Asava เผยโฉมแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ Gaysorn Amarin พร้อมพาชมคอลเลกชัน Autumn/Winter 2026 ‘A Life In Between’

4 กันยายน 2569 เวลา 11:06 น.

Asava แบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่สะท้อนความเรียบโก้และสง่างาม นำโดย คุณหมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asavagroup  ตอกย้ำภาพลักษณ์พรีเมียมด้วยการเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ Gaysorn Amarin  ใจกลางเมืองซึ่งการออกแบบร้าน Asava สาขา Gaysorn Amarin ถ่ายทอด DNA สไตล์มินิมอลแฝงความเรียบโก้ โดยดึงเทคนิคเสื้อผ้ามาสู่งานอินทีเรีย ผ่านการเล่น Contrast of Materials และโทนสีที่กลมกลืน ตั้งแต่ลายหินอ่อนไปจนถึงพรมไล่เฉดสีแบบ Custom-made ทั้งยังนำอัตลักษณ์ไทยอย่าง “บัว” มา Deconstruct ให้เป็นงาน Abstract สากลบนฉากหลัง และรังสรรค์เฟอร์นิเจอร์ไฮไลต์อย่างโซฟาไม้จริงจาก Vertier ที่ขัดมือชุบโครเมียมเงา สะท้อนงาน Craftsmanship ในทุกรายละเอียด

ความพิเศษของสาขา Gaysorn Amarin เป็นสาขาที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดทั้งในด้านการคัดสรรคอลเลกชันที่หลากหลาย และไซส์เสื้อผ้าที่มีให้เลือกถึง 6 ไซส์มาตรฐาน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้ครบครันยิ่งขึ้น นอกจากเรื่องของไซส์แล้ว ในบางดีไซน์เรายังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถ Customize เลือกปรับเปลี่ยนสีและชนิดผ้าได้เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉลี่ยแล้วเราสามารถตัดเย็บและส่งมอบงานสั่งทำได้ภายใน 7–10 วัน นอกจากนี้ ที่สาขา Gaysorn Amarin ยังมี Limited Thai Silk Collection by Asava ซึ่งจะมีเฉพาะที่ Gaysorn Amarin เท่านั้น

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้และคนดังระดับแถวหน้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มิว-นิษฐาคูหาเปรมกิจ, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง และเอินเอิน-ฟาติมา เดชะวลีกุลร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามของ Asava พร้อมกันนี้ Asava ได้พาชมคอลเลกชัน Autumn/Winter 2026 ‘A Life In Between’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากคำกล่าวของ Diana Vreeland โดยมองว่าเสื้อผ้าคือส่วนหนึ่งของชีวิตมากกว่าแฟชั่น คอลเลกชันนี้ตั้งต้นการดีไซน์จาก DNA ของแบรนด์,ประเภทผ้า และฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อสร้างเสื้อผ้าที่มิกซ์แอนด์แมตช์ง่าย ยืดหยุ่น และตอบโจทย์หลากหลายบทบาทในชีวิตประจำวัน โดดเด่นด้วยซิลูเอตที่ยังคงความเฉียบคมในแบบฉบับของ Asava แต่ผ่อนคลายมากขึ้น โดยวัสดุยังคงเป็นหัวใจสำคัญของคอลเลกชัน ตั้งแต่ผ้าเจอร์ซี่ (Jersey) และผ้านิต (Knit) ที่ถูกตีความใหม่ในซิลูเอตอันประณีตยิ่งขึ้น ไปจนถึงผ้าลูกไม้ (Lace) ผ้าทาฟต้า (Taffeta) และผ้ากรอสเกรน (Grosgrain) ที่สร้างมิติ ผ่านเทคนิคการตีเกล็ด (Tucking), การจับเดรป (Draping), การจับรูด (Ruching) และการตกแต่งขอบผ้าแบบสแกลลอป (Scallop) ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านพาเลตต์สี Neutral อันเป็นเอกลักษณ์ของ Asava พร้อมสอดแทรกเฉดสีสดใสอย่างสีฟ้า สีเขียว และสีชมพู เพื่อเติมความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเลกชัน

A Life In Between จึงไม่ใช่เพียงคอลเลกชันสำหรับฤดูกาลใหม่ หากเป็นการออกแบบที่เติบโตไปพร้อมกับชีวิต เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำให้เสื้อผ้ามีความหมาย ไม่ใช่เพียงการออกแบบ แต่คือผู้คนและเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในนั้น ร่วมสัมผัสประสบการณ์แฟชั่นของ Asava ได้แล้ววันนี้ ณ ร้าน Asava ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ชั้น 2, ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์, ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น 1 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอทเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ และอาซาว่ากรุ๊ป แฟลกชิปสโตร์ ซอยสุขุมวิท 45 รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ Website : http://www.asavagroup.com, Line Official : @asavagroup, Lazada : https://bit.ly/AsavaXLazada และ Central Online :http://www.central.co.th/th/asava/women

@asavagroup #ALifeInBetween #AsavaAW26

OKMD ชวนคนไทยค้นหาความหมายของ ‘การมีชีวิตที่ยืนยาว’ ผ่านนิทรรศการและเทศกาลภาพยนตร์ Longevity for All

4 กันยายน 2569 เวลา 10:15 น.

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD จัดงาน “Longevity for All: Exhibition and Film Festival” ร่วมดำเนินงานกับวิสาหกิจเพื่อสังคม ฟองเมฆ และได้รับความร่วมมือจาก Documentary Club และสมาคมสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Media for Change Association) เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ภาพยนตร์ และบทสนทนา เพื่อชวนผู้คนร่วมออกแบบชีวิตผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย และค้นพบว่าการมีชีวิตที่ยืนยาว ไม่ได้วัดจากจำนวนปีของชีวิต หากแต่คือการใช้ทุกช่วงเวลาให้เต็มไปด้วยการเรียนรู้ การเติบโต และความหมาย

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ กล่าวว่า ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น คำถามสำคัญทุกวันนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า เราจะมีชีวิตยืนยาวได้อีกกี่ปี แต่คือ เราจะใช้ชีวิตให้มีคุณภาพและมีความหมายแบบยั่งยืนอย่างไร ซึ่งแนวคิดเรื่อง Longevity ในศตวรรษที่ 21 นี้ก็ได้ก้าวข้ามการมุ่งยืดอายุขัยเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างโอกาสให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในทุกช่วงวัย

“ดังนั้น OKMD จึงต้องการให้ Longevity for All เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนเห็นว่า ‘การเรียนรู้’คือเครื่องมือสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว และไม่จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือสถาบันการศึกษา แต่เกิดขึ้นได้จากประสบการณ์รอบตัว ศิลปะ ภาพยนตร์ การแลกเปลี่ยนความคิด และการได้ตั้งคำถามกับชีวิตของตนเอง ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตตลอดช่วงชีวิต”

ภายในงาน Longevity for All ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสนิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่ออกแบบให้ผู้ชมใช้ประสาทสัมผัสทั้งการมองเห็น การฟัง การสัมผัส และการมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างสมอง ร่างกาย อารมณ์ และการเรียนรู้ ผ่านแนวคิด Live – Love – Learn ที่ชวนให้กลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการค้นหาความหมายของชีวิตในแบบของตนเอง
ดร.ทวารัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮไลท์ของงาน คือ เทศกาลภาพยนตร์เพื่อการเรียนรู้ (Film Festival) ที่คัดสรรผลงานระดับนานาชาติซึ่งสะท้อนแง่มุมของชีวิต ความทรงจำ ความรัก และการเติบโต ไม่ว่าจะเป็น Moriyama-San (2017) สารคดีที่ชวนมองเห็นคุณค่าของความเรียบง่ายและการใช้ชีวิตอย่างมีสติ The Bridges of Madison County (1995) ภาพยนตร์คลาสสิกที่ตั้งคำถามถึงความรัก การเลือก และคุณค่าของช่วงเวลาสำคัญในชีวิต และ Aftersun (2022) ภาพยนตร์ร่วมสมัยที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก ความทรงจำ และการเยียวยาบาดแผลภายในอย่างละเอียดอ่อน

ด้านคุณเปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสมาคมสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง กล่าวว่า ภาพยนตร์และสารคดีไม่ได้เป็นเพียงสื่อเพื่อความบันเทิง หากแต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สำรวจตัวเองผ่านเรื่องราวของผู้อื่น ได้ตั้งคำถามกับความคิด ความทรงจำ ความสัมพันธ์ และการตัดสินใจในชีวิต ผ่านประสบการณ์ที่ทั้งสะเทือนอารมณ์และชวนใคร่ครวญ เพราะหลายครั้งการเรียนรู้ที่สำคัญไม่ได้เกิดจากการได้รับคำตอบ แต่เกิดจากการกล้าที่จะตั้งคำถามกับชีวิตของตนเอง

“เราหวังว่าผู้เข้าร่วมงานจะไม่ได้เพียงรับชมภาพยนตร์ แต่จะเดินออกไปพร้อมบทสนทนาบทใหม่กับตัวเอง เพราะบางครั้งการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด อาจเริ่มต้นจากการตั้งคำถามกับชีวิตของเราเอง นอกจากกิจกรรมภายในงานแล้ว เรายังได้จัดทำคลิปวิดิโอและองค์ความรู้ด้าน Longevity ในหลากหลายมิติ โดยรวบรวมไว้ใน OKMD Knowledge Portal เพื่อให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง เราต้องการให้เป็นแพลตฟอร์มกลางเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย”

ตลอดสองวันของงาน ยังมีกิจกรรมเสวนาและเวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อาทิ รศ.ดร.นพ.ชัยภัทร ชุณหรัศมิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.รัชชุพร สุขสถาน ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสมุนไพรสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ดร.สฤกกา พงษ์สุวรรณ หัวหน้า Happiness Science Hub ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) คุณวีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซีไรต์ 2 สมัย และ ดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ที่จะร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัส การเรียนรู้ ความรัก ความทรงจำ และการเยียวยา เพื่อชวนผู้เข้าร่วมสำรวจชีวิตในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

งาน Longevity for All : Exhibition and Film Festival เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้สนใจด้านสุขภาพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาพยนตร์ ศิลปะ การออกแบบประสบการณ์ นักสร้างสรรค์ หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต โดยเชื่อว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวไม่ได้เกิดจากการเพิ่มจำนวนปีของชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิตด้วยการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ และความหมาย
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ในวันที่ 5 – 6 กันยายน 2569 ณ โรงภาพยนตร์เฮาส์ สามย่าน หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ FB : OKMD

Longevity for All, OKMD

คุณแหน : 4 กันยายน 2569

4 กันยายน 2569 เวลา 04:00 น.

ll ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย เป็นประธานมอบทุนการศึกษาของ มูลนิธิเพื่อการศึกษาของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนนิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีและมีศักยภาพเป็นนักการตลาดรุ่นใหม่ในโครงการ “The Future Marketer” 7 กย. 13.30-15.30 น. ณ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย..

ll ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี เปิดงานอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 3 จ.นนทบุรี จัดโดย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ..

ll มิตรสหายยินดีกับ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ที่ได้เป็น อธิบดีกรมการแพทย์ ตั้งแต่ 1 ตค. เป็นต้นไป..

ll ณรงค์วิทย์ พบพาน รอง ผวจ.นครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ สัมผัสศรัทธาแห่งธรรมเมืองนครปฐม จ.นครปฐม”  ณ องค์พระปฐมเจดีย์..

ll ชาว LSP 2 ร่วมยินดีกับ พรรคพงษ์ อัคนิวรรณ ที่ได้เป็น ซีอีโอ บจ.ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส ซึ่งอยู่ในกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น..

ll เพื่อนๆชาว Digital CEO พร้อมใจกันเลือก ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร เป็นประธานรุ่นคนใหม่แทน ดร.คณพศ นิจสิริภัช ที่หมดวาระ..

ll ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ ควง จารุวรรณ น้าประทานสุข ลูกสาวคนโตไปร่วมวิ่งงานซิดนีย์มาราธอน พร้อมพาหลานๆเที่ยวต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ งานนี้คุณอูฐสุดแฮปปี้เพราะจบวิ่งสวยๆแบบไม่เจ็บตัวและยังทำลายสถิติตัวเองอีกด้วย..

ll ยามว่าง ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม ชวน ณัฐพงศ์ โกวิทยานันต์, เอกชัย โชติพิทยสุนนท์, ดร.วุฒิชัย ปรีพุทธรัตน์, สมศักดิ์ ตรียากิจ, กำพล สิงห์โต ไปออกรอบกันที่ สนามกอล์ฟ รอยัล บางปะอิน กอล์ฟคลับ..

ll ดร.ณรงค์ทัศน์ ธัญญเวทย์ Chief AI Officer บมจ.เรียล สมาร์ท ได้เป็นวิทยากรร่วมในหัวข้อ หัวข้อ How “AI for Enterprise” Can Break Pilot Trap ในงาน Techsauce Global Summit 2026 10 อนุโมทนาบุญกับ ดร.พรเพ็ญ เดชวิไลศรี ที่บริจาคเงินช่วยสนับสนุนนักเรียนเด็กพิเศษของ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์..

ll รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย แสดงความยินดีกับ ดช.ปัญณัฎฐ์ รัตนวนิชย์โรจน์ นักเรียนชั้น ป.6/8 ได้รับรางวัล Gold Award of Pre-Senior Category of Violin และ ดช.ชยณัฎฐ์ รัตนวนิชย์โรจน์ นักเรียนชั้น ป.5/10ได้รับรางวัล Elite Award of Grade 2 Category of Piano ในการแข่งขันรายการ Tokyo Int’l Music & Dance Competition 2026 (TIMDC) Final Round ณ นครโตเกียว ญี่ปุ่น..

ll สวด พรวรา คมพงษ์ปภา ภริยา สมชาย คงพงษ์ปภา  ศาลา1 วัดหนองหลอด อ.เมือง ชัยภูมิ 1-5 ก.ย.19.00 น. ฌาปนกิจ 6 ก.ย.15.00 น. ..

ll ชื่นชม ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่คว้าแชมป์ AVC Women’s Volleyball Continental Championship 2026 และได้ตั๋วไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ LA 2028 ได้สำเร็จ ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้คนไทยใจฟูไปทั้งประเทศ..

น้องใหม่

50 ปี บนเส้นทางแห่งความเร็ว TAG Heuer Monza หวนคืนความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

3 กันยายน 2569 เวลา 18:34 น.

ครึ่งศตวรรษหลังจากการเปิดตัวครั้งแรก TAG Heuer Monza กลับมาหวนคืนความยิ่งใหญ่อีกครั้งในรุ่นผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสำหรับสนามแข่งระดับตำนานอันโด่งดังที่สุดรุ่นหนึ่งของเมซง โดยผสานมรดกตกทอดแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับวัสดุแห่งยุคร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ลา โช-เดอ-ฟง, สวิตเซอร์แลนด์, 1 กันยายน 2026

TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาหรูชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของ TAG Heuer Monza ด้วยการเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันใหม่ล่าสุด เผยโฉมอย่างยิ่งใหญ่ต้อนรับการแข่งขัน FORMULA 1 PIRELLI GRAN PREMIO D’ITALIA 2026 ณ เมืองมอนซา โดย TAG Heuer Monza Flyback Chronograph รังสรรค์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงรุ่นดั้งเดิมปี 1976 พร้อมผสานความเชี่ยวชาญด้านกลไกและเอกลักษณ์งานออกแบบอันสะท้อนตัวตนของเมซงยุคปัจจุบัน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 พร้อมรันหมายเลข รวบรวมประวัติศาสตร์การแข่งรถอันยาวนานถึงครึ่งศตวรรษไว้ในนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ประสิทธิภาพระดับสูงสุดในยุคปัจจุบัน

TAGHeuer, TAGHeuerThailand

เปิดเวที ‘CRAFT EXCELLENCE’ ดันไทยเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด ‘คราฟต์ สินค้าสร้างสรรค์’

3 กันยายน 2569 เวลา 17:40 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยสู่ตลาดพรีเมียม ผ่านกิจกรรม “CRAFT EXCELLENCE 2026” ด้วยการเชื่อมโยงภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ไทยเข้ากับการออกแบบ นวัตกรรม และความต้องการของตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำผลงานทดสอบตลาดและรับข้อเสนอแนะจากผู้ซื้อและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และขยายโอกาสทางการค้า พร้อมคัดเลือก 3 สุดยอดผลงานจาก 35 ราย รับทุนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเปิดโอกาสเสนอชื่อสู่เวที WCC Award of Excellence for Handicrafts (WCC-AOE) มุ่งต่อยอดงานหัตถศิลป์ไทยสู่ตลาดมูลค่าสูงและการยอมรับในระดับสากล

นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า งานหัตถศิลป์ไทยมีจุดแข็งจากต้นทุนทางภูมิปัญญา อัตลักษณ์และทักษะฝีมือที่สั่งสมและถ่ายทอดต่อกันมา แต่โจทย์สำคัญในปัจจุบัน คือการทำให้ทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และสามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล โดยเฉพาะตลาดระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องคุณภาพ เรื่องราวของผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และความเป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้ ศักยภาพของงานศิลปหัตถกรรมไทยยังสะท้อนผ่านภาพรวมตลาด โดยกระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยมีมูลค่ารวมกว่า 303,496.75 ล้านบาท สะท้อนถึงโอกาสของงานหัตถศิลป์ไทยในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายตลาดไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางทิศทางตลาดโลกที่ให้คุณค่ากับเรื่องราว การออกแบบ แบรนด์ และประสบการณ์ มากขึ้น โอกาสสำคัญของไทยจึงอยู่ที่การนำฐานฝีมือและอัตลักษณ์ที่มีอยู่มาต่อยอดเพื่อขยับจาก “การขายสินค้า” สู่ “การขายคุณค่า” และเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดพรีเมียมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

“ประเทศไทยเองมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันในสนามนี้ได้ ทั้งความหลากหลายของภูมิปัญญาท้องถิ่น ทักษะของช่างฝีมือ วัตถุดิบ อัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ และเรื่องราวทางวัฒนธรรม แต่สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการเปลี่ยนต้นทุนเหล่านี้ให้เป็นมูลค่าที่ตลาดมองเห็นและเลือกซื้อ”

นายสุรพล กล่าวต่อว่า กิจกรรม CRAFT EXCELLENCE 2026 เป็นกิจกรรมเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่เชิงพาณิชย์ ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน โดยมีผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการชุมชน วิสาหกิจชุมชน
และ OTOP ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 35 ราย เข้าร่วมจัดแสดงและทดสอบศักยภาพในตลาด โดยนำมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิมมาผสมผสานกับเทคโนโลยีและการออกแบบร่วมสมัย พร้อมเปิดโอกาสให้ผลงานได้รับมุมมองจากผู้ซื้อและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงทั้งด้านรูปแบบ คุณภาพ และการนำเสนอ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนขึ้น เพิ่มโอกาสทางการค้า และต่อยอดจากงานหัตถศิลป์ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่ตลาดที่มีศักยภาพมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับจึงไม่ได้มีเพียงพื้นที่นำเสนอผลงาน แต่คือข้อมูลจากตลาดที่สามารถนำกลับไปใช้พัฒนาสินค้าได้จริง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ก้าวจากตลาดเฉพาะกลุ่มไปสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นทิศทางการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้

“ดีพร้อมจะคัดเลือก 3 สุดยอดผลงานครูช่างศิลป์จาก 35 ราย เพื่อรับทุนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดโอกาสในการได้รับการเสนอชื่อเข้าร่วมการประกวด WCC Award of Excellence for Handicrafts (WCC-AOE) ซึ่งเป็นเวทีระดับสากลด้านงานหัตถศิลป์ โดยมุ่งให้ผลงานที่มีศักยภาพได้รับการพัฒนาต่อยอดและเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อีกทั้งการผลักดันงานหัตถศิลป์ไทยในระยะต่อไปจึงต้องเดินควบคู่กันทั้งการรักษาคุณค่า
ของภูมิปัญญาและการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยดีพร้อมจะใช้กลไกการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำอัตลักษณ์ที่มีอยู่มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพทางการค้า และต่อยอดไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นได้
อย่างยั่งยืน โดยดีพร้อมจะคัดเลือก 3 สุดยอดผลงานครูช่างศิลป์จาก 35 ราย เพื่อรับทุนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดโอกาสได้รับการเสนอชื่อเข้าร่วมการประกวด WCC Award of Excellence for Handicrafts (WCC-AOE) เวทีระดับสากลด้านงานหัตถศิลป์ เพื่อยกระดับผลงานที่มีศักยภาพสู่มาตรฐานและตลาดที่กว้างขึ้น”

นายสุรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลักดันงานหัตถศิลป์ไทยในระยะต่อไปต้องเดินควบคู่กันทั้งการรักษาคุณค่าของภูมิปัญญาและการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งดีพร้อมจะเดินหน้าใน 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่

  1. การรักษาอัตลักษณ์
    และภูมิปัญญาไทย
  2. การยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยการออกแบบและนวัตกรรม
  3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้อมูลและความต้องการของตลาด
  4. การขยายโอกาสสู่ตลาดมูลค่าสูง
  5. การยกระดับสู่มาตรฐานและการยอมรับในระดับสากล เพื่อให้งานหัตถศิลป์ไทยสามารถต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางการค้า และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

โดยผลการตัดสินการคัดเลือก 3 สุดยอดผลงานครูช่างศิลป์จาก 35 ราย ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ผลิตภัณฑ์ ศิวดลนาคราชจากร้านนาคราชปุระ รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ผลิตภัณฑ์ ARU (อรุณ) จากร้าน Kith Creft และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ผลิตภัณฑ์ รักชาติ จากร้าน Yanetthai Design

ทั้งนี้ กิจกรรม CRAFT EXCELLENCE 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กันยายน 2569 ณ เมืองสุขสยาม ICONSIAM กรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอผลงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยจากครูช่างศิลป์ไทย และเปิดโอกาสให้ประชาชน
และผู้สนใจได้ร่วมชมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนคุณค่า ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของไทย

เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย! ‘MCM x Monchhichi’ การพบกันครั้งใหม่ของสองไอคอน

3 กันยายน 2569 เวลา 17:39 น.

ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นจุดหมายแรกของโลกสำหรับการเปิดตัวคอลเลกชั่นพิเศษ “MCM x Monchhichi” เมื่อ MCM แบรนด์แฟชั่นลักชัวรีจากเยอรมนี ที่โดดเด่นด้านงานเครื่องหนังและแอ็กเซสซอรี เตรียมเผยโฉมความร่วมมือครั้งสำคัญอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายนนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่โลกแห่งแฟชั่นมาบรรจบกับเสน่ห์ของคาแรกเตอร์และวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างน่าสนใจ ผ่านการผสมผสานเอกลักษณ์ของ MCM เข้ากับความน่ารักอันเป็นที่จดจำของ ม่อนชิชิ (Monchhichi) พร้อมด้วย ฟรีน–สโรชา จันทร์กิมฮะ ที่มาร่วมถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของคอลเลกชั่นผ่านสไตล์โดดเด่นในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่

โดยความร่วมมือครั้งนี้ได้นำเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ MCM มาตีความผ่านมุมมองใหม่ โดยหยิบองค์ประกอบที่เป็นภาพจำของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ลวดลาย Visetos Monogram (วิเซโต้ โมโนแกรม), โทนสีคอนยัค (Cognac), อะไหล่โลหะสีทอง และแคนวาสคุณภาพสูง มาผสานเข้ากับรายละเอียดและคาแรกเตอร์ของ ม่อนชิชิ (Monchhichi) ถ่ายทอดออกมาเป็นคอลเลกชั่นที่ผสานความคลาสสิกของงานเครื่องหนังเข้ากับความน่ารักและความสนุกได้อย่างลงตัว 

สำหรับ MCM x Monchhichi ได้ถ่ายทอดผ่านกระเป๋าซิกเนเจอร์ 4 รุ่น ได้แก่ Liz Shopper กระเป๋าชอปเปอร์ขนาดกะทัดรัดสำหรับวันสบายๆ รวมถึง Aren East-West Shoulder Bag กระเป๋าสะพายทรงยาวแนวนอนที่ให้ลุคร่วมสมัย อีกทั้งยังมี Aren Vanity Case กระเป๋าทรงกล่องที่โดดเด่นด้วยรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ และ Toni Zip Shopper กระเป๋าชอปเปอร์ที่มาพร้อมความคล่องตัวในการใช้งาน โดยแต่ละรุ่นได้รับการเติมดีเทลของ ม่อนชิชิ (Monchhichi) ผ่านลวดลายพิมพ์ที่เพิ่มความน่ารักให้กับดีไซน์

ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวคอลเลกชั่นครั้งแรกในประเทศไทยยังมาพร้อมความพิเศษที่จัดทำขึ้นสำหรับแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ กับ Monchhichi Keychain ของสะสมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผลิตขึ้นสำหรับประเทศไทยในจำนวนจำกัด และมอบให้ในรูปแบบของของสมนาคุณเมื่อซื้อสินค้า เพื่อเติมเต็มความพิเศษให้กับการเปิดตัวครั้งนี้ 

และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัวคอลเลกชั่นครั้งแรกในประเทศไทย MCM ยังเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษในวันที่ 10 กันยายนนี้ ณ MCM EmQuartier พร้อมชวนแฟนๆ มาร่วมสัมผัสคอลเลกชั่น MCM x Monchhichi อย่างใกล้ชิด ในวันแรกของการวางจำหน่าย โดยภายในงานจะมีกิจกรรมลุ้นรับ Monchhichi Keychain จากการจับรางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมในจำนวนจำกัด พร้อมพบกับ Monchhichi Mascot ที่จะมาสร้างสีสันและเติมความสนุกให้กับบรรยากาศการเปิดตัว

ด้าน ฟรีน-สโรชา ยังได้เผยถึงความชื่นชอบที่มีต่อคอลเลกชั่น “MCM x Monchhichi” ว่า “ชอบคอลเลกชั่นนี้ตรงที่นำความคลาสสิกของ MCM มาผสมกับความน่ารักของม่อนชิชิได้อย่างพอดี ทำให้ดีไซน์ดูสนุกขึ้น แต่ยังคงความเรียบหรูในแบบของ MCM ปกติฟรีนชอบแต่งตัวสไตล์แคชชวล เรียบง่าย และเลือกไอเทมที่มีรายละเอียดมาเติมเต็มลุค กระเป๋าจากคอลเลกชั่นนี้จึงเข้ากับสไตล์ของฟรีนมาก เพราะสามารถใช้เป็นจุดเด่นของลุคได้โดยไม่ต้องแต่งเยอะ และยังนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลายอีกด้วย”

สำหรับคนที่ต้องการเติมความสนุกให้กับการแต่งตัว ลวดลายของ ม่อนชิชิ (Monchhichi) สามารถช่วยสร้างจุดเด่นให้กับลุคได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับเสื้อผ้าดีไซน์เรียบๆ หรือโทนสีกลางๆ ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ได้เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้สนุกกับการเลือกและมิกซ์แอนด์แมทช์ในแบบที่สะท้อนสไตล์เฉพาะตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

เตรียมพบกับ MCM x Monchhichi ได้ในวันที่ 10 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ณ MCM สาขาสยามพารากอน, ดิ เอ็มควอเทียร์, ไอคอนสยาม, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี หรือติดตามรายละเอียดและข่าวสารเกี่ยวกับคอลเลกชั่นเพิ่มเติมได้ทาง Instagram: @mcmthailand 

เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย! MCM @mcmthailand เผยโฉมคอลเลกชั่นพิเศษ “MCM x Monchhichi” กับการพบกันครั้งใหม่ของสองไอคอนต่างวัฒนธรรม พร้อม ฟรีน-สโรชา @srchafreen ที่มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่น โดยคอลเลกชั่นนี้ได้ผสานงานเครื่องหนังลักชัวรีจากเยอรมนีเข้ากับเสน่ห์ของ ม่อนชิชิ (Monchhichi) คาแรกเตอร์ขวัญใจจากญี่ปุ่น ถ่ายทอดผ่านกระเป๋าซิกเนเจอร์ 4 รุ่น ได้แก่ Liz Shopper, Aren East-West Shoulder Bag, Aren Vanity Case และ Toni Zip Shopper ที่นำเอกลักษณ์ของ MCM ทั้งลวดลาย Visetos Monogram, โทนสีคอนยัค (Cognac), อะไหล่โลหะสีทอง และแคนวาสคุณภาพสูง มาตีความใหม่ผ่านลวดลายของ Monchhichi ที่เติมความน่ารักและความสนุกให้กับดีไซน์อันหรูหราและร่วมสมัย  โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้

#MCMxMonchhichi #MCMThailand #Monchhichi

ประกาศความร่วมมือ ELIE SAAB H&M: การเฉลิมฉลองความหรูหราและความสง่างามเหนือกาลเวลา

3 กันยายน 2569 เวลา 17:08 น.

H&Mภูมิใจเปิดตัวชื่อดีไซเนอร์ที่จะมาร่วมงานในคอลเลกชันครั้งต่อไป นั่นคือ ELIE SAAB แบรนด์โอต์กูตูร์ชั้นนำระดับโลกในปัจจุบันก่อตั้งขึ้นที่กรุงเบรุตซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณเอลีซาบได้รับการยอมรับจากผลงานชุดเจ้าสาวอันประณีตงดงามก่อนจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสมาชิกนานาชาติรุ่นแรกๆของ Chambre Syndicale de la Haute Couture แห่งประเทศฝรั่งเศสถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำการยอมรับผลงานของเขาในระดับสูงสุดของวงการโอต์กูตูร์ผลงานการออกแบบของเขาได้สร้างสรรค์ช่วงเวลาสุดตราตรึงบนพรมแดงมานับไม่ถ้วนสะท้อนวิสัยทัศน์ด้านแฟชั่นที่หยั่งรากลึกในงานฝีมือความประณีตความหรูหราและความหรูหราสมัยใหม่ ปัจจุบันโลกของแบรนด์ได้ขยายครอบคลุมทั้งโอต์กูตูร์ เรดี้ทูแวร์ และเครื่องประดับ

คอลเลกชัน ELIE SAAB H&M จะสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมสมัยของแบรนด์ พร้อมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ ครอบคลุมทั้งแฟชั่นสตรี แฟชั่นบุรุษ และเครื่องประดับหลากหลายรายการรวมถึงรองเท้า ไฮไลต์เด่นของคอลเลกชันได้แก่ชุดราตรีประดับตกแต่ง เซตแยกชิ้นสุดแวววาว และงานตัดเย็บทรงคมชัดรายละเอียดต่างๆประกอบด้วยลูกไม้ชั้นดี เลื่อมไล่โทนสี และลายมอโนแกรมอันเป็นเอกลักษณ์

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ ELIE SAAB คุณซาบเป็นดีไซเนอร์ที่เราเคารพนับถือมาโดยตลอดเส้นทางจากปรมาจารย์ด้านชุดเจ้าสาวในกรุงเบรุตสู่ศูนย์กลางแฟชั่นแห่งปารีส เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งและเปี่ยมด้วยความล้ำค่า เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้สำรวจโลกของเขาลูกค้าของเราสามารถคาดหวังคอลเลกชันที่มีมนต์เสน่ห์ วิจิตรบรรจง และเปี่ยมด้วยความหรูหรา” – แอนน์-โซฟี โยฮันส์สัน ที่ปรึกษาด้านความคิดสร้างสรรค์และหัวหน้าฝ่ายออกแบบแฟชั่นสตรีของ H&M

“คอลเลกชันนี้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อทุกคนที่ชื่นชมโลกของ ELIE SAAB และผมหวังว่าจะได้รับการต้อนรับด้วยความกระตือรือร้นเช่นเดียวกับที่เราได้สร้างสรรค์มันขึ้นมา ผมมีความสุขเป็นอย่างมากกับความร่วมมือครั้งนี้ และกับวิธีการทำงานร่วมกับทีม H&M เพื่อทำให้คอลเลกชันนี้เป็นจริงขึ้นมานับเป็นกระบวนการทำงานร่วมกันที่แท้จริงและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ทุกชิ้นงานถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจและความทุ่มเท ผสมผสานกันจนกลายเป็นวอร์ดโรบที่ครบครัน สะท้อนทุกช่วงเวลาในชีวิตของผู้หญิง” — เอลี ซาบ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์

คอลเลกชัน ELIE SAAB H&M จะวางจำหน่ายที่ร้าน H&M บางสาขาและทางออนไลน์ที่ th.hm.com ในวันที่ 22 ตุลาคม 2026

found & found จับมือ SUGI Holdings ชวนสายบิวตี้เปิดโลกในงาน Nippon Haku 2026

3 กันยายน 2569 เวลา 15:24 น.

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน NIPPON HAKU BANGKOK 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ found & found ร่วมกับ SUGI Holdings หนึ่งในผู้นำธุรกิจสุขภาพและความงามจากประเทศญี่ปุ่น ชวนสายบิวตี้มาเปิดโลก Japan Beauty และทำความรู้จักแบรนด์ญี่ปุ่นใหม่ ๆ จาก SUGI PHARMACY ผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมยกขบวนไอเทมสุขภาพและความงามจากญี่ปุ่นมาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจ โดยได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน สะท้อนความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจากญี่ปุ่นมาสร้างการรับรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทย พร้อมเติมสีสันให้การช้อปสนุกยิ่งขึ้นด้วยกิจกรรม Beauty Check ของพิเศษ และไอเทมลิมิเต็ดที่จัดมาให้สายบิวตี้ได้ช้อป ได้ลอง และได้ลุ้นกันตลอดงาน

นอกจากนี้สินค้าจาก SUGI PHARMACY ที่นำมาจัดจำหน่ายผ่าน found & found ยังได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น S SELECT, CICA METHOD, MELLSAVON, Promony, Off & Relax, ISSHI, EVERYYOU, Drip Tune, DR ZERO และอีกหลากหลายแบรนด์ ขณะเดียวกัน Monchhichi คาแรคเตอร์ญี่ปุ่นสุดไอคอนิกก็เข้ามาเติมความคิวต์ให้กับงาน ด้วย Monchhichi Pouch กระเป๋าลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากทั้งสายบิวตี้และแฟนคาแรคเตอร์ได้ไม่น้อย เรียกว่ามางานเดียวได้ทั้งอัปเดตไอเทมใหม่ ๆ เติม Beauty Item เข้า Stock พร้อมได้ของน่ารักติดมือกลับบ้านไปอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดผู้ร่วมงานให้เข้ามาร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคักคือ Beauty Check ที่ชวนทุกคนมาทำความรู้จักผิว เส้นผม และหนังศีรษะของตัวเองให้มากขึ้น เริ่มจาก Drip Tune กับ Skin Check ที่ช่วยให้เข้าใจปัญหาผิวและเลือกใช้สกินแคร์ได้อย่างเหมาะสม ขณะที่ Off & Relax ก็มี Scalp Check ให้ได้เช็กกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้ลองและรู้จักตัวเองมากขึ้น แต่ยังตอกย้ำแนวคิดเบื้องหลังผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจ สภาพผิว เส้นผม และหนังศีรษะที่แตกต่างกัน ก่อนนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การดูแลได้อย่างตรงจุดอีกด้วย

ส่วนงานนี้ใครพลาดก็ไม่ต้องเสียใจไป สามารถไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงามของแท้จากญี่ปุ่นได้ที่ร้าน found & found ทุกสาขา และพิเศษ!! ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569 เพียงช้อปบิวตี้ไอเทมที่หน้าร้าน found & found ครบ 1,590 บาท รับฟรีทันที “Monchhichi POUCH” สินค้าลิขสิทธิ์แท้ มูลค่า 495 บาท จำนวน 1 ชิ้น นอกจากนี้ยังสามารถเลือกช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย     ผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่าย ทั้ง GrabMart, LINE MAN MART, Shopee, Lazada และ TikTok Shop หรือคลิก https://bit.ly/foundnfound-line เพื่อช้อปได้ทันที พร้อมอัปเดตสินค้าใหม่และกิจกรรมสนุก ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: foundnfound.official, Instagram: found.n.found และ LINE Official Account: @foundnfound

found & found, Nippon Haku 2026, SUGI Holdings

TiTA Style เปิดพรีออเดอร์เสื้อแจ็กเก็ตผ้าไทย ‘เนเน่’ เวที AGT 2026 ลิมิเต็ด เอดิชั่น 100 ตัวในโลก

3 กันยายน 2569 เวลา 14:51 น.

TiTA Style เปิดพรีออเดอร์แจ็กเก็ตผ้าไทยสุดไวรัลจากเวที AGT 2026 ผลงานออกแบบเพื่อ “เนเน่” พร้อมนำรายได้สมทบทุนโรงพยาบาลหนองบัวลำภู เที่ยงตรงวันที่ 5 กันยายน นี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ของแบรนด์

แบรนด์ทีท่าไทย (TiTA Style) โดย  ธูป – นพมณี (ผลพานิชย์) ชัยจรูญรัตน์ ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังช่อง Make It REAL ประกาศเปิดพรีออเดอร์เสื้อแจ็กเก็ตผ้าไทยรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่สร้างกระแสไวรัลไปทั่วโลกจากผลงานการออกแบบชุดให้แก่ “เนเน่” บนเวที America’s Got Talent 2026 (AGT 2026) เพื่อตอบรับกระแสเรียกร้องจากแฟนๆ และผู้ที่ชื่นชอบงานแฟชั่นทรงคุณค่า

ธูป – นพมณี (ผลพานิชย์) ชัยจรูญรัตน์  กล่าวว่า เสื้อแจ็กเก็ตที่เปิดพรีออเดอร์ครั้งนี้  เป็นแบบเดียวกับที่ออกแบบให้น้องเนเน่สวมใส่บนเวที America’s Got Talent 2026 (AGT 2026) ในคอนเซ็ปต์เดียวกันคือ “LET’S ROCK THE WORLD” เพื่อสะท้อนตัวตนความเป็นร็อกสตาร์ในแบบสาวไทย   ตัวเสื้อแจ็กเก็ตเป็นเสื้อครอปตัวสั้น ตัดเย็บด้วยการผสมผสานผ้าไทยเข้ากับหนัง ถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมและความร่วมสมัย   ด้านนอกเลือกใช้ “ผ้าดุจดาว” ผ้าทอมืออันประณีตจากกลุ่มทอผ้าจังหวัดหนองบัวลำภู ด้านในซ่อนผ้าปาเต๊ะลายประแจจีน สื่อถึงจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเนเน่ พร้อมความหมายมงคลที่สื่อถึง “ความสำเร็จ” ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเมื่อรูดซิปเปิดออกมา

“ความพิเศษคือ เป็นงาน Original Tailor-Made ตัดเย็บตามไซส์ของลูกค้า ลิมิเต็ด เอดิชั่น ตั้งเป้าเพียง 100 ตัวทั่วโลก ตอนนี้ชาวบ้านที่หนองบัวลำภูกำลังทอผ้าดุจดาวให้เรา อาจต้องใช้เวลารอสักนิด เราทีมงานทีท่า และ Make IT Real ทุกคนทำทุกขั้นตอนด้วยหัวใจ   เริ่มเปิดจองลอตแรกในวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป  ราคาจำหน่ายตัวละ 4,590 บาท นอกจากจะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชาวบ้านที่ทอผ้าแล้ว รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มอบให้แก่โรงพยาบาลหนองบัวลำภูอีกด้วย” ธูป – นพมณี กล่าว

สำหรับช่องทางการพรีออเดอร์ มีดังนี้  เฟสบุ้ค:  TiTa Style : https://www.facebook.com/share/1CpUAq4SVW/?mibextid=wwXIfr  อินสตราแกรม : TiTA_Style

:https://www.instagram.com/tita_style?igsi=MWRhYXI3ZjYwNnpidQ%3D%3D&utm_source=qr ติ๊กต็อก : https://www.tiktok.com/@tita_thailifestyle?_r=1&_t=ZS-99ChrYTHGfV  และไลน์ : @titaoffial

ธูป – นพมณี (ผลพานิชย์) ชัยจรูญรัตน์   ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tita Style  พร้อมสโลแกนแบรนด์  “ผสานศิลป์ รากเหง้าไทย สู่ Global Style” ภายใต้แนวคิดเปลี่ยนภาพจำผ้าไทยให้สนุก ทันสมัย และสวมใส่ได้จริง เธอและทีมงานลงพื้นที่ทำงานร่วมกับกลุ่มชุมชน “พ่อใหญ่แม่ใหญ่” ตามต่างจังหวัด เพื่อนำภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองมาดีไซน์ มิกซ์แอนด์แมตช์ใหม่ ให้มีความทันสมัย แซ่บ สนุก ใส่ได้ทุกวัน  ผลงานเด่นออกแบบเสื้อแจ็กเก็ตผสมผสานผ้าไทยและผ้าปาเต๊ะลายประแจจีนให้ “เนเน่ รอยัล” สวมใส่ในการประกวด America’s Got Talent ภายในเวลาเร่งด่วนเพียง 2 วัน จนกลายเป็นไวรัลและช่วยขับเคลื่อน Soft Power ไทยในระดับสากล

AGT 2026, TiTA Style, พรีออเดอร์, เนเน่, เสื้อแจ็กเก็ตผ้าไทย

มัดรวม 7 โรงแรมในกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก ไม่ต้องรถติด

3 กันยายน 2569 เวลา 14:38 น.

โรงแรมในกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้การเดินทางในกรุงเทพฯ สะดวกขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่อยากเสียเวลาไปกับรถติด เพราะสามารถเดินจากที่พักไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ง่าย และเดินทางต่อไปยังย่านต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งรถยนต์

บทความนี้เลยรวบรวมวิธีเลือกโรงแรมในกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้า พร้อมตัวอย่างโรงแรมในย่านต่าง ๆ ให้เลือกตามแผนการเดินทางและสไตล์การเที่ยว

โรงแรมในกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้าดียังไง ทำไมถึงเลือกกัน?

ใครที่เคยเจอรถติดในกรุงเทพฯ คงเข้าใจดีว่า การเดินทางใช้เวลานานแค่ไหน การเลือกพักโรงแรมใกล้รถไฟฟ้าจึงช่วยให้เดินทางได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไปแหล่งช้อปปิ้งอย่างสยามและเซ็นทรัลเวิลด์ หรือเดินทางต่อไปสนามบินผ่านแอร์พอร์ตลิงก์และรถไฟสายสีแดงก็ทำได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะคนที่มีเวลาเที่ยวจำกัด การลดเวลาที่ต้องเสียไปบนท้องถนนช่วยให้มีเวลาเที่ยว พักผ่อน หรือทำธุระได้มากขึ้น จึงไม่แปลกใจที่โรงแรมใกล้รถไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ

ต้องดูอะไรบ้างก่อนจองโรงแรมใกล้รถไฟฟ้า?

อยากได้โรงแรมในกรุงเทพฯ ที่ใกล้รถไฟฟ้าแบบเดินถึงได้จริง ไม่ใช่แค่คำว่า “ใกล้” ลองเช็กเรื่องเหล่านี้ก่อนจอง จะได้เลือกที่พักที่ตอบโจทย์การเดินทางของเรา

  • ระยะเดินจากโรงแรมถึงสถานี: เลือกที่เดินถึงได้ภายใน 5-10 นาที ลองเช็กระยะทางจากแผนที่ประกอบด้วยเพื่อความชัวร์ จะได้วางแผนเวลาเดินทางได้แม่นยำขึ้น
  • เส้นทางรถไฟฟ้าที่เชื่อมไปยังย่านอื่น: ถ้าจะเที่ยวหลายย่าน ลองดูว่าสถานีที่ใกล้โรงแรมว่าอยู่สายไหน ใกล้จุดเปลี่ยนสายอย่างสยาม อโศก หรือหมอชิตไหม จะช่วยให้ต่อรถไฟฟ้าไปย่านอื่นได้ลื่นไหลกว่าเดิม
  • สิ่งอำนวยความสะดวกรอบที่พัก: เช็กว่าใกล้ ๆ มีร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ไหม จะได้หาของกินหรือทำธุระระหว่างทริปได้ง่าย ๆ

รวมโรงแรมในกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้า

รวมโรงแรมในกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้า จากหลากหลายทำเล ตั้งแต่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง แหล่งช้อปปิ้ง ไปจนถึงย่านไลฟ์สไตล์ยอดนิยม เพื่อให้เลือกที่พักได้ตรงกับจุดหมายและแพลนการเดินทางของแต่ละทริปมากที่สุด

1.ฮิลตัน กรุงเทพฯ แกรนด์ อโศก (Hilton Bangkok Grande Asoke)

โรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางย่านอโศก ตัวอาคารเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าในระยะเดินไม่กี่ก้าว ห้องพักกว้างขวางพร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งและฟิตเนสครบครัน เหมาะกับคนที่อยากพักย่านธุรกิจ ใกล้ห้าง Terminal 21 และแหล่งกินดื่มยามค่ำคืน

  • รถไฟฟ้า: BTS สถานีอโศก, MRT สถานีสุขุมวิท
  • พิกัด: 30 ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
  • โทร: 02-204-4000
  • ราคาเริ่มต้น: 2,9xx บาท

2.ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส บางกอก สยาม (Holiday Inn Express Bangkok Siam)

โรงแรมระดับ 4 ดาวย่านสยาม ห้องพักเรียบง่ายทันสมัย ราคาจับต้องได้ เดินถึงสยามสแควร์และสยามพารากอนได้ในไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่อยากให้สยามเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางเพื่อต่อรถไฟฟ้าไปย่านอื่นได้

  • รถไฟฟ้า: BTS สนามกีฬาแห่งชาติ
  • พิกัด: 889 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
  • โทร: 02-217-7555
  • ราคาเริ่มต้น: 2,6xx บาท 

3.โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร (Eastin Grand Hotel Sathorn)

โรงแรม 5 ดาวที่มีจุดเด่นเรื่องทำเล เพราะมีทางเชื่อมตรงจากตัวโรงแรมไปยังรถไฟฟ้าได้เลย มีสระว่ายน้ำวิวเมือง เหมาะกับสายทำงานหรือคนที่อยากพักย่านสาทร ใกล้เส้นสีลม-สาทรที่เป็นย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ

  • รถไฟฟ้า: BTS สุรศักดิ์
  • พิกัด: 33/1 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  • โทร: 02-210-8100
  • ราคาเริ่มต้น: 3,6xx บาท

4.515 โรงแรมวิคตอรี (515 Victory Hotel)

โรงแรมเปิดใหม่สไตล์อินดัสเทรียลชิคใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้องพักตกแต่งดี บริการดี ทำเลอยู่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟฟ้าและถนนพญาไท เหมาะกับคนที่อยากพักย่านที่เดินทางสะดวกไปได้ทั้งฝั่งสยามและฝั่งดอนเมือง

  • รถไฟฟ้า: BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • พิกัด: 5/15 ถนนพญาไท แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
  • โทร: 02-245-1515
  • ราคาเริ่มต้น: 1,5xx บาท 

5.โรงแรมโฮเทล รอยัล บางกอก (Hotel Royal Bangkok)

โรงแรม 4 ดาวตั้งอยู่ติดถนนเยาวราช มีสระว่ายน้ำและบาร์บนดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมือง เหมาะกับคนที่อยากพักใกล้แหล่งสตรีทฟู้ดชื่อดังของกรุงเทพฯ แล้วยังต่อรถไฟฟ้าไปย่านอื่นได้สบาย

  • รถไฟฟ้า: MRT วัดมังกร
  • พิกัด: 421/4 ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100
  • โทร: 02-226-0026
  • ราคาเริ่มต้น: 1,1xx บาท

6.บูทีค ผู้ใหญ่ลี (Boutique Poo-Yai Lee @BP Place)

ที่พักสไตล์บูทีคย่านจตุจักร ห้องพักกว้างขวาง มีตัวเลือกห้องครอบครัวสำหรับพักหลายคน อยู่ใกล้ตลาดนัดจตุจักรและเดินทางไปรถไฟฟ้าได้ไม่ไกล เหมาะกับคนที่อยากไปตลาดนัดตอนเช้าแล้วยังต่อรถไฟฟ้าเข้าเมืองได้สะดวก

  • รถไฟฟ้า: BTS สะพานควาย, BTS หมอชิต, MRT สวนจตุจักร
  • พิกัด: 5 พหลโยธิน ซอย 18 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  • โทร: 02-617-7080
  • ราคาเริ่มต้น: 1,1xx บาท

7.โรงแรมคิวว์ สุขุมวิท อ่อนนุช (Qiu Hotel Bangkok)

โรงแรมระดับ 4 ดาวย่านอ่อนนุช มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งและมินิกอล์ฟในตัว อยู่ใกล้ตลาดอ่อนนุชและห้างสรรพสินค้า เหมาะกับคนที่อยากพักย่านสุขุมวิทที่เงียบกว่าใจกลางเมือง แต่ยังต่อรถไฟฟ้าเข้าเมืองได้สบาย

  • รถไฟฟ้า: BTS อ่อนนุช
  • พิกัด: 9 สุขุมวิท 79 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10260
  • โทร: 02-730-3277
  • ราคาเริ่มต้น: 1,6xx บาท

สรุป

โรงแรมในกรุงเทพฯ ใกล้รถไฟฟ้ามีตัวเลือกหลากหลาย ตั้งแต่ย่านธุรกิจอย่างอโศกและสาทร ไปจนถึงย่านที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างไชน่าทาวน์และอนุสาวรีย์ชัยฯ ก่อนจองโรงแรม ลองนึกถึงแพลนทริปของตัวเองก่อนว่าจะเน้นช้อปปิ้ง เดินเที่ยวเรื่อย ๆ หรือเน้นความคุ้มค่า แล้วเลือกย่านที่ตอบโจทย์ที่สุด รับรองว่าแค่พักโรงแรมใกล้รถไฟฟ้า การเดินทางทั้งทริปจะง่ายขึ้นเยอะ