เก็บตกคนบันเทิงรวมพลังลงแข่ง HYROX Bangkok 2026 สุดโหด

เก็บตกคนบันเทิงรวมพลังลงแข่ง HYROX Bangkok 2026 สุดโหด

เก็บตกคนบันเทิงรวมพลังลงแข่ง HYROX Bangkok 2026 สุดโหด

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.48 น.

จบลงไปอย่างสวยงามสำหรับการแข่งขัน HYROX Bangkok 2026 ซึ่งเป็นการฟิตเนสระดับโลกปีจัดขึ้นที่ประเทศไทย เป็นปีที่ 2 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) โดยสนามของประเทศไทย เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในไทย และยังเป็นสนามเก็บคะแนนที่มีความสำคัญในระดับเอเชีย มีผลต่อการจัดอันดับและสะสมคะแนนเพื่อไปสู่ HYROX World Championships 2026 กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

 โดย ปีนี้คึกคักมากเพราะมีเหล่าดาราตัวท็อปของเมืองไทยลงสนามพิสูจน์ความอึดกันหลายคนสำหรับประเภทคู่ (Doubles) ชมพู่ อารยาลงแข่งประเภท Women’s Doubles ครั้งแรก และทำเวลาไปได้สวยที่ 01:23:01 ชั่วโมง ด้าน ณเดชน์ คูกิมิยะ – หมาก ปริญ สองพระเอกเพื่อนซี้จับคู่กันลงในประเภท Men’s Doubles  ทางฝั่ง แอน ทองประสม – เจมส์ จิรายุ คู่พี่น้องคนสนิทลงแข่งในประเภท Mixed Doubles (คู่ผสม) ทำเวลาไปได้ 01:23:42 ชั่วโมง ญาญ่า อุรัสยา – คิมเบอร์ลี่ ก็ร่วมสร้างสีสันในสนามนี้เช่นกัน ประเภททีม (Relay) ‘Golden Girls’เป็นการรวมตัวของ 4 สาวนักแสดง/นางแบบ ได้แก่ เจสซี่ ณัฐศิญาปรีม ปรีณาภาแป้ง สหัสยา และ ชมพู่ ศศิ ซึ่งลงแข่งในประเภท Women Relay ทำเวลาไปได้ 01:32:20 ชั่วโมง

และมีคนดังอื่นๆอีกหลายคนที่ร่วมลงการแข่งขัน แป้ง อรจิราลงสนามพิสูจน์ตัวเองครั้งแรกในวัย 41 ปี โบว์ เบญจวรรณ ,โย ยศวดี  2สาวสายสตรองที่เข้าร่วมการแข่งขัน  เดี่ยว สุริยนต์ ก็เป็นอีก1คนที่ไม่พลาด การแข่งขันปีนี้ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้วมาก มีผู้สมัครรวมกว่า 17,500 คน

โดย ‘แอน ทองประสม’ ได้เผยเบื้องหลังแท็กทีม เจมส์ จิ ทำศึก HYROX สู้ชีวิตตั้งแต่ station แรก“ตอนสมัคร ไม่รู้ก่อนว่าใช้น้ำหนักผู้ชาย จะถอนตัว กลัวไม่เท่! ตั้งใจซ้อมมาตลอด 2 เดือน รู้ตัวเลยว่า Strength (ความแข็งแกร่ง) ตัวเองยังไม่ค่อยดี วันจริง! ตื่นเต้นทำไมไม่รู้หัวใจพุ่ง ตั้งแต่ station แรก จนจบ! เทคนิคต่างๆ ที่ซ้อมมา เดี๋ยวนึกได้! เดี๋ยวหาย! งงตัวเองเหมือนกัน” ด้าน “เจมส์ ตะคริวขึ้นตอน Farmer’s Carry (การถือตุ้มน้ำหนักเดิน) แอนเดินแบกอยู่ เรียกไปหลายที นางไม่ตอบรับ ใจนี่วูบเลย (เวลานางเงียบนี่น่ากลัว) แต่ก็กัดฟันกันจนจบ!”

‘ร็อคกี้ สุรบดินทร์’เมินดราม่าพ่อเผยเป้าหมายชีวิตย้อนมรสุมโดนโกง10ล้าน

'ร็อคกี้ สุรบดินทร์'เมินดราม่าพ่อเผยเป้าหมายชีวิตย้อนมรสุมโดนโกง10ล้าน

‘ร็อคกี้ สุรบดินทร์’เมินดราม่าพ่อเผยเป้าหมายชีวิตย้อนมรสุมโดนโกง10ล้าน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.

“ร็อคกี้ สุรบดินทร์” ขอเมินดราม่าเรื่องพ่อ ควง “ติ๊ง” ภรรยา และลูกชาย “น้องกู๊ดดี้” วัย 3 ขวบ เล่าความผูกพันในครอบครัว ผ่านมรสุมชีวิตโดนโกงจนติดหนี้หลายสิบล้านบาท เคยคิดฆ่าตัวตาย มีชีวิตอยู่ต่อมาได้ก็เพราะลูก สู้ชีวิตใช้หนี้มาได้ค่อนทาง ตั้งเป้าหมาย ปลดหนี้สำเร็จ ขอย้อนจัดงานแต่งให้ภรรยา และพาแม่กับลูกชายไปเที่ยวญี่ปุ่นสักครั้งในชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31  

สัปดาห์ที่แล้วมาเคลียร์เรื่องดราม่า อยากพูดในรายการคุยแซ่บโชว์รายการแรกและรายการเดียว ให้เรื่องจบไป แต่สัปดาห์นี้ที่เชิญมาอีกครั้งเพราะเป็นสัปดาห์แห่งการมูฟออน และเรื่องราวการปลดหนี้ นอกจากคุณภรรยา แม่เจี๊ยบ น้องดิ๊งค์ มาให้กำลังใจด้วย ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว ตอนนี้สภาพจิตใจเราเป็นยังไงบ้าง?

ร็อคกี้ : ผมรู้สึกว่าเหมือนเจออะไรมา 1 ปี เรื่องราวสตอรี่เยอะแยะมากมาย มหาศาลมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา อย่างที่บอกว่าเราอยากมูฟออนต่อแล้วเหมือนกัน ขอโทษพี่ๆ บางทีมีหลายๆ ที่อยากให้เราไปคุย อาจเป็นมุมมองอื่นๆ เหมือนกัน แต่อยากให้แค่นั้น แล้วพอแล้วดีกว่าครับ ไม่ใช่เรามาออกเอาเท่นะ ผมแค่อยากให้เห็นเจตนาว่าผมต้องการแค่นั้นเลยจริงๆ

อาทิตย์ที่แล้ว พอออกรายการปุ๊บ กลายเป็นว่าแทบไม่อยากเปิดโซเชียลดูเลย?

ร็อคกี้ : หลังได้กลับไป เราตั้งใจอยู่แล้วว่าจะพูดแค่ทีเดียว ที่พาแม่ พาน้องมา เราไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็นอะไรแล้ว ที่เรามาตอนนั้น เราแค่อยากพาแม่พาน้องมาพูดในมุมของเขา พูดตรงๆ เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา เราไม่ได้เข้าโซเชียลต่างๆ แม่เองก็ไม่กล้าออกจากบ้านเหมือนกันในวันแรกๆ 

ไม่รู้ฟีดแบ็กไปทิศทางไหน เลยเลือกไม่ดูดีกว่า ล่าสุดไปรพ.มีคนเข้ามาทักให้กำลังใจ?

ร็อคกี้ : วันแรกที่เล่าให้ฟัง ตื่นเช้ามาไม่มีเสียง พูดไม่ได้เลย เราต้องจัดรายการ ต้องใช้เสียง ก็ตัดสินใจไปรพ. ก้มหน้าก้มตาปกติ ไปพบคุณหมอ ก่อนกลับบ้าน มีคนมาสะกิด เราพยายามไม่เจอ ไม่มองใครแล้วนะ เป็นพี่ผู้หญิงท่านนึง เขาพูดสั้นๆ คำเดียวว่าสู้ๆ นะคะ เราก็สตั๊นเหมือนกัน ตกใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็ขอบคุณเขา แยกย้ายกัน เราก็กลับเข้าบ้านต่อ ไปเจอแม่กับน้องก็เล่าให้ฟัง บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ทุกอย่างผ่านไปแล้วเหมือนที่เราตั้งใจ แล้วมันจะผ่านไป วันนั้นอยู่บ้านทั้งวันจนตกเย็น ก็ตัดสินใจพากู๊ดดี้ไปข้างนอกดีกว่า ไปหาข้าวกินนอกบ้าน ไปทานสุกี้ แรกๆ ทุกคนดูอิดออด แต่พอได้ไปแล้ว วันนั้นผมไปทานข้าว ถ่ายรูปกันด้วยนะ ตอนนั้นไม่กล้าลงรูป ไม่รู้ควรต้องลงมั้ย ไม่รู้ต้องทำยังไงต่อไป เราเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ แม้เราทำงานหน้ากล้อง พอเดินออกมา กู๊ดดี้เล่นตรงมุมของเด็ก คนก็มองเราเหมือนกัน เราเห็นสายตาที่เขามองเรา ไม่ใช่แบบที่เราคิด เขาดูแล้วเขายิ้ม เขาเห็นพวกผมเดินกันมาทั้งบ้าน แม้มีบางสายตา ผมแอบดูอยู่ มีคนหันมายิ้มแล้วเจอเรา เป็นสายตาให้กำลังใจ 

มีเรื่องของเราขึ้นเต็มฟีด คอมเมนต์ส่วนใหญ่ เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ให้กำลังใจ วางใจได้เลย มูฟออนต่อ?

ร็อคกี้ :   ก็ขอบคุณจริงๆ หลังจากนั้นพอเราเริ่มตั้งหลักกัน ชีวิตยังไงก็ต้องไปต่อ ไม่ว่างานการก็ต้องเข้ามาในนี้อยู่ดี พอเห็นก็ตกใจเหมือนกันกับฟีดแบ็ก รวมทั้งข้อความจากพี่เลี้ยงผมตอนเด็กๆ ไม่รู้กี่ปีแล้วส่งมาหาแม่ ถามว่าเป็นยังไงบ้าง แม้แต่คุณครูที่เคยอยู่โรงเรียนแม่เรา คุณครูผมเอง เพื่อนผมที่ไม่ได้คุยเป็นสิบปีแล้ว หรือใครก็ไม่รู้อีกต่างหาก ผมไม่รู้จะพูดยังไงเลย ขอบคุณทุกคนเลยนะครับ (ยกมือไหว้) ผมและที่บ้าน แม่ น้อง ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ขอบคุณสำหรับความเมตตาครอบครัวเรา ผมไม่ได้ทำเพื่อคาดหวังว่าต้องเกิดสิ่งนี้ แต่ว่ามีกำลังใจที่ส่งกันเข้ามามากๆ หลายๆ ทิศทาง เวลาผมเองจัดรายการ เราจะเปิดเครื่องทิ้งไว้ ไม่ติดตะกร้า คนก็บอกว่าทำไมไม่ติด ผมก็บอกใจเย็นๆ ครับ (หัวเราะ) คนอยากซัปพอร์ตเยอะมาก 

ร็อคกี้บอกว่าถ้าคุยแซ่บโชว์ติดต่อให้มาออก ก็จะพาครอบครัวมาออกอีกครั้ง นอกจากคุยแซ่บโชว์ มีรายการอื่นติดต่อมาด้วยนะ ทำไมให้เกียรติรายการคุยแซ่บโชว์รายการเดียว?

ร็อคกี้ : ตอนที่ตัดสินใจกับที่บ้าน ให้ทุกคนเลือกว่าพูดหรือไม่พูด แล้วทุกคนตัดสินใจพูด ผมก็เลยตกลงกันว่าขอครั้งเดียวนะ แล้วเราจะผ่านเรื่องนี้กันไป ไปใช้ชีวิตของเราเหมือนเดิมที่เคยเป็น ถ้าหนึ่งในนั้นมีรายการคุยแซ่บโชว์ ผมขออนุญาตไปรายการคุยแซ่บโชว์ก่อน เพราะครั้งนึงประมาณ 3 ปีได้แล้วมั้งวันที่ผมแย่ที่สุดในชีวิต ผมโดนเพื่อนโกงไม่เหลือสักบาทเดียว บริษัทที่ทำมาก็โดนหุ้นส่วนบริหารขาดทุนเป็นล้านเลย ทุกวันนี้เขาก็ทิ้งบริษัท เราใช้หนี้อยู่คนเดียวตั้งแต่วันนั้น ทุกวันนี้เราก็ยังหาเงินจ่ายแบงก์อยู่ เขาหนีไปเปิดบริษัทใหม่ วันนั้นเหมือนชีวิตผมดิ่งดาวน์มาก หันไปไม่เจอใคร ไม่รู้จะพูดอะไรกับใคร มันแย่มาก แต่วันนั้นที่ผมมานั่งอยู่ตรงนี้ 

วันนั้นที่ผมมาออกรายการ เพราะผมอยากได้เงิน วันนั้นผมไม่มีเงินเลย งานที่เราทำเหมือนเพิ่งมีปัญหา แถมโดนเพื่อนอีก ลูกก็เล็กมาก ทำยังไงถึงจะมีเงินได้เร็วที่สุดตอนนั้น ออกรายการก็ได้เงิน เสร็จจากรายการ ผมเอาเงินที่ได้จากรายการพาลูกไปกินไข่ตุ๋นอร่อยๆ วันนั้นเลย หลังจากนั้นก็มีขายของ ผมคิดว่าถ้าวันนี้ผมจะพูด รายการคุยแซ่บโชว์อยากให้ผมพูด ผมก็ขอมาคุยที่รายการแล้วกัน 

กู๊ดดี้อายุ 3 ขวบ 6 เดือน กู๊ดดี้หน้าเหมือนใคร?

กู๊ดดี้ : พ่อ (ยิ้ม)

ร็อคกี้ : ก่อนหน้านี้ผมว่าชัดเจนมาก กู๊ดดี้หน้าเหมือนแม่ แต่ข้างในเหมือนผม เขามาทางเรา

ติ๊ง : ข้างในเหมือนเราได้ซีเคร็ต 2 ตัว ปวดหัว เหมือนเจอพ่อแล้วเจอลูกเวอร์ชั่นจิ๋ว 

สิ่งหนึ่งที่เหมือนคือชอบเดินปุ๋งๆ เหมือนกัน?

กู๊ดดี้ : จริง 

ติดใครมากกว่ากัน?

ติ๊ง : ข้อดีคือไม่ติดใครเลย ไปได้กับทุกคน 

ร็อคกี้ : ลูกติดพ่อ (หัวเราะ) 

ติ๊ง : ลูกไปได้หมด เขาชินกับการเจอคนเยอะๆ อยู่แล้ว ไม่ได้ติดใครเป็นพิเศษ แม่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท พี่เลี้ยงก็เหมือนเพื่อนในแก๊ง 

อ้อนมั้ย?

ติ๊ง : อยู่ดีๆ จะบอกว่ารักแม่ รักพ่อ แล้วเดินมากอด

ขึ้นลิฟต์มา เขาพูดยังไงกับพ่อ?

ร็อคกี้ : รักพ่อ ไม่มีปี่มีขลุ่ย 

นอกจากอ้อน ยังฉายแววศิลปินตั้งแต่เด็ก จำเมโลดี้เพลงได้เยอะมากเร็วด้วย?

ร็อคกี้ : เขาน่าจะหัวไวครับ บางทีผมมีงานไปร้องเพลงบ้าง เราซ้อมอยู่ในบ้าน บางทีเหมือนได้ยินเสียงเด็กลอยมาเป็นท่อนๆ ซึ่งผมไม่ได้สอน ไม่ได้คิดว่าเขาต้องเป็นนักร้องหรืออะไร แต่อยู่ดีๆ ทำไมลูกฉันร้องตาม เมโลดี้ก็ได้อีก ลูกเราสามขวบจริงหรือเปล่า

ตอนท้องกู๊ดดี้ คนรู้คนแรกคือคุณย่า?

ร็อคกี้ : ใช่ครับ ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด เราเองแต่งงานยังไม่ได้ เราเองเริ่มมีปัญหาด้วย ยังไม่ได้บอกอะไรใคร คนแรกที่รู้คือคุณแม่ผม คือคุณย่าเขา ย่าเขาบอกว่านัดคุณหมออีกทีเมื่อไหร่ ย่าขอไปดูอัลตร้าซาวด์ด้วย ขอไปดูหลานหน่อย วันที่เขาคลอดวันแรกเลย ย่าเป็นคนแรกที่ไปถึงรพ. อยากเจอหลานไวๆ

คุณย่าเจี๊ยบ แนะนำให้ร็อคกี้ไปซื้อแหวน เอามาให้เมียก่อนเพราะอะไร?

ร็อคกี้ : ตอนนั้นมีสองเหตุการณ์ จริงๆ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่แล้วล่ะ แต่ตอนนั้นอะไรก็ไม่อำนวยเราเลย หนึ่งเป็นช่วงโควิดปลายๆ แล้วล่ะ สองเรื่องเศรษฐกิจชีวิตเราเอง แม่บอกไม่ต้องคิดอะไรขนาดนั้นหรอกลูก เขาพูดในมุมผู้หญิงกับเรา ผมกับแม่โตมาเหมือนเพื่อนกันด้วย บางทีเราเป็นผู้ชายก็มองข้าม เขาบอกว่าไปซื้อแหวนไม่ต้องแพงก็ได้ ไปกินข้าวกัน ไปถ่ายรูปกัน ให้รู้ว่านี่คือภรรยาของเรานะก็ได้ลูก พร้อมเมื่อไหร่ในวันข้างหน้าจะทำยังไงก็ค่อยว่ากัน เราก็เออ แม่เราก็ดีเนอะ ยังคิดถึงเขา 

ให้เกียรติภรรยา ขอบคุณที่มีลูกให้เรา?

ร็อคกี้ : ใช่ครับ ตอนนั้นผมเองนี่แหละ ไม่คิดอะไรเลย ผมแย่มาก ชีวิตมันเครียดไปหมด มันมองไม่เห็นทาง ที่เขาชื่อกู๊ดดี้เพราะตอนนั้นผมรู้สึกว่าชีวิตผมไม่มีอะไรดีเลยจริงๆ

กู๊ดดี้เกิด ร็อคกี้สงสารลูกเกิดมาในช่วงเวลามรสุม?

ร็อคกี้ : บางทีบางคนไม่กล้ามีลูกเพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ก่อนหน้านั้นเราคิดว่าเราดูแลเขาได้แล้ว เราทำงานมาพอสมควร สร้างบริษัทเติบโตมา เก็บเงินเก็บทอง น้องๆ ทุกคนโตเป็นผู้ใหญ่ เราดูแลพ่อแม่ได้ ก็น่าจะมี แต่อยู่ดีๆ กราฟมันไม่ใช่ชันลง มันพุ่งลงเลย อยากให้เขาชื่อกู๊ดดี้ เพราะนี่คือสิ่งดีๆ สิ่งเดียวในชีวิตที่มี

โดนโกงเท่าไหร่?

ร็อคกี้ : เป็น 10 ล้านไม่พอ จากคนเคยมี มันติดลบอีกต่างหาก ติดลบไม่พอ พูดตรงๆ ตอนนั้นเราทำโปรดักชั่นละคร ละครก็เริ่มดาวน์ ไม่มีเงินไม่พอ มีหนี้อีก ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ มันมึนไปหมดเลย 

มันหนักจริงๆ เลยไปถึงจุดนึง ที่ร็อคกี้คิดสั้น?

ร็อคกี้ : ไม่อยากอยู่ ไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองจริงๆ เมียก็ไม่ค่อยพูดอะไรมาก ด้วยสไตล์ของเขา แต่เขาจะวนๆ เวียนๆ อยู่รอบๆ เรา เราเหมือนจมอยู่กับปัญหา ตอนนั้นเหมือนซีนในละครเลยนะ ผมนั่งอยู่ที่ห้องมืดๆ มุมๆ ไม่อยากพูดกับใคร ข้าวไม่อยากกิน แล้วเพื่อนผมเขาไม่ได้ทำกับผมคนเดียว เขาดันไปทำกับคนอื่น บางทีเขาก็มาพูดถึงเรา มีโทรศัพท์ที่บางทีผมก็ไม่รู้จัก เป็นเจ้าหนี้คนอื่น โทรมาเฮ้ย อะไรยังไง ผมเหมือนคนโรคจิตนั่งกลัวโทรศัพท์ สั่น ร้องไห้ตลอดเวลา เหมือนซีนละครเลย จนเราไม่อยากอยู่แล้ว

หลุดจากตรงนั้นได้ยังไง?

ร็อคกี้ : สิ่งดีๆ สิ่งเดียวในชีวิตตอนนั้นคือกู๊ดดี้ ตอนนั้นผมคิดด้วยนะว่าทำไมต้องมาตอนนี้ด้วย ตอนที่มันไม่ดีที่สุดในชีวิตเลย ผมก็อยากมีนะ แต่ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยวะ เราอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะมีปัญญาดูแลได้ อาจไม่ต้องเป็นคุณหนูหรอก แต่เราไม่อยากให้เขาต้องลำบากขนาดนั้น แต่พอวันเวลาผ่านไป ผมบอกตัวเองถ้าวันนั้นไม่มีเขา วันนี้ผมอาจไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แล้วก็ได้

ตอนตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อ ทำอะไรบ้าง?

ร็อคกี้ : ทำทุกอย่างที่ตัวเองมีปัญญาทำได้ อย่างละคร รู้แหละไม่ค่อยจะมีหรอกตอนนั้น บอกใครได้ผมก็บอก จากที่คนอื่นต้องมาบอกเรา เราก็บอกว่ามีอะไรให้ช่วย รวมถึงคุยแซ่บโชว์นี่แหละ พอผมไปออกปุ๊บ ก็มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ โทรมาถามผมว่าเอามั้ย ผมก็ทำหมด ขอบคุณมากที่คิดถึงผม แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว งานที่เราทำไม่มีจังหวะขายของ แต่ขายได้มั้ย ผมพอขายได้ ผมเคยบริหารสถานีเคเบิ้ลทีวี เราพอทำได้ แต่ไม่เคยทำนานแล้ว เราเป็นเบื้องหลังซะมากกว่า ผมเริ่มใหม่เลย เหมือนกลับไปอายุ 20 ใหม่ เริ่มกลับมาทำงานใหม่ ทำทุกอย่าง 

มันไม่ได้ง่าย เพิ่งมีลูก ภรรยาท้อง ปัญหาถาโถมเข้ามา ร็อคกี้ทำทุกอย่าง ต้องสู้เพื่อลูก เพื่อปลดหนี้ ขายของก็ต้องเริ่ม ตอนนี้เหลือหนี้เท่าไหร่?

ร็อคกี้ : เหมือนชีวิตหนี้ เกิดมาแล้วก็ต้องยอมรับสภาพ และลุยไป จาก 10 ล้าน ตอนนี้เหลือไม่ถึง 10 แล้ว มีบางเดือนทันบ้าง บางเดือนไม่ทันบ้าง แต่ก็ไม่น่าตกใจเท่าตอนนั้นแล้ว บวกกับได้ทุกคนที่ช่วยสนับสนุนมาด้วยเหมือนกัน หลังผมออกรายการ ไปไลฟ์ ช่องผมเล็กมาก ได้เป็นพันออเดอร์ ช่องร็อกกี้ เอฟรี่ติง ผมคิดว่าผมคงเป็นช่องเล็กที่สุดในประเทศไทยที่เขาดูแล ทุกคนส่งพลังใจให้เราเลย เราต้องไม่ท้อสิ เราต้องไปต่อ ยังมีลูกอยู่ด้วย เราต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อเขา 

ถ้าใช้หนี้สำเร็จ มีเป้าอยากทำอะไร?

ร็อคกี้ : ตอนที่มันดีกว่านี้ ผมกำลังมีโปรเจกต์อยู่แล้วล่ะ แต่มันพังไปหมดเลย สิ่งที่อยากทำเลยคืออยากแต่งงาน อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมาย แต่สักหน่อยแล้วกันนะเธอ อย่าร้องไห้นะ (หัวเราะ) อาจมีแหวน พาลูกไปงานแต่ง คนนี้ความฝันเขาเลย เขาพูดทุกวันเขาอยากไปญี่ปุ่น ลูกอยากไปญี่ปุ่นไปโทมัสแลนด์ อยากได้พาเขาไปเหมือนกัน รวมทั้งแม่ด้วยเหมือนกัน ผมไม่เคยพาแม่ไปเมืองนอกเลย แม่บอกว่าตั้งแต่แม่ไปเรียนแล้วกลับมา ไม่เคยได้กลับไปอีกเลย ก็คิดว่าจะพาแม่ไปเที่ยวด้วยดีกว่า แต่ทุกอย่างพรึ่บซะก่อน ก็บอกตัวเองเลยว่าถ้าทำได้นี่คือสิ่งที่อยากทำ และบอกตัวเอง อาจฟังดูเท่ เขิน แต่ก็อยากเล่า ถ้าวันนึงผมหลุดจากตรงนี้ไปได้วันนึงผมจะเอาช่องไปช่วยเหลือคนด้วย เพราะวันที่ผมแย่ที่สุดมันไม่เห็นใครจริงๆ ผมเข้าใจเลยว่าคนที่ไม่เห็นใครเลย เขาอาจเห็นแสงสว่างเล็กๆ ช่วยเขาแล้วเขารู้สึกยังไง ถ้าผมรอด ผมอยากไปหาคนแบบนั้น

คุณติ๊ง ถ้าเขาปลดหนี้ เขาจะจัดงานแต่งงานให้เรา มีอะไรอยากบอก?

ติ๊ง :   จริงๆ ไม่ได้คาดหวัง ตั้งแต่แรกที่คุยกันแล้ว รู้จักกันมา 10 กว่าปี ไม่ได้คาดหวังว่าต้องแต่งงาน แค่อยากให้เขาปลดล็อกตัวเองได้ แค่นั้นจริงๆ เป้าในชีวิตตอนนี้แค่อยากเห็นลูกมีความสุข แค่นั้นเอง แต่ก็ขอบคุณถ้านึกถึงนะ (เสียงสั่นเครือ) 

ผู้เสียหายพันคนอยู่ที่ไหน นนนี่ ณัฐชา อุ้มท้องลูกคนที่ 3 โพสต์เปิดใจต้องการ ความเป็นธรรม

ผู้เสียหายพันคนอยู่ที่ไหน นนนี่ ณัฐชา อุ้มท้องลูกคนที่ 3 โพสต์เปิดใจต้องการ ความเป็นธรรม

ผู้เสียหายพันคนอยู่ที่ไหน นนนี่ ณัฐชา อุ้มท้องลูกคนที่ 3 โพสต์เปิดใจต้องการ ความเป็นธรรม

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.43 น.

หลังจากที่เป็นคดีความร้อนระอุจนกลายเป็นดรามาหม้อใหญ่สะเทือนทั้งวงการเพลงและวงการลงทุนแห่งปี เมื่อร็อคเกอร์หนุ่ม แอ็คมี่ วรวัฒน์ นักร้องนำวง DoubleDeep สามีหนุ่มของนางเอกสาว นนนี่ ณัฐชา ขอพักไมค์ชั่วคราวเพื่อชักธงรบสู้ศึกกฎหมายแบบเต็มตัว หลังถูก อี้ แทนคุณ นำกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ออกโรงแฉยับว่าเจ้าตัวหลอกลงทุนคริปโตฯ สูญเงินกว่า 1,386 ล้านบาท พร้อมยอดผู้เสียหายพุ่งกว่า 1,000 คน จนสั่นสะท้านไปทั้งวงการ โดยเฉพาะบนโลกโซเชียลที่ชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็ถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อนางเอกสาว นนนี่ ณัฐชา ภรรยาของ แอ็คมี่ วรวัฒน์ ภรรยาสาวออกมาโพสต์ภาพข้อความร่ายยาวแบบม้วนเดียวจบ หลังจากที่สามีถูกปิดช่องทางสื่อสารทุกทางภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง งานนี้เจ้าตัวขอเป็นกระบอกเสียงสุดท้ายก่อนจะไม่มีโอกาสได้พูด

นนนี่ ณัฐชา

โดยเนื้อหาที่เธอโพสต์ระบุว่า “…หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นมีที่มายังไงกันแน่ ใช่ค่ะ เรื่องนี้มีที่มา แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนและหลายคนที่ติดตามข่าว ยังไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนเลยว่า เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไร ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีข่าวจำนวนมากถูกเผยแพร่ผ่านสื่อและโซเชียล หลังจากที่สามีของฉันได้ออกมาพูดผ่านช่องทางของตัวเอง เพื่อชี้แจงเบื้องต้น และกำลังจะอธิบายในรายละเอียดต่อไป แต่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ช่องทาง Facebook และ Instagram ของเขากลับถูกปิดลงทันที

นนนี่ ณัฐชา

สิ่งนี้ทำให้ฉันตั้งคำถามว่า สังคมกำลังจะได้รับ “ความจริง” หรือไม่ หรือมีบางอย่างที่ทำให้เสียงอีกด้าน ไม่สามารถถูกได้ยิน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องออกมาพูดในวันนี้ เพราะฉันกังวลว่า ฉันเองอาจจะไม่มีพื้นที่ในการพูดอีกต่อไป เมื่อฉันเห็นว่าสามีของฉันถูกปิดช่องทางอย่างรวดเร็ว ฉันไม่มั่นใจเลยว่า ช่องทางของฉันจะยังคงอยู่ได้นานแค่ไหน ฉันกลัวว่า ถ้าฉันไม่พูดในวันนี้ สังคมอาจเข้าใจว่าฉันเลือกที่จะเงียบ หรือหลบหนี ดังนั้นฉันจึงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ บันทึกความจริงในมุมของฉันไว้ ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก

นนนี่ ณัฐชา

…เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาที่บ้านของฉันและสามี โดยมีหมายค้น และเข้าตรวจสอบทรัพย์สิน สิ่งของจำนวน 36 รายการ ถูกนำออกไปตรวจสอบ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน แทบจะไม่มีของของสามีเลย สถานที่ที่ถูกเข้าตรวจสอบ มีทั้งออฟฟิศเก่า บ้านหลังเก่า และบ้านที่เราสร้างมาด้วยกันก่อนแต่งงาน บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ฉันถือกรรมสิทธิ์เอง แม้กระทั่งชามข้าวของสุนัขของฉัน ก็ถูกนำไปตรวจสอบ สำหรับฉัน นี่ไม่ใช่แค่ “การตรวจสอบ” แต่มันคือชีวิตของฉัน ที่ถูกรื้อออกไปต่อหน้าต่อตา ในขณะเดียวกัน มีข่าวออกมาว่าสามีของฉันโกงเงินจำนวนกว่า 1,386 ล้านบาท มีผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 1,000 คน และให้ผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า ฉันอยากถามจริงๆ ว่า

ผู้เสียหายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน

ทำไมสิ่งที่เราเห็นมีแต่ข่าว มีแต่ตัวเลข มีแต่คำกล่าวหา แต่ไม่มีผู้เสียหายที่ออกมายืนยันตัวตนอย่างชัดเจนเลย ตัวเลข 1,386 ล้าน มาจากอะไร ใครเป็นคนตรวจสอบ และข้อมูลเหล่านี้ถูกพิสูจน์แล้วหรือยัง ผลตอบแทน 500 เท่า มันเป็นไปได้จริงหรือ หรือมันเป็นเพียงตัวเลข ที่ถูกพูดซ้ำเพื่อทำให้คนสนใจและกลายเป็นความเชื่อ

นนนี่ ณัฐชา

…ในขณะที่สามีของฉันพยายามจะออกมาชี้แจง เขากลับถูกปิดช่องทางของเขาทันที สิ่งนี้ทำให้ฉันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เหตุใดเสียงอีกด้าน จึงไม่สามารถถูกได้ยิน มีใครพยายามปิดบังความจริงอะไรไว้หรือเปล่า ในวันเดียวกันที่บ้านของฉันถูกตรวจค้น คนใกล้ชิดของสามีฉัน ซึ่งเป็นทั้งคนในครอบครัวและคนใกล้ตัว ก็ถูกออกหมายจับอย่างกะทันหัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ไม่มีหมายเรียก ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าใดๆ

สิ่งที่ฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจให้ชัดคือ หมายจับดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องเดียวกับข่าวที่กำลังถูกพูดถึงในตอนนี้ แต่เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจาก ข้อพิพาททางกฎหมาย ระหว่างสามีของฉันกับหน่วยงานรัฐ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และกำลังถูกนำมาขยายผล ไปยังบุคคลรอบตัวในภายหลัง

ซึ่งทำให้ฉันตั้งคำถามว่า เหตุใดเรื่องที่ควรอยู่ในกระบวนการยุติธรรม จึงเริ่มกระทบไปถึงคนอื่น ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวในวันนี้

ฉันขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า คำกล่าวหาที่ว่าสามีของฉัน “หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหนีคดี” ไม่เป็นความจริง ฉันอยู่กับเขาในช่วงเวลานั้น สามีของฉันมีธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ และมีการเดินทางเข้า-ออกเป็นปกติ

นนนี่ ณัฐชา

…ก่อนหน้านั้น เขายังอยู่ในประเทศไทย และไม่มีการดำเนินการใดๆ กับเขาในช่วงเวลานั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน กลับมีหมายจับออกมา

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งควรได้รับการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ถูกตัดสินผ่านกระแสสังคมเพียงด้านเดียว หลังจากเกิดเรื่อง ฉันตัดสินใจพาลูกออกมาอยู่ต่างประเทศ

เพื่อให้นกมีชีวิตที่ปลอดภัย และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า

ในขณะที่สามีของฉัน กำลังต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมจากต่างประเทศอย่างเต็มที่ พร้อมกับดูแลธุรกิจของเขาไปด้วย

เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปี แต่เรื่องยังไม่จบ และกลับมีประเด็นใหม่ประเด็นที่สังคมกำลังติดตามนี้เกิดขึ้น

นนนี่ ณัฐชา

…ในขณะเดียวกัน ฉันเองก็ได้รับข้อมูลว่า อาจจะมีการออกหมายจับฉันเช่นกัน

ซึ่งทำให้ฉันตั้งคำถามอย่างมากว่า ฉันเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องใดได้อย่างไร

เพราะตลอดมา ฉันไม่เคยทำธุรกิจร่วมกับสามี ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานใดๆ และไม่เคยรู้จักบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเลย

แต่สิ่งที่ฉันต้องเผชิญในวันนี้ คือการถูกมองและถูกตัดสินจากสังคม ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษา และในช่วงเวลานี้

ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 ได้ประมาณ 2 เดือนกว่าแล้ว ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สงบ ต้องนอนหลับและตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงระเบิด และเสียงการแจ้งเตือนภัยต่างๆ

นนนี่ ณัฐชา

…ทั้งหมดนี้ สำหรับฉันแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ยุติธรรมสำหรับฉันเลย ฉันไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ฉันต้องการ “ความเป็นธรรม” และขอให้ทุกคนเปิดใจ รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกด้าน

เพราะสุดท้ายแล้ว ความจริงจะเป็นสิ่งเดียวที่พิสูจน์ทุกอย่างได้ และเมื่อกาลเวลาผ่านไป หลังจากกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดลง ฉันเชื่อว่าจะไม่มีใครต้องเสียใจ กับการตัดสินใครบางคน ก่อนที่ความจริงจะถูกพิสูจน์ และฉันยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมว่า ยังมีคนยุติธรรม อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจริงๆ และในท้ายที่สุดเรื่องนี้จะต้องไปถึงมือของเขาอย่างแน่นอน

หลังจากโพสต์นี้หากช่องทางการติดต่อของฉันหายไป ขอให้รู้ว่าฉันไม่ได้ลบไม่ได้หนี แต่มีคนพยายามปิดตาประชาชนและสังคม ในขณะที่เรายืนยันจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมจากต่างประเทศ อย่างถูกต้องและน้อมรับผลในคำพิพากษาจนกว่าจะถึงที่สุด

#ขอให้กระบวนการยุติธรรม”

หลังจากที่โพสต์ของ นนนี่ ณัฐชา ภรรยาของ แอ็คมี่ วรวัฒน์ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นให้กำลังใจกันอย่างมากมาย เช่น

“ไงพี่เป็นกำลังใจให้นะน้องสาว เทคแคร์เสมอ ดูแลตัวเองด้วยนะ”

“ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ/”

“เป็นกำลังใจให้ตรงนี้ค่ะ”

“หราา”

“เป็นกำลังใจให้นะค้า กอดๆ “

นนนี่ ณัฐชา
นนนี่ ณัฐชา
นนนี่ ณัฐชา
นนนี่ ณัฐชา
นนนี่ ณัฐชา
นนนี่ ณัฐชา
นนนี่ ณัฐชา
นนนี่ ณัฐชา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม nutchajeka

‘ไฮโซกี้’ ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอนางเอกสาว ‘มินนี่’ แต่งงาน ชมคลิป

‘ไฮโซกี้’ ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอนางเอกสาว ‘มินนี่’ แต่งงาน ชมคลิป

‘ไฮโซกี้’ ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอนางเอกสาว ‘มินนี่’ แต่งงาน ชมคลิป

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.21 น.

ทะเลหวานฉ่ำระดับน้ำตาลพุ่ง เมื่อนางเอกสาวหน้าเก๋ มินนี่ ภัณฑิรา กลายเป็นว่าที่เจ้าสาวคนล่าสุด หลังแฟนหนุ่มนักธุรกิจ ไฮโซกี้ สราวุธ จัดเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ไฟกะพริบ คุกเข่าขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกกลางเรือหรู โดยมีฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ตกดินที่สุดแสนจะเพอร์เฟกต์

งานนี้ความพีคมันอยู่ที่เบื้องหลัง เพราะ ไฮโซกี้ แอบเผยความลับสุดเสียวไส้ว่า ได้พกแหวนเพชรเม็ดโตเท่าตึกติดตัวไปด้วยทุกที่แบบเงียบเชียบที่สุด เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่สาวมินนี่กำลังหลับปุ๋ยบนรถตู้ ไฮโซกี้ก็แอบหยิบแหวนขึ้นมาโชว์หน้ากล้องใกล้ ๆ ชนิดที่ว่าห่างแค่เพียงเอื้อมมือแต่มินนี่ก็ไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์เดินในสนามบิน และอีกหลายสถานที่ที่ไฮโซกี้แอบซ่อนแหวนไว้ในมือตลอดเวลา เรียกว่าเป็นภารกิจลับระดับชาติที่ลุ้นกันตัวโก่งว่าความจะแตกก่อนเซอร์ไพรส์ไหม

ไฮโซกี้

สุดท้ายความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อถึงจังหวะล่องเรือหรูชมวิวสวย ไฮโซกี้ไม่รอช้าคุกเข่าลงต่อหน้าสาวมินนี่ พร้อมโชว์แหวนเพชรน้ำงามที่แอบพกมานาน ทำเอาฝ่ายหญิงถึงกับช็อกและตื้นตันใจสุด ๆ ก่อนจะตอบตกลงเซย์เยสพร้อมรอยยิ้มสดใส โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพโมเมนต์ประวัติศาสตร์นี้ลงโซเชียลพร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “Forever starts with YES”

ไฮโซกี้

หลังจากข่าวดีนี้แพร่ออกไป เหล่าเพื่อนพ้องในวงการและแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความยินดีกันจนไอจีแทบแตก แถมยังอดแซวไม่ได้กับความใจเด็ดของไฮโซกี้ที่กล้าพกแหวนราคาแพงหูฉี่เดินไปเดินมาแบบนั้น เช่น

“Congrats na kubb”

“เอ้ยยย ยินดีด้วยมินนี่ พี่กี้ด้วยครับบบบบบ”

“5555555555555ตอนซื้อโตเกียว เกือบบบ”

“ว้ายย เจ่เจ๊!!! Congrats nakabbbbbb”

“Congratulations kaaa woohooo”

“ยินดีด้วยค่าาา”

“I’m happy for you”

“Congrats naaaa”

“พี่กี้นักคอนเท้นตัวน้อย”

“Congrats naaaaa”

ไฮโซกี้
ไฮโซกี้
ไฮโซกี้
ไฮโซกี้
ไฮโซกี้

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม @sarawut_ki_official, อินสตาแกรม @mintira.q

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

เปิด 35 ชื่อ”ครม.อนุทิน 2″ ไร้เงา”พปชร.” รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ เผยเหตุ”บวรศักดิ์”ไม่ได้ไปต่อ มติ”กก.บห.ภูมิใจไทย”ไม่ได้เสนอชื่อ

23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล “อนุทิน 2” ล่าสุดลงตัวในรายชื่อทั้ง 35 คน ประกอบด้วย

1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
3. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
4. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
5. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

6.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
15. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
17. นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
18. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
19. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
20. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

21. นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
22. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
23. นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
24. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
25. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

26. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
27. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
28. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
29. พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
30. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

31. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
32. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
33. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
34. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
35. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ว่าที่รัฐมนตรีได้ทยอยส่งประวัติตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว ซึ่งหากใครไม่ผ่าน ก็มีรายชื่อสำรอง ส่งไปตรวจสอบประวัติแล้วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากจำนวนสัดส่วนรัฐมนตรีที่จะมีได้ทั้งหมด 36 คน ยังเหลืออีก 1 ตำแหน่งที่รอเคาะ และรอความชัดเจนว่าจะมีหรือไม่ เพราะมีการเสนอรายชื่อไปเกินจำนวนแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรณี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มีชื่อนั้น เกิดจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้พิจารณาเสนอบุคคลไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามข้อบังคับของพรรค ซึ่งไม่ปรากฏชื่อนายบวรศักดิ์ และพรรคได้มีการแจ้งไปยังนายบวรศักดิ์ ให้ทราบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหารปี 69 จำนวน 84,380 นาย สมัครออนไลน์แล้ว 22,062นาย เกณฑ์จริง 62,318 นาย พร้อมสิทธิประโยชน์ 11,000 บาท/เดือน ตรวจสุขภาพจิตครูฝึก ควบคุมมาตรการลงโทษ พร้อมปลดล็อกเหยื่อบัญชีม้า

23 มีนาคม 2569 ที่สโมสรทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก การแถลงตัวเลือกทหารกองเงินเข้ารับราชการทหารกองประจําการประจําปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 – 12 เม.ย.(ยกเว้น 6 เม.ย.)

พล.ต.สมพล ปะละไทย รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กล่าาว่า ชายไทยที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินที่มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ เกิดในปี 2548 ทหารกองเกินมีอายุ 22 ปี ถึง 29 ปีบริบูรณ์ พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2547 ที่ยังไม่เคยเข้ารับราชการตรวจเลือก คนที่ได้รับการผ่อนผันหรือคนที่ผลการตรวจเลือกเมื่อปีที่ผ่านมาไม่แล้วเสร็จทุกกรณี ในปีนี้ มีทหารกองเงินที่ต้องเข้ารับการตรวจเลิกจำนวน 477,435 นาย ยอดความต้องการเข้ากองประจำการจํานวน 84,380 นาย มีผู้สมัครทหารออนไลน์ไปแล้ว 22,062 นาย เหลือยอดเกณฑ์ 62,318 นาย กองทัพบก มีความต้องการ 42,926 นาย กองทัพเรือ 11,101 นาย กองทัพอากาศ 6,704 นาย สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 770 นาย กองทัพไทย 817 นาย

ปีนี้การจัดสถานที่ตรวจเลือกกําหนดให้พิจารณาพื้นที่ที่มีความเหมาะสม เพื่อให้การตรวจเลือกเป็นไปด้วยความสะดวก ราบรื่น จัดให้มีช่องทางเร่งด่วน สําหรับทหารกองเกินที่ป่วยหรือทุพพลภาพ หรือผู้ที่ร้องขอเป็นทหารกองประจําการ รวมถึงผู้ที่ของผ่อนผัน เพื่ออํานวยความสะดวกลดขั้นตอนการตรวจเลือก พร้อมยืนยันว่า การตรวจเลือกจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ตามนโยบายของ ผบ.ทบ.

ด้าน พล.ท.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก กล่าวต่อว่า โรงพยาบาล 37 แห่งสังกัดกองทัพบก จะบูรณาการวางระบบการดูแลสุขภาพทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีสาระสําคัญที่ครอบครัวและสังคมควรรับทราบ ตรวจโรคก่อนตรวจเลือก เช่น เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกําเนิด สามารถตรวจในโรงพยาบาลทหาร และโรงพยาบาลของรัฐที่มีจิตแพทย์ การจัดการตรวจร่างกายระหว่างการตรวจเลือก กองทัพบกได้จัดกรรมการแพทย์ของโรงพยาบาลกองทัพบก ณ สถานที่ตรวจเลือกเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมจัดตั้งวอร์รูม ทบ.และแพทย์ใหญ่กองทัพภาคให้คําปรึกษาในการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความพร้อมสุขภาพจิตของครูฝึก ได้จัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพครูฝึกทั่วประเทศ ตรวจความพร้อมสถานที่อุปกรณ์ตลอดจนมีการประเมินสุขภาวะทางจิตของครูฝึก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะมาทําหน้าที่ดูแลบุตรหลานของท่านมีภาวะจิตใจที่พร้อมสมบูรณ์และมีทัศนคติที่เหมาะสม รวมถึงการดูแลแบบเฉพาะบุคคลบนพื้นฐานความแตกต่าง กองทัพบกตระหนักดีว่าทหารใหม่แต่ละนายมีขีดความสามารถและสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน จึงจัดให้มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนเริ่มการฝึกโดยจัดระดับความพร้อม 4 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงน้อย กลุ่มเสี่ยงปานกลาง กลุ่มเสียงสูง พร้อมใช้สัญญลักษณ์สีเพื่อคัดแยก ทําให้ครูฝึกปรับระดับการฝึกให้เหมาะสมกับทหารใหม่แต่ละราย นอกจากนี้ ทหารใหม่จะมีคิวอาร์โค้ดประจําตัวเพื่อบรรจุข้อมูลเพื่อให้ทีมแพทย์เข้าถึงได้อย่างท่วงทีหากมีกรณีฉุกเฉิน พร้อมยืนยัน กองทัพให้ความสําคัญในความหลากหลายทางเพศ จัดที่พัก ห้องน้ำเพื่อให้เกิดความสบายใจและก็สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

พล.ต.เทอดศักดิ์ วงจันทร์ เจ้ากรมการเงินทหารบก กล่าวว่า สิ่งที่ทหารใหม่กองประจําการจะได้รับ แบ่งเป็น เงินเดือน 1,630 บาท ค่าครองชีพ 6,490 บาท เบี้ยเบี้ยเลี้ยงประจํา 96 บาท/วัน รวมสิทธิประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน 11,000 บาท หักค่าประกอบเลี้ยง 70 บาท/วัน (3 มื้อ) รวมเงินสุทธิ 8,900 บาท

สำหรับทหารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ที่เข้ามารับราชการ อาจเป็นเหยื่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่ง กองทัพบกจะช่วยเหลือในการรับสิทธิที่ควรจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวหรือเบี้ยเลี้ยง โดยดําเนินการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตํารวจ ธนาคารกระทรวงกลาโหม เพื่อเปิดบัญชีใหม่ให้พลทหารทุกคนให้ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากว่าการดําเนินการในภาคปกติไม่สามารถดําเนินการผ่านทางระบบธนาคารได้ แต่ในส่วนของทหารใหม่ที่เข้าประจําการในกองทัพบกทุกนายจะได้รับสิทธิ์ผ่อนคลาย รับเงินตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับทั้งหมด

กองทัพบกขอยืนยันว่า การดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการเงินเป็นภารกิจที่กองทัพบกให้ความสําคัญสูงสุด โดยได้ออกคําสั่งกําชับทุกหน่วยปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเป็นรูปธรรมเด็ดขาด 1.ห้ามเก็บสมุดเงินฝากและบัตรเอทีเอ็ม 2.ห้ามจ่ายเงินสด ให้จ่ายเงินเข้าบัญชีฝากธนาคาร 3.ห้ามนํารายการหนี้สินอื่นมาหักเงินเดือนของทหาร ให้หักเฉพาะหนี้สินของทางราชการ

ขณะที่ พล.ต.เกษม ปิ่นแก้ว เจ้ากรมจเรทหารบก กล่าวถึงการลงโทษว่า ห้ามใช้ความรุนแรงเกินกว่าที่กองทัพบกกําหนดในทุกกรณี ห้ามมีการลงโทษที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกายอย่างเด็ดขาด หากเกิดเหตุการณ์ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว และโปร่งใส หากมีการละเมิดจะลงโทษทางวินัยและอาญา พร้อมทั้งย้ำว่า การลงทัณฑ์ต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกําหนดอย่างเคร่งครัด และกําหนดวิธีการลงทัณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส และห้ามลงโทษหลังเวลา 18.00 น.

พล.ท.ธิติพันธ์ ฐานะจาโร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าวว่า สิ่งที่ทหารใหม่จะได้รับมี 22 รายการ ซึ่งมีคุณภาพสูงและเป็นมาตรฐานกัน พร้อมตัดชุดสนาม แบบวัดขนาด เช่น เครื่องแบบตัดพอดีตัว กางเกงกีฬา ผ้าเช็ดตัว รองเท้า ถ้าปูที่นอน

– 006

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

“พท.”ดอดเข้า”ภท.” คุยถกนโยบายก่อนเตรียมแถลงต่อรัฐสภา ด้าน”มนพร”เผย”เพื่อไทย”ดูด้านสังคมเป็นหลัก ขณะที่”เผ่าภูมิ”ชี้พรรคร่วมต้องปรับให้กลมกล่อม-สอดคล้อง ขอรอหารือดึงนโยบายยุค”เศรษฐา-อุ๊งอิ๊งค์”มาต่อยอด

23 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาเพื่อเข้าหารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย เรื่องนโยบายเตรียมพร้อมในการจัดทำนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา

โดย นางมนพร กล่าวว่า วันนี้จะมามีการพูดคุยถึงเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยที่มีความคล้ายคลึงกัน รวมทั้งนโยบายที่จะบรรจุไว้ในร่างแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่พรรคเพื่อไทยจะดูนโยบายด้านสังคมเป็นหลัก ซึ่งวันนี้นอกจากจะพูดคุยเรื่องนโยบายแล้ว ก็จะพูดคุยเรื่องการทำงานภายในวิปรัฐบาล และกรอบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ด้าน นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะนำมาบรรจุในคำแถลงนโยบาย จะเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทย เคยหาเสียงไว้ แต่อยู่ในขอบข่ายที่พรรคเพื่อไทยได้รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องพูดคุยกันว่ามีข้อจำกัดหรือไม่ หรือนโยบายใดที่มีความคล้ายคลึงกัน เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป

เมื่อถามว่า จะได้เห็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ทำค้างไว้ในสมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือว่านโยบายใดที่จะสามารถสานต่อได้ หรือนโยบายใดที่จะสามารถทำตามที่ได้หาเสียงไว้ โดยวันนี้ถือว่า จะเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการหารือกันในรายละเอียดเชิงนโยบาย

เมื่อถามต่อว่า หากจะใช้นโยบายของพรรคเพื่อไทย จะต้องหยิบยกมาทั้งหมด หรือต้องดัดแปลงให้เข้ากับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะต้องมีความกลมกล่อมซึ่งในมิติของการทำงานร่วมรัฐบาลกัน ต้องปรับกันบ้าง และทำให้สอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ

เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยจะมีการปรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะยินดีหรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ต้องมีการหารือกัน และต้องหารือให้ได้นโยบายที่ดีที่สุดต่อประชาชน และดีที่สุดในการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

23 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความชัดเจนของรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ได้มอบหมายให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคฯ เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าว สส.พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจกับรายชื่อรัฐมนตรีนั้น ไม่มี มีแต่ข่าวลือจากสื่อเท่านั้นเอง แต่ภายในพรรคเพื่อไทยไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น ซึ่งวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค.) จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย และมีการสัมมนา สส.

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

สว. เชื่อมีกักตุนน้ำมัน ทำขาดแคลน-แพง ด้าน เดชา ฟิวส์ขาดตะเพิดขรก.ที่ห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซัดไร้ความสามารถ ไม่เข้าใจชาวนา ประชดให้ขึ้นน้ำมันลิตรละพัน จะได้เลิกทำนา ขอรอดูจะมาไหว้ให้ชาวนาทำข้าวให้กินหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนให้วุฒิสภา พิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยนายธวัช สุระบาล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า ตนมีน้องชาย ทำปั๊มน้ำมันที่ จ.ตรัง ตั้งแต่วานนี้ ถึงวันนี้ ปิด เพราะไม่มีน้ำมัน ทั้งนี้เมื่อวานตนเข้าไปในเมืองพบรถต่อคิวเติมน้ำมันแถวยาว ส่วนใหญ่เป็นภาคการเกษตร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่รัฐบาลบอกว่ามีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 100 วัน ดังนั้นตนขอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่ประกาศอย่างเดียว ขณะที่ในส่วนภูมิภาค ต้องตรวจเข้มข้นเพื่อดูแลไม่ให้กักตุนน้ำมัน ทั้งนี้หากพบการกักตุนต้องลงโทษเฉียบขาด อย่างไรก็ดีตนทราบว่าขณะนี้คลังน้ำมันจ่ายน้ำมันออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น  หากไม่ขาดแคลนต้องปล่อยออกมาให้เพียงพอ

“รัฐบาลต้องใช้โอกาสนำปาล์มน้ำมัน อ้อย ผลผลิตทางการเกษตรส่งเสริมให้ผลิตน้ำมันบีสิบ บียี่สิบ ให้เริ่มทำไม่ใช่ตั้งท่าปรับกระบวนการผลิต เมื่อก่อนไบโอดีเซลที่ส่วนผสมราคาสูง แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันแพง และต้นทุนผลิตไบโอดีเซลสูงพอๆ กัน ดังนั้นต้องรีบส่งเสริม รวมถึงส่งเสริมใช้โซลาเซลในภาคเกษตร ขณะที่การไฟฟ้าต้องเลิกเก็บค่าธรรมเนียม” นายธวัช กล่าว

ด้านนายเดชา นุตาลัย สว. อภิปรายว่า ปัจจุบันชาวนาเดือดร้อนหนัก เพราะเมื่อน้ำมันแพง จะส่งผลให้ปุ๋ยราคาสูง ทั้งนี้ราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบัน ทำให้ชาวนาลำบากมาก ส่วนน้ำมันที่ไม่มี หรือกำลังจะแพง เกิดจากการกักตุนและเก็งกำไร มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนประกาศว่าห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซึ่งตนมองว่าเป็นบุคคลที่ขาดความรู้ ไร้ความสามารถ ภาครัฐไม่ควรเอาไว้ให้ทำงานราชการต่อไป เพราะกิจกรรมของตนซึ่งเป็นชาวนา ทำงานในนา ไม่ได้มาทำบนถนน น้อยครั้งที่รถจะผ่านถนน ดังนั้นเมื่อประกาศแบบนั้นเท่ากับเป็นคนไม่มีความสามารถ และภาครัฐควรลงโทษบุคคลผู้นี้ เพราะทำให้วุ่นวายไปหมด

“ขึ้นไปเลย ลิตรละพัน พวกผมเป็นชาวนา จะได้เลิกทำนา เพราะราคาข้าวกระดอกกระแดด จะรอดหรือจะตาย จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ผมดูน้ำหน้าโรงสี จะเอาข้าวที่ไหนสี ผู้ส่งออกจะเอาข้าวที่ไหนไปส่งออก ที่ชาวนาทำปีละแสนนล้าน ชาวนาเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่ เอาเงินเข้าประเทศ ผมจะดูว่าสมาคมข้าวถุง จะเอาข้าวไหนมาบรรจุขาย และภายในประเทศอีกแสนล้านบาท รวมสามแสนล้านบาที่ชาวนาทำจีดีพีหมุนเวียน เห็นหัวพวกตนหรือไม่ เห็นความสำคัญหรือไม่ ผมไม่ตกใจ เมื่อฝนตกก็มีข้าวให้เก็บเกี่ยวกินอยู่ได้เป็นปี ผมอยากดูว่าขอร้องขอ มายกมือไหว้ชาวนาให้ทำนา หรือมาขอข้าวชาวนากินหรือไม่ จะรอดูวันนั้น” นายเดชา กล่าว

ขณะที่นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. อภิปรายสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น  พลังงานแสงอาทิตย์  นอกจากนั้นต้องทบทวนมาตรการประหยัดพลังงาน ส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยในการช่วยประหยัดพลังงาน เป็นต้น

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. เป็นประธานการประชุมโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยนายพิพัฒน์ แจ้งที่ประชุมว่าจากการประชุม ศบก. เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลได้มีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอหน้าสถานีบริการน้ำมัน คือ 1. การผ่อนผันการผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ เพื่อรองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ 2. การผ่อนผัน การเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันให้เดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น 3. การเข้มงวดการป้องกันการกักตุน โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. รัฐบาลออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4 / 2569 เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการน้ำมัน สามารถนำน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ออกมาให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

พิพัฒน์

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้า การดำเนินการตามมาตรการขั้นต้น โดยเฉพาะการนำน้ำมันสำรองมาใช้บริการแก่ประชาชน และสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ และมีปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน เพื่อให้ชี้ขาดสถานการณ์ให้กับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า น้ำมันจะถูกกระจายอย่างทั่วถึงและเพียงพอ 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาข้อมูลของการประชุมทุกครั้ง ขอความร่วมมือจากทุกท่านให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความถูกต้องแม่นยำ เรามิได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่ในสถานการณ์ที่หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และไม่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนได้

พิพัฒน์
พิพัฒน์