ต้นหอม ปัดซุ่มคบเด็ก 17 ยันไม่เคยพรากผู้เยาว์ เจ็บปวดสุดโดนแซะ ไม่ใช่ดาราตัวท็อป

ต้นหอม ปัดซุ่มคบเด็ก 17 ยันไม่เคยพรากผู้เยาว์ เจ็บปวดสุดโดนแซะ ไม่ใช่ดาราตัวท็อป

ต้นหอม ปัดซุ่มคบเด็ก 17 ยันไม่เคยพรากผู้เยาว์ เจ็บปวดสุดโดนแซะ ไม่ใช่ดาราตัวท็อป

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.36 น.

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวลือสนั่นเกี่ยวกับอักษรย่อของดาราสาวคนดัง แอบซุ่มคบหาเด็กหนุ่มอายุเพียง 17 ปี แถมยังพาไปนอนกกจนคุณแม่ของฝ่ายชายเตรียมดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตพุ่งเป้าและโยงไปที่พิธีกร-ดีเจสาวอารมณ์ดี “ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์” กันอย่างมากมาย

ล่าสุด “ต้นหอม ศกุนตลา” ได้ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดถึงประเด็นดังกล่าว ยืนยันเสียงแข็งว่า ไม่ใช่ตัวเองอย่างแน่นอน! พร้อมเผยติดตลกตามสไตล์ว่า ตอนเห็นข่าวและเลื่อนอ่านคอมเมนต์ที่ใบ้ว่าเป็น “ดีเจสาวท่านหนึ่ง” ภาพของตัวเองก็ลอยขึ้นมาทันที เพราะยอมรับว่าภาพลักษณ์ของตัวเองดูสุ่มเสี่ยงและเข้าข่ายที่สุดในวงการจนคนโยงกันได้ แต่เธอก็ไม่ได้โกรธเคืองคนที่คอมเมนต์แต่อย่างใด ลั่นคำนึงถึงกฎหมายเสมอ “เด็กสุดที่คุยต้องบรรลุนิติภาวะ”

เมื่อถูกจี้ถามถึงเรื่องความสัมพันธ์กับผู้เยาว์ ต้นหอมได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องผิดกฎหมายอย่างการพรากผู้เยาว์และการเป็นมือที่สาม เป็นสิ่งที่เธอระวังและระลึกอยู่เสมอว่าจะไม่ทำเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง

“ถ้า 17 ไม่มีแน่ๆ เพราะว่าเวลาจะทำอะไร เราก็จะคำนึงก่อนว่า เราเป็นดารานะหอม เราจะทำอะไรทะเล่อทะล่าไม่ได้ เรามีหลักฐานออกไปไม่ได้ ฉะนั้นไม่เคยไปเป็นทีมเยือนนะ เป็นทีมเหย้าเธอมาบ้านฉันอย่างเดียว ก็รู้สึกว่าค่อนข้างเซฟตัวเองอยู่” ต้นหอมกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

นอกจากนี้เมื่อนักข่าวถามว่า ที่ผ่านมาเคยคุยกับเด็กสุดอายุเท่าไหร่ เจ้าตัวก็ตอบชัดเจนว่า “บรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น” พร้อมย้ำปิดท้ายขำๆ ว่าถ้าน้องอายุ 17 ปีจริง อายุจะห่างกับเธอถึง 30 ปี ซึ่งถือว่า “ปีลึกเกินไป” ไม่ไหวแน่นอน เจ็บจี๊ดตรงนี้! โดนชาวเน็ตดับมั่น “ไม่ใช่ดาราระดับตัวท็อป”

แม้จะไม่เครียดกับข่าวลือพรากผู้เยาว์เพราะรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่ต้นหอมยอมรับว่ามีคอมเมนต์หนึ่งของชาวเน็ตที่อ่านแล้วรู้สึกเจ็บปวดใจที่สุด โดยเธอเล่าว่า

มีคนเมนต์ถามว่า: “คุณ ตห หรือเปล่า?”

แต่กลับมีอีกเมนต์เข้ามาตอบกลับว่า: “ไม่นะ เขาบอกว่าเป็นดาราระดับตัวท็อป”

งานนี้ทำเอาต้นหอมถึงกับโอดครวญปนฮาว่า “ก็คือไม่ใช่ฉันแหละ เจ็บปวดมากเลยอ่ะค่ะ ก็เจ็บตรงนี้ว่า เฮ้ย มันไม่ใช่ดาราตัวท็อปนะ”

ส่วนกรณีที่มีคนจับผิดว่าเห็นเธอโพสต์ภาพเดินทางไปศาลอาญา จนถูกโยงว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีที่แม่เด็กอายุ 17 ปีจะฟ้องร้องหรือไม่นั้น ต้นหอมได้เคลียร์ประเด็นนี้ว่า เป็นเรื่องที่เธอถูกนำภาพไปตัดต่ออนาจาร ซึ่งทางอัยการได้สั่งฟ้องผู้กระทำผิด เธอจึงต้องเดินทางไปทำหน้าที่เป็นพยานในฐานะผู้เสียหายเท่านั้น ไม่เกี่ยวโยงกับข่าวลือเด็ก 17 แต่อย่างใด ยอมรับแอบเสียดายตอนแรกขี้เกียจฟ้อง แต่สุดท้ายก็ต้องไปศาลในฐานะพยานอยู่ดี ถ้ารู้แบบนี้ฟ้องเอาเงินตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว

ตัดกระเพาะ ทางลัดของคนขี้เกียจ ทางรอดสุดท้ายเพื่อรักษาชีวิต?

ตัดกระเพาะ ทางลัดของคนขี้เกียจ ทางรอดสุดท้ายเพื่อรักษาชีวิต?

ตัดกระเพาะ ทางลัดของคนขี้เกียจ ทางรอดสุดท้ายเพื่อรักษาชีวิต?

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.43 น.

เมื่อความตั้งใจลดน้ำหนักสู้ความหิวไม่ได้! ทำไมหลายคนพยายามลดน้ำหนักมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยสำเร็จ? เปิดความจริงเรื่อง “โรคอ้วน” พร้อมเจาะลึกการผ่าตัดกระเพาะ ที่หลายคนยังเข้าใจผิด ตัดกระเพาะแล้วมีโอกาสกลับมาอ้วนไหม? ต่อมหิวในร่างกาย ตัดออกได้จริงหรือ? กลุ่มเสี่ยงที่ หมอไม่แนะนำให้ผ่า! รายการ ON THE WAY WITH CHOM พูดคุยกับ “หมออาร์ท-นพ.ดนุพล อาษาพนม” ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้อง ไขข้อข้องใจไปพร้อมกัน

สถานการณ์เรื่องโรคอ้วนในประเทศไทยตอนนี้ถือว่าเยอะไหม ?

นพ.ดนุพล : ข้อมูลปัจจุบันเยอะขึ้นพอสมควรครับ มีการศึกษา เช่น ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สสส. หรือแม้กระทั่งของกรมการแพทย์ พบว่าโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินค่อนข้างเยอะ โรคอ้วนตัดที่ค่า BMI มากกว่า 25 ขึ้นไป หรือภาวะน้ำหนักเกินเป็นค่า BMI ที่อยู่ในช่วง 23-24.9 ค่อนข้างเยอะ พบว่ากลุ่มคนไทยที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน พบได้ประมาณสัก 40-45% ในกลุ่มคนไข้เด็ก เช่นอายุ 6-14 ปี ก็พบว่ามีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน มันจะเพิ่มขึ้นถึงประมาณสัก 14-15% มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากอดีตนะครับ ด้วยความที่วิถีชีวิตมันเปลี่ยนไป หาซื้อของซื้อของกินได้ง่ายขึ้น การไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักค่อย ๆ เยอะมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถพบโรคเบาหวานได้เร็วขึ้น สมัยนี้อายุ 20 ต้น ๆ เราเริ่มพบคนไข้ที่เป็นเบาหวานเพิ่มมากยิ่งขึ้นจากลักษณะการกินที่เปลี่ยนไป เนื่องจากมีภาวะโรคอ้วนนะครับ

วิธีคำนวณ BMI แบบง่าย ๆ จะได้รู้ว่าเข้าข่ายอ้วนหรือเปล่า ?

นพ.ดนุพล : ค่า BMI (Body Mass Index) หรือค่าดัชนีมวลกาย จะเป็นค่าคำนวณ โดยอาศัยน้ำหนักที่วัดเป็นหน่วยกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงที่เป็นหน่วยเมตรแล้วก็ยกกำลัง 2  เช่น ของผม ส่วนสูง 184 ซม. น้ำหนัก 87 กก. BMI ประมาณ 25 หรืออาจจะใช้เส้นรอบวงในการวัดเอว เช่น ถ้าเกิดผู้ชายมีเส้นรอบเอวบริเวณสะดือ มากกว่า 90 ซม. ขึ้นไป หรือผู้หญิงที่มากกว่า 80 ซม. ขึ้นไปถือว่ามีโรคอ้วนลงพุงจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะดื้ออินซูลินตามมา

เปอร์เซ็นต์ Fat สักเท่าไหร่ถึงเข้าข่ายน่าเป็นห่วง ?

นพ. ดนุล : เกือบ ๆ 30 อันนี้น่าเป็นห่วงครับ โดยเฉพาะไขมันที่อยู่ในช่องท้อง หรือ Visceral Fat กลุ่มไขมันพวกนี้จะมีอยู่หลัก ๆ 2 ที่ เช่น ไขมันใต้ผิวหนังของเรา ซึ่งพวกนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ไขมันที่มีปัญหาคือไขมันที่สะสมในช่องท้อง เช่น ที่ตับ พวกนี้มันจะทำให้เกิดการอักเสบและทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินตามมา ซึ่งส่งผลเสียกับร่างกายในระยะยาวครับ

กว่าจะมาถึงมือคุณหมอก็อาจจะผ่านวิธีต่าง ๆ ที่จะลดน้ำหนัก ต้องทำอะไรมาบ้างคุณหมอถึงจะพิจารณา ?

นพ.ดนุพล : หลัก ๆ คนไข้ส่วนใหญ่ก็จะลองมา ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตก่อน เช่น       การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การไปพบแพทย์ประจำตัว อย่างเช่น  คนไข้ที่เป็นโรคอ้วนมีภาวะเบาหวาน เขาจะมีการติดตามการรักษาของคนไข้อยู่แล้วครับ กับคุณหมออายุรกรรมโรคต่อมไร้ท่อในการรักษาโรคเบาหวาน โรคความดัน หรือแม้กระทั่งโรคไขมันพอกตับ   หรือโรคนอนกรนมีภาวะหยุดหายใจระหว่างนอนครับ ก็เกิดจากโรคอ้วนค่อนข้างเยอะ ถ้าเกิดยังไม่ได้ผลก็จะมาปรึกษาศัลยแพทย์ เพื่อผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักครับ

เกณฑ์เข้าข่ายว่าคงต้องช่วยด้วยการผ่าตัด ?

นพ.ดนุพล : สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะมองว่าการผ่าตัดมันเป็นแฟชั่นเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งจุดประสงค์หลักของการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเพื่อทำให้สุขภาพดีขึ้น รักษาโรคประจำตัวที่มาพร้อมกับน้ำหนักที่เยอะได้ ก็คือผลพลอยได้ก็ทำให้เราสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว แต่ก่อนที่จะมาผ่าตัดได้ ต้องมีการปรับพฤติกรรมก่อน การกิน การออกกำลังกายก่อน ค่อยมาผ่าตัด สำหรับเกณฑ์ที่เราจะเอาคนไข้มาผ่าตัด หลัก ๆ จะใช้ค่า BMI กับโรคประจำตัวของคนไข้ มาพิจารณาในการว่าคนไข้คนไหนเหมาะสำหรับการผ่าตัด เกณฑ์ข้อแรกเลยคือค่า BMI ที่มากกว่า 37.5 ขึ้นไป ถึงแม้ไม่มีโรคประจำตัวก็สามารถผ่าตัดได้ เพราะว่าคนไข้กลุ่มนี้คือน้ำหนักตัวเยอะแล้ว กลุ่มที่ 2 คือ BMI น้อยลงหน่อย 32.5 ขึ้นไป ร่วมกับมีโรคประจำตัวแล้ว เช่น เป็นเบาหวานแล้ว เป็นความดันโลหิตสูงแล้ว ไขมันพอกตับแล้ว มีภาวะหยุดหายใจระหว่างนอนแล้ว หรือกลุ่มที่มาหาเรื่องโรคข้อ เช่น มีอาการปวดหลัง ปวดเข่าพวกนี้จากน้ำหนักที่มันรับค่อนข้างเยอะ ถือว่าเป็นข้อบ่งชี้ของการผ่าตัด หรือคนไข้ที่น้ำหนักตัวน้อย เช่น ค่า BMI ที่เกิน 30 แต่เป็นเบาหวานที่รักษาด้วยยาค่อนข้างยาก ทั้งกินยาและฉีดยา ยังควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การผ่าตัดถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการรักษาโรคเบาหวานที่ค่อนข้างยากครับ

มีเคสที่คุณหมอต้องปฏิเสธ ตอนมาขอผ่ากระเพาะ ?

นพ.ดนุพล : มีครับ หลัก ๆ คือจะเป็นกลุ่มคนไข้ที่จิตเวช เป็นโรคซึมเศร้า คืออาการยังเป็นเยอะอยู่ เช่น นั่งปรึกษาดูแล้วซึม ๆ  เวลาคุยกันแล้วถามตอบช้า ๆ ยังอาการยังเป็นเยอะอยู่ เราก็ไม่อยากผ่าตัด ก็เหมือนที่บอกในตอนแรกคือหลังผ่าตัดเรายังควบคุมการกิน การปฏิบัติตัวเยอะพอสมควร คือเขาอาจจะทำไม่ได้นะครับ ก็ยกตัวอย่างเคสที่มาปรึกษาล่าสุดเมื่อไม่นาน ก็คือเป็นมีปัญหาเรื่องจิตเวช แล้วก็ถามประวัติคนไข้เขาก็เหมือนจะบอกได้ไม่ครบ ว่าเขาเป็นไม่ค่อยเยอะ กินยาแล้วอาการดีขึ้นแล้ว แต่เราก็เวลาคุยเรารู้สึกแปลก ๆ คือรู้สึกว่าการตอบสนองเวลาการคุยดูไม่ปกติ ก็เลยต้องไปอาศัยการถามซักประวัติจากญาติ ได้ประวัติจากญาติว่าจากพี่ชายว่าคนไข้ยังมีอาการเยอะอยู่นะ ติดยาแก้ปวดด้วย ยังตระเวนไปขอฉีดยาแก้ปวดตามโรงพยาบาลต่าง ๆ อยู่เกือบทุกสัปดาห์ ก็เลยประเมิน คิดว่าเคสนี้คิดว่าไม่เหมาะกับการผ่าตัด เพราะว่าคิดว่าอาจจะดูแลหลังผ่าตัดได้ไม่ดี เลยแนะนำวิธีอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัดครับ

หลักการของคนที่จะไปผ่ากระเพาะก็คือให้กระเพาะเล็กลง อิ่มเร็ว หรือกินแทบไม่ได้เลย ถูกต้องไหม ?

นพ.ดนุพล : อันนี้คือเป็นหลักการทั่ว ๆ ไปครับ แต่มันจะมีหลักการคือลดความจุของกระเพาะ ทำให้เรากินได้น้อยลง คุมอาหารได้ง่ายขึ้น แล้วอีกอันหนึ่งคือมันจะลดฮอร์โมนกระตุ้นความหิว ทำให้รู้สึกเรากินได้น้อยลง ไม่รู้สึกทรมานกับการหิวข้าว ปัญหาคือคนที่คุมอาหารคือทนไม่ได้กับการหิวข้าว พอหิวปุ๊บตบะแตกก็กลับมากินเยอะเหมือนเดิม การผ่าตัดคือเกิดจากที่เราตัดกระเพาะบางส่วนออกไป กระเพาะที่เราตัดออกไปบางส่วนคือมันสร้างฮอร์โมนกระตุ้นความหิวได้ ทำให้มันลดลงด้วยการผ่าตัดของเรา แล้วก็เอฟเฟกต์บางอย่างอาจจะเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ เช่น มันลดการดูดซึมสารอาหารบางอย่างด้วยครับ สมมุติเรากินอาหารไป 100% เดิมอาจจะดูดซึมได้เกือบหมด 100% ทำให้เรากินแคลอรี่เข้าไปได้เต็มที่เลยนะครับ แต่การผ่าตัดบางอย่างมันลดการดูดซึมสารอาหารลงด้วย เช่น กินไป 100 นึง ดูดซึมกลับได้ 60% ที่เหลือขับถ่ายออกมา มันก็ยิ่งทำให้แคลอรี่ที่เรากินเข้าไป หรือสารอาหารที่กินเข้าไป มันลดลงกว่าเดิม มันก็ลดน้ำหนักได้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

ผ่าไปแล้ว ถ้ากินเยอะกลับมาใหญ่เหมือนเดิม ?

นพ.ดนุพล : ได้ครับ ถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดที่เราตัดออกเลย แต่กระเพาะเรามันมีความยืดหยุ่น เหมือนลูกโป่ง แต่สังเกตว่าลูกโป่ง ถ้าเกิดมันไม่ได้ใส่น้ำเข้าไป มันก็จะดูไม่ใหญ่ ๆ มาก ถึงเราเติมลมเติมน้ำเข้าไป มันจะค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นมาได้ กระเพาะเราก็เหมือนกัน หลังผ่าตัดใหม่ ๆ แน่นอน กินได้น้อยลดน้ำหนักได้ดีแน่นอนในช่วงปี 2 ปีแรกนะครับ แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ 2 ปี 3 ปี ผ่านไป ถ้าเกิดเรากลับมากินเยอะเหมือนเดิม กินเยอะขึ้นเรื่อย ๆ กระเพาะขยายตัวขึ้น ทำให้เรากินได้ดีขึ้น   ได้เยอะขึ้น น้ำหนักมีโอกาสกลับขึ้นมาใหม่ได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าตัดแล้วจะคุมน้ำหนักได้ตลอดชีวิต มันจะมีช่วงหนึ่งที่มันลดได้ดี ได้เยอะ

ผ่าตัดเสร็จใหม่ ๆ ทานอาหารไม่ได้เลย ?

นพ.ดนุพล : กินได้น้อยลงครับ คือช่วงแรกนะ 1-2 เดือนแรก กินโดยส่วนใหญ่จะกินได้ประมาณสัก   3-5 คำ แต่เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ก็จะกินได้ดีขึ้นนะครับ เช่น 5 เดือน 6 เดือน ผ่านไป ก็อาจกินได้ประมาณสัก 5-10 คำเล็ก ๆ ประมาณช้อนกาแฟ หลังปีหนึ่งก็อาจจะได้ประมาณสัก 10 คำขึ้นไปได้ มันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา

เอฟเฟกต์จากการผ่าตัดกระเพาะ ?

นพ.ดนุพล : มีได้ครับ ช่วงแรก ๆ มักจะจุกและอึดอัดแน่นท้อง ถ้าเกิดเรากินผิดวิธี คือเรากินเหมือนเดิมเลย เรากินคำใหญ่ เราไม่ค่อยเคี้ยว เรากลืนไว ๆ เรากินเยอะไป มันจะจุกแน่นท้องเยอะ  ทำให้เราซึ่งมีอาการพวกนี้ได้นะครับ แต่ถ้าเกิดเรากินได้ถูกวิธี ก็คือวิธีการทานอาหารหลังตัดกระเพาะ คือเราต้องกินคำเล็กหน่อย เคี้ยวเยอะ อาจจะประมาณสัก 20-30 ครั้งค่อย ๆ กลืนช้า ๆ และรู้สึกอิ่ม เราต้องหยุดกิน อาการอิ่มหลังจากที่ตัดกระเพาะไปคือมันจะเริ่มมีอาการจุก ๆ แน่น ๆ ตรงบริเวณลิ้นปี่ ถ้าเกิดเรารู้สึกเรากินไปสัก 3 คำ 5 คำ แล้วรู้สึกมีอาการพวกนี้เราหยุดทานก่อน เดี๋ยวมันจะหายไปเอง และก็หลีกเลี่ยงการกินน้ำร่วมด้วย เพราะฉะนั้นก่อนกินอาหารครึ่งชั่วโมง หลังกินอาหารอิ่มแล้วครึ่งชั่วโมงอย่าเพิ่งจิบน้ำ มันจะมีลมเข้าไปในปากเราแล้วก็ไปอยู่ในกระเพาะอาหารเราอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่เดิมกระเพาะมันใหญ่จุได้ค่อนข้างเยอะ เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยมีปัญหามาก แต่พอหลังตัดกระเพาะอาหารไป ค่อนข้างเล็ก ทำให้เกิดลมจากการพูดก็เต็มท้องแล้ว แต่อนาคตมันหายเองอาการพวกนี้มีบ้างช่วงแรก เดี๋ยวพออนาคตร่างกายก็จะปรับตัว เดี๋ยวก็รู้สึกว่ามันหายไปเองได้

หลาย ๆ คนรู้สึกว่าตัวเองพยายามแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ?

นพ.ดนุพล : หลัก ๆ คือการลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ในการช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้น รักษาโรคประจำตัวได้ สำหรับคนที่ลองแล้วพยายามแล้วแต่ยังไม่เห็นผล อันดับแรก เขาต้องมาประเมินก่อนว่าที่ผ่านมา ภาวะโภชนาการการกิน เราทำถูกไหม แคลอรี่ที่เราคำนวณแล้วว่ามันขาดแน่ ๆ กินไม่ถึงกับแคลอรี่ที่เราใช้มันจริงไหม หรือว่ามันเกิน หลอกตัวเองหรือเปล่า น้ำหนักเลยไม่ลด ถ้าเกิดเราลดได้ถูกวิธีถูกต้อง น้ำหนักเราก็ต้องลด ถ้าเกิดเราคิดว่าเราทำถูก แต่มันยังไม่เห็นผล หรือมันลดยากในกลุ่มคนไข้ที่น้ำหนักตัวเยอะ หรือมีโรคประจำตัวที่เริ่มเป็นเยอะและ ไม่ไหวที่รอเวลาไม่ได้ ก็มีทางเลือกอื่น ๆ ที่เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก เช่นการใช้ยาที่ปลอดภัย การผ่าตัดก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้นะครับ เพราะว่าการผ่าตัดในปัจจุบัน ถือว่าปลอดภัยมาก ๆ ทั้งการดมยาสลบ เทคนิคการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด การขาดสารอาหารการขาดวิตามินก็ไม่ได้เยอะมาก และก็การปฏิบัติตัวไม่ได้ยุ่งยากมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องเข้าใจว่าการผ่าตัดเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ดี ไม่ใช่ทุกอย่าง สำหรับผมคิดว่าการผ่าตัดอาจจะมีผลนะสัก 50% ในการเป็นตัวตั้งต้นให้น้ำหนักมันลดลงเยอะลดลงไวในช่วงแรก ที่สำคัญคือคนไข้ของเราต้องมีการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้มันเหมาะกับการลดน้ำหนักนะครับ เช่นการกินอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การจัดการกับความเครียด เพื่อที่จะ Maintenance น้ำหนักของเราให้ยั่งยืน และก็สุขภาพของเราก็จะดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตนะครับ

ส่งกำลังใจอดีตตลกดัง โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ปอดติดเชื้อขั้นวิกฤต

ส่งกำลังใจอดีตตลกดัง โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ปอดติดเชื้อขั้นวิกฤต

ส่งกำลังใจอดีตตลกดัง โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ปอดติดเชื้อขั้นวิกฤต

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.38 น.

แฟนคลับและคนบันเทิงร่วมส่งกำลังใจให้ตลกชื่อดัง “โอเลี้ยง เชิญยิ้ม” หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวป่วยหนักด้วยอาการ ปอดติดเชื้อ และต้องเข้ารับการรักษาตัวอย่างเร่งด่วน ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์

ล่าสุด “ป๊อป-สุริยา เยาว์สังข์” จิตอาสาคนบันเทิง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ พร้อมนำเงินช่วยเหลือจำนวน 2,000 บาท รวมถึงสิ่งของจำเป็น อาทิ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ และครีมทาแผลกดทับ ไปมอบให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นอัปเดตอาการล่าสุด  จากการให้สัมภาษณ์ของ ป๊อป สุริยา ระบุว่าอาการของโอเลี้ยง เชิญยิ้ม ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจาก ระบบทางเดินหายใจ มีอาการหายใจลำบากมาก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาสภาพร่างกายร่างกายอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ไม่สามารถลุกเดินได้เองคาดว่าต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสักพักใหญ่ เนื่องจากอาการยังไม่คงที่งานนี้และเหล่าแฟนคลับต่างเข้าไปคอมเมนต์ร่วมส่งแรงใจ ขอให้ตลกคนดังหายจากอาการป่วยและกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงในเร็ววัน

เรียบหรูสุดทรงพลัง วีนา ปวีนา เจิดจรัสบนพรมแดง Cannes 2026

เรียบหรูสุดทรงพลัง วีนา ปวีนา เจิดจรัสบนพรมแดง Cannes 2026

เรียบหรูสุดทรงพลัง วีนา ปวีนา เจิดจรัสบนพรมแดง Cannes 2026

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.27 น.

กลายเป็นจุดสนใจของช่างภาพทั่วโลก สำหรับ วีนา-ปวีนา สิงห์ทักวาล รองอันดับ 1 Miss Universe Thailand 2025 ที่ล่าสุดปรากฏตัวในลุคแรกสำหรับการร่วมเดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Cannes Film Festival 2026) ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการกลับมาเยือนพรมแดงแห่งนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันของเธอ

งานนี้ วีนามาในชุดเดรสยาวผ่าสูงสีดำที่ปักประดับด้วยอัญมณีสีเขียวเอมเมอรัลด์และอย่างละเอียดประณีตทั้งตัว เสริมความสง่าด้วยสไตล์ Halter Neck และผ้าคลุมไหล่ซีทรูยาวลากพื้น เพิ่มกลิ่นอายความลึกลับและเลอค่า ในปีนี้เธอมาในฐานะตัวแทนของ Manish Vaid แบรนด์ห้องเสื้อชื่อดังจากดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งดึงเอาเสน่ห์ความคมเข้มแบบเอเชียของวีนาออกมาได้อย่างลงตัว

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เดินหน้าส่งต่อโอกาสทางการศึกษาปีที่ 19

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เดินหน้าส่งต่อโอกาสทางการศึกษาปีที่ 19

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำองค์กรแห่งความยั่งยืน เดินหน้าส่งต่อโอกาสทางการศึกษาปีที่ 19

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพันธกิจยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรากฐานทางการศึกษาที่มั่นคง จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงานประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19   เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวพนักงาน สะท้อนเจตนารมณ์ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภายใต้แนวคิด “โอกาส ความเท่าเทียม และความยั่งยืน”

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2550 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดขององค์กร โดยโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 19 ปี มอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 800 ทุน   

ในปี 2569 นี้ วิศรุต พูลวรลักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรพนักงานรวมทั้งสิ้น 52 ทุน โดยครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับปริญญาตรี ณ ห้อง M Passion ชั้น 14 อาคารอเวนิว เมเจอร์       ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

วิศรุต กล่าวว่า เราเชื่อมั่นเสมอว่า การศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สวัสดิการพนักงาน แต่คือการลงทุนในศักยภาพของเยาวชนที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต  

 การดำเนินโครงการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องร่วม 2 ทศวรรษ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการดูแลพนักงานในทุกมิติ ไม่เพียงแต่ในแง่ของการทำงาน แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัวพนักงานด้วย

บริษัทฯ เชื่อว่าเมื่อพนักงานมีความมั่นคงและมีความสุขในชีวิตครอบครัว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ชุมทางฯเวทีลุก แพรวา พัชรี นำทีมโชว์แซ่บ 4เยาวชนเสียงดีประชันไมค์“เพลงเดียวรู้ผล”เดือดสนั่นจอ

ชุมทางฯเวทีลุก แพรวา พัชรี นำทีมโชว์แซ่บ 4เยาวชนเสียงดีประชันไมค์“เพลงเดียวรู้ผล”เดือดสนั่นจอ

ชุมทางฯเวทีลุก แพรวา พัชรี นำทีมโชว์แซ่บ 4เยาวชนเสียงดีประชันไมค์“เพลงเดียวรู้ผล”เดือดสนั่นจอ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แฟนลูกทุ่งเตรียมรีโมตให้พร้อม เพราะสัปดาห์นี้ “ชุมทางดาวทอง” จัดหนักความสนุกแบบไม่ให้พักหายใจ ขนทั้งเสียงหัวเราะ ความมันส์ และพลังเสียงมาเสิร์ฟกันถึงหน้าจอ ชนิดที่ดูไปโยกไปแบบไม่รู้ตัว!เปิดเวทีคอนเสิร์ต วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 ด้วยความม่วนคูณสิบจากสาวอารมณ์ดีตัวตึงสายเอนเตอร์เทน “แพรวา พัชรี” ที่งานนี้ไม่ได้มาแค่ร้องเพลง แต่ขนทั้งความฮา มุกเด็ด และพลังเอ็นเตอร์เทนมาเต็มแม็กซ์ ชนิดที่แฟนรายการหัวเราะจนแก้มค้าง!

เพิ่มดีกรีความสนุกต่อด้วย “ไก่ มนตรา” ศิลปินเสียงดีที่ขึ้นเวทีเมื่อไร คนดูต้องโยกตามทุกที ก่อนส่งไม้ต่อให้ “แหม่ม พิมานรัมย์” ที่เตรียมชุดเพลงแดนซ์ลูกทุ่งสุดโจ๊ะมาเขย่าเวทีแบบไม่มียั้ง งานนี้บอกเลยว่าใครนั่งนิ่งได้ถือว่าใจแข็งมาก!

 วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เปลี่ยนโหมดเวทีชุมทางฯสู่การแข่งขันประชันไมค์ในซีซั่น “ชุมทางดาวทองเพื่อเยาวชน” ที่สัปดาห์นี้มาในธีม “เพลงเดียวรู้ผล” พบตัวแทนจาก 4 จังหวัด ที่ต่างงัดลูกคอ อินเนอร์ และพลังเสียงมาฟาดกันแบบไม่มีถอย เพื่อคว้าคะแนนจากกรรมการและตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป

เริ่มที่ “หลิน-กรกช ปงผางนิมิต” จาก จ.ลำพูน กับเพลง “ตะวันลับฟ้า” ที่มาโชว์เสียงหวานสะกดเวที ต่อด้วย “ฟองดู-ธนวัฒน์ โอปิน” จาก จ.สุราษฎร์ธานี ที่ขอจัดเต็มกับเพลง “หนุ่มนารอนาง” ด้าน “ต้นกล้า-ศิรพิชญ์ ระโหฐาน” จาก จ.สุพรรณบุรี ขอปล่อยพลังเสียงในเพลง “เสรีขอพร” และปิดท้ายด้วย “พัด-สุภัทร เพ็งรำ” จาก จ.กำแพงเพชร กับเพลง “อดีตรักวังบัวบาน” ที่พกอินเนอร์มาเต็มเกินร้อย บอกเลยว่างานนี้ไม่มีคำว่าอ่อนโยน เพราะแต่ละคนต่างใส่งัดไม้เด็ดกันสุดพลัง ทั้งลูกคอ น้ำเสียง และอารมณ์เพลง จนกรรมการมีอาการหนักใจกันแน่นอน!

ติดตามความสนุกในสไตล์บทเพลงลูกทุ่งไปกับรายการ “ชุมทางดาวทอง” ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 21 และวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลาใหม่ 13.10 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 7HD กด 35 หรือ สามารถดูย้อนหลังได้ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/

 เตือนแล้วนะ! สัปดาห์นี้ทั้งฮา ทั้งม่วน ทั้งเดือด ดูจบอาจเผลอลุกขึ้นเต้นกลางบ้านไม่รู้ตัว!

‘ป้าแจ๋ว–หนุ่ม–โบว์–ตูน’ นำทีมช่อง 3 กวาด 6 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

‘ป้าแจ๋ว–หนุ่ม–โบว์–ตูน’ นำทีมช่อง 3 กวาด 6 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

‘ป้าแจ๋ว–หนุ่ม–โบว์–ตูน’ นำทีมช่อง 3 กวาด 6 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

ช่อง 3 ยกทัพนักแสดง โบว์ เมลดา, ภณ ณวัสน์, กองทัพ พีค, พาย รินรดา พร้อมด้วย ป้าแจ๋ว ยุทธนา ผู้จัดและผู้กำกับละคร รวมถึง ไก่ ภาษิต, ตูน ปรินดา ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 ตบเท้าเข้าร่วมงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 จัดโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ โดยมี “อาร์ม – วิบูลย์ ลีรัตนขจร” หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจโทรทัศน์ บมจ. บีอีซี เวิลด์ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย งานนี้ช่อง 3 ประกาศความสำเร็จบนเวทีนาฏราชด้วยการคว้าไปถึง 6 รางวัล

เปิดความปังกับละครพีเรียดคุณภาพ “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” ที่สร้างเสียงหัวเราะและครองใจแฟนละครทั่วประเทศ กวาด 3 รางวัลใหญ่ เริ่มต้นด้วย “ป้าแจ๋ว – ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” คว้า รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม” ขณะที่นางเอกสาว “โบว์ – เมลดา สุศรี” ได้รับ “รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม” ฟากประเภทรางวัลองค์ประกอบละครยอดเยี่ยม ละคร คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ ได้คว้า “รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม” โดยฝีมือสร้างสรรค์ของ “สุรัตน์ จงดา และ กิจจา ลาโพธิ์” ตอกย้ำความยืนหนึ่งในงานโปรดักชั่นสไตล์พีเรียดของช่อง 3 ได้เป็นอย่างดี!

ฝั่งละครดราม่าสุดเข้มข้น “สายรักสายเลือด” ส่งนักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าบทบาท “อ่ำ – อัมรินทร์ นิติพน” คว้า “รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม” จากการตีบทแตกกระจุยและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง สำหรับรางวัลด้านข่าวและด้านรายการโทรทัศน์ ช่อง 3 ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นที่หนึ่ง โดย “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” สามารถคว้า “รางวัลพิธีกรยอดเยี่ยม” มาครองได้อีกหนึ่งปี ด้านข่าวไม่น้อยหน้า “ตูน – ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ” ผู้ประกาศคนเก่งจากรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” คว้า “รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิงยอดเยี่ยม” ไปครองได้สำเร็จ

ขอขอบคุณสำหรับ 6 รางวัลจากงานนาฏราชครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับเหล่านักแสดงและทีมงานเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทั้งนี้ช่อง 3 จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลงานออกสู่สายตาชาวไทย และพร้อมขับเคลื่อนยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป

คอนเสิร์ต SONG RIDER 2 จัดเต็มทุกโมเมนต์ความสุข อัดแน่นเพลงฮิต เสิร์ฟความสนุกสุดประทับใจ

คอนเสิร์ต SONG RIDER 2 จัดเต็มทุกโมเมนต์ความสุข  อัดแน่นเพลงฮิต เสิร์ฟความสนุกสุดประทับใจ

คอนเสิร์ต SONG RIDER 2 จัดเต็มทุกโมเมนต์ความสุข อัดแน่นเพลงฮิต เสิร์ฟความสนุกสุดประทับใจ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

สร้างความประทับใจแบบเกินความคาดหมาย สำหรับ “คอนเสิร์ต SONG RIDER 2” ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรายการค้นหานักแต่งเพลงสุดฮิต “SONG RIDER 2” สู่เวทีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ที่รวบรวมบทเพลงคุณภาพจากรายการ พร้อมขนทัพศิลปินและแขกรับเชิญมากมาย มาร่วมส่งมอบความสุข ความสนุก และโมเมนต์สุดพิเศษให้กับแฟนเพลงแบบใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักภายใน BIG HALL WORKPOINT ที่อบอวลไปด้วยเสียงเชียร์และรอยยิ้มตลอดทั้งงาน

นำทีมความสนุกโดย 2 โปรดิวเซอร์อารมณ์ดี “เบิ้ล ปทุมราช” และ “แจ๊ส JSPKK” พร้อมด้วยเหล่าศิลปินจากรายการ ได้แก่ “ไรอัล กาจบัณฑิต, แบงค์ ศรราม, ป๊ายปาย โอริโอ้, เม้ก อภิสิทธิ์, อ้ายแมน ภิสิทธิ์พงษ์, เซียนหรั่ง, บอล เชิญยิ้ม และ ตั๊ก บริบูรณ์” รวมถึงพิธีกรสายฮา “อุล ภาคภูมิ” และแขกรับเชิญสุดพิเศษ “นุ๊ก ธนดล” และ “ม่อน วรวิทย์” ที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีอย่างเต็มอิ่ม

ทันทีที่เปิดการแสดงเสียงกรี๊ดต้อนรับจากแฟน ๆ ก็ดังสนั่นทั่วฮอลล์ เปิดเวทีด้วยบทเพลงที่สุดแห่งความประทับใจที่ยังอยู่ในหัวใจของทุกคนเพลง “ดวงใจ” จาก เบิ้ล ปทุมราช, แจ๊ส JSPKK และ แบงค์ ศรราม ที่ร่วมกันถ่ายทอดออกมาอย่างอบอุ่น ก่อนส่งต่อเวทีให้ “แบงค์ ศรราม” กับบทเพลงแชมป์ “ชายตัวร้าย” และ “เจ้าข้าเอ๋ย” ที่สะกดผู้ชมด้วยน้ำเสียงสุดไพเราะ จากนั้น “เม้ก อภิสิทธิ์” ขึ้นเวทีพร้อมเพลง “ฆ่าอ้าย” ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ต่อด้วย “ม่อน วรวิทย์” ที่มาพร้อมความสดใสในเพลง “แก้วปิ้งไก่” สร้างรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ทั้งฮอลล์ ขณะที่ “อ้ายแมน ภิสิทธิ์พงษ์” ก็เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นด้วยบทเพลง “ปลายฟ้า” และ “คนในใจแม่นอ้ายบ่”

ด้าน “ป๊ายปาย โอริโอ้” ก็เสิร์ฟความละมุนผ่านเพลง Impossible My Love” และ “BYS (By Your Side)” ท่ามกลางทะเลดาวจากแฟนคลับ ก่อนสร้างโมเมนต์สุดฟินด้วยการชวน “นุ๊ก ธนดล” ขึ้นเวทีมาร่วมร้องเพลง “ฉันยังรักเธอ” สร้างเสียงกรี๊ดกระหึ่มทั่วฮอลล์ ความสนุกยังต่อเนื่องเมื่อพิธีกร “อุล ภาคภูมิ” ชวนเหล่าศิลปินมาร่วมเล่นละครจากเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา สู่เซอร์ไพรส์บนเวทีที่ไม่มีใครคาดคิด ที่เรียกทั้งเสียงหัวเราะและเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้ทั้งฮอลล์ ก่อนส่งต่อความหวานจาก “ไรอัล กาจบัณฑิต” กับเพลง “กลางดาว” และเพลงใหม่ “ซ้อนท้ายพี่ไหม” ที่บิดมอไซค์เข้าคอนเสิร์ตเรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างล้นหลาม

และอีกหนึ่งช่วงสุดประทับใจคือการปรากฏตัวของ “น้องธิษณ์ และแม่อ้อย” นักแต่งเพลงผู้เข้าแข่งขันที่สร้างความซาบซึ้งในรายการ กับบทเพลง “สายฝนที่เหน็บหนาว” ที่ถ่ายทอดออกมาจากหัวใจ จนทำเอาผู้ชมทั้งฮอลล์ร่วมซาบซึ้งไปตาม ๆ กัน จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่ช่วงแห่งความมันกับ “เซียนหรั่ง” ในเพลง “ฮันโล่ แคนยูเปิดใจ” ต่อด้วยความสนุกแบบสุดเหวี่ยงจาก “ตั๊ก บริบูรณ์” และ “บอล เชิญยิ้ม” กับเพลง “ก็มาดิคร้าบ PARTY” ก่อนจะต่อเนื่องด้วย “แจ๊ส JSPKK” และลูกสาวน้องแตงไทยพาทุกคนแดนซ์กันต่อในเพลง “โดนเส้น”

ช่วงท้ายเวทีถูกส่งต่อให้ “เบิ้ล ปทุมราช” กับบทเพลง “I AM SORRY อ้ายขอโทษ” ก่อนที่เหล่าศิลปินทั้งหมดจะกลับขึ้นเวทีร่วมกันในเมดเลย์สุดพิเศษ และปิดท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจด้วยเพลง Masterpiece” เพื่อขอบคุณแฟนเพลงและแฟนรายการทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน “SONG RIDER 2” มาโดยตลอด นับเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนแห่งความสุขที่อัดแน่นไปด้วยเสียงเพลง รอยยิ้ม และโมเมนต์สุดประทับใจ ตอกย้ำความสำเร็จของ “SONG RIDER 2” ที่ไม่เพียงเป็นเวทีเฟ้นหานักแต่งเพลงคุณภาพ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์บทเพลงดี ๆ และส่งต่อความสุขให้กับแฟนเพลงทั่วประเทศอย่างแท้จริง

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมฉลอง Pride Month สุดยิ่งใหญ่

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมฉลอง Pride Month สุดยิ่งใหญ่

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมฉลอง Pride Month สุดยิ่งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.46 น.

ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ คนดัง ร่วมส่งพลังสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมอย่างคึกคัก ในงาน “The Celebration: Right to Love 2026” มหกรรมเฉลิมฉลอง Pride Month ระดับโลก ที่กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระดับนานาชาติ ร่วมจัดขึ้นตลอดเดือนมิถุนายน ณ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม เพื่อร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็น Global Pride Destination และสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Bangkok WorldPride 2030

ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน พบกับกิจกรรมที่แสดงจุดยืนในการสนับสนุน Diversity, Equality & Inclusion ผ่านโชว์พิเศษ มินิคอนเสิร์ต นิทรรศการ และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ โดยสยามพิวรรธน์ ได้รับเกียรติจาก Bangkok Pride ใช้พื้นที่จัดงาน ไม่ว่าจะเป็น  Bangkok Pride Forum, Bangkok Pride Awards, การแสดงจาก Drag Bangkok และ นิทรรศการ Road to Bangkok World Pride ร่วมด้วย กิจกกรรมจากแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ภายในศูนย์, คอลเล็กชั่นพิเศษรับ Pride Month รวมถึงกิจกรรมจาก T-POP Artists และศิลปินขวัญใจคนรุ่นใหม่จากหลากหลายสังกัดที่เตรียมสร้างสีสันให้กับพื้นที่ใจกลางเมือง และในวันที่ 31 พ.ค. 69 จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนพาเรดแสดงการสนับสนุน ความหลากหลาย พร้อมผลักดันกรุงเทพฯ สู่ Bangkok World Pride 2030

โดยในงานแถลงข่าว นักแสดงจาก TIA51 ได้แก่ ภพ – ปองภพ สำราญชัยกรโชค – ดิถีโชค วงษ์บัณฑิตเจริญ และ เปา – พิชิตชัย ลิมปคุปตถาวร และ บุ๊คธีรชยา พิมพ์กิติเดช Miss Tiffany 2026 และ โชว์จาก Tiffany Show Pattaya ร่วมด้วย ตัวแทนจาก Drag Bangkok ไม่ว่าจะเป็น Foiegras ผู้ชนะจาก Thailand’s Drag Star 2025, Scarlett McQueen, Peppae และ Gigi Ferocious ตัวแทนผู้เข้าประกวด Thailand’s Drag Star 2026, Pan Dah ผู้ชนะจากการแข่งขัน Drag Arena Thailand และ Cherilyn ตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขัน Drag Arena Asia 2026 ที่ไต้หวัน พร้อมด้วยศิลปินจาก Ultimate Troop และ WYNN Entertainment ร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมเซอร์ไพรส์จาก ไซน่อน โลเรสกา อินฟลูเอเซอร์ชาวฟิลิปปินส์ชื่อดัง ที่เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลาย

#SiamParagonPride2026 #SiamCenterPride2026 #SiamDiscoveryPride2026 #ICONSIAMUnityofPride

เปิดฉากคานส์ แบมแบม อาเล็ก เดนิส นำทีม คำสารภาพของหมอผี เริ่มภารกิจภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก

เปิดฉากคานส์ แบมแบม อาเล็ก เดนิส นำทีม คำสารภาพของหมอผี เริ่มภารกิจภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก

เปิดฉากคานส์ แบมแบม อาเล็ก เดนิส นำทีม คำสารภาพของหมอผี เริ่มภารกิจภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.27 น.

M STUDIO เริ่มต้นภารกิจสำคัญบนเวทีภาพยนตร์ระดับโลกอย่างเป็นทางการ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2026 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส นำทีมโดย BamBam หรือ “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” พร้อมด้วย “อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ” และ “เดนิส เจลีลชา คัปปุน” รวมถึงคุณ สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO และ ต้น ณฐนนท์ ชลลัมพี ผู้กำกับภาพยนตร์ “คำสารภาพของหมอผี” เพื่อเริ่มต้นโปรโมตภาพยนตร์ไทยต่อสายตาสื่อและอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก

บรรยากาศวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยทีมงานและนักแสดงได้เข้าร่วมการพูดคุยอย่างเป็นทางการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ก่อนเดินทางเข้าสู่พิธีเปิด ไทยแลนด์ พาวิลเลียน ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อและผู้ร่วมงานต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

หลังพิธีเปิด นักแสดงนำทั้ง “แบมแบม–อาเล็ก–เดนิส” ยังได้เผยความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการนำภาพยนตร์ไทยมาปรากฏตัวบนเวทีระดับโลกน รวมถึงความตั้งใจในการผลักดันภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

แบมแบม เปิดใจว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ไทยบนเวทีระดับโลกอย่างเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ สำหรับผม นี่ไม่ใช่แค่การเดินทางของหนังเรื่องหนึ่ง แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยที่อยากให้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพและเสน่ห์ของภาพยนตร์ไทยมากขึ้นครับ”

ด้าน อาเล็ก ธีรเดช เผยความรู้สึกว่า

“ตื่นเต้นมากครับ เพราะนี่เป็นครั้งแรกๆ ที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกแบบใกล้ชิด การได้เห็นคนจากหลากหลายประเทศมารวมตัวกันเพราะรักภาพยนตร์เหมือนกัน เป็นอะไรที่พิเศษมาก และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ‘คำสารภาพของหมอผี’ ในการนำภาพยนตร์ไทยออกมาสู่สายตาชาวโลกครับ”

ขณะที่ เดนิส เจลีลชา เล่าถึงการมาคานส์ครั้งนี้ว่า “พอมาถึงคานส์จริงๆ รู้สึกทั้งตื่นเต้นและภูมิใจมากค่ะ เพราะนี่คือเวทีที่คนทำหนังทั่วโลกใฝ่ฝัน การที่ภาพยนตร์ไทยและทีมของเราได้มีโอกาสมาอยู่ตรงนี้ เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่อยากเก็บไว้ในความทรงจำ และหวังว่าผู้ชมต่างชาติจะเปิดใจให้กับภาพยนตร์ไทยมากขึ้นค่ะ”

ด้าน คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO เผยว่า “สำหรับ M STUDIO เราเชื่อมั่นในศักยภาพของภาพยนตร์ไทยมาโดยตลอด และตั้งใจผลักดันภาพยนตร์ไทยให้เติบโตไปสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง การได้พาทีม ‘คำสารภาพของหมอผี’ มาร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การนำเสนอภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แต่คือการแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ไทยมีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ และสามารถก้าวไปอยู่บนเวทีระดับนานาชาติได้อย่างเข้มแข็ง เราหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์ไทยในอนาคต”

“คำสารภาพของหมอผี” ถือเป็นภาพยนตร์ไทยที่ถูกจับตามองในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของทีมผู้สร้างและนักแสดง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ภาพยนตร์ไทยจะได้ออกไปพบผู้ชมจากทั่วโลกอย่างแท้จริง ก่อนเตรียมเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์