนั้น ในเรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้รายงานถึงปัญหาต่างๆ ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการในโครงการได้ให้กับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับทราบเพื่อรวบรวมเงื่อนไข ข้อบังคับ ที่จะต้องเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ออกมาเป็น ม.44 ต่อไป

ทั้งนี้ เงื่อนไขที่จะต้องเร่งนำเสนอเนื่องจากทำให้โครงการล่าช้าและติดขัดไม่สามารถดำเนินการต่อนั้นประกอบไปด้วย การแก้ไขข้อระเบียบพัสดุจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกัน เนื่องจากเป็นการดำเนินการระหว่างรัฐต่อรัฐ ระเบียบราคากลาง รวมถึงกฎระเบียบการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม หรือใบ กว.ของทางสภาวิศวกร และสภาสถาปนิก

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปหากแก้ไขเงื่อนไขกฎระเบียบต่างๆ ได้ กระทรวงคมนาคมก็จะเสนอให้ ครม. รับทราบการดำเนินการในโครงการรถไฟไทย-จีนภายในเดือน มิถุนายน 60 นี้.

 

กสทช. เชิญดีแทค และไลน์ ชี้แจงบริการ LINE mobile

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิ.ย. 2560 14:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/971452

สำนักงาน กสทช. จ่อเชิญดีแทคและไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น ชี้แจงข้อเท็จจริงการให้บริการ LINE mobile ว่าเข้าข่ายเป็น MVNO ที่ต้องขอใบอนุญาต หรือเป็นเพียงบริการเสริมภายใต้แพ็กเกจ…

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2560 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือเชิญบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด และบริษัท ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเปิดตัว ซิมการ์ดของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหม่ในประเทศไทย ที่ชื่อว่า LINE mobile ซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการร่วมกับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ในวันพฤหัสบดีที่ 15 มิ.ย. 2560 ตามที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา โดยเรื่องนี้เป็นกระบวนการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. ที่ต้องตรวจสอบว่าการให้บริการดังกล่าวเข้าลักษณะการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง (MVNO) ที่ต้องมีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 จาก กสทช. หรือเป็นเพียงการให้บริการเสริม ซึ่งหากเป็น MVNO ทางบริษัทต้องมายื่นขอใบอนุญาต แต่หากเป็นแค่บริการเสริมภายใต้แพ็กเกจต่างๆ ก็ไม่ต้องขออนุญาตจากสำนักงาน กสทช. ดังนั้นจึงได้มีหนังสือเชิญทั้งสองบริษัทเข้าชี้แจงเพื่อที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงในการพิจารณาเรื่องนี้

นายฐากร เปิดเผยว่า ในวันนี้ สำนักงาน กสทช. ได้เชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP เข้าประชุมเพื่อติดตามการดำเนินการปิดเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย โดย ISP ได้รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-12 มิ.ย. 2560 ได้รับคำสั่งศาลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จำนวน 23 คำสั่ง โดยมี URL ที่ผิดกฎหมาย 965 URL เป็นของเฟซบุ๊ก 569 URL เป็นของยูทูบ 373 URL และอื่นๆ 23 URL ซึ่งขณะนี้ได้มีการปิดกั้นไปเกือบ 100% แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ได้มีการกำชับให้ ISP เฝ้าตรวจสอบการดำเนินงานในเรื่องนี้ตลอดเวลา และรายงานให้สำนักงาน กสทช. ได้ทราบว่าภายหลังจากได้รับคำสั่งศาลแล้วได้มีการดำเนินการอย่างไร

เลขาธิการ กสทช.กล่าวด้วยว่า สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการกับเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ขณะนี้ กระทรวงดีอี เป็นผู้รับผิดชอบตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และเป็นผู้ดำเนินการขอออกหมายศาล จากนั้นดำเนินการส่งหมายศาลตรงไปยังเฟซบุ๊ก หรือยูทูบ หรือผู้ที่กระทำผิดต่อกฎหมายโดยตรง โดยจะมีสำเนาส่งมาที่สำนักงาน กสทช. เพื่อให้สำนักงานฯ ได้ติดตามตรวจสอบกับทาง ISP อีกทางหนึ่ง.