ทรัมป์เตือน กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้าง หากตั้งเป้าโจมตีเรือสหรัฐฯ

ทรัมป์เตือน กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้าง หากตั้งเป้าโจมตีเรือสหรัฐฯ

5 พ.ค. 2569 02:42 น.

ทรัมป์เตือน กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้าง หากตั้งเป้าโจมตีเรือสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากไปจากพื้นโลก หากเล็งเป้าโจมตีมายังเรือของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังมีปฏิบัติการพาเรือออกจากน่านน้ำแห่งนี้

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Fox News โดยออกโรงเตือนกองทัพของอิหร่านว่า พวกเขาจะถูก “กวาดล้างจนสิ้นซากไปจากพื้นโลก” หากพยายามที่จะโจมตีเรือของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซหรืออ่าวเปอร์เซีย

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ผู้เจรจาฝั่งอิหร่านมีท่าทีที่ “โอนอ่อนผ่อนตามมากกว่าเดิมมาก” เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้

อนึ่ง ทรัมป์เคยข่มขู่ในลักษณะที่คล้ายกันนี้มาก่อน รวมถึงการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนที่แล้วว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะดับสูญ” แต่ในครั้งนี้ คำขู่ดังกล่าวมาพร้อมกับการปฏิบัติการทางทหารที่จะเป็นการทดสอบข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างทั้งสองประเทศ

เมื่อบ่ายวันจันทร์ ประธานาธิบดีได้ระบุผ่าน Truth Social ว่ากองทัพได้ “ยิงทำลาย” เรือของอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบ หลังจากที่กรุงเตหะรานตั้งเป้าโจมตีเรือลำอื่นๆ ที่พยายามจะเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว จนทำให้เรือสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้เสียหาย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกกับ Fox News ว่าเขามองเห็นทางเลือกสองทางในการก้าวต่อไป นั่นคือ การบรรลุข้อตกลงด้วยความจริงใจ หรือ การกลับมาเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง

อนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่ม “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) โดยส่งเรือของกองทัพเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อพาเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้น ออกมา ขณะที่อิหร่านประกาศจะตอบโต้อย่างหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

มือปืนกราดยิง ปาร์ตี้ริมทะเลสาบโอกลาโฮมา เจ็บอย่างน้อย 23 ราย

มือปืนกราดยิง ปาร์ตี้ริมทะเลสาบโอกลาโฮมา เจ็บอย่างน้อย 23 ราย

5 พ.ค. 2569 02:17 น.

มือปืนกราดยิง ปาร์ตี้ริมทะเลสาบโอกลาโฮมา เจ็บอย่างน้อย 23 ราย

ตำรวจเผย มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 23 ราย หลังเหตุกราดยิงในปาร์ตี้ริมทะเลสาบที่โอกลาโฮมา โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 พ.ค. 2569 อ้างการเปิดเผยของตำรวจท้องถิ่นว่า เกิดเหตุกราดยิงที่งานปาร์ตี้ริมทะเลสาบอาร์เคเดีย (Arcadia Lake) ทางตะวันออกของเมืองเอ็ดมันด์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโอกลาโฮมาซิตี้ไปทางเหนือประมาณ 13 ไมล์ โดยเป็นงานรวมตัวของกลุ่มคนวัยทำงานจำนวนมากเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 23 ราย โดยมีตั้งแต่บาดแผลจากการถูกยิงไปจนถึงการบาดเจ็บในระดับต่าง ๆ โดยผู้บาดเจ็บหลายรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่บางส่วนขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

ตำรวจเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่าง “ปาร์ตี้ที่ไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น และมีการโฆษณางานนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยตอนนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหา แต่เชื่อว่าไม่มีภัยคุกคามต่อเนื่องต่อสาธารณชนแล้ว

สำนักข่าว CBS News ซึ่งเป็นพันธมิตรในสหรัฐฯ ของ BBC รายงานข้อมูลจากโฆษกเครือข่ายโรงพยาบาลว่า มีผู้บาดเจ็บ 9 รายเข้ารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์ Integris Health Baptist ในโอกลาโฮมาซิตี้ และอีก 3 รายอยู่ที่โรงพยาบาล Integris Health Edmond

ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น ตำรวจได้จัดตั้งศูนย์รวมญาติเพื่อให้ครอบครัวได้พบหน้ากัน ณ ห้างวอลมาร์ท (Walmart) ที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ทำลายเรือเล็กอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ทำลายเรือเล็กอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

5 พ.ค. 2569 01:24 น.

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ทำลายเรือเล็กอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ยิงทำลายเรือลำเล็กของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว 7 ลำ หลังฝ่ายอิหร่านยิงเรือหลายลำในช่องแคบดังกล่าว และทำให้เรือสินค้าของเกาหลีใต้เสียหาย

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาได้ยิงทำลายเรือลำเล็กของอิหร่าน “7 ลำ” หลังจากที่ฝ่ายอิหร่านเปิดฉากยิงใส่เรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีความเสียหาย” ใดๆ เกิดขึ้นจากการโจมตีของอิหร่าน ยกเว้นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรือของเกาหลีใต้ลำหนึ่ง

“อิหร่านได้เปิดฉากยิงใส่เรือของประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายเรือในภารกิจ PROJECT FREEDOM รวมถึงเรือสินค้าของเกาหลีใต้ด้วย บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่เกาหลีใต้ควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจนี้! เราได้ยิงทำลายเรือเล็ก 7 ลำ หรือที่พวกเขาชอบเรียกว่า ‘เรือเร็ว’ นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขาเหลืออยู่แล้ว” ทรัมป์ระบุ

เขายังย้ำอีกว่า “นอกจากเรือของเกาหลีใต้แล้ว ในขณะนี้ยังไม่มีความเสียหายอื่นใดที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางผ่านช่องแคบ”

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ พลเรือเอก แบรดลีย์ คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ “ยิง” เรือเล็กของอิหร่านกระจุยไป 6 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะกล่าวบ่อยครั้งว่ากองทัพเรืออิหร่านถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น แต่ พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ยอมรับว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยทหารระดับหัวกะทิ ยังคงมีเรือเล็กที่สามารถนำมาใช้ในช่องแคบได้อยู่

ทั้งนี้ “Project Freedom” ของสหรัฐฯ คือความพยายามในการสนับสนุน “เรือพาณิชย์ที่ต้องการเดินทางผ่านช่องแคบอย่างเสรี” แม้ว่าจะไม่มีการใช้เรือรบคุ้มกันอย่างเป็นทางการ แต่ตามแถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุว่าภารกิจนี้ประกอบด้วย:

เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี, อากาศยานทั้งบนบกและบนเรือกว่า 100 เครื่อง, อากาศยานไร้คนขับหลากหลายมิติ และกำลังพล 15,000 นาย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า พลเอกเคน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีท เฮกเซธ จะจัดแถลงข่าวร่วมกันในเช้าวันอังคาร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ดับแล้ว 2 ศพ รถพุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก บาดเจ็บอีกหลายราย

ดับแล้ว 2 ศพ รถพุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก บาดเจ็บอีกหลายราย

5 พ.ค. 2569 00:04 น.

ดับแล้ว 2 ศพ รถพุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก บาดเจ็บอีกหลายราย

เกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก ของเยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว และกำลังสืบสวนหาแรงจูงใจ

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 ทางการท้องถิ่นของประเทศเยอรมนีรายงานว่า เกิดเหตุรถยนต์พุ่งเข้าใส่ฝูงชนในเมืองไลป์ซิก ทางตะวันออกของประเทศเยอรมนี เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย

นายเบอร์คฮาร์ด ยุง (Burkhard Jung) นายกเทศมนตรีเมืองไลป์ซิก ระบุว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุถูกควบคุมตัวไว้ได้แล้ว พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัดในการก่อเหตุครั้งนี้

ด้านอักเซล ชูห์ (Axel Schuh) หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเมืองไลป์ซิก เปิดเผยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 22 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายมีอาการสาหัส โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 40 นาย และเจ้าหน้าที่พยาบาลอีก 40 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่ในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยอีก 2 ลำ

ขณะที่ตำรวจยืนยันว่า รถยนต์คันดังกล่าวพุ่งชนผู้คนหลายคนในบริเวณถนนกริมไมเชอ (Grimmaische Straße) ใจกลางเมือง ก่อนที่จะขับหลบหนีไป ต่อมาคนขับถูกจับกุมได้ “และในขณะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ จากบุคคลดังกล่าวแล้ว”

ในเวลาประมาณ 17:35 น. สถานีวิทยุไลป์ซิกรายงานว่า ตำรวจระบุว่าสถานการณ์อันตรายได้สิ้นสุดลงแล้ว และมีการปิดกั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบจัตุรัสเกิดเหตุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกิดระเบิด-ไฟไหม้บนเรือเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซ

เกิดระเบิด-ไฟไหม้บนเรือเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซ

4 พ.ค. 2569 23:17 น.

เกิดระเบิด-ไฟไหม้บนเรือเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซ

เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่ทราบสาเหตุของการระเบิด ในขณะที่สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการคุ้มกันเรือที่ติดค้างออกจากอ่าวเปอร์เซีย

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือสินค้าลำหนึ่ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเกาหลีใต้ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า สาเหตุของการระเบิดคืออะไร ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในพื้นที่ดังกล่าว

เรือสินค้าลำนี้จดทะเบียนภายใต้ธงชาติปานามา มีลูกเรือทั้งหมด 24 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้ 6 คน โดยเรือจอดเทียบท่าบริเวณช่องแคบใกล้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งกระทรวงฯ ระบุว่ายังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการระเบิดและเพลิงไหม้ดังกล่าว และรัฐบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

“รัฐบาลจะสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับประเทศที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ และจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของเรือและลูกเรือของเราภายในช่องแคบฮอร์มุซ”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเริ่ม “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) โดยส่งเรือของกองทัพเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อพาเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้น ออกมา ขณะที่อิหร่านประกาศจะตอบโต้อย่างหนัก

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเรือที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้จำนวน 26 ลำที่ยังคงตกค้างอยู่ในบริเวณช่องแคบ นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ เผย ส่งเรือพิฆาตเข้าอ่าวเปอร์เซีย เรืออเมริกันผ่านฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ

สหรัฐฯ เผย ส่งเรือพิฆาตเข้าอ่าวเปอร์เซีย เรืออเมริกันผ่านฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ

4 พ.ค. 2569 22:02 น.

สหรัฐฯ เผย ส่งเรือพิฆาตเข้าอ่าวเปอร์เซีย เรืออเมริกันผ่านฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ

กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า เรือพิฆาตของพวกเขาเดินทางเข้าอ่าวเปอร์เซียเพื่อช่วยคุ้มกันเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว โดยมีเรืออเมริกัน 2 ลำสามารถเดินทางออกมาได้สำเร็จ

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่าเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ เดินทางเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียแล้ว เพื่อทำลายการปิดล้อมของอิหร่าน ขณะเดียวกัน มีเรือสินค้าสัญชาติอเมริกันอีก 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ พร้อมปฏิเสธรายงานที่ว่า เรือของสหรัฐฯ ลำหนึ่งถูกมิสไซล์ของอิหร่านโจมตี

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า กองกำลังของพวกเขากำลังสนับสนุนภารกิจ “Project Freedom” หรือ “โครงการเสรีภาพ” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “นำทาง” เรือพาณิชย์ที่ตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านออกมา

อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงครั้งนี้ดูเหมือนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งในสถานการณ์ปกติถูกใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซทางเรือถึง 1 ใน 5 ของโลก แต่กลับถูกปิดล้อมมานานกว่า 2 เดือนจากผลของสงคราม

CENTCOM ยืนยันว่า เรือพาณิชย์ติดธงสหรัฐฯ 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบแล้ว ขณะที่เรือพิฆาตกำลังปฏิบัติการอยู่ในอ่าว พร้อมเสริมว่า “กองทัพอเมริกันกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อกู้คืนเส้นทางเดินเรือพาณิชย์สายนี้”

เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ อิหร่านอ้างว่าได้บีบให้เรือรบสหรัฐฯ ถอยร่นไปจากช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ แต่ CENTCOM รีบออกมาปฏิเสธรายงานข่าวของสื่ออิหร่านที่ระบุว่าเรือลำดังกล่าวถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ

ขณะที่ฝ่ายอิหร่าน เจ้าหน้าที่ระดับสูงบอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส ว่า อิหร่านได้ทำการยิงเตือน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเรือรบได้รับความเสียหายหรือไม่

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 5% ทันทีหลังมีรายงานว่าเรือรบถูกสกัด แต่ต่อมาเมื่อเวลา 12:20 น. (GMT) ราคาได้ปรับตัวลดลงเหลือบวกประมาณ 2.5%

อุตสาหกรรมการเดินเรือยังคงไม่มั่นใจว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญสายนี้ ปลอดภัยสำหรับการใช้งานหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ

อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ

4 พ.ค. 2569 15:51 น.

อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ

อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์เตรียมส่งทหารช่วยเรือพาณิชย์ เสี่ยงปะทะเดือด

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุอีกระลอก หลังอิหร่านออกแถลงการณ์ ประกาศว่าจะใช้กำลังโจมตีกองกำลังต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ หากเข้ามาเคลื่อนไหวในเขตช่องแคบฮอร์มุซ  โดยความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า กองทัพสหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการช่วยนำทางเรือที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ตามเวลาตะวันออกกลาง

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามของสหรัฐฯ ย้ำว่า อิหร่านเป็นผู้พิทักษ์และผู้ดูแลช่องแคบฮอร์มุซ และเรือสินค้าทั้งหลายควรประสานงานกับทางการอิหร่านเพื่อความปลอดภัย แถลงการณ์ยังระบุว่า ไม่มีเหตุผลที่ประเทศต่างๆ จะต้องปฏิบัติตามการกระทำที่ผิดกฎหมาย ของสหรัฐฯ พร้อมเตือนว่าการเคลื่อนไหวทางทหารอาจยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย

ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการกองกำลังกลางของอิหร่านประกาศชัด จะโจมตีกองกำลังติดอาวุธต่างชาติใดๆ ที่พยายามเข้าใกล้หรือเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะกองทัพสหรัฐฯ.

 ที่มา CNN

นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

4 พ.ค. 2569 15:39 น.

นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ผู้นำญี่ปุ่นชี้วิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางส่งแรงกระแทกหนักต่อเอเชีย-แปซิฟิก เร่งจับมือออสเตรเลียประกันความมั่นคงพลังงาน

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่อยู่ระหว่างการเยือนกรุงแคนเบอร์รา ของออสเตรเลีย ระบุว่า วิกฤตการขาดแคลนอุปทานน้ำมันโลกกำลังส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หลังเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ เผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์ความตึงเครียด

ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวภายหลังหารือกับนายแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ย้ำว่า ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย จะเร่งร่วมมือกันเพื่อรับมือสถานการณ์ และรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน พร้อมระบุว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พร้อมยืนยันว่าญี่ปุ่นและออสเตรเลียจะประสานงานใกล้ชิดเพื่อตอบสนองอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังมีแผนเสริมความแข็งแกร่งด้านพลังงาน รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน โดยออสเตรเลียถือเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ให้ญี่ปุ่น ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นแหล่งจัดหาน้ำมันดีเซลบางส่วนให้กับออสเตรเลีย ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และแร่สำคัญ เช่น แร่หายากที่ใช้ในอุตสาหกรรมชิป แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และอาวุธ

ด้านนายอัลบาเนซีระบุว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ออสเตรเลียลดความเปราะบางต่อแรงกระแทกจากวิกฤตโลก เช่นที่กำลังเกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง.

ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน

ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน

4 พ.ค. 2569 12:27 น.

ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน

ผู้นำไต้หวันเยือนเอสวาตินี ประเทศเล็กๆ ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา อย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับหนึ่งในพันธมิตรทางการทูตไม่กี่ประเทศที่ยังเหลืออยู่ ท่ามกลางแรงกดดันจากจีนแผ่นดินใหญ่

วันที่ 3 พฤษภาคม 2569  นายไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน เดินทางเยือนเอสวาตินี ประเทศเล็กๆทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา อย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับหนึ่งในพันธมิตรทางการทูตไม่กี่ประเทศที่ยังเหลืออยู่ ท่ามกลางแรงกดดันจากจีนแผ่นดินใหญ่

ผู้นำไต้หวันเข้าร่วมพิธีต้อนรับทางทหารที่ร่วมกับกษัตริย์อึมสวาตีที่3 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติมันวูโล ก่อนหารือทวิภาคีระหว่างสองฝ่าย  โดยการเยือนครั้งนี้มีการลงนามข้อตกลงความช่วยเหลือด้านศุลกากร ระหว่างไต้หวัน กับราชอาณาจักรเอสวาตินี พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมยืนยันความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

กษัตริย์เอ็มสวาติที่ 3 ย้ำว่า เอสวาตินีจะยังคงสนับสนุนการมีส่วนร่วมของไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศ สะท้อนความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนานระหว่างสองฝ่าย ด้านนายไล่ ชิงเต๋อ เน้นย้ำว่า ไต้หวันเป็นรัฐที่มีอธิปไตย และไม่ควรถูกกีดกันจากประชาคมโลก พร้อมระบุว่าไม่มีประเทศใดมีสิทธิขัดขวางการมีส่วนร่วมของไต้หวัน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน เอสวาตินีเป็นประเทศเดียวในทวีปแอฟริกาที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ขณะที่จีนเดินหน้ากดดันประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เปลี่ยนการรับรองจากไต้หวันไปเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน.

ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก

ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก

4 พ.ค. 2569 06:43 น.

ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก

ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ระหว่างการฝึกซ้อมรบร่วมในประเทศโมร็อกโก โดยมีความเป็นไปได้ที่จะพลัดตกทะเล ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทั้งสหรัฐฯ โมร็อกโก และพันธมิตรกำลังออกค้นหาครั้งใหญ่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. 2569 กองบัญชาการแอฟริกาของสหรัฐฯ (AFRICOM) แถลงว่า มีเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ 2 นาย สูญหายทางตะวันตกเฉียงใต้ของโมร็อกโก หลังจากเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหารร่วมนานาชาติประจำปีในประเทศแถบแอฟริกาเหนือแห่งนี้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าว Associated Press โดยขอสงวนนามเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เผยข้อมูลต่อสาธารณะว่า เจ้าหน้าที่ที่สูญหายเป็นทหารบกสหรัฐฯ ซึ่งหายตัวไปในระหว่างการเดินป่า

“พวกเขาไม่ได้อยู่ระหว่างการร่วมฝึกซ้อมใดๆ การฝึกซ้อมในวันนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และตามความเข้าใจของเรา พวกเขาออกไปเดินป่าเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ” เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ อีกรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า มีผู้พบเห็นทหารทั้งสองนายครั้งสุดท้ายบริเวณหน้าผาริมทะเล และพวกเขาอาจจะพลัดตกลงไปในมหาสมุทรได้

ตอนนี้กองทัพของสหรัฐฯ โมร็อกโก และพันธมิตร เริ่มปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำแล้ว

กองทัพโมร็อกโกระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์เวลาประมาณ 21.00 น. ใกล้กับพื้นที่ฝึกแคปดรา (Cap Draa) ใกล้กับเมืองตันตัน (Tan Tan) ซึ่งอยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก โดยภูมิประเทศแถบนั้นเป็นภูเขา และมีลักษณะผสมผสานระหว่างทะเลทรายและที่ราบกึ่งทะเลทราย

ทั้งนี้ การซ้อมรบดังกล่าวมีชื่อว่า แอฟริกัน ไลออน (African Lion) เริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายน โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ตูนิเซีย กานา เซเนกัล และโมร็อกโก มีเจ้าหน้าที่กองทัพเข้าร่วมกว่า 7,000 นายจากกว่า 30 ประเทศ และมีกำหนดการจะสิ้นสุดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna