ฮอลล์แทบแตก อิงฟ้า วราหะ เสิร์ฟแซ่บแบบอลังการ

ฮอลล์แทบแตก อิงฟ้า วราหะ เสิร์ฟแซ่บแบบอลังการ

ฮอลล์แทบแตก อิงฟ้า วราหะ เสิร์ฟแซ่บแบบอลังการ

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.47 น.

เรียกได้ว่าเป็นค่ำคืนแห่งความประทับใจที่ครบรสทั้งความสนุก ความซึ้ง และความอลังการ สำหรับคอนเสิร์ต “Legacy Made Memories Forever : ENGFA LEGACY MAHACHON 3” ของนางงามและนักแสดงสาวสุดฮอต “อิงฟ้า วราหะ” ภายใต้สังกัด MGI Beyond ในเครือ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดเต็มความบันเทิงไม่มีพัก ท่ามกลางแฟนคลับชาวไทยและอินเตอร์แฟนที่เดินทางมาร่วมสร้างความทรงจำจนแน่น MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9

เปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย เมื่อ “อิงฟ้า” ปรากฏตัวในชุดสีขาวสง่างาม พร้อมถ่ายทอดบทเพลงแหล่ทำขวัญนาค ชุดเชิญเทพ ไหว้ครู สะกดทุกสายตาทั้งฮอลล์ ก่อนต่อเนื่องด้วยบทเพลง “นักร้องบ้านนอก” ที่ได้ 2 สาว “กชเบล ศรัณรัชต์” และ “มิเชล เบอร์แมน” มาร่วมสร้างสีสันบนเวที ท่ามกลางเสียงกรี๊ดสนั่นจากผู้ชม

ความร้อนแรงยิ่งทวีคูณ เมื่อแขกรับเชิญคนแรก “ฝ้าย พีรญา” ปรากฏตัวในลุคสีแดงเพลิง พร้อมขนเพลงฮิต “หมากัด” และ “ดองดอง” มาสร้างความมันส์จนแฟนๆ ลุกขึ้นโยกตามกันทั้งฮอลล์ จากนั้น อิงฟ้า เดินหน้าเสิร์ฟโชว์แบบไม่มีแผ่ว ทั้งเพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง และการแสดงสุดพิเศษที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ตลอดทั้งงาน โดยมีเหล่าแขกรับเชิญคนดังทยอยขึ้นเวทีมาสร้างเซอร์ไพรส์และโมเมนต์สุดประทับใจต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น นุนิว ชวรินทร์ มาพร้อมเพลง สาววังสะพุง  กอล์ฟ F.HERO ในเพลงสุดฮิตอย่าง เริ่มแล้วค่ะ  รวมถึง ชาล็อต ออสติน จับไมค์ร้องเพลง หรือนี่คือความรัก และ โชคดีที่สุดเลย ทำเอาแฟนๆ ฟินหนัก จนกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของค่ำคืน

นับเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตคุณภาพที่อัดแน่นไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ และความทรงจำสุดพิเศษ สมกับชื่อ “Legacy Made Memories Forever” ที่ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมในฮอลล์เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นโมเมนต์แห่งความทรงจำที่แฟนๆ จะประทับใจไปอีกนานแสนนาน

ภาพและข่าวเพิ่มเติมอยู่ใน Link นี้  : https://drive.google.com/drive/folders/1B1ZJnRrjoh0ZwGGedhRJYwa0VcwD9zg0?usp=sharing

#EngfaMahachon3 #EngfaConcert
#อิงฟ้ามหาชน #EngfaWaraha
#EngfaLegacyMahachon3
#MGIBeyond

เก่งระดับโลก! น้องณัชชา ห่มสไบรับใบประกาศฯ คว้าเกียรตินิยมเหรียญทองไฮสกูลเมกา!

เก่งระดับโลก! น้องณัชชา ห่มสไบรับใบประกาศฯ คว้าเกียรตินิยมเหรียญทองไฮสกูลเมกา!

เก่งระดับโลก! น้องณัชชา ห่มสไบรับใบประกาศฯ คว้าเกียรตินิยมเหรียญทองไฮสกูลเมกา!

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.12 น.

จำได้ไหม? “น้องณัชชา ดูปากณัชชานะคะ” คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ไฮสกูลดังสหรัฐฯ

กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก เมื่อ “น้องณัชชา ณัชชาวีณ์” ลูกสาวคนเก่งของพิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง “บ๊อบ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์” เจ้าของวลีฮิตติดหูคนทั้งประเทศอย่าง “ดูปากณัชชานะคะ” ล่าสุดสำเร็จการศึกษาระดับไฮสกูลจากสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย “น้องณัชชา” สามารถคว้าใบปริญญาบัตรจบการศึกษาจาก Groton School ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จ แถมยังสร้างผลงานการเรียนอันยอดเยี่ยมด้วยการคว้า “เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง” มาครองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

ทางด้านคุณพ่อ “บ๊อบ ณัฐธีร์” ได้โพสต์ภาพความสำเร็จของลูกสาวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมระบุข้อความแสดงความภูมิใจปนเอ็นดูว่า “ยีนส์ต้นฉบับ บางทีเค้าก็เหมือนกันเกินไป ทั้งหน้าตาและนิสัยไฮเปอร์” ท่ามกลางแฟนๆ และคนบันเทิงที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

นอกจากความสำเร็จด้านการเรียนแล้ว ในวันรับใบประกาศนียบัตร “น้องณัชชา” ยังได้สร้างความประทับใจและเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ด้วยการสวมชุดไทยห่มสไบลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์อย่างสง่างามเข้าร่วมพิธี เพื่อสร้างภาพจำที่ดีในฐานะนักเรียนไทยเพียงหนึ่งเดียวของรุ่น จนกระทั่งครูใหญ่ของโรงเรียนถึงกับเอ่ยปากยกย่องเธอว่าเป็นปรากฏการณ์ของสถาบันเลยทีเดียว

สำหรับ “น้องณัชชา ณัชชาวีณ์” เป็นที่รู้จักของแฟนๆ ทั่วประเทศตั้งแต่ยังเด็ก จากการเป็นพิธีกรตัวน้อยในรายการภาษาอังกฤษและเป็นเจ้าของวลีติดปาก “ดูปากณัชชานะคะ” ซึ่งการคว้าความสำเร็จระดับโลกในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำความสามารถและความมุ่งมั่นของเธอที่เติบโตมาอย่างมีคุณภาพอย่างแท้จริง

ขอบคุณ IG : natchaandfamily

ยังฟิตเปรี๊ยะ เบิร์ด ธงไชย สุดซึ้งนำทัพนักแสดงเด็กเปิดม่านงานเฉลิมพระเกียรติ

ยังฟิตเปรี๊ยะ เบิร์ด ธงไชย สุดซึ้งนำทัพนักแสดงเด็กเปิดม่านงานเฉลิมพระเกียรติ

ยังฟิตเปรี๊ยะ เบิร์ด ธงไชย สุดซึ้งนำทัพนักแสดงเด็กเปิดม่านงานเฉลิมพระเกียรติ

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

สร้างความตราตรึงใจและอิ่มเอมใจให้แก่ผู้ชมอย่างสูงสุด สำหรับการแสดงเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่ “Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โดยงานนี้ได้รับความสนใจและเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะบิ๊กเซอร์ไพรส์จากซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลและศิลปินแห่งชาติ “เบิร์ด – ธงไชย แมคอินไตย์” ที่กลับมาประกาศความยิ่งใหญ่บนเวทีได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ไฮไลท์สำคัญที่ทำเอาผู้ชมขนลุกซู่ตั้งแต่เปิดม่าน คือการแสดงใน องก์ที่ 1 “บทเพลงเริงสราญ” ซึ่งเป็นการถ่ายทอดบทเพลงมิวสิคัลระดับโลก โดยพี่เบิร์ดได้รับเกียรติเป็นผู้ขับร้องบทเพลงอมตะอย่าง “Edelweiss” จากภาพยนตร์มิวสิคัลชื่อดัง The Sound of Music -สปิริตซูเปอร์สตาร์ สลัดปัญหาสุขภาพ โชว์พลังเสียงสะกดคนดูการปรากฏตัวในครั้งนี้ได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง เพราะแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของตัวศิลปินออกมาให้แฟนๆ ได้เป็นห่วงกันอยู่บ้าง แต่เมื่อก้าวเท้าขึ้นสู่เวที “พี่เบิร์ด ธงไชย” ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพระดับตำนาน ด้วยร่างกายที่ฟิตเปรี๊ยะ หน้าตาแจ่มใส และพลังเสียงที่ยังคงทรงพลัง นุ่มลึก ไม่มีตก สยบทุกความกังวลและสะกดสายตาผู้ชมทั้งฮอลล์ได้อย่างอยู่หมัดโชว์สุดอบอุ่น รายล้อมด้วยความรักและเหล่านักแสดงตัวน้อยสำหรับโชว์ในองก์แรกนี้ พี่เบิร์ดมาในลุคผู้ดูแลที่ดูอบอุ่นละมุนตา ร่วมทำการแสดงอย่างเป็นกันเองกับกลุ่มนักแสดงเด็กในชุดกะลาสีสีขาวตัดตะเข็บน้ำเงิน ท่ามกลางบรรยากาศการบรรเลงดนตรีสดและเสียงกีตาร์โปร่งอันไพเราะจับใจการแสดงชุดนี้ไม่เพียงแต่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้ร่วมงาน แต่ยังสามารถถ่ายทอดความหมายอันลึกซึ้งของ “ดอกเอเดลไวส์” ดอกไม้แห่งความรักแท้และความแข็งแกร่ง ออกมาได้อย่างวิจิตรตระการตาและสมพระเกียรติเป็นที่สุด ก่อนที่ซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลจะส่งไม้ต่อให้กับการแสดงในองก์ถัดๆ ไป เพื่อร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนอันมหามงคลนี้อย่างยิ่งใหญ่และประทับใจไปอีกนานแสนนาน

ไอจีแทบแตก ปุ้มปุ้ย ปล่อยช็อตบิกินีจิ๋ว ความแซ่บเต็มเฟรม

ไอจีแทบแตก ปุ้มปุ้ย ปล่อยช็อตบิกินีจิ๋ว ความแซ่บเต็มเฟรม

ไอจีแทบแตก ปุ้มปุ้ย ปล่อยช็อตบิกินีจิ๋ว ความแซ่บเต็มเฟรม

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.52 น.

8 มิถุนายน 2569 “ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา” ภรรยาคนสวยของนักร้องชื่อดัง “กวินท์ ดูวาล” ยังคงสร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ ได้อยู่เสมอ ด้วยความสวยและเสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันจะเป็นคุณแม่ลูกสองแล้วก็ตาม แต่เรื่องความแซ่บยังคงไม่มีแผ่ว

       ล่าสุด ปุ้มปุ้ย ทำเอาโลกโซเชียลร้อนระอุ หลังออกมาเผยภาพเซ็ตใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว กับลุคสุดเซ็กซี่ในชุดบิกินี่ตัวจิ๋ว อวดหุ่นเป๊ะบนรถ แต่ละภาพเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนคลับได้อย่างล้นหลาม ด้วยรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มและความมั่นใจเกินต้าน จนหลายคนเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณภาพจาก : Pantipa.a

สาดความฟินอินเกาะเสม็ด! ประมวลภาพความสนุก JINRO Presents SAMED IN LOVE 11

สาดความฟินอินเกาะเสม็ด! ประมวลภาพความสนุก JINRO Presents  SAMED IN LOVE 11

สาดความฟินอินเกาะเสม็ด! ประมวลภาพความสนุก JINRO Presents SAMED IN LOVE 11

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.46 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับความสนุกระดับปรากฏการณ์ สำหรับเทศกาลดนตรีริมชายหาดสุดยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอยใน JINRO Presents “SAMED IN LOVE 11” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ณ หาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด จ.ระยอง งานนี้การันตีความปังโดยผู้จัดมือโปรอย่าง บริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด (CI) ที่ปีนี้ยกระดับความมันส์แบบก้าวกระโดด จัดเต็มทั้งไลน์อัปศิลปิน โปรดักชัน แสง สี เสียง และเอฟเฟกต์ เพื่อตอกย้ำและทำให้คำว่า “Beach Festiva ภายในงาน SAMED IN LOVE 11” ชัดเจนและสมบูรณ์แบบที่สุดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ

บรรยากาศความสนุกเปิดฉากระเบิดความมันส์บนผืนทรายด้วยศิลปินสายเลือดใหม่ New Country ที่ขนเพลงลูกทุ่งป็อปโมเดิร์นและท่าเต้นสุดเป๊ะมาแจกความสดใส ตกหัวใจแฟน ๆ อุ่นเครื่องให้ทุกคนพร้อมใจกันขยับสเต็ปตาม ก่อนจะส่งไม้ต่อให้แร็ปเปอร์สาวสุดฮอต MILLI ที่สาดความแซ่บระเบิดเวทีทันที นวยขนเพลงฮิตมาปลุกพลังความซ่าด้วยสกิลการแร็ปรัวเร็วและเพอร์ฟอร์มานซ์สุดเดือด ชวนคนดูเต้นยับ  จากนั้นความม่วนจอยก็พุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อ ลำไย ไหทองคำ และทีมแดนเซอร์ก้าวขึ้นเวที จัดเต็มทั้งเสื้อผ้าและโชว์สุดอลังการ สาดเพลงสามช่า หมอลำ และลูกทุ่งอินดี้แบบน็อนสต็อป เปลี่ยนชายหาดเสม็ดให้กลายเป็นหน้าฮ้านสุดโจ๊ะ แฟนเพลงแดนซ์กันยับแบบลืมเหนื่อย ความเดือดยังคงทวีคูณเมื่อวงร็อกสุดเหนือความคาดหมายอย่าง Paradox สาดความมันส์หลุดโลก พร้อมกองทัพว๊ากเกอร์และของเล่นที่ขว้างแจกคนดูแบบจัดเต็ม แฟนเพลงโดดกันตัวลอยไปกับเพลงเร็วสุดสนุก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความบ้าคลั่งในแบบของ Paradox ก่อนจะถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย Bank Preeti ที่สาดเสน่ห์และความเท่ทะลุเวที ขนเพลงฮิตระดับตำนานมาร้องให้ฟังกันสด ๆ  ทำเอาแฟนเพลงกรี๊ดกันคอแตก ร้องตามกันได้กระหึ่มหาดตั้งแต่โน้ตแรกจนโน้ตสุดท้าย แล้วไปทะยานต่อกับซาวด์ดนตรีร็อกสุดล้ำเเนะเนี้ยบกริบของ Slot Machine ที่มาพร้อมท่าชูมือรูปสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกชูขึ้นพร้อมกันเต็มชายหาด ท่ามกลางโปรดักชันแสงสีสุดตระการตาที่ขับเคลื่อนอารมณ์ดิบพล่านของชาวร็อกให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด ในช่วงดึก เจ้าพ่อแร็ปเปอร์เมืองไทยขวัญใจชาวเสม็ดอินเลิฟอย่าง Joey Boy ก็ขนเพลงฮิตสายปาร์ตี้มาสาดความบันเทิงแบบคอมโบเซ็ต รันวงการบีชปาร์ตี้ให้ลุกเป็นไฟ  ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนอันยิ่งใหญ่ด้วยวงร็อกที่เพอร์ฟอร์มานซ์ดุดันที่สุดในชั่วโมงนี้ TaitosmitH  ที่สะกดคนดูด้วยเนื้อหาเพลงที่กระแทกใจและดนตรีที่หนักหน่วง เดือดจัดจนนาทีสุดท้าย แฟนเพลงกอดคอร้องเพลงและกระโดดไปพร้อมกัน ส่งท้ายงานไปด้วยภาพความทรงจำงาน JINRO Presents “SAMED IN LOVE 11” ไปอย่างสุดมันส์

นอกจากความเดือดสนุกบนเวทีคอนเสิร์ตแล้ว ภายในงานครั้งนี้ทาง CI ยังเตรียมกิจกรรมสนุก ๆ ไว้ให้ทุกคนได้เอ็นจอย คลายร้อน และมีส่วนร่วมไปกับบรรยากาศของงานแบบเต็มที่ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม D.I.Y พัด ที่เปิดให้ทุกคนได้ออกแบบพัดกระดาษในสไตล์ของตัวเอง  พร้อมเติมความเก๋ด้วยบริการ Face & Body Paint เพ้นท์หน้าและตัวด้วยลวดลายพิเศษธีม Samed in Love เพิ่มสีสันในการร่วมงาน และยังมี Photo Booth by Mango บริการถ่ายภาพฟรีโดยช่างภาพมืออาชีพกับแลนด์มาร์กสุด Iconic  สร้างโมเมนต์และคอนเทนต์เก๋ ๆ แชร์บนโซเชียล นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์ดับร้อนอย่าง ไอสกรีมสโมสร ไอศกรีมเจ้าดังจากบรรทัดทอง ที่ยกพลมาเสิร์ฟความเย็นสดชื่นถึงเกาะ พร้อมรังสรรค์รสชาติพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น และสำหรับใครที่แดนซ์จนเหนื่อยล้า ทางงานก็มี Massage Zone จุดให้บริการนวดผ่อนคลาย เรียกได้ว่างาน JINRO Presents “SAMED IN LOVE 11” ในปีนี้ เป็นการกลับมาที่ท็อปฟอร์ม สมศักดิ์ศรีเทศกาลดนตรีริมหาดเบอร์ต้น ๆ ของเมืองไทยอย่างแท้จริง ทั้งความสนุกจากศิลปิน การจัดการที่ดี และกิจกรรมที่สมบูรณ์แบบ จนทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีหน้าเจอกันใหม่แน่นอน

สำหรับคอเพลงและชาวปาร์ตี้ที่ยังคงอินกับความสนุกในปีนี้  ขอยืนยันตรงนี้เลยว่า ปีหน้าเตรียมแพ็กกระเป๋าแล้วมาเจอกันต่อได้เลย บนหาดทรายขาวของเกาะเสม็ด ที่เดิม! รับรองว่าจะยิ่งใหญ่กว่าเก่าอย่างแน่นอนมาร่วมรอลุ้นไลน์อัปศิลปินและธีมสุดปังของปีหน้า พร้อมติดตามรายละเอียดและอัปเดตความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ก่อนใครที่: Facebook: Samed in Love Instagram: Samed in Love

#SamedInLove11 #เสม็ดอินเลิฟ11 #CIshowbiz #jinrothailand #jinrothisisreal #JINROonSAMED

น็อต วรฤทธิ์ สุดปลื้ม มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ร่วมชมการแสดงใกล้ชิดเบื้องพระพักตร์

น็อต วรฤทธิ์ สุดปลื้ม มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ร่วมชมการแสดงใกล้ชิดเบื้องพระพักตร์

น็อต วรฤทธิ์ สุดปลื้ม มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ร่วมชมการแสดงใกล้ชิดเบื้องพระพักตร์

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.28 น.

ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องร่วมอนุโมทนาและปลื้มปิติไปตาม ๆ กัน เมื่อหนุ่ม น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ได้ออกมาแชร์โมเมนต์สุดประทับใจผ่านโซเชียลส่วนตัว เมื่อคืนวันที่ 5 มิถุนายน 2569 หลังมีโอกาสไปร่วมงานการแสดง Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โดยเจ้าตัวระบุว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตที่ได้เฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อย่างใกล้ชิดที่สุด

งานนี้ น็อต วรฤทธิ์  เผยความรู้สึกผ่านข้อความว่า “เมื่อคืนได้มีโอกาสไปร่วมงาน… ทางผู้จัดงานได้จัดที่นั่งให้นั่งใกล้ทั้งสองพระองค์อย่างมาก ทำให้ได้เห็นทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิดด้วยสายตาของตัวเอง รู้สึกตื่นเต้นและปีติอย่างบอกไม่ถูก ถือเป็นบุญของข้าพเจ้าและภรรยาที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ กราบสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น”

 น็อต วรฤทธิ์

นอกจากหนุ่มน็อตแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยคนดังคนบันเทิงชื่อดังที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งในชุดผ้าไทยสุดสง่างาม ที่มาร่วมเก็บภาพความประทับใจร่วมกับเหล่านักแสดงในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองสุด ๆ

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างก็แห่เข้ามาคอมเมนต์ร่วมชื่นชมในความงดงามและบุญวาสนาของเหล่าดาราดังกันยกใหญ่ เช่น

“เยี่ยมเลยค่ะ”

“ทรงพระเจริญ”

“ชมรมคนรักสถาบันพระมหากษัตริย์ [????????] [????????] [????????] (ดีใจกับทุกท่านนะคะ)”

“คนดีฟ้าย่อมมีตาค่ะ คนไทยที่รักสถาบันก็ปลื้มไป้ด้วยค่ะ”

“ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

“ภรรยาคุณน๊อต กับคุณกัปตัน สวยทั้งคู่ ใส่ผ้าไทยแล้วงดงามค่ะ”

“ยินดีด้วยค่ะ”

น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์
น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์
 น็อต วรฤทธิ์
 น็อต วรฤทธิ์
 น็อต วรฤทธิ์
 น็อต วรฤทธิ์
 น็อต วรฤทธิ์
 น็อต วรฤทธิ์
 น็อต วรฤทธิ์
 น็อต วรฤทธิ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์

ศธ.สนุน ‘อีสปอร์ต’ จัดการแข่งขันอีสปอร์ตในประเทศไทย

ศธ.สนุน ‘อีสปอร์ต’ จัดการแข่งขันอีสปอร์ตในประเทศไทย

ศธ.สนุน ‘อีสปอร์ต’ จัดการแข่งขันอีสปอร์ตในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือแนวทางการดำเนินงานโครงการพระดำริด้านความเท่าเทียมสู่โอกาสทางดิจิทัล-อีสปอร์ต ร่วมกับสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน มูลนิธิ TO BE NUMBER ONE โดยมี หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ เลขาธิการทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และเลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE, นายฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษา และพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน, ดร.ณัฐพงศ์ โมกขพันธ์ รองนายกสมาคมฯ ด้านเครือข่ายยุทธศาสตร์และความยั่งยืน, นายวราวุธ โพธิ์ยิ้ม ผู้ประสานงานโครงการตามพระดำริ และผู้จัดการโครงการ “บัฟทูบิลด์นัมเบอร์วัน” และนายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดศธ. เข้าร่วม ที่ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ เลขาธิการทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และเลขาธิการมูลนิธิ  TO BE NUMBER ONE ได้มาประสานงานเรื่องโครงการ TO BE NUMBER ONE โดยมีการริเริ่มความร่วมมือเรื่องของกีฬาอีสปอร์ต และมีแนวทางที่จะมีโครงการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตขึ้นในประเทศไทย

กิจกรรมเกี่ยวกับโครงการ TO BE NUMBER ONE ทุกโรงเรียนทำอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์หลายอย่าง ก็จะเพิ่มกิจกรรมอีสปอร์ตเข้าไปในโรงเรียนที่มีโครงการ TO BE NUMBER ONE ด้วย ขณะนี้กิจกรรมอีสปอร์ตยังไม่มีในหลักสูตรแต่ก็สามารถเป็นกิจกรรมเสริมเข้าไปได้ ส่วนเรื่องหลักสูตรเป็นเรื่องอนาคต เรากำลังเรียนรู้จากต่างประเทศ เพราะทราบมาว่าบางประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ อีสปอร์ตเป็นวิชาเลือก และหลายประเทศในโลกนี้อีสปอร์ตก็มีในหลักสูตรด้วย ดังนั้น ตนจะขอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ว่าควรจะนำเรื่องอีสปอร์ตเข้าไปอยู่ในหลักสูตรหรือไม่ ซึ่งเร็วๆนี้ตนก็จะหารือเรื่องการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่แล้ว

ย้อนรอย 63 ปี นวัตกรรมโคนมไทย จากห้องเรียนสัตวบาล มก. สู่ ‘นมเกษตร’ และเทคโนโลยีอาหารเพื่อสุขภาวะยั่งยืน

ย้อนรอย 63 ปี นวัตกรรมโคนมไทย จากห้องเรียนสัตวบาล มก. สู่ ‘นมเกษตร’ และเทคโนโลยีอาหารเพื่อสุขภาวะยั่งยืน

ย้อนรอย 63 ปี นวัตกรรมโคนมไทย จากห้องเรียนสัตวบาล มก. สู่ ‘นมเกษตร’ และเทคโนโลยีอาหารเพื่อสุขภาวะยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) เพื่อรณรงค์ให้ประชากรทั่วโลกตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการของน้ำนมโคแท้ ซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมและโปรตีนชั้นดีที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงในทุกช่วงวัย

สำหรับประเทศไทย จุดเริ่มต้นของการบริโภคนมพาสเจอร์ไรส์ที่ได้มาตรฐาน ถูกบ่มเพาะขึ้นจากการเรียนการสอนและการศึกษาวิจัย ณ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2495 ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.ชวนิศนดากร วรวรรณ ได้นำโคนมพันธุ์เจอร์ซี่เข้ามาศึกษาวิจัยและใช้ในการเรียนการสอนเป็นครั้งแรก จนกระทั่งในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2506 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรเลียภายใต้แผนโคลัมโบ ในการจัดตั้ง “โรงนมภาควิชาสัตวบาล มก.” พร้อมติดตั้งเครื่องพาสเจอร์ไรส์ระบบแผ่นเครื่องแรกของไทย นับเป็นโรงงานนมพาสเจอร์ไรส์แห่งแรกของประเทศที่ใช้นมโคเป็นวัตถุดิบและทันสมัยที่สุดในยุคนั้น

เปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ “ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก.” จากนมถุงในตำนานสู่นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ปัจจุบัน ศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มก. ได้พัฒนาสู่ศูนย์ผลิตภัณฑ์นมครบวงจรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทั้ง GMP และ HACCP โดยมีการยกระดับผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่หลากหลายประเภท อาทิ นมพาสเจอร์ไรส์ (KU Milk) ผลิตจากน้ำนมโคแท้ 100% คุณภาพสูง คงคุณค่าสารอาหารไว้อย่างครบถ้วน มีทั้งรูปแบบบรรจุถุงคลาสสิกและแบบขวด รวมถึงสูตรพิเศษ KU Fresh Milk ที่มีให้เลือกถึง 8 รสชาติ , โยเกิร์ตและนมเปรี้ยว จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์คุณภาพสูง เพื่อการปรับสมดุลระบบขับถ่าย , ไอศกรีมนมสด นวัตกรรมของหวานเพื่อสุขภาพ อาทิ ไอศกรีมนมน้ำผึ้งสูตรแลคโตสฟรี , นวัตกรรมใหม่ “KU Lactova Milk” นมสำหรับสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) สูตรปราศจากน้ำตาลแลคโตส (Lactose-Free) เสริมพรีไบโอติกปรับสมดุลลำไส้ ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นสำคัญล่าสุดที่ยกระดับขีดความสามารถของสถาบันสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงสัตว์เลี้ยง

“ทรัมป์” ฉุนขาด ลุกหนีสัมภาษณ์กลางรายการ NBC หลังโดนจี้ถามปม “โกงเลือกตั้ง”

"ทรัมป์" ฉุนขาด ลุกหนีสัมภาษณ์กลางรายการ NBC หลังโดนจี้ถามปม "โกงเลือกตั้ง"

8 มิ.ย. 2569 16:00 น.

“ทรัมป์” ฉุนขาด ลุกหนีสัมภาษณ์กลางรายการ NBC หลังโดนจี้ถามปม “โกงเลือกตั้ง”

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินลุกออกจากการสัมภาษณ์ของรายการดัง “Meet the Press” ทางช่อง NBC หลังเผชิญหน้าตึงเครียดกับผู้ประกาศข่าวหญิง “คริสเตน เวลเกอร์” เหตุถูกซักถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้งปี 2020 รวมถึงประเด็นเงินเยียวยาผู้ก่อจลาจลรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021

เหตุตึงเครียดระหว่างการบันทึกเทปสัมภาษณ์ของรายการข่าวการเมือง “Meet the Press” ของสถานีโทรทัศน์ NBC ซึ่งออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 มิ.ย.) โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดสินใจยุติการสัมภาษณ์อย่างกะทันหันและเดินออกจากฉาก หลังจากถูกจี้ถามอย่างหนักเกี่ยวกับข้ออ้างเรื่องการโกงเลือกตั้ง และประเด็นกองทุนช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีบุกอาคารรัฐสภา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการบันทึกเทปสัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) ภายในโรงนาแห่งหนึ่งในรัฐวิสคอนซิน ซึ่งทรัมป์เดินทางไปร่วมงานกับกลุ่มเกษตรกร โดยการถ่ายทำเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากมีปัญหาทางเทคนิคและมีฝนตกกระทบหลังกาเหล็กเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งผ่านไปราว 50 นาที บรรยากาศเริ่มทวีความเดือดดาลขึ้น

ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ คริสเตน เวลเกอร์ ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการ ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการ “กองทุนต่อต้านการใช้อำนาจรัฐเป็นอาวุธ”  มูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.3 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นแผนการของทรัมป์ และปัจจุบันแผนนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว ที่ตั้งขึ้นเพื่อเยียวยาบุคคลที่อ้างว่าถูกรัฐบาลสืบสวนอย่างไม่เป็นธรรม แผนนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วนว่า อาจถูกนำไปใช้จ่ายเงินให้แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจลบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021

เมื่อเวลเกอร์ถามว่า กลุ่มคนที่ยอมรับสารภาพผิดในคดีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนั้น จะมีสิทธิ์ได้รับเงินภาษีประชาชนจากกองทุนนี้หรือไม่ ทรัมป์แสดงอาการหงุดหงิดทันที และอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า “คุณรู้ไหมว่าทำไมพวกเขาถึงยอมรับสารภาพ? เพราะพวกเขาโดนขู่ว่าจะต้องติดคุก 15 ปี… พวกเขากลัว พวกเขาหมดหนทาง จริง ๆ แล้วพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ เชื้อเชิญให้เดินเข้าไปในอาคารด้วยซ้ำ” โดยทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามตรง ๆ ว่าคนกลุ่มนี้ควรได้เงินเยียวยาหรือไม่

ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทรัมป์โยงเข้าสู่ประเด็นการเลือกตั้ง โดยเขาอ้างลอย ๆ ว่า การเลือกตั้งรอบไพรมารีเพื่อสรรหาผู้สมัครผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียที่กำลังนับคะแนนอยู่ในขณะนี้ รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ที่เขาพ่ายแพ้ ทั้งหมดเป็นเรื่อง “จัดฉากและมีการโกงกันเกิดขึ้น”

ทรัมป์โจมตีว่า ผ่านมา 4 วันแล้วในแคลิฟอร์เนียแต่ยังนับคะแนนไม่เสร็จ พวกนั้นกำลังโกงเลือกตั้ง ซึ่งเวลเกอร์ได้แย้งว่า นั่นเป็นกระบวนการมาตรฐานที่พิถีพิถันของรัฐแคลิฟอร์เนียที่เน้นการลงคะแนนทางไปรษณีย์ พร้อมถามทรัมป์กลับว่า “ท่านมีหลักฐานมาสนับสนุนข้ออ้างนี้ไหมคะ?”

ทรัมป์ตอบว่า “สิ่งเดียวที่ผมต้องทำ คือการดูและฟัง” ด้านเวลเกอร์สวนกลับทันทีว่า “แต่นั่นไม่ใช่หลักฐานค่ะ”

คำตอกกลับของเวลเกอร์ทำให้ทรัมป์ไม่พอใจ และเริ่มเปิดฉากโจมตีสื่อมวลชนว่า “พวกนั้นมันคอร์รัปชัน เหมือนกับที่คุณโกงนั่นแหละ สื่อของคุณมันโกง และรายการ Meet the Press ก็โกง” ซึ่งเวลเกอร์พยายามปกป้องตัวเองโดยกล่าวว่า “เพื่อความยุติธรรม ดิฉันไม่ได้โกงค่ะ แต่เรามาคุยกันต่อเถอะ”

ทว่าทรัมป์ไม่ยอมหยุดและตอกกลับเธออย่างรุนแรงว่า “คุณไม่โกงก็โง่แล้ว คุณยอมตกเป็นเครื่องมือของไอ้เรื่องขยะพวกนี้ คุณก็รู้ว่าการเลือกตั้งพวกนี้มันโกง ช่องของคุณก็รู้ว่ามันโกง” ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่า “ประเทศไม่มีวันเจริญถ้าสื่อไม่ซื่อสัตย์”

หลังจากเวลเกอร์พยายามจะเปลี่ยนคำถาม ทรัมป์ได้ตัดบทและประกาศยุติการสัมภาษณ์ทันที โดยกล่าวว่า “พอทีเถอะ เลิกคุยกันแค่นี้เพราะผมทนมามากพอแล้ว ขอบคุณ ขอให้สนุกนะ” พร้อมกับเอื้อมมือไปถอดไมโครโฟนออกจากเสื้อ

เมื่อเวลเกอร์เตือนทรัมป์ว่าเธอต้องเดินทางไกลมาถึงรัฐวิสคอนซินเพื่อการสัมภาษณ์นี้ ทรัมป์ตอบกลับก่อนเดินหนีไปว่า “ผมก็นั่งตากฝนอยู่กับคุณเป็นชั่วโมง ฝนตก ๆ หยุด ๆ และผมให้เวลาคุณมากพอแล้ว คุณควรไปจัดการสื่อของคุณให้ตรงไปตรงมาเสียใหม่ เพราะรู้ไหมอะไร? ประเทศนี้ไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้หรอก ถ้ายังมีสื่อที่ไม่ซื่อสัตย์แบบนี้” จากนั้นเขาได้กวักมือเรียกทีมงานหลังกล้องแล้วเดินออกจากฉากไปทันที

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากประเด็นดุเดือดดังกล่าว ในช่วงต้นของการสัมภาษณ์ ทั้งคู่ได้พูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อยับยั้งไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และย้ำว่านี่จะไม่ใช่ “สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด” โดยคาดว่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนภัยคุกคามก็จะจบลง

หลังจากการออกอากาศเสร็จสิ้น คริสเตน เวลเกอร์ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “ดิฉันได้พูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์อีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเราทั้งคู่ต่างเข้าใจถึงความทุลักทุเลในการสัมภาษณ์ที่เกิดจากอุปสรรคเรื่องฝนตก และท่านประธานาธิบดีได้ตกลงที่จะนัดวันเวลานั่งคุยให้สัมภาษณ์กับรายการ Meet the Press อีกครั้งในอนาคต”

ที่มา BBC / Guardian

เมืองญี่ปุ่นสั่งปิดโรงเรียน 94 แห่ง หลังพบหมีโผล่กลางเมืองครั้งแรก

เมืองญี่ปุ่นสั่งปิดโรงเรียน 94 แห่ง หลังพบหมีโผล่กลางเมืองครั้งแรก

8 มิ.ย. 2569 15:21 น.

เมืองญี่ปุ่นสั่งปิดโรงเรียน 94 แห่ง หลังพบหมีโผล่กลางเมืองครั้งแรก

เมืองอุตสึโนมิยะของญี่ปุ่นสั่งระงับการเรียนการสอนโรงเรียนประถมและมัธยมต้นของรัฐรวม 94 แห่งในวันนี้ (8 มิ.ย.) หลังพบหมีป่าหลุดเข้ามาเดินเพ่นพ่านกลางย่านที่พักอาศัยและแหล่งช้อปปิ้งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมือง

ทางการเมืองอุตสึโนมิยะ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางภูมิภาคที่มีประชากรราว 510,000 คน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียวประมาณ 100 กิโลเมตร ได้ประกาศสั่งปิดโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐที่เมืองดูแลอยู่ทั้งหมด 94 แห่งเป็นการชั่วคราว หลังจากมีรายงานการพบหมีป่าเข้ามาเพ่นพ่านในเขตเมืองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และยังไม่สามารถจับตัวได้

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอุตสึโนมิยะเปิดเผยว่า ทางการได้รับรายงานการพบหมีป่ามากกว่า 10 ครั้ง นับตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยจุดแรกที่พบอยู่ทางตอนเหนือของใจกลางเมือง และมีการระบุว่าหมีตัวดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1 เมตร

หลังจากนั้น มีรายงานการพบหมีป่าอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งในย่านที่พักอาศัยใกล้กับสวนสาธารณะ รวมถึงในย่านถนนคนเดินและแหล่งช้อปปิ้งของเมือง จนกระทั่งล่าสุดในช่วงเช้าตรู่วันจันทร์ มีชาวเมืองพบหมีตัวนี้อยู่ใกล้กับตลาดค้าส่ง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมต้นเพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่แน่ชัดว่าหมีที่สร้างความปั่นป่วนในขณะนี้มีเพียงตัวเดียวหรือมากกว่านั้น

ขณะนี้ ทางการเมืองอุตสึโนมิยะได้ระดมกำลังนายพรานที่มีความชำนาญ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลายสิบคน ออกปูพรมค้นหาตัวหมีป่าอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งส่งรถยนต์กระจายเสียงวิ่งตรวจตราไปทั่วพื้นที่ที่มีรายงานการพบเห็น เพื่อประกาศแจ้งเตือนและร้องขอให้ประชาชนอาศัยอยู่แต่ภายในบ้านเรือนหรืออยู่ภายในตัวรถเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ ในอดีตเมืองอุตสึโนมิยะแทบไม่เคยมีประวัติเผชิญหน้ากับหมีป่ามาก่อน โดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมามีรายงานการพบนหมีที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น การปรากฏตัวของหมีป่าใจกลางเมืองครั้งนี้จึงสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ในระยะหลัง ประเทศญี่ปุ่นเผชิญกับปัญหาการพบและการโจมตีของหมีป่าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมือง โดยสถิติเมื่อปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้ายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 13 ราย และมีรายงานการพบหมีทั่วประเทศในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคมพุ่งทะลุ 50,000 ครั้ง ซึ่งมากกว่าสถิติสูงสุดเดิมที่เคยบันทึกไว้เมื่อสองปีก่อนถึงกว่าเท่าตัว เนื่องจากหมีตื่นจากการจำศีลด้วยความหิวโหย

ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาในปีนี้เพื่อหาแนวทางลดความสูญเสียอย่างจริงจัง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุหมีป่าบุกทำร้ายคนในเมืองฟุกุชิมะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงงานเหล็กฟุกุชิมะ เผยให้เห็นนาทีระทึกขณะที่หมีดำวิ่งไล่กวดพนักงานบริเวณหน้าทางเข้าโรงงานและตะปบเขาลงไปกองกับพื้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หมีดำเอเชีย ถูกจัดให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระดับโลก แต่ในญี่ปุ่น ประชากรของพวกมันกลับเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2012 เนื่องจากความนิยมในการล่าสัตว์ที่ลดลง ประกอบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อพืชพรรณในป่า ทำให้ผลผลิตอาหารตามธรรมชาติของหมี เช่น ลูกโอ๊ก และลูกบีช ลดน้อยลง

นอกจากนี้ การลดลงของประชากรในเขตชนบทของญี่ปุ่น และการปล่อยให้พื้นที่เกษตรกรรมรกร้างตื้นเขิน กลายเป็นการเปิดทางและสร้างความย่ามใจให้หมีป่าพากันละทิ้งผืนป่าธรรมชาติ และเดินทางเข้ามาหากินใกล้กับชุมชนเมืองของมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุดนี้.

ที่มา Kyodo / AFP