เรียบหรูสุดทรงพลัง วีนา ปวีนา เจิดจรัสบนพรมแดง Cannes 2026

เรียบหรูสุดทรงพลัง วีนา ปวีนา เจิดจรัสบนพรมแดง Cannes 2026

เรียบหรูสุดทรงพลัง วีนา ปวีนา เจิดจรัสบนพรมแดง Cannes 2026

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.27 น.

กลายเป็นจุดสนใจของช่างภาพทั่วโลก สำหรับ วีนา-ปวีนา สิงห์ทักวาล รองอันดับ 1 Miss Universe Thailand 2025 ที่ล่าสุดปรากฏตัวในลุคแรกสำหรับการร่วมเดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Cannes Film Festival 2026) ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการกลับมาเยือนพรมแดงแห่งนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันของเธอ

งานนี้ วีนามาในชุดเดรสยาวผ่าสูงสีดำที่ปักประดับด้วยอัญมณีสีเขียวเอมเมอรัลด์และอย่างละเอียดประณีตทั้งตัว เสริมความสง่าด้วยสไตล์ Halter Neck และผ้าคลุมไหล่ซีทรูยาวลากพื้น เพิ่มกลิ่นอายความลึกลับและเลอค่า ในปีนี้เธอมาในฐานะตัวแทนของ Manish Vaid แบรนด์ห้องเสื้อชื่อดังจากดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งดึงเอาเสน่ห์ความคมเข้มแบบเอเชียของวีนาออกมาได้อย่างลงตัว

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เดินหน้าส่งต่อโอกาสทางการศึกษาปีที่ 19

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เดินหน้าส่งต่อโอกาสทางการศึกษาปีที่ 19

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เดินหน้าส่งต่อโอกาสทางการศึกษาปีที่ 19

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพันธกิจยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรากฐานทางการศึกษาที่มั่นคง จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงานประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19   เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวพนักงาน สะท้อนเจตนารมณ์ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภายใต้แนวคิด “โอกาส ความเท่าเทียม และความยั่งยืน”

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2550 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดขององค์กร โดยโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 19 ปี มอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 800 ทุน   

ในปี 2569 นี้ วิศรุต พูลวรลักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรพนักงานรวมทั้งสิ้น 52 ทุน โดยครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับปริญญาตรี ณ ห้อง M Passion ชั้น 14 อาคารอเวนิว เมเจอร์       ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

วิศรุต กล่าวว่า เราเชื่อมั่นเสมอว่า การศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สวัสดิการพนักงาน แต่คือการลงทุนในศักยภาพของเยาวชนที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต  

 การดำเนินโครงการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องร่วม 2 ทศวรรษ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการดูแลพนักงานในทุกมิติ ไม่เพียงแต่ในแง่ของการทำงาน แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัวพนักงานด้วย

บริษัทฯ เชื่อว่าเมื่อพนักงานมีความมั่นคงและมีความสุขในชีวิตครอบครัว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ชุมทางฯเวทีลุก แพรวา พัชรี นำทีมโชว์แซ่บ 4เยาวชนเสียงดีประชันไมค์“เพลงเดียวรู้ผล”เดือดสนั่นจอ

ชุมทางฯเวทีลุก แพรวา พัชรี นำทีมโชว์แซ่บ 4เยาวชนเสียงดีประชันไมค์“เพลงเดียวรู้ผล”เดือดสนั่นจอ

ชุมทางฯเวทีลุก แพรวา พัชรี นำทีมโชว์แซ่บ 4เยาวชนเสียงดีประชันไมค์“เพลงเดียวรู้ผล”เดือดสนั่นจอ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แฟนลูกทุ่งเตรียมรีโมตให้พร้อม เพราะสัปดาห์นี้ “ชุมทางดาวทอง” จัดหนักความสนุกแบบไม่ให้พักหายใจ ขนทั้งเสียงหัวเราะ ความมันส์ และพลังเสียงมาเสิร์ฟกันถึงหน้าจอ ชนิดที่ดูไปโยกไปแบบไม่รู้ตัว!เปิดเวทีคอนเสิร์ต วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 ด้วยความม่วนคูณสิบจากสาวอารมณ์ดีตัวตึงสายเอนเตอร์เทน “แพรวา พัชรี” ที่งานนี้ไม่ได้มาแค่ร้องเพลง แต่ขนทั้งความฮา มุกเด็ด และพลังเอ็นเตอร์เทนมาเต็มแม็กซ์ ชนิดที่แฟนรายการหัวเราะจนแก้มค้าง!

เพิ่มดีกรีความสนุกต่อด้วย “ไก่ มนตรา” ศิลปินเสียงดีที่ขึ้นเวทีเมื่อไร คนดูต้องโยกตามทุกที ก่อนส่งไม้ต่อให้ “แหม่ม พิมานรัมย์” ที่เตรียมชุดเพลงแดนซ์ลูกทุ่งสุดโจ๊ะมาเขย่าเวทีแบบไม่มียั้ง งานนี้บอกเลยว่าใครนั่งนิ่งได้ถือว่าใจแข็งมาก!

 วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เปลี่ยนโหมดเวทีชุมทางฯสู่การแข่งขันประชันไมค์ในซีซั่น “ชุมทางดาวทองเพื่อเยาวชน” ที่สัปดาห์นี้มาในธีม “เพลงเดียวรู้ผล” พบตัวแทนจาก 4 จังหวัด ที่ต่างงัดลูกคอ อินเนอร์ และพลังเสียงมาฟาดกันแบบไม่มีถอย เพื่อคว้าคะแนนจากกรรมการและตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป

เริ่มที่ “หลิน-กรกช ปงผางนิมิต” จาก จ.ลำพูน กับเพลง “ตะวันลับฟ้า” ที่มาโชว์เสียงหวานสะกดเวที ต่อด้วย “ฟองดู-ธนวัฒน์ โอปิน” จาก จ.สุราษฎร์ธานี ที่ขอจัดเต็มกับเพลง “หนุ่มนารอนาง” ด้าน “ต้นกล้า-ศิรพิชญ์ ระโหฐาน” จาก จ.สุพรรณบุรี ขอปล่อยพลังเสียงในเพลง “เสรีขอพร” และปิดท้ายด้วย “พัด-สุภัทร เพ็งรำ” จาก จ.กำแพงเพชร กับเพลง “อดีตรักวังบัวบาน” ที่พกอินเนอร์มาเต็มเกินร้อย บอกเลยว่างานนี้ไม่มีคำว่าอ่อนโยน เพราะแต่ละคนต่างใส่งัดไม้เด็ดกันสุดพลัง ทั้งลูกคอ น้ำเสียง และอารมณ์เพลง จนกรรมการมีอาการหนักใจกันแน่นอน!

ติดตามความสนุกในสไตล์บทเพลงลูกทุ่งไปกับรายการ “ชุมทางดาวทอง” ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 21 และวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลาใหม่ 13.10 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 7HD กด 35 หรือ สามารถดูย้อนหลังได้ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/

 เตือนแล้วนะ! สัปดาห์นี้ทั้งฮา ทั้งม่วน ทั้งเดือด ดูจบอาจเผลอลุกขึ้นเต้นกลางบ้านไม่รู้ตัว!

‘ป้าแจ๋ว–หนุ่ม–โบว์–ตูน’ นำทีมช่อง 3 กวาด 6 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

‘ป้าแจ๋ว–หนุ่ม–โบว์–ตูน’ นำทีมช่อง 3 กวาด 6 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

‘ป้าแจ๋ว–หนุ่ม–โบว์–ตูน’ นำทีมช่อง 3 กวาด 6 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

ช่อง 3 ยกทัพนักแสดง โบว์ เมลดา, ภณ ณวัสน์, กองทัพ พีค, พาย รินรดา พร้อมด้วย ป้าแจ๋ว ยุทธนา ผู้จัดและผู้กำกับละคร รวมถึง ไก่ ภาษิต, ตูน ปรินดา ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 ตบเท้าเข้าร่วมงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมี “อาร์ม – วิบูลย์ ลีรัตนขจร” หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจโทรทัศน์ บมจ. บีอีซี เวิลด์ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย งานนี้ช่อง 3 ประกาศความสำเร็จบนเวทีนาฏราชด้วยการคว้าไปถึง 6 รางวัล

เปิดความปังกับละครพีเรียดคุณภาพ “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” ที่สร้างเสียงหัวเราะและครองใจแฟนละครทั่วประเทศ กวาด 3 รางวัลใหญ่ เริ่มต้นด้วย “ป้าแจ๋ว – ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” คว้า รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม” ขณะที่นางเอกสาว “โบว์ – เมลดา สุศรี” ได้รับ “รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม” ฟากประเภทรางวัลองค์ประกอบละครยอดเยี่ยม ละคร คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ ได้คว้า “รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม” โดยฝีมือสร้างสรรค์ของ “สุรัตน์ จงดา และ กิจจา ลาโพธิ์” ตอกย้ำความยืนหนึ่งในงานโปรดักชั่นสไตล์พีเรียดของช่อง 3 ได้เป็นอย่างดี!

ฝั่งละครดราม่าสุดเข้มข้น “สายรักสายเลือด” ส่งนักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าบทบาท “อ่ำ – อัมรินทร์ นิติพน” คว้า “รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม” จากการตีบทแตกกระจุยและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง สำหรับรางวัลด้านข่าวและด้านรายการโทรทัศน์ ช่อง 3 ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นที่หนึ่ง โดย “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” สามารถคว้า “รางวัลพิธีกรยอดเยี่ยม” มาครองได้อีกหนึ่งปี ด้านข่าวไม่น้อยหน้า “ตูน – ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ” ผู้ประกาศคนเก่งจากรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” คว้า “รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิงยอดเยี่ยม” ไปครองได้สำเร็จ

ขอขอบคุณสำหรับ 6 รางวัลจากงานนาฏราชครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับเหล่านักแสดงและทีมงานเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทั้งนี้ช่อง 3 จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลงานออกสู่สายตาชาวไทย และพร้อมขับเคลื่อนยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป

คอนเสิร์ต SONG RIDER 2 จัดเต็มทุกโมเมนต์ความสุข อัดแน่นเพลงฮิต เสิร์ฟความสนุกสุดประทับใจ

คอนเสิร์ต SONG RIDER 2 จัดเต็มทุกโมเมนต์ความสุข  อัดแน่นเพลงฮิต เสิร์ฟความสนุกสุดประทับใจ

คอนเสิร์ต SONG RIDER 2 จัดเต็มทุกโมเมนต์ความสุข อัดแน่นเพลงฮิต เสิร์ฟความสนุกสุดประทับใจ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

สร้างความประทับใจแบบเกินความคาดหมาย สำหรับ “คอนเสิร์ต SONG RIDER 2” ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรายการค้นหานักแต่งเพลงสุดฮิต “SONG RIDER 2” สู่เวทีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ที่รวบรวมบทเพลงคุณภาพจากรายการ พร้อมขนทัพศิลปินและแขกรับเชิญมากมาย มาร่วมส่งมอบความสุข ความสนุก และโมเมนต์สุดพิเศษให้กับแฟนเพลงแบบใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักภายใน BIG HALL WORKPOINT ที่อบอวลไปด้วยเสียงเชียร์และรอยยิ้มตลอดทั้งงาน

นำทีมความสนุกโดย 2 โปรดิวเซอร์อารมณ์ดี “เบิ้ล ปทุมราช” และ “แจ๊ส JSPKK” พร้อมด้วยเหล่าศิลปินจากรายการ ได้แก่ “ไรอัล กาจบัณฑิต, แบงค์ ศรราม, ป๊ายปาย โอริโอ้, เม้ก อภิสิทธิ์, อ้ายแมน ภิสิทธิ์พงษ์, เซียนหรั่ง, บอล เชิญยิ้ม และ ตั๊ก บริบูรณ์” รวมถึงพิธีกรสายฮา “อุล ภาคภูมิ” และแขกรับเชิญสุดพิเศษ “นุ๊ก ธนดล” และ “ม่อน วรวิทย์” ที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีอย่างเต็มอิ่ม

ทันทีที่เปิดการแสดงเสียงกรี๊ดต้อนรับจากแฟน ๆ ก็ดังสนั่นทั่วฮอลล์ เปิดเวทีด้วยบทเพลงที่สุดแห่งความประทับใจที่ยังอยู่ในหัวใจของทุกคนเพลง “ดวงใจ” จาก เบิ้ล ปทุมราช, แจ๊ส JSPKK และ แบงค์ ศรราม ที่ร่วมกันถ่ายทอดออกมาอย่างอบอุ่น ก่อนส่งต่อเวทีให้ “แบงค์ ศรราม” กับบทเพลงแชมป์ “ชายตัวร้าย” และ “เจ้าข้าเอ๋ย” ที่สะกดผู้ชมด้วยน้ำเสียงสุดไพเราะ จากนั้น “เม้ก อภิสิทธิ์” ขึ้นเวทีพร้อมเพลง “ฆ่าอ้าย” ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ต่อด้วย “ม่อน วรวิทย์” ที่มาพร้อมความสดใสในเพลง “แก้วปิ้งไก่” สร้างรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ทั้งฮอลล์ ขณะที่ “อ้ายแมน ภิสิทธิ์พงษ์” ก็เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นด้วยบทเพลง “ปลายฟ้า” และ “คนในใจแม่นอ้ายบ่”

ด้าน “ป๊ายปาย โอริโอ้” ก็เสิร์ฟความละมุนผ่านเพลง Impossible My Love” และ “BYS (By Your Side)” ท่ามกลางทะเลดาวจากแฟนคลับ ก่อนสร้างโมเมนต์สุดฟินด้วยการชวน “นุ๊ก ธนดล” ขึ้นเวทีมาร่วมร้องเพลง “ฉันยังรักเธอ” สร้างเสียงกรี๊ดกระหึ่มทั่วฮอลล์ ความสนุกยังต่อเนื่องเมื่อพิธีกร “อุล ภาคภูมิ” ชวนเหล่าศิลปินมาร่วมเล่นละครจากเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา สู่เซอร์ไพรส์บนเวทีที่ไม่มีใครคาดคิด ที่เรียกทั้งเสียงหัวเราะและเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ทั้งฮอลล์ ก่อนส่งต่อความหวานจาก “ไรอัล กาจบัณฑิต” กับเพลง “กลางดาว” และเพลงใหม่ “ซ้อนท้ายพี่ไหม” ที่บิดมอไซค์เข้าคอนเสิร์ตเรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างล้นหลาม

และอีกหนึ่งช่วงสุดประทับใจคือการปรากฏตัวของ “น้องธิษณ์ และแม่อ้อย” นักแต่งเพลงผู้เข้าแข่งขันที่สร้างความซาบซึ้งในรายการ กับบทเพลง “สายฝนที่เหน็บหนาว” ที่ถ่ายทอดออกมาจากหัวใจ จนทำเอาผู้ชมทั้งฮอลล์ร่วมซาบซึ้งไปตาม ๆ กัน จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่ช่วงแห่งความมันกับ “เซียนหรั่ง” ในเพลง “ฮันโล่ แคนยูเปิดใจ” ต่อด้วยความสนุกแบบสุดเหวี่ยงจาก “ตั๊ก บริบูรณ์” และ “บอล เชิญยิ้ม” กับเพลง “ก็มาดิคร้าบ PARTY” ก่อนจะต่อเนื่องด้วย “แจ๊ส JSPKK” และลูกสาวน้องแตงไทยพาทุกคนแดนซ์กันต่อในเพลง “โดนเส้น”

ช่วงท้ายเวทีถูกส่งต่อให้ “เบิ้ล ปทุมราช” กับบทเพลง “I AM SORRY อ้ายขอโทษ” ก่อนที่เหล่าศิลปินทั้งหมดจะกลับขึ้นเวทีร่วมกันในเมดเลย์สุดพิเศษ และปิดท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจด้วยเพลง Masterpiece” เพื่อขอบคุณแฟนเพลงและแฟนรายการทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน “SONG RIDER 2” มาโดยตลอด นับเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งความสุขที่อัดแน่นไปด้วยเสียงเพลง รอยยิ้ม และโมเมนต์สุดประทับใจ ตอกย้ำความสำเร็จของ “SONG RIDER 2” ที่ไม่เพียงเป็นเวทีเฟ้นหานักแต่งเพลงคุณภาพ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์บทเพลงดี ๆ และส่งต่อความสุขให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศอย่างแท้จริง

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมฉลอง Pride Month สุดยิ่งใหญ่

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมฉลอง Pride Month สุดยิ่งใหญ่

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมฉลอง Pride Month สุดยิ่งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.46 น.

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ คนดัง ร่วมส่งพลังสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมอย่างคึกคัก ในงาน “The Celebration: Right to Love 2026” มหกรรมเฉลิมฉลอง Pride Month ระดับโลก ที่กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระดับนานาชาติ ร่วมจัดขึ้นตลอดเดือนมิถุนายน ณ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม เพื่อร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็น Global Pride Destination และสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Bangkok WorldPride 2030

ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน พบกับกิจกรรมที่แสดงจุดยืนในการสนับสนุน Diversity, Equality & Inclusion ผ่านโชว์พิเศษ มินิคอนเสิร์ต นิทรรศการ และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ โดยสยามพิวรรธน์ ได้รับเกียรติจาก Bangkok Pride ใช้พื้นที่จัดงาน ไม่ว่าจะเป็น  Bangkok Pride Forum, Bangkok Pride Awards, การแสดงจาก Drag Bangkok และ นิทรรศการ Road to Bangkok World Pride ร่วมด้วย กิจกกรรมจากแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ภายในศูนย์, คอลเล็กชั่นพิเศษรับ Pride Month รวมถึงกิจกรรมจาก T-POP Artists และศิลปินขวัญใจคนรุ่นใหม่จากหลากหลายสังกัดที่เตรียมสร้างสีสันให้กับพื้นที่ใจกลางเมือง และในวันที่ 31 พ.ค. 69 จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนพาเรดแสดงการสนับสนุน ความหลากหลาย พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ สู่ Bangkok World Pride 2030

โดยในงานแถลงข่าว นักแสดงจาก TIA51 ได้แก่ ภพ – ปองภพ สำราญชัยกรโชค – ดิถีโชค วงษ์บัณฑิตเจริญ และ เปา – พิชิตชัย ลิมปคุปตถาวร และ บุ๊คธีรชยา พิมพ์กิติเดช Miss Tiffany 2026 และ โชว์จาก Tiffany Show Pattaya ร่วมด้วย ตัวแทนจาก Drag Bangkok ไม่ว่าจะเป็น Foiegras ผู้ชนะจาก Thailand’s Drag Star 2025, Scarlett McQueen, Peppae และ Gigi Ferocious ตัวแทนผู้เข้าประกวด Thailand’s Drag Star 2026, Pan Dah ผู้ชนะจากการแข่งขัน Drag Arena Thailand และ Cherilyn ตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขัน Drag Arena Asia 2026 ที่ไต้หวัน พร้อมด้วยศิลปินจาก Ultimate Troop และ WYNN Entertainment ร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมเซอร์ไพรส์จาก ไซน่อน โลเรสกา อินฟลูเอเซอร์ชาวฟิลิปปินส์ชื่อดัง ที่เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลาย

#SiamParagonPride2026 #SiamCenterPride2026 #SiamDiscoveryPride2026 #ICONSIAMUnityofPride

เปิดฉากคานส์ แบมแบม อาเล็ก เดนิส นำทีม คำสารภาพของหมอผี เริ่มภารกิจภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก

เปิดฉากคานส์ แบมแบม อาเล็ก เดนิส นำทีม คำสารภาพของหมอผี เริ่มภารกิจภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก

เปิดฉากคานส์ แบมแบม อาเล็ก เดนิส นำทีม คำสารภาพของหมอผี เริ่มภารกิจภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.27 น.

M STUDIO เริ่มต้นภารกิจสำคัญบนเวทีภาพยนตร์ระดับโลกอย่างเป็นทางการ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2026 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส นำทีมโดย BamBam หรือ “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” พร้อมด้วย “อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ” และ “เดนิส เจลีลชา คัปปุน” รวมถึงคุณ สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO และ ต้น ณฐนนท์ ชลลัมพี ผู้กำกับภาพยนตร์ “คำสารภาพของหมอผี” เพื่อเริ่มต้นโปรโมตภาพยนตร์ไทยต่อสายตาสื่อและอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก

บรรยากาศวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยทีมงานและนักแสดงได้เข้าร่วมการพูดคุยอย่างเป็นทางการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ก่อนเดินทางเข้าสู่พิธีเปิด ไทยแลนด์ พาวิลเลียน ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อและผู้ร่วมงานต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

หลังพิธีเปิด นักแสดงนำทั้ง “แบมแบม–อาเล็ก–เดนิส” ยังได้เผยความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการนำภาพยนตร์ไทยมาปรากฏตัวบนเวทีระดับโลกน รวมถึงความตั้งใจในการผลักดันภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

แบมแบม เปิดใจว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ไทยบนเวทีระดับโลกอย่างเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ สำหรับผม นี่ไม่ใช่แค่การเดินทางของหนังเรื่องหนึ่ง แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยที่อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพและเสน่ห์ของภาพยนตร์ไทยมากขึ้นครับ”

ด้าน อาเล็ก ธีรเดช เผยความรู้สึกว่า

“ตื่นเต้นมากครับ เพราะนี่เป็นครั้งแรกๆ ที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกแบบใกล้ชิด การได้เห็นคนจากหลากหลายประเทศมารวมตัวกันเพราะรักภาพยนตร์เหมือนกัน เป็นอะไรที่พิเศษมาก และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ‘คำสารภาพของหมอผี’ ในการนำภาพยนตร์ไทยออกมาสู่สายตาชาวโลกครับ”

ขณะที่ เดนิส เจลีลชา เล่าถึงการมาคานส์ครั้งนี้ว่า “พอมาถึงคานส์จริงๆ รู้สึกทั้งตื่นเต้นและภูมิใจมากค่ะ เพราะนี่คือเวทีที่คนทำหนังทั่วโลกใฝ่ฝัน การที่ภาพยนตร์ไทยและทีมของเราได้มีโอกาสมาอยู่ตรงนี้ เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่อยากเก็บไว้ในความทรงจำ และหวังว่าผู้ชมต่างชาติจะเปิดใจให้กับภาพยนตร์ไทยมากขึ้นค่ะ”

ด้าน คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO เผยว่า “สำหรับ M STUDIO เราเชื่อมั่นในศักยภาพของภาพยนตร์ไทยมาโดยตลอด และตั้งใจผลักดันภาพยนตร์ไทยให้เติบโตไปสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง การได้พาทีม ‘คำสารภาพของหมอผี’ มาร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การนำเสนอภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แต่คือการแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ไทยมีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ และสามารถก้าวไปอยู่บนเวทีระดับนานาชาติได้อย่างเข้มแข็ง เราหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์ไทยในอนาคต”

“คำสารภาพของหมอผี” ถือเป็นภาพยนตร์ไทยที่ถูกจับตามองในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของทีมผู้สร้างและนักแสดง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ภาพยนตร์ไทยจะได้ออกไปพบผู้ชมจากทั่วโลกอย่างแท้จริง ก่อนเตรียมเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

อบจ.มหาสารคาม ส่งครูดูงาน ‘ดรุณาราชบุรี’ ต้นแบบโรงเรียนอนาคต ปั้นเด็กคิดวิเคราะห์ สร้างนวัตกรรมได้จริง

อบจ.มหาสารคาม ส่งครูดูงาน ‘ดรุณาราชบุรี’ ต้นแบบโรงเรียนอนาคต ปั้นเด็กคิดวิเคราะห์ สร้างนวัตกรรมได้จริง

อบจ.มหาสารคาม ส่งครูดูงาน ‘ดรุณาราชบุรี’ ต้นแบบโรงเรียนอนาคต ปั้นเด็กคิดวิเคราะห์ สร้างนวัตกรรมได้จริง

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.01 น.

19 พฤษภาคม 2569 ที่โรงเรียนกรุณาราชบุรี สถานศึกษาในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มหาสารคาม ได้เข้ามาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning และการพัฒนาผู้เรียนสู่การสร้างนวัตกรรมด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps

โดย นายพลพัฒน์ จรัสเสถียร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)มหาสารคาม กล่าวว่า โรงเรียนในสังกัด อบจ.มหาสารคาม มีอยู่ 21 โรง  ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียน กว่า 4,500 คน เด็กส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เป็นเด็กด้อยโอกาส มีครูประมาณ 400 กว่าคน แต่โรงเรียนก็มีปัญหาขาดครูสอนภาษาอังกฤษ แต่ไม่สามารถรับเพิ่มได้ เพราะครูเกินอัตรานักเรียน จึงต้องแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีโดยเราจัดห้องสมาร์ทคาสรูมเพื่อช่วยให้การเรียนการสอนทั่วถึง ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่เท่านั้นยังไม่พอ ตนอยากให้เด็กคิดเป็น มีทักษะการวางแผนที่ไม่ใช่การท่องจำผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนที่เป็น Active  Learning เพราะเมื่อเด็กรู้จักคิดวิเคราะห์แยกแยะเป็น ต่อไปเมื่อไปเรียนที่ไหนก็จะอยู่ได้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กในสังกัด อบจ.มหาสารคาม

“ผมสนใจการเรียนการสอนแบบ Active Learning มานานแล้ว อยากให้เด็กสังกัด อบจ.มหาสารคาม ได้เรียนรู้แบบ Active  Learning วันนี้พาครูมาศึกษาดูงานก็อยากให้ครูนำไปพัฒนาการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ ซึ่งไม่มีโอกาสไปเรียนพิเศษเหมือนเด็กในเมือง เราจึงใช้เทคโนโลยีใส่ในสิ่งที่เค้าขาดลงไปให้ โดยไม่ต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มขึ้น ผมไม่ได้คาดหวังว่าเด็กจะต้องไปสอบแข่งขันหรือว่าต้องสอบติดหมอ แต่ขอให้เด็กมีภูมิต้านทานเพียงพอที่จะใช้ชีวิตแล้วทำงานในท้องถิ่นได้อย่างมีความสุขก็เพียงพอแล้ว”นายก อบจ.มหาสารคามกล่าว

บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณาราชบุรี กล่าวว่า โรงเรียนยินดีช่วยเผยแพร่เรื่องของการเรียนรู้แบบActive Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพราะเราเห็นผลจากที่เด็กสามารถคิดเป็นระบบได้ ซึ่งความคิดชั้นสูงจะเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ พัฒนาเด็ก เพราะเราเห็นว่าในสามปีที่เราใช้ Active Learning สามารถพัฒนาเด็กได้จริง อย่างไรก็ตามก่อนจะไปพัฒนาเด็กได้ เราต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูมีความคิด มีความเชี่ยวชาญจนสามารถมองได้ว่า บนเนื้อหาวิชาต่าง ๆ จะมาจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร เมื่อครูสามารถจัดได้ความเป็น Active Learning ก็จะออกมา ทำให้เด็กมีความสุขและผลสัมฤทธิ์ก็จะดี เพราะฉะนั้นในความคิดของพ่อคือ Active Learning ทำให้เด็กปฏิบัติได้ เด็กก็สนุกกับการเรียนและมีความสุข

“เวลาที่ทำการเรียนการสอนกลไกสำคัญ คือ ผู้บริหารจะให้นโยบายได้  แต่ผู้บริหารต้องรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร แต่คนที่ลงมือปฏิบัติจริง ๆ คือ ครู เพราะฉะนั้นครูต้องการกำลังใจ ต้องการการสนับสนุน ต้องการการช่วยเหลือ ซึ่งผู้บริหารจะต้องมีให้ครู เพื่อครูจะได้มีพลังที่จะทำงาน เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นกลไกสำคัญ เครื่องมือใดที่สามารถช่วยให้ครูพัฒนาได้ ผู้บริหารต้องส่งเสริม เมื่อครูมีกำลังใจในการทำงาน ผลลัพธ์จะออกมาที่ตัวเด็ก ครูก็มีความสุข เด็กก็มีความสุขและสามารถไปต่อได้  เป็นการสร้างความภูมิใจให้ครู เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถพัฒนาเด็กให้สามารถคิดกระบวนการคิดชั้นสูงได้เขาก็สามารถต่อยอดได้ ถึงแม้ว่าจะจบจากโรงเรียนไปแล้ว ก็สามารถไปต่อยอดได้ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps ซึ่งเป็นความยั่งยืนกับตัวเด็ก”บาทหลวง ผศ.ดร.อภิสิทธิ์ กล่าว

คุณพ่ออภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า คนส่วนใหญ่จะมองการสร้างนวัตกรรมของเด็กในแบบผู้ใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้ววัยของเด็กจะเป็นเรื่องของจินตนาการตามวัย โรงเรียนจึงให้ความสำคัญกับการสอนให้เด็กคิดอย่างเป็นระบบตั้งแต่อนุบาล คิดจากง่าย ๆ ไปสู่ยาก จากที่ไม่สลับซับซ้อนไปสู่สลับซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเด็กจะมีความสุขกับการเรียน เพราะได้เรียนและได้ปฏิบัติไปพร้อมกัน ได้ลงมือทำ ไม่ใช่ฟังอย่างเดียว และเมื่อสร้างฐานได้แล้วเราก็จะสามารถขยับสร้างนวัตกรรมได้  ส่วนเรื่องความเชื่อมโยงระหว่าง AI กับ Active Learning ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ คือ GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการคิด เวลาเด็กต้องทำนวัตกรรมจะต้องคิดรวบรวมข้อมูล หาแหล่งข้อมูลซึ่งมาจากกระบวนการ เพราะฉะนั้นถ้าเด็กคิดเป็น ก็จะสั่งการออกมาได้ คือ คิดว่าจะทำอะไร ก็ย้อนกลับมาเอาผลลัพธ์เป็นตัวตั้ง ถ้าต้องการแบบนี้จะต้องมีอะไรบ้าง ทำให้กระบวนการคิดเกิดขึ้นทันที  เช่นเดียวกันเวลาทำ AI  ต้องให้เราเขียน prompt ซึ่งการเขียนจะต้องรู้จักคิดว่าจะให้ AI ทำอะไร วิธีนี้ก็เป็นการเชื่อมโยงกันโดยธรรมชาติ ฉะนั้นถ้าเรามีกระบวนการคิดก็จะสามารถสั่งได้ตามที่เราต้องการ ไม่ใช่ AI เป็นนายเราแต่เราเป็นนาย AI ซึ่งโรงเรียนดรุณาราชบุรีวาดภาพว่า เราเป็นครีเอเตอร์ เราเป็นคนสร้างให้เด็กคิดจนเกิดเป็นผลงานนวัตกรรมมากมาย โดยปลูกฝังเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมลงไปด้วย เช่น เด็กคิดจะทำรถให้ครูที่เป็นสโตรก โดยมีโจทย์ว่า ครูสามารถมาสอนได้เพียงแค่เดินไม่สะดวก แสดงว่าพื้นฐานเด็กต้องมีจริยธรรมที่มองเห็นว่า การกระทำไหนเป็นการช่วยเหลือสังคม ซึ่งถ้าสังคมมีคนแบบนี้เยอะ ๆ สังคมก็จะมีความสุข 

ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว.กล่าวว่า โลกยุคใหม่ทำให้ “ความรู้มีวันหมดอายุ” และ AI สามารถประมวลผลข้อมูลได้เหนือกว่ามนุษย์ การศึกษาที่เน้นท่องจำเพื่อสอบจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป พร้อมเตือนว่า วิกฤตสำคัญของไทยไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือ “ความล้าสมัยของกระบวนการเรียนรู้” ที่ทำให้ประเทศขาดนวัตกรและติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง

“การอบรมครั้งนี้เน้นการใช้ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือพัฒนากระบวนการคิดเชิงระบบ สร้าง Metacognition หรือ “การคิดถึงกระบวนการคิดของตนเอง” เพื่อให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ระยะยาว สามารถต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมได้จริงและโรงเรียนดรุณาราชบุรี ถือเป็นโมเดลความสำเร็จระดับประเทศ หลังนำ GPAS 5 Steps มาประยุกต์ใช้จนสามารถพัฒนานักเรียนสู่ “นวัตกรรุ่นเยาว์” ที่มีผลงานเป็นรูปธรรม โดย พว. ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงด้านวิชาการมายาวนานกว่า 25 ปี” ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า ตนยังเชื่อมั่นว่า การปฏิรูปจาก “ล่างขึ้นบน” ที่เริ่มจากห้องเรียน จะเริ่มเห็นผลชัดภายใน 1-3 ปี โดยปีแรกจะเกิด “ครูนวัตกร” ปีที่สองเกิด “นวัตกรรมผู้เรียน” และปีที่สามจะสะท้อนผ่านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและทัศนคติของเด็กที่เปลี่ยนจาก “ผู้รอรับ” เป็น “ผู้สร้าง” พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประเทศแห่งนวัตกร” อย่างยั่งยืนในอนาคต

กองทุนสื่อ จัดปัจฉิมนิเทศ ‘Young จะเล่า’ ปั้นนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ สื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

กองทุนสื่อ จัดปัจฉิมนิเทศ ‘Young จะเล่า’ ปั้นนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ สื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

กองทุนสื่อ จัดปัจฉิมนิเทศ ‘Young จะเล่า’ ปั้นนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ สื่อสารอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานปัจฉิมนิเทศกิจกรรม “Young จะเล่า” พร้อมมอบประกาศนียบัตรเยาวชนผู้ผ่านการอบรมในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “มัคคุเทศก์น้อยแห่งสยาม” จำนวน 60 คน ซึ่งเป็นเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่การเป็นนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ ถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทยผ่านสื่ออย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กิจกรรม ‘Young จะเล่า’ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่การเป็น ‘มัคคุเทศก์น้อยแห่งสยาม’ ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือทำจริง เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และค้นพบศักยภาพของตนเอง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การเป็นนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ในอนาคต งานปัจฉิมนิเทศครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการมอบประกาศนียบัตร แต่ยังเป็นเวทีสะท้อนผลลัพธ์ของโครงการที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของเยาวชน ทั้งด้านทักษะการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจในรากฐานทางวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศ โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมทั้งสิ้น 196 คน และผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 60 คน จากเดิมที่กำหนดไว้ 50 คน เพื่อเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดหลักสูตร โดยเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ด้านการผลิตเนื้อหาและสร้างสรรค์คอนเทนต์ 2. ด้านองค์ความรู้พิพิธภัณฑ์ และ 3.ด้านการเป็นมัคคุเทศก์มืออาชีพ โดยมี นายศิลา พีรวัฒฑึก “พ่อมดติ๊กต๊อก” นักสร้างคอนเทนต์ชื่อดัง, นายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, นายเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนฯ และคณาจารย์จากคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

นอกจากการอบรมในห้องเรียน เยาวชนยังได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในบทบาท “มัคคุเทศก์น้อย” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รวมระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ตรงและความมั่นใจในการสื่อสารกับผู้เข้าชมโดยมอบประกาศนียบัตรแก่เยาวชนทั้ง 60 คน พร้อมมอบโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่ผู้ที่มีผลงานคลิปวิดีโอโดดเด่น 3 รางวัล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสะท้อนศักยภาพของเยาวชนในการเป็นทั้ง “ผู้รู้เท่าทันสื่อ” และ “ผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์” ที่สามารถนำองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมไทยมาสื่อสารสู่สาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอในหัวข้อ “มัคคุเทศก์น้อยอาสา พาทัวร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” ผลงานที่มียอดรับชมสูงสุด 3 อันดับ ได้รับโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลจากกองทุนฯ ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ : น.ส.ณิชา ไทยยิ่ง , รองชนะเลิศอันดับ 1: น.ส.ศรุตา คอยเอื้อชาติ และรองชนะเลิศอันดับ 2 น.ส.พนิตนันท์ จำเนียรเจริญกุล

ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาสื่อฯยังคงมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะรอบด้าน สอดคล้องกับบริบทสังคมในอนาคต โดยเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และการสื่อสาร ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตและการใช้สื่ออย่างเหมาะสม ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ เพื่อยกระดับศักยภาพเยาวชนสู่การเป็นนักสื่อสารและผู้ผลิตสื่อคุณภาพ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประเทศ

​ศธ.ปักหมุดอุบลฯ ชู 3 แนวทาง ‘เข้าถึง-คุณภาพ-มีส่วนร่วม’ ยกระดับการศึกษาพิเศษทั่วไทย

​ศธ.ปักหมุดอุบลฯ ชู 3 แนวทาง ‘เข้าถึง-คุณภาพ-มีส่วนร่วม’ ยกระดับการศึกษาพิเศษทั่วไทย

​ศธ.ปักหมุดอุบลฯ ชู 3 แนวทาง ‘เข้าถึง-คุณภาพ-มีส่วนร่วม’ ยกระดับการศึกษาพิเศษทั่วไทย

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นตรวจเยี่ยมศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 10 จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีบทบาทในลักษณะศูนย์บริการช่วยเหลือระยะเเรกเริ่ม และเตรียมความพร้อมของคนพิการ 7 ประเภท เพื่อเข้าสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนเรียนร่วม โรงเรียนเฉพาะความพิการ ศูนย์เรียนเฉพาะความพิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีนักเรียน 1,088 คน แบบไป-กลับ และแบบอยู่ประจำ 7 ครอบครัว มีครู บุคลากร และพี่เลี้ยง รวม 204 คน ทั้งยังดูแลเด็กในหน่วยบริการนอกศูนย์ฯ ในเขต 1-5 รวม 27 หน่วย และเด็กที่รับบริการที่บ้าน ซึ่งมีความพิการรุนแรง ไม่สามารถเดินทางมารับบริการที่ศูนย์ฯได้อีกด้วย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาที่นี่ เพื่อต้องการมาฟังเสียงของคนในพื้นที่ และพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้การศึกษา หรือการเรียนฟรีเกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ภายใต้แนวทางการทำงานใน 3 เรื่อง คือ 1.การเข้าถึง เด็กทุกคนต้องได้รับการเข้าถึงบริการที่เป็นธรรม ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ส่วนเรื่องที่ 2.คุณภาพ การสนับสนุนครู เครื่องมือเครื่องใช้ รวมไปถึง แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล IEP (Individualized Education Program) ให้การเรียนรู้ตอบโจทย์เด็กแต่ละคนอย่างแท้จริง ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมาทำความเข้าใจร่วมกันต่อไป และ 3.การมีส่วนร่วม โดยพยายามที่จะบูรณากาารการทำงานให้เกิดประโยชน์กับการศึกษาและการเรียนรู้สูงสุด เพื่อสร้างการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง