สทบ. คิกออฟ ‘กองทุนชุมชนเมือง’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

สทบ. คิกออฟ ‘กองทุนชุมชนเมือง’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

สทบ. คิกออฟ ‘กองทุนชุมชนเมือง’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) รุกหนักขับเคลื่อนโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการและการจัดการดำเนินงานกองทุนชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดหลัก “กองทุนพัฒนาเมืองเพื่อชีวิตที่ยั่งยืนของคนกรุงเทพฯ” มุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองผ่านกลไกการกระจายอำนาจให้ชุมชนบริหารจัดการตนเองอย่างแท้จริง

นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)

นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยในงานประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนดำเนินงานกองทุนชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซว่า โครงการนี้ คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของกองทุกหมู่บ้านในบริบทเมืองโดยเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงการปล่อยสินเชื่อ แต่คือการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อประชาสัมพันธ์บทบาท ภารกิจ นโยบายการดำเนินงานกองทุนชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจในวงกว้าง พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน เพื่อสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย

“เราไม่ได้มาเพื่อแค่ให้กู้เงินไปใช้จ่าย แต่เรามาเพื่อ ‘สอนจับปลา’ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับคนกรุงเทพฯ”  ชาญกิจ กล่าว พร้อมระบุว่าตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่แท้จริงของ สทบ. รอบนี้คือ “รายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น” และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นผล

ผ่ากลยุทธ์ 5 ปรัชญา สู่การฟื้นฟูกองทุนที่ซบเซา

โครงการนี้ขับเคลื่อนภายใต้ปรัชญาหลัก 5 ประการ ได้แก่ 1.เสริมสร้างสำนึกความเป็นชุมชนและท้องถิ่น 2.ชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคต และจัดการหมู่บ้านและชุมชนด้วยคุณค่าและภูมิปัญญาของตนเอง 3. เกื้อกูลประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาส เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียม 4.เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกับชุมชน ราชการ เอกชน และประชาสังคม 5.กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และพัฒนาประชาธิปไตยพื้นฐาน

นอกจากการชี้แจงนโยบายแล้ว ภายในงานยังมีการเสวนาเจาะลึกถึงความท้าทายของชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน ทั้งในด้านการเงินและคุณภาพชีวิต โดย สทบ. ได้วางโรดแมปในการฟื้นฟูกองทุนที่เคยซบเซาในพื้นที่ กทม. ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ๆ การสร้างอาชีพเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลก และการจับมือกับพันธมิตรระดับมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เติมเต็มองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและนวัตกรรมอาชีพที่ตอบโจทย์โลกปัจจุบัน

ยกระดับสู่ “สถาบันการเงินชุมชน” สู้ศึกหนี้นอกระบบ

หนึ่งในประเด็นไฮไลท์จากการสัมภาษณ์คือการยกระดับกองทุนหมู่บ้านในกรุงเทพฯ ให้เป็น “สถาบันการเงินชุมชน” ที่มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นเกราะป้องกันและทางออกให้กับประชาชนที่เผชิญกับปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็น Pain Point ใหญ่ของคนเมืองในปัจจุบัน นอกจากนี้ เพื่อให้เท่าทันการสื่อสารในยุคดิจิทัล สทบ. ยังได้เปิดตัวช่องทางการสื่อสารใหม่ผ่าน Line OA: @LoveBangkok เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารและรับฟังความคิดเห็นจากคนกรุงเทพฯ โดยตรง

“คนกรุงเทพฯ มีความท้าทายที่ต่างจากต่างจังหวัด เราจึงต้องระดมสมองและฟังเสียงจริงจากพื้นที่ เพื่อให้เม็ดเงินและนโยบายลงไปถึงมือสมาชิกอย่างโปร่งใสและถูกจุดที่สุดผมเชื่อมั่นว่ากองทุนพัฒนาเมืองนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายชาญกิจ กล่าวทิ้งท้าย

สทบ. มั่นใจว่าการพลิกโฉมกองทุนพัฒนาเมืองในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของหน่วยงานในฐานะที่พึ่งพิงหลักด้านเศรษฐกิจฐานรากของคนเมืองอย่างยั่งยืน

LEGO จุดประกายไอเดีย เปลี่ยนตัวต่อให้เป็นมากกว่า ‘ของเล่น’ เชื่อมทุกเจนเนอเรชัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

LEGO จุดประกายไอเดีย เปลี่ยนตัวต่อให้เป็นมากกว่า ‘ของเล่น’  เชื่อมทุกเจนเนอเรชัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

LEGO จุดประกายไอเดีย เปลี่ยนตัวต่อให้เป็นมากกว่า ‘ของเล่น’ เชื่อมทุกเจนเนอเรชัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.09 น.

ในโลกที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้น “การเล่น” อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนเผลอมองข้าม แต่สำหรับ LEGO แล้ว การเล่นไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่าง หากคือ “ภาษาสากล (Universal Language)” ที่สามารถสื่อสารผ่านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และสร้างประสบการณ์ร่วมที่มีความหมาย พร้อมเชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าด้วยกัน วันนี้ LEGO กำลังนิยามคำว่า “การเล่น” ใหม่ ที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคโมเดิร์นอย่างแท้จริง

จากภาพจำเดิมๆ ของการเล่นอาจเคยถูกจำกัดไว้แค่ในโลกของเด็ก แต่ในปัจจุบัน การเล่นได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน หรือแม้แต่ “Kidult” (Kid + Adult) หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ยังคงหลงใหลในความสนุกแบบเด็กๆ ซึ่งความสนุกของการเล่นได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการแสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ได้เติบโตอีกครั้ง ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพักใจ ช่วยให้เราได้ละสายตาจากสมาร์ทโฟน แล้วกลับมาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างช่วงเวลาคุณภาพผ่านการแชร์จินตนาการ การเรียนรู้และเรื่องราวต่างๆ ร่วมกัน ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัยในครอบครัว สร้างประสบการณ์ที่สนุกและมีความหมายได้อีกด้วย

หัวใจสำคัญของ LEGO คือการสร้างแรงบันดาลใจผ่าน “การเล่น” ตัวต่อที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เหตุผลที่ LEGO ยังคงครองใจคนทั่วโลกและยืนหนึ่งในใจนักต่อเลโก้มากว่า 94 ปี (ก่อตั้งปี ค.ศ. 1932) คือ การ Collaboration ร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก ตั้งแต่ภาพยนตร์ระดับตำนาน งานดีไซน์ แฟชั่น กีฬา ไปจนถึงป๊อปคัลเจอร์ โดยนำสิ่งที่ทุกคนหลงใหลมาเปลี่ยนให้เป็นโมเมนต์ที่สามารถสะสมและจับต้องได้ อย่างการจับมือกับ Formula 1® ปั้นคอลเลกชัน LEGO® F1® ที่เปลี่ยนโลกแห่งความเร็วจากสนามแข่งสู่ตัวต่อที่สมจริง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา และยังคงต่อยอดความร่วมมือในปีนี้ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบรถแข่ง F1® ได้สัมผัสประสบการณ์ความเร็วระดับโลกกับคอลเลคชันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าการที่แบรนด์อย่าง LEGO เข้าไปอยู่ในทุกอณูของวัฒนธรรมร่วมสมัย เมื่อมีการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ จะเกิดปรากฏการณ์ที่เหล่าบรรดานักสะสมและแฟนเลโก้ทุกเพศทุกวัยทั่วโลก ต่างตื่นเต้นและเฝ้ารอที่จะได้เป็นเจ้าของแทบทุกคอลเลกชันที่วางขายเลยก็ว่าได้

หรือแม้กระทั่งคอลเลกชันล่าสุดที่กำลังเป็นกระแส ทั้งในแฟนๆ ชาวไทยและทั่วโลกเพื่อต้อนรับเทศกาลฟุตบอลโลก กับ LEGO® FIFA World Cup™ ที่จะพาทุกคนไปใกล้ชิดกับเหล่าบรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี, คริสเตียโน โรนัลโด, คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ในรูปแบบตัวต่อ คอลเลกชันนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่สื่อถึงสปิริตของฟุตบอลโลก ไม่ว่าคอบอลตัวยงหรือนักสะสมที่มีแพชชั่นด้านกีฬา คอลเลกชันนี้คือสิ่งที่ต้องมีไว้ครอบครอง เพื่อเตือนความจำถึงเกมส์ฟุตบอลประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ทั้งในอดีตและปัจจุบันในรูปแบบที่สร้างสรรค์กว่าใคร

แฟนๆ ชาวไทยที่กำลังมองหาคอลเลกชันในดวงใจ อย่าลืมแวะไปที่ LEGO® Certified Store ชั้น 3  สยามพารากอน ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคนอีกครั้งในโฉมใหม่ที่สวยและให้แรงบันดาลได้มากกว่าเดิม มอบประสบการณ์การชอปปิงที่ยกระดับ ดื่มด่ำไปกับการเล่นที่ชื่นชอบ และมีความอินเทอร์แอคทีฟมากยิ่งขึ้น พร้อมตื่นตาตื่นใจกับผนังตัวต่อกว่า 155,918 ชิ้น ที่ถ่ายทอดภาพของ วัดพระแก้ว (พระบรมมหาราชวัง) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสัญลักษณ์แห่งมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

มาร่วมสัมผัสโลกแห่งจินตนาการที่เป็นมากกว่าการเล่น แต่คือไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชันได้แล้ววันนี้ LEGO® Certified Store ชั้น 3 สยามพารากอน หรือผ่านทางออนไลน์ได้ที่ https://www.bricksthailand.com/

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/BricksThailand

ลำไย ไหทองคำ ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล กัปตันช้าง โผล่คอมเมนต์ทันที

ลำไย ไหทองคำ ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล กัปตันช้าง โผล่คอมเมนต์ทันที

ลำไย ไหทองคำ ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล กัปตันช้าง โผล่คอมเมนต์ทันที

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.

19 พฤษภาคม 2569 นักร้องลูกทุ่งสาวสุดฮอต “ลำใย ไหทองคำ” ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ หลังออกมาโพสต์ภาพเซ็ตเที่ยวทะเลสุดแซ่บผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยลุคสุดเซ็กซี่ในชุดบิกินี่สีดำ อวดหุ่นเป๊ะ เอวบาง หน้าท้องแบนราบ ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลและท้องฟ้าครึ้มๆ แต่ดีกรีความฮอตของเจ้าตัวกลับแย่งซีนธรรมชาติไปแบบเต็มๆ

งานนี้แฟนคลับแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันถล่มทลาย จนยอดไลก์พุ่งทะลุแสนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง รวมถึงคอมเมนต์จาก “กัปตันช้าง” แฟนหนุ่มที่เข้ามาแซวว่า “โอเชผ่าน” โดยลำไยได้ตอบกลับว่า “ขอรางวัล” งานนี้ทำเอาแฟนๆ แห่ฟินไปตามๆ กัน

ขอบคุณภาพจาก : @lamyailion

ฟิล์ม ทิฟฟานี่ เปิดจดหมายจาก แอนนา เผยชีวิตในเรือนจำสุดลำบาก ความงามเท่านั้นที่ทำให้อิ่มท้อง

ฟิล์ม ทิฟฟานี่ เปิดจดหมายจาก แอนนา เผยชีวิตในเรือนจำสุดลำบาก ความงามเท่านั้นที่ทำให้อิ่มท้อง

ฟิล์ม ทิฟฟานี่ เปิดจดหมายจาก แอนนา เผยชีวิตในเรือนจำสุดลำบาก ความงามเท่านั้นที่ทำให้อิ่มท้อง

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

ฟิล์ม ธัญญรัศม์ จิตประภาจิณ” หรือ ฟิล์ม ทิฟฟานี่ มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2007 เพื่อนสนิทของ “แอนนา วรินทร” ได้โพสต์ภาพจดหมายลายมือที่ส่งตรงมาจากเรือนจำลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “คิดถึงมากนะ วรินทร วัตรสังข์” โดยเนื้อหาในจดหมายลงวันที่ 11 พ.ค. 69 แอนนาได้เล่าถึงความสนิทสนมและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

‘แอนนา’ระบุว่าสภาพอากาศข้างใน “ร้อนเหมือนนรก” ไม่มีพัดลมหรือแอร์ ต้องใช้มือพัดเอาเองตลอดเวลา และถ้าฝนตกน้ำก็จะสาดเข้ามาในพื้นที่นั่งพัก แม้จะลำบากเรื่องอาหารการกิน แต่แอนนายังคงเอกลักษณ์ความรักสวยรักงาม โดยฝากข้อความถึงฟิล์มว่า “พี่อดกินข้าวได้ แต่พี่อดทากันแดด แต่งหน้าไม่ได้” และขอสนับสนุนเรื่องเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ‘แอนนา’ยังเล่าว่าในแดนที่เธออยู่มีกลุ่มกะเทยรวมกันนับร้อยคน และทิ้งท้ายเชิงตัดพ้อปนอารมณ์ขันว่า “ความงามเท่านั้นที่จะทำให้เราอิ่มท้อง ไม่สวยก็เหนื่อย”

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปแฟนๆที่ติดตามแอนนาต่างเข้ามาคอมเมนต์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หลายคนบอกว่าอ่านจดหมายแล้ว “ได้ยินเสียงนางลอยออกมา” และคิดถึงคอนเทนต์ความบันเทิงของเธอแฟนคลับบางส่วนเข้ามาส่งกำลังใจให้แอนนาอดทนและผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และมีชาวเน็ตหลายคนอดขำไม่ได้กับความพยายามรักษาความสวยแม้ในยามลำบาก ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นของเธอเสมอมา ปัจจุบัน แอนนา วรินทร ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจากคดีฉ้อโกงประชาชนกรณี “กล่องสุ่ม” ที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 111 ล้านบาท

ต๊อด ปิติ งานเข้า ทัวร์ลงสนั่นหลัง ทราย แฉกลางโหนกระแส ขอความช่วยเหลือแต่ถูกเมิน

ต๊อด ปิติ งานเข้า ทัวร์ลงสนั่นหลัง ทราย แฉกลางโหนกระแส ขอความช่วยเหลือแต่ถูกเมิน

ต๊อด ปิติ งานเข้า ทัวร์ลงสนั่นหลัง ทราย แฉกลางโหนกระแส ขอความช่วยเหลือแต่ถูกเมิน

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.01 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลทันที หลังจากที่ “ทราย” ได้ไปเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” เล่าถึงมรสุมชีวิตและปัญหาภายในครอบครัวที่ทำเอาผู้ชมถึงกับอึ้ง โดยเฉพาะประเด็นที่เธอระบุว่าเคยพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องในตระกูลดัง แต่กลับได้รับความเฉยเมย

เปิดคำใบ้ “พี่ต๊อด-ลุงสันติ” เมินช่วยเหลือน้อง

ในรายการ ทรายเผยว่าเธอตกอยู่ในที่นั่งลำบากจนแทบไม่มีที่อยู่อาศัย ถึงขั้นเคยส่งรูปภาพข้าวของสัมภาระในรถไปให้ “ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” รวมถึงติดต่อ “ลุงสันติ” และญาติคนอื่นๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยเธอยืนยันว่ามีหลักฐานเป็นแชทข้อความทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบ หรือคำแนะนำเพียงให้ไป “ขอโทษแม่” ทั้งที่เธอกำลังเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว

โซเชียลระอุ แห่คอมเมนต์เดือดใน IG

ภายหลังจบรายการ ชาวเน็ตจำนวนมากได้เดินทางไปยังอินสตาแกรมส่วนตัวของ ต๊อด ปิติ (@tp12toddpiti) โดยเฉพาะโพสต์ล่าสุดที่เป็นรูปเด็กไม้พร้อมข้อความว่า “ไอ้เด็กคนนี้มันก็สู้มาตลอด” ซึ่งเดิมทีอาจสื่อความหมายอื่น แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ให้ชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อาทิ:

 “ถ้ารู้แล้ว ทำไมไม่ช่วยไอ้เด็กคนนี้ครับ?”

 “ตระกูลมั่งคั่งมาเป็นร้อยปี ขนาดทรายส่งรูปมาให้ว่าไม่มีที่อาศัย ก็ไม่เคยยื่นมือช่วย”

 “ผิดหวังมาก ครอบครัวควรเป็น Safe Zone อย่างน้อยควรพูดคุยหรือช่วยเหลือกัน”

ไม่เพียงแต่การต่อว่าในเชิงความสัมพันธ์ครอบครัว แต่แรงกระเพื่อมนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ธุรกิจ โดยมีชาวเน็ตบางส่วนประกาศ “เลิกสนับสนุนสินค้า” ในเครือ และตั้งคำถามถึงจริยธรรมของคนในตระกูลต่อปัญหาความเดือดร้อนของสายเลือดเดียวกันปัจุบันทางฝั่งของ “ต๊อด ปิติ” และครอบครัวยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อกรณีที่ถูกพาดพิงในรายการ ซึ่งคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่ามหากาพย์ดราม่าครอบครัวสิงห์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร

บอย พีธ เสิร์ฟแฟนฉ่ำ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

บอย พีธ เสิร์ฟแฟนฉ่ำ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

บอย พีธ เสิร์ฟแฟนฉ่ำ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.07 น.

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีสุดปัง  สําหรับ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026” คอนเสิร์ตใหญ่ของวงดูโอ้ระดับตำนานอย่าง  “บอย-พีธ” (บอย – อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี และ พีธ – พีราวัชร อัศววชิรวิท) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ ฮอลล์ระดับเวิลด์คลาส UOB Live, Emsphere โดย บริษัท มาสเตอร์พีธ แอนด์ โค จำกัด (MASTERPEET & CO Co., Ltd.) ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากผู้ชม และสื่อมวลทั้งหมด ที่พร้อมใจกันยกให้เป็นคอนเสิร์ตคุณภาพที่มอบความสุขให้กับคนดูได้อย่างครบทุกมิติ ทั้งโปรดักชั่นที่ดูเป็นงานศิลปะ แสงคมสวย เสียงร้องสด ดีไซน์โชว์ทุกซีน ทุกเพลง ทุกแขกรับเชิญ ออกมาได้อย่างสวยงาม ครบรส กลมกล่อมลงตัวที่สุด สมกับที่แฟนๆ รอคอยกันมา 23 ปี

งานนี้เรียกได้ว่าทั้ง “บอย” และ “พีธ” ปล่อยของเทหมดหน้าตักจัดเสิร์ฟความสุขให้กับแฟนๆ แบบจุกๆ เซอร์ไพรส์รัวๆ ชนิดที่แค่ลุกไปเข้าข้องน้ำก็ยังพลาดซีนเด็ดกันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่เปิดตัว บอย พีธในลุคสุดคูลกับเซ็ตเพลงที่ทุกคนคิดถึงของพีซเมกเกอร์อย่าง คิดถึง, เป็นของเธอ, อย่าคิดเลย, จนกว่าฟ้าจะมีเวลา, ฉันมีค่าแค่ไหน, ช่างไม่รู้เลย, ไม่เคยถามส่วนเกิน ก่อนจะพักทักทายแฟนเพลงในฮอลล์แล้วเสิร์ฟเพลงเพราะต่อเนื่องแบบฉ่ำๆ เต็มอิ่ม ด้วยเซ็ตเพลงเดี่ยวของบอยที่เปิดตัวจากมินิสเตจลอยฟ้าลงมากลางฮอลล์พร้อมโชว์พลังเสียงสุดบาดใจ และเซ็ตโชว์สุดละมุนของพีธ ต่อด้วยไฮไลท์โชว์สุดพิเศษที่สะกดคนดูได้ทั้งฮอลล์ ด้วยโชว์การร้องเพลง อยู่อย่างเหงาเหงา+รักเค้าไปก่อนดีมั๊ย และระยะสุดท้าย+เจ็บกว่าจาก ด้วยเทคนิค Mash Up ที่ทั้งบอยและพีธต้องใช้สมาธิขั้นสุดในการที่ต้องต่างคนต่างร้องเพลงของตัวเองในเวลาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเทคนิคสุดเทพของการร้องโชว์ที่ยากมากที่ไม่เคยเห็นในคอนเสิร์ตไหนมาก่อน ซึ่งดีไซน์โดย จั๊ก ชวิน ที่นอกจากจะทำหน้าที่มิวสิคไดเรคเตอร์ของคอนเสิร์ตนี้แล้ว ยังเซอร์ไพรส์คนดูด้วยการเปิดตัวโชว์โซโล่กีต้าร์จากแท่นคอนโทรลได้อย่างสุดเท่

ต่อด้วยพาร์ทเซอร์ไพรส์แขกรับเชิญกล่องจุ่มสุดจึ้งที่เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงหัวเราะได้อย่างถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็นสายร้องอย่าง แพท วงเคลียร์ ที่บอยถึงกับยกให้เป็น บอยพีซเมกเกอร์ภาคหญิงเลยทีเดียว / สายแซ่บอย่าง จ๊ะ นงผณี ที่ออกมาสวย สุดเซ็กซี่ พร้อมเรียกเสียงฮาด้วยการชวนบอย-พีธ เต้นร่อนสะโพกกันแบบจัดเต็มไม่เกรงใจเอว / สายหล่ออย่าง นาย ณภัทร ที่ประกาศ Sold Out จนต้องมาร้องเพลงแก้บน / สายฮาอย่าง ป๊อป ปองกูล – โอ๊ต ปราโมทย์ ที่โชว์แปลงเพลงเหงา ออกมาได้ในเวอร์ชั่นสุดเสียว และมอส – มายด์ (มอสมัดจุก) ที่มาสัมภาษณ์งานกันสดๆ บนเวที / สายตำนานตัวพ่อ ปู พงษ์สิทธิ์ ที่ร่วมร้องเพลงเรื่องบนเตียงกับบอย พีธได้อย่างสุดซึ้ง ถึงขนาดบอยให้เพลงนี้เป็นซีนที่จะซาบซึ้งไปตลอดชีวิต ตามมาด้วยพาร์ทเพลงสนุกที่บอยรับจบ โชว์ฟอร์มการเต้นที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แล้วลงไปเต้นยาวต่อเนื่องกับแฟนๆ ทุกโซนในฮอลล์อย่างใกล้ชิดสนุกสนาน ก่อนจะส่งท้ายโชว์ไปกับโมเม้นท์สุดซึ้งกระชากใจ กับเซ็ตเพลงในตำนานของพีซเมกเกอร์ อย่าง สุดท้าย เหงา คิดถึง ที่บอยกับพีธลงมาร้องกลางฮอลล์ ท่ามกลางแฟนๆ ที่พร้อมใจกันร่วมร้องเพลงออกมาได้เสียงดังกระหึ่มสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ จนทำให้บอยถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ในพลังของความรักและความคิดถึงที่แฟนๆ ส่งมาให้แบบเกินต้านขนาดนี้

“PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026 ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตที่นำพาทุกคนย้อนเวลากลับไปเปิดกล่องความทรงจำล้ำค่าร่วมกัน แต่ยังเป็นค่ำคืนที่เติมเต็มหัวใจของทั้งศิลปินและแฟนเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด! ด้วยพลังแห่งความรักความคิดถึง และการให้ที่แท้จริง เพราะรายได้ 50 บาทจากบัตรคอนเสิร์ตทุกใบ ได้ร่วมส่งต่อ ‘ปาฏิหาริย์’ อันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ป่วยทารกแรกเกิดให้คืนสู่อ้อมกอดครอบครัว โดยจะนำไปสมทบทุนกองทุนเพื่อผู้ป่วยทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ติดตามอัพเดททุกโมเม้นท์ของความคิดถึงนี้ได้ทาง https://www.facebook.com/profile.php?id=61580987141087&rdid=V5tEqcf3kTeN3Skh&share_url=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fshare%2F17fszoijtP%2F

#PeacemakerTheRePeaceConcert #BOYPEETConcert #BoyPeetPeacemaker #โตมายังคิดถึง #MASTERPEETandCO

ส่งต่อสะพานบุญยุค 80s-90s คอนเสิร์ต POP ON STAGE มอบราย ให้มูลนิธิ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ

ส่งต่อสะพานบุญยุค 80s-90s คอนเสิร์ต POP ON STAGE  มอบราย ให้มูลนิธิ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ

ส่งต่อสะพานบุญยุค 80s-90s คอนเสิร์ต POP ON STAGE มอบราย ให้มูลนิธิ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

คอนเสิร์ตการกุศล คุณวรชาติ กิติมหาคุณ (ผู้จัดการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด) บริษัท พราว เอเวอรี่ติง จำกัด และ บริษัท แอด ออน บอร์ด จำกัด ผู้จัดคอนเสิร์ตรวมพลคนโลกดนตรี POP ON STAGE 80s -90 พร้อมด้วย กิตติยา วงศ์สกุลเกษม (ผู้บริหารโรงพยาบาลวรรณสิริ), นพ.ศรัณย์ วรรณจำรัส พร้อมคณะ และศิลปิน มอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงาน จำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในสังฆราชูปถัมภ์ โดยมี ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์) เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ “ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน” ต่อไป ณ Phenix Grand Ballroom ชั้น 5 โครงการฟีนิกซ์ ประตูน้ำ

ต้นหอม ปัดซุ่มคบเด็ก 17 ยันไม่เคยพรากผู้เยาว์ เจ็บปวดสุดโดนแซะ ไม่ใช่ดาราตัวท็อป

ต้นหอม ปัดซุ่มคบเด็ก 17 ยันไม่เคยพรากผู้เยาว์ เจ็บปวดสุดโดนแซะ ไม่ใช่ดาราตัวท็อป

ต้นหอม ปัดซุ่มคบเด็ก 17 ยันไม่เคยพรากผู้เยาว์ เจ็บปวดสุดโดนแซะ ไม่ใช่ดาราตัวท็อป

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.36 น.

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวลือสนั่นเกี่ยวกับอักษรย่อของดาราสาวคนดัง แอบซุ่มคบหาเด็กหนุ่มอายุเพียง 17 ปี แถมยังพาไปนอนกกจนคุณแม่ของฝ่ายชายเตรียมดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตพุ่งเป้าและโยงไปที่พิธีกร-ดีเจสาวอารมณ์ดี “ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์” กันอย่างมากมาย

ล่าสุด “ต้นหอม ศกุนตลา” ได้ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดถึงประเด็นดังกล่าว ยืนยันเสียงแข็งว่า ไม่ใช่ตัวเองอย่างแน่นอน! พร้อมเผยติดตลกตามสไตล์ว่า ตอนเห็นข่าวและเลื่อนอ่านคอมเมนต์ที่ใบ้ว่าเป็น “ดีเจสาวท่านหนึ่ง” ภาพของตัวเองก็ลอยขึ้นมาทันที เพราะยอมรับว่าภาพลักษณ์ของตัวเองดูสุ่มเสี่ยงและเข้าข่ายที่สุดในวงการจนคนโยงกันได้ แต่เธอก็ไม่ได้โกรธเคืองคนที่คอมเมนต์แต่อย่างใด ลั่นคำนึงถึงกฎหมายเสมอ “เด็กสุดที่คุยต้องบรรลุนิติภาวะ”

เมื่อถูกจี้ถามถึงเรื่องความสัมพันธ์กับผู้เยาว์ ต้นหอมได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องผิดกฎหมายอย่างการพรากผู้เยาว์และการเป็นมือที่สาม เป็นสิ่งที่เธอระวังและระลึกอยู่เสมอว่าจะไม่ทำเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง

“ถ้า 17 ไม่มีแน่ๆ เพราะว่าเวลาจะทำอะไร เราก็จะคำนึงก่อนว่า เราเป็นดารานะหอม เราจะทำอะไรทะเล่อทะล่าไม่ได้ เรามีหลักฐานออกไปไม่ได้ ฉะนั้นไม่เคยไปเป็นทีมเยือนนะ เป็นทีมเหย้าเธอมาบ้านฉันอย่างเดียว ก็รู้สึกว่าค่อนข้างเซฟตัวเองอยู่” ต้นหอมกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

นอกจากนี้เมื่อนักข่าวถามว่า ที่ผ่านมาเคยคุยกับเด็กสุดอายุเท่าไหร่ เจ้าตัวก็ตอบชัดเจนว่า “บรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น” พร้อมย้ำปิดท้ายขำๆ ว่าถ้าน้องอายุ 17 ปีจริง อายุจะห่างกับเธอถึง 30 ปี ซึ่งถือว่า “ปีลึกเกินไป” ไม่ไหวแน่นอน เจ็บจี๊ดตรงนี้! โดนชาวเน็ตดับมั่น “ไม่ใช่ดาราระดับตัวท็อป”

แม้จะไม่เครียดกับข่าวลือพรากผู้เยาว์เพราะรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่ต้นหอมยอมรับว่ามีคอมเมนต์หนึ่งของชาวเน็ตที่อ่านแล้วรู้สึกเจ็บปวดใจที่สุด โดยเธอเล่าว่า

มีคนเมนต์ถามว่า: “คุณ ตห หรือเปล่า?”

แต่กลับมีอีกเมนต์เข้ามาตอบกลับว่า: “ไม่นะ เขาบอกว่าเป็นดาราระดับตัวท็อป”

งานนี้ทำเอาต้นหอมถึงกับโอดครวญปนฮาว่า “ก็คือไม่ใช่ฉันแหละ เจ็บปวดมากเลยอ่ะค่ะ ก็เจ็บตรงนี้ว่า เฮ้ย มันไม่ใช่ดาราตัวท็อปนะ”

ส่วนกรณีที่มีคนจับผิดว่าเห็นเธอโพสต์ภาพเดินทางไปศาลอาญา จนถูกโยงว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่แม่เด็กอายุ 17 ปีจะฟ้องร้องหรือไม่นั้น ต้นหอมได้เคลียร์ประเด็นนี้ว่า เป็นเรื่องที่เธอถูกนำภาพไปตัดต่ออนาจาร ซึ่งทางอัยการได้สั่งฟ้องผู้กระทำผิด เธอจึงต้องเดินทางไปทำหน้าที่เป็นพยานในฐานะผู้เสียหายเท่านั้น ไม่เกี่ยวโยงกับข่าวลือเด็ก 17 แต่อย่างใด ยอมรับแอบเสียดายตอนแรกขี้เกียจฟ้อง แต่สุดท้ายก็ต้องไปศาลในฐานะพยานอยู่ดี ถ้ารู้แบบนี้ฟ้องเอาเงินตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว

ตัดกระเพาะ ทางลัดของคนขี้เกียจ ทางรอดสุดท้ายเพื่อรักษาชีวิต?

ตัดกระเพาะ ทางลัดของคนขี้เกียจ ทางรอดสุดท้ายเพื่อรักษาชีวิต?

ตัดกระเพาะ ทางลัดของคนขี้เกียจ ทางรอดสุดท้ายเพื่อรักษาชีวิต?

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.43 น.

เมื่อความตั้งใจลดน้ำหนักสู้ความหิวไม่ได้! ทำไมหลายคนพยายามลดน้ำหนักมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยสำเร็จ? เปิดความจริงเรื่อง “โรคอ้วน” พร้อมเจาะลึกการผ่าตัดกระเพาะ ที่หลายคนยังเข้าใจผิด ตัดกระเพาะแล้วมีโอกาสกลับมาอ้วนไหม? ต่อมหิวในร่างกาย ตัดออกได้จริงหรือ? กลุ่มเสี่ยงที่ หมอไม่แนะนำให้ผ่า! รายการ ON THE WAY WITH CHOM พูดคุยกับ “หมออาร์ท-นพ.ดนุพล อาษาพนม” ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้อง ไขข้อข้องใจไปพร้อมกัน

สถานการณ์เรื่องโรคอ้วนในประเทศไทยตอนนี้ถือว่าเยอะไหม ?

นพ.ดนุพล : ข้อมูลปัจจุบันเยอะขึ้นพอสมควรครับ มีการศึกษา เช่น ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สสส. หรือแม้กระทั่งของกรมการแพทย์ พบว่าโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินค่อนข้างเยอะ โรคอ้วนตัดที่ค่า BMI มากกว่า 25 ขึ้นไป หรือภาวะน้ำหนักเกินเป็นค่า BMI ที่อยู่ในช่วง 23-24.9 ค่อนข้างเยอะ พบว่ากลุ่มคนไทยที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน พบได้ประมาณสัก 40-45% ในกลุ่มคนไข้เด็ก เช่นอายุ 6-14 ปี ก็พบว่ามีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน มันจะเพิ่มขึ้นถึงประมาณสัก 14-15% มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากอดีตนะครับ ด้วยความที่วิถีชีวิตมันเปลี่ยนไป หาซื้อของซื้อของกินได้ง่ายขึ้น การไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักค่อย ๆ เยอะมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถพบโรคเบาหวานได้เร็วขึ้น สมัยนี้อายุ 20 ต้น ๆ เราเริ่มพบคนไข้ที่เป็นเบาหวานเพิ่มมากยิ่งขึ้นจากลักษณะการกินที่เปลี่ยนไป เนื่องจากมีภาวะโรคอ้วนนะครับ

วิธีคำนวณ BMI แบบง่าย ๆ จะได้รู้ว่าเข้าข่ายอ้วนหรือเปล่า ?

นพ.ดนุพล : ค่า BMI (Body Mass Index) หรือค่าดัชนีมวลกาย จะเป็นค่าคำนวณ โดยอาศัยน้ำหนักที่วัดเป็นหน่วยกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงที่เป็นหน่วยเมตรแล้วก็ยกกำลัง 2  เช่น ของผม ส่วนสูง 184 ซม. น้ำหนัก 87 กก. BMI ประมาณ 25 หรืออาจจะใช้เส้นรอบวงในการวัดเอว เช่น ถ้าเกิดผู้ชายมีเส้นรอบเอวบริเวณสะดือ มากกว่า 90 ซม. ขึ้นไป หรือผู้หญิงที่มากกว่า 80 ซม. ขึ้นไปถือว่ามีโรคอ้วนลงพุงจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะดื้ออินซูลินตามมา

เปอร์เซ็นต์ Fat สักเท่าไหร่ถึงเข้าข่ายน่าเป็นห่วง ?

นพ. ดนุล : เกือบ ๆ 30 อันนี้น่าเป็นห่วงครับ โดยเฉพาะไขมันที่อยู่ในช่องท้อง หรือ Visceral Fat กลุ่มไขมันพวกนี้จะมีอยู่หลัก ๆ 2 ที่ เช่น ไขมันใต้ผิวหนังของเรา ซึ่งพวกนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ไขมันที่มีปัญหาคือไขมันที่สะสมในช่องท้อง เช่น ที่ตับ พวกนี้มันจะทำให้เกิดการอักเสบและทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินตามมา ซึ่งส่งผลเสียกับร่างกายในระยะยาวครับ

กว่าจะมาถึงมือคุณหมอก็อาจจะผ่านวิธีต่าง ๆ ที่จะลดน้ำหนัก ต้องทำอะไรมาบ้างคุณหมอถึงจะพิจารณา ?

นพ.ดนุพล : หลัก ๆ คนไข้ส่วนใหญ่ก็จะลองมา ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตก่อน เช่น       การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การไปพบแพทย์ประจำตัว อย่างเช่น  คนไข้ที่เป็นโรคอ้วนมีภาวะเบาหวาน เขาจะมีการติดตามการรักษาของคนไข้อยู่แล้วครับ กับคุณหมออายุรกรรมโรคต่อมไร้ท่อในการรักษาโรคเบาหวาน โรคความดัน หรือแม้กระทั่งโรคไขมันพอกตับ   หรือโรคนอนกรนมีภาวะหยุดหายใจระหว่างนอนครับ ก็เกิดจากโรคอ้วนค่อนข้างเยอะ ถ้าเกิดยังไม่ได้ผลก็จะมาปรึกษาศัลยแพทย์ เพื่อผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักครับ

เกณฑ์เข้าข่ายว่าคงต้องช่วยด้วยการผ่าตัด ?

นพ.ดนุพล : สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะมองว่าการผ่าตัดมันเป็นแฟชั่นเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งจุดประสงค์หลักของการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเพื่อทำให้สุขภาพดีขึ้น รักษาโรคประจำตัวที่มาพร้อมกับน้ำหนักที่เยอะได้ ก็คือผลพลอยได้ก็ทำให้เราสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว แต่ก่อนที่จะมาผ่าตัดได้ ต้องมีการปรับพฤติกรรมก่อน การกิน การออกกำลังกายก่อน ค่อยมาผ่าตัด สำหรับเกณฑ์ที่เราจะเอาคนไข้มาผ่าตัด หลัก ๆ จะใช้ค่า BMI กับโรคประจำตัวของคนไข้ มาพิจารณาในการว่าคนไข้คนไหนเหมาะสำหรับการผ่าตัด เกณฑ์ข้อแรกเลยคือค่า BMI ที่มากกว่า 37.5 ขึ้นไป ถึงแม้ไม่มีโรคประจำตัวก็สามารถผ่าตัดได้ เพราะว่าคนไข้กลุ่มนี้คือน้ำหนักตัวเยอะแล้ว กลุ่มที่ 2 คือ BMI น้อยลงหน่อย 32.5 ขึ้นไป ร่วมกับมีโรคประจำตัวแล้ว เช่น เป็นเบาหวานแล้ว เป็นความดันโลหิตสูงแล้ว ไขมันพอกตับแล้ว มีภาวะหยุดหายใจระหว่างนอนแล้ว หรือกลุ่มที่มาหาเรื่องโรคข้อ เช่น มีอาการปวดหลัง ปวดเข่าพวกนี้จากน้ำหนักที่มันรับค่อนข้างเยอะ ถือว่าเป็นข้อบ่งชี้ของการผ่าตัด หรือคนไข้ที่น้ำหนักตัวน้อย เช่น ค่า BMI ที่เกิน 30 แต่เป็นเบาหวานที่รักษาด้วยยาค่อนข้างยาก ทั้งกินยาและฉีดยา ยังควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การผ่าตัดถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการรักษาโรคเบาหวานที่ค่อนข้างยากครับ

มีเคสที่คุณหมอต้องปฏิเสธ ตอนมาขอผ่ากระเพาะ ?

นพ.ดนุพล : มีครับ หลัก ๆ คือจะเป็นกลุ่มคนไข้ที่จิตเวช เป็นโรคซึมเศร้า คืออาการยังเป็นเยอะอยู่ เช่น นั่งปรึกษาดูแล้วซึม ๆ  เวลาคุยกันแล้วถามตอบช้า ๆ ยังอาการยังเป็นเยอะอยู่ เราก็ไม่อยากผ่าตัด ก็เหมือนที่บอกในตอนแรกคือหลังผ่าตัดเรายังควบคุมการกิน การปฏิบัติตัวเยอะพอสมควร คือเขาอาจจะทำไม่ได้นะครับ ก็ยกตัวอย่างเคสที่มาปรึกษาล่าสุดเมื่อไม่นาน ก็คือเป็นมีปัญหาเรื่องจิตเวช แล้วก็ถามประวัติคนไข้เขาก็เหมือนจะบอกได้ไม่ครบ ว่าเขาเป็นไม่ค่อยเยอะ กินยาแล้วอาการดีขึ้นแล้ว แต่เราก็เวลาคุยเรารู้สึกแปลก ๆ คือรู้สึกว่าการตอบสนองเวลาการคุยดูไม่ปกติ ก็เลยต้องไปอาศัยการถามซักประวัติจากญาติ ได้ประวัติจากญาติว่าจากพี่ชายว่าคนไข้ยังมีอาการเยอะอยู่นะ ติดยาแก้ปวดด้วย ยังตระเวนไปขอฉีดยาแก้ปวดตามโรงพยาบาลต่าง ๆ อยู่เกือบทุกสัปดาห์ ก็เลยประเมิน คิดว่าเคสนี้คิดว่าไม่เหมาะกับการผ่าตัด เพราะว่าคิดว่าอาจจะดูแลหลังผ่าตัดได้ไม่ดี เลยแนะนำวิธีอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัดครับ

หลักการของคนที่จะไปผ่ากระเพาะก็คือให้กระเพาะเล็กลง อิ่มเร็ว หรือกินแทบไม่ได้เลย ถูกต้องไหม ?

นพ.ดนุพล : อันนี้คือเป็นหลักการทั่ว ๆ ไปครับ แต่มันจะมีหลักการคือลดความจุของกระเพาะ ทำให้เรากินได้น้อยลง คุมอาหารได้ง่ายขึ้น แล้วอีกอันหนึ่งคือมันจะลดฮอร์โมนกระตุ้นความหิว ทำให้รู้สึกเรากินได้น้อยลง ไม่รู้สึกทรมานกับการหิวข้าว ปัญหาคือคนที่คุมอาหารคือทนไม่ได้กับการหิวข้าว พอหิวปุ๊บตบะแตกก็กลับมากินเยอะเหมือนเดิม การผ่าตัดคือเกิดจากที่เราตัดกระเพาะบางส่วนออกไป กระเพาะที่เราตัดออกไปบางส่วนคือมันสร้างฮอร์โมนกระตุ้นความหิวได้ ทำให้มันลดลงด้วยการผ่าตัดของเรา แล้วก็เอฟเฟกต์บางอย่างอาจจะเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ เช่น มันลดการดูดซึมสารอาหารบางอย่างด้วยครับ สมมุติเรากินอาหารไป 100% เดิมอาจจะดูดซึมได้เกือบหมด 100% ทำให้เรากินแคลอรี่เข้าไปได้เต็มที่เลยนะครับ แต่การผ่าตัดบางอย่างมันลดการดูดซึมสารอาหารลงด้วย เช่น กินไป 100 นึง ดูดซึมกลับได้ 60% ที่เหลือขับถ่ายออกมา มันก็ยิ่งทำให้แคลอรี่ที่เรากินเข้าไป หรือสารอาหารที่กินเข้าไป มันลดลงกว่าเดิม มันก็ลดน้ำหนักได้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

ผ่าไปแล้ว ถ้ากินเยอะกลับมาใหญ่เหมือนเดิม ?

นพ.ดนุพล : ได้ครับ ถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดที่เราตัดออกเลย แต่กระเพาะเรามันมีความยืดหยุ่น เหมือนลูกโป่ง แต่สังเกตว่าลูกโป่ง ถ้าเกิดมันไม่ได้ใส่น้ำเข้าไป มันก็จะดูไม่ใหญ่ ๆ มาก ถึงเราเติมลมเติมน้ำเข้าไป มันจะค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นมาได้ กระเพาะเราก็เหมือนกัน หลังผ่าตัดใหม่ ๆ แน่นอน กินได้น้อยลดน้ำหนักได้ดีแน่นอนในช่วงปี 2 ปีแรกนะครับ แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ 2 ปี 3 ปี ผ่านไป ถ้าเกิดเรากลับมากินเยอะเหมือนเดิม กินเยอะขึ้นเรื่อย ๆ กระเพาะขยายตัวขึ้น ทำให้เรากินได้ดีขึ้น   ได้เยอะขึ้น น้ำหนักมีโอกาสกลับขึ้นมาใหม่ได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าตัดแล้วจะคุมน้ำหนักได้ตลอดชีวิต มันจะมีช่วงหนึ่งที่มันลดได้ดี ได้เยอะ

ผ่าตัดเสร็จใหม่ ๆ ทานอาหารไม่ได้เลย ?

นพ.ดนุพล : กินได้น้อยลงครับ คือช่วงแรกนะ 1-2 เดือนแรก กินโดยส่วนใหญ่จะกินได้ประมาณสัก   3-5 คำ แต่เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ก็จะกินได้ดีขึ้นนะครับ เช่น 5 เดือน 6 เดือน ผ่านไป ก็อาจกินได้ประมาณสัก 5-10 คำเล็ก ๆ ประมาณช้อนกาแฟ หลังปีหนึ่งก็อาจจะได้ประมาณสัก 10 คำขึ้นไปได้ มันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา

เอฟเฟกต์จากการผ่าตัดกระเพาะ ?

นพ.ดนุพล : มีได้ครับ ช่วงแรก ๆ มักจะจุกและอึดอัดแน่นท้อง ถ้าเกิดเรากินผิดวิธี คือเรากินเหมือนเดิมเลย เรากินคำใหญ่ เราไม่ค่อยเคี้ยว เรากลืนไว ๆ เรากินเยอะไป มันจะจุกแน่นท้องเยอะ  ทำให้เราซึ่งมีอาการพวกนี้ได้นะครับ แต่ถ้าเกิดเรากินได้ถูกวิธี ก็คือวิธีการทานอาหารหลังตัดกระเพาะ คือเราต้องกินคำเล็กหน่อย เคี้ยวเยอะ อาจจะประมาณสัก 20-30 ครั้งค่อย ๆ กลืนช้า ๆ และรู้สึกอิ่ม เราต้องหยุดกิน อาการอิ่มหลังจากที่ตัดกระเพาะไปคือมันจะเริ่มมีอาการจุก ๆ แน่น ๆ ตรงบริเวณลิ้นปี่ ถ้าเกิดเรารู้สึกเรากินไปสัก 3 คำ 5 คำ แล้วรู้สึกมีอาการพวกนี้เราหยุดทานก่อน เดี๋ยวมันจะหายไปเอง และก็หลีกเลี่ยงการกินน้ำร่วมด้วย เพราะฉะนั้นก่อนกินอาหารครึ่งชั่วโมง หลังกินอาหารอิ่มแล้วครึ่งชั่วโมงอย่าเพิ่งจิบน้ำ มันจะมีลมเข้าไปในปากเราแล้วก็ไปอยู่ในกระเพาะอาหารเราอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่เดิมกระเพาะมันใหญ่จุได้ค่อนข้างเยอะ เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยมีปัญหามาก แต่พอหลังตัดกระเพาะอาหารไป ค่อนข้างเล็ก ทำให้เกิดลมจากการพูดก็เต็มท้องแล้ว แต่อนาคตมันหายเองอาการพวกนี้มีบ้างช่วงแรก เดี๋ยวพออนาคตร่างกายก็จะปรับตัว เดี๋ยวก็รู้สึกว่ามันหายไปเองได้

หลาย ๆ คนรู้สึกว่าตัวเองพยายามแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ?

นพ.ดนุพล : หลัก ๆ คือการลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ในการช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้น รักษาโรคประจำตัวได้ สำหรับคนที่ลองแล้วพยายามแล้วแต่ยังไม่เห็นผล อันดับแรก เขาต้องมาประเมินก่อนว่าที่ผ่านมา ภาวะโภชนาการการกิน เราทำถูกไหม แคลอรี่ที่เราคำนวณแล้วว่ามันขาดแน่ ๆ กินไม่ถึงกับแคลอรี่ที่เราใช้มันจริงไหม หรือว่ามันเกิน หลอกตัวเองหรือเปล่า น้ำหนักเลยไม่ลด ถ้าเกิดเราลดได้ถูกวิธีถูกต้อง น้ำหนักเราก็ต้องลด ถ้าเกิดเราคิดว่าเราทำถูก แต่มันยังไม่เห็นผล หรือมันลดยากในกลุ่มคนไข้ที่น้ำหนักตัวเยอะ หรือมีโรคประจำตัวที่เริ่มเป็นเยอะและ ไม่ไหวที่รอเวลาไม่ได้ ก็มีทางเลือกอื่น ๆ ที่เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก เช่นการใช้ยาที่ปลอดภัย การผ่าตัดก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้นะครับ เพราะว่าการผ่าตัดในปัจจุบัน ถือว่าปลอดภัยมาก ๆ ทั้งการดมยาสลบ เทคนิคการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด การขาดสารอาหารการขาดวิตามินก็ไม่ได้เยอะมาก และก็การปฏิบัติตัวไม่ได้ยุ่งยากมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องเข้าใจว่าการผ่าตัดเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ดี ไม่ใช่ทุกอย่าง สำหรับผมคิดว่าการผ่าตัดอาจจะมีผลนะสัก 50% ในการเป็นตัวตั้งต้นให้น้ำหนักมันลดลงเยอะลดลงไวในช่วงแรก ที่สำคัญคือคนไข้ของเราต้องมีการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้มันเหมาะกับการลดน้ำหนักนะครับ เช่นการกินอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การจัดการกับความเครียด เพื่อที่จะ Maintenance น้ำหนักของเราให้ยั่งยืน และก็สุขภาพของเราก็จะดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตนะครับ

ส่งกำลังใจอดีตตลกดัง โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ปอดติดเชื้อขั้นวิกฤต

ส่งกำลังใจอดีตตลกดัง โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ปอดติดเชื้อขั้นวิกฤต

ส่งกำลังใจอดีตตลกดัง โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ปอดติดเชื้อขั้นวิกฤต

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.38 น.

แฟนคลับและคนบันเทิงร่วมส่งกำลังใจให้ตลกชื่อดัง “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวป่วยหนักด้วยอาการ ปอดติดเชื้อ และต้องเข้ารับการรักษาตัวอย่างเร่งด่วน ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์

ล่าสุด “ป๊อป-สุริยา เยาว์สังข์” จิตอาสาคนบันเทิง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ พร้อมนำเงินช่วยเหลือจำนวน 2,000 บาท รวมถึงสิ่งของจำเป็น อาทิ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ และครีมทาแผลกดทับ ไปมอบให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นอัปเดตอาการล่าสุด  จากการให้สัมภาษณ์ของ ป๊อป สุริยา ระบุว่าอาการของโอเลี้ยง เชิญยิ้ม ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจาก ระบบทางเดินหายใจ มีอาการหายใจลำบากมาก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาสภาพร่างกายร่างกายอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ไม่สามารถลุกเดินได้เองคาดว่าต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสักพักใหญ่ เนื่องจากอาการยังไม่คงที่งานนี้และเหล่าแฟนคลับต่างเข้าไปคอมเมนต์ร่วมส่งแรงใจ ขอให้ตลกคนดังหายจากอาการป่วยและกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงในเร็ววัน