หมอลักษณ์ ฟันธง 12 ราศี หลังดาวพฤหัส ใครปัง ใครพัง ดวงเมืองอาจจะมี รอบสาม แต่ครั้งนี้คือจบจริง

หมอลักษณ์ ฟันธง 12 ราศี หลังดาวพฤหัส ใครปัง ใครพัง ดวงเมืองอาจจะมี รอบสาม แต่ครั้งนี้คือจบจริง

หมอลักษณ์ ฟันธง 12 ราศี หลังดาวพฤหัส ใครปัง ใครพัง ดวงเมืองอาจจะมี รอบสาม แต่ครั้งนี้คือจบจริง

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.46 น.

“หมอลักษณ์” ฟันธง! 12 ราศี หลังดาวพฤหัส ใครปัง ใครพัง! ดวงเมืองอาจจะมี “รอบสาม” แต่ครั้งนี้คือจบจริง

 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครั้ง!! สำหรับการออกมาฟันธงทั้ง 12 ลัคนาราศี ตั้งแต่ดาวพฤหัสย้ายไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดย “หมอลักษณ์“ ได้ทำนายทั้ง 12 ราศีผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน31 ว่าราศีไหนปัง ราศีไหนพัง และยังแนะนำสถานที่มูสุดขลัง รวมไปถึงยังอัปเดตดวงเมืองว่าอาจจะมีรอบสาม…

หลังวันที่ 31 พฤษภาคม ดาวพฤหัสย้าย ส่งผลต่อทุกคนยังไงบ้าง?

“คือเป็นคำถามที่ชอบถามดาวย้ายส่งผลต่อคนยังไง แต่ทำไมไม่ถามกลับกันว่าแล้วคนคนนั้นทำอะไรไว้บ้าง ยกตัวอย่างว่าสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงเกิด ดาวพฤหัส เป็นตัวแทนของกุศลและบุญ ความดี กตัญญู และมีกันอยู่ไหม ซึ่งถ้าทุกท่านมีอยู่ในตัว ไม่ต้องกังวล เพราะบุญกุศลกำลังแสดงตัวอยู่ เวลานี้เป็นเวลาของคนดี คนขยัน ถ้าใครทุ่มเทที่ผ่านมาไม่ปัง หลังจากนี้จะปัง และดาวพฤหัสบดี ย้ายมาเป็นมหาอุตม์ มีสามจังหวะ จังหวะแรกคือ 13 พค. ปีที่แล้วมาถึง วันที่ 2 ตค. และจังหวะที่สอง 31 พค. ปีนี้ ถึง 20 ตค. ปีนี้ จังหวะที่สาม 9 กพ.70 ถึง 22 มิย.70 แปลว่าเราจะมี 3 โอกาส“

6 ราศี “ดวงรุ่ง พุ่งฉุดไม่อยู่” 

ลัคนาราศีเมษ : เป็นราศีธาตุไฟ เป็นราศีเริ่มต้นของ 12 ราศี เพราะว่าพระอาทิตย์ผ่านกลุ่มดาวกลุ่มแรกก็คือกลุ่มดาวของเมษ คือแสงแรก ราศีดวงเมือง ราศีดวงโลก 14 กพ.ตั้งแต่ต้นปี นับไปอีก 2 ปี งานเดิมๆที่เคยเป็นมา มันจะหมดอายุ มันจะต้องยกเครื่องใหม่ รับรองดีแน่นอน ตอนนี้คนเกิดราศีนี้จะยังมึนอยู่ แล้วตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เราเครียดกันเรื่องโลกไหม เพราะว่ามันเป็นราศีดวงโลก และดาวพฤหัสดำเนินเข้าราศีเมษ จะทำให้เจริญยิ่ง มีโอกาสใหม่ๆ เลิกติดกับดักในอดีต คิดใหม่ทำใหม่ จะมีคนส่งเสริม 

ลัคนาราศีกรกฎ : ก่อนหน้านี้ดาวพฤหัสอาจจะทับลัคนาราศีนี้ แล้วที่ผ่านมาเราอาจจะเริ่มต้นไปแล้ว แต่อาจจะไม่ลงล็อค ยังไม่ได้ดั่งใจต้องการ หลัง 31 พค. ถ้าตื่นรู้ตื่นตัว ฟังคุยแซ่บในวันนี้ ลุยสุดกำลัง หลังจากนี้จะสำเร็จ สิ่งที่หวังจากไกลจะมาใกล้ ให้ประสบความสำเร็จ ได้ไปสู่ความร่ำรวย และหลังจากวันที่ 20 ตุลาคมเป็นต้นไป ถึง 9 กุมภาพันธ์ปีหน้า เรือนการเงินจะมั่งคั่งร่ำรวย 

ลัคนาราศีตุลย์ : ดาวพฤหัสเดิมเป็นการก่อสร้างร่างตัว บุกเบิก ต่อสู้ เริ่มต้น ตั้งแต่ 31 พฤษภาอยู่ยาวไปถึง 20 ตุลา ดาวพฤหัสบดีดวงนี้จะมาจะสว่างในเรือนงาน อยู่ 2 ปี ทำอะไรก็ขอให้สุดกำลัง โดยเฉพาะงานที่เกิดจากคอนเน็คชั่นส์ เกิดจากองค์ความรู้ สำเร็จแน่นอน ถ้าราศีนี้ลุยในเรื่องของวิชา การงาน การวิจัย พัฒนา ที่แสดงให้เห็นผลชัด ไม่ได้หลอกใคร สำเร็จแน่นอน

ลัคนาราศีมังกร : คราวนี้ดาวพฤหัสยกมาเล็งดวงชะตา หมายถึงว่าผู้ใหญ่จะมาหนุน จะมาช่วยยกให้เรารุ่งโรจน์ คนที่เกิดราศีมังกรจะต้องอ่อนน้อม ก็จะรุ่งโรจน์มาก ตั้งแต่ 31 พฤษภาที่ผ่านมาเป็นต้นไป แต่มันจะมีอยู่ข้อหนึ่งว่าถ้าคนที่เกิดราศีมังกร ถ้าทำงานร่วมกับใคร ต้องปรึกษาผู้รอบรู้ สำคัญที่สุด ต้องทำเอกสารให้ชัดเจน ต้องคุยกันก่อน ไม่งั้นตอนหลังจะมีปัญหา และอีกสิ่งหนึ่งของคนที่เกิดราศีนี้ถ้าใครยังโสด คุณจะเจอคู่ มีโอกาสได้เจอคนที่รู้ใจ ทั้งมังกรและกรกฏ ตั้งแต่ 31 พฤษภาที่ผ่านมาจนถึง 20 ตุลาปีนี้ มีสิทธิ์ได้แต่งงานปุ๊บปั๊บ

ลัคนาราศีพิจิก : บุคคลที่เกิดราศีนี้เป็นคนแปลก ลึกลับ ซับซ้อน มีซิกเซ้นต์ ถ้าเป็นหญิงหรือชายต้องระวังการเป็นม่าย รวมไปถึงกันย์กับมีน มีเกณฑ์เป็นม่ายสูง ก่อนหน้านี้อาจจะถูกโกง หรือเงินหายไป แต่หลังจากนี้มันจะกลับเข้ามา จาก 2 ตุลา ถึง 22 ธค.ปี68 จังหวะถัดมา 31 พค.ถึง 20 ตค.69 จากนี้เป็นต้นไปจะไม่มีตกอับแล้ว จะดีตลอด จากนี้มันจะลงล็อค เรื่องความสำเร็จ จะมีโอกาสรวย 

ลัคนาราศีมีน : ตามหลักหมอดูต้องดูว่าเสีย เพราะว่าจากนี้สองปี ราศีนี้จะมีเกณฑ์เลิกรา พลัดพรากจากคนรักหรือเบื่อหน่ายคนรัก หรือให้มีปัญหากับหุ้นส่วน เป็นเรื่องเดิมๆ แต่ต้องแยกนะว่าเรื่องเดิมๆกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นใหม่ แต่หลังจาก 31 พฤษภา ดาวพฤหัสในราศีมีน คือเรื่องดวงการงาน แนะนำให้วางเรื่องส่วนตัว เรื่องรัก และมองไปหาโอกาสใหม่ๆ อันเกี่ยวข้องกับการงาน จะรุ่งโรจน์ จะ โคตรสำเร็จ 

ส่วนอีก 2 ราศี “พลิกดี พลิกร้าย“

ลัคนาราศีสิงห์ : หลังจากวันที่ 31 พฤษภา สมมุติว่าเราคันหลัง เราจะเกาถนัดไหม แต่เมื่อเราคันหลังเราก็ต้องวานคนอื่นช่วยเกา หรือต้องหาไม้มาเกา หลักง่ายๆ เลยคือคนเกิดราศีนี้พอมุ่งจะทำอะไร มันไม่ง่าย มันต้องหาคนมาช่วย หรือรอจังหวะให้มีการพลิก จากหลายรายการมันดีก็อีกจังหวะหนึ่งคือ ตั้งแต่หลังวันที่ 20 ตุลาไปแล้ว 

ลัคนาราศีธนู : ไอ้คำว่าพลิกมันคือยังไม่ลงล็อค มันจะทายตรงๆ ว่าดวงยังไม่ดีก็ได้นะ หรือจะเสียก็ได้ เพราะว่าคนเกิดลัคนานี้ ดาวประจำตัวคือดาวพฤหัส และครั้งนี้ดาวที่ย้ายก็คือดาวประจำตัวของคุณ และเป็นดาวที่ประจำเกี่ยวกับบ้านรถที่ดิน ครอบครัว ถ้าตัวเองก็ระวังการป่วยเจ็บ มีรถก็ต้องซ่อม ปลวกกินบ้าน พูดไปยังไงก็แม่น แต่มันเป็นไม่นาน แต่หลังจาก 20 ตุลา มันก็พลิกมาดี  

เราจะต้องแนะนำให้เขาทำยังไง?

“หนึ่งก็คือต้องเดินทาง สองไปไหว้พระ และเทพที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนชะตาชีวิต มีสองเทพ คือพระพรหม และพระราหู เพราะว่าราหูเปลี่ยนดวงชะตา จากร้ายให้กลายเป็นดี และยังบางคนมีเลข 8 ในเบอร์โทรศัพท์ เลขแปดคือมายา และนักแสดงในพื้นดวงจะมีราหูคือเด่น และราหูจะย้ายเข้าสู่มหาจักร แต่ว่าสู้แล้วรวย สู้และชนะ ตะลุยสุดกำลัง คืออาจารย์เคยจัดทัวร์ไหว้พระ แล้วก็ได้สร้างพระราหูไว้ทั้งหมดสี่ภาค ถูกต้องตามตำรา ภาคเหนืออยู่ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน / ภาคอีสาน อยู่ที่วัดศาลาลอย จังหวัดนครราชสีมา / วัดนางพญา นครศรีธรรมราช / ส่วนภาคกลางก็อยู่วัดเจ้าอาม อยู่ฝั่งธน”

ล่าสุดจับมือค่ายดัง  “ทรู” จัดเบอร์ฟันธง “พระราหู เกษตร มหาจักร” ?

“นอกจากคุณใช้โทรศัพท์แล้ว  คุณก็ต้องใช้อินเตอร์เน็ต เพราะว่าต้องซื้อเบอร์และใช้อินเตอร์เน็ต ก็เลยต้องทำให้เบอร์มีพลัง และ นำเบอร์ที่เราจัดไว้แล้ว ไปมูทั้งสี่ภาค คือนอกจากอินเตอร์เน็ตดีแล้ว ก็จะมีพลังจากพระราหูด้วย โดยวิธีการเหมือนกับการไปเสกพระ แต่อันนี้ไปเสกเบอร์”

สองราศี มีเกณฑ์ร่ำรวย-โชคลาภ “เงินหล่นทับ รวยทันตา”

ลัคนาราศีเมถุน : มาเรื่อยๆ ไม่มุ่งมั่น และถ้าคุณรู้ว่าราศีคุณมีโอกาสรวย ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงปลายปีนี้ รวมไปถึงปีหน้า มีเกณฑ์รวย เพราะว่าดาวพฤหัสบดีเข้าสู่เกณฑ์เรือนการเงิน มาจากงานแล้วมาจากคู่ ใครที่เกิดราศีนี้คือพารวย การงานพารวย แต่ความรวยมันต้องเกิดจากการวางแผน ต้องมีที่ปรึกษาทางด้านการเงิน หรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย เพราะว่ามีมากแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่มีที่ปรึกษายังไงคุณก็พัง ไปตามใช้หนี้เรื่องภาษี

ลัคนาราศีกันย์ : เป็นราศีที่มีโลกส่วนตัวสูง เป็นราศีที่ต้องประกอบด้วยธรรม คนที่เกิดราศีนี้ ดีแล้วก็ต้องหาย เกิดแล้วก็ตกต่ำ ราศีกันย์เป็นอริของดวงโลกดวงเมือง ซึ่งหมอดูก็ทายว่าต้องเสียหมด คู่ครองและหุ้นส่วน รวมไปถึงปากชาวบ้าน ราศีกันย์ต้องบอกว่าช่างมัน มันไม่ใช่เรื่องของกู และเอาตัวเองไปหาเงิน อย่าไปใส่ใจกับเรื่องรักที่ปวดกบาล เอาปัญหาออกไปให้หมด ตะลุยกับงานที่เราถนัด โคตรจะสำเร็จ เพราะว่ามันรวยด้วยความอุดมสมบูรณ์

ราศีที่ต้องระวัง  ปัญหาถาโถม?

ลัคนาราศีกุมภ์ : จะมีเรื่องคือดาวราหูโคจรทับดวงชะตา อาจจะต้องโยกย้ายเปลี่ยนแปลงการงาน บ้าน ชีวิต คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจ อาจจะคิดว่าเรื่องใหญ่ จากในความหมายของอาจารย์คิดว่าโยกย้ายแล้วดี ต้องรอให้พ้น 20 ตุลา แล้วเดี๋ยวมันก็จะดี 

ราศีมีเกณฑ์ที่ต้องระวัง  “ เพื่อนสนิท พิษสหาย”

ลัคนาราศีพฤษภ : ในระยะเวลาที่ผ่านมางานจะดีมาก จะมั่นคงและยิ่งใหญ่ แต่พอหลังจากดาวย้าย เพื่อนจะสร้างปัญหา ถ้าเราคุยไม่เคลียร์ มันจะมีปัญหา เพราะว่าถ้างานมันไม่ดี เพื่อนจะเอาเปรียบไหม แต่ถ้างานมันดี ยังไงก็มีคนเอาเปรียบ 

สุดท้ายแล้วดวงเมืองเป็นยังไงบ้าง?

“มันมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย เรื่องร้ายอาจจะมีรอบสามนะ กับใครบางพวกบางเหล่าใกล้ๆ บ้านเรา แต่เราก็จะชนะขาด และครั้งนี้จะจบสิ้น รวมไปถึงเศรษฐกิจก็จะมีการลงทุนข้ามชาติของหลายชาติ ทำให้เกิดการคึกคักในธุรกรรมบางอย่าง”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เอ็ดดี้ เฮง เผยภาพความทรงจำอันสูงสุด ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยได้รับพระเมตตาจาก พระองค์ภา

เอ็ดดี้ เฮง เผยภาพความทรงจำอันสูงสุด ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยได้รับพระเมตตาจาก พระองค์ภา

เอ็ดดี้ เฮง เผยภาพความทรงจำอันสูงสุด ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยได้รับพระเมตตาจาก พระองค์ภา

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.56 น.

13 มิถุนายน 2569  นายสมยศ มาตุเรศ หรือ เอ็ดดี้เฮง นักแสดง – พิธีกร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียล “@happyeddyheng” เผยภาพในความทรงจำอันสูงสุดที่มีต่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 

เอ็ดดี้ เฮง โดยระบุข้อความว่า รูปนี้เป็นรูปเดียว ที่ไม่เคยให้ใครดู ไม่เคยโพสต์ลงที่ไหนมาก่อน ถือเป็นความทรงจำสูงสุด ที่ครั้งหนึ่งผมเคยได้ถ่ายภาพกับองค์ภา อย่างชิดใกล้ และท่านทรงเป็นกันเองมาก

ผมเป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับท่านในรั้วธรรมศาสตร์ ปี 2540 แต่อยู่คนละคณะ ท่านอยู่นิติ ผมอยู่วารสาร

ตอนเรียนรังสิต ก็เห็นท่านต่อแถวซื้อข้าวในโรงอาหารเช่นเดียวกับนศ.ทั่วไป จะมีก็แต่องครักษ์ที่ตามดูอยู่ห่างๆ

ตอนเรียนท่าพระจันทร์ก็จะเห็นท่านเดินผ่านหน้าคณะวารสารบ่อยๆ ก็เห็นนศ.ทุกคนนั่งปกติ เดินสวนปกติ ไม่มีการหยุดหรือต้องทำความเคารพใดๆ จะมีก็แต่องครักษ์ที่คอยตามอยู่ห่างๆ อาจจะมีคอยกันระยะห่าง ก็เหมือนถวายอารักขาเป็นปกติ

ในภาพ คือ เป็นวันเดียวกับที่ผมเรียนห้องเดียวกับท่าน ซึ่งผมไม่รู้เลยว่าต้องเรียนคลาสเดียวกัน(ถ้าในห้องเรียนจะไม่มีองครักษ์มาอยู่)

วันนั้นผมนั่งหลับในห้อง และไม่รู้ว่าข้างหน้าคือองค์ภา คือผมนั่งอยู่หลังท่าน พอช่วงเบรคผมก็ตื่นมาและพูดกับเพื่อนแบบข้ามหัวท่าน ผมบอกเพื่อนว่าเมื่อกี้จดอะไรไปบ้างขอดูเลคเชอร์หน่อย ผมตะโกนไปหลายครั้ง เพื่อนผมก็ทำปากจุ๊ๆ(แบบอย่าเพิ่งพูดตอนนี้ได้ไหม) ผมก็ตะโกนอีกเอาเลคเชอร์มาหน่อยๆ แล้วเพื่อนก็ส่งสัญญาณชี้ๆ พูดแบบไม่มีเสียง ผมก็อะไรนะๆๆๆ สักพักท่านก็หันมา วินาทีนั้นคือใจหายแว้บ หน้าผมเหวอมาก ถอดสี ใจหล่นตุ๊บ ผมยกมือขึ้นท่วมหัวบอกขอโทษครับๆๆๆ ขอประทานอภัย

ตอนนั้นไม่รู้จะพูดราชาศัพท์ยังไง หลายอารมณ์ปนเปมาก ตกใจ กลัว ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านจะโกรธไหม ถ้าท่านไม่พอใจผมจะถูกองครักษ์เรียกไปพบมั้ย แล้วผมจะโดนอะไรบ้าง เพื่อนผมทุกคนหันหน้ากลับและก้มหัวหมด 

สักพักองค์ภาก็พูดกับผมว่าจะเอาเลคเชอร์เหรอคะ ผมก็บอกว่า อ๋อไม่ครับๆ แล้วผมก็พูดกลับไปว่าขออนุญาตถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ ไม่รู้ตอนนั้นผมคิดอะไร ถึงกล้าพูดไปแบบนั้น ท่านก็ตอบว่าได้ค่ะ แล้วก็เดินมานั่งข้างๆท่าน ตอนแรกผมก็แบบจะนั่งพื้นนะ ท่านก็บอกว่าไม่ต้องค่ะ นั่งบนเก้าอี้นี้ได้เลย(เก้าอี้ข้างๆท่านว่างพอดี) ผมจึงได้ภาพนี้มา 

ตอนนั้นโคตรดีใจ ที่ท่านไม่โกรธแถมยังให้ผมได้ถ่ายรูปคู่อีก เพื่อนถามว่า กล้าขอถ่ายรูปได้ไง ดีนะหัวไม่หลุดจากบ่า ผมก็บอกเพื่อนว่าแล้วทำไมไม่บอกว่าเป็นองค์ภา เพื่อนก็บอกว่าบอกแล้วมึงไม่ได้ยิน

รูปนี้มาจากกล้องฟิล์ม ซึ่งอัดภาพมารูปเดียว หาฟิล์มนี้ไม่ได้แล้ว

วันนี้แสนสงสาร แสนเสียใจ ท่านอายุยังน้อย ถ้ายังอยู่น่าจะเป็นกำลังหลักในการถวายงานให้กับเสด็จพ่อ และเป็นความหวังของราชวงศ์

น้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

กวาง กมลชนก เผย 5 ความทรงจำแสนล้ำค่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

กวาง กมลชนก เผย 5 ความทรงจำแสนล้ำค่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

กวาง กมลชนก เผย 5 ความทรงจำแสนล้ำค่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.29 น.

13 มิถุนายน 2569 อดีตนางเอกชื่อดัง กวาง กมลชนก เขมะโยธิน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “กวาง กมลชนก (Kwang Kamolchanok)” ถึงความทรงจำแสนล้ำค่าที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะที่เธอเป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบันทั้งโรงเรียนราชินีและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กวาง กมลชนก ได้ระบุข้อความว่า ความทรงจำที่ข้าพเจ้ามีต่อพระองค์ภายังชัดเจนเสมอ หลายช่วงเวลาที่ได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับพระองค์

ครั้งแรก-สมัยที่ข้าพเจ้าได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายหมวดห้องพระองค์ภา (ท่านเป็นหัวหน้าอยู่ชั้นป.1 และกวางอยู่ม.5 )ในวันที่คุณครูประชุมทั้งโรงเรียน พี่หมวดจะมีหน้าที่ไปดูแลน้องๆตามชั้นเรียนที่เรารับผิดชอบ และกวางก็ถูกมอบหมายให้ไปชวนน้องๆป.1 สมัครประกวดร้องเพลงในงานอะไรสักอย่างจำไม่ได้ 

ทันทีที่พี่กวางถามน้องๆ ว่าใครจะประกวดร้องเพลงบ้าง? พระองค์ภา ทรงยกมือพร้อมทั้งส่งเสียงดังมาเป็นคนแรกว่า “ภาจะประกวด ภาจะร้องเพลงก๊อกก๊อกก๊อก” (ตอนนั้นเพลงประตูใจของสาวสาวสาวกำลังดังมาก) กิริยาที่น่ารัก ความกล้าหาญและเป็นธรรมชาติของพระองค์ในวันนั้นทำให้กวางต้องยิ้มออกมาทุกครั้งที่นึกถึง

ครั้งที่ 2 กวางได้มีโอกาสรับพระราชทานถ้วยรางวัลในงานกีฬาสีกับเพื่อนที่เป็นแม่สีสีน้ำเงินด้วยกัน รับจากพระหัตถ์ของพระองค์ ซึ่งตอนนั้นท่านยังเล็กมากๆแต่ก็สามารถยกถ้วยที่หนัก(สำหรับท่าน)มามอบให้พวกเราได้ พวกเราประทับใจยิ่งนัก

ครั้งที่ 3 ในงานสมาคมนักเรียนเก่าราชินี กวางไปรับเชิญร้องเพลง ก็ได้เข้าเฝ้าพูดคุยและถ่ายภาพกับพระองค์อีกครั้ง

ครั้งที่ 4 มีโอกาสรับพระราชทานของที่ระลึกจากพระองค์ในงานเกี่ยวกับการประกวดสัตว์เลี้ยงที่สวนลุมพินี ท่านก็ยิ้มให้และเอ่ยทักอีกว่า ”เจอกันอีกแล้วนะพี่กวาง“

ครั้งที่ 5 กวางเรียนจบแล้วกลับไปสอนเต้นให้น้องๆเชียร์ลีดเดอร์แถวๆตึกกิจกรรมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งท่านเพิ่งเข้ามาเป็นน้องปี1 ในขณะที่พี่ๆกำลังวุ่นอยู่กับการสอน ท่านเสด็จมายืนข้างหลังอย่างเงียบๆ ไม่มีพิธีรีตรองอะไร ท่านทักว่า “เป็นไงพี่กวาง” ข้าพเจ้าถวายคำนับแทบไม่ทัน ปลื้มใจอย่างที่สุดที่ท่านจำได้ว่าเราเป็นรุ่นพี่ที่ ราชินี และปีนั้นก็ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพระองค์ซ้อมและโชว์พร้อมกับเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์อีกหลายๆรุ่นในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาธรรมศาสตร์ครั้งที่55

ประทับใจและภูมิใจเหลือเกินค่ะ พระองค์ภา (เป็นสรรพนามที่ชาวราชินีในยุคนั้นเรียกท่าน) ทรงน่ารัก เป็นกันเอง ไม่ถือพระองค์เลย ท่านทรงมีพระจริยวัตรงดงาม ติดดินและทำตัวธรรมดามากๆ จึงเป็นที่รักของพวกเราตลอดมา 

เมื่อพระองค์จบการศึกษาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ท่านก็ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีและทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมายหลายด้านตามที่ทุกท่านทราบดี เหล่านี้คือความประทับใจมิรู้ลืมของพสกนิกรคนหนึ่งที่โชคดีได้เป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบันกับพระองค์ทั้งที่โรงเรียนราชินีและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สถิตในดวงใจนิรันดร์

ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้???? #รักพระองค์ภา????#พิกุลแก้ว #ลูกแม่โดม (Crภาพแรกจากหนังสือที่โรงเรียนราชินีจัดทำขึ้น)

พสกนิกรถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พสกนิกรถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พสกนิกรถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสริพัชร มหาวัชรราชธิดา เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เวลา 08.30 – 16.00น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยด้วย

บรรพชาอุปสมบทถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

บรรพชาอุปสมบทถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

บรรพชาอุปสมบทถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.00 น.

โครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

14 มิถุนายน 2569 รัฐบาลจัดพิธีบรรพชาในโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดมอบหมายให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบท เข้าร่วมพิธี ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร

เวลา 09.00 น. ณ อุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และถวายสักการะประธานสงฆ์

ต่อมา ผู้แทนนาคในโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายสักการะประธานฝ่ายสงฆ์ และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี ได้กล่าวถวายรายงาน ก่อนที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช จะประกอบพิธีบรรพชาสามเณรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมให้โอวาทแก่สามเณร และบันทึกภาพร่วมกันบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบรรพชา ผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคมได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ และในเวลา 12.30 น. ผู้บริหารส่วนราชการได้ถวายบาตรแก่สามเณร ณ บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ก่อนที่สามเณรจะออกเดินทางไปประกอบพิธีอุปสมบท ณ พระอารามที่กำหนด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเทพศิรินทราวาส และวัดบุรณศิริมาตยาราม

โครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถวายพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 100 คน ซึ่งจะเข้าศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ตลอดระยะเวลาของโครงการ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและน้อมนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

– 006

ประมวลภาพ พสกนิกรร่วมเฝ้าฯส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระบรมมหาราชวัง

ประมวลภาพ พสกนิกรร่วมเฝ้าฯส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระบรมมหาราชวัง

ประมวลภาพ พสกนิกรร่วมเฝ้าฯส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระบรมมหาราชวัง

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.31 น.

ประชาชน ร่วมแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพฯ

วันที่ 13 มิถุนายน 2569  เวลา 17.10 น ในการเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มายังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งตลอด 2 ฝั่งถนนตลอดเส้นทาง มีประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาด้วยความจงรักภักดีและรำลึกในพระกรุณาธิคุณ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก และสงบนิ่ง 

ซึ่งภายหลังการเชิญพระศพฯ นายชาตรี ภานิพัฒน์ ประชาชนจากเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เล่าว่า ที่ผ่านมาได้ตั้งร่วมบำเพ็ญกุศล ตั้งจิตภาวนา และอธิษฐานขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงหายจากพระอาการประชวรอย่างต่อเนื่อง และชื่นชมในพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถ โดยเฉพาะในฐานะองค์ประธานขับเคลื่อน โครงการราชฑัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกฝนทักษะอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมกลับสู่สังคม และไม่กลับมาทำอีกซ้ำอีก

เช่นเดียวกับ นางมนพร ยิ่งยง เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่าเดินทางมาพร้อมกับครอบครัวด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี  และสำนึกในพระกรุณาธิคุณ โดยเพราะโครงการเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งความสูญเสียในครั้งนี้นับเป็นอีกครั้งที่สะเทือนหัวใจของคนไทย 

ซึ่งในช่วงที่ขบวนเคลื่อนพระศพผ่านไปตามเส้นทาง ประชาชนบางส่วนได้หลั่งน้ำตาด้วยความอาลัยขณะขบวนเคลื่อนพระศพผ่านไปตามเส้นทาง อย่างก็ตามในขณะนี้ประชาชนบางส่วน ยังคงรอเฝ้าส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ภายหลังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง จะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และเปิดให้ลงนามถวายควาทอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพรุ่งนี้ (14 มิถุนายน 2569) ถึง 16 มิถุนายนนี้ ระหว่างเวลา 8.30 น. – 16.00 น. และจะเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธี ทรงบําเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วันแล้ว ในทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 21.00 น. โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป พร้อมทั้งจะพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบําเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน

ขณะที่ นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมเฝ้าฯ ส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ขณะเดียวกัน ประชาชนจำนวนมากได้เดินทางมาจับจองพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง เพื่อร่วมเฝ้าฯ ส่งเสด็จและแสดงความอาลัยด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

ในการนี้ กรุงเทพมหานครได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดแนวเส้นทาง ทั้งด้านการจราจร ความปลอดภัย การแพทย์และสาธารณสุข ความสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดสำคัญเพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเคลื่อนพระศพและการเฝ้าฯ ส่งเสด็จของประชาชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และเกิดความปลอดภัยสูงสุด

จีนเตือนพื้นที่ทะเลทรายเสี่ยงน้ำท่วมรุนแรง หลังอากาศร้อนจัด-ฝนหนัก-ธารน้ำแข็งละลายเร็วผิดปกติ

จีนเตือนพื้นที่ทะเลทรายเสี่ยงน้ำท่วมรุนแรง หลังอากาศร้อนจัด-ฝนหนัก-ธารน้ำแข็งละลายเร็วผิดปกติ

13 มิ.ย. 2569 10:50 น.

จีนเตือนพื้นที่ทะเลทรายเสี่ยงน้ำท่วมรุนแรง หลังอากาศร้อนจัด-ฝนหนัก-ธารน้ำแข็งละลายเร็วผิดปกติ

จีนเตือนประชาชนในซินเจียงอุยกูร์และพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ รับมือกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมรุนแรง ช่วงฤดูร้อนนี้ หลังอากาศร้อนผิดปกติ ฝนตกหนัก และการละลายอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็ง

รายงานจากสื่อทางการจีนระบุว่า ทะเลทรายทากลามากัน ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของจีน ได้เผชิญเหตุน้ำท่วมครั้งแรกของปีตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยมีภาพน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมเนินทรายที่ปกติแห้งแล้งอย่างยิ่ง

แม้ว่าทะเลทรายทากลามากันจะเคยเกิดน้ำท่วมในลักษณะคล้ายกันมาตั้งแต่ปี 2021 แต่โดยปกติเหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดของปี

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้อุณหภูมิพุ่งสูงเร็วกว่าปกติอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน อุณหภูมิในซินเจียงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาเดียวกันถึง 7.3 องศาเซลเซียส และแตะระดับ 38 องศาเซลเซียส

ขณะเดียวกัน พื้นที่ทางตะวันตกและตอนใต้ของซินเจียงยังเผชิญฝนตกบ่อยครั้งขึ้น โดยบางพื้นที่มีปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตสำหรับช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึง 2-3 เท่า

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า น้ำท่วมในทะเลทรายครั้งนี้เป็นผลจากการผสมผสานระหว่างคลื่นความร้อนและฝนตกหนัก ส่งผลให้ธารน้ำแข็งและหิมะสะสมบนเทือกเขาเทียนซาน และเทือกเขาคุนหลุน ละลายอย่างรวดเร็ว

มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลลงสู่แม่น้ำทาริม ซึ่งเป็นแม่น้ำภายในแผ่นดินที่ยาวที่สุดของจีน ก่อนที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงจนล้นตลิ่ง และไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำในเขตทะเลทราย

แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดโอเอซิสชั่วคราวกลางทะเลทราย แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่น่าจะคงอยู่ได้นาน เนื่องจากทะเลทรายทากลามากันตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินและถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง ทำให้มีความชื้นต่ำและอัตราการระเหยของน้ำสูงมาก

แม้น้ำที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่ป่าไม้และระบบนิเวศในบางส่วนของภูมิภาค แต่ทางการจีนเตือนว่าความเสี่ยงด้านภัยพิบัติยังคงอยู่ในระดับสูง

ซุน เชียนเชียน นักวิเคราะห์จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาจีนกล่าวว่า น้ำท่วมรุนแรงอาจสร้างความเสียหายต่อถนน ทางรถไฟ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นระบบสำคัญของภูมิภาค

เจ้าหน้าที่ยังแนะนำให้ประชาชนและนักเดินทางติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางตามสถานการณ์ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก.

ที่มา : channelnewsasia

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ Meta ทำพลาดระหว่างปรับองค์กรสู่ AI หลังปลดพนักงาน-โยกคนนับพันตำแหน่ง

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ Meta ทำพลาดระหว่างปรับองค์กรสู่ AI หลังปลดพนักงาน-โยกคนนับพันตำแหน่ง

13 มิ.ย. 2569 08:17 น.

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ Meta ทำพลาดระหว่างปรับองค์กรสู่ AI หลังปลดพนักงาน-โยกคนนับพันตำแหน่ง

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมตายอมรับว่า บริษัททำผิดพลาดหลายอย่างระหว่างปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อมุ่งสู่บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยืนยันไม่มีแผนปลดพนักงานรอบใหญ่เพิ่ม

การยอมรับดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ Meta กำลังทุ่มงบลงทุนมหาศาลหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภายในองค์กร ซึ่งสะท้อนแนวโน้มของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่กำลังเร่งแข่งขันด้าน AI อย่างเข้มข้นในปีนี้

ในบันทึกภายใน ซักเคอร์เบิร์กระบุว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ทำให้เกิดความท้าทายจำนวนมากต่อองค์กร และด้วยความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เขาได้ทำผิดพลาด 

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าบริษัทพยายามสร้างเสถียรภาพให้กับองค์กรให้มากที่สุดในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และไม่ต้องการให้พนักงานกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมากเกินไป

ซักเคอร์เบิร์กยังยืนยันอีกครั้งว่า Meta ไม่มีแผนปลดพนักงานทั่วทั้งองค์กรเพิ่มเติมในปีนี้ แม้ว่าจะยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม

ก่อนหน้านี้ Meta ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยลดจำนวนพนักงานทั่วโลกลงประมาณ 10% ของกำลังคนทั้งหมด

ขณะเดียวกัน บริษัทได้โยกย้ายพนักงานกว่า 7,000 คนเข้าสู่โครงการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานและกระบวนการพัฒนา AI

ซักเคอร์เบิร์กอธิบายว่า การสร้างตำแหน่งงานใหม่ด้าน AI ทำให้บริษัทสามารถลดขนาดบางทีมลงได้ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถโยกย้ายพนักงานกลับไปยังหน่วยงานเดิมได้หากพบว่าการปรับโครงสร้างในบางส่วนไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

นอกจากการปรับโครงสร้างบุคลากรแล้ว Meta ยังมีแผนเพิ่มการลงทุนด้านการสร้างทีมและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อช่วยให้พนักงานปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง

ซักเคอร์เบิร์กระบุว่าบริษัทจะเพิ่มงบประมาณสำหรับกิจกรรมภายในองค์กร การประชุมนอกสถานที่ และงานอีเวนต์ต่าง ๆ มากขึ้น พร้อมเตรียมจัดงาน Hackathon ขนาดใหญ่ในเดือนกรกฎาคม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทีมงานและเร่งพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Meta ในการแข่งขันด้าน AI กับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง OpenAI, Google และ Microsoft

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Meta ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์งบลงทุนประจำปี 2026 เป็นระหว่าง 125,000 ล้านถึง 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่

แม้ซักเคอร์เบิร์กจะยอมรับว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เต็มไปด้วยความผิดพลาดและความท้าทาย แต่ Meta ยังคงเดินหน้าปรับองค์กรครั้งใหญ่ต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลกในอนาคต.

ที่มา : channelnewsasia

นักศึกษาอินโดฯ นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา กดดันปธน.ปราโบโว ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

นักศึกษาอินโดฯ นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา กดดันปธน.ปราโบโว ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

13 มิ.ย. 2569 07:55 น.

นักศึกษาอินโดฯ นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา กดดันปธน.ปราโบโว ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

นักศึกษาชาวอินโดนีเซียกว่า 1,500 คน เดินขบวนประท้วงรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เรียกร้องลดราคาน้ำมัน อาหาร พร้อมยกเลิกโครงการรัฐที่มองว่าสิ้นเปลือง ขณะเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียรวมตัวชุมนุมในกรุงจาการ์ตา เพื่อประท้วงนโยบายเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น และภาระหนี้สาธารณะที่ขยายตัว

โดยการชุมนุมครั้งนี้ ใช้ชื่อว่า “อินโดนีเซียกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะล้มละลาย” (Heading to Bankrupt Indonesia) มีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,500 คน โดยผู้ประท้วงสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักศึกษา ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณอนุสาวรีย์แห่งชาติและวงเวียนโรงแรมอินโดนีเซีย ใจกลางกรุงจาการ์ตา

คณะผู้บริหารนักศึกษามหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย (BEMUI) ซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญปัญหารุนแรง ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง ราคาสินค้าจำเป็นปรับตัวสูงขึ้น ตำแหน่งงานลดลง หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องหลัก 5 ประการ โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอาหาร รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการสวัสดิการบางส่วนที่มองว่าใช้งบประมาณจำนวนมากและไม่คุ้มค่า เช่น โครงการอาหารฟรีสำหรับนักเรียน ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของปราโบโว และโครงการสหกรณ์หมู่บ้านทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังแสดงความไม่พอใจต่อการใช้งบประมาณภาครัฐ การปรับขึ้นราคาพลังงาน และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกองทัพในภาคพลเรือน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าอาจสะท้อนแนวโน้มรวมศูนย์อำนาจมากขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน

ระหว่างการชุมนุมเกิดเหตุปะทะเป็นระยะ เมื่อผู้ประท้วงบางส่วนพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรั้วเหล็กรักษาความปลอดภัย พร้อมขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เกิดการชุลมุนบริเวณพื้นที่ชุมนุม ฝ่ายจัดงานอ้างว่า มีผู้ชุมนุมบางส่วนถูกสกัดไม่ให้เข้าร่วมการประท้วงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ขณะที่ทางการได้ระดมกำลังตำรวจและทหารราว 6,000 นาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุรุนแรง

ทั้งนี้ การชุมนุมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในแรงกดดันทางการเมืองครั้งสำคัญที่รัฐบาลปราโบโวต้องเผชิญ หลังถูกวิจารณ์เพิ่มขึ้นทั้งในประเด็นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายงบประมาณ และแนวทางการบริหารประเทศที่ถูกมองว่ามีลักษณะรวมศูนย์อำนาจมากขึ้น.

เที่ยวบินโป๊ปขัดข้องกลางสนามบิน กษัตริย์สเปนส่งเครื่องบินส่วนพระองค์รับกลับโรม

เที่ยวบินโป๊ปขัดข้องกลางสนามบิน กษัตริย์สเปนส่งเครื่องบินส่วนพระองค์รับกลับโรม

13 มิ.ย. 2569 05:34 น.

เที่ยวบินโป๊ปขัดข้องกลางสนามบิน กษัตริย์สเปนส่งเครื่องบินส่วนพระองค์รับกลับโรม

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เดินทางกลับนครรัฐวาติกันล่าช้ากว่า 3 ชั่วโมง หลังเครื่องบินเช่าเหมาลำของ อิเบเรียเกิดปัญหาทางเทคนิค กษัตริย์สเปนทรงเสนอเครื่องบินส่วนพระองค์ให้ใช้เดินทางแทน

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 องค์ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก ประสบเหตุเที่ยวบินล่าช้าระหว่างเตรียมเดินทางกลับกรุงโรม หลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนประเทศสเปน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินอิเบเรียที่เตรียมนำพระองค์กลับนครรัฐวาติกัน เกิดปัญหาทางเทคนิคที่สนามบินเมืองซานตาครูซ เด เตเนริเฟ ในหมู่เกาะคานารี

รายงานข่าวระบุว่า กษัตริย์เฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน จึงทรงเสนอให้สมเด็จพระสันตะปาปาใช้เครื่องบินส่วนพระองค์แบบฟอลคอนเดินทางกลับแทน โดยเสด็จไปส่งพระองค์ถึงลานจอดเครื่องบิน ก่อนที่สมเด็จพระสันตะปาปาและคณะผู้ติดตามจะขึ้นเครื่องออกเดินทาง

นักบินของสายการบินอิเบเรียแจ้งผ่านระบบเสียงบนเครื่องบินว่า เครื่องยนต์ไม่สามารถสตาร์ตได้ โดยระบุว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับตำแหน่งจอดเครื่องและทิศทางลม แม้จะมีความพยายามเคลื่อนย้ายเครื่องบินและแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดต้องลงจากเครื่อง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้กำหนดการเดินทางของสมเด็จพระสันตะปาปาล่าช้าออกไปมากกว่า 3 ชั่วโมง ขณะที่สายการบินอิเบเรียได้ส่งเครื่องบินอีกลำจากกรุงมาดริดมารับเจ้าหน้าที่วาติกันและผู้สื่อข่าวที่ไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับพระองค์บนเครื่องบินพระราชทาน

การเดินทางครั้งนี้เป็นการปิดฉากภารกิจเยือนสเปนของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ซึ่งครอบคลุมกรุงมาดริด เมืองบาร์เซโลนา และหมู่เกาะคานารี อันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางผู้อพยพจากแอฟริกาตะวันตกเข้าสู่ยุโรป โดยสื่อหลายสำนักระบุว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่เที่ยวบินของสมเด็จพระสันตะปาปาเกิดปัญหาร้ายแรงจนต้องเปลี่ยนเครื่องบินระหว่างการเดินทาง.