พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. เป็นประธานการประชุมโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยนายพิพัฒน์ แจ้งที่ประชุมว่าจากการประชุม ศบก. เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลได้มีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอหน้าสถานีบริการน้ำมัน คือ 1. การผ่อนผันการผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ เพื่อรองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ 2. การผ่อนผัน การเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันให้เดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น 3. การเข้มงวดการป้องกันการกักตุน โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. รัฐบาลออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4 / 2569 เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการน้ำมัน สามารถนำน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ออกมาให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

พิพัฒน์

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้า การดำเนินการตามมาตรการขั้นต้น โดยเฉพาะการนำน้ำมันสำรองมาใช้บริการแก่ประชาชน และสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ และมีปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน เพื่อให้ชี้ขาดสถานการณ์ให้กับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า น้ำมันจะถูกกระจายอย่างทั่วถึงและเพียงพอ 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาข้อมูลของการประชุมทุกครั้ง ขอความร่วมมือจากทุกท่านให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความถูกต้องแม่นยำ เรามิได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่ในสถานการณ์ที่หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และไม่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนได้

พิพัฒน์
พิพัฒน์

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

‘อธิบดีกรมการปกครอง’ สั่งเข้มยกระดับจุดตรวจพื้นที่ชายแดนทุกช่องทาง ป้องสกัดลักลอบขน ‘น้ำมันเถื่อน’ ข้ามแดนผิดกฎหมาย กำชับหากตรวจพบผิด ฟันตามกม.เด็ดขาด

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง(ปค.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้มีข้อสั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งปลัดจังหวัดและนายอำเภอ ให้ดำเนินการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ผู้ค้าคนกลาง (Jobber) รวมถึงคลังเก็บน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน กำชับนายอำเภอ บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดผ่านแดนทุกช่องทาง ทั้งเส้นทางหลักและช่องทางธรรมชาติ หากตรวจพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมรายงานผลการดำเนินงานให้กรมการปกครองทราบโดยทันที

กรณ์ ดัน ดิจิทัล แก้น้ำมันแพง ลดค่าครองชีพ สู้ศึกวิกฤตสงคราม

กรณ์ ดัน ดิจิทัล แก้น้ำมันแพง ลดค่าครองชีพ สู้ศึกวิกฤตสงคราม

กรณ์ ดัน ดิจิทัล แก้น้ำมันแพง ลดค่าครองชีพ สู้ศึกวิกฤตสงคราม

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเรื่องการนำดิจิทัลมาแก้ปัญหาเกี่ยวกับการขึ้นราคาสินค้าในสถานการณ์ปัจจุบัน

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เเถลงข่าวการนำดิจิทัลมาแก้ปัญหาต่อการขึ้นราคาสินค้าเเละน้ำมันในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการเปิดข้อมูล เพื่อความโปร่งใส ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดปัญหาสงครามในขณะนี้ ณ ห้องเเถลงข่าว พรรคประชาธิป้ตย

กรณ์ จาติกวณิช

โดยนายกรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกับปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ที่มีความเดือดร้อนมากเป็นพิเศษ พบว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ปริมาณน้ำมันที่ส่งให้ปั๊มยังอยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่าปกติค่อนข้างมากหรือประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการ ฉะนั้นประชาชนยังมีความเดือดร้อนในการเติมน้ำมันต่อการใช้งาน ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีคำตอบโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลยืนยันว่าปริมาณน้ำมันในประเทศมีเพียงพอ และยังได้สั่งให้โรงกลั่น กลั่นน้ำมันในปริมาณที่สูงขึ้นถึง 104 เปอร์เซ็นต์ จากตรวจสอบปริมาณการส่งออกน้ำมัน พบว่าน้อยลงกว่าปกติ จากประมาณ 200,000 ลิตรต่อวัน เหลือ 50,000 ลิตรต่อวัน จึงเกิดคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ขณะที่ทุกปั๊มน้ำมันรายงานตรงกันว่าคลังน้ำมันส่งน้ำมันให้น้อยกว่าระดับปกติ หรือความต้องการปกติ จึงขอให้รัฐบาลเร่งรีบตรวจสอบเรื่องนี้ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเพราะในอดีตเคยมีการตรวจสอบน้ำมัน แต่เหตุใดวันนี้รัฐบาลจึงไม่มีคำตอบ

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญ คือราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า เพราะน้ำมันส่งผลต่อต้นทุนทั้งในภาคการผลิตและการขนส่ง ดำเนินรัฐบาลต้องระมัดระวังไม่ให้มีการปรับขึ้นละราคาสินค้าในรูปแบบที่เป็นการฉวยโอกาส ส่วนกรณีที่จำเป็นต้องปรับราคาเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่รัฐบาลต้องตระหนักว่ามีสินค้าประเภทไหนบ้างที่รอคิวจะปรับขึ้นราคา เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนอย่างทันท่วงที โดยสินค้าที่ประชาชนกังวลขณะนี้ คือปุ๋ยเคมี สินค้าที่พึ่งพาการใช้พลาสติก สินค้าอุปโภคบริโภค มีความจำเป็นหรือไม่ที่ราคาน้ำมันปาล์มต้องปรับขึ้น

กรณ์ จาติกวณิช

“เมื่อไม่นานมานี้ โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศควบคุมราคาสินค้าบางประเภท ถ้าพูดตามตรงทำให้ประชาชนมีคำถาม มากกว่าความชัดเจนว่าสินค้าที่ประกาศมาทั้ง 6-7 ชนิด ทั้งกระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่ก้อน สบู่เหลว ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วจริงหรือไม่ แล้วสินค้าประเภทก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี ยารักษาโรค ซึ่งบางชนิดเริ่มขาดตลาด เหล่านี้เหตุใดจึงไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเข้ามากำกับดูแลเพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างไร” นายกรณ์ กล่าว

ด้านนางการดี กล่าวว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำมันที่หาคำตอบไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหนมีไอ้โม้ง หรือไอ้เม้ม อยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเมื่อราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนที่ลำบากอยู่แล้วให้ลำบากขึ้นเรื่อยๆ พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับตา” เครื่องมือดิจิทัลที่จะเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากการเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ให้มาเป็นผู้ร่วมตรวจสอบและสะท้อนปัญหาแบบเรียลไทม์ผ่านกลไก Civic Engagement ซึ่งตัวระบบเวอร์ชั่นเบื้องต้น พร้อมแดชบอร์ดแสดงผลในรูปแบบแผนที่อัจฉริยะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยเตรียมที่จะบูรณาการเข้ากับไลน์ออฟฟิเชียลของพรรคฯ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด สามารถทดลองใช้ก่อนได้ที่ https://liff.line.me/2009555163-09I8zuzR และในวันที่ 24 มี.ค. จะได้มีการประชุมร่วมกับทีมพัฒนาฯ ของพรรคเพื่อทดสอบระบบ (Walk-through) อย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเปิดใช้งานจริง

กรณ์ จาติกวณิช

นางการดี กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของข้อมูลจากแพลตฟอร์มนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายช่วยเหลือแบบ “พุ่งเป้า” โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยพรรคฯ จะนำข้อมูลทั้งหมด จะถูกนำมาจัดเก็บและประมวลผล และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจับตาราคาสินค้า และยินดีหากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ หรือนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง จะมาดึงข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะทราบว่ากระทรวงพาณิชย์มีการตรวจสอบราคาสินค้าอยู่แล้ว และมีการรายงานเดือนละครั้ง แต่แพลตฟอร์มนี้จะเป็นเครื่องมือเสริมการแจ้งเตือนก่อนจะเกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งถือเป็นการจับสัญญาณชีพทางเศรษฐกิจที่ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถชี้เป้าพื้นที่ที่เกิดวิกฤติได้จริง

“แพลตฟอร์ม ‘จับตา’ ทำให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ตรงเป้ามากขึ้น วันนี้วิกฤติเศรษฐกิจหรือสงครามได้เปลี่ยนรูปแบบไป วันนี้เราอยู่ในสงครามพลังงาน ซึ่งมีผลกระทบเป็นวงกว้าง แม้เราจะไม่ได้อยู่ในสมรภูมิรบ แต่ก็มีผลกระทบที่รุนแรงมากกว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต” นางการดี กล่าว

กรณ์ จาติกวณิช

เมื่อถามถึงกรณีผู้ประกอบการขออนุญาตขึ้นราคาสินค้าจำเป็นว่า เป็นหน้าที่ของหน่วยราชการที่จะต้องประเมิน นายกรณ์ กล่าวว่า คำขอนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ เมื่อเทียบกับต้นทุน เพราะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันก็จะสูงขึ้นจริง ซึ่งปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ ที่สำคัญการกำกับไม่ให้มีการปรับราคาขึ้นในลักษณะที่สูงเกินกว่าสภาพความเป็นจริง

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่าส่งน้ำมันให้ปั๊มเพียงครึ่งเดียวนั้น สามารถตรวจสอบได้หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ตรวจสอบได้อยู่แล้ว ซึ่งประเด็นนี้ตนและประชาชนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงขาด ทั้งที่มีการตรวจสอบได้ง่ายมาก ถ้ามีเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็ควรที่จะสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งตอนนี้เป็นภาระมากต่อผู้ประกอบการน้ำมันที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมน้ำมันหมด รัฐบาลบอกว่าที่น้ำมันหมด เป็นเพราะประชาชนกักตุน แต่ประชาชนบอกว่าไม่ใช่ เนื่องจากวันนี้ถูกจำกัดห้ามเติมน้ำมันเกินวันละ 500 บาท และข้อเท็จจริง ถ้าฟังจากเจ้าของปั๊ม คือ น้ำมันที่ได้รับส่งเข้าปั๊มต่ำกว่าระดับปกติ หลายกรณีครึ่งต่อครึ่ง จึงมีคำถามว่าน้ำมันไปอยู่ที่ไหน และณวันนี้ยังไม่เห็นกระทรวงพลังงาน หรือปตท. ออกมาชี้แจงอะไรเลยว่า ทำไมสาเหตุถึงเป็นเช่นนี้

กรณ์ จาติกวณิช

“อย่างที่บอกไปแล้วว่าน้ำมันไม่ได้หายไปไหน เพราะการผลิตก็ผลิตเต็มที่ ต้นทุนน้ำมันดิบเรามี การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ก็ผลิตอย่างเต็มที่ ส่งออกน้อยลง ซึ่งน้ำมันจะต้องมีเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำไป ไม่ใช่น้อยกว่าปกติ” นายกรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่าเป็นเพราะมีไอ้โม่งหรือไอ้เม้มหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ก็เจอกันอยู่บ้างแล้วจากอ่างทองถึงแม่สอด แต่ไม่ทราบว่ามีที่ไหนอีก ตนคิดว่าประเด็นสำคัญ คือ การตรวจเช็ค น่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ รัฐบาลสามารถตามน้ำมันได้ทุกหยดอยู่แล้วว่า จากแหล่งน้ำมันดิบไปสู่การกลั่น และออกจากโรงกลั่นเท่าไหร่ไปที่ไหน มันวัดได้อยู่แล้วทำไมถึงยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ จึงเชื่อว่ามีใครบางคนปกปิดข้อมูลอยู่อย่างชัดเจน แต่การที่รัฐบาลมีอำนาจอยู่ในมือสามารถ ที่จะที่จะหาข้อเท็จจริงได้อยู่แล้ว ดังนั้น ขอความโปร่งใส ก็จะทำให้ทุกคนคลี่คลายความกังวลและคำถามที่มี จากนั้น ตนเชื่อว่าทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ในการที่จะนำพาประเทศสู่ภาวะปกติ 

กรณ์ จาติกวณิช

 “เป็นที่น่าสังเกตว่า วิกฤติพลังงานเป็นวิกฤตโลกก็จริง แต่สภาพความวุ่นวาย เหมือนกับเกิดขึ้นแค่ที่ประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ นโยบาย ไม่ใช่ปัญหาการขาดแคลน นี่คือความอึดอัด ที่ประชาชนมีก็เพราะเรื่องนี้” นายกรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่าทำให้ตอนนี้ประชาชนมีความไม่เชื่อมั่นรัฐบาลหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่อยากจะสรุปอะไรทั้งสิ้น เอาเป็นว่าวันนี้ประชาชนไม่พอใจกับวิธีการบริหารจัดการ การสื่อสาร และการแก้ปัญหา ในเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งตนขอพูดไปก่อนเลยว่า ในอนาคตจะมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าตามมา ที่เกี่ยวกับค่าไฟ เป็นประเด็นที่สังคมจะต้องถกเถียงต่อไปแน่นอน

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วน เรื่องวิกฤตพลังงานและผลกระทบที่มีต่อประชาชน รวมถึงเรื่องราคาสินค้า เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในวันที่ 25 มี.ค.นี้ โดยหวังว่ามีโอกาสที่จะใช้สภาฯให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง เราจะพูดถึงวันนี้พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนมากที่สุด คือเรื่องที่เกี่ยวโยงกับวิกฤตพลังงาน และผลข้างเคียง

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีน้ำมัน 3 ราคา คือ 1.ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย 2.ราคาผ่านคนกลางที่ไม่ได้มีการชดเชน 3. น้ำมันเขียวที่ขายให้กับประมงไม่ได้รับการชดเชย แต่ยกเว้นการเสียภาษี ซึ่งนโยบายน้ำมันของรัฐบาลต้องการให้มีน้ำมัน 3 ราคา สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ การบริหารจัดการให้กลุ่มผู้ที่ควรต้องซื้อในราคาไหนก็อยู่ในราคานั้น ถ้ารัฐบาลเปิดให้มี 3 ราคา แต่หละหลวมมาก ในการบริหารจัดการ ให้มีการซื้อข้ามตลาด สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ความวุ่นวาย เพราะโดยธรรมชาติ ทุกคนก็จะวิ่งไปสู่ราคาที่ต่ำที่สุด ปัญหาคือความชัดเจน ความโปร่งใส ที่ไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ

เคลื่อนไหวแล้ว! ปิยะรัฐชย์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งทีมงานเช็กห้องทำงานแทน

เคลื่อนไหวแล้ว! ปิยะรัฐชย์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งทีมงานเช็กห้องทำงานแทน

เคลื่อนไหวแล้ว! ปิยะรัฐชย์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งทีมงานเช็กห้องทำงานแทน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.34 น.

”ปิยะรัฐชย์“ ดอดเข้ากระทรวงเกษตรฯ ส่งเลขาส่วนตัว  ดูห้องทำงาน แต่เจ้าตัวไม่ลงรถ ให้ทีมงานดูแลแทน

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 12.45 น. ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทีมงาน ได้เดินทางเข้ามาที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดูห้องทำงาน โดยได้มีเข้าขอดูห้องทำงานของรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรสหกรณ์ทั้งหมด โดยนางสาวปิยะรัฐชย์ ได้ให้เลขาส่วนตัว  ไปสำรวจห้องทำงานต่างๆแทนโดยเจ้าตัวนั่งคอยอยู่ภายในรถส่วนตัว หมายเลขทะเบียน ฬน. 11 กรุงเทพฯ 

โดยในการเดินทางเข้ามาตรวจสอบในครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมในการที่จะจัดวางตำแหน่งห้องทำงานในการทำงานของรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 3 คนจากพรรคเพื่อไทย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานรัฐมนตรีพาเดินชมห้องทำงานต่างๆทั้งหมด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ ในครั้งนี้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ไม่ได้ลงจากรถ แต่มอบหมายให้ทีมงานเป็นผู้ขึ้นมาประสานงานแทนเท่านั้น โดยใช้เวลาประมาณ 25 -30 นาทีก่อนเดินทางออกไป

ศบก. ยันไร้คนไทยเจ็บ เหตุถล่มศูนย์นิวเคลียร์ เตรียมส่งร่างแรงงานกลับ 27 มี.ค. นี้

ศบก. ยันไร้คนไทยเจ็บ เหตุถล่มศูนย์นิวเคลียร์ เตรียมส่งร่างแรงงานกลับ 27 มี.ค. นี้

ศบก. ยันไร้คนไทยเจ็บ เหตุถล่มศูนย์นิวเคลียร์ เตรียมส่งร่างแรงงานกลับ 27 มี.ค. นี้

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.26 น.

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 23 มี.ค.69  ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียด โดยคู่ขัดแย้งหลักรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีการโจมตีประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกันไว้ได้

นอกจากนี้ได้มีการโจมตีโดยอิหร่านไปยังพื้นที่ใกล้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ของอิสราเอล ในเมืองดิโมนาและเมืองอารัก ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ซึ่งยังไม่ได้รับรายงานว่าคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ โดยภายหลังผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการลดระดับความตึงเครียดและการปกป้องพลเรือน

ศบก.

สำหรับสถานการณ์ในช่องทางฮอร์มุซ ยังคงตึงเครียดหลังเมื่อวัน 22 มี.ค. มีการเรียกร้องโดยประธานาธิบดีสหรัฐ ให้มีการเปิดช่องฮอร์มุซ ภายใน 48 ชั่วโมง ล่าสุดได้มีคำเตือนจากอิหร่านถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบสารสนเทศ เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ ย้ำให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งออกนอกพื้นที่ ติดตามข้อมูลจากทางการอย่างใกล้ชิด และลงทะเบียนกับสถานทูตที่รับผิดชอบ

ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง ในส่วนของอิสราเอลในวันที่ 24 มี.ค. กรมการกงศุลโดยสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวจังหวัดนครราชสีมา จะเดินทางไปจังหวัดชัยภูมิ เพื่อเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิต จากเหตุถูกสะเก็ดระเบิด พร้อมทั้งจะช่วยติดตามและให้ความช่วยเหลือในเรื่องเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอลกำลังประสานงานกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสายการบินซึ่งคาดว่าจะเปิดทำการบินในวันที่ 27 มี.ค. เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยต่อไป

สำหรับอิหร่าน และตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการอพยพแรงงานไทยฟาร์มกุ้ง 4 คน ออกจากเมืองบันดาอาบัส ประเทศอิหร่าน โดยมีกำหนดออกเดินทางทางบกในวันที่ 23 มี.ค. เพื่อข้ามไปตุรกี เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางปลอดภัยต่อไป

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือ เพื่อออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทย หรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,479 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

14 ภาคีบุกทำเนียบ จี้รัฐบาลอนุทิน แก้ปัญหาพลังงาน รื้อโครงสร้างน้ำมัน

14 ภาคีบุกทำเนียบ จี้รัฐบาลอนุทิน แก้ปัญหาพลังงาน รื้อโครงสร้างน้ำมัน

14 ภาคีบุกทำเนียบ จี้รัฐบาลอนุทิน แก้ปัญหาพลังงาน รื้อโครงสร้างน้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.20 น.

“สมยศ” นำ “14กลุ่มภาคประชาสังคม” ยื่น 3 ข้อ เรียกร้อง ”รัฐบาลอนุทิน“ แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดค่าน้ำมันได้ถึงลิตรละ 11 บาท ปูดศูนย์กลางปั่นราคาน้ำมันอาจอยู่ทำเนียบฯ  ซัดบริหารความเสี่ยงล้มเหลว 

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มภาคประชาสังคม 14 องค์กร นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข  นายธัชพงศ์ แกดำ ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย เพื่อขอให้มีมาตรการเร่งด่วนในการแก้วิกฤตพลังงาน  ลดราคาน้ำมัน  ตรึงราคาแก๊ส  ลดค่าไฟและคุมราคาสินค้า  รัฐบาลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น โดยมีการนำเอาป้ายข้อความและป้ายไวนิลมาชู แสดงออกถึงข้อเรียกร้อง 

โดยกลุ่มภาคประชาสัมคม 14 องค์กร มีขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อดังต่อไปนี้ 1 ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตนํามัน ปรับลดค่าการกลั่นนํามัน และตรึงราคาแก๊สหุงต้ม (LPG) สําหรับภาคครัวเรือน น้ำมัน ราคาแพงเนื่องจากภาษีที่ซ้าซ้อน ประกอบไปด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีกองทุนน้ำมัน ภาษีท้องถิ่น ภาษีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ค่าการกลั่นและการตลาด ดังนั้น ควรยกเลิกภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะทําให้น้ำมันลดราคาลงอีกลิตรละ 7 บาท และลดค่าการกลั่นที่โรงกลั่น เพิ่มขึ้นจากลิตรละ 6 บาท ให้เหลือลิตรละ 2 บาท (รวมค่าน้ำมันสามารถลดลงได้อีกลิตรละ 11 บาท) พร้อมทั้งตรึงค่าแก๊สหุงต้ม ส่าหรับภาคครัวเรือนเป็นระยะเวลา 1 ปี 2.ลดค่าไฟฟ้า จากหน่วยละ 4.18 บาท ให้ลดเหลือหน่วยละ 3 บาท ตามที่พรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลได้เคยหาเสียงไว้ 3.กําหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ควบคุมสินค้าที่จําเป็นต่อการดํารงชีพ ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา จัดท่า สินค้าราคาถูกออกจําหน่ายในทุกชุมชน และอุดหนุนคูปองนํามันให้กับไรเดอร์ผู้ให้บริการขนส่งอาหารและผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่าข้อเสนอทั้ง 3 ประการ คือการเรียกร้องให้รัฐบาลทําหน้าที่ดูแลประชาชนในยามที่โลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ ค่าครองชีพและสงคราม การตัดสินใจที่ล่าช้าเพียงวันเดียว หมายถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่สูญเสียไปของคนไทยนับ หลายล้านคน นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลทีต้องบรรเทาความทุกข์ยาก เพือรักษาปากท้องและลมหายใจของประชาชน

โดยนายสมยศ กล่าวปราศรัยว่า วันนี้มาพูดเพราะนายอนุทิน เป็นรัฐบาลที่มาบริหารประเทศ และที่ผ่านมาเห็นถึงความเละเทะไม่ได้เรื่อง โดยเฉพาะกรณีปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศที่มีการให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ตั้งแต่ 38 วัน เป็น 60 วัน 90 วัน และล่าสุด 100 วัน ซึ่งสร้างความสับสนและขาดความน่าเชื่อถือ โดยตนเองมองว่าเป็นความล้มเหลวในข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลนายอนุทิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ วันนี้จึงทำให้เกิดการกักตุนน้ำมัน รวมถึงการเก็งกำไรในตลาดน้ำมัน ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันแพง นั้นเพราะกรณีโรงกลั่นปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วลิตรละ 4 บาท ทั้งที่ประเทศยังมีสต๊อกเพียงพอ และมีการไปอ้างอิงราคาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ทำให้เกิดต้นทุนเทียม และมาแสวงหากำไร จึงอยากให้รื้อโครงสร้างใหม่ ทั้งที่มีการกลั่นในโรงกลั่นประเทศไทย แต่ยังต้องอิงราคาที่อื่น จึงอยากให้รัฐบาลมีการเสนอต้นทุนที่แทัจริงเพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุด

ทั้งนี้“ไอ้โม่ง” ที่อยู่เบื้องหลัง ขณะที่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ และชี้ว่าการขาดแคลนน้ำมันเกิดจากประชาชนกักตุนเอง ซึ่งนายสมยศเห็นว่า ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากประชาชน ทั่วไปไม่สามารถกักตุนน้ำมันในปริมาณมากได้น้ำมันขัดแคลน เป็นเพราะการเกร็งกำไร และการปั่นราคา ซึ่ง ศูนย์กลางการปั่นราคาอยู่ตรงข้ามตนเองที่กำลังพูดอยู่ (ก็คือทำเนียบรัฐบาล ) ส่วนไอ้โม่งเป็นใคร ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ไม่ใช่ใครอื่น  คือคนที่ทุกท่านรู้จักดี ที่พูดบอกว่าไม่มีไอ้โม่งนั่นแหละ คนนั้นคือไอ้โง่ นี่คือสิ่งที่ตนเองต้องการมาบอกประชาชนทุกคน

ด้านนายธัชพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่สะท้อนภาวะผู้นำในภาวะวิกฤต เราเห็นการบริหารจัดการความเสี่ยงของนายอนุทิน ต้องถามว่ารู้หรือไม่ในวันที่เกิดสงคราม ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น และจะเกิดวิกฤตพลังงาน  โดยสิ่งที่นายอนุทิน ทำในฐานะผู้นำจำเป็นต้อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ คนบริหารความเสี่ยงผิดพลาด แล้วทำให้สิ่งที่จะเผชิญในวันนี้ รวมถึงความทุกข์ยากที่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวรอซื้อน้ำมัน เกิดจากความผิดพลาดของผู้นำเพียงอย่างเดียว  ทั้งนี้ผู้นำในภาวะวิกฤต นายอนุทิน ต้องยอมรับและพูดความจริงว่าน้ำมันที่สำรองอยู่ตอนนี้มีเท่าไหร่ กำลังจะนำพาประชาชนเผชิญกับอะไร ถ้าไม่พูดความจริงประชาชนก็จะไม่รู้อนาคตของตัวเอง นายอนุทินพูดคำว่า “มีน้ำมันเพียงพอ” แต่ประชาชนกับรีบไปซื้อน้ำมัน ซึ่งหมายถึงมีสัญญาณบางอย่างว่าประเทศจะเข้าสู่วิกฤตขั้นรุนแรง 

ทั้งนี้สิ่งตนอยากเน้นย้ำคือค่าโง่โรงไฟฟ้า ปกติไฟฟ้าสำรองของประเทศควรอยู่แค่ 15% แต่ปัจจุบันมีไฟฟ้าสำรอง 50% แต่ในสลิปค่าไฟแต่ละเดือน เราต้องเสียค่าโง่ ที่แฝงอยู่ในค่า FT คำถามคือรัฐบาลชุดนี้ ในภาวะวิกฤต จะแก้ไขปัญหาและกล้าคุยกับแหล่งทุนผูกขาดพลังงานไฟฟ้าหรือไม่ กล้ารื้อสัญญาหรือโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าใหม่หรือไม่  ดังนั้นจึงขอเรียกร้องภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ที่แสดงสปิริตความกล้า วันนี้ความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลนายอนุทิน เข้าสู่วิกฤติศรัทธาขนาดยังไม่ทำงานเต็มที แค่เริ่มก็ผิดพลาดแล้ว

สิ่งที่ต้องเผชิญหลังสงกรานต์ คือภาวะเศรษฐกิจ คำถามคือจะอยู่อย่างไรในสภาวะแบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำในฐานะผู้นำ ต้องสามัคคีและนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และหากพูดความจริงประชาชนพร้อมที่จะช่วย แต่หากไม่พูดปกปิดเพื่ออุ้มผลประโยชน์ให้กับไอ้โม่งทั้งหลายที่เป็นกลุ่มทุนผูกขาด ประชาชนจะตายและจะนำไปสู่คำว่ารัฐล่มสลาย ในภาวะสงครามสิ่งที่ผู้นำประเทศต้องการรักษาความมั่นคงของรัฐ แต่ความมั่นคงของรัฐจะมี ต้องรักษาความมั่นคงของประชาชนด้วย แต่วันนี้รัฐบาลกำลังนำพาประเทศไปสู่การล่มสลายของรัฐ 

“วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสีใดๆไม่ใช่ฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวาสุดโต่ง แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนที่จะมารวมกัน“

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการยื่นหนังสือ ทำตัวแทนได้มีการแสดงละครเพื่อจำลองถึงสถานการณ์ที่ประชาชน ต้องเผชิญในขณะที่ประชาชนไปซื้อน้ำมันที่ปั้ม สะท้อนสิ่งที่นายอนุทิน เคยระบุว่า น้ำมันขาดแคลนเกิดจากกรประชาชนตื่นตระหนก แห่กักตุนน้ำมัน และยังบอกว่าไม่มีไอ้โม่ง

สพฐ. ลงดาบครูล่วงละเมิดนักเรียน พร้อมดูแลสภาพจิตใจเป็นสำคัญ

สพฐ. ลงดาบครูล่วงละเมิดนักเรียน พร้อมดูแลสภาพจิตใจเป็นสำคัญ

สพฐ. ลงดาบครูล่วงละเมิดนักเรียน พร้อมดูแลสภาพจิตใจเป็นสำคัญ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.18 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรณีครูพลศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดนักเรียนในโรงเรียนหลายครั้ง นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้มอบหมายให้ตนเองติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยทันที เนื่องจากการกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพและนโยบายของ สพฐ. อย่างร้ายแรง ไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งยังขัดต่อนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นย้ำให้โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด

นางภัทรวรรณ กล่าวว่า สพฐ. ได้สั่งการให้เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด และเขตพื้นที่ฯ ได้ออกคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวพักราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งได้ส่งนักจิตวิทยาโรงเรียนลงพื้นที่ดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว และจะติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ

ทั้งนี้ สพฐ. ได้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ให้กำกับ ติดตาม สถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด หากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของนักเรียนเป็นสำคัญ และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด รวมทั้งหากพบผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาที่มีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง และปฏิบัติตามมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก

สว.ชงยื่นญัตติด่วนจี้รัฐบาล แก้วิกฤติพลังงาน ปูดเตรียมขึ้นราคา ‘มาม่า’ ฝากพาณิชย์คุมเข้ม

สว.ชงยื่นญัตติด่วนจี้รัฐบาล แก้วิกฤติพลังงาน ปูดเตรียมขึ้นราคา ‘มาม่า’ ฝากพาณิชย์คุมเข้ม

สว.ชงยื่นญัตติด่วนจี้รัฐบาล แก้วิกฤติพลังงาน ปูดเตรียมขึ้นราคา ‘มาม่า’ ฝากพาณิชย์คุมเข้ม

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.12 น.

‘สว.’ ชงยื่นญัตติด่วนจี้ ’รัฐบาล‘ แก้วิกฤติพลังงาน ปูดเตรียมขึ้นราคา ‘มาม่า’

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม  โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เสนอญัตติด่วนให้วุฒิสภา พิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง 

น.ส.รัชนีกร กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกหยุดชะงัก เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน ในประเทศไทยหลายพื้นที่ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการประชาชน แม้รัฐบาลยืนยันยังไม่เข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อจะกระทบประเทศไทยในวงกว้าง เสี่ยงขาดแคลนพลังงานในประเทศ ในด้านเศรษฐกิจคาดว่าจีดีพีไทยจะปรับตัวลดลงอย่างน้อย1% ภาคการส่งออกไปตะวันออกกลางมีมูลค่าความเสียหายกว่า 60,000ล้านบาท รัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางเพิ่มจีพีดีส่วนอื่นชดเชยความสูญเสียดังกล่าว ส่วนภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก มีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,000เที่ยว ปรับเส้นทางบินหลีกเลี่ยงพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนตกค้างในหลายพื้นที่ท่องเที่ยว ดังนั้น รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนไม่นำประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง  ขณะที่การบริหารจัดการพลังงาน ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่มีส่วนได้เสียกับธุรกิจน้ำมัน แก้ปัญหาอย่างโปร่งใส เป็นธรรม

จากนั้นสว.หลายคนอภิปรายไปแนวทางเดียวกัน เป็นห่วงวิกฤติพลังานในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหลายด้าน โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันที่กำลังสร้างผลกระทบไปภาคการเกษตรที่ต้องใช้น้ำมันทำการเกษตร มีผลให้ราคาปุ๋ย อาหารสัตว์แพงขึ้น และยังกระทบไปถึงค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคต้องเผชิญราคาสินค้าแพงขึ้น อาทิ นายปฏิมา จิระแพทย์ สว. กล่าวว่า วิกฤติพลังงานกระทบราคาสินค้าทุกประเภท เช่น ราคาไข่ไก่สูงขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 22มี.ค. ได้คุยกับผู้บริหารบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ ได้รับแจ้งว่า มาม่ากำลังขึ้นจะราคา มาม่าเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดประชาชน ในฐานะสินค้าราคาถูก ทานแล้วอิ่ม ฝากกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้า สินค้าบางประเภท ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่บางรายการขึ้น เพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่การขึ้นราคาต้องมีคำอธิบายว่าประกอบด้วยต้นทุนอะไรบ้าง ราคาที่ขึ้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ไม่ใช่ขึ้นจาก 5บาท เพิ่มเป็น 10บาท สิ่งที่อยากฝากคือ การประชาสัมพันธ์ใช้น้ำมันเขียวในภาคเกษตรกรรมมากขึ้น ขณะที่กิจกรรมที่จะทำช่วงต้นเดือนเม.ย. เรื่องปลูกผัก บางคนหัวเราะในช่วง 1ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถือเป็นคำแนะนำให้ประชาชน เรื่องปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2ตัวต่อครัวเรือนและเลี้ยงปลา เป็นทางออกของการดำรงชีวิตระยะยาว หากเกิดวิกฤติรุนแรง 

สนธิญา บุกสภาฯ บี้ หมอวรงค์ ทำเป็นตัวอย่าง ยกเลิกค่าอาหารกลางวัน ลดผู้ช่วยสส.

สนธิญา บุกสภาฯ บี้ หมอวรงค์ ทำเป็นตัวอย่าง ยกเลิกค่าอาหารกลางวัน ลดผู้ช่วยสส.

สนธิญา บุกสภาฯ บี้ หมอวรงค์ ทำเป็นตัวอย่าง ยกเลิกค่าอาหารกลางวัน ลดผู้ช่วยสส.

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.09 น.

23 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 11.05 น. ที่รัฐสภา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี กระทำเป็นตัวอย่างภายหลังมีการอภิปรายให้ยกเลิกอาหารกลางวันของสส. รวมถึงลดจำนวนผู้ติดตามสส. ลง

โดยนายสนธิญา กล่าวว่า วันนี้ตนขอคิดต่างกับ นพ.วรงค์ แม้เคยทำงานร่วมกันครั้งหนึ่ง เนื่องจากกรณีที่นพ.วรงค์เสนอ เป็นเรื่องที่ดี แต่อีกหนึ่งประเด็นที่ตนขอเพิ่มเข้าไป จากที่ตนเคยทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการเกือบ 3 ปี จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่า สส. 1 คน อาจสังกัดในกรรมาธิการถึง 3 ที่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการประชุมคณะกรรมาธิการ 1 ชุด สส.จะได้เบี้ยประชุมครั้งละ 1,000 บาท และมีการวิ่งวนจากคณะหนึ่งไปอีกคณะหนึ่ง วันหนึ่งจะได้ประมาณ 3-4 พันบาท ตนเชื่อว่านพ.วรงค์ ก็รู้ จึงขอฝากเรื่องนี้ด้วย

สนธิญา

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ตนมาคือทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อส่งต่อให้นพ.วรงค์ พร้อมข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ดังนี้ 1. เมื่อเสนอแล้ว ก็ขอให้แสดงเจตนาโดยการไม่ขอรับเบี้ยเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวัน ตลอดวาระ 4 ปีของนพ.วรงค์ 2. ขอให้นพ.วรงค์ รับผู้ช่วยแค่ 3 คน 3. ให้ทำเรื่องแจ้งไปยังประธานสภาฯ ว่าไม่ขอขึ้นเงินเดือนให้กับผู้ช่วยสส. ของนพ.วรงค์ และ 4. ขอเสนอให้ปรับลดค่าเบี้ยเลี้ยงการประชุมกรรมาธิการของสส. รวมถึงพิจารณาว่า 1 คน ประชุม 3-4 คณะ จริงหรือไม่

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า ขณะนี้นพ.วรงค์ เหมือนเป็นพระเอก เมื่อเป็นพระเอกก็ขอให้เป็นพระเอกตลอดไป การเสนอสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ละเอียด ชัดเจน  และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินถือว่าถูกต้องแล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามการเสนอและทำเป็นคอนเทนท์ เพื่อให้ได้คะแนนเสียง ตนเห็นว่าข้อมูลไม่สมบูรณ์และไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ตนเห็นด้วยกับนพ.วรงค์ แต่ไม่อยากให้เสนอแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงเรียกร้องให้นพ.วรงค์ ดำเนินการตามที่ตัวเองเรียกร้อง และหากนพ.วรงค์ ไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้อง ตนจะพิจารณาเกี่ยวกับจริยธรรมของสส. เพราะวันนั้นพูดในที่ประชุมของสภาฯ จึงเป็นคำมั่นสัญญาให้กับประชาชน ฉะนั้น หากไม่ทำประการหนึ่งประการใด ตนถือว่าพูดแล้วไม่ทำ ซึ่งตนจะพิจารณาว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 หรือไม่ แต่ถ้านพ.วรงค์ ทำตามที่พูดในประเด็นหนึ่งประเด็นใด ถือว่าท่านก็ทำสำเร็จแล้ว แม้ว่าสส. ส่วนใหญ่จะไม่เอาก็ตาม 

สนธิญา

นายสนธิญา ยังกล่าวถึงข้อสังเกตการทำงานระหว่าง สส.ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ กับการทำงานของนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ฝ่ายบริหารว่า ต้องระวัง เพราะตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายรัฐบาลจะต้องไม่ทำงานทับซ้อนกัน หรือไปก้าวก่าย  ชี้นำ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องฝ่าฝืนจริยธรรมได้ 

โอ๊ค-ภรรยา เยี่ยม ทักษิณ นับถอยหลังอีก 49 วัน ได้อิสรภาพ ปล่อยตัวคุมประพฤติ

โอ๊ค-ภรรยา เยี่ยม ทักษิณ นับถอยหลังอีก 49 วัน ได้อิสรภาพ ปล่อยตัวคุมประพฤติ

โอ๊ค-ภรรยา เยี่ยม ทักษิณ นับถอยหลังอีก 49 วัน ได้อิสรภาพ ปล่อยตัวคุมประพฤติ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.58 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.50 น.  ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาด ยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค คู่สมรส น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก ร่วมกันเป็นตัวแทนครอบ ครัว พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

ทั้งนี้เมื่อนายพานทองแท้ และภรรยา เดินทางมาถึงเรือนจำฯ ก็ได้ยกมือไหว้สวัสดีสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจ โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด จากนั้นนายพานทองเเท้ พร้อมด้วยภรรยา และทนายวิญญัติ ได้เดินเข้าประตู 1 ของเรือนจำฯ เพื่อไปยังจุดเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร โดยคาดว่าจะใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 45 นาที

พานทองแท้ ชินวัตร

ต่อมาเวลา 11.30 น. ภายหลังจากที่นายพานทองแท้ และภรรยา ได้ใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประ มาณ 30 นาที ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้พูดคุยกับคุณพ่อเป็นไปด้วยดี และคุณพ่อยังคงสุขภาพแข็งแรงดี และตนมองว่าเรายังเหลือเวลาอีกตั้ง 49 วันที่คุณพ่อจะได้รับอิสรภาพ เราก็นับถอยกันอยู่และยอม รับว่าตื่นเต้น อยากให้ถึงเร็วๆ

เมื่อถามว่าตอนนี้มีกระแสข่าวว่า สส.พรรคเพื่อไทย บางส่วนไม่พอใจที่นายน้อยหญิงจัดตั้งรัฐมนตรีโดยเอาคนใกล้ชิด เรื่องนี้ทาง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีความเห็นเรื่องนี้บ้างหรือไม่นั้น นายพานทองแท้ ตอบว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กันเลย และการคุยกับคุณพ่อเมื่อสักครู่นี้ ก็ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองกันเลย คุยแต่เรื่องหลานและสุขภาพทั่วไป อย่างไรก็ดี เรื่องสถาน การณ์บ้านเมืองตอนนี้ ทั้งเรื่องภาวะพลัง งานและน้ำมัน คุณพ่อก็ห่วงอยู่แล้ว แต่เราเเค่ไม่ได้ลงรายละเอียด เพราะนาน ๆ เจอ กันทีก็คุยแต่เรื่องหลานมากกว่า

พานทองแท้ ชินวัตร

อนึ่งผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ในการพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปสำหรับผู้ต้องขังเด็ดขาดนั้น มีราย งานว่าเรือนจำกลางคลองเปรม โดยคณะกรรมการพิจารณาพักโทษระดับชั้นเรือนจำ มีกำหนดกรอบเวลาประชุมหารือถึงรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ โดยจะประชุมหารือกันในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.นี้ ก่อนสรุปรายงานเสนอรายชื่อผู้ต้องขังที่ผ่านเกณฑ์พักโทษ ไปยังคณะกรรมการระดับชั้นกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรม การระดับชั้นกระทรวงยุติธรรม ให้การพิจารณาเห็นชอบต่อไป เพื่อผู้ต้องขังจะได้เข้าสู่กระบวนการพักโทษคุมประพฤติ ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานเชิงลึกว่า จำนวนรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับการพิจารณาพักโทษในรอบนี้มีจำนวนประมาณ 500 ราย และใน 1 ในนั้น คือ ชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับการพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ อยู่ระหว่างการสืบเสาะสถานที่พักโทษ ผู้อุปการะการพักโทษ ความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ ความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของสถานที่และชุมชนโดยรอบ ขณะนี้จึงเป็นการนับเวลาถอยหลังเพียง 49 วัน ที่นายทักษิณ ชินวัตร จะได้รับอิสรภาพอีกครั้ง

พานทองแท้ ชินวัตร
พานทองแท้ ชินวัตร
พานทองแท้ ชินวัตร
พานทองแท้ ชินวัตร