มงคลสมรสคู่หวาน นรพรรษ เพ็ชรตระกูล – ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์

24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:10 น.

บ่มเพาะต้นรักจนออกดอกเบ่งบาน ก็ได้ฤกษ์ดีกลางฤดูฝนอันชุ่มฉ่ำ เจ้าบ่าว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล บุตร สุภาพ – ปวีณา เพ็ชรตระกูล ยกขันหมากไปสู่ขอ เจ้าสาวคนสวย ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ บุตรีคนโตของ สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ โดยจัดพิธีหมั้นและยกน้ำชาไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ ANDAZ BALLROOM, ANDAZ ONE BANGKOK และจัดพิธีฉลองมงคลสมรสเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี

หวานชื่น เจ้าบ่าว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล สวมแหวนแก่เจ้าสาว ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ โดยมี คุณแม่เจ้าบ่าว ปวีณา เพ็ชรตระกูล, คุณอา ฐนกร มั่นหมาย เถ้าแก่ฝ่ายชาย และคุณแม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์  เป็นสักขีพยาน

อบอุ่นท่ามกลางครอบครัวเจ้าสาว นำโดย อาม่า สุภา สุพรรณธะริดา, พีระรัสมิ์ สุพรรณธะริดา, เกษกนก สิริโพธิ์, จิรภาลักษณ์ สุพรรณธานิดา, เบญชญา ธนะวัฒนกรณ์, ดญ.ณิชาฐิตต์  ลาภจิราวัฒน์ บ่าวสาว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล – ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์, แม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ ,สิริรัตน์ สุพรรณธะริดา, วรุณพร มาพร้อมลูกๆ วีรนุช สุพรรณธะริดา, ณัฐวัชต์-อภิศรา สุพรรณธะริดา

คุณน้าเจ้าสาว นำโดย วิสูตร – สิริรัตน์ มาพร้อมลูกๆ นิธิภัท-พิชชา สุพรรณธะริดา. และ วิรัตน์ สุพรรณธะริดา มากับลูกสาวกัญญลักษณ์ สุพรรณธะริดา-ธนัฐ เลิศธนไพบูลย์ ร่วมยินดี

เครือญาติเจ้าบ่าวฝั่งคุณพ่อ สุภาพ เพ็ชรตระกูล นำโดย คุณอาและเถ้าแก่ฝ่ายชาย ฐนกร มั่นหมาย และพี่ชาย สรยุทธ เพ็ชรตระกูล

โดยพิธีหมั้นและยกน้ำชา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นท่ามกลางญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิทของบ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดี มีคุณอาเจ้าบ่าว ฐนกร มั่นหมาย ทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ฝ่ายชาย มาสู่ขอลูกสาวเพื่อนรัก สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ ด้วยตนเอง ส่วนงานฉลองมงคลสมรสเน้นความเรียบง่ายเพื่อให้แขกผู้มาร่วมแสดงความยินดีได้รับความสุขสนุกสนานไปพร้อมกับบ่าวสาว

พร้อมหน้าครอบครัวเจ้าสาว นำโดย คุณแม่ สิริอนงค์ ธนะวัฒน์กรณ์ น้องสาวน้องเขย  เควิน – ริสา พุฒิบวร, เบญชญา ธนะวัฒนกรณ์ และหลานๆ ดญ.ณิชาฐิตต์ – ดช. วินท์เวทัส ลาภจิราวัฒน์

เครือญาติเจ้าบ่าวฝ่ายคุณแม่ ปวีณา เพ็ชรตระกูล

อาม่า สุภา สุพรรณธะริดา อวยพรหลานสาวหลานเขย

เจ้าบ่าว นอ-นรพรรษ เพ็ชรตระกูล เป็นลูกชายของ สุภาพ – ปวีณา เพ็ชรตระกูล โดยคุณพ่อสุภาพ (ถึงแก่กรรม) เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อัลคาซ่าร์ จำกัด โรงละครคาบาเร่ต์ชื่อดังระดับโลกในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามประสิทธิ์ บริษัทรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ทั้งนี้เจ้าบ่าวสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท Master of Science in Finance, American University ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาการคลัง (นักวิชาการคลังทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง, กรรมการบริหาร ธนาคารออมสิน, กรรมการ และกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน)

ทองแผ่นเดียวกัน คุณแม่เจ้าบ่าว ปวีณา เพ็ชรตระกูล, บ่าวสาว นรพรรษ เพ็ชรตระกูล – ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์, แม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์

รองอธิบดีกรมสรรพากร กฤดา กฤติยาโชติปกรณ์,  ทวีลาภ รัตนบุญนิธิ กก.และผจก. ธ.อิสลามแห่งประเทศไทย, พิชิต มิทราวงศ์ กก.ผจก. SME D Bank, ผยง ศรีวณิช กก.ผจก.ใหญ่ ธ.กรุงไทย, รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ธปท., ฉัตรชัย ศิริไล ผจก. ธ.ก.ส., ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล และ สิทธิกร ดิเรกสุนทร กก.ผจก.ทั่วไป บสย.

จุมพล ริมสาคร อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการ กบข., สุวรรณี เจษฎาศักดิ์  รองผู้ว่าการ ธปท., วรนุช ภู่อิ่ม อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, จุฑาทอง จารุมิลินท ผอ. สวค., สภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน, บุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, อมรรัตน์ จารุรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการคลัง, สมชัย สัจจพงษ์  ปธ.กก. ธปท. และอดีตปลัดกระทรวงการคลัง, บัณฑรโฉม แก้วสอาด อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง, ธีรัชย์ อัตนวานิช อดีตอธิบดีกรมศุลกากร,  พีรกานต์ บูรณากาญจน์  ผอ.สนง. ศุลกากร มาบตาพุด, วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง, ฤชา วราทร รองอธิบดีกรมธนารักษ์ และ อรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง

สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ คุณแม่เจ้าสาว และ ฐกกร มั่นหมาย คุณอาเจ้าบ่าว ต้อนรับเพื่อนๆ ที่มาร่วมยินดี

เพื่อนๆ จาก สมาคมอีโอ (ไทยแลนด์) ทั้ง 5 ท่าน พร้อมด้วย ธีรณัฏฐ์ เผ่าหฤหรรษ์ และ ภาณุ เภตรา ร่วมแสดงความยินดีกับคุณแม่เจ้าสาว สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์

เจ้าสาว โบ-ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ ลูกสาวคนโตของคุณแม่ สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์  เจ้าของ บริษัท โรงงานลักกี้สตาร์การทอ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ประเภทกระสอบพลาสติกสานและถุงสำเร็จรูปรายใหญ่ของประเทศไทย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท ENTREPRENEURSHIP MANAGEMENT (INTERNATIONAL PROGRAM) College of Management Mahidol University และ Marketing Management, Kingston University, London และ ปริญญาเอก Human Resource Organization Development (international program),สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Co-Partner ด้าน Sale and Online Development บริษัท โคโรเนท โบรกเกอร์ จำกัด

เพื่อนเจ้าบ่าว จากคณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มธ.

รอยยิ้มสุดปลื้มใจของคุณแม่ สิริอนงค์ ในวันฉลองมงคลสมรสของลูกสาว

เผ่าภูมิ โรจนสกุล อดีต รมช.คลัง

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต

ทีมเพื่อนเจ้าสาว

เส้นทางความรัก แม้จะเป็นลูกแม่โดม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัย เนื่องจากฝ่ายชายเป็นรุ่นพี่เรียนจบ ในขณะที่เจ้าสาวเพิ่งเข้าไปเป็นเฟรชชี่ปี 1 เมื่อคู่กันแล้วพรหมลิขิตทำให้เจ้าบ่าวได้มาพบกับเจ้าสาว เมื่อมีงานเลี้ยงครอบครัวเจ้าบ่าว คุณแม่สิริอนงค์และเจ้าสาวมาร่วมงานในฐานะเพื่อนสนิทของ ฐนกร มั่นหมาย คุณอาเจ้าบ่าว เพียงได้พบหน้ากันครั้งแรก หนุ่มโสดอย่าง นอ-นรพรรษ ก็ตกหลุมรัก โบ-ชัญญณัท ลูกสาวเพื่อนคุณอาทันที และบอกกับตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เฝ้ารอ ความรักของทั้งคู่ค่อยๆ เติบโต ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของทั้งสองครอบครัว รวมถึงเพื่อนๆ ที่คอยเชียร์ เพราะต่างลงความเห็นว่าเป็นคู่ที่มาเติมเต็มชีวิตของกันและกันอย่างแท้จริง

ชัญญณัทธนะวัฒนกรณ์นรพรรษเพ็ชรตระกูล

คุณแหน : 24 สิงหาคม 2569

24 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

๐๐ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปี พ.ศ.2569..๐๐

๐๐ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เผยความคืบหน้าการกระจายยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าพระราชทาน “IMCRANIB” จัดส่งให้หน่วยบริการแล้ว 2,880 กล่อง มีผู้ป่วยได้รับยา 215 ราย เตรียมส่งมอบเพิ่มอีก 3 งวด ให้ รพ.ต่าง ๆ ครบ 23,000 กล่อง ภายในสิ้น ตค. เพิ่มโอกาสให้ “ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง” เข้าถึงยารักษาที่มีประสิทธิภาพ..๐๐

๐๐วาปี-ท่านผู้หญิงเหมือนจิต ภิรมย์ภักดี บริจาคสมทบศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รพ.จุฬาลงกรณ์..๐๐

๐๐ อนุสรา จิตต์มิตรภาพ มอบเงินจากงานสวดพระอภิธรรมศพของสามี เศวต สันตานนท์ อดีตรองผู้ว่า กสท. ให้กับ รศ.ดร.นพ. จีรุตน์ ศรีรัตนบัลล์ และ ขรรค์ ประจวบเหมาะ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย รพ.จุฬาลงกรณ์ งานนี้มีเพื่อนร่วมรุ่น เช่น ธนะชัย สันติชัยกูล, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, พรสมจิตร วิโนทัย, รัตนา ภาสเวคิน, ธวัชชัย คูภิรมย์, พรรณทิพย์ เทอดพิทักษ์พงษ์, สุวรรณี ปวุฒิยาพงศ์, ชาตรี วรวณิชชานนท์, รัตนา เกษชุมพล ร่วมไปด้วย..๐๐

๐๐แม้มีภารกิจมากแต่ ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ CTO บมจ.เรียล สมาร์ท ยังรับเป็นวิทยากรในงาน BDI Seminar 2026: Human AI Synergy – ค้นหาสมดุลของมนุษย์และ AI จัดโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI)..๐๐

๐๐ดร.ภก.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ต้อนรับเพื่อนๆชาว Digital CEO# 9 กว่า 40 คนที่มาเยี่ยมชมการใช้เทคโนโลยีของโรงงานยา บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา อย่างอบอุ่น พร้อมจัดพาไปล่องเรือทานกุ้งเผาเมืองอยุธยา ก่อนกลับไปทำบุญไหว้พระ ณ วัดพนัญเชิงวรวิหาร อีกด้วย งานนี้ นพ.อดินันท์ กิตติรัตนไพบูลย์, พญ.ชุติมา ดุลย์มณี, วงศ์วิวัฒน์ ศิริทัศนกุล, ยุทธพร จิตตเกษม, มารีย์ โอภาสเสถียร, อนุกูล เย็นใจ, จิตติมา ใสบริสุทธิ์, วรพล วีระวงศ์, วิไลหงษ์ แช่เจีย, เข็มชาติ สังฆะคาม, ดร.ชานนท์ ชิงชยานุรักษ์, สัณห์ อุทยารัตน์, เจตพันธุ์ ตรีบำเพ็ญ, อรณิชา ศรีชัยธำรง, ธีรานนท์ ศิริกุลพิริยะ ไม่พลาด..๐๐

๐๐ชื่นชม ดร.ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล ซีอีโอ บจ.คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล ที่บริจาคบรรจุภัณฑ์ถุงขยะคุณภาพสูง ตราฮีโร่ (HERO) ให้กับ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนผู้พิการ โดยมี ชิด สุขหนู ผอ. รับมอบ..๐๐

๐๐ ยินดีกับ บมจ.ไทยออยล์ คว้า 2 รางวัลระดับโลก Energy Financing Deal of the Year Thailand 2026 และ Corporate Finance CFO of the Year Thailand 2026 จาก Global Banking and Finance Awards 2026..๐๐

๐๐ ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ วันเกิดปีนี้ควงภรรยาและลูกสาว ไปทำบุญบริจาคหลุมศพ โลงศพ ผ้าดิบ ข้าวสาร ณ มูลนิธิปอเต็กตึ้ง และถวายสังฆทาน ปล่อยปลาหน้าเขียง ณ วัดเทวราชกุญชร..๐๐

๐๐สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยแจ้งบริษัทที่มีแคมเปญที่สร้างผลลัพธ์โดดเด่น เชิญส่งผลงานเข้าประกวดงาน Marketing Award of Thailand 2026 เวทีค้นหาและยกย่องสุดยอดแคมเปญการตลาดของไทย เปิดรับผลงานครอบคลุม 5 หมวดทั้งด้านกลยุทธ์ การสื่อสาร นวัตกรรม ความยั่งยืน และพลังของชุมชนและภูมิภาค ส่งได้ถึง 7 กย. รายละเอียดที่ https://www.marketingthai.or.th/marketing-award-of-thailand-2026/..๐๐

กกต.แจงปม ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นั่งอนุฯ วินิจฉัยฯ แค่ 57 วัน หลัง อสส.แจ้งพ้น ขรก. ยันไม่เคยเข้าประชุม แตะสำนวนคดี

24 สิงหาคม 2569 เวลา 19:34 น.

24 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ชี้แจงกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.โพสต์เฟซบุ๊กและสื่อนำเสนอข่าวว่า กกต.ดึง นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม คนถูกออกจากราชการ เป็นอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 12 นั้น ข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง โดยการแต่งตั้งนายณัฐวุฒิฯ เป็นอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 12 หลังจากนั้นสำนักงานฯ ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ข้าราชการช่วยปฏิบัติงาน แต่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 ว่า นายณัฐวุฒิฯ ได้พ้นจากการเป็นข้าราชการอัยการแล้ว สำนักงานฯ จึงได้แต่งตั้งบุคคลอื่น ให้เข้าทำหน้าที่แทนนายณัฐวุฒิฯ

ที่สำคัญ นายณัฐวุฒิฯ มีชื่อดำรงตำแหน่งเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 12 เพียง 57 วัน นับแต่วันที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง ประกอบกับ นายณัฐวุฒิฯ ไม่เคยได้รับเชิญจากสำนักงานฯ ให้เข้าร่วมประชุม กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 12 และไม่เคยเข้าร่วมการประชุมหรือพิจารณาคดีใดๆ รวมถึงไม่เคยได้รับบรรดาเอกสารใดๆ จากสำนักงานฯ ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างว่า นายณัฐวุฒิฯ สามารถล่วงรู้ หรือเข้าถึงข้อมูลคดีต่างๆ ในสำนวนการสืบสวนไต่สวน ของสำนักงานฯ จึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

เปิดสภาฯ วันแรกพร้อมเดือด สว.เปรมศักดิ์ ไล่บี้ นายกฯ มาตอบกระทู้เอง เร่ง แก้รัฐธรรมนูญ คลี่ปม ไอ้โม่ง อย่าปัดปัญหาไปมา

24 สิงหาคม 2569 เวลา 18:44 น.

เปิดสภาฯ วันแรกพร้อมเดือด สว.เปรมศักดิ์ ไล่บี้ นายกฯ มาตอบกระทู้เอง เร่ง แก้รัฐธรรมนูญ คลี่ปม ไอ้โม่ง อย่าปัดปัญหาไปมา เตือนประชาชนให้โอกาส รัฐบาล มามากแล้ว แต่ความอดทนมีขีดจำกัด

เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2569 ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมเป็นต้นไปว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นมากที่สุด คือความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อการตรวจสอบผ่านระบบรัฐสภา โดยเฉพาะการตอบกระทู้ของวุฒิสภา

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า วันประชุมวุฒิสภาตรงกับวันจันทร์ ขณะที่คณะรัฐมนตรีประชุมวันอังคาร จึงไม่ควรมีเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะหลีกเลี่ยงการมาตอบกระทู้ โดยเฉพาะเรื่องความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชน หากถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็ควรมาตอบด้วยตัวเอง ไม่ใช่มอบรัฐมนตรีคนอื่นมาตอบแทนต่อกันไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีนายกรัฐมนตรีมอบรัฐมนตรีว่าการมาตอบ ก่อนรัฐมนตรีว่าการจะมอบรัฐมนตรีช่วยว่าการ และเมื่อรัฐมนตรีช่วยฯ ไม่ว่างก็เลื่อนกระทู้ออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนหมดสมัยประชุมและกระทู้ตกไป จึงไม่อยากเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะถือเป็นการไม่ให้ความสำคัญต่อระบบรัฐสภา โดยเฉพาะวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบประเด็นปัญหาของประชาชนอย่างจริงจัง

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนขอเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งขับเคลื่อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังสมัยประชุมที่ผ่านมา ประธานรัฐสภาระบุว่าจะรอร่างจากภาคประชาชน ขอตั้งคำถามว่ามีความจำเป็นต้องรอหรือไม่ หากกระบวนการรวบรวมรายชื่อประชาชนต้องใช้เวลานาน ก็ควรพิจารณาเดินหน้าในส่วนของสมาชิกรัฐสภาไปก่อน ทั้งนี้ พรรคการเมืองต่าง ๆ มีจุดยืนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จึงควรเริ่มหารือถึงแนวทางและที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทั้งจำนวน ที่มา และอำนาจหน้าที่ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาเนื้อหารัฐธรรมนูญ เพราะหากปล่อยให้ล่าช้า ประกอบกับสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน กระบวนการทั้งหมดอาจไม่ทันอายุของรัฐสภาชุดปัจจุบัน และสุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญอาจต้องสะดุดลงอีกครั้ง

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ใช้มาถึงประมาณ 9 ปีแล้ว ขณะที่หลายฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่ามีปัญหาหลายประการที่ควรได้รับการแก้ไข จึงอยากเห็นทั้ง สส.และ สว.เดินหน้าประเด็นนี้อย่างจริงจัง และผลักดันให้เกิดความคืบหน้าในสมัยประชุมนี้ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปโดยเร็ว

เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และอาจมีข้อกังวลว่ารัฐบาลจะเสียสมาธิจนกระทบต่อการมาตอบกระทู้วุฒิสภา นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องทำงานอย่างมืออาชีพ การตรวจสอบและการบริหารประเทศต้องดำเนินควบคู่กัน ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนรัฐบาลมีหน้าที่แก้ไขและรับผิดชอบต่อปัญหาของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

“เวลานี้ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐใกล้จะขาดเต็มทีแล้ว รัฐบาลไม่ควรรอให้ฝ่ายค้านเปิดเวทีอภิปรายแล้วจึงค่อยแก้ปัญหา เพราะหลายเรื่องสะสมมานาน พร้อมยกตัวอย่างประเด็นที่เคยมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการขึ้นราคาน้ำมันตั้งแต่ช่วงรัฐบาลเข้ารับตำแหน่ง รวมถึงประเด็นทุจริตการสอบท้องถิ่น ซึ่งสังคมยังตั้งคำถามถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง“ นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีเรื่องที่ประชาชนรอคำตอบอยู่หลายประเด็น รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจึงควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและประเด็นที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ไม่ควรปล่อยให้ปัญหาสะสมจนเกินกำลัง เพราะหากกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ขึ้นมา ประชาชนอาจไม่ให้โอกาสอีก นอกจากนั้น ขอฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้แยกแยะบทบาทของฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเมือง และฝ่ายนิติบัญญัติให้ชัดเจน พร้อมรับฟังการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา โดยมองว่าประชาชนให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้อย่างมาก แต่รัฐบาลต้องตอบกลับด้วยผลงานและการแก้ปัญหาที่จับต้องได้

“ประชาชนให้โอกาสรัฐบาลอย่างมาก แต่รัฐบาลต้องให้โอกาสประชาชนด้วย ไม่ใช่ปล่อยปัญหาสะสมหรือมุ่งตอบโต้เป็นหลัก การชี้แจงควรทำด้วยความสุภาพ เคารพความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน มากกว่าการตอบโต้หรือบิดเบือนประเด็น” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

ซักฟอกรัฐสภาเปรมศักดิ์แนวหน้าออนไลน์

นายกฯ ถก ฝ่ายความมั่นคง-วันนอร์ แก้ปัญหาไฟใต้ ก่อนประชุมครม.พรุ่งนี้

24 สิงหาคม 2569 เวลา 18:07 น.

นายกฯ ถก ฝ่ายความมั่นคง-วันนอร์ แก้ปัญหาไฟใต้ ก่อนประชุมครม.พรุ่งนี้ เตรียมนำภาพรวม-ความเห็นหลายฝ่ายมาพิจารณา คาดได้แนวทางแก้ปัญหาในทิศทางที่ดี

เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวก่อนเข้าพบนายกฯว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกหารือถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคง

ทั้งนี้การหารือใช้เวลาหารือเกือบ 1 ชั่วโมง โดยเป็นการหารือถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในวันที่ 25 ส.ค.ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ และฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะมีการพูดคุยทั้งเรื่องสถานการณ์พื้นที่ภาคใต้ วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากเหตุอะไรและจะทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหา โดยจะได้ข้อสรุปว่าจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร และจะนำภาพรวม ความคิดเห็นจากหลายฝ่ายมาพิจารณา ซึ่งน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี

ความมั่นคงชายแดนใต้นายกฯประชุมครม.วันนอร์

จับตา! 28 ส.ค. ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. เผย กกต.ปิดสำนวนแล้ว เปิด 7 ข้อกล่าวหาการบ้านให้แต่ละคนเขียนมติ ก่อนขานคะแนนฟันผิดรายคน

24 สิงหาคม 2569 เวลา 18:01 น.

24 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการประชุมพิจารณาสำนวนฮั้วเลือก สว.เสร็จสิ้นแล้ว ตั้งแต่การประชุมเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ในต้นสัปดาห์นี้ กกต.ไม่มีนัดประชุม ประกอบกับเนื่องจากมี กกต.บางคนติดภารกิจ ขณะเดียวกันก็เพื่อให้ กกต.แต่ละคนได้นำประเด็นที่เจ้าของสำนวนได้รายงาน ข้อซักถาม ข้อสังเกตของ กกต.เกี่ยวกับสำนวน ความผิดของผู้ถูกกล่าวหา และข้อกฎหมายไปพิจารณาและเขียนมติของตนเอง ก่อนที่จะมาขานมติกันในการประชุมวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น.ตามที่ได้แจ้งนัดหมาย

ทั้งนี้ กกต.ได้ตั้งข้อหาในการพิจารณาสำนวนรวม 7 ข้อหา ที่เกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.และมาด้วยกันได้มาซึ่ง สว.ดังนี้

1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว.ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง หรือไม่

2.ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรค การเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.ตามมาตรา76 วรรคสอง หรือไม่

3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด คือ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 ที่ออกตามมาตรา 70 และมาตรา 36 หรือไม่

4.มีการจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77(1) หรือไม่

5.มีการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77(3) หรือไม่

6.มีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครตามมาตรา 79 หรือไม่

7.ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81 หรือไม่ โดยการลงมติของ กกต.จะเป็นการลงมติผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล

สำหรับคดีฮั้ว สว.คณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่ กกต.แต่งตั้งเมื่อวันที่ 19 มี.ค.68 มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.เป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ร่วมเป็นกรรมการนั้น มีความเห็นเสนอให้ส่งฟ้องผู้กระทำผิดรวม 229 คน โดยเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน และกรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน ขณะที่ในส่วนของสำนักงาน กกต.โดย นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ กกต.เมื่อได้รับสำนวนก็ได้มีความเห็นยืนตามมติคณะไต่สวนชุดที่ 26 เมื่อเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ในขณะนั้น ได้ตั้งอนุฯ ชุดที่ 36 แยกขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีนี้เฉพาะ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.68 ก่อนที่วัน 12 มี.ค.69 จะมีมติ 5 ต่อ 2 เสนอ กกต.ว่า เป็นควรยุติเรื่อง เนื่องจากข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว.จำนวน 229 คน ไม่มีมูลความผิด

การเมืองไทย,กกต,ฮั้วสว,คณะกรรมการการเลือกตั้ง,

ประธานสภาฯ ออสเตรเลียเยือนไทยครั้งแรก พบนายกฯ ย้ำเดินหน้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

24 สิงหาคม 2569 เวลา 17:28 น.

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมิลตัน ดิก ประธานสภาผู้แทนราษฎรเครือรัฐออสเตรเลีย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การพบกันเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและยินดีที่ได้พบกับนายมิลตัน ดิก อีกครั้งที่กรุงเทพฯ หลังจากเพิ่งพบกันระหว่างการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การเดินทางมาไทยครั้งนี้นับเป็นการเยือนไทยครั้งแรกของผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย

นายมิลตัน ดิก ถ่ายทอดความประทับใจจากนายแอนโทนี แอลบานีซี (The Honourable Anthony Albanese MP) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งกล่าวถึงการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอนุทินว่าเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างมาก และเชื่อมั่นว่าการเยือนออสเตรเลียครั้งล่าสุดจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และนำไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ ตามมา โดยการเยือนครั้งนี้ยังได้รับความสนใจจากสื่อออสเตรเลีย ซึ่งรายงานถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับออสเตรเลียอย่างกว้างขวาง

นายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาลและประชาชนออสเตรเลียสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ พร้อมกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ประสบผลสำเร็จและสร้างแรงส่งสำคัญต่อความร่วมมือในหลายด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยไทยพร้อมเดินหน้าต่อยอดผลการหารือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำความยินดีที่จะต้อนรับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ออสเตรเลียในปี 2570 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญและสานต่อการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน

ด้านความสัมพันธ์ระดับรัฐสภา ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมการไปมาหาสู่และการแลกเปลี่ยนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติให้มากขึ้น โดยเฉพาะผ่านกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–ออสเตรเลีย เพื่อเป็นอีกกลไกเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดในทุกระดับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การได้พบกันอีกครั้งในกรุงเทพฯ หลังจากเพิ่งพบกันที่ออสเตรเลียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สะท้อนถึงมิตรภาพและความใกล้ชิดระหว่างไทยกับออสเตรเลีย รวมถึงการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง โดยไทยพร้อมร่วมมือกับออสเตรเลียขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ผ่านรัฐบาล รัฐสภา ภาคธุรกิจ และประชาชน ให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ทั้งสองประเทศต่อไป

นายกฯอนุทินไทยคู่ฟ้า

ปธ.วิปรัฐบาล ยันชัด รบ.พร้อมแจง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ให้เวลาซักเต็มที่ เผยฝ่ายค้านยังไม่ประสานยื่นซักฟอก

24 สิงหาคม 2569 เวลา 16:55 น.

24 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ว่า จะมีกฎหมายสำคัญ คือ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งได้มีการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ให้เวลาค้านซักถามเต็มที่ เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น.รวมเวลา 12 ชั่วโมง แบ่งเป็น สส.ฝ่ายค้าน 8 ชั่วโมง , ครม. 3 ชั่วโมง , สส.ฝ่ายรัฐบาล 1 ชั่วโมง ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ในสัปดาห์นี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่นายกรัฐมนตรีจะมาตอบกระทู้ด้วยตนเอง นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้ประสานกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แต่ก็เป็นสิทธิ์ที่นายอภิสิทธิ์จะตั้งกระทู้ถามได้ และเป็นสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรีว่าจะมาตอบเองหรือมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดมาตอบแทน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นายกรวีร์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะพิจารณาแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ และส่งเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรภาย ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.นี้ และจะบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาวารที่ 2 – 3 ในวันที่ 7 – 9 ก.ย.ซึ่งทันตามกรอบที่กำหนดไว้

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านได้ประสานเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ยังไม่มีการประสานมา ทราบเพียงจากข่าวว่ามีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือว่าไม่ได้ผิดพลาดอะไร เพราะฝ่ายค้านจำเป็นต้องต้องใช้สิทธิ์ที่ต้องยื่นภายในสมัยประชุมสภานี้ ภายในเดือน ธ.ค.ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ยังไม่มีการพูดคุย ส่วนเรื่องเสียงรัฐบาลนั้นตอบตอนนี้เร็วไป ต้องให้เกียรติฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ซักฟอก ตั้งข้อสังเกต ถามคำถามกับรัฐมนตรี และให้รัฐบาลตอบคำถามก่อน

กรวีร์ปริศนานันทกุล,วิปรัฐบาล,ฝ่ายค้าน,พรกกู้เงิน,กู้เงิน4แสนล้าน,

ตุลาการเคลื่อนไหว ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง คกก.ศึกษา บังคับโทษอย่างจริงจัง หลังปรากฏข่าว โทษประหาร แต่ติดคุกเดี๋ยวเดียว

24 สิงหาคม 2569 เวลา 16:43 น.

“ตุลาการ”เคลื่อนไหว! ลงชื่อเสนอ”ปธ.ศาลฎีกา” ตั้ง คกก.ศึกษา บังคับโทษอย่างจริงจัง หลังปรากฏข่าว”โทษประหาร” แต่ติดคุกเดี๋ยวเดียว ชี้ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอาญาทั้งระบบ

24 สิงหาคม 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ครั้งที่ 8/2569 โดยที่ประชุมมีคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม สายผู้ทรงคุณวุฒิจากข้าราชการตุลาการ 12 ราย (คัดเลือกจากผู้พิพากษาทั่วประเทศ รวม 3 ชั้น ศาลๆ ละ 4 คน รวม12 คน) ได้ร่วมลงนามทำบันทึกข้อความ เรื่อง ขอให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความความผิดช้ำที่มีประสิทธิภาพ ต่อประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

โดยเนื้อหาบันทึกข้อความดังกล่าวระบุว่า ศาลยุติธรรมมีภารกิจหลักและเป็นผู้นำในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและความมั่นคงของสังคม อันจะทำให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองในสิทธิเสรีภาพอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ แต่จากสภาพสังคมปัจจุบันเกี่ยวกับการ บังคับโทษทางอาญาที่มีการลดโทษในชั้นบังคับโทษในคดีร้ายแรงที่มีโทษสูง บางรายมีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่กลับได้รับการลดโทษในชั้นบังคับโทษทางอาญาหลายครั้งทำให้รับโทษสุทธิเพียงเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากโทษตามคำพิพากษาอย่างมาก ทำให้สังคมเกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งระบบ และกรณีการกลับมากระทำความผิดซ้ำของผู้พ้นโทษบางราย

โดยโทษที่กระทำนั้นก็ความผิดร้ายแรง ทั้งที่มีพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 และข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2566 ใช้บังคับอยู่แล้ว ทำให้สังคมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน รวมถึงการเป็นอยู่อย่างปกติสุข

ศาลยุติธรรม ในฐานะผู้นำในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และความมั่นคงของสังคม จึงจำเป็นต้องมีคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปลอดภัยแก่สังคม

อาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม พ.ศ.2544 ข้อ 5 กรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามที่มีรายนามท้ายหนังสือนี้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานศาลฎีกาได้โปรดบรรจุระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เพื่อพิจารณา “แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ” ในวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เพื่อให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมพิจารณาต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ทั้งนี้ มีแหล่งข่าวอธิบายเพิ่มเติม ก.บ.ศ.ทุกท่านได้ร่วมกันลงลายมือชื่อขอให้บรรจุวาระการประชุม สืบเนื่องมาจากที่ปรากฏทางสื่อมวลชน ว่าศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลย จำเลยถูกควบคุมตัวในระยะเวลาสั้น ไม่เป็นไปตามคำพิพากษา แล้วได้รับการปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ แล้วยังไปก่อให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดฐานฆ่าคนตาย ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการบังคับโทษต่อศาล ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ศาลได้มีการพิจารณาและพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นไปตามข่าวที่ปรากฏ แต่การบังคับโทษเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์

ทาง ก.บ.ศ.เห็นว่า กระบวนการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน จึงเห็นควรขอให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษา วิจัย และพัฒนากระบวนการบังคับโทษดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับการอำนวยความยุติธรรม และเป็นแนวทางการการบังคับโทษที่มีประสิทธิภาพ

ตุลาการประหารชีวิตศาลฎีกาโทษประหาร

นายกฯ ต้อนรับทูตกาตาร์คนใหม่ เดินหน้าหุ้นส่วนพลังงาน-อาหาร ชูไทยจุดหมายท่องเที่ยว-การแพทย์ ต่อยอดความร่วมมือรูปธรรม

24 สิงหาคม 2569 เวลา 16:13 น.

24 สิงหาคม 2569 ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอับดุลอะซีซ มุฮัมมัด เค. เอ. อัสซาดะฮ์ (H.E. Mr. Abdulaziz Mohammed K. A. Al-Sada) เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีแก่เอกอัครราชทูตกาตาร์ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ พร้อมยืนยันความพร้อมทำงานร่วมกับกาตาร์อย่างใกล้ชิด เพื่อกระชับความสัมพันธ์และต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

เอกอัครราชทูตกาตาร์กล่าวถึงความสนใจของนายกรัฐมนตรีกาตาร์ที่จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมแสดงความยินดีที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF โดยกาตาร์พร้อมส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วม ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกาตาร์ ซึ่งจะเป็นอีกโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างสองประเทศ

ด้านการท่องเที่ยว เอกอัครราชทูตกาตาร์แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายสำคัญของชาวกาตาร์ โดยเฉพาะด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเชิญชวนชาวกาตาร์เดินทางมาท่องเที่ยวและใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยมากขึ้น พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร โดยกาตาร์เป็นหุ้นส่วนด้านพลังงานที่สำคัญของไทย ขณะที่ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ในการสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน

นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การดำรงตำแหน่งของเอกอัครราชทูตกาตาร์จะช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-กาตาร์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในหลากหลายมิติ

กาตาร์ทูตกาตาร์นายกรัฐมนตรีอนุทินชาญวีรกูล