จ.ชลบุรีจัดพิธีมอบรางวัลประกวดภาพถ่าย ‘The Power of SHINE : แสงแห่งศรัทธา เหนือผาเขาชีจรรย์’ ถ่ายทอดพลังแห่งศรัทธาผ่าน 249 ภาพประทับใจ

จ.ชลบุรีจัดพิธีมอบรางวัลประกวดภาพถ่าย 'The Power of SHINE : แสงแห่งศรัทธา เหนือผาเขาชีจรรย์'  ถ่ายทอดพลังแห่งศรัทธาผ่าน 249 ภาพประทับใจ

จ.ชลบุรีจัดพิธีมอบรางวัลประกวดภาพถ่าย ‘The Power of SHINE : แสงแห่งศรัทธา เหนือผาเขาชีจรรย์’ ถ่ายทอดพลังแห่งศรัทธาผ่าน 249 ภาพประทับใจ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.39 น.

จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ บริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดภาพถ่าย “The Power of SHINE : แสงแห่งศรัทธา เหนือผาเขาชีจรรย์” ภายใต้กิจกรรม “แห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์ ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์ ครั้งที่ 12” ซึ่งจัดขึ้น ณ เขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อเปิดพื้นที่ให้ช่างภาพและผู้รักการถ่ายภาพได้ร่วมถ่ายทอดความงดงามของศิลปวัฒนธรรม และพลังแห่งศรัทธา ผ่านมุมมองสร้างสรรค์จากเลนส์ภาพถ่าย

โดยพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด พร้อมด้วย อำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี และคณะผู้บริหารจากบริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ทรงกลด  พันธุ์วิชาติกุล และ อนิรุจน์  นุชพันธ์ ร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล

การประกวดในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากช่างภาพทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวมทั้งสิ้น 249 ภาพ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 112,340 บาท โดยผลการประกวดประเภท DSLR / Mirrorless / Compact รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เสกสรร เสาวรส ผลงาน “The Power of SHINE” รับรางวัลกล้อง Sony รุ่น Vlog ZV-E10K มูลค่า 19,990 บาท พร้อมเงินสด 10,000 บาท รวมมูลค่า 29,990 บาท

เสกสรร เสาวรส ผลงาน “The Power of SHINE” 

รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายคณิศร ธรรมเนียม ผลงาน “โขนยืนสง่าใต้แสงทอง เส้นธรรมเรืองรองบนผาเขาชีจรรย์”รับรางวัลกล้อง Sony รุ่น Vlog ZV-1F มูลค่า 17,990 บาท พร้อมเงินสด 8,000 บาท รวมมูลค่า 25,990 บาท ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายสมบัติ ชัยสายัณห์ ผลงาน “แห่โคมชมพระฉาย” รับรางวัลลำโพง Sony รุ่น SRS-ULT50 มูลค่า 8,590 บาท พร้อมเงินสด 5,000 บาท รวมมูลค่า 13,590 บาท

คณิศร ธรรมเนียม ผลงาน “โขนยืนสง่าใต้แสงทอง เส้นธรรมเรืองรองบนผาเขาชีจรรย์”

สำหรับผลการประกวดประเภท Smartphone รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายธวัช บุญนวม ผลงาน “ร่วมแรงร่วมใจ สู่แสงแห่งศรัทธา เหนือผาเขาชีจรรย์” รับรางวัลหูฟัง Sony รุ่น WF-100XMS มูลค่า 7,990 บาท พร้อมเงินสด 5,000 บาท รวมมูลค่า 12,990 บาท

นายธวัช บุญนวม ผลงาน “ร่วมแรงร่วมใจ สู่แสงแห่งศรัทธา เหนือผาเขาชีจรรย์”

รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทวัส ศรีวัง ผลงาน “แสงส่องธรรม” รับรางวัลลำโพง Sony รุ่น SRS-ULT30 มูลค่า 5,990 บาท พร้อมเงินสด 3,000 บาท รวมมูลค่า 8,990 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวดารารัตน์ ธรรมมะ ผลงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง มหาศรัทธาแห่งเขาชีจรรย์” รับรางวัลลำโพง Sony รุ่น SRS-ULT10 มูลค่า 3,790 บาท พร้อมเงินสด 2,000 บาท รวมมูลค่า 5,790 บาท

 วิทวัส ศรีวัง ผลงาน “แสงส่องธรรม”

นอกจากนี้ ยังมี รางวัลชมเชยประเภทละ 5 รางวัล รวม 10 รางวัล เพื่อเชิดชูและส่งเสริมศักยภาพของผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายอีกด้วย สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานในปีนี้ สามารถชมความงดงามของงานนี้ผ่านผลงานภาพถ่ายจากผู้เข้าประกวดได้ และเตรียมพบกับความอลังการอีกครั้งในปีหน้า กับงาน “แห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์ ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์” หนึ่งในงานประเพณีสำคัญของจังหวัดชลบุรี ที่ผสานศิลปะ แสงไฟ วัฒนธรรม และพลังแห่งศรัทธาไว้อย่างงดงามลงตัว

ไอ.ซี.ซี. ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ไอ.ซี.ซี. ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ไอ.ซี.ซี. ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ บริษัทในเครือสหพัฒน์ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและตัวแทนพนักงาน เข้าร่วมในพิธี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ในการนี้คณะผู้บริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้มอบแผ่นเช็ดทำความสะอาดผิวชนิดเปียก และกระดาษเช็ดหน้าอองฟองต์ แบรนด์ภายใต้ บมจ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวน 14 ลัง ให้แก่ พลอากาศตรีสุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ยูนิลีเวอร์ สานต่อ ‘ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย เฟส 2’ ลดภาระค่าครองชีพทั่วไทย

ยูนิลีเวอร์ สานต่อ ‘ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย เฟส 2’ ลดภาระค่าครองชีพทั่วไทย

ยูนิลีเวอร์ สานต่อ ‘ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย เฟส 2’ ลดภาระค่าครองชีพทั่วไทย

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เดินหน้าแคมเปญ “ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย เฟส 2” ขยายระยะเวลามาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นสูงสุด 50% ตั้งแต่วันนี้จนถึงมิถุนายน 2569 เพื่อแบ่งเบาภาระให้แก่ประชาชนตามแนวทางของนโยบายไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพที่ได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก่อนหน้านี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมไทยรวมถึงส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อยทั่วประเทศ โดยเฉพาะร้านโชห่วยและ “ร้านติดดาว” ให้สามารถเติบโตและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

แคมเปญ “ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย เฟส 2” ยังคงมุ่งเน้นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยปรับลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุดถึง 50% ครอบคลุมกว่า 700 รายการ จาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ของใช้ส่วนบุคคล ความงามและสุขภาพ และอาหาร อาทิ บรีส, โอโม, ซันไลต์, ซันซิล, โดฟ, เคลียร์, คอมฟอร์ท, ลักส์, วาสลีน, พอนด์ส, แอ็กซ์, เรโซน่า และคนอร์ โดยความร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีกกว่า 70,000 ร้านค้าทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม

นายอาซีม ปุริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย 

นางสาวสุธิดา เงินหมื่น ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน การรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะการดูแลประชาชนระดับฐานรากให้สามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านโชห่วย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาค ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยตรง แต่ยังช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย สร้างสภาพคล่องให้ร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการค้าปลีกในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมและช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการบริโภคของประเทศในระยะต่อไป”

นายอาซีม ปุริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ยูนิลีเวอร์ภูมิใจที่ได้ดำเนินแคมเปญ ‘ลดช่วยไทย’ สู่เฟสที่ 2 ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของโครงการในเฟสแรก และตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่พี่น้องชาวไทย ด้วยการส่งมอบสินค้าจำเป็นในราคาที่เข้าถึงได้ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร้านค้าปลีกรายย่อยซึ่งเป็นหัวใจของชุมชนทั่วประเทศ เราเชื่อมั่นว่าการขยายระยะเวลาแคมเปญจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายครั้งนี้”

ทั้งนี้ โครงการ “ร้านติดดาว” ของยูนิลีเวอร์ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนแคมเปญ “ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย เฟส 2” และเป็นช่องทางให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยยูนิลีเวอร์ให้การสนับสนุนร้านค้าโชห่วยและร้านขายของชำในชุมชนอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับศักยภาพให้สามารถแข่งขันได้ในยุคปัจจุบัน และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในท้องถิ่นได้อย่างตรงจุด ตั้งแต่การให้คำแนะนำด้านการจัดเรียงสินค้า การตกแต่งร้าน การจัดโปรโมชันพิเศษ และการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการร้านค้าปลีกยุคใหม่ที่นำแนวคิดโมเดิร์นเทรดมาปรับใช้ ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 12,000 แห่งทั่วประเทศ

ยูนิลีเวอร์ยังคงยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์คุณค่าทั้งทางธุรกิจและสังคม ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนของสังคมไทยได้ก้าวเดินไปด้วยกัน        

สทบ. คิกออฟ ‘กองทุนชุมชนเมือง’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

สทบ. คิกออฟ ‘กองทุนชุมชนเมือง’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

สทบ. คิกออฟ ‘กองทุนชุมชนเมือง’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) รุกหนักขับเคลื่อนโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการและการจัดการดำเนินงานกองทุนชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดหลัก “กองทุนพัฒนาเมืองเพื่อชีวิตที่ยั่งยืนของคนกรุงเทพฯ” มุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองผ่านกลไกการกระจายอำนาจให้ชุมชนบริหารจัดการตนเองอย่างแท้จริง

นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)

นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยในงานประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนดำเนินงานกองทุนชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซว่า โครงการนี้ คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของกองทุกหมู่บ้านในบริบทเมืองโดยเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงการปล่อยสินเชื่อ แต่คือการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อประชาสัมพันธ์บทบาท ภารกิจ นโยบายการดำเนินงานกองทุนชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจในวงกว้าง พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน เพื่อสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย

“เราไม่ได้มาเพื่อแค่ให้กู้เงินไปใช้จ่าย แต่เรามาเพื่อ ‘สอนจับปลา’ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับคนกรุงเทพฯ”  ชาญกิจ กล่าว พร้อมระบุว่าตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่แท้จริงของ สทบ. รอบนี้คือ “รายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น” และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นผล

ผ่ากลยุทธ์ 5 ปรัชญา สู่การฟื้นฟูกองทุนที่ซบเซา

โครงการนี้ขับเคลื่อนภายใต้ปรัชญาหลัก 5 ประการ ได้แก่ 1.เสริมสร้างสำนึกความเป็นชุมชนและท้องถิ่น 2.ชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคต และจัดการหมู่บ้านและชุมชนด้วยคุณค่าและภูมิปัญญาของตนเอง 3. เกื้อกูลประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาส เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียม 4.เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกับชุมชน ราชการ เอกชน และประชาสังคม 5.กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น และพัฒนาประชาธิปไตยพื้นฐาน

นอกจากการชี้แจงนโยบายแล้ว ภายในงานยังมีการเสวนาเจาะลึกถึงความท้าทายของชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน ทั้งในด้านการเงินและคุณภาพชีวิต โดย สทบ. ได้วางโรดแมปในการฟื้นฟูกองทุนที่เคยซบเซาในพื้นที่ กทม. ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ๆ การสร้างอาชีพเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลก และการจับมือกับพันธมิตรระดับมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เติมเต็มองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและนวัตกรรมอาชีพที่ตอบโจทย์โลกปัจจุบัน

ยกระดับสู่ “สถาบันการเงินชุมชน” สู้ศึกหนี้นอกระบบ

หนึ่งในประเด็นไฮไลท์จากการสัมภาษณ์คือการยกระดับกองทุนหมู่บ้านในกรุงเทพฯ ให้เป็น “สถาบันการเงินชุมชน” ที่มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นเกราะป้องกันและทางออกให้กับประชาชนที่เผชิญกับปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็น Pain Point ใหญ่ของคนเมืองในปัจจุบัน นอกจากนี้ เพื่อให้เท่าทันการสื่อสารในยุคดิจิทัล สทบ. ยังได้เปิดตัวช่องทางการสื่อสารใหม่ผ่าน Line OA: @LoveBangkok เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารและรับฟังความคิดเห็นจากคนกรุงเทพฯ โดยตรง

“คนกรุงเทพฯ มีความท้าทายที่ต่างจากต่างจังหวัด เราจึงต้องระดมสมองและฟังเสียงจริงจากพื้นที่ เพื่อให้เม็ดเงินและนโยบายลงไปถึงมือสมาชิกอย่างโปร่งใสและถูกจุดที่สุดผมเชื่อมั่นว่ากองทุนพัฒนาเมืองนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายชาญกิจ กล่าวทิ้งท้าย

สทบ. มั่นใจว่าการพลิกโฉมกองทุนพัฒนาเมืองในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของหน่วยงานในฐานะที่พึ่งพิงหลักด้านเศรษฐกิจฐานรากของคนเมืองอย่างยั่งยืน

LEGO จุดประกายไอเดีย เปลี่ยนตัวต่อให้เป็นมากกว่า ‘ของเล่น’ เชื่อมทุกเจนเนอเรชัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

LEGO จุดประกายไอเดีย เปลี่ยนตัวต่อให้เป็นมากกว่า ‘ของเล่น’  เชื่อมทุกเจนเนอเรชัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

LEGO จุดประกายไอเดีย เปลี่ยนตัวต่อให้เป็นมากกว่า ‘ของเล่น’ เชื่อมทุกเจนเนอเรชัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.09 น.

ในโลกที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้น “การเล่น” อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนเผลอมองข้าม แต่สำหรับ LEGO แล้ว การเล่นไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่าง หากคือ “ภาษาสากล (Universal Language)” ที่สามารถสื่อสารผ่านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และสร้างประสบการณ์ร่วมที่มีความหมาย พร้อมเชื่อมโยงผู้คนต่างวัยเข้าด้วยกัน วันนี้ LEGO กำลังนิยามคำว่า “การเล่น” ใหม่ ที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคโมเดิร์นอย่างแท้จริง

จากภาพจำเดิมๆ ของการเล่นอาจเคยถูกจำกัดไว้แค่ในโลกของเด็ก แต่ในปัจจุบัน การเล่นได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน หรือแม้แต่ “Kidult” (Kid + Adult) หรือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ยังคงหลงใหลในความสนุกแบบเด็กๆ ซึ่งความสนุกของการเล่นได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการแสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ได้เติบโตอีกครั้ง ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพักใจ ช่วยให้เราได้ละสายตาจากสมาร์ทโฟน แล้วกลับมาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างช่วงเวลาคุณภาพผ่านการแชร์จินตนาการ การเรียนรู้และเรื่องราวต่างๆ ร่วมกัน ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัยในครอบครัว สร้างประสบการณ์ที่สนุกและมีความหมายได้อีกด้วย

หัวใจสำคัญของ LEGO คือการสร้างแรงบันดาลใจผ่าน “การเล่น” ตัวต่อที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เหตุผลที่ LEGO ยังคงครองใจคนทั่วโลกและยืนหนึ่งในใจนักต่อเลโก้มากว่า 94 ปี (ก่อตั้งปี ค.ศ. 1932) คือ การ Collaboration ร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก ตั้งแต่ภาพยนตร์ระดับตำนาน งานดีไซน์ แฟชั่น กีฬา ไปจนถึงป๊อปคัลเจอร์ โดยนำสิ่งที่ทุกคนหลงใหลมาเปลี่ยนให้เป็นโมเมนต์ที่สามารถสะสมและจับต้องได้ อย่างการจับมือกับ Formula 1® ปั้นคอลเลกชัน LEGO® F1® ที่เปลี่ยนโลกแห่งความเร็วจากสนามแข่งสู่ตัวต่อที่สมจริง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา และยังคงต่อยอดความร่วมมือในปีนี้ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบรถแข่ง F1® ได้สัมผัสประสบการณ์ความเร็วระดับโลกกับคอลเลคชันใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าการที่แบรนด์อย่าง LEGO เข้าไปอยู่ในทุกอณูของวัฒนธรรมร่วมสมัย เมื่อมีการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ จะเกิดปรากฏการณ์ที่เหล่าบรรดานักสะสมและแฟนเลโก้ทุกเพศทุกวัยทั่วโลก ต่างตื่นเต้นและเฝ้ารอที่จะได้เป็นเจ้าของแทบทุกคอลเลกชันที่วางขายเลยก็ว่าได้

หรือแม้กระทั่งคอลเลกชันล่าสุดที่กำลังเป็นกระแส ทั้งในแฟนๆ ชาวไทยและทั่วโลกเพื่อต้อนรับเทศกาลฟุตบอลโลก กับ LEGO® FIFA World Cup™ ที่จะพาทุกคนไปใกล้ชิดกับเหล่าบรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี, คริสเตียโน โรนัลโด, คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ในรูปแบบตัวต่อ คอลเลกชันนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่สื่อถึงสปิริตของฟุตบอลโลก ไม่ว่าคอบอลตัวยงหรือนักสะสมที่มีแพชชั่นด้านกีฬา คอลเลกชันนี้คือสิ่งที่ต้องมีไว้ครอบครอง เพื่อเตือนความจำถึงเกมส์ฟุตบอลประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ทั้งในอดีตและปัจจุบันในรูปแบบที่สร้างสรรค์กว่าใคร

แฟนๆ ชาวไทยที่กำลังมองหาคอลเลกชันในดวงใจ อย่าลืมแวะไปที่ LEGO® Certified Store ชั้น 3  สยามพารากอน ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคนอีกครั้งในโฉมใหม่ที่สวยและให้แรงบันดาลได้มากกว่าเดิม มอบประสบการณ์การชอปปิงที่ยกระดับ ดื่มด่ำไปกับการเล่นที่ชื่นชอบ และมีความอินเทอร์แอคทีฟมากยิ่งขึ้น พร้อมตื่นตาตื่นใจกับผนังตัวต่อกว่า 155,918 ชิ้น ที่ถ่ายทอดภาพของ วัดพระแก้ว (พระบรมมหาราชวัง) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสัญลักษณ์แห่งมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

มาร่วมสัมผัสโลกแห่งจินตนาการที่เป็นมากกว่าการเล่น แต่คือไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชันได้แล้ววันนี้ LEGO® Certified Store ชั้น 3 สยามพารากอน หรือผ่านทางออนไลน์ได้ที่ https://www.bricksthailand.com/

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/BricksThailand

ลำไย ไหทองคำ ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล กัปตันช้าง โผล่คอมเมนต์ทันที

ลำไย ไหทองคำ ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล กัปตันช้าง โผล่คอมเมนต์ทันที

ลำไย ไหทองคำ ปล่อยช็อตเด็ดริมทะเล กัปตันช้าง โผล่คอมเมนต์ทันที

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.

19 พฤษภาคม 2569 นักร้องลูกทุ่งสาวสุดฮอต “ลำใย ไหทองคำ” ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ หลังออกมาโพสต์ภาพเซ็ตเที่ยวทะเลสุดแซ่บผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยลุคสุดเซ็กซี่ในชุดบิกินี่สีดำ อวดหุ่นเป๊ะ เอวบาง หน้าท้องแบนราบ ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลและท้องฟ้าครึ้มๆ แต่ดีกรีความฮอตของเจ้าตัวกลับแย่งซีนธรรมชาติไปแบบเต็มๆ

งานนี้แฟนคลับแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันถล่มทลาย จนยอดไลก์พุ่งทะลุแสนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง รวมถึงคอมเมนต์จาก “กัปตันช้าง” แฟนหนุ่มที่เข้ามาแซวว่า “โอเชผ่าน” โดยลำไยได้ตอบกลับว่า “ขอรางวัล” งานนี้ทำเอาแฟนๆ แห่ฟินไปตามๆ กัน

ขอบคุณภาพจาก : @lamyailion

ฟิล์ม ทิฟฟานี่ เปิดจดหมายจาก แอนนา เผยชีวิตในเรือนจำสุดลำบาก ความงามเท่านั้นที่ทำให้อิ่มท้อง

ฟิล์ม ทิฟฟานี่ เปิดจดหมายจาก แอนนา เผยชีวิตในเรือนจำสุดลำบาก ความงามเท่านั้นที่ทำให้อิ่มท้อง

ฟิล์ม ทิฟฟานี่ เปิดจดหมายจาก แอนนา เผยชีวิตในเรือนจำสุดลำบาก ความงามเท่านั้นที่ทำให้อิ่มท้อง

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

ฟิล์ม ธัญญรัศม์ จิตประภาจิณ” หรือ ฟิล์ม ทิฟฟานี่ มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2007 เพื่อนสนิทของ “แอนนา วรินทร” ได้โพสต์ภาพจดหมายลายมือที่ส่งตรงมาจากเรือนจำลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “คิดถึงมากนะ วรินทร วัตรสังข์” โดยเนื้อหาในจดหมายลงวันที่ 11 พ.ค. 69 แอนนาได้เล่าถึงความสนิทสนมและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

‘แอนนา’ระบุว่าสภาพอากาศข้างใน “ร้อนเหมือนนรก” ไม่มีพัดลมหรือแอร์ ต้องใช้มือพัดเอาเองตลอดเวลา และถ้าฝนตกน้ำก็จะสาดเข้ามาในพื้นที่นั่งพัก แม้จะลำบากเรื่องอาหารการกิน แต่แอนนายังคงเอกลักษณ์ความรักสวยรักงาม โดยฝากข้อความถึงฟิล์มว่า “พี่อดกินข้าวได้ แต่พี่อดทากันแดด แต่งหน้าไม่ได้” และขอสนับสนุนเรื่องเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ‘แอนนา’ยังเล่าว่าในแดนที่เธออยู่มีกลุ่มกะเทยรวมกันนับร้อยคน และทิ้งท้ายเชิงตัดพ้อปนอารมณ์ขันว่า “ความงามเท่านั้นที่จะทำให้เราอิ่มท้อง ไม่สวยก็เหนื่อย”

หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปแฟนๆที่ติดตามแอนนาต่างเข้ามาคอมเมนต์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หลายคนบอกว่าอ่านจดหมายแล้ว “ได้ยินเสียงนางลอยออกมา” และคิดถึงคอนเทนต์ความบันเทิงของเธอแฟนคลับบางส่วนเข้ามาส่งกำลังใจให้แอนนาอดทนและผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และมีชาวเน็ตหลายคนอดขำไม่ได้กับความพยายามรักษาความสวยแม้ในยามลำบาก ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นของเธอเสมอมา ปัจจุบัน แอนนา วรินทร ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจากคดีฉ้อโกงประชาชนกรณี “กล่องสุ่ม” ที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 111 ล้านบาท

ต๊อด ปิติ งานเข้า ทัวร์ลงสนั่นหลัง ทราย แฉกลางโหนกระแส ขอความช่วยเหลือแต่ถูกเมิน

ต๊อด ปิติ งานเข้า ทัวร์ลงสนั่นหลัง ทราย แฉกลางโหนกระแส ขอความช่วยเหลือแต่ถูกเมิน

ต๊อด ปิติ งานเข้า ทัวร์ลงสนั่นหลัง ทราย แฉกลางโหนกระแส ขอความช่วยเหลือแต่ถูกเมิน

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.01 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลทันที หลังจากที่ “ทราย” ได้ไปเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” เล่าถึงมรสุมชีวิตและปัญหาภายในครอบครัวที่ทำเอาผู้ชมถึงกับอึ้ง โดยเฉพาะประเด็นที่เธอระบุว่าเคยพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องในตระกูลดัง แต่กลับได้รับความเฉยเมย

เปิดคำใบ้ “พี่ต๊อด-ลุงสันติ” เมินช่วยเหลือน้อง

ในรายการ ทรายเผยว่าเธอตกอยู่ในที่นั่งลำบากจนแทบไม่มีที่อยู่อาศัย ถึงขั้นเคยส่งรูปภาพข้าวของสัมภาระในรถไปให้ “ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” รวมถึงติดต่อ “ลุงสันติ” และญาติคนอื่นๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยเธอยืนยันว่ามีหลักฐานเป็นแชทข้อความทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบ หรือคำแนะนำเพียงให้ไป “ขอโทษแม่” ทั้งที่เธอกำลังเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว

โซเชียลระอุ แห่คอมเมนต์เดือดใน IG

ภายหลังจบรายการ ชาวเน็ตจำนวนมากได้เดินทางไปยังอินสตาแกรมส่วนตัวของ ต๊อด ปิติ (@tp12toddpiti) โดยเฉพาะโพสต์ล่าสุดที่เป็นรูปเด็กไม้พร้อมข้อความว่า “ไอ้เด็กคนนี้มันก็สู้มาตลอด” ซึ่งเดิมทีอาจสื่อความหมายอื่น แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ให้ชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อาทิ:

 “ถ้ารู้แล้ว ทำไมไม่ช่วยไอ้เด็กคนนี้ครับ?”

 “ตระกูลมั่งคั่งมาเป็นร้อยปี ขนาดทรายส่งรูปมาให้ว่าไม่มีที่อาศัย ก็ไม่เคยยื่นมือช่วย”

 “ผิดหวังมาก ครอบครัวควรเป็น Safe Zone อย่างน้อยควรพูดคุยหรือช่วยเหลือกัน”

ไม่เพียงแต่การต่อว่าในเชิงความสัมพันธ์ครอบครัว แต่แรงกระเพื่อมนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ธุรกิจ โดยมีชาวเน็ตบางส่วนประกาศ “เลิกสนับสนุนสินค้า” ในเครือ และตั้งคำถามถึงจริยธรรมของคนในตระกูลต่อปัญหาความเดือดร้อนของสายเลือดเดียวกันปัจุบันทางฝั่งของ “ต๊อด ปิติ” และครอบครัวยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อกรณีที่ถูกพาดพิงในรายการ ซึ่งคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่ามหากาพย์ดราม่าครอบครัวสิงห์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร

บอย พีธ เสิร์ฟแฟนฉ่ำ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

บอย พีธ เสิร์ฟแฟนฉ่ำ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

บอย พีธ เสิร์ฟแฟนฉ่ำ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.07 น.

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีสุดปัง  สําหรับ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026” คอนเสิร์ตใหญ่ของวงดูโอ้ระดับตำนานอย่าง  “บอย-พีธ” (บอย – อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี และ พีธ – พีราวัชร อัศววชิรวิท) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ ฮอลล์ระดับเวิลด์คลาส UOB Live, Emsphere โดย บริษัท มาสเตอร์พีธ แอนด์ โค จำกัด (MASTERPEET & CO Co., Ltd.) ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากผู้ชม และสื่อมวลทั้งหมด ที่พร้อมใจกันยกให้เป็นคอนเสิร์ตคุณภาพที่มอบความสุขให้กับคนดูได้อย่างครบทุกมิติ ทั้งโปรดักชั่นที่ดูเป็นงานศิลปะ แสงคมสวย เสียงร้องสด ดีไซน์โชว์ทุกซีน ทุกเพลง ทุกแขกรับเชิญ ออกมาได้อย่างสวยงาม ครบรส กลมกล่อมลงตัวที่สุด สมกับที่แฟนๆ รอคอยกันมา 23 ปี

งานนี้เรียกได้ว่าทั้ง “บอย” และ “พีธ” ปล่อยของเทหมดหน้าตักจัดเสิร์ฟความสุขให้กับแฟนๆ แบบจุกๆ เซอร์ไพรส์รัวๆ ชนิดที่แค่ลุกไปเข้าข้องน้ำก็ยังพลาดซีนเด็ดกันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่เปิดตัว บอย พีธในลุคสุดคูลกับเซ็ตเพลงที่ทุกคนคิดถึงของพีซเมกเกอร์อย่าง คิดถึง, เป็นของเธอ, อย่าคิดเลย, จนกว่าฟ้าจะมีเวลา, ฉันมีค่าแค่ไหน, ช่างไม่รู้เลย, ไม่เคยถามส่วนเกิน ก่อนจะพักทักทายแฟนเพลงในฮอลล์แล้วเสิร์ฟเพลงเพราะต่อเนื่องแบบฉ่ำๆ เต็มอิ่ม ด้วยเซ็ตเพลงเดี่ยวของบอยที่เปิดตัวจากมินิสเตจลอยฟ้าลงมากลางฮอลล์พร้อมโชว์พลังเสียงสุดบาดใจ และเซ็ตโชว์สุดละมุนของพีธ ต่อด้วยไฮไลท์โชว์สุดพิเศษที่สะกดคนดูได้ทั้งฮอลล์ ด้วยโชว์การร้องเพลง อยู่อย่างเหงาเหงา+รักเค้าไปก่อนดีมั๊ย และระยะสุดท้าย+เจ็บกว่าจาก ด้วยเทคนิค Mash Up ที่ทั้งบอยและพีธต้องใช้สมาธิขั้นสุดในการที่ต้องต่างคนต่างร้องเพลงของตัวเองในเวลาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเทคนิคสุดเทพของการร้องโชว์ที่ยากมากที่ไม่เคยเห็นในคอนเสิร์ตไหนมาก่อน ซึ่งดีไซน์โดย จั๊ก ชวิน ที่นอกจากจะทำหน้าที่มิวสิคไดเรคเตอร์ของคอนเสิร์ตนี้แล้ว ยังเซอร์ไพรส์คนดูด้วยการเปิดตัวโชว์โซโล่กีต้าร์จากแท่นคอนโทรลได้อย่างสุดเท่

ต่อด้วยพาร์ทเซอร์ไพรส์แขกรับเชิญกล่องจุ่มสุดจึ้งที่เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงหัวเราะได้อย่างถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็นสายร้องอย่าง แพท วงเคลียร์ ที่บอยถึงกับยกให้เป็น บอยพีซเมกเกอร์ภาคหญิงเลยทีเดียว / สายแซ่บอย่าง จ๊ะ นงผณี ที่ออกมาสวย สุดเซ็กซี่ พร้อมเรียกเสียงฮาด้วยการชวนบอย-พีธ เต้นร่อนสะโพกกันแบบจัดเต็มไม่เกรงใจเอว / สายหล่ออย่าง นาย ณภัทร ที่ประกาศ Sold Out จนต้องมาร้องเพลงแก้บน / สายฮาอย่าง ป๊อป ปองกูล – โอ๊ต ปราโมทย์ ที่โชว์แปลงเพลงเหงา ออกมาได้ในเวอร์ชั่นสุดเสียว และมอส – มายด์ (มอสมัดจุก) ที่มาสัมภาษณ์งานกันสดๆ บนเวที / สายตำนานตัวพ่อ ปู พงษ์สิทธิ์ ที่ร่วมร้องเพลงเรื่องบนเตียงกับบอย พีธได้อย่างสุดซึ้ง ถึงขนาดบอยให้เพลงนี้เป็นซีนที่จะซาบซึ้งไปตลอดชีวิต ตามมาด้วยพาร์ทเพลงสนุกที่บอยรับจบ โชว์ฟอร์มการเต้นที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แล้วลงไปเต้นยาวต่อเนื่องกับแฟนๆ ทุกโซนในฮอลล์อย่างใกล้ชิดสนุกสนาน ก่อนจะส่งท้ายโชว์ไปกับโมเม้นท์สุดซึ้งกระชากใจ กับเซ็ตเพลงในตำนานของพีซเมกเกอร์ อย่าง สุดท้าย เหงา คิดถึง ที่บอยกับพีธลงมาร้องกลางฮอลล์ ท่ามกลางแฟนๆ ที่พร้อมใจกันร่วมร้องเพลงออกมาได้เสียงดังกระหึ่มสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ จนทำให้บอยถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ในพลังของความรักและความคิดถึงที่แฟนๆ ส่งมาให้แบบเกินต้านขนาดนี้

“PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026 ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตที่นำพาทุกคนย้อนเวลากลับไปเปิดกล่องความทรงจำล้ำค่าร่วมกัน แต่ยังเป็นค่ำคืนที่เติมเต็มหัวใจของทั้งศิลปินและแฟนเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด! ด้วยพลังแห่งความรักความคิดถึง และการให้ที่แท้จริง เพราะรายได้ 50 บาทจากบัตรคอนเสิร์ตทุกใบ ได้ร่วมส่งต่อ ‘ปาฏิหาริย์’ อันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ป่วยทารกแรกเกิดให้คืนสู่อ้อมกอดครอบครัว โดยจะนำไปสมทบทุนกองทุนเพื่อผู้ป่วยทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ติดตามอัพเดททุกโมเม้นท์ของความคิดถึงนี้ได้ทาง https://www.facebook.com/profile.php?id=61580987141087&rdid=V5tEqcf3kTeN3Skh&share_url=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fshare%2F17fszoijtP%2F

#PeacemakerTheRePeaceConcert #BOYPEETConcert #BoyPeetPeacemaker #โตมายังคิดถึง #MASTERPEETandCO

ส่งต่อสะพานบุญยุค 80s-90s คอนเสิร์ต POP ON STAGE มอบราย ให้มูลนิธิ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ

ส่งต่อสะพานบุญยุค 80s-90s คอนเสิร์ต POP ON STAGE  มอบราย ให้มูลนิธิ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ

ส่งต่อสะพานบุญยุค 80s-90s คอนเสิร์ต POP ON STAGE มอบราย ให้มูลนิธิ รพ.พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

คอนเสิร์ตการกุศล คุณวรชาติ กิติมหาคุณ (ผู้จัดการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด) บริษัท พราว เอเวอรี่ติง จำกัด และ บริษัท แอด ออน บอร์ด จำกัด ผู้จัดคอนเสิร์ตรวมพลคนโลกดนตรี POP ON STAGE 80s -90 พร้อมด้วย กิตติยา วงศ์สกุลเกษม (ผู้บริหารโรงพยาบาลวรรณสิริ), นพ.ศรัณย์ วรรณจำรัส พร้อมคณะ และศิลปิน มอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงาน จำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในสังฆราชูปถัมภ์ โดยมี ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์) เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ “ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน” ต่อไป ณ Phenix Grand Ballroom ชั้น 5 โครงการฟีนิกซ์ ประตูน้ำ