‘ไทยเบฟ’เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’ เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

'ไทยเบฟ'เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 'สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน' เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

‘ไทยเบฟ’เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’ เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

ร่วมสัมผัสสีสันสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองกับเทศกาลปีใหม่ไทย กับงาน Phuket Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11ระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกอันทรงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนานภายหลังจากที่ “สงกรานต์ไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของ Soft Power ไทยสู่ระดับโลก อีกทั้งยังเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีความเป็นไทย พร้อมทั้งเดินหน้าสานต่อการจัดงานภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมถ่ายทอด “ความเป็นไทย” สู่สายตานานาชาติ

ในปีนี้งานยังคงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย ผ่านกิจกรรมมงคล 10 ประการ พร้อมสัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมวิถีชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในหลากหลายพื้นที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต  โดยกิจกรรมไฮไลต์หาดป่าตองเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 – 13  เมษายน 2569 เวลา 15.00 – 21.00 น.พบกับกิจกรรมสร้างสรรค์ริมชายหาด การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–จีน การแสดงดนตรีร่วมสมัย  อาทิ การแสดงดนตรีไทยโรงเรียนบ้านไม้ขาว  การแสดงมโนราห์/ การแสดงดนตรีสากลโรงเรียนเทพนิมิตร  การออกร้านสินค้าชุมชน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มพื้นถิ่น ต่อเนื่องในวันที่ 13 เมษายน 2569 ณ วัดไม้ขาว เวลา 06.30 – 08.30 น. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป และพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต่อด้วยการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้โรงเรียนบ้านไม้ขาวรวมถึง      กิจกรรมเก็บขยะชายหาดไม้ขาว ณ บริเวณจุดขึ้น–ลงเครื่องบิน อุทยานแห่งชาติสิรินาถ  

นอกจากจังหวัดภูเก็ต งาน Water Festival 2026 ”เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ภาคกลาง จัดที่ กรุงเทพมหานครบนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร,วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น , ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอร์ค, สุขสยาม ณไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 ภาคเหนือ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหารจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 และ 15 เมษายน 2569 และจังหวัดลำพูน ที่ถนนรถแก้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคใต้ ที่วัดไม้ขาว และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2569 และจังหวัดขอนแก่น ที่วัดไชยศรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 นอกจากความตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการแสดง การละเล่น ช้อปปิ้งสินค้า และมุมเช็คอินถ่ายภาพสุดชิล ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ บรรดาสายมูไม่ควรพลาดกับกิจกรรมมหามงคล 10 ประการ ที่เชิญชวนให้ทุกคนได้มาร่วมไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทย

มาร่วม “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” กันถ้วนหน้าทั้งเมืองภูเก็ต สืบสานประเพณี และ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของ “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” และการเป็น Landmark การท่องเที่ยวระดับโลกในงาน “Phuket Water Festival 2025 ” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายนนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ Princess Honour Cup 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ Princess Honour Cup 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ Princess Honour Cup 2026

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียแห่งประเทศไทย จัดงาน “Princess Honour Cup 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งที่ 5 ณ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูสุนัขโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์ รักษาคุณภาพและมาตรฐานของสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ของ สมาพันธ์สุนัขโลก (FCI: Fédération Cynologique Internationale) โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติจากประเทศ นอร์เวย์ สวิสเซอร์แลนด์ แม็กซิโก ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และ ไทยเข้าร่วมตัดสิน

ธันย์ชนก ฟักอุดม ประธานชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ที่ทรงมีต่อสุนัขทรงเลี้ยงสายพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย และพระอัจฉริยภาพในด้านการพัฒนาสายพันธุ์สุนัข จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มีการรวมกลุ่มของสมาชิกที่รักในสุนัขสายพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย และขยายไปถึงสายพันธุ์อื่นๆ จนมีพระราชประสงค์ให้ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย จัดงานประกวดสุนัขทุกสายพันธุ์ขึ้นในประเทศไทย โดยการประกวดครั้งนี้ ธณัฐฌา เกิดแก้ว Handler ผู้จูงสุนัขพันธุ์ Jack Russell Terriers ชื่อสุนัข ฌอน เพศผู้ ได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภท Best In Show

ไฮไลต์ของงานเต็มไปด้วยสีสันและความน่ารัก โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ คุณแอน ทองประสม พร้อมน้องหมาคู่ใจ “แอนดี้” รวมถึง คุณมาริสา อานิต้า  กับน้อง “มันเดย์” ที่มาแชร์ประสบการณ์และโชว์ความสามารถของน้องหมาทั้งสองได้อย่างประทับใจ นอกจากนี้ ยังมี “คุณวิเวียน” และ “คุณลูฟ” สุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้มให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งงาน

อีกหนึ่งความพิเศษคือคอลเลกชันเสื้อยืดเก๋ๆ จาก 6 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำ ได้แก่ SIRIVANNAVARI, ASAVA, ISSUE, JANESUDA, IRADA และ MILIN ที่ถ่ายทอดความน่ารักของสุนัขผ่านงานดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์ และ แบรนด์ T and T Bangkok ยังได้ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ เพิ่มความโดดเด่นให้กับเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรัก อีกทั้งกิจกรรมถ่ายภาพโดยช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง “ติ๋ม พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์” ก็ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

รายได้จากการจำหน่ายเสื้อหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสนับสนุน “กองทุนรักษาพยาบาลสัตว์ป่วยอนาถา” ภายใต้มูลนิธิโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัด สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของงานที่ไม่ได้มุ่งเพียงความสวยงามของการแข่งขัน แต่ยังให้ความสำคัญกับชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์อย่างแท้จริง

งาน Princess Honour Cup 2026” ครั้งที่ 5 ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, SmartHeart, สยามพิวรรธน์, บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด

เซ็นทรัลพัฒนาเดบิวต์ ‘น้องซัมเมอร์’ มาสคอตช้างสุดคิวท์ ต้อนรับ ‘โอปอล สุชาตา’ ในลุคนางสงกรานต์ปี 2569

เซ็นทรัลพัฒนาเดบิวต์ ‘น้องซัมเมอร์’ มาสคอตช้างสุดคิวท์ ต้อนรับ 'โอปอล สุชาตา' ในลุคนางสงกรานต์ปี 2569

เซ็นทรัลพัฒนาเดบิวต์ ‘น้องซัมเมอร์’ มาสคอตช้างสุดคิวท์ ต้อนรับ ‘โอปอล สุชาตา’ ในลุคนางสงกรานต์ปี 2569

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  เดบิวต์ “น้องซัมเมอร์” มาสคอตช้างสุดคิวท์ประจำแคมเปญ Summer Fest 2026 ตัวแทนความสนุกของ 5 ภูมิภาค ที่มาพร้อมความน่ารักแบบกวๆ ซุกซน เอเนอจี้สุดล้น! โดย “ช้าง” ถูกนำมาตีความใหม่ให้กลายเป็นคาแรกเตอร์สุดครีเอทีฟที่ทั้งเท่ ขี้เล่น และมีสไตล์จัดจ้านแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษที่ได้ “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 ใน “ชุดไทยจักรพรรดิสุดสง่างาม พร้อมมงกุฎฟ้า” ตัวแทนนางสงกรานต์ประจำปี 2569 ร่วมถ่ายภาพอย่างใกล้ชิดกับจุดตกแต่งของ “น้องช้าง ชื่นใจ-ไชโย” ถ่ายทอด Soft Power ไทยสู่สายตาโลก

ความพิเศษอยู่ที่การร่วมงานกับ Jirayu Koo (จิรายุ คูอมรพัฒนะ) ศิลปินนักวาดภาพประกอบไทยเจ้าของลายเส้นเอกลักษณ์ระดับสากล มาร่วมออกแบบ “ลวดลายและแฟชั่นบนตัวมาสคอต” อย่างตั้งใจ โดยหยิบ “อัตลักษณ์ 5 ภูมิภาค” มาตีความใหม่ แต่ละลวดลายได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ลวดลายผ้า อาหาร และวิถีชีวิตท้องถิ่น ก่อนแปลงเป็นสีสัน แพทเทิร์น และบุคลิกที่ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ ภาคกลางกับ “น้องซัมเมอร์สวัสดี” ที่จัดลุค Urban เท่ๆ แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตคนเมือง, “น้องซัมเมอร์” ลุคสดใสสไตล์ทรอปิคัลของเมืองชายทะเลภาคตะวันออก, “อ้ายซัมเมอร์ มาแล้วเด้อ!” ตัวจี๊ดสายม่วนของภาคอีสาน, “จ้าวซัมเมอร์ ม่วนเน้อ” ลุคคราฟต์เท่ละเมียดของภาคเหนือ ไปจนถึง “ไอ้ซัมเมอร์ หร่อยแรง” สายพลังจัดจ้านลายปาเต๊ะของภาคใต้ ไม่เพียงเท่านั้น แพทเทิร์นดีไซน์เหล่านี้ยังถูกนำไปต่อยอดตกแต่งในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ แยกตามอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค สร้างไวบ์ซัมเมอร์ที่ทั้งสนุก สดใส และมีคาแรกเตอร์ชัดในทุกพื้นที่

นอกจากนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ ยังได้ร่วมกับ ปรางค์ วิภาลักษณ์ ศิลปินนักวาดภาพประกอบไทย ออกแบบแฟชั่นลุคสุดคูลของ “น้องชื่นใจ” และ “น้องไชโย” ที่มาอัปเลเวลความสนุก สะท้อนตัวตนสายคัลเจอร์และสายสปอร์ต ปลุกเอเนอจี้ของกรุงเทพฯ ผ่าน Sport, Fashion, Music และพลังของคอมมูนิตี้ยุคใหม่ 

ทั้งนี้ ตลอดหน้าร้อน “น้องซัมเมอร์” ยังออก On Tour บุกแลนด์มาร์กสำคัญทั่วประเทศ เปลี่ยนทุกจุดหมายให้กลายเป็นเวทีความสนุก ชวนทุกคนออกไปสัมผัสเสน่ห์เมืองไทยในมุมใหม่ เพราะทุกครั้งที่ “น้องซัมเมอร์” ปรากฏตัว คือสัญญาณของความสนุกที่กำลังจะเริ่มขึ้น กับโชว์สุดปังที่จัดเต็มทั้งท่าเต้นสุดมัน จังหวะชวนโยก และแอ็กชันสุดปั่นที่เรียกรอยยิ้มได้ทุกเจเนอเรชัน

เตรียมพบกับ “น้องซัมเมอร์” ได้ที่เซ็นทรัลทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง: ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ, พระราม 3, เวสต์วิลล์, รามอินทรา, อยุธยา, อีสต์วิลล์, มหาชัย, นครปฐม ภาคตะวันออก: พัทยา, ชลบุรี, ศรีราชา, ระยอง ภาคเหนือ: เชียงใหม่, เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เชียงราย, ลำปาง ภาคอีสาน: อุดร, โคราช ภาคใต้: หาดใหญ่ ส่วนแคมเปญ Summer Fest 2026 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. – 10 พ.ค. 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วไทย

จิม ทอมป์สัน เชิญ 75 บุคคลสำคัญร่วมดินเนอร์แทนคำขอบคุณฉลอง 75 ปี

จิม ทอมป์สัน เชิญ 75 บุคคลสำคัญร่วมดินเนอร์แทนคำขอบคุณฉลอง 75 ปี

จิม ทอมป์สัน เชิญ 75 บุคคลสำคัญร่วมดินเนอร์แทนคำขอบคุณฉลอง 75 ปี

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย จัดงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อขอบคุณแขกคนสำคัญในวาระครบรอบ 75 ปี ณ Moonlight Hall อีเวนต์ฮอลล์แสนงดงามในพื้นที่ของ จิม ทอมป์สัน
เฮอริเทจ ควอเตอร์ โดยได้รับเกียรติจากแขกคนสำคัญ 75 ท่าน ทั้งผู้นำในหลากหลายวงการ พาร์ตเนอร์ และผู้สนับสนุนที่ร่วมเดินทางและอยู่เคียงข้างแบรนด์มาอย่างยาวนาน

งานดินเนอร์สุดพิเศษจัดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะขอบคุณทุกคนที่ร่วมสนับสนุนการเติบโตของจิม ทอมป์สัน ที่เริ่มต้นจากแบรนด์ผ้าไหมไทยจนก้าวสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกและมีธุรกิจครอบคลุมทั้งแฟชั่น สินค้าผ้าตกแต่งบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม และประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม

แขกผู้มีเกียรติทั้ง 75 ท่านที่ร่วมสะท้อนความสัมพันธ์ของแบรนด์กับบุคคลชั้นนำและพันธมิตรจากหลากหลายวงการ ทั้งการทูต การท่องเที่ยว การบริการ ดีไซน์ และรีเทล โดยได้รับเกียรติจาก เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น แคนาดา เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยพาร์ตเนอร์ที่ร่วมงานกับแบรนด์มาอย่างยาวนาน ทั้งการบินไทย กลุ่มโรงแรมชั้นนำ ธุรกิจรีเทล และอสังหาริมทรัพย์ อาทิ คิง เพาเวอร์ สยามพิวรรธน์ และวัน แบงค็อก รวมถึงบริษัทออกแบบชื่อดังและลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์

นอกจากนี้ งานยังได้รับเกียรติจากผู้แทนภาครัฐที่สนับสนุนทิศทางการเติบโตของแบรนด์มาโดยตลอด ได้แก่ เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ไฮไลต์ของค่ำคืนคือการเปิดทีเซอร์เกี่ยวกับโปรเจกต์ Jim and I: The Weaver’s Stories ให้แขกได้ชมก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยโปรเจกต์นี้เล่าเรื่องราวของแบรนด์จิม ทอมป์สัน ผ่านการบอกเล่าจาก 12 บุคคลที่มีส่วนร่วมในการหล่อหลอมแบรนด์ สะท้อนมุมมองด้านหัตถศิลป์ ความคิดสร้างสรรค์ และการสืบทอดตำนาน ตอกย้ำแนวคิดที่ว่าจิม ทอมป์สัน ไม่ใช่ผลงานของใครคนเดียว แต่คือมรดกที่ทอขึ้นจากผู้คนมากมายตลอด 75 ปีที่ผ่านมา โดยในงานได้เปิดตัวบุคคลกลุ่มแรกที่มาถ่ายทอดเรื่องราว ได้แก่ กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ การบินไทย, นิพนธ์ มนูทัศน์ เจ้าของและทายาทรุ่นที่ 3 โรงทอผ้าไหมบ้านครัว และบิล เบนสลีย์ สถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังของโลก

แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “จิม ทอมป์สัน เติบโตมาได้ด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับผู้คนรอบข้างที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ ค่ำคืนนี้คือการขอบคุณพาร์ตเนอร์และผู้สนับสนุนทุกคนที่ร่วมเดินทางในเส้นทางการเติบโตของเรา ในโอกาสครบรอบ 75 ปีนี้ เราจะเดินหน้าต่อด้วยจิตวิญญาณเดิมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นจากพันธมิตรทุกวงการ เพื่อพางานดีไซน์และหัตถศิลป์ไทยไปสู่เวทีโลก”

งานดินเนอร์ขอบคุณครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโกลบอลแคมเปญฉลองครบรอบ 75 ปีของจิม ทอมป์สัน ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอดปี 2569 ผ่านหลากหลายโปรเจกต์ที่ให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องราวอันลึกซึ้ง วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์

สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’

สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’

สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปลุกเอ็นเนอร์จี้ให้มีชีวิตชีวา พร้อมสาดความสนุกแบบชุ่มฉ่ำ สยามพารากอน ผนึกกำลัง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เนรมิตพื้นที่ด้วยงานคราฟต์สไตล์ไทยเข้ากับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” ท่ามกลางบรรยากาศสีสันสดใสที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์กเช็คอินที่ทุกคนต้องแชร์!

เตรียมสนุกไปกับมิวสิคเฟสติวัลจากทัพศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคกว่า 150 ชีวิต ที่จะมาสร้างประสบการณ์ทางดนตรีแบบจัดเต็ม ผสานแสง สี เสียง และโปรดักชั่นระดับเวิลด์คลาส เสริมทัพด้วยกิจกรรมความสนุกแบบครบทุกมิติ ระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน โดยงานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร ภาครัฐ และเอกชน แบรนด์ วิชี่ เดอคอส ภายใต้ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด และ แบรนด์ สมูทอี ภายใต้บริษัท สยามเฮลท์กรุ๊ป ร่วมจัดงาน

ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า สยามพารากอน กล่าวว่า  ซัมเมอร์ปีนี้ สยามพารากอน เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ทางดนตรีครั้งใหม่ที่จะเนรมิต พาร์ค พารากอน ให้กลายเป็นมหกรรมคอนเสิร์ตระดับโลกพร้อมยกระดับความมันส์ให้พุ่งทะลุปรอทกับการรวมตัวของ “กลุ่มศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค” กว่า 150 ชีวิตเป็นครั้งแรก

            10 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. พบกับพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่กับระนาด EDM Battle” (Fino the Ranad) มาปะทะบีทกับ STGZ x 1Saran “Molamtronica” นี่คือการพบกันครั้งสำคัญของเครื่องดนตรีไทยดั้งเดิมและแนวดนตรีสมัยใหม่ที่จะปลุกพลังความตื่นเต้นทั่วพาร์ค พารากอน และต่อด้วยความสนุกจาก DJ BESTBOI ก่อนจะส่งต่อความมันส์ให้กับ “พูห์-พาเวล” คู่จิ้นยอดเอ็นเกจเมนต์ถล่มทลาย และปิดท้ายด้วย “PROXIE” บอยแบนด์สุดฮอต ณ เวลานี้  

            11 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. เปิดเวทีด้วยบีทสุดมันส์จาก DJ Crossthy สองพี่น้อง เคน ภูภูมิ และ ทิมมี่ เตรียมพบกับ “DICE” ไอดอลขวัญใจชาวไทยและเตรียมรับแรงกระแทกจาก “JOEY BOY” ศิลปินระดับตำนาน และ “Purpeech” วงอินดี้รุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงที่สุด  

             12 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. “Queen of Dance & King of Beat” เมื่อ “KT KRATAE” เจ้าของของปรากฏการณ์ Bangkok City ชวนทุกคนห่มสใบใส่ยีนส์ พร้อมร่วมขยับจังหวะไปกับ “DJ CHIN CHINAWUT” และปิดท้ายความมันส์สไตล์ไทยที่ดังไกลระดับอินเตอร์กับ “Khana bierbood”

            13 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. ห้ามพลาด! กับศิลปินแถวหน้าเจ้าของเพลงฮิตติดหูมากมาย “Tilly Birds” มาคู่กับ “Paradise Bangkok” วงดนตรีสไตล์ไทยประยุกต์ที่ไปสร้างชื่อมาแล้วทั่วโลก นี่คือส่วนผสมของดนตรีที่เท่ที่สุดของซัมเมอร์นี้  14 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. วันรวมพล “เจ้าของเพลงฮิตนับล้านวิว” ไม่มีใครไม่รู้จักเพลงของ “Tattoo Colour” เสริมทัพด้วยศิลปินรุ่นใหม่อย่าง “ALTERS” และ “SONS”  

            15 เม.ย.69 เวลา 17.00 น. ปิดท้ายกับ “T-Pop Global Sensation” ส่งท้ายความยิ่งใหญ่ด้วย “4MIX” วง T-Pop ที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่นทั้งในและต่างประเทศ และ “Shine Boys” และวงไวรัลมาแรง อย่าง พีจัง กฤษณะ เป็นการปิดฉากเทศกาลด้วยพลังของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้ง ยังมีเหล่าคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังตบเท้าเข้าร่วมสร้างสีสันภายในงานอย่างคับคั่ง อาทิ LE7EL, มาสุ-ตี๋ , บิลลี่-เบ้บ, เอนจอย-จูน และ กฤษฎิ์-ภพเป็นต้น   

เนรมิตทุกตารางนิ้วให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งการถ่ายภาพและเช็คอิน 

สยามพารากอน ยังเนรมิตพื้นที่บริเวณ จีเวล และ พาร์ค พารากอน ชั้น M ให้กลายเป็นโลกแห่งสีสันสุดตระการตา ชวนทุกคนหลุดเข้าไปในบรรยากาศซัมเมอร์โดดเด่นด้วยกังหันลมหลากสีสัน ที่หมุนรับแสงแดดอย่างมีชีวิตชีวา ผสานเข้ากับโครงสร้างไม้ไผ่ ที่สะท้อนเอกลักษณ์งานคราฟต์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย รายล้อมด้วยสีสันนีออนสดใสและดีไซน์ Abstract สุดคูล ที่เปลี่ยนทุกมุมให้กลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง เพราะทุกตารางนิ้วคือประสบการณ์ใหม่ที่ทั้งสนุก สดใส และเต็มไปด้วยพลังแห่งซัมเมอร์ 

            ตื่นตากับการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย ทั้งโขนและละครหุ่น จาก ชมรมยุวชนคนรักษ์ศิลป์ (โจหลุยส์จูเนียร์) หยิบแรงบันดาลใจจากศิลปะการแสดงมาครีเอทใหม่ให้ร่วมสมัย สนุก และเข้าถึงง่ายมากขึ้น พิเศษ! ร่วมชมการแสดงได้ในเวลา 13.00 น. / 15.00 น. และ 17.00 น. 

            NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ชั้น 5 และ 5A สยามพารากอน ชวนฉลองเทศกาลสงกรานต์สุดล้ำกับงาน “NEXTOPIA: Culture of Tomorrow” ระหว่างวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569 ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์ของประเพณีไทยที่ถูกตีความใหม่ผ่านนวัตกรรมร่วมสมัยที่ทวิสต์ความสนุกให้ทวีคูณ พร้อมยกระดับสู่การเป็นเทศกาลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในแบบฉบับ Future Culture อย่างลงตัว

 หนึ่งในไฮไลต์คือ แลนด์มาร์กเจดีย์คริสตัล ที่ต่อยอดแรงบันดาลใจจาก “เจดีย์ทราย” ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพจำของเทศกาลสงกรานต์ไทย มาสู่การออกแบบใหม่ในลุคโมเดิร์น เปรียบเสมือนการเชื่อมต่อระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับอนาคตอย่างงดงามและโดดเด่น สะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในรูปแบบ Circular Economy เพื่อสร้างสงกรานต์รูปแบบใหม่ที่ทั้งทันสมัย มีรสนิยม และเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั่วโลก โดยหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Bring, Write, Drop เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมกับเทศกาลในรูปแบบสร้างสรรค์ เริ่มจากการนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาที่จุด Refill & Clean Station จากนั้นเขียนคำอธิษฐานด้วยปากกาเรืองแสง และหย่อนลงในเจดีย์คริสตัล นับเป็นการพลิกภาพจำของสงกรานต์แบบเปียกชุ่มไปสู่ประสบการณ์ที่ยั่งยืนได้อย่างน่าประทับใจ

            ภายในงานมีกิจกรรมเวิร์กช็อปหลากหลายที่สะท้อนเสน่ห์ของความเป็นไทยควบคู่แนวคิดรักษ์โลก ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลายผ้าด้วยดอกไม้สด, เทียนไขถั่วเหลืองเปลือกไข่, การทำแป้งร่ำกลิ่นดอกไม้ไทย ซึ่งช่วยเติมสีสันให้เทศกาลสงกรานต์มีทั้งความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจด้านสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก 25 พันธมิตรเปิดแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3’

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก 25 พันธมิตรเปิดแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3’

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก 25 พันธมิตรเปิดแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3’

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดตัวแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน  เดินหน้ากระตุ้นธุรกิจร้านอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT พร้อมกิจกรรมแน่นที่จะมอบสิทธิประโยชน์รวมกว่า 2  ล้านบาท ผลักดันอาหารไทยภายใต้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์  

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์  กล่าวว่า การจัดแคมเปญครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการของประเทศ ผ่านการส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารไทยควบคู่กับการท่องเที่ยว การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทย

“กรมฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับร้านอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารไทยถือเป็น Soft Power สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ จ้างงาน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดร้านอาหารไทยจะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้กรมฯ     ยังได้เดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยาย การรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในระดับสากล พร้อมจัดอบรมทั้งรูปแบบ on-site และ online เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ     ด้านการบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ และการตลาดยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง”

สำหรับแคมเปญในปีนี้กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 3 เดือน โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน ส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ผ่านสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรมกินดี มีเฮง กับ Thai SELECT ชวนผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์อาหารไทย ณ ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT กว่า 457 ร้านทั่วประเทศ พร้อมลุ้นรางวัล 3 ฟิน เมื่อรับประทานครบ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ และส่งผ่าน LINE Official Account @thaiselect ได้แก่ ฟินที่ 1 ลุ้นทองคำ Thai SELECT Limited Edition น้ำหนักรวม 3 บาท ฟินที่ 2 รับประสบการณ์ Exclusive Fine Dining ณ ร้าน Thai SELECT ระดับ 3 ดาว โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร จำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ท่าน) และฟินที่ 3 ของรางวัลพรีเมียมจาก Thai SELECT อีก 250 รางวัล

นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมรีวิวดี มีรางวัล ให้สายรีวิวร่วมถ่ายทอดความประทับใจ ลุ้นรับโทรศัพท์จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ iPhone 17 รุ่น Pro Max และ Samsung S26 Ultra และของที่ระลึกสุดพิเศษมากมาย รวมไปถึงแคมเปญนี้ยังได้ผนึกกำลังพันธมิตรที่มาช่วยเสริมความเข้มแข็งด้านการตลาดและมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม อาทิ ส่วนลดพิเศษจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี   ชั้นนำและแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เครดิตเงินคืนจากบริษัทบัตรเครดิต และการหนุนผู้ประกอบการด้วยการช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบจากศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่ ตลอดจนสินเชื่อจากสถาบันการเงินภาครัฐในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับร้านอาหาร Thai SELECT ในแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT อีกด้วย

“แคมเปญเที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3 จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้นักชิมออกไปค้นหาร้านอาหารไทยคุณภาพทั่วประเทศ เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สามารถแปลงเป็นรายได้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมลุ้นรับโชคกับแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแท้ คุณภาพครบเครื่อง ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับรางวัลมากมาย”  

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดแคมเปญฯ หรือค้นหาร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายผ่านเว็บไซต์ http://www.thaiselectth.com หรือ Facebook: Thai SELECT Thailand และสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน พลิกโฉมธุรกิจ และรับสิทธิประโยชน์ด้านการตลาด สามารถสมัครรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ รสชาติ และบริการ     ที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ http://www.thaiselectth.com” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า http://www.dbd.go.th หรือสายด่วน 1570 หรือกองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 5954

Journey of Longevity ท่องเที่ยวใกล้กรุงกับเส้นทางสุขยั่งยืน 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง

Journey of Longevity ท่องเที่ยวใกล้กรุงกับเส้นทางสุขยั่งยืน 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง

Journey of Longevity ท่องเที่ยวใกล้กรุงกับเส้นทางสุขยั่งยืน 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ  โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ, Ascend Travel , บริษัทรถเช่า ทรู ลีสซิ่ง , gettgo และ Sanook.com เปิดตัวเส้นทาง Journey of Longevity สุขยั่งยืนกับ 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง มุ่งเน้นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ได้ออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์  Wellness Retreat, Local Experience ใช้ชีวิตแบบ “Work-Life Balance” ในพื้นที่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง พร้อมจัดทำโปรโมชั่นรวบรวม ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและยั่งยืนในพื้นที่เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง ตั้งแต่วันนี้ – 15 มิถุนายน 2569

นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตและสุขภาพ” มากขึ้น โดยมองว่าสุขภาวะที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิต ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กลายเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเดินทางในรูปแบบ “Rest & Recharge” จึงสะท้อนความต้องการพักผ่อนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดความเครียดจากการทำงาน และใช้วันหยุดอย่างคุณค่า ซึ่งภูมิภาคภาคกลางมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น “Hub of Wellness Travel” ด้วยความพร้อมด้านอาหารสุขภาพ วิถีชุมชนที่เรียบง่าย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และความสะดวกในการเดินทาง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น ทั้งรูปแบบสุดสัปดาห์ (Weekend Getaway) หรือ One Day Trip ใกล้กรุงเทพมหานคร 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ “Journey of Longevity” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนใน 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี และ อ่างทอง ชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทาง “ใกล้กรุง” เพื่อ “เติมพลังชีวิตและสุขภาพ” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย Local Experience และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในรูปแบบ “Work-Life Balance” ที่ผสานการพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และการเรียนรู้วิถีท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นพ. ดิตถพงษ์ บุญอำพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine and Joint Hospital) กล่าวว่า ในหลายประเทศทั่วโลก มีแนวคิดที่น่าสนใจคือการ ‘จ่ายใบสั่งเที่ยวแทนใบสั่งยา’ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ เราเชื่อว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยอย่างมาก เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิถีชีวิตที่สมดุล ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูก ข้อ และระบบการเคลื่อนไหว เราพบว่าโรคยอดนิยมของคนเมืองในปัจจุบัน ไม่ใช่โรคที่ซับซ้อน แต่คือความเสื่อมจากไลฟ์สไตล์—อาการปวดหลังเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม ข้ออักเสบจากการใช้งานหนัก สิ่งเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและความเครียดสะสม การเข้าร่วมแคมเปญ Journey of Longevity จึงเป็นมากกว่าการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะการแพทย์ยุคใหม่ต้องทำงานควบคู่กับการป้องกัน เราเชื่อว่าการเดินทางใกล้กรุง การใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เป็นเสมือน ‘Wellness Prescription’ สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ให้ได้ Rest & Recharge เพื่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ”

โรงพยาบาลมอบส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อที่พัก หรือ กิจกรรมในแคมเปญ มอบส่วนลด 75 % จำนวน 1,500 สิทธ์   โปรแกรมที่เข้าร่วม 1) กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) 2) ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)  และ 3) Bone density ตรวจมวลกระดูก  

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่เห็นข่าวประชาสัมพันธ์แคมเปญ ผ่านช่องทางสื่อ มอบส่วนลด 50 % จำนวน 1,500 สิทธ์โปรแกรมที่เข้าร่วม 1)กายภาพ (ตรวจ moti ก่อน) 2) ตรวจ moti physio (ตรวจสมดุลมัดกล้ามเนื้อด้วยระบบ AI)  และ 3) Bone density ตรวจมวลกระดูก  

เกริกพงศ์ งาทวีสุข General Manager and Founder of Ascend Travel กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มจองที่พัก แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพฤติกรรมการเดินทางเชิงคุณภาพ ภายใต้แคมเปญ Journey of Longevity เราเห็นโอกาสในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการพักผ่อนระยะสั้น ได้ตัดสินใจออกเดินทางง่ายขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม Ascend Travel มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดภาคกลาง เป้าหมายของเราคือทำให้การเดินทางใกล้กรุงเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ทั้งในมิติของเวลา งบประมาณ และประสบการณ์ที่ได้รับ เพราะการท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่พักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ มอบสิทธิประโยชน์ Cash Back 20% สำหรับทุกการจองที่พักขั้นต่ำ 1,500 บาทผ่านแพลตฟอร์ม ในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการใน 7 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว จองที่พัก คลิก ! https://www.ascendtravel.com/

บริษัท ทรู ลีสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถเช่าหลากหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในธุรกิจและเดินทางท่องเที่ยว  มุ่งมั่นที่จะเสนอประสบการณ์เดินทางที่แตกต่าง มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Journey of Longevity ซึ่งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืนในภาคกลาง เราเข้าใจว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการ ‘Rest & Recharge’ ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น จึงมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการรถเช่าขับเอง และบริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ เพื่อรองรับการเดินทางครอบคลุมทางสู่ 7  จังหวัดเมืองน่าเที่ยว  ทรู ลีสซิ่งยินดีมอบส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับบริการรถเช่าขับเอง กรอกโปรโมชั่น CODE SD152026 จองที่ https://trueleasing.co.th/th/selfdrive บริการรถมินิโค้ช Mercedes-Benz Sprinter พร้อมพนักงานขับรถมืออาชีพ  กรอกโปรโมชั่น CODE MN152026 จองที่ https://trueleasing.co.th/th/minicoach

นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า เรามองว่าการเดินทางใกล้กรุงในครั้งนี้เป็นมากกว่าทริปพักผ่อน แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจ การมีประกันที่เหมาะสมกับช่วงเวลาเดินทางช่วยลดความกังวล เพิ่มความคล่องตัว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น gettgo จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกการเดินทางมีความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งเพื่อนร่วมทางที่ช่วยเปลี่ยนความตั้งใจอยากพักผ่อน ให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง ด้วยโซลูชันประกันภัยที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า เพื่อให้ทุกคนสามารถออกไป ‘เติมพลังชีวิตและสุขภาพ’ ได้อย่างมั่นใจในทุกกิโลเมตรและเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวสะดวกและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น gettgo มอบส่วนลด 20% สำหรับประกันรถยนต์ระยะสั้น 30, 90 และ 180 วัน จากวิริยะประกันภัย เพียงใช้โค้ด GGTAT20  สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดภาคกลาง ซื้อประกันภัยออนไลน์ คลิก https://s.gettgo.com/prtatlongivity

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลและโปรโมชันท่องเที่ยว ได้ที่ https://journeyoflongevity.com/

คุณแหน: 10 เมษายน 2569

คุณแหน: 10 เมษายน 2569

คุณแหน: 10 เมษายน 2569

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

๐๐อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เนื่องในประเพณีสงกรานต์ 2569 ณ บริเวณวิหารหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ โดยมี พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์..

๐๐ วิรัตน์ รักษ์พันธ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมคณะ เดินทางไปศึกษาประวัติศาสตร์เมืองนครศรี ฯ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช โดยมี ภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผอ. สำนักศิลปกรที่ 12 ให้การต้อนรับ..

๐๐ มิตรสหายยินดีกับ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ที่เป็นผู้ทำคุณประโยชณ์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569..

๐๐บมจ.เวชธานี โดย ชาคริต ศึกษากิจ ซีอีโอ เป็นตัวแทนมอบเงิน 20 ล้านบาท ให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย เพื่อเป็นเงินตั้งต้นสำหรับ “เงินทุน นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ พ.ศ. 2569” โดยมี เตช บุนนาค เป็นผู้รับมอบ..

๐๐สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ นำโดย ภก.เสกสรรค์ วิรุฬห์ศรี นายกสมาคมฯ พร้อม ภก.วัชระ เปล่งสุรีย์, ดร.ภก. พิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์ และอาจารย์ พี่ๆผู้ใหญ่ใจดี จัดเลี้ยงยินดีกับน้องเภสัชเชียงใหม่ รหัส 6310 รุ่น 57 ที่สำเร็จการศึกษาในปีนี้ และต้อนรับเข้าสู่สมาคมศิษย์เก่า..

๐๐ ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาค จาก สุนันท์ ศรีภิรมย์ เพื่อสมทบทุนโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..

๐๐ ดร.ชาย รังสิยากูล ผอ. ศูนย์บริหารจัดการเมืองเพื่อความยั่งยืน มช. ให้การต้อนรับ มารีย์ โอภาสเสถียร พร้อมคณะ Digital CEO#9 กว่า 40 คนที่มาศึกษาดูงานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยี ของ ม.เชียงใหม่เมืองอัจฉริยะ งานนี้ ภิญญู กำเนิดหล่ม, อนุกูล เย็นใจ, จิตติมา ใสบริสุทธิ์, ดร.อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์, ดร.ศศมน มันทะเล, นพ.อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์, รัฐปัญญา เขียววงศ์พระจันท์, วันชนะ อุดมวงค์ยนต์, วิบูรณ์ อยู่ปัญญา, เจตพันธุ์ ตรีบำเพ็ญ, อรณิชา ศรีชัยธำรง ไม่พลาด..

๐๐ พิเชฐ ลิขิตขจร ได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ ม.ขอนแก่น โดยมี ศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า ให้การต้อนรับ..

๐๐ กองทุน ดร.ถนอม อังคณะวัฒนา มอบเงินบริจาคเพื่อผู้ป่วยยากไร้ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ..

๐๐ยามนี้ ภาณุพงศ์ ธนธรรมสิริ กำลังขึ้นล่อง กทม. ภูเก็ต ด้วยเพิ่งเปิดร้าน The Woods Yao Noi ค่าเฟ่ลับบนหาดยาว เกาะยาวน้อย ด้วยวิวพาโนรามาระดับโลกของหมู่เกาะที่เป็นเอกลักษณ์ รอยต่อความงามระหว่าง กระบี่ และ พังงา พร้อมหาดทรายตัดกับน้ำทะเลสีมรกตโอบล้อมด้วยความเขียวขจีของแมกไม้ The Woods Yao Noi จึงเป็นมุมพักผ่อนพิเศษของคนที่ต้องการความสงบ..

ทรูปลูกปัญญา ร่วมขับเคลื่อน “วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก 2569”

ทรูปลูกปัญญา ร่วมขับเคลื่อน “วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก 2569”

ทรูปลูกปัญญา ร่วมขับเคลื่อน “วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก 2569”

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.59 น.

เนื่องในวันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก ประจำปี 2569 กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มูลนิธิออทิสติกไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมแห่งความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่าง เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่บุคคลออทิสติกและครอบครัว ภายใต้แนวคิด “A World for All Life” ที่เชื่อมโยง Eco Spectrum และ Wellness โดยมีเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้คน ครอบครัว และสังคมเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย ต่อยอดความร่วมมือตลอด 15 ปีแห่งระหว่างทรูและมูลนิธิออทิสติกไทย ที่ทั้งสององค์กรได้ร่วมสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนา “ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลเพื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว” หรือ Autism Digital Learning Center สู่ต้นแบบการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ เสริมทักษะชีวิต และต่อยอดสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ งานวันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–12 เมษายน 2569 ณ Nextopia ชั้น 5 สยามพารากอน เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของสังคมในวงกว้างอย่างแท้จริง

ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก สนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและมอบโล่แก่หน่วยงานที่สนับสนุนงานด้านบุคคลออทิสติกในประเทศไทย ประจำปี 2569 ร่วมด้วย ชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และ ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะผู้บริหารสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมแสดงพลังความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือการได้รับเกียรติจาก โอปอล- สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ร่วมเป็นพลังเสียงแห่งความหวังในฐานะตัวแทนประเทศไทยบนเวทีมิสเวิลด์ ส่งต่อสารแห่งความเข้าใจ ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง ไปยังบุคคลออทิสติกและครอบครัวทั่วประเทศ ณ Nextopia ชั้น 5 สยามพารากอน

สนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสวันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก รัฐบาลและกระทรวงฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างโอกาส และ การยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะบุคคลออทิสติก เน้นการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ การฝึกทักษะอาชีพ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต เรามุ่งหวังที่จะเปลี่ยนคำว่า ‘กลุ่มเปราะบาง’ ให้กลายเป็นพลังสำคัญของสังคม โดยนำเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมดิจิทัลมาลดช่องว่างการเรียนรู้ เพื่อให้บุคคลออทิสติกสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม”

ชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) และประธานมูลนิธิออทิสติกไทย  กล่าวว่า “ขณะนี้สถิติบุคคลออทิสติกในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ใน 100 คนของเด็กไทย และที่สำคัญผู้ปกครองจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงระบบการคัดกรองภาวะออทิสซึ่ม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพบุตรหลานตัวเองได้  มูลนิธิฯ จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย นำเทคโนโลยี เข้ามาเป็นเครื่องมือตั้งแต่การคัดกรองในเบื้องต้น  การพัฒนาสื่อ และเทคโนโลยี AI มาช่วยในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ผ่าน Autism Digital Learning Center  ผลจากการนำร่องใน 5 ศูนย์ ฯ เราพบว่า เทคโนโลยี และกระบวนการของผู้สอน มีส่วนช่วยในการพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกได้อย่างก้าวกระโดด ยกระดับคุณภาพชีวิตที่เป็นรูปธรรม ทำให้มูลนิธิฯ ตั้งเป้าหมายที่จะขยายศูนย์เรียนรู้ฯ เพิ่มใน 40 แห่งทั่วประเทศ และขอเชิญชวนทุกภาคีเครือข่ายมาร่วมสนับสนุนสมทบทุนในการขยายศูนย์เรียนรู้ดังกล่าวผ่านแอปทรูมันนี่  โดยความร่วมมือไตรภาคีในครั้งนี้ ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการผสานพลังระหว่าง นโยบายรัฐ , องค์กรผู้เชี่ยวชาญ และ นวัตกรรมจากภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้และการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนให้กับบุคคลออทิสติกในประเทศไทยต่อไป”

ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือกับมูลนิธิออทิสติกไทย ทรูยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นพลังสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกอย่างยั่งยืน โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ อาทิ Autistic Application ระบบ STS และการจัดตั้ง Autism Digital Learning Center เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงสื่อดิจิทัลและอุปกรณ์ที่ทันสมัย การส่งเสริมทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ ผ่านศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการทำงานบุคคลออทิสติก CP-True Autistic Thai Foundation Vocational Training Center และหลักสูตรที่ตอบโจทย์ศักยภาพรายบุคคล เช่น หลักสูตรบาริสต้าร่วมกับ True Coffee รวมถึงการสนับสนุนการจ้างงานตามมาตรา 33 และ 35 ตลอดจนการรณรงค์สร้างความรับรู้ เพื่อผลักดันให้สังคมเปิดใจ ยอมรับ และเห็นคุณค่าของศักยภาพบุคคลออทิสติกอย่างแท้จริง”

ตลอดระยะเวลาความร่วมมือที่ผ่านมา มูลนิธิออทิสติกไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดตั้ง Autism Digital Learning Center นำร่องแล้วรวม 5 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ราชบุรี และระยอง เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ออกแบบอย่างเข้าใจความแตกต่างของพัฒนาการรายบุคคล ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ ทักษะชีวิต ทักษะดิจิทัล และการเตรียมความพร้อมสู่การมีอาชีพในอนาคต พร้อมกันนี้ ศูนย์ดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการร่วมพัฒนาโซลูชันและนวัตกรรมเพื่อบุคคลออทิสติกอย่างต่อเนื่อง อาทิ “ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ” ที่ได้พัฒนาร่วมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ศูนย์นวัตกรรมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เพื่อเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว หลักสูตรการเรียนรู้การเข้าสังคมผ่านเทคโนโลยี VR, Commu Plus Application, ระบบ AI for Assessment System, สื่อการเรียนรู้ True Click Life เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ตลอดจน Workbox System Digital ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทาง www.autisticthai.net นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดองค์ความรู้สู่ Autism Digital Learning Corner เพื่อส่งมอบแก่ห้องเรียนการศึกษาพิเศษกว่า 131 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด ช่วยให้บุคคลออทิสติกและครอบครัวกว่า 27,000 คนทั่วประเทศ เข้าถึงสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าเทียม และสอดรับกับศักยภาพของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง

สำหรับการจัดงาน วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “A World for All Life” ที่เชื่อมโยง Eco Spectrum Wellness เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมเรียนรู้และทำความเข้าใจบุคคลออทิสติกผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ โซน Autism Digital Learning Center ที่นำเสนอหลักสูตรดิจิทัลและประสบการณ์ใช้งานเทคโนโลยี VR และ AI เพื่อยกระดับศักยภาพของบุคคลออทิสติกและครอบครัว พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสมทบทุนผ่านแอป TrueMoney เพื่อขยายศูนย์เรียนรู้เพิ่มอีก 40 แห่งทั่วประเทศ ภายในงานยังมี บูธทรูคอฟฟี่ เมนูพิเศษจากแรงบันดาลใจของบาริสต้าบุคคลออทิสติก และ Merchandise Collection Donate Back จากศิลปิน Artstory by Autistic Thai รวมถึงกิจกรรมศิลปะและเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ร่วมกันในสังคมที่เปิดกว้าง

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ หากคือการวางรากฐานของระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเท่าเทียม เพื่อให้บุคคลออทิสติกและครอบครัวเข้าถึงโอกาสในการพัฒนา เติบโต และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในสังคมที่พร้อมยอมรับความแตกต่างอย่างแท้จริง

พม. จัดงาน ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว’ ประจำปี 2569

พม. จัดงาน ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว’ ประจำปี 2569

พม. จัดงาน ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว’ ประจำปี 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.16 น.

8 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง” โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวรายงาน  พร้อมมอบรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 แก่ นายสุทธิชัย หยุ่น, รางวัลครอบครัวร่มเย็นด้านผู้มีชื่อเสียงประจำปี 2569 แก่ครอบครัวกิจเจริญ และ รางวัลจังหวัดต้นแบบการขยายผลโรงเรียนผู้สูงอายุครบทุกตำบล (1 ตำบล 1 โรงเรียนผู้สูงอายุ) แก่จังหวัดนครราชสีมา, หนองบัวลำภู และ พะเยา  นอกจากนี้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลบุคคล องค์กร เครือข่ายดีเด่นด้านการส่งเสริม และสนับสนุนการขับเคลื่อนงานเครือข่ายด้านผู้สูงอายุ ประจำปี 2569 จำนวน 50 รางวัล, รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและการมีรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ประจำปี 2569 จำนวน 50 รางวัล, รางวัลบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จำนวน 70 รางวัล, รางวัลศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนที่มีผลงานดีเด่นในการส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว จำนวน 63 รางวัล และรางวัลครอบครัวร่มเย็น จำนวน 74 รางวัล ทั้งนี้ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสถาบันครอบครัว อันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม และสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ด้วยการพัฒนาคนในชาติให้มีเหตุมีผล มีความรับผิดชอบต่อตนเองครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เคารพสิทธิและเสรีภาพผู้อื่น ตลอดจนสร้างสภาพสังคมและชุมชนให้รองรับสังคมสูงวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุ และประชากร ทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) ดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีมีคุณค่าและเป็นพลังสำคัญของประเทศ เนื่องในโอกาส “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” และ “วันแห่งครอบครัว” ตนขอเชิญชวนให้ทุกครอบครัวหันกลับมาให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุและร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจ เปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญาและหล่อหลอมบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งความรักและความอบอุ่น เพราะเมื่อเราก้ม กราบ ด้วยหัวใจ และกอดกันด้วยความจริงใจ เราจะสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวไทย อันจะนำไปสู่สังคมที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณ กระทรวง พม.  และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญนี้ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน ซึ่งล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

นายนิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้สูงอายุ ซึ่งเปรียบเสมือนคลังปัญญาอันทรงคุณค่า เป็นผู้สั่งสมประสบการณ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของครอบครัวและชุมชน รวมทั้ง “สถาบันครอบครัว” ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การหล่อหลอมคุณภาพคน และการสร้างความรักความอบอุ่นที่เข้มแข็งให้แก่สมาชิกทุกช่วงวัย ภายใต้บริบทของสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว จึงเป็นกลไกสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ รัฐบาลจึงมุ่งส่งเสริมสวัสดิการและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อครอบครัว และผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย การมีงานทำที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมทางสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณค่า และเป็นพลังสำคัญของประเทศ โดยการจัดงานในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด “ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง” กล่าวคือ “ก้ม” และ “กราบ” เป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญู ความเคารพ และการตระหนักถึงคุณค่าของผู้ที่หล่อหลอมชีวิตเรา และ “กอด” คือ การแสดงออกถึงความรัก ความอบอุ่น และความใส่ใจ ที่เชื่อมโยงคนต่างวัยเข้าหากัน เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเข้มแข็งทำให้สังคมตระหนักถึงการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้สูงอายุ พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นำไปสู่สังคมที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

นายนิกร กล่าวต่อไปว่า ในปี 2569 กระทรวง พม. ได้บูรณาการการจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว” ประกอบด้วยกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1) การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้สูงอายุและครอบครัว จำนวนทั้งสิ้น 312 รางวัล และ 2) การจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิต โดยความร่วมมือขององค์กรภาคีเครือข่ายด้านผู้สูงอายุและครอบครัว