เปิดภาพ น้องณดา ลูกสาว กบ สุวนันท์ เช็กอินทะเล สดใสในลุคบิกินี

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:05 น.

โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว สำหรับ “น้องณดา ปุณณดา ปุณณกันต์” ลูกสาวคนโตของนักแสดงสาวชื่อดัง “กบ สุวนันท์” และ “บรู๊ค ดนุพร” ที่ปัจจุบันอายุ 15 ปี เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทายาทคนดังที่แฟนๆ ติดตามพัฒนาการมาตั้งแต่เด็ก

ล่าสุด น้องณดาได้เดินทางไปพักผ่อนริมทะเล พร้อมเผยภาพบรรยากาศสุดชิลให้แฟนๆ ได้ชมผ่านโซเชียล โดยมาในลุคชุดว่ายน้ำสีขาว พร้อมสวมเสื้อและกางเกงคลุมทับ ยังคงคอนเซปต์ความสดใสและน่ารักสมวัย

หลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และคนใกล้ชิดเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความน่ารักและความสดใสของน้องณดากันเป็นจำนวนมาก พร้อมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยิ่งโตยิ่งสวย และมีเค้าโครงความสวยจากคุณแม่กบอย่างเห็นได้ชัด

ภาพจากอินสตาแกรม @nada_blinkblink

กบ สุวนันท์, น้องณดา, บรู๊ค ดนุพร

ไวรัลดัง ‘เด็กขายมะระ’ สู่เซอร์ไพรส์กลางเวที! ‘น้องนะโม’ เจอ ‘ป๋าโก๋’ มอบรางวัลสุดพิเศษ ก่อนลุ้นเดือด GLO Miracle Music Season 3

18 สิงหาคม 2569 เวลา 13:57 น.

“ชุมทางดาวทอง” สัปดาห์นี้จัดเต็มทั้งความสนุก ความประทับใจ และเซอร์ไพรส์สุดอบอุ่น นำโดยพิธีกรมือเก๋า “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” เปิดเวทีต้อนรับ “เรไร ไลฟ์สด” นักร้องลูกทุ่งสาวสายเอนเตอร์เทนที่สร้างสีสันผ่านการไลฟ์สด พร้อมพาแขกรับเชิญสุดพิเศษ “น้องนะโม” หรือ “เด็กชายมะระ” หนุ่มน้อยกตัญญูที่เคยกลายเป็นไวรัลจากการเดินขายมะระและผักเพื่อหารายได้ช่วยครอบครัว มาร่วมสร้างรอยยิ้มบนเวที

จากเด็กชายตัวเล็กๆ ที่สู้ชีวิตเกินวัย วันนี้ “น้องนะโม” ได้มายืนบนเวทีคอนเสิร์ต “ชุมทางดาวทอง” และต้องเจอกับเซอร์ไพรส์ที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัว เมื่อผู้ใหญ่ใจดี “ป๋าโก๋-พิเชษฐ ศรีราชา” ผู้จัดละครช่อง 7HD เดินทางมามอบรางวัลสุดพิเศษกลางเวทีคอนเสิร์ต ทำเอา “น้องนะโม” สุดซึ้งกับเรื่องราวดีที่ช่วยสร้างแรงใจ ก่อนปรับโหมดมาสนุกกับลูกทุ่งสู้ชีวิต “นุจรี ศรีราชา” เจ้าของผลงานเพลงที่แฟนลูกทุ่งคุ้นเคย พร้อมเอกลักษณ์ด้านเพลงแหล่และเพลงทำขวัญ กลับมาครั้งนี้จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลา และความเป็นลูกทุ่งแบบถึงเครื่อง ชวนแฟนๆ ฟังเพลิน ร้องตาม และโยกไปพร้อมกัน เรียกว่าเทปเดียวครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่สีสันของศิลปินยุคไลฟ์สด เรื่องราวของเด็กสู้ชีวิต ไปจนถึงเสน่ห์ของลูกทุ่งรุ่นเก๋า พบกับ “เรไร ไลฟ์สด  Feat. น้องนะโม” และ “นุจรี ศรีราชา” ในรายการ “ชุมทางดาวทอง” วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคมนี้

ส่วนวันศุกร์สุดหรรษา…ความเดือดกลับมาอีกครั้งในรอบสัปดาห์กับเวทีประกวดร้องเพลงลูกทุ่งระดับมาตราฐาน GLO Miracle Music Season 3 ที่เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นทุกที เมื่อทุกคนต้องงัดทีเด็ดออกมาสู้ เพราะทุกคะแนนมีความหมาย และความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนเส้นทางการแข่งขันได้ทันที

สัปดาห์นี้พบกับผู้เข้าแข่งขันจาก 3 จังหวัด ได้แก่ “พอตเตอร์ จ.ระนอง”, “ฟ้า จ.ศรีสะเกษ” และ “ฟองดู จ.สุราษฎร์ธานี” สามคน สามสไตล์ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการคว้าโอกาสไปต่อบนเวที “ชุมทางดาวทอง”

วัดกันทั้งพลังเสียง เทคนิค การควบคุมเวที และหัวใจ ใครจะปล่อยของได้ถูกจังหวะ ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ทั้งสามคน ในการแข่งขัน GLO Miracle Music Season 3

ล็อคเวลาไว้เลย! พบกับ “ชุมทางดาวทอง” ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 และ วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD หรือชมย้อนหลังได้ทาง http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/ รับรองเด็ดแน่!!

ยิ่งโตยิ่งสวย ‘แม่เกมส์’ เผยภาพ ‘พ่อมอส ปฏิภาณ’ ควงลูกสาว ‘น้องโสน’ ร่วมงาน Gala Night ‘เมืองมายา The Musical’ ออร่านางเอกจับสุดๆ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 16:31 น.

เรียกว่าโตทันใช้แถมยิ่งโตยิ่งฉายแววความสวยเฉียบสำหรับ “น้องโสน” ลูกสาวคนโตของนักร้อง-นักแสดงรุ่นใหญ่ มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ที่ล่าสุด แม่เกมส์ ดวงพร ได้โพสต์ภาพน่ารักอบอุ่นลงบนอินสตาแกรม (@gamiegamie) พร้อมแคปชันสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจว่า “พ่อลูก #เมืองมายาเดอะมิวสิเคิล”

ภายในภาพ คุณพ่อมอสอยู่ในลุคสูทสุดเท่ เดินทางมาร่วมยินดีและรับชมละครเวที “เมืองมายา The Musical” เคียงข้าง “น้องโสน” ที่มาในเดรสดีไซน์เก๋สีม่วงพาสเทลพริ้วสวย ละมุนตา เผยลุคสาววัยรุ่นเต็มตัวด้วยโครงหน้าสวยคมและรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ถอดแบบความเป๊ะมาจากคุณพ่อและคุณแม่มาแบบเป๊ะๆ ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงแห่กดไลก์และคอมเมนต์ชมความสวยน่ารักของน้องโสนกันอย่างคึกคัก

โตเป็นสาวแล้ว ‘น้องเนสซี่’ควงคุณแม่ ‘แหม่ม คัทลียา’ คุณพ่อ ออกงาน Gala Night ละครเวที ‘เมืองมายา The Musical’ สวยสง่าถอดแบบแม่มาเต็มๆ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:56 น.

Share

ทำเอาบรรยากาศรอบ Gala Night ละครเวที “เมืองมายา The Musical” ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ สว่างไสวขึ้นมาทันตา เมื่ออดีตนางเอกชื่อดัง แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ควงคู่คุณสามี พร้อมลูกสาวคนสวย “น้องเนสซี่” เดินทางมาร่วมชมละครเวทีรอบพิเศษในครั้งนี้

งานนี้บอกเลยว่า “น้องเนสซี่” ในวัยที่เริ่มโตเป็นสาวเต็มตัว กลายเป็นที่จับตามองของสื่อมวลชนและแฟนๆ อย่างมาก ด้วยลุคชุดกระโปรงสายไขว้คอสีครีมสุดเรียบหรู เข้าคู่กับทรงผมลอนคลื่นละมุนละไม สะท้อนออร่าความสวยหวาน เรียบหรู ถอดแบบความเป๊ะมาจากคุณแม่แหม่ม คัทลียา แบบเต็มๆ จนแฟนคลับต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความอบอุ่นของครอบครัว รวมถึงออร่าความสวยของน้องเนสซี่ที่นับวันยิ่งฉายแววนางเอกตามรอยคุณแม่เข้าทุกที

สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) โดย  คุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมฯ และประธานจัดงาน ได้ร่อนหนังสือเชิญทีมงานสื่อมวลชนคุณภาพช สำนักข่าวแนวหน้าออนไลน์ เข้ารับโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “ฐานันดร ๔” ประจำปี ๒๕๖๙ (ปีที่ ๑๐) เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นักข่าว สื่อมวลชน และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อ โดยมีกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลในวันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๙ ณ หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์

 สำหรับผลงานและบุคลากรของทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ที่ได้รับการคัดสรรเข้าเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 รางวัลสำคัญ

 รางวัลประเภทสาขาสื่อมวลชนดีเด่น  มอบให้แก่ คุณอัญชะลี ไพรีรัก  

รางวัลประเภทสาขารายการข่าวเที่ยงดีเด่น มอบให้แก่ รายการข่าวเที่ยงแนวหน้า โดยมีพิธีกรดำเนินรายการหลักคือ ปรเมษฐ์ ภู่โต  และ อัญชะลี ไพรีรัก

 รางวัลประเภทสาขารายการข่าววาไรตี้ดีเด่น มอบให้แก่ รายการแนวหน้าข่าวค่ำ โดยมีพิธีกรดำเนินรายการ จิตกร บุษบา และ พีระพัฒน์ วัฒนาภิรมย์ 

โดยรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานสื่อมวลชนที่ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริงของ ‘ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์’

อั้ม อธิชาติ ควงคุณแม่ลุยการแข่งขัน HYROX ในวัย 68 ปี พิชิตระยะทาง 8 กิโลเมตร และ 8 สถานีฟิตเนสสุดโหดได้สำเร็จ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 11:06 น.

อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ พระเอกหนุ่มสายฟิต สร้างปรากฏการณ์สุดประทับใจ ด้วยการควงคุณแม่68ปี ออกสนามแข่งขันฟิตเนสระดับโลกอย่าง HYROX ในประเภท Double Mixed โดยถือเป็นรอบการแข่งขันที่ลุ้นที่สุดในชีวิต เพื่อร่วมสร้างความทรงจำและสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพร่วมกัน       โดยเจ้าตัวตั้งเป้าเข้าเส้นชัยภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง (วิ่งรอบละ 12 นาที และทำสถานีละประมาณ 8 นาที)ผลงานการแข่งขัน ทำเวลาจบไปได้อย่างยอดเยี่ยมที่ 2 ชั่วโมง 32 นาที 14 วินาที พร้อมคว้าอันดับ 8 ในรุ่นอายุ 55-59 ปี ภารกิจสุดแกร่ง ร่วมฟันฝ่าการวิ่งรวมระยะทาง 8 กิโลเมตร พร้อมผ่าน 8 สถานีฝึก ได้แก่ Ski, ดึง, ดัน, Row และ Farmer Carry

งานนี้ แม้คุณแม่จะผ่านการซ้อมวิ่งมาเพียง 5-6 กิโลเมตร แต่ก็อาศัยใจสู้ แรงฮีด และเสียงเชียร์จากคนดูรอบสนามจนก้าวผ่านความเหนื่อยเข้าเส้นชัยได้สำเร็จโดยไม่ต้องใชียาดม

พระเอกหนุ่มเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตอนเด็กๆ คุณแม่เคยสอนตนเดินและวิ่ง แต่วันนี้ถึงเวลาที่ตนได้พาคุณแม่มาลุยและตากตรำวิ่ง 8 กิโลเมตรจนบรรลุเป้าหมาย ทำให้คุณแม่อุทานด้วยความภาคภูมิใจว่า “ค้นหาตัวเองเจอในวัย 68 ปี” จากเดิมที่ไม่เชื่อว่าจะทำได้ จนตอนนี้พร้อมชวนเพื่อนๆ มาร่วมออกกำลังกายและเตรียมตัวสำหรับการลงแข่งขันในรอบถัดไปแล้ว

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF เดินหน้ายกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

18 สิงหาคม 2569 เวลา 10:37 น.

สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026)อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญ

ของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความพร้อมและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อว่าความสามารถของบุคลากรไทย ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสายงานภาพยนตร์ สามารถแข่งขันและทัดเทียม นานาประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง

ผ่าน Bangkok International Film Festival 2026 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำภาพยนตร์จากนานาประเทศมาพบกับผู้ชมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความสามารถของผู้สร้าง บุคลากร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตานานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้ ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hubหรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดรสะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026
กล่าวว่า การกลับมาของ Bangkok International Film Festival 2026 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการกลับมาจัดเทศกาลอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างบทบาทของเทศกาลให้มีความชัดเจนบนเวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกเราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศนอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศเพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย

อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่การจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festival

เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯ

เป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติไม่ได้เติบโตจากความสำเร็จของการจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนสามารถสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก Bangkok International Film Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 9 แต่คืออีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำคัญ

ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน ผลงาน ตลาด และโอกาสจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆในอนาคต

ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า
เทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าเบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆ

สิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจรผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทย

แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป

แอฟ ทักษอร ปลื้มใจสุดพลัง น้องปีใหม่ แท็กทีมเพื่อน คว้าเหรียญทองแข่งหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ ที่ปักกิ่ง

18 สิงหาคม 2569 เวลา 10:31 น.

ทำเอาหัวอกคนเป็นแม่ยิ้มแก้มปริและภาคภูมิใจแบบสุดๆ สำหรับคุณแม่คนสวย แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ที่ล่าสุดลูกสาวคนเก่ง น้องปีใหม่ เตชะณรงค์ ได้สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวรวมถึงแฟนๆ ชาวไทย ด้วยการคว้าชัยบนเวทีระดับโลก

โดย น้องปีใหม่ ได้จับมือแท็กทีมกับเพื่อนๆ ในนามตัวแทนทีมไทย ร่วมลงสนามแข่งขันสิ่งประดิษฐ์และการประกวดหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ รุ่นจูเนียร์โรบอท (Junior Robot) ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเด็กๆ ได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านเทคโนโลยีออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถคว้า “รางวัลเหรียญทอง” กลับประเทศไทยได้สำเร็จ
งานนี้คุณแม่แอฟที่คอยส่งกำลังใจและเป็นกองเชียร์ชิดติดขอบสนาม ถึงกับเก็บความภาคภูมิใจไว้ไม่อยู่ แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของน้องปีใหม่และเพื่อนๆ กันอย่างถล่มทลาย พร้อมชื่นชมในความสามารถที่ทั้งน่ารักและเก่งครบเครื่องสมเป็นลูกสาวของคุณแม่แอฟจริงๆ

#ความภูมิใจของคนเป็นแม่ #แม่แอฟ #แอฟทักษอร #น้องปีใหม่ #จูเนียร์โรบอท #ทีมไทย

เรื่องนี้มีประวัติ : วังบ้านหม้อ วังเดิมที่ยังหอมกรุ่นด้วยกลิ่นอายของยุคต้นรัตนโกสินทร์

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:52 น.

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษเทเวศร์ พระนามเดิมคือพระองค์เจ้ากุญชร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา เมื่อวันพุธ เดือน 6 ขึ้น 4 ค่ำ มีมะเมีย สมฤทธิศก จุลศักราช 1160 ตรงกับวันที่ 18 เมษายน 2341 สิ้นพระชนม์ 16 เมษายน 2406 ทรงเป็นต้นราชสกุล “กุญชร”

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นกรมหมื่นพิทักษ์เทเวศร์ ทรงให้ดูแลกรมม้า

ในกาลต่อมา รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ นเรศรราชริววงศ์ อิศวรพงศพิพัฒนศักดิ อุดมอรรควรยศ วงศประนตนาถนเรนทร์ พาหเนนทรบพิตร ทรงให้ดูแลกรมคชบาล เพิ่มอีกกรมหนึ่ง

พระองค์กุญชรสิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 แรม 13 ค่ำ ปีกุน เบญจศก จุลศักราช 1225 ตรงกับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2406 สิริพระชันษา 65 ปี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากราชกาลที่ 4 พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง

พระองค์ทรงมีวัง ชื่อวังบ้านหม้อ ตั้งอยู่บนนถนนอัษฎางค์ ซึ่งหากเราเดิมลัดเลาะแล้วเลียบไปตามคลองหลอด โดยเริ่มจากบริเวณที่ใกล้กับโรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วเดินไปยังกระทรวงมหาดไทย จนถึงเขตรั้ววัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เราก็จะได้พบกำแพงโบราณที่เป็นอาณาเขตของวัง โดยภายในกำแพงจะมีเรือนไม้หลังใหญ่ และยังมีอาคารทั้งเก่าและใหม่อยู่ภายใน ซึ่งในบริเวณนี้คืออาณาเขตของวังบ้านหม้อ วังที่มีอายุมากกว่า 200 ปี นับเป็นวังกลุ่มแรก ๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะสร้างในครั้งรัชสมัย รัชกาลที่ 2 ในบริเวณดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่าบริเวณท้ายวัดโพธิ์ ซึ่งในครั้งนั้นอยู่ใกล้กับหับเผย หรือเขตที่ถูกใช้เป็นที่คุมขังในบริเวณท้ายวังหลวง ดังนั้นบางคนจึงเรียกวังที่รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างพระราชทานพระโอรสทั้ง 3 พระองค์ ซึ่งในจำนวนนั้นคือพระองค์เจ้ากุญชรรวมอยู่ด้วยว่า กลุ่มวังท้ายหับเผย

ตามประวัติกล่าวว่า พระโอรสทั้ง 3 ที่ทรงได้รับพระราชทานวังคือ วังแรกเป็นของพระองค์เจ้าพนมวัน หรือกรมพระพิพิธฌโภคภูเบนทร์ ในเจ้าจอมมารดาศิลา ต้นราชสกุลพนมวัน วังต่อมาเป็นของพระองค์เจ้าทินกร หรือกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ในเจ้าจอมมารดาศิลา ต้นราชสกุลทินกร และพระองค์ที่ 3 คือเจ้าของวังบ้านหม้อ คือพระองค์เจ้ากุญชร โดยชื่อวังบ้านหม้อมาเกิดขึ้นในสมัยหลัง เพราะอยู่ใกล้กับบริเวณเขตบ้านหม้อ ปัจจุบันวังบ้านหม้อได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานเรียบร้อยแล้ว จึงถือว่าเป็นวังสุดท้ายที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่พระราชทานแด่พระโอรส ส่วนวังของพระองค์เจ้าพนมวัน และพระองค์เจ้าทินกร ถูกเพลิงไหม้จนหมดสิ้นไปแล้ว

วังบ้านหม้อยังคงเป็นวังที่มีชีวิตดังเดิม เพราะเหล่าทายาทราชสกุลกุญชรยังคงเข้าไปดูแลและบำรุงรักษาโบราณสถานแห่งนี้เป็นอย่างดีตลอดเวลา และในทุกครั้งเมื่อถึงวันสงกรานต์ วังแห่งนี้ก็จะเป็นศูนย์รวมของทายาทรุ่นต่าง ๆ ของราชสกุลกุญชร

วังบ้านหม้อในวันนี้ยังคงได้รับการยกย่องว่ารักษารูปแบบดั่งเดิมของวังโบราณไว้ได้ครบครัน คือยังมีท้องพระโรงที่ทำด้วยไม้สักที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก แล้วก็ยังมีศาลา และเก๋งโบราณดำรงคงอยู่ ส่วนบริเวณรอบ ๆ ท้องพระโรงคือบ้านเรือนที่พักอาศัยของเหล่าบรรดาทายาทและลูกหลาน ทั้งนี้ ท้องพระโรงได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นพื้นที่สำคัญของราชสกุลกุญชร เพราะถือเป็นศูนย์กลางของวังบ้านหม้อ โดยในแต่ละปีจะใช้ท้องพระโรงสำหรับพิธีสำคัญคือการทำบุญอุทิศถวายองค์ต้นราชสกุล และใช้เป็นสถานที่จัดงานรดน้ำดำหัววันสงกรานต์ หรือใช้สำหรับงานสำคัญของบุคคลในราชสกุลกุญชรเท่านั้น

ท้องพระโรงยังเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงคฤทธิ์ พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้า สิงหนาท และอัฐิของเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ หรือ หม่อมราชวงศ์ หลาน กุญชร

ทายาทของราชสกุลกุญชรบอกเล่ากันต่อ ๆ มาว่า ประเพณีการทำบุญวันสงกรานต์ และการรดน้ำดำหัวของคนในราชสกุลนี้ ดำเนินสืบต่อมาจากขนบประเพณีของครอบครัวกว่า 200 ปีแล้ว เพราะเมื่อครั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ทรงมีพระชนม์ จะทรงเข้าไปบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระราชบิดา และพระมารดาเป็นประจำทุกปี ดังนั้น สิ่งนี้จึงเป็นขนบของพวกเรา ที่เป็นลูกหลานเหลนของพระองค์ท่าน เรามารวมตัวกันเพื่อทำบุญอุทิศถวายให้บรรพบุรุษของเรา และใช้โอกาสวันสงกรานต์รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และญาติ ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจัดงานในวันที่ 16 เมษายนทุกปี เพราะในวันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นพระชนม์ของต้นราชสกุลกุญชรด้วย

ปัจจุบันพวกเราเป็นทายาทรุ่นที่ 6-7 ของพระองค์ท่าน ซึ่งพวกเราไม่เคยลืมเลือนพระคุณของท่านแม้แต่น้อย ซึ่งพวกเราถือว่าการทำบุญอุทิศถวายนี้เป็นกิจสำคัญของเรา และในโอกาสเดียวกันนี้ พวกเราก็ถือว่าพิธีรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ในตระกูลของเราก็คือการพบปะสังสรรค์ของหมู่ญาติ ได้พบหน้ากัน ได้คุยกัน ได้ถามถึงสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน และได้รวมตัวกันทำกิจกรรม เช่น ลูกหลานคนใดที่มีความสามารถด้านเล่นดนตรีไทย ก็จะรวมตัวกันเล่นดนตรีไทยถวายพระในขณะที่พระท่านกำลังฉันภัตตาหาร และบ้านของเรามีข้าวแช่ตำรับเฉพาะของวังบ้านหม้อ ซึ่งถือเป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นเก่าก่อนจวบจนปัจจุบัน ดังนั้น ในการทำบุญของวังบ้านหม้อจึงต้องมีข้าวแช่ของวังถวายพระทุกครั้ง

ข้าวแช่ตำรับวังบ้านหม้อ  มีเครื่องเคียงที่สำคัญที่ตำรับอื่นไม่มี คือ ปลารำวงทอดฉาบน้ำตาล และถั่วทองทอด แต่เครื่องเคียงอื่น ๆ เช่น หอมแดงยัดไส้ปลาแห้ง พริกหยวกสอดไส้ห่อด้วยแพตาข่ายไข่ ผักเคียง ลูกกะปิทอด ไช้โป๊วผัดไข่ มีในตำรับข้าวแช่ทุกที่

เฉลิมชัย ยอดมาลัย

วังบ้านหม้อ

ราชเทวีคลินิก ฉลอง 50 ปี เปิดตัว “TRUE BEAUTY” ยกระดับความงามด้วยวิทยาศาสตร์ที่วัดผลได้จริง

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:31 น.

{“ARInfo”:{“IsUseAR”:false},”Version”:”1.0.0″,”MakeupInfo”:{“IsUseMakeup”:false},”FaceliftInfo”:{“IsChangeEyeLift”:false,”IsChangeFacelift”:false,”IsChangePostureLift”:false,”IsChangeNose”:false,”IsChangeFaceChin”:false,”IsChangeMouth”:false,”IsChangeThinFace”:false},”BeautyInfo”:{“SwitchMedicatedAcne”:false,”IsAIBeauty”:false,”IsBrightEyes”:false,”IsSharpen”:false,”IsOldBeauty”:false,”IsReduceBlackEyes”:false},”HandlerInfo”:{“AppName”:2},”FilterInfo”:{“IsUseFilter”:false}}

ราชเทวีคลินิก และ แพนคอสเมติก นำโดย นายภัคณิช พะลายานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฉลองครบรอบ 50 ปี จัดงาน Kick-off เปิดตัวแนวคิด “TRUE BEAUTY” ก้าวสำคัญของการดูแลความงามที่ผสานศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเข้ากับการดูแลผิว พร้อมความร่วมมือและการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ตอกย้ำการเป็นคลินิกแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองและสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ความงามอย่างเป็นทางการ

แนวคิด TRUE BEAUTY มุ่งเปลี่ยนมุมมองเรื่อง “ความงามที่แท้จริง” จากการคาดเดาหรือการลองผิดลองถูก สู่การดูแลผิวและความสวยที่สามารถ “วัด คำนวณ และติดตามผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน” เพื่อให้ผู้รับบริการเห็น Destination ของการดูแลที่เหมาะสมกับตนเองมากขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่ สิว สภาพผิว ริ้วรอย ไปจนถึงการดูแลผิวในวัย Aging และการดูแลผิวเพื่อย้อนวัย

ราชเทวีคลินิกยังต่อยอดแนวคิด TRUE BEAUTY ด้วยการพัฒนา “มากกว่า 10 Destinations” ที่ครอบคลุมหลากหลายมิติของความงาม โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ วางเส้นทางสู่ Destination และติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดูแลตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล และสามารถประเมินพัฒนาการได้อย่างมีหลักการ

การเปิดตัว TRUE BEAUTY ในวาระครบรอบ 50 ปี สะท้อนอีกก้าวสำคัญของราชเทวีคลินิก ร่วมกับ อพวช. ในการนำวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการวัดผล มาผสานกับศาสตร์แห่งการดูแลความงาม เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลที่มุ่งสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และยั่งยืน

“ความงามที่แท้จริง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืน แต่ต้องเป็นความงามที่ยั่งยืน ยืนยาวและยืนยันได้ ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ความงามตามความมุ่งหมายที่ปลายทางของแต่ละบุคคล”

ไม่ต้องเดา ไม่ต้องลองผิดลองถูก เพราะทุกขั้นตอนวัดผลและติดตามได้

สัมผัสประสบการณ์ TRUE BEAUTY ได้แล้ววันนี้ที่ ราชเทวีคลินิก ทุกสาขา

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account: @rcclub